[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 2 : ประกาศครั้งที่ 1 เกิดมาหน้าตาดี เป็นเทพและเป็นจักรพรรดินั้นดี แต่ดันเป็นตัวร้ายมันไม่โอเค!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,140 ครั้ง
    26 ก.ย. 62

ประกาศครั้งที่ 1 เกิดมาหน้าตาดี เป็นเทพและเป็นจักรพรรดินั้นดี แต่ดันเป็นตัวร้ายมันไม่โอเค!


ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังดูหนังเรื่องอภินิหารแหวนครองพิภพ (1) ผสมกับนาร์เนีย (2) ช่วงที่เป็นฉากสงคราม แถมยังได้ดูในระดับชิดติดแถวหน้า ได้รับแบบห้ามิติ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัสมาเต็ม ความชัดระดับนี้เป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน!


“เย้ย!”


ผมอุทานได้อุบาวท์มาก กลิ้งหลบลูกไฟขนาดใหญ่ที่พุ่งมา มันเฉียดชายเสื้อไปแล้วกระแทกใส่พื้นดิน ตำแหน่งที่ผมเคยอยู่นั้นแหลกเหลวกลายเป็นโคลนช็อกโกแลตเดือดปุดๆ


ผมหน้าซีด ถ้าเมื่อกี้หลบไม่ทันคงได้กลายเป็นมนุษย์ลาวาแล้วสินะ...


ตึง! ตึง!


อะไรอีกล่ะ!?


คราวนี้แผ่นดินสะเทือนเลือนลั่น ก้นของผมกระดอนขึ้นกระดอนลงราวกับนั่งอยู่บนไม้กระดก พร้อมกันนั้นก็มีเงามืดปกคลุมเหนือพื้นที่ที่เขาอยู่ สังหรณ์ไม่ดีลั่นรัวๆ อยู่ในอกทำให้ต้องเงยหน้าขึ้น แล้วก็พบกับเท้ายักษ์อยู่เบื้องบน


นี่ผมกำลังถูกเหยียบแบนเหมือนมดใช่ไหม!?


ผมอึ้งมองฝ่าเท้ายักษ์ที่เต็มไปด้วยคราบเลือด คราบดินและเศษซาก (?) สิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ ติดเท้า เข้าใจความรู้สึกของมดตัวน้อยตัวนิดทันที


บัดซบ! เพิ่งจะมาอยู่โลกใหม่ไม่เท่าไหร่ ใช้ชีวิตยังไม่ทันถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ผมจะตายอีกแล้วเหรอ!?


ผมจะขยับตัวหนีก็ไม่ทันแล้ว เพราะผมคิดว่าไม่มีทางวิ่งผ่านเท้ายักษ์นี้ไปได้ ว่าแต่การตายรอบนี้จะทรมานกว่าโดนยิงเจาะหัวในครั้งเดียวไหมนะ...


“โอดิน!”


เปรี้ยง!


มีใครคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง ตามมาด้วยแสงสีขาวสว่างจ้ากับเสียงฟ้าผ่ากึกก้อง ผมนึกว่าทั้งหูและตาของตัวเองจะบอดเสียแล้ว แต่ไม่ช้าทุกอย่างก็กลับมาเห็นชัดดังเดิม แต่หนนี้แผ่นดินสะเทือนจนผมนั่งทรงตัวไม่ได้และล้มกลิ้ง ตามมาด้วยฝุ่นสีน้ำตาลตลบซัดใส่ร่าง เกือบจะกินดินทรายเข้าไปแล้ว


พระเจ้า! นี่ท่านส่งมาที่ไหนเนี่ย!?


หัวสมองของผมหมุนติ้วเป็นลูกข่าง มองมหากาพย์สงครามหลากหลายเผ่าพันธุ์ตรงหน้าจนอยากจะคิดว่าฝันไป นี่พระเจ้ารับฟังคำขอของผมที่อยากมาอยู่โลกแฟนตาซีก็เลยมาอยู่แบบสมใจ แต่ไม่ใช่ว่ามาอยู่กลางวงล้อมการต่อสู้แบบนี้สิ!


“โอดิน!”


คราวนี้เสียงคนคนนั้นดังเข้ามาใกล้มากขึ้น ผมจึงลองหันไปยังต้นเสียงก็พบชายกล้ามใหญ่ใส่ชุดเกราะอลังการวิ่งเข้ามาหา ในมือถือค้อนอันใหญ่ยักษ์ หัวค้อนใหญ่เท่าหัวคนสามคนรวมกัน ใบหน้าของอีกฝ่ายก็หล่อเหลาประหนึ่งดาราฮอลลีวู้ด ทั้งที่สีผมกับสีตาเป็นสีน้ำตาลธรรมดาแท้ๆ แต่โครงหน้ากลับทำให้หล่อพร่างพรายสายตามากมาย


ถ้าผู้ชายคนนี้มาอยู่โลกเก่า นักแสดงนายแบบดาราคงมีหนาวกันบ้างล่ะ ตกงานแน่ๆ


“โอดิน! ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม จะมานั่งเฉยๆ อยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ!”


ชายคนนั้นว่าแล้วฉุดตัวผมให้ลุกขึ้นด้วยเรี่ยวแรงแบบไม่ธรรมดาจนตัวจะปลิวไปซบอกแน่นๆ นั่นอยู่แล้ว


เมื่อกี้หมอนี่เรียกผมว่าโอดินเหรอ งั้น...


ผมมองอาวุธค้อนยักษ์ในมืออีกฝ่ายแล้วนึกชื่อได้แค่คนเดียวที่ครอบครองอาวุธนี้


“ธอร์?”


“มีอะไร?”


คนตรงหน้าตอบรับอย่างง่ายดาย ทำผมที่หยั่งเชิงเป็นฝ่ายอึ้ง ชายคนนี้คือธอร์หรือเนี่ย ส่วนผมคือโอดิน เดี๋ยวนะ นอกจากจะหลุดมาในโลกแฟนตาซีแล้ว ยังหลุดมาในโลกเทพเจ้านอร์สด้วยหรือยังไง


“นี่มันราวกับความฝันเกินไปแล้ว”


ผมพึมพำกับตัวเอง แต่ธอร์กลับได้ยินซะงั้น


“มันอาจจะดูเหมือนฝัน แต่เรายังไม่ชนะเด็ดขาดหรอกนะ! ต้องฆ่าล้างพวกปีศาจให้หมด! ไม่งั้นเราก็ปกป้องที่นี่ไม่ได้นะ!”


ปกป้อง? ฆ่าล้าง? นี่หรือว่าต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขตกันอยู่น่ะ


ผมพยายามจับใจความกับประเมินสถานการณ์โดยรอบ มันชวนให้คิดอย่างนั้นเหลือเกิน ธอร์เห็นโอดินยืนนิ่งทั้งยังมีสีหน้าไม่สู้ดีจึงตบหลังไปหนึ่งทีเพื่อปลุกขวัญกำลังใจ


ป้าบ!


ไอ้บ้าเอ๊ย! กะจะทำหลังเขาหักเลยใช่ไหม!?


ผมเกือบจะหลุดสบถใส่ ถ้าไม่ได้ธอร์พูดขึ้นมาว่า


“โอดินอย่ามัวแต่ยืนบื้อสิ ไปสู้กันต่อ! หากแม่ทัพออกแรงให้ลูกน้องเห็น ทุกคนก็จะฮึกเหิม! หนทางสู่ชัยชนะก็จะอีกไม่ไกลแล้ว!”


เอาเข้าไป… ผมมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพด้วยเหรอ ผมรู้สึกหน้ามืดครามครัน ไม่รังเกียจตำแหน่งนี้หรอกนะ แต่ให้เวลาทำใจกับเตรียมตัวหน่อยจะได้ไหม!


“ตอนนี้มึนหัวอยู่ ขอเวลาตั้งสติแป็บ”


“มึนหัว? อะไรกันโอดินบาดเจ็บเหรอ”


“หัวคงฟาดพื้นไปหน่อยละมั้ง”


สันนิษฐานจากความเจ็บตรงศีรษะด้านหลัง คาดว่าเจ้าของร่างคงน็อคแล้วล้มลง เป็นเหตุให้ผมมาเข้าร่างนี้แทน มันเป็นอุบัติเหตุแบบเบสิกที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่มีคนต่างโลกมาเข้าร่างได้


“ก็แค่หัวฟาดเองนี่นา ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงเสียหน่อย”


คำพูดของธอร์ทำเอาผมจ้องตาขวาง หัวฟาดพื้นเนี่ยนะไม่ร้ายแรง! ถ้าเกิดกระโหลกร้าวหรือเลือดคั่งในสมองล่ะ ตรรกะของผู้ชายคนนี้มันยังไงกันเนี่ย!?


โครม!


ด้านหลังของธอร์มีการต่อสู้ที่ดุเดือด เสียงกึกก้องนั้นทำให้เทพเจ้าแห่งสายฟ้าหันขวับไปดูสถานการณ์และเห็นพรรคพวกของตนกำลังเพลี่ยงพล้ำให้ปีศาจจึงว่า


“ข้าต้องรีบไปสู้ต่อแล้ว โอดิน ท่านก็หยิบหอกขึ้นมาแล้วฟาดฟันศัตรูซะ! จากนั้นจะได้นำชัยชนะกลับไปยังแอสการ์ดเสียที!”


ว่าจบธอร์ก็กระโจนเข้าสู่วังวนต่อสู้อีกครั้ง ส่วนคนถูกสั่งให้สู้น่ะเหรอได้แต่ยืนเซ่ออยู่อย่างนั้น


บอกให้ไปสู้เนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! หอกของผมอยู่ไหน จะสู้ยังไงก็ไม่รู้เลย!


ผมมาอยู่ร่างนี้โดยไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง ทราบแค่ว่าตัวเองชื่อโอดิน จะให้ไปเสี่ยงตายโดยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้ยังไง!?


ผมคุ้นชื่อโอดินกับธอร์อยู่บ้างเพราะชอบดูซีรีส์มาร์เวล... แต่ทำไมผมถึงมาอยู่ในร่างโอดินที่ตามหลักเทพเจ้านอร์สแล้ว นี่คือตำแหน่งประมุขสูงสุดของเหล่าเทพ เมื่อกี้ธอร์ก็บอกชื่อแอสการ์ดออกมาด้วย ดินแดนของเหล่าเทพเจ้านอร์ส ถ้ายังยกมาได้หมดนี่แสดงว่าคงเป็นโลกแฟนตาซีของนอร์สจริงๆ


แต่ดูจากรูปร่างหน้าตาของธอร์ก็ยังดูหนุ่มไม่ต้องพูดถึงทางโอดินที่ยังผิวเต่งตึงดูยังไงก็ยังอายุไม่มากน่าจะสักยี่สิบต้นๆ แล้วร่างนี้ยังมีผมสีทองยาวที่มัดโพนี่เทลสูงนี่อีก ในความรู้สึกของผม ไอ้เจ้าผมยาวๆ นี่มันหนักและเกะกะชะมัด! จะยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้ผมมาอยู่ร่างนี้และในโลกบ้าๆ นี้แล้วต้องหาทางเอาตัวรอดไม่ให้ตายก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง ผมควรคิดหาทาง... อันดับแรกคือหาที่กำบัง!


ทุกคนคงไม่คาดหวังให้ผมไปสู้หรอกใช่ไหม? ถ้าโลกนี้มีปืนผมก็คงจะยอมสู้สักตั้ง แต่ที่ตีกันโช้งเช้งนั่นดูยังไงก็มีแค่ดาบ หอกและธนูเท่านั้น อดีตมาเฟียอย่างผมเคยใช้อาวุธโบราณพวกนั้นที่ไหนเล่า!?


ปล่อยให้ธอร์บ้าเลือดทำสงครามไปแล้วกัน ถึงผมจะเป็นแม่ทัพในสงครามครั้งนี้ก็ขอไปกบดานก่อนชั่วคราว ชีวิตต้องมาก่อนศักดิ์ศรี!


ผมมองซ้ายมองขวา หาทางหนีทีไล่ จนไปเจอบ้านหลังหนึ่งที่พังไปครึ่งหลัง แต่ก็พอจะใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราวได้ ผมวิ่งไปที่นั่นไม่คิดชีวิต ไม่สนสิ่งรอบด้าน พอเข้าสู่เขตปลอดภัยแล้วก็หายใจหายคอได้หน่อย ทว่าพอหันมาผมกลับพบเด็กคนหนึ่งหลบอยู่ในบ้านหลังนั้น


เด็กคนนั้นเนื้อตัวมอมแมมมาก เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น ผมเพ้าก็ยุ่งเหยิง ใบหน้ามีแต่น้ำตาอาบแก้ม เจ้าตัวก็ตกใจเหมือนกันที่มีคนแปลกหน้าโผล่เข้ามา แต่ผมเลยความสนใจจากเด็กคนนั้นไปยังสิ่งของที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างเล็กๆ นั้นแทน


ทำไมรูปร่างมันเหมือนหัวคนเลยล่ะ...


“...โอดิน”


เด็กคนนั้นเรียกชื่อผม ทันใดนั้นแววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าก็เปลี่ยนเป็นคั่งแค้นชิงชังจนผมสะท้านเยือก เด็กตัวแค่นี้มีดวงตาที่เคียดแค้นน่ากลัวยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก ตลอดชีวิตสามสิบปีในโลกของมาเฟียผมไม่เคยเจอเด็กคนไหนทำสายตาเช่นนี้มาก่อน


“อะ เอ่อ...”


ผมไม่รู้จะพูดอะไร แต่เด็กคนนั้นกลับชักมีดออกมาข้างหน้าทำให้เห็นสิ่งที่ร่างเล็กนั่นกอดไว้เต็มตา


มันคือหัวของคนอย่างที่คิดไว้


มันเป็นหัวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ปากอ้าตาค้างเหมือนตายในสภาพหวาดกลัวถึงขีดสุด ดวงหน้าของเด็กชายเหี้ยมเกรียม ออร่าดำมืดก็แผ่กระจายออกมาชวนให้รู้สึกกดดัน


“อย่าเข้ามานะ! แกแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้วยังจะเอาอะไรอีก!”


ทำไม... ประโยคที่เด็กคนนี้พูดมันคุ้นๆ จังเลย


ผมยืนเงียบไม่ได้กล่าวอะไร เด็กคนนั้นก็ยังคงแหกปากโวยวายต่อว่า


“ทำไม... ทำไมต้องฆ่าพวกเราด้วย! พวกเราทำอะไรผิดล่ะ พวกเราไปทำอะไรให้แกกัน!”


ฟังไปฟังมารู้สึกเดจาวูพิกล หรือว่าเพราะไประรานคนอื่นมามากตอนที่ยังเป็นมาเฟียก็เลยเจอประโยคแบบนี้บ่อยๆ? ไม่สิ ผมคิดว่าไม่ใช่อย่างนั้นนะ เพราะกว่าที่พวกเขาจะได้โวยวายจนจบ เขาก็ชักปืนยิงพวกมันทิ้งไม่ให้เสียเวลาทำมาหากิน ฉะนั้นจะไปได้ยินคำพูดตัดพ้อแบบนี้ได้ยังไงหรือว่าจากในนิยายกัน...


“โอดิน!”


เสียงเรียกของธอร์ดังขึ้นอีก จากนั้นเทพเจ้าสายฟ้าก็โผล่พรวดมาได้ถูกที่ถูกจังหวะราวกับมีระบบจีพีเอสติดตามตัวผมอยู่ อุตส่าห์มาหลบที่นี่แล้วรู้ได้ไงฟะ!?


“ธอร์ หาฉัน เอ่อ ข้าเจอได้ยังไง? "


“ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ข้าก็หาเจออยู่แล้ว!”


ธอร์ตบอกกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ และผมก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น หรือธอร์จะเป็นสุนัขดมกลิ่นกันนะ


เด็กคนนั้นหน้าซีดลง “ธอร์!?”


“หืม? มีคนอื่นอยู่ด้วย?”


ดูท่าธอร์จะสนใจแต่ประมุขเหล่าเทพ ไม่สังเกตสิ่งรอบตัวเลย จนกระทั่งเด็กคนนี้ร้องขึ้นมา ทว่าเมื่อหันไปมอง สีหน้าของธอร์จากที่สบายๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด


“ก็คิดอยู่ว่าทำไมถึงหาไม่เจอเสียที ที่แท้ก็มาหลบอยู่นี่เอง!”


“อึก!”


เด็กชายผงะเมื่อเจอสีหน้าที่แข็งกร้าวของธอร์ ผมจับต้นชนปลายไม่ถูก หมายความว่ายังไง ทำไมถึงมาตามหาเด็กคนนี้ล่ะ?


“เด็กคนนี้คือ...”


“อย่างที่โอดินคิดนั่นแหละ เขาคือผู้สืบทอดตำแหน่งโลกิ ต้องรีบฆ่าทิ้งซะก่อนที่จะกลายเป็นดั่งคำทำนายของนอร์น! ”


เดี๋ยวนะ ความจริงผมจะถามว่าเด็กคนนี้เป็นใคร ไม่ได้รู้อะไรสักหน่อย! แต่ว่าให้ฆ่าทิ้งงั้นเหรอ? แถมยังคำทำนายของนอร์น...


ในที่สุดหัวสมองขี้เลื่อยของผมก็ทำงาน


ถึงว่ารู้สึกคุ้นบทสนทนาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไหนจะโอดิน ธอร์และโลกิ นี่มันโลกในนิยายที่ผมเพิ่งอ่านไปล่าสุดนี่หว่า!


แถมถ้าร่างนี้มีชื่อว่าโอดินละก็ งั้นในนิยายผมก็มีฐานะเป็น...


“เพียงเพราะคำทำนายบ้าๆ นั่นถึงได้กวาดล้างพวกเรางั้นเหรอ!” เด็กชายหรือก็คือโลกิตะโกนแล้วร้องไห้ออกมาทั้งน้ำตา “เชื่อในคำพูดของนอร์นงั้นเหรอ! ?”


“คำทำนายของนอร์นไม่มีทางผิดพลาด” ธอร์ว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กวัดแกว่งค้อนที่มีสายฟ้าสถิตออกมา “เราจะต้องสังหารเจ้า ก่อนที่เจ้าจะนำภัยพิบัติมาสู่แอสการ์ด!”


ธอร์พุ่งเข้าไปแล้วเงื้อค้อนขึ้นเหนือร่างของโลกิ เด็กชายตาเบิกกว้างก่อนจะกรีดร้องออกมา


“ไม่น้าาาาา!!”


เปรี้ยง!


ค้อนที่จะฟาดตัวเด็กชายจนแหลกเหลวกลับถูกดีดออกไป ธอร์ถูกบางอย่างดันร่างจนปลิวกลับมาหาผม เทพเจ้าแห่งสายฟ้าตะลึงงันเช่นเดียวกับผมที่เห็นคลื่นพลังสีดำทมิฬแผ่ออกมาจากตัวของโลกิอย่างเข้มข้น


“ชิ! พลังตื่นขึ้นมาซะแล้ว!”


ธอร์สบถเบาๆ ผมมองเห็นตัวอักษรประหลาดลอยอยู่เบื้องหน้าของโลกิ ตัวอักษรนั้นเปล่งแสงสีแดงฉานดั่งเลือด ผมที่ไม่เข้าใจอะไรเลยถูกธอร์ฉุดกระชากลากถูให้ออกมาจากบ้าน


“หลบเร็ว นั่นคือรูนฮากาลาส!”


ฮากาลาส คือรูนแห่งภัยพิบัติ ผมจำความหมายของอักษรรูนได้เกือบทั้งหมดจากในนิยาย รูนภัยพิบัติจะเรียกปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติมาถล่มศัตรูให้ราบเป็นหน้ากลองได้!


ชิบ-แล้วคร้าบ!


ผมกำลังจะใส่เกียร์หมาวิ่งหนีเต็มกำลัง แต่ธอร์คาดการณ์ว่าหนีไม่พ้นแน่ๆ จึงรั้งร่างของโอดินไว้พร้อมตั้งหัวค้อนขึ้น เทพเจ้าสายฟ้าตะโกนเตือนทุกคนในสนามรบเสียงดังลั่น


“รูนแห่งภัยพิบัติกำลังจะมา! รีบป้องกันตัวเองด่วน!”


ได้ยินดังนั้นเหล่าทหารที่วุ่นวายกับการต่อสู้ละทิ้งหน้าที่ของตัวเองทันทีและเริ่มป้องกัน ผมมองเห็นแสงสีดำระเบิดออกมาจากตัวบ้านที่โลกิหลบซ่อน ความมืดมิดขยายขอบเขตเข้ามาใกล้กลืนกินทุกอย่างสู่ความสิ้นหวัง พอมันมาใกล้ทั้งคู่แล้ว ธอร์จึงวาดอักษรรูนขึ้นกลางอากาศ


“อัลกิส! (รูนแห่งการคุ้มครอง) ”


สิ้นคำนั้นก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรงสั่นสะเทือนไปทั้งห้วงอากาศ แรงบีบอัดที่กระแทกกระทั้นนี้ทำเอาผมสลบไป


อา... นี่ผมมาเกิดในโลกนิยายที่ชื่อเรื่อง 'ตำนานจักรพรรดิยอดดวงใจ' จริงๆ หรือเนี่ย


นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนได้หยิบเอาเทพนิยายนอร์สมาใช้ เป็นเรื่องราวของราฮาฟ โลกิ พระเอกที่สูญเสียทุกอย่างไปเพียงเพราะคำทำนายของนอร์นที่ว่าโลกิคนใหม่นี้จะทำลายแอสการ์ดจนสิ้น เป็นผลให้เผ่าพันธุ์เทพทั้งหมดต้องมาตามฆ่าล้างเขา แต่ว่าราฮาฟที่รอดมาได้เพราะความช่วยเหลือจากลูกน้องของเทพโลกิองค์ก่อนไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรมนี้ ราฮาฟสั่งสมความแค้นหาทางเอาคืนเผ่าเทพและยึดครองดินแดนแอสการ์ด โดยมีเหล่าสาวๆ ที่มีฝีมือเก่งกาจมาเป็นกองกำลังหนุน จนในที่สุดราฮาฟก็ทำให้คนสนิทของโอดิน ทรยศและฆ่าโอดินได้สำเร็จ ล้างดินแดนแอสการ์ดใหม่สมใจและครองบัลลังก์อยู่กินกับสาวๆ อย่างมีความสุข...


ใช่ มันเป็นตัวเอกที่มีความสุข มีชื่อเสียงระบือนาม รายล้อมด้วยฮาเร็มสาวสวยแบบที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน ในขณะที่ผมนั้นมีชะตากรรมตรงข้าม ไร้ความสุขไม่พอ ชื่อเสียงยังถูกบ่อนทำลาย สาวๆ ก็ไม่มี แถมยังกลายเป็นตัวร้ายสุดอนาถ!


หากจะกล่าวถึงตัวร้ายโดยละเอียดแล้วละก็ในนิยายเรื่อง ‘ตำนานจักรพรรดิยอดดวงใจ’ นั้น ตัวร้ายที่ชื่อมาร์ลัน โอดิน ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเล่มเจ็ดจากทั้งหมดสิบเล่มจบ


แน่นอนว่าภาพประกอบของตัวร้ายนั้นจัดเต็มอลังการถึงห้าหน้า ภาพที่ผมจำได้คือตัวร้ายที่มีผมสีทองยาวรวบทรงเป็นโพนี่เทล ดวงตาสีทองเจิดจ้า มีรอยยิ้มโง่ๆ ประดับ รูปลักษณ์ของมาร์ลันแม้จะหน้าตาดีแค่ไหน แต่ในนิยายนั้นบุคลิกย่ำแย่ขั้นสุด เหมือนพวกหลงตัวเอง อารมณ์ร้าย แถมยังเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอีกต่างหาก เรียกได้ว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่เกลียดชังของนักอ่านโดยเฉพาะ


ทว่าย่ำแย่ในด้านนิสัยยังไม่พอ การปกครองก็ยังห่วยแตก ทำตามความพอใจของตัวเองเท่านั้นไม่คำนึงถึงประชาชน เป็นโอดินที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์แอสการ์ดเคยมีมา จึงไม่น่าแปลกที่ประชาชนจะด่าทอเทพโอดินองค์นี้ ชื่อเสียงอันดีงามถูกทำลายเป็นผลมาจากการกระทำของตัวร้ายล้วนๆ ส่วนพระเอก… ก็แค่ไปใส่สีตีไข่ให้เรื่องมันใหญ่โตขึ้นไปอีกก็เท่านั้น


มาลองคิดดูแล้วตัวร้ายตัวนี้ถูกสร้างเพื่อให้โดนพระเอกรุมยำและได้แสดงความเก่งกาจต่อหน้าสาวๆ จะได้ปักธงเอาเข้าฮาเร็ม เป็นตัวร้ายที่มีค่าแค่เป็นพื้นปูทางความรุ่งโรจน์ของพระเอกเท่านั้น


ยิ่งได้รู้ความจริงผมยิ่งชีช้ำใจ อะไรคือการได้เกิดมาเป็นตัวร้ายในนิยายที่แสนน่าอนาถแบบนี้ อุตส่าห์คิดว่าดีแล้วที่ตัวเองตายเพราะไม่ต้องมาคอยระแวงอะไรอีก มาเกิดใหม่ยังต้องระแวงว่าจะเข้ารูทตายเมื่อไหร่อีกงั้นเหรอ พระเจ้า! นี่ท่านใจร้ายกับผมได้อย่างไรกันนี่!


ผมได้แต่คร่ำครวญ น้ำตาหลั่งอยู่ในอก ผมได้สติขึ้นมาเพราะเสียงโหวกเหวก จับใจความได้ว่ามีคนมากกว่าสองคนกำลังเถียงกัน พอตั้งสติและเงี่ยหูฟัง ประโยคแรกที่ได้ยินทำเอาผมที่นอนอยู่อยากจะกระอักเลือดตายนัก


“อุตส่าห์นึกดีใจที่โอดินบาดเจ็บสาหัส แต่กลับไม่ตายเสียนี่อึดยิ่งกว่าแมลงสาบอีก”


คนพูดเสียงออกไปทางโทนแหบๆ หน่อย วาจานี่กล่าวแช่งอยู่ชัดๆ จากนั้นก็มีเสียงห้าวอีกคนพูดขึ้นมาว่า


“นั่นสินะ ทางนี้เตรียมเปิดไวน์บ่มร้อยปีเพื่อฉลอง กลับต้องเก้อเสียแล้ว”


“ถ้าตายละก็... คงหาโอดินคนใหม่มาแทนตำแหน่งได้ดีกว่านี้แน่ๆ เลยเนอะ” เจ้าของเสียงแรกกล่าวพร้อมกับหัวเราะ


“หุบปาก” คราวนี้มีอีกเสียงหนึ่งพูดแทรกกลางขึ้นมา เสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันจางๆ “มันเป็นการเสียมารยาทอย่างมากต่อโอดินองค์ปัจจุบัน พวกเจ้าละอายเสียบ้างสิ”


“ฟริกกา ได้สติขึ้นมาเสียทีเถอะน่า” ชายคนแรกพูด น้ำเสียงเหมือนอิดหนาระอาใจ “เจ้าก็น่าจะรู้นี่ว่าโอดินแบบนี้ไม่สมควรจะฝากชีวิตไว้หรอก จะให้ปรนนิบัติก็ยังไม่เอาเลยด้วยซ้ำ”


ตูก็ไม่อยากให้เอ็งปรนนิบัติเหมือนกันแหละ ผมฟังแล้วแค่นเสียงในลำคอ


“โอดินจะเป็นยังไงก็ตามนั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราควรทำ หากคนนอกมาได้ยินจะคิดว่าพวกเราคิดก่อกบฏก็เป็นได้ มีเรื่องอะไรไม่พอใจก็เก็บงำเอาไว้ ให้ตัวเองรับรู้เป็นพอ”


เสียงที่ราบเรียบนั้นตอกกลับใส่ทั้งสองคน ทำเอาผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง ท่ามกลางคนที่เอาแต่สาปแช่งให้ไปตายเร็วๆ มีแค่ชายเจ้าของเสียงราบเรียบคนนั้นที่พอจะเป็นมิตรอยู่บ้าง


ไม่สิ… คนอื่นเรียกเจ้าของเสียงคนนี้ว่าฟริกกา ถ้างั้นก็… ผมคิดอะไรขึ้นมาได้แล้วหัวใจก็ดิ่งลงเหวอีกรอบ


“ตามใจเจ้าแล้วกัน เพราะเจ้าถูกฝึกเป็นฟริกกาที่สมบูรณ์แบบนี่นา ช่างน่าสงสารเหลือเกิน”


เสียงห้าวๆ กล่าว ดูท่าคงไม่อยากเสียเวลาเกลี้ยกล่อมฟริกกาอีก ผมจึงได้ยินเสียงฝีเท้าถอยห่างออกไป คนพูดคงจะออกจากห้องไปแล้ว


“ถึงเราจะพูดแช่งให้โอดินองค์ปัจจุบันถึงฆาตเร็วๆ ก็ตาม แต่ไม่ต้องห่วงหรอกว่าเราจะลอบทำร้าย เพราะคนแบบนี้อยู่ได้ไม่ยืดนักหรอก”


ชายอีกคนไม่วายเหน็บแนมจากนั้นก็เดินตามออกไปอีกคน ผมได้ยินเสียงถอดถอนใจเบาๆ จากฟริกกา


“ข้าเองก็จะกลับวังแล้ว เนลโล ฝากที่เหลือด้วยนะ”


“พ่ะย่ะค่ะ ฟริกกา”


คราวนี้มีเสียงเล็กๆ ตอบรับคำสั่ง มันทำให้ผมสะดุ้งหน่อยๆ เพราะคนที่สี่ทำตัวเงียบกริบมาก ผมจับการมีตัวตนของคนที่ชื่อเนลโลไม่ได้เลยทั้งที่เสียงนั่นอยู่ใกล้ตัวมากที่สุดเลยแท้ๆ


เสียงสวบสาบของฝีเท้าที่ย่ำลงบนพรมหายไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด มันเงียบมากซะจนน่าขนลุกเลยทีเดียว


แต่คนที่สี่ก็น่าจะอยู่ในห้องเดียวกับผมนั่นแหละ ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนะ ผมย่นคิ้วด้วยความหวาดระแวง


เอาเถอะ จะนอนตายซากบนเตียงก็ใช่เรื่อง ควรตื่นได้แล้ว


เมื่อฝืนลืมตาขึ้นมา ไม่คาดว่าจะได้เจอนัยน์ตาสีน้ำตาลสดใสเหมือนสีของเชสนัทอยู่ตรงหน้า ผมตกใจเกือบจะหลุดหวีดเป็นสาวน้อยแต่ดีที่ตั้งสติได้ทัน ไม่เอาน่า คนตรงหน้าไม่ใช่ผีเสียหน่อย อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มที่รูปงามขนาดนี้ ใบหน้าออกไปทางจิ้มลิ้ม มีผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนนุ่มประหนึ่งขนแกะ อืม… น่ามองกว่าผีเยอะ


เนลโลไม่คิดว่าผมจะลืมตาขึ้นมาจึงได้ตกใจและผงะถอยห่างจากเตียง มองท่าทีนั้นผมก็คิดอะไรน่าขันขึ้นมาได้


ส่อพิรุธนะเราน่ะ นี่ก้มหน้ามาซะใกล้เชียวไม่ได้คิดจะลักจูบผมหรอกใช่ไหม?


“ฝ่าบาท ฟื้นแล้วเหรอพ่ะย่ะค่ะ!”


ที่ลืมตาอยู่นี่ยังไม่ตื่นมั้ง? ผมอยากจะกลอกตาใส่แต่ไม่อยากจะนอนคุย ผมจึงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมานั่งโดยมีอีกฝ่ายเข้ามาช่วยประคองอย่างรู้งาน เนื้อตัวผมปวดระบมไปหมด เป็นความเจ็บปวดที่น่าคุ้นเคยเสียจริง…


อย่างกับย้อนไปสมัยยังห้าวๆ ไปสู้กับคู่อริจนบาดเจ็บกลับมาอะไรแบบนั้นเลย


เมื่อนั่งได้สิ่งแรกที่ผมเรียกหาก็คือ… “น้ำ”


“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปรินน้ำให้พระองค์เดี๋ยวนี้”


เนลโลหยิกเหยือกที่วางไว้บนโต๊ะใกล้เตียงขึ้นมา แล้วรินน้ำใส่ให้ครึ่งแก้ว หลังจากที่รับมาดื่มดับกระหายแล้ว ผมจึงรู้สึกดีขึ้นมาอีกหน่อย


“ฝ่าบาท พระอาการเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมเรียกหมอหลวงดีหรือไม่”


ผมมองไม่เห็นสีหน้าของตัวเองในตอนนี้ แต่มันคงจะแย่มากเพราะอีกฝ่ายมองผมด้วยความเป็นห่วงอยู่


“ไม่ต้องหรอก ฉัน เอ่อ ข้าดีขึ้นแล้ว ไว้ค่อยเรียกทีหลังแล้วกัน” เกือบเรียกผิดเสียแล้ว ต้องใช้ข้าใช้เจ้าให้ชินลิ้นเข้าไว้


“พ่ะย่ะค่ะ”


อืม… ดูจากความนอบน้อมและเครื่องแต่งกายที่ไม่ได้หรูหรามาก บางทีเนลโลอาจจะเป็นข้ารับใช้ก็ได้ แถมการดูแลที่คล่องแคล่วแบบนั้น น่าจะเป็นคนที่สนิทพอตัว เพราะถ้าไม่ใช่ข้ารับใช้ใกล้ชิดละก็คงต้องมีประหม่าบ้าง


“เนลโล...”


“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ”


ท่าทางที่จงรักภักดีก็ดูจริงใจ บางทีผมอาจจะเชื่อใจเนลโลได้ แต่ก็... ไม่อาจวางใจได้เสียทีเดียว


ตอนนี้ผมไม่มีทางเลือกมากนัก ผมต้องรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเองโดยเร็วเพื่อที่จะมีชีวิตรอดในรูทของตัวร้ายแบบนี้…


“เนลโล ฟังที่ข้าพูดให้ดีนะ” ผมแสร้งทำเป็นจริงจังผสมกับอ่อนล้าหน่อยๆ แล้วว่า “ข้าสูญเสียความจำบางส่วนไป”


“เอ๋?” เนลโลถึงกับอึ้ง จากนั้นจึงเริ่มลนลาน “สูญเสียความทรงจำหรือพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมจะตามหมอหลวง...”


“หยุด!”


ผมเอ่ยเสียงเข้ม เนลโลถึงกับชะงักมองคนห้ามอย่างตะลึง


“ฝ่าบาท...”


“เรื่องนี้ห้ามแจ้งหมอหลวงเด็ดขาด! ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก แล้วไม่ได้ฟังที่ข้าบอกหรือว่าข้าสูญเสียความทรงจำไปบางส่วนน่ะ”


ผมเน้นย้ำประโยคท้าย เนลโลจึงเริ่มใจเย็นลง แต่สีหน้าก็ยังคงเป็นห่วงอยู่


“ถึงจะแค่บางส่วนแต่นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะพ่ะย่ะค่ะ! เหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ให้กระหม่อมแจ้งกับหมอหลวง”


ก็กลัวจะโดนเอาเปรียบน่ะสิ!


ผมคิดว่าจะใช้มุกความจำเสื่อมแบบในนิยายข้ามภพข้ามชาติไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเป็นคนธรรมดาแล้วก็เกิดขึ้นตอนเด็กยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่ผมมาอยู่ในร่างที่โตแล้วแถมยังเป็นถึงโอดิน หากเรื่องความจำเสื่อมของประมุขเทพแพร่ออกไปก็จะมีคนใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ มันอันตรายเกินไป!


“เพราะข้าเป็นโอดิน ทุกฝีก้าวจึงต้องระวังตัวอย่างยิ่งยวด หากข่าวข้าความจำเสื่อมแพร่ไป มันจะกระเทือนหลายฝ่าย อีกอย่างข้าก็ใช่ว่าจะจำไม่ได้ทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังจำได้บ้าง เช่น ข้ารู้ว่าเจ้าชื่อเนลโล เป็นข้ารับใช้คนสนิทของข้าใช่ไหมล่ะ” ผมลองหยั่งเชิงถามดู


“พ่ะย่ะค่ะ พระองค์ตรัสได้ถูกต้อง” เนลโลพยักหน้ายืนยัน


อย่างน้อยความช่างสังเกตของผมก็ช่วยได้ แต่ก็ได้แค่นี้ละนะ ส่วนที่เหลือนี่แหละที่เป็นปัญหา…


“ข้าพอจะจำเรื่องทั่วๆ ไปได้อยู่บ้าง อย่างการที่ข้ากับธอร์กรีธาทัพไปปราบว่าที่โลกิ ถึงจะไม่สำเร็จก็เถอะนะ ข้าอยากจะให้แน่ใจอะไรสักหน่อย เจ้าพอจะบอกเกี่ยวกับตัวข้าได้หรือเปล่า?”


ตาของเนลโลเบิกกว้าง “ฝ่าบาททรงลืมพระองค์เองหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“ข้ารู้ว่าตัวเองชื่อโอดิน เป็นราชาของดินแดนแอสการ์ด ทั้งหมดก็แค่นั้นแหละ”


ในนิยายฝั่งตัวร้ายเองก็ไม่ได้บอกรายละเอียดมากเพราะมันเล่าจากฝั่งมุมมองของพระเอก ผมจำได้แค่ว่าโอดินเป็นเหมือนราชาเผ่าเทพ มีนิสัยไม่เอาไหนซ้ำยังเลวทราม นอกนั้นก็ไม่รู้อีกแล้ว ไม่ว่าจะนิสัยส่วนตัวหรือประวัติความเป็นมา ไม่รู้อะไรเลย


บอกแล้วว่าเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาให้พระเอกยำเล่น…


เนลโลหลุบตาลง “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมก็ทราบความเป็นมาของพระองค์แค่คร่าวๆ เท่านั้น ไม่รู้ว่าจะเป็นคำตอบที่พระองค์พึงพอใจหรือเปล่า”


“เจ้าบอกเท่าที่รู้มาก็พอ ให้ข้ารู้ตัวตนของตัวเองบ้างสักนิดก็ยังดี”


อย่างน้อยรู้ประวัติความเป็นมา ผมก็น่าจะคาดเดานิสัยใจคอและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ได้บ้าง


“เท่าที่กระหม่อมทราบมาก็คือฝ่าบาทเคยเป็นเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จนกระทั่งโอดินองค์ก่อนต้องการหารัชทายาทผู้สืบทอดคนใหม่ มาเจอกับฝ่าบาทเข้า เพราะท่านมีคำสาปที่สืบทอดมาตามสายเลือดของโอดิน ฉะนั้นจึงได้รับเลือกเป็นว่าที่โอดินคนถัดไป จากนั้นก็ถูกพามาที่วัง พร้อมกับแต่งตั้งพระชายาคู่ชีวิตของพระองค์ ตอนนี้ฝ่าบาททรงอยู่ระหว่างการเล่าเรียนเป็นว่าที่โอดินองค์ต่อไปอยู่พ่ะย่ะค่ะ”


ผมขมวดคิ้วกับเรื่องใหม่ที่คาดไม่ถึง “คำสาปตามสายเลือดโอดิน? คำสาปอะไรน่ะ?”


“มันก็คือคำสาปเก่าแก่ของโอดินรุ่นแรกพ่ะย่ะค่ะ เนื่องจากโอดินรุ่นแรกเจ้าชู้จึงถูกบรรดาพระชายาในยุคนั้นสาปไม่ให้แตะต้องผู้หญิง หากแตะต้องละก็ผู้หญิงคนนั้นจะมีอันเป็นไปพ่ะย่ะค่ะ”


ผมเริ่มรู้สึกถึงลางร้ายอะไรบางอย่าง “แล้วถ้าข้าแตะต้องผู้หญิงไม่ได้ แล้วพระชายาเล่า? เมื่อกี้เจ้าบอกว่าข้ามีพระชายาไม่ใช่หรือยังไง?”


“พ่ะย่ะค่ะ เนื่องจากคำสาปนั้นทำให้โอดินรุ่นหลังๆ ไม่อาจแต่งงานกับสตรีได้ จึงมีการหาตัวแทนใหม่พระชายาทั้งหมดของโอดินจึงเป็นบุรุษพ่ะย่ะค่ะ”


ผมรู้สึกเหมือนมีฟ้าผ่าลงมากลางกบาล


ฟังคำตอบแบบนี้แล้วคนต้องคำสาปอยากจะหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด นี่ผมมาเกิดเป็นมาร์ลัน โอดิน ตัวร้ายสุดอนาถยังไม่พอ ยังได้พระชายาเป็นผู้ชายอีก พระเจ้า! นี่มันจะเฮงซวยเกินไปแล้วโว้ย!


(1) อภินิหารแหวนครองพิภพ หรือ The Lord of the Rings เป็นภาพยนตร์ไตรภาคกำกับโดย ปีเตอร์ แจ็กสัน และออกฉายครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 ภาพยนตร์สร้างจากนิยายแฟนตาซีเลื่องชื่อ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน โดยมีชื่อตอนในภาษาอังกฤษเหมือนกันกับฉบับหนังสือ (แต่ฉบับหนังสือของไทยใช้ชื่อว่า มหันตภัยแห่งแหวน)


(2) นาร์เนีย หรือ The Chronicles of Narnia เป็นชุดนิยายแฟนตาซีจำนวน 7 เล่ม เขียนโดย ซี.เอส. ลิวอิส ระหว่าง พ.ศ. 2492-2497 ได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกเรื่องหนึ่ง และเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของผู้เขียน ปัจจุบันถูกจำหน่ายไปมากกว่า 100 ล้านเล่มใน 41 ภาษา ได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์, ละครวิทยุ, ภาพยนตร์ และละครเวทีหลายครั้ง


*ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ให้กำลังใจค่ะ ขอให้สนุกกับนิยายเรื่องนี้ค่ะ

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.14K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2144 knunkim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 10:32

    55555..ดียิ่งข้าพเจ้านั้นชอบเรื่องราวของเทพกรีกกับนอร์ทอยู่พอดี... แต่ของนอร์ทเราไม่ได้เชี่ยวเท่าของกรีกนะ

    #2,144
    1
    • #2144-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 2)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:49
      เห็นมีคนแต่งแนวกรีกกันเยอะ ไรท์เลยขอฉีกมาทางนอร์สบ้างค่ะ > <
      #2144-1
  2. #2105 Yok Poog (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 04:28
    มองตัวเองที่ความรู้เรื่องเทพเจ้าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ...น้ำตาจิไหล
    #2,105
    1
    • #2105-1 Yok Poog(จากตอนที่ 2)
      18 กรกฎาคม 2563 / 04:28
      ชอบนะคะ
      #2105-1
  3. #2000 B.TEm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 21:41
    ฮือ พอเห็นชื่อธอร์ โลกิ แอสการ์ดทางนี้ก็จะงง ๆ มาก ๆ เลยค่ะ เป็นไม่ได้ตามมาเวลเลยสักนิดเดียว แต่ดูท่าว่าเราจะชอบเรื่องนี้ ตะพยายามทำความเข้าใจนะคะ !!!
    #2,000
    0
  4. #1604 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 13:17
    เอาแล้ววววว55555
    #1,604
    0
  5. #1581 เงารัตติกาลมายา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 07:17
    โอ๊ยยย คือเป็นตาน่าสงสารตะเงาะเนอะ5555
    #1,581
    0
  6. #1577 bbphone114411m (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 22:53

    ชีวิตของโอดินนี่อนาถดีเเท้
    #1,577
    0
  7. #1408 Penkontalok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:19
    ฮ่าาาาา เอาแล้วไงง
    #1,408
    0
  8. #1254 trp1021 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:21
    แจ็คพอตแตกมนสนามรบไม่พอ ยังมาเจอคำสาปอีก น้องคือทรุดแล้ว 5555555
    #1,254
    0
  9. #1203 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:34
    สงสารอ่ะ แต่ขำ5555
    #1,203
    0
  10. #1122 ฺBedroom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:49

    เพราะตอนนั้นระบุรายละเอียดไม่ครบถ้วนสินะ วงวารน้องเสียจริง

    #1,122
    0
  11. #885 JHTEN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 22:33
    เป็นนี้คือตายอีกรอบก็ได้ ชีวิต
    #885
    0
  12. #858 love_forever 1992 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 07:28
    น้องงงงงง 555+
    #858
    0
  13. #757 bigbowka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 08:54
    ดีๆชอบๆ
    #757
    0
  14. #612 bophobia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 21:56
    ชาตินี้คงอดที่จะได้แอ้มหญิง5555
    #612
    1
    • #612-1 Anabella(จากตอนที่ 2)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:27
      5555 ดันมาเกิดในนิยายแบบนี้นี่นะ
      #612-1
  15. #395 thirasakpongsupa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 19:20

    สนุกจังเลยทําต่อไปน้าาา
    #395
    1
    • #395-1 Anabella(จากตอนที่ 2)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:14
      ขอบคุณค่า ติดตามไปจนถึงตอนจบด้วยนะคะ > <
      #395-1
  16. #220 Mistyblack (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 19:06
    โอโหหหห มีเมียหรือสามีกันแน่จ๊ะ
    #220
    1
    • #220-1 Anabella(จากตอนที่ 2)
      10 พฤศจิกายน 2562 / 20:57
      รอดูสถานการณ์บนเตียงได้เลยค่ะ!
      #220-1
  17. #38 เคเร้ย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 11:15

    ตลกน้องงงงง5555
    #38
    0
  18. #14 S_Moon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 09:37

    เป็นสงสาร
    #14
    0
  19. #13 ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 06:38

    โห งั้นใครจะฆ่าก็ทำได้ง่ายๆเลยสิเนี่ย ขอแค่ผู้หญิงแตะตัวได้ครั้งเดียวก็ตายแล้ว

    #13
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #13-2 Anabella(จากตอนที่ 2)
      29 กันยายน 2562 / 07:07
      ไม่ใช่ค่า > < คนที่ตายคือฝั่งผู้หญิงค่ะ ตามประโยค
      "หากแตะต้องละก็ผู้หญิงคนนั้นจะมีอันเป็นไป" ค่ะ
      #13-2
  20. #12 star rose (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 03:14
    สงสารแปลกๆ
    #12
    0
  21. #11 bambamu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 19:58
    ซวยแท้ๆเลยโอดิน 5555
    #11
    0