[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 12 : ประกาศครั้งที่ 11 รินดาของผมเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์!?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,104 ครั้ง
    13 พ.ย. 62

ประกาศครั้งที่ 11 รินดาของผมเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์!?


หลังจากนั้นการอาบน้ำร้อนด้วยกันที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมของมาร์ลันน้อย ผมก็ไม่เคยคิดชวนพวกเขามาอาบน้ำด้วยกันอีกเลย...


แถมตอนนี้ผมก็เข้าหน้าบริทท์ไม่ติดแล้วด้วย


พวกเราเวลาเจอหน้ากันถ้าไม่กระอักกระอ่วนใส่ ก็ต้องเมินไปคนละทาง บาดแผลในตอนนั้นคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าผมจะทำใจลืมๆ มันไปได้ หวนนึกถึงความอับอายครั้งนั้นทีไรผมก็อยากจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องจริงๆ


ยังดีที่อาซรากับยูดัมรู้ว่าผมไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์นั่นจึงพยายามชวนคุยเบี่ยงประเด็น ทั้งไม่พูดเรื่องบริทท์ออกมาเลยด้วย ราวกับว่าพระชายาอีกคนไม่มีตัวตน กระนั้นเมื่อวันเวลาผ่านไป ผมที่ใช้เวลากับอาซราและยูดัมมากเป็นพิเศษ ทำให้เนลโลพูดขึ้นมาว่า


“ฝ่าบาท จะไม่สนใจรินดาสักหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ”


ตอนนี้มีข่าวลือภายในวังว่าผมทอดทิ้งบริทท์ เรียกว่าลือกันให้แซดจนอีกาทั้งสองยังคาบข่าวมาบอกกับผมได้ สาเหตุก็เพราะคนที่ได้เข้าออกวังของผมทุกวันมีแค่อาซรากับยูดัม ในขณะที่บริทท์กลับไม่ปรากฏตัวเลย


ผมไหวไหล่น้อยๆ “ทางนั้นเองก็ไม่สนใจข้าเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”


“แต่นั่นเพราะฝ่าบาทไม่เอ่ยปากชวนก่อน...”


“ตอนที่ยูดัมมาร่วมจิบฟิก้าก็ไม่เห็นเขามาขอข้าเลยนี่นา”


“จะมีใครหน้าด้- เอ่อ ใจกล้าได้เท่าจอร์ดล่ะพ่ะย่ะค่ะ”


เนลโลชะงักปากยามเอ่ยถึงยูดัม ผมอมยิ้มรู้ว่าอีกฝ่ายอยากจะบอกว่ายูดัมเป็นคนหน้าด้านหน้าทนไม่เหมือนอาซรากับบริทท์ ก็นะ รายนั้นเป็นคนเดียวที่กล้าพูดตรงไปตรงมาแบบไม่มีความเกรงใจ ซึ่งบางคำพูดถ้ารับไม่ได้ก็อาจจะพาลเกลียดยูดัมไปเลย


แต่ผมเป็นหัวหน้ามาเฟีย คำพูดแทงใจดำทั้งหลายผมโดนมาเยอะ ฉะนั้นจะบอกว่าหน้าหนาก็ได้ ผมชอบที่ยูดัมพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมและเกรงใจเนี่ยแหละ


“ข้าคิดว่าอาซราคงลงมือให้แล้ว แต่บริทท์ก็ไม่เห็นมานี่นา หมายความว่าเขาไม่อยากจะสานสัมพันธ์กับข้า เรื่องแบบนี้จะไปรบเร้าเซ้าซี้ได้ยังไง”


ข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับผม อาซราที่รับหน้าที่ดูแลฝ่ายในย่อมเป็นคนจัดการ ผมรู้นิสัยฟริกกาคนนี้ดี แถมมูนินยังบอกว่าเห็นอาซราเข้าออกวังบริทท์บ่อยๆ ด้วย คงไปเกลี้ยกล่อมเรื่องนี้แน่ๆ


เนลโลบีบมือเป็นกังวล “แต่ถ้าฝ่าบาทเอ่ยปาก คิดว่ารินดาคงจะมา...”


“มาตามคำสั่งน่ะเหรอ” ผมวางหนังสือประวัติศาสตร์ลงบนตัก ยิ้มอ่อนให้ข้ารับใช้ “ถ้าเขาไม่อยากมาด้วยใจจริง ก็อย่าไปบังคับเขาจะดีกว่า มันทำให้อึดอัด”


ผมไม่สนใจบริทท์นัก เมื่อเทียบกับอาซราและยูดัมแล้ว คุณค่าของเขายังเทียบกับสองคนนั้นไม่ได้เลย ไม่ว่าจะด้านอำนาจเกื้อหนุน ความสามารถและเชื้อสาย ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายที่หน้าตาดีที่เป็นแค่แจกันประดับตกแต่งให้สวยงามเท่านั้น


เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่ได้ เนลโลจึงเริ่มถอนหายใจอย่างปลงๆ “แล้วแต่พระประสงค์ของฝ่าบาทเถิดพ่ะย่ะค่ะ”


“ดีมาก” ผมลูบหัวเนลโลทีหนึ่งเพื่อเป็นรางวัล จากนั้นก็ลุกขึ้น “เอาละ ถึงเวลาไปยืดเส้นยืดสายแล้ว”


“จะเสด็จไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ อุทยานหรือว่าคอกสัตว์?”


“แน่นอนว่าคอกสัตว์ ข้าอยากไปเยี่ยมสเลปไนร์หน่อย ไม่ได้เจอสักพักแล้วด้วย”


ตัวผมที่ต้องกินข้าวสามมื้อบวกกับของว่างอีกหนึ่งเวลา กังวลเรื่องหุ่นของตัวเองแต่ก็ไม่อาจห้ามปากที่มีต่ออาหารรสเลิศพวกนั้นได้ จึงเปลี่ยนมาออกกำลังกายเยอะๆ นอกจากจะตื่นมากายบริหารเบาๆ แล้ว ยังฝึกต่อสู้ในช่วงบ่ายและก่อนพลบค่ำก็เดินเล่นอีกที หาเรื่องเผาผลาญแคลอรีที่กินไป


“เช่นนั้นช่วยรออีกสักหน่อยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีงานหนึ่งที่ต้องสะสางก่อนจึงจะตามเสด็จไปด้วยได้”


เนลโลกล่าว ปกติข้ารับใช้คนนี้จะตามติดผมเป็นเงามาตลอด เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวบอกว่าไปด้วยกันไม่ได้ในทันทีเพราะมีธุระ


ผมเลิกคิ้วขึ้น “งานอะไรที่ต้องสะสางเหรอ?”


“ฉลองพระบาทของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ ได้ยินว่าช่างทำรองเท้าทำเสร็จแล้วจะส่งมาวันนี้ กระหม่อมเลยต้องมารอตรวจสอบ”


เมื่อหลายวันก่อนจู่ๆ รองเท้าที่ผมใส่ประจำมันคับขึ้นมา แถมยังกัดด้วย พอให้ช่างมาตัดเย็บแล้วก็ได้ผลสรุปว่าเท้าผมมีขนาดเพิ่มขึ้นมาหนึ่งนิ้ว จึงต้องทำรองเท้าใหม่ขึ้นมาระหว่างนี้ผมก็ใส่รองเท้าสำรองที่นอกจากจะไม่สบายเท้าแล้วยังหลวมอีกด้วย


“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยู่รอก็ได้ เดี๋ยวข้าไปเดินเล่นคนเดียวเอง” ผมบอกไป


เนลโลไม่สบายใจนัก “ไปคนเดียวจะดีหรือพ่ะย่ะค่ะ ถ้ายังไงให้ข้ารับใช้กับองครักษ์ติดตาม...”


“เฮ้ๆ เรายังอยู่ในแอสการ์ดกันอยู่นะ แถมมีทหารเดินเวรยาม พวกข้ารับใช้นางกำนัลเดินกันขวักไขว่จะมีอันตรายอะไรได้เล่า” ผมกล่าวกับเนลโลที่คิดมากและคิดแง่ลบเกินไป “ไม่เป็นไรหรอก แค่เดินเล่นเอง ข้าไปได้น่า”


ขนาดบอกแบบนี้แล้วเนลโลก็ยังไม่วางใจ เขายอมให้ผมไปคนเดียวได้ แต่ขากลับให้รอเนลโลมารับ ทำอย่างกับผมเป็นเด็กแล้วเจ้าตัวเป็นผู้ปกครองของผมเลย


แต่ผมคร้านที่จะบ่ายเบี่ยง เลยยอมให้เนลโลมารับตอนกลับได้ ทำให้ผมออกจากวังมุ่งหน้าไปคอกสัตว์ได้เสียที


เส้นทางที่มุ่งตรงไปคอกสัตว์คือไปทางใต้ ลัดเลาะผ่านอุทยาน สระน้ำและป่าโปร่ง ผมมาเดินเล่นในช่วงที่แสงอาทิตย์กำลังโรยรา อากาศจึงไม่ร้อนเกินไป ผมสูดกลิ่นอายของธรรมชาติเข้าปอด ขณะก้าวไปเรื่อยๆ ตามทางจนมาถึงคอกสัตว์ในที่สุด


คอกสัตว์ที่ผมเคยจินตนาการไว้ก็คือมีแต่ม้าหรือวัว ในความจริงกลับมีสัตว์ประหลาดเยอะแยะ ทั้งมังกรพันธุ์แคระ ต้นไม้ที่มีแขนขา นกยักษ์ เปกาซัส รวมถึงงูยักษ์ ของที่เคยเห็นในรูปแบบฉบับซีจี บัดนี้ของจริงมาอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ต่างอะไรกับสวนสัตว์


ผมจำได้ว่าตอนมาที่นี่ครั้งแรกนั้นตื่นเต้นแค่ไหน ถึงกับเกาะแขนเนลโลแล้วเขย่า ภาพที่เห็นตรงหน้ามันคือของจริงใช่ไหม ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!?


“ว้าว! ยอดไปเลย ไม่ยักรู้ว่าวังของเรามีสัตว์มากมายขนาดนี้!”


“ส่วนใหญ่ใช้เป็นพาหนะขี่กับลากรถพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลตอบมองผมที่ระริกระรี้อยากจะลูบปีกของเปกาซัสด้วยความเอ็นดู “แต่ก็มีสัตว์บางชนิดเช่นกันที่ถูกเลี้ยงเพื่อใช้เป็นยา”


“อย่างนี้นี่เอง ถึงได้มีสัตว์มากมายขนาดนี้!”


หลังจากนั้นน่ะเหรอผมก็รี่ไปเข้าหาสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในคอก ไม่เว้นแม้แต่งูยักษ์ก็ไปโอบกอดมัน หลังจากนั้นผมก็ได้รับสายตากึ่งระอากึ่งเอ็นดูจากเนลโลไปอีกพักใหญ่


ผมเอามือไพล่หลัง กึ่งเดินกึ่งกระโดดอย่างอารมณ์ดีเพื่อจะเข้าไปในคอกแต่ในตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงเพลงล่องลอยมาต้องหู


เป็นเสียงของผู้ชายแน่ๆ ทว่าเนื้อเสียงกลับคุ้นหูอย่างน่าประหลาด ผมนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเสียงนี้คือเสียงใคร สุดท้ายจึงเดินเข้าไปหาต้นตอของเสียง


เมื่อผมเข้าไปใกล้เสียงที่ว่าก็เริ่มชัดขึ้น เสียงนั้นอ่อนโยนอย่างยิ่ง แถมฟังสบายหู คำนิยามในแบบที่ผู้หญิงชอบพูดกันก็คือเสียงนุ่มจนแทบละลายนั่นแหละ ข้างๆ คอกสัตว์มีป่าโปร่งอยู่ ผมแหวกพุ่มไม้เข้าไปแล้วก็เห็นว่าที่ใต้ร่มเงาไม้นั้นมีชายผู้หนึ่งนั่งอยู่แถมยังรายล้อมไปด้วยสัตว์นานาชีวิตอีกด้วย


อีหยังวะ!?


ผมถึงกับหลุดภาษาอีสานในใจออกมา เมื่อเห็นว่าผู้ที่นั่งร้องเพลงพร้อมกับมีสิงสาราสัตว์ห้อมล้อมประหนึ่งภาพซ้อนทับของเจ้าหญิงดิสนีย์นั่นคือ บริทท์!


ไม่น่าเชื่อว่าผมจะได้เจอเจ้าหญิงดิสนีย์ในชีวิตจริง ดูสิ ทั้งกระรอกที่เกาะบนบ่าเอย กระต่ายน้อยกับแมวป่าที่นั่งบนตักและไหนจะนกที่บินรอบๆ ยังไม่รวมงูตัวเล็กแล้วก็กวางน้อยอีกนะ ภาพตรงหน้ามันโคตรจะมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งมากๆ!


เชื่อว่าใครมาเห็นสีหน้าผมตอนนี้คงนึกขำแน่นอน ผมไม่อาจหุบปากที่อ้าค้างด้วยความตกตะลึงของตัวเองได้เลย สัตว์พวกนั้นไม่ได้มีท่าทีจะเกรงกลัวบริทท์ ตรงข้ามพวกมันดูเป็นมิตรอย่างไม่น่าเชื่อ ดูสิ ขนาดงูยังนอนขดอยู่ตรงเข่าของอีกฝ่ายเลย


บริทท์ไม่รู้สึกตัวว่ามีผมอยู่ เจ้าตัวหยุดร้องเพลงแล้วเปลี่ยนมาลูบพวกมันเล่นทีละตัว


“ขอโทษนะที่ข้าไม่ได้เยี่ยมพวกเจ้าบ่อยๆ ยังสบายดีกันทุกตัวใช่ไหม?”


พอถามออกไปสัตว์เหล่านั้นก็พากันขานรับราวกับมันฟังภาษาคนรู้เรื่อง บริทท์ยิ้มจนดวงตาสีใบไม้หรี่ลงเป็นพระจันทร์เสี้ยว


“สบายดีกันทุกตัวสินะ ดีจัง ข้าไม่ได้ทำงานเป็นข้ารับใช้ที่คอกสัตว์นี้แล้วก็กังวลเกี่ยวกับพวกเจ้ามาตลอด ขอโทษนะที่พาไปเลี้ยงที่วังของข้าไม่ได้ ที่นั่นไม่มีป่า เกรงว่าจะทำให้พวกเจ้าไม่สบาย”


จริงสิ ได้ยินจากเนลโลว่าก่อนจะมาเป็นพระชายา บริทท์เคยเป็นข้ารับใช้ประจำคอกสัตว์นี้ เพราะมีพรสวรรค์ในการทำให้สัตว์เชื่องได้หรือเปล่านะ ถึงถูกส่งให้มาทำงานที่นี่น่ะ


ผมมองบริทท์ผิดไปแล้ว เขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาอย่างที่คิด ต่อให้เป็นที่รักของสัตว์มากแค่ไหนก็เถอะ ไม่มีทางเลยที่สัตว์จะเชื่องกับเขาได้แบบนี้


ถ้าวันนี้ผมไม่มาที่นี่คงไม่ได้เห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ของบริทท์ ใครจะนึกเล่าว่าตัวสูงโย่ง แถมยังดูขรึมๆ ซุ่มซ่ามหน่อยๆ แบบนี้จะมีมุมสโนว์ไวท์ด้วย ระดับความน่าเป็นมิตรด้วยเพิ่มขึ้นศูนย์จุดห้าจากที่ปกติให้ศูนย์คะแนนน่ะนะ


ผมไม่อยากไปรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ของอีกฝ่าย วกเท้าจะกลับไปที่คอกสัตว์ แต่แล้วก็มีกลุ่มผู้ชายสามคนเดินตรงเข้ามาหาบริทท์ ดูจากเครื่องแต่งกายก็บ่งบอกแล้วว่าเป็นแค่ข้ารับใช้ แต่ท่าทีที่กร่างแล้วยังหาเรื่องกลับขัดลูกตาของผมเหลือเกิน


อืม... ขอดูสักหน่อยดีกว่า


ผมไม่ใช่คนช่างเสือกนะ แค่อยากรู้อยากเห็นเฉยๆ!


***********************************************


“มานั่งร้องเพลงเงียบเหงาเชียวนะพ่ะย่ะค่ะ รินดา”


ฝ่ายนั้นทักทาย สีหน้าเต็มไปด้วยรอยเยาะเย้ย เมื่อมีคนแปลกหน้าโผล่มาพวกสัตว์ที่รายล้อมอยู่ก็แตกกระเจิงกลับเข้าป่า บริทท์ทำหน้าไม่พอใจที่เพื่อนของเขาถูกทำให้กลัว


“เงียบเหงาตรงไหน? เมื่อกี้ไม่เห็นหรือว่ามีเพื่อนมากมายอยู่กับข้า แต่ถูกพวกเจ้าทำให้กลัวจนเผ่นหนีไปหมด”


บริทท์ลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นที่ติดตามตัว พอได้ยืนเต็มความสูงแล้วก็เหมือนจะข่มทั้งสามหน่อที่มาหาเรื่องได้หน่อย ทว่าคนพวกนั้นก็ยังไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้


“สัตว์พวกนั้นน่ะเหรอพ่ะย่ะค่ะ? โถๆ รินดาทรงเหงามากจนต้องเอาสัตว์พวกนั้นมาเป็นเพื่อนเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ อย่างว่าแหละพระองค์เป็นแค่พระชายาไร้ประโยชน์ ไร้อำนาจช่วยเหลือโอดิน หน้าตารึก็สู้ฟริกกากับจอร์ดไม่ได้ เล่นมารยาปีนเตียงโอดินเอา หึ ผลเป็นยังไงเล่า? ฝ่าบาทก็หมางเมินพระองค์อย่างไรล่ะ!”


เยาะเย้ยเสร็จพวกมันก็หัวเราะชอบใจ ผมไม่รู้เลยว่าข่าวลือที่ผมไม่สนใจบริทท์จะกลายเป็นชนวนให้เอามาล้อได้แบบนี้ ในใจจึงโกรธอยู่บ้าง เมื่อผมมองไปที่บริทท์ก็พบว่าดวงตาสีเขียวของเขาวาวโรจน์ กำหมัดแน่นข่มกลั้นอารมณ์อยู่


“พูดจาอะไรระวังปากหน่อยนะ ยังไงข้าก็เป็นถึงรินดา!”


“เป็นรินดาแล้วยังไง? พระองค์จะวิ่งโร่ไปฟ้องโอดินเหรอพ่ะย่ะค่ะ” ฝ่ายนั้นหัวเราะขบขัน เสียงหัวเราะเสียดแทงใจคงฟังและเพิ่มความเดือดแค้นมากขึ้น “เจ้ามันก็แค่รินดาที่โอดินทอดทิ้ง! จะทำอะไรพวกข้าได้กันล่ะ ถ้ากล้าลงมือเล่นงานพวกข้าก็เอาสิ!”


อีกฝ่ายกางแขนออกเหมือนจะบอกว่าแน่จริงก็เข้ามา ผมมองการโต้เถียงนั้น คิ้วกระตุกรัวๆ แทนคนโดนหาเรื่อง เจ้าสามหน่อโง่นี้ผมหมายหัวเอาไว้แล้ว เดี๋ยวต้องจัดการสั่งสอนเสียหน่อย ถึงผมจะไม่ได้โปรดปรานบริทท์ดังที่ว่า แต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกพระชายาของผมได้!


ผมกำลังจะโผล่หน้าออกไปเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ทว่ายังไม่ทันได้เป็นฝ่ายลงมือ บริทท์ก็ลงมือก่อนแล้ว คนโดนหาเรื่องเหวี่ยงหมัดซัดไปที่หน้าคนท้าทายเต็มเหนี่ยว จนคนถูกต่อยปลิวไปไกลสักห้าเมตรได้...


เอิ่ม พระชายาของผมแรงดีทุกคนเลยนะ มิน่าล่ะถึงฆ่ามาร์ลันตายง่ายๆ แบบนี้ ผมเงิบอย่างบอกไม่ถูก ถอยเท้ากลับมาอยู่หลังพุ่มไม้ ขอเป็นผู้สังเกตการณ์ตามเดิมดีกว่า


อีกสองคนที่ยังไม่ถูกชกตะลึง คงไม่คิดว่าบริทท์จะกล้าลงไม้ลงมือ พระชายาของผมทำหน้าเหี้ยมเกรียม บีบมือเข้าหากันเสียงดังกรอบแกรบ ท่าทางยังไม่สาแก่ใจ


แหมๆ ดูเหมือนสโนว์ไวท์คนนี้จะสวมเกราะเหล็กนะ คงไม่ต้องช่วยแล้วละมั้ง ผมยกยิ้มมุมปากเอนตัวพิงต้นไม้มองดูเรื่องสนุก


“อย่าคิดว่าข้าจะเห็นแก่หน้าตาและตำแหน่งตัวเอง ทำเป็นนิ่งเฉยให้พวกเจ้าข่มเหงนะ ใช่ ข้าไม่เป็นที่โปรดปรานแล้วยังไงล่ะ! แต่เรื่องที่ว่าข้าคือรินดาก็เป็นเรื่องจริงอยู่ดี ข้าจะไม่ยอมให้ตำแหน่งของข้าต้องมัวหมอง รวมถึงไม่ยอมให้เสียไปถึงฝ่าบาทด้วย ข้าใช้อำนาจไม่ได้ก็ขอสั่งสอนพวกเจ้าด้วยหมัดเพียวๆ นี่แหละ!”


บริทท์ตะโกนอย่างห้าวหาญ สลายภาพลักษณ์เด็กเนิร์ดที่มีมา ผมมองแล้วรู้สึกประทับใจ เจ้าตัวไม่สนเรื่องความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมแต่ขอได้สั่งสอนให้รู้ที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง ซึ่งแบบนี้โคตรถูกใจผมเลย!


ผมไม่ชอบคนที่อ่อนแอและไม่ชอบคนที่ปล่อยให้ตัวเองถูกรังแก หากถูกเล่นงานมาก็ควรจะสู้กลับ เหมือนหมาที่วิ่งสู้ฟัด กัดศัตรูให้จมเขี้ยว นั่นแหละถึงจะดี!


ผมไม่ควรยื่นมือไปช่วยจริงๆ เอาไว้บริทท์เล่นจนหน้ายับแล้วค่อยโผล่ไปช่วยซ้ำเติมแล้วกัน ผมคิดอย่างชั่วร้าย


ในตอนนั้นเองที่คนถูกต่อยลุกขึ้นยืน จมูกของอีกฝ่ายมีเลือดไหลแถมฟันซี่หน้ายังหักไปสามสี่ซี่ รู้เลยว่าโดนต่อยแรงแค่ไหน


“แก... แกช่างกล้านักนะ! ได้ ทีแรกข้าจะเก็บรูนนี้เอาไว้ขายต่อคนอื่น แต่เอามาใช้สั่งสอนแกก็แล้วกัน! ”


ว่าแล้วคนพูดก็ควักเอาก้อนหินออกมา มันคือเครื่องรางที่สลักอักษรรูนเอาไว้ ตัวอักษรเปล่งแสงสีทองสว่างไสว มันคือของจริงที่เขียนด้วยผู้มีพลัง ไม่ใช่อักษรที่เด็กมาเขียนเล่น


“แกจงหายไปซะ ไรโด! (รูนแห่งการเดินทาง) ”


ก้อนหินถูกเขวี้ยงออกไป แต่อนิจจาคนขว้างคงโดนต่อยจนตาลายไปแล้ว มันถึงได้เฉห่างจากเป้าหมายแล้วมันดันมาทางที่ผมอยู่พอดี


“ไอ้บ้าเอ๊ย!”


อะไรจะดวงซวยขนาดนี้ฟะ!? ผมแค่มายืนดูเฉยๆ ดันถูกลูกหลงซะงั้น


“ฝ่าบาท!”


ผมได้ยินเสียงของบริทท์ พอหันไปอีกฝ่ายก็วิ่งตรงมาที่ผมพร้อมกับยื่นมือออกมา


ผมยื่นมือออกไปเกี่ยวนิ้วของบริทท์เอาไว้ได้ ทว่าอักษรรูนนั้นกลับระเบิดออกมาเสียก่อน


พลังของมันดูดร่างของพวกเราเข้าไปแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นความมืดมิด


“มะ เมื่อกี้ฝ่าบาท... ใช่หรือเปล่า”


หนึ่งในสามหน่อนั่นถามเสียงสั่น เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนมองไม่ทัน ที่เห็นเพียงชั่วแวบก็คือผู้ชายที่มีผมสีทองยาว ในดินแดนแอสการ์ดนี้จะมีใครเส้นผมสีทองยาวได้อีกนอกจากโอดิน!


“มะ ไม่มั้ง! เป็นไปไม่ได้!”


คนที่ขว้างหินรูนก็ปากคอสั่นงึกๆ ไม่อยากยอมรับความจริงว่าหากคนที่ถูกรูนไรโดส่งไปคือโอดินจริง พวกเขาจะมีชะตากรรมอย่างไร


“ขะ ข้าว่าไม่เป็นไรหรอก! มะ ไม่มีใครรู้นี่นา! นะ นอกจาก...”


“พวกเราใช่ไหม?”


เสียงที่สี่ดังขึ้นมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้ชายทั้งสามสะดุ้งโหยง เหลียวมองไปยังต้นเสียงช้าๆ ก่อนที่ใบหน้าของพวกเขาจะไร้สีเลือด


“วะ วิลี!?”


คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทั้งสามคือเนลโล ที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นข้ารับใช้คนสนิทที่สุดของโอดิน เนลโลเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ทุกอย่าง แต่ว่าไปช่วยเหลือเจ้านายไม่ทัน ทำให้ตอนนี้สีหน้าของที่เคยนอบน้อมอ่อนโยนเสมอแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ดวงตาสีเชสนัทฉายแววโกรธเกรี้ยวชนิดที่ผู้สบตายังต้องสั่นสะท้าน


“เฮือก!”


ทั้งสามถูกสายตากดดันจนเข่าอ่อนไปนั่งที่พื้น เนลโลย่างสามขุมเข้ามาแล้วกระชากตัวผู้ก่อเหตุขึ้น เส้นเอ็นปูดโปนที่ข้อมือยามจับคอของอีกฝ่ายให้มาเผชิญหน้ากับเขา


เมื่ออันตรายขององค์เหนือหัวอยู่ในกำมือของเนลโล ท่าทีที่เคยใช้ตามปกติจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป แม้ในหัวยามนี้เขาอยากจะกระชากร่างของพวกมันเป็นชิ้นๆ ข้อหาที่ทำร้ายฝ่าบาท แต่ก็ต้องยั้งมือเอาไว้ก่อน และเปลี่ยนมาใช้รัศมีเย็นเยือกกดดัน เค้นคำตอบจากข้ารับใช้ทั้งสามแทน


“บอกมา เมื่อกี้พวกเจ้าใช้ 'ไรโด' ส่งพวกเขาไปที่ไหน!?”


ลองเจอแบบนี้จะมีใครหาญกล้าไม่ตอบได้หรือ...


*ดีใจที่มีคนเอ็นดูบริทท์กันเยอะ แต่เห็นน่ารักแบบนี้ พี่แกก็ห้าวไม่เบานะคะ 55555 มาร์ลันของเราซวยอีกแล้ว ไปผจญภัยกับบริทท์สองคนจะเป็นยังไงกันน้า ไว้มาต่อตอนหน้านะคะ

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.104K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2179 Po-inKd (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 04:49
    แอบหงุดหงิดนิดๆที่คิดว่าน้องเข้าหาคนด้วยเพราะมีประโยชน์
    #2,179
    1
    • #2179-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 12)
      3 พฤษภาคม 2564 / 18:53
      ตามนิสัยของมาเฟียก็แบบนี้แหละค่ะ ^ ^
      #2179-1
  2. #2154 knunkim (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 15:12

    ทำไมเนลโลกับบริทดูกร๊าวใจจังวะ

    #2,154
    1
    • #2154-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 12)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:53
      พวกเขาต้องมีด้านเท่ๆ กับเขาบ้างค่ะ 55555
      #2154-1
  3. #2140 เมากาวในดงนิยายวาย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 18:08
    อ่านถึงตรงนี้แล้วแบบ;_; น้อง..น้องใช้คำว่าไร้ประโยชน์ พอเขามีความสามารถก็เข้าหางี้เหรอ;_;???
    #2,140
    0
  4. #2115 Yok Poog (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 21:10
    เขาคือเจ้าหญิง แต่บทบาทคือเจ้าชายค่ะ กิ้วๆ เนลโลลูกกกกฉันชอบเขาน่ารักกกก ความปกป้อง~
    #2,115
    0
  5. #1892 chalillxx_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 13:29
    พออ่านตรงครสของมาลันกับรินดาแล้วรู้สึกว่าแบบมาลันไม่มีความรักให้ใครเลยอะ เหมือนทุกอย่างทำเพราะความอยู่รอดงี้ กับรินดายิ่งแล้วใหญ่เลยคำว่าไม่มีประโยชน์คือแรงมาก ชั้นเป็นรินดาคือร้องไห้เปียกปอน แต่เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานอะเนอะ ความผูกพันธ์คงยังไม่มีอะ รอดูต่อไปจ่ะ
    ปล.เนลโลทำให้ชั้นรส.ว่านางเป็นพระเอกจัดๆอะ ปกป้องตามใจ บทโหดก็เบอร์หนึ่งเลยคนนี้ เอ็นดู
    #1,892
    0
  6. #1264 trp1021 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:55
    อยากรู้ว่าคนสุดท้ายจะลงเอยยังไง น่าสนใจจริงฟ
    #1,264
    0
  7. #1108 milksz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:48
    พูดกันตรงๆนะไม่ชอบความคิดนางเท่าไรแต่ก็เข้าใจว่าเคยเป็นมาเฟียมาก่อนเลยมีความคิดที่ว่าคนรอบตัวต้องมีประโยชน์กับตัวเองถ้าไม่มีก็ไม่สนใจใยดี แต่ตัวเองเป็นเทพนะเคยลงโทษคนที่รังแกมนุษย์แต่ตัวเองก็ถือเรื่องฐานะจัดเลยเหมือนกันไม่ใช่หรอ??รู้ว่าเป็นโอดินแต่เรื่องถือตัวนี่ลดลงหน่อยเถอะ ทิฐิสูงค้ำฟ้าตกลงมาเจ็บหนักนะบอกก่อน แต่ก็มันก็แล้วแต่เนื้อเรื่องจะนำพาละนะ...สนุกดีแรกๆน้องน่าเอ็นดูดี
    #1,108
    1
    • #1108-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 12)
      5 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:21
      ขอบคุณที่เอ็นดูมาร์ลันค่ะ > <
      #1108-1
  8. #1097 Burning Princess (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:48
    บอกเลยว่าเทใจไปทางเรือดารินเเล้ว......
    #1,097
    1
    • #1097-1 Burning Princess(จากตอนที่ 12)
      3 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:49
      อะเเฮ่ม......เเก้ไขจำผิดรินดานะงับ เทใจไปเต็มๆเลย!
      #1097-1
  9. #869 love_forever 1992 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 21:36
    ไม่ได้ขอบหาเรื่อง อยู่ดีๆเรื่องก็วิ่งมาหาเอง 555+ โอ้ยสู้ๆนะทั้ง 2 คน
    #869
    0
  10. #720 sakura17 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 21:47
    บริทท์ โอกาสมาแล้ว!555

    บอสลับตัวจริงคือเนลโล555
    #720
    0
  11. #620 bophobia (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:34
    เหมือนเข้ารูทชายาทีละคน5555
    #620
    1
    • #620-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:31
      เราต้องให้พวกเขาค่อยๆ ฉายเดี่ยวค่ะ > <
      #620-1
  12. #309 irene612 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:11
    ที่อ่านมาตลอดนี่คิดว่าน้องเป็นเมะมาตลอดเลยที่แท้เป็นเคะหรอกหรือ //มาต่อโว้ยๆๆ
    #309
    1
    • #309-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 06:20
      ทุ่มกว่าๆ ของวันนี้ไรท์จะมาลงตอนต่อนะคะ รออ่านได้เลย
      #309-1
  13. #308 Kiki_kung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 14:22

    อ่านเพลินมากครับ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วง่ะ มาต่อเร็วๆนะคับบบบ^^
    #308
    1
    • #308-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 06:18
      ตอนต่อไปมาวันนี้ค่า มารอได้ตอนทุ่มกว่าๆ เลยนะคะ
      #308-1
  14. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 07:32
    อ่านเพลินเลย แงงง อยากอ่านต่อ โอดินกับบริทจะเป็นไงต่อ
    #307
    1
    • #307-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      ตอนต่อไปจะมาลงวันนี้ค่ะ มารอได้ตอนทุ่มกว่าๆ เลยน้า
      #307-1
  15. #306 18020 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 06:06
    เนื้อเรื่องน่าติดตาม อ่านตั้งแต่ตอนแรกเพลินเลย รอตอนต่อไปนะครับ :)
    #306
    1
    • #306-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 06:13
      ขอบคุณค่ะ ตอนต่อไปมาเร็วๆ นี้ค่ะ > <
      #306-1
  16. #305 bjjtatip2340 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 19:57
    เอ็นดู หวังว่าจะได้ดูเอ็นชายาทั้งงสามเร็วๆนะเพคะ องค์ราชา ฮิ้ววว
    #305
    1
    • #305-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 06:12
      ดูเอ็นพระชายาเลยหรือคะ 5555
      #305-1
  17. #303 Lollipop _sweet (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 16:34
    ชอบมากๆๆๆๆ เอ็นดูน้อง5555
    #303
    1
    • #303-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      16 พฤศจิกายน 2562 / 06:11
      ขอบคุณค่ะ รักน้องเยอะๆ น้า > <
      #303-1
  18. #302 Harrynaki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 02:42
    เพิ่งมาตามจ้าา ฮืออ น่ารักมาก ชอบ ๆ มาร์ลันเราจะมีหนุ่ม ๆ ในฮาเร็ม 3 คนใช่ไหมคะ ไม่มีอีกแล้วใช่ไหมม
    #302
    1
    • #302-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      15 พฤศจิกายน 2562 / 12:28
      มันไม่ได้มีแค่สามคนนี้แน่นอนค่ะ 5555
      #302-1
  19. #301 chalak_Mt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 14:22

    ดีนะเนี่ย ทำไมน่าเอ็นดู
    #301
    1
    • #301-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 18:58
      ขอบคุณที่เอ็นดูค่ะ > <
      #301-1
  20. #300 NongYingNutty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 14:19
    ไปผจญภัยหรือไปเดทน้า แค่กๆ 5555555
    #300
    1
    • #300-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 18:57
      นั่นสิดูเหมือนเดทเลยเนอะ 5555
      #300-1
  21. #298 chalisa1111 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 10:00
    อย่างนี้ก็จับทำเมีย(เอ้ะ หรือผัว?)ซะเลยสิ!
    #298
    1
    • #298-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 18:56
      มารอดูกันว่ามาร์ลันจะจับทำผั- เอ๊ย! ทำเมียหรือไม่ค่ะ
      #298-1
  22. #297 tae95123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 05:41

    สนุกมากค่ะ
    #297
    1
    • #297-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 06:22
      ขอบคุณมากค่ะ
      #297-1
  23. #296 เทียแมต (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 04:06
    ชอบมากก
    #296
    1
    • #296-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 06:22
      ดีใจที่ชอบนะคะ
      #296-1
  24. #295 I'm Princess. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 02:41
    สำหรับเรื่องนี้...ฮาเร็มจงเจริญ!!! แฮร่~
    #295
    1
    • #295-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 06:22
      จงเจริญ!
      #295-1
  25. #294 ชาร์ลอตตี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 02:23
    อ่านรวดเดียวเลย ชอบอ่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #294
    1
    • #294-1 Anabella(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 06:22
      ขอบคุณค่ะ ตอนต่อไปมาเร็วๆ นี้ค่ะ
      #294-1