ดวงใจเจ้าเพลิง (yaoi)[สำนักพิมพ์ไร้กรอบ]

ตอนที่ 7 : อดีตที่ไม่อาจเรียกคืน สิ่งที่ต้องปกปิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ย. 62

เพลิงที่ 6 อดีตที่ไม่อาจเรียกคืน สิ่งที่ต้องปกปิด

ว่ากันว่าช่วงเวลาในวัยเด็กอาจจะเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด

เป็นเด็กไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย ความไร้เดียงสานั้นทำให้นึกถึงแต่เรื่องการเล่นสนุก เสียงหัวเราะ ครอบครัว อาหารที่ทำให้อิ่มท้องและที่พักพอหลบแดดหลบฝน ไม่มีความกังวลอื่นใดมากล้ำกลายในวัยนั้นนอกจากเรื่องพวกนี้อีกแล้ว

เซมันชอบไปวิ่งเล่นไล่จับในทุ่งกว้างที่อยู่ไม่ไกลจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ร่วมกับเพื่อนๆ และพี่น้องทุกคน แต่วันนี้พิเศษกว่าทุกวันตรงที่เพื่อนของเขาคนหนึ่งก็ออกมาเล่นกับทุกคนด้วย

โรเนียร์ที่มักจะนอนซมอยู่บนเตียงเกือบตลอด วันนี้กลับมีท่าทีที่สดชื่นขึ้น เขาหัวเราะเสียงดังมากกว่าใคร ยิ้มแย้มอย่างสดใสดั่งดวงตะวัน แก้มที่ซูบซีดมีเลือดฝาดบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี เจ้าตัวก็วิ่งไล่ตามเขาด้วยความเร็วไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากั

“จับตัวได้แล้ว!”

โรเนียร์คว้าไหล่เซมันได้ ด้วยแรงดึงทำให้ทั้งสองกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหญ้า ก่อนจะนอนแผ่หราเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกับหัวเราะ เศษหญ้าพวกนั้นโดนลมปลิวว่อนขึ้นไป ก่อนจะหล่นลงมาตามตัวพวกเขา

“ฝีมือเจ้าไม่เลวเลย! เก่งพอๆ กับมาโอด้วยซ้ำ!”

เซมันกล่าว คนที่ได้รับคำชมกลับยิ้มจาง 

“แต่ข้าว่าไม่มีใครสู้มาโอได้หรอกนะ เขาน่ะทั้งแข็งแรง ฉลาด มีพลังเวทย์มากกว่าใคร คนอื่นๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต่างก็รัก ไม่เหมือนข้าหรอก...”

ถ้อยคำนั้นแฝงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและติดจะอิจฉาอยู่นิดๆ เซมันตะแคงข้างมา คว้ามือของอีกฝ่ายมาเกาะกุมไว้

“โรเนียร์ก็คือโรเนียร์! เจ้าก็มีดีในแบบของตัวเอง! ไม่ใช่เจ้าหรือไงที่สอนหนังสือเด็กๆ ทุกคนจนอ่านออกเขียนได้กันหมด! แล้วก็ไม่ใช่เจ้าเหรอที่คอยปลอบโยนเด็กๆ ขี้กลัว จนทุกคนยอมเปิดใจให้! ข้าว่าคนที่ทำเรื่องเหล่านี้ได้โดยที่ตัวเองก็ไม่แข็งแรง เป็นคนที่สุดยอดมากกว่าอีก!”

เซมันพูดไปก็เพิ่มแรงบีบที่มือไปด้วย สายตาบอกตามคำพูดนั้นทุกประการ จนโรเนียร์มีสีหน้าแช่มชื่น ยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“ขอบคุณนะ... มีแต่เซมันเนี่ยแหละที่พูดแบบนี้กับข้า เจ้าคือเพื่อนสนิทที่สุดของข้านะ”

“ไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวสักหน่อย! มาโอก็ด้วยนะ! เราสามคนเป็นเพื่อนรักกัน เจ้าก็ไม่ได้รังเกียจมาโอไม่ใช่เหรอ”

ยิ่งในระยะหลังเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น ทำให้บางครั้งเซมันก็เกิดความรู้สึกว่าถูกกีดกันอยู่นอกวง เพราะเวลาที่มาโอกับโรเนียร์คุยกัน บรรยากาศก็ผิดแผกไป ไม่เหมือนกับที่คุยกับเขา

โรเนียร์หลุบตาลง “ใช่... มาโอก็เป็นเพื่อน ข้าไม่ได้รังเกียจอะไรเขาหรอก”

“นั่นสิเนอะ เจ้าไม่มีทางเกลียดมาโอได้หรอก ข้าเองก็เหมือนกัน! ข้าชอบทั้งมาโอและโรเนียร์เลยนะ!”

เซมันพูดออกมาจากใจ โรเนียร์ยิ้มบาง แต่แววตาแฝงความหม่นหมอง พึมพำถ้อยคำบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน

“…แต่ยังไงข้าก็ไม่มีทางเป็นที่หนึ่ง”

“เจ้าว่าอะไรนะ ข้าไม่ค่อยได้ยินเลย”

เขาพยายามเอียงคอเพื่อจะฟังให้ชัดๆ อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นชวนไปเล่นกันต่อ เพราะพวกเขาแว่วได้ยินเสียงคนอื่นๆ ร้องเรียก

ในตอนนั้นเซมันคิดในแง่ดีสุดขั้วว่าโรเนียร์หายแล้ว แข็งแรงขึ้นแล้ว และคงไม่มีทางที่จะป่วยได้อีก แต่ที่ไหนได้นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เซมันได้เห็นโรเนียร์วิ่งเล่น... จากนั้นสองวันเพื่อนของเขาก็อาการทรุดหนักลง เริ่มจากร่างกายอ่อนแรง และตัวเย็นสลับร้อนเป็นพักๆ ใบหน้าที่สดใสก็ซูบซีดลงเต็มไปด้วยความทรมาน เซมันที่คอยดูแลอยู่ข้างกายเห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดใจ

ทำไม... คนดีๆ อย่างโรเนียร์ต้องมาเป็นแบบนี้ด้วย

เพื่อนของเขาอยากจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดายังทำไม่ได้เลยงั้นเหรอ

ต่อให้เซมันเสียใจมากแค่ไหน เขาก็พยายามฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้คนป่วยต้องรู้สึกเป็นทุกข์ หากไม่มีงานอะไรก็จะเป็นเขานี่เองที่คอยอยู่เป็นเพื่อนโรเนียร์

แม้สุดท้ายเพื่อนของเขาจะจบชีวิตลงก็ตาม...

พิธีศพที่จัดขึ้นจวบจนวันนี้เซมันยังจำได้ติดตา ทั้งบรรยากาศที่มืดครึ้มขมุกขมัวไปด้วยก้อนเมฆสีดำ เสียงของเด็กๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสะอื้นเป็นระลอก มือของมาโอที่สั่นระริกเกาะกุมเขาไว้ รวมถึงน้ำตาเย็นๆ ที่ไหลอาบแก้มเขายามเห็นใบหน้าอันนิ่งสงบ เยือกเย็นและไร้ชีวิตที่แผ่ออกมาจากเพื่อนสนิท

เขาจะไม่มีวันได้ยินเสียง ไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มและไม่มีวันได้พูดคุยกับเพื่อนรักคนนี้ชั่วนิรันดร์ 

ทั้งที่เป็นแบบนั้น แต่ทำไมโรเนียร์ที่น่าจะตายไปแล้วจึงยืนอยู่ตรงหน้าเขา อีกทั้งใบหน้า น้ำเสียง รวมถึงรอยยิ้มเป็นสิ่งที่แสนคุ้นเคยและคิดถึง ยิ่งได้มองก็รู้ว่าไม่มีทางที่จะเป็นคนอื่นไปได้ เซมันยิ่งกว่าแน่ใจว่าอีกฝ่ายคือโรเนียร์ เพื่อนรักของเขาจริงๆ

เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าโรเนียร์ยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่เขาปรารถนาจะเห็นมันอีกครั้งทำให้เซมันรู้สึกเต็มตื้นอยู่ข้างใน

“กะแล้วว่าเซมันต้องประหลาดใจ ได้เห็นสีหน้าแบบนั้นก็นับว่าคุ้มนะที่โผล่มาแบบกะทันหันอย่างนี้

อีกฝ่ายหัวเราะร่วน เซมันกลืนน้ำลายลงคอ ขยับเท้าเข้าไปใกล้คล้ายจะเอื้อมมือเพื่อไปสัมผัสว่าคนตรงหน้านั้นมีตัวตนอยู่จริง

“เจ้าคือโรเนียร์จริงๆ เหรอ แต่ว่า... ก็ข้าเห็น...”

เขาเคยเห็นศพของโรเนียร์กับตานะ... คนตายจะฟื้นได้ยังไงกัน โรเนียร์เป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่เหรอ ไม่ได้เป็นเผ่าบาจันผู้มีชีวิตยืนยาวเสียหน่อย

“จะให้เล่ามันก็ยาว ข้าไม่มีเวลามาอธิบาย เอาเป็นว่าข้าฟื้นขึ้นมาแล้วกัน จากความตายนะ”

โรเนียร์หมุนเศษเสี้ยวหัวใจในมือพร้อมกับยิ้มกริ่ม รอบตัวแผ่บรรยากาศอึมครึมประหลาดออกมา

แม้จะเป็นใบหน้าของโรเนียร์แต่ก็มีบางอย่างที่เซมันรู้สึกคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยอยู่ เขาเองก็บอกไม่ถูก แค่คิดว่าไม่เคยเห็นท่าทางแบบนั้นของโรเนียร์มาก่อน หรือจะเป็นผลพวงจากการไม่ได้เจอกันมานานหลายปี?

“แต่ข้าอยากจะคุยกับเจ้าให้รู้เรื่องนะ...”

เซมันทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่เอซุสที่เฝ้ามองการสนทนาอยู่พักใหญ่เอ่ยขึ้น 

“เซมัน ต่อให้เจ้ารู้จักชายคนนี้จริง แต่ข้าว่าอย่าเข้าใกล้จะดีกว่า”

ลืมไปเลยว่าที่นี่ยังมีราชาแห่งเผ่าบาจันอยู่ด้วย เพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับคนตรงหน้ามากเกินไปจนละเลยคนที่อยู่ข้างกาย ทว่าเซมันกลับแย้งขึ้น

“เขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของข้านะ เอซุส ไม่เป็นอะไรหรอกน่า”

ราชาแห่งเผ่าบาจันหรี่ตา “เจ้าคิดว่าไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ เซมัน”

“เอ๋?”

เจ้าชายลำดับสามมีสีหน้างงงวย เอซุสผินหน้าไปทางโรเนียร์ สีหน้าเครียดเคร่งกว่าเดิม
“เจ้าไม่รู้จริงๆ เหรอ หรือว่าเจ้าโดนความเป็นมิตรของเจ้านั่นฉาบอยู่หลอกลวงเสียแล้ว ดูให้ดีๆ สิเซมัน มีบางอย่างในตัวเจ้านั่นผิดปกตินะ”

โรเนียร์มีบางอย่างที่ผิดปกติ?

เซมันหันไปมองเพื่อนสมัยเด็กซึ่งยังยืนสบายๆ ส่งยิ้มมาให้กับเขา มองพิเคราะห์ทุกส่วนแล้วเขาก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดแปลก กระทั่งเมื่อก้มมองข้างล่างเขาจึงเห็นความไม่ปกติ

กระโจมแห่งนี้ทางเข้าเปิดออกเล็กน้อยพอให้มีแสงลอดเข้ามาข้างใน ทั้งที่เขา เอซุสและสิ่งของรอบตัวมีเงาจากแสงที่ส่องมากระทบ แต่โรเนียร์กลับไม่มีเงาที่ว่าราวกับอีกฝ่ายอยู่ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ ทั้งที่เจ้าตัวยืนหลบอยู่ในเงามืดกลับไม่โดนความมืดกลืนเข้าไป

มันผิดปกติจริงๆ เหมือนกับว่าตัวของโรเนียร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ยังไงยังงั้น!?

เอซุสเห็นสีหน้าของเซมันเปลี่ยนไป จึงกล่าวว่า

“รู้แล้วสินะ คนตรงหน้าเจ้าตอนนี้จะเรียกว่าเป็นตัวจริงได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

“ข้าเป็นตัวจริงแน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่ร่างกายจริงๆ ของข้าไม่สะดวกออกมา เลยต้องยืมสิ่งอื่นมาใช้แทนชั่วคราว” โรเนียร์กล่าว รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า เหลือไว้เพียงความเย็นชา “จะให้ข้าเล่าเรื่องสมัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสักสองสามเรื่องก็ได้นะ ถ้าระแวงสงสัยกันขนาดนั้น และอีกอย่างนี่เป็นเรื่องของข้ากับเซมัน เจ้าอย่าได้คิดจะมาขวางดีกว่า”

“ข้าไม่ได้คิดจะขวางอะไรหรอกนะ” เด็กหนุ่มผมสีเพลิงตอบ ขมวดคิ้วเหมือนไม่ชอบใจ “แต่ต่อให้เจ้าเป็นเพื่อนของเซมัน ก็ใช่ว่าข้าจะเป็นมิตรด้วยหรอกนะ เพราะข้ารู้สึกว่าเจ้าดูชอบกลเกินไป ข้าย่อมต้องห่วงเซมันที่อาจจะโดนภาพของเพื่อนลวงไปติดกับเอาได้”

เอซุสเดินเยื้องมาด้านหน้าบังเซมันไว้ครึ่งหนึ่งราวกับจะปกป้องไว้ นัยน์ตาสีทองเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นมิตรตามที่พูด มันเต็มไปด้วยความระแวงสงสัย

โรเนียร์แค่นเสียง แววตาเป็นประกายวูบด้วยความชิงชัง “เจ้าเป็นห่วงเป็นใยเซมันมากเหลือเกินนะ”

“แน่นอน เพราะเซมันเป็นเพื่อนของข้า” เอซุสตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เป็นเรื่องปกติที่ข้าจะต้องเป็นห่วง”

“นึกไม่ถึงเลยว่าเซมันจะมาเดินทางกับเจ้าได้ ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าได้ริอาจแตะต้องเซมัน ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่ได้ตายดีๆ แค่ดาบเดียวเสียบเข้าที่กลางอกหรอกนะ”

คำพูดนั้นทำให้เอซุสตาเบิกกว้าง เซมันเองก็สะดุดใจขึ้นมาเช่นกัน เขาจำได้ว่าเพื่อนร่วมทางเล่าให้ฟังว่าตายเพราะโดนเงาที่พื้นเสียบเข้าตรงอก เรื่องนี้ไม่มีใครจะรู้ได้ นอกเสียจาก...

เซมันเป็นฝ่ายถามขึ้นมาด้วยความหวั่นใจ “ทำไมเจ้าถึงพูดแบบนั้น หรือที่จริงแล้ว...”

เขาไม่กล้าพูดจนจบประโยค ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสมัยเด็กจะมีส่วนรู้เห็นการตายของเอซุสได้ และยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้น โรเนียร์เป็นคนที่จิตใจดีไม่มีทางที่จะทำร้ายใครๆ แน่!

โรเนียร์ยิ้มสนุกสนาน “ถ้าข้าบอกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของราชาแห่งเผ่าบาจันล่ะ เจ้าจะว่ายังไงเหรอ เซมัน”

“โรเนียร์!?"

เจ้าชายลำดับสามร้องเสียงดัง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด แต่ก็ไม่อาจถามกลับไปได้ว่าอีกฝ่ายพูดล้อเล่นใช่ไหม เพราะโรเนียร์รู้ว่าเอซุสเป็นราชาแห่งเผ่าบาจัน!

เด็กหนุ่มผมสีเพลิงมีสีหน้าทะมึนลง “เจ้า... เป็นคนฆ่าข้างั้นเหรอ!?”

“ยังไงกันน้า... ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปคิดเอาเองแล้วกัน”

เด็กหนุ่มผมสีดำกำมือแน่นแล้วเศษเสี้ยวหัวใจที่เคยอยู่ในมือนั้นก็อันตธานหายไป ทำให้เอซุสร้องว่า

“เดี๋ยวก่อน! ของสิ่งนั้นมันเป็นของข้า! เจ้าจะเอามันไปไม่ได้!”

“ก็เพราะว่ามันเป็นของเจ้าน่ะสิ ข้าถึงต้องเก็บมันไป เพราะมันคือของที่ข้าต้องการ”

ใบหน้าของเอซุสปรากฏอารมณ์เดือดดาลขึ้นมา “เจ้าพูดถึงขนาดนี้ แสดงว่าใช่จริงๆ ด้วย เจ้าสินะที่เป็นคนสังหารข้า!”

คำพูดนั้นทำให้เซมันกลั้นหายใจ จ้องมองเพื่อนสมัยเด็กเพื่อจะฟังคำตอบให้แน่ชัด ทว่าโรเนียร์กลับยิ้มมีเลศนัย 

“ถ้าเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนฆ่าเจ้าก็คงใช่ล่ะมั้ง”

“โรเนียร์! เจ้าอย่าพูดล้อเล่นแบบนั้นสิ! ถ้าเจ้าไม่ได้ทำก็บอกไปเลย พูดแบบนี้มีแต่จะทำให้เข้าใจผิดนะ!”

“ก็ช่างมันปะไร ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนั้นอยู่แล้ว”

เด็กหนุ่มผมสีดำยักไหล่ ทว่าเซมันกลับร้อนใจ
“ทำไมกันโรเนียร์!? เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา เจ้าเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดี มีเมตตา! ไม่ใช่คนเลือดเย็นที่ฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างนี้!”

คำพูดนั้นทำให้จิตสังหารพุ่งออกมาจากโรเนียร์จนเซมันสะท้านเฮือก นัยน์ตาของอีกฝ่ายไร้แววปราศจากชีวิตราวกับคนตาย

“คนบริสุทธิ์เหรอ? หึ ราชาเอซุสน่ะห่างไกลจากคำว่าบริสุทธิ์มากนะ ถ้าพูดให้ถูกไม่มีใครบนโลกนี้ที่บริสุทธิ์หรอก ทุกคนล้วนต้องมีส่วนที่แปดเปื้อนเป็นสีดำกันทั้งนั้นแหละ”

“ระ... โรเนียร์?”

เซมันพลันรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา ขณะมองเพื่อนสมัยเด็กที่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“โรเนียร์ที่เจ้ารู้จักน่ะ ไม่มีอีกแล้ว ข้าในตอนนี้เป็นคนละคนกับโรเนียร์ในตอนนั้น ทั้งที่ตอนปรากฏตัวข้ามั่นใจว่าเซมันจะต้องรู้ว่าข้าเป็นใครแท้ๆ น่าผิดหวังที่เจ้าไม่รู้”

“เจ้าพูดอะไรน่ะ”

เซมันสับสน โรเนียร์ไม่ทันจะพูดอะไรต่อ จู่ๆ ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอก มีเหงื่อผุดพรายขึ้นบนใบหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นเข้าหากันราวกับจะสะกดกลั้นความเจ็บปวดบางอย่าง ขณะเค้นเสียงตอบออกไป

“ถ้าเจ้าอยากรู้ ทำไมไม่ไปถามรัชทายาทแห่งเผ่าชารุคนนั้นล่ะว่า เขาได้ทำอะไรกับข้าไว้!”

แม้เสียงที่เปล่งออกมาจะแหบแต่เห็นได้ชัดว่ามีความเกลียดชังและความโกรธแฝงอยู่เต็มเปี่ยม เซมันตะลึงกับอารมณ์นั้นถึงกับต้องถามย้ำให้แน่ใจ

“รัชทายาทแห่งเผ่าชารุ เจ้าหมายถึงมาโอเหรอ...”

“แล้วรัชทายาทแห่งเผ่าชารุ มันมีคนอื่นอีกงั้นเหรอ”

โรเนียร์กล่าวอย่างเย้ยหยัน แต่มันทำให้เขารู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น 

นี่มันเรื่องอะไรกัน... มาโอกับโรเนียร์มีปัญหาอะไรที่เขาไม่รู้อย่างนั้นเหรอ มาโอไปทำอะไรกับโรเนียร์ไว้ ถึงขนาดทำให้เคียดแค้นได้แบบนี้...

เอซุสพูดขึ้นมาบ้าง “จะอะไรก็ตาม แต่ข้าต้องการเศษเสี้ยวหัวใจนั้นคืน ถ้าไม่ส่งให้ข้าจะไม่ออมมือแล้วนะ”

โรเนียร์ยิ้มเย็น “คิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ ราชาแห่งเผ่าบาจัน”

“ไม่ต้องท้า ข้าก็จะทำเดี๋ยวนี้แหละ!”

เด็กหนุ่มผมสีเพลิงเสกไฟขนาดใหญ่เท่าลูกบอลหลายสิบลูกโจมตีใส่โรเนียร์ทันทีที่พูดจบ เซมันผวาจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเพราะลูกไฟทุกลูกพุ่งตรงไปหาเพื่อนสมัยเด็กของเขาอย่างรวดเร็ว

“การโจมตีเดิมๆ ไม่ได้ผลหรอกนะ”

โรเนียร์หยุดลูกไฟเหล่านั้นไว้ได้ มันระเหยกลายเป็นไอความร้อน ทว่าเอซุสเองหลังจากใช้เวทย์ไฟโจมตีก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่งๆ พอลูกไฟกระทบเข้ากับเป้าหมาย ราชาแห่งเผ่าบาจันก็ปราดเข้าไปประชิดและใช้ดาบเพลิงฟันเข้าใส่ที่กลางลำตัว

“โรเนียร์!”

เซมันร้องอย่างตระหนก คนที่โดนเรียกชื่อกลับส่งยิ้มให้ แล้วมองคนที่ฟันดาบใส่โดยปราศจากความลังเลนั้น

“อย่ามาดูถูกกันหน่อยเลย ราชาแห่งเผ่าบาจัน คิดเหรอว่าดาบไฟแค่นี้จะทำอะไรข้าได้น่ะ”

ทันใดนั้นร่างของโรเนียร์ก็ค่อยๆ เลือนหายไปแล้วสิ่งที่ถูกแทนที่ก็คือชายผู้หนึ่งที่มีผมสีดำยาว ตามเนื้อตามตัวมีเกล็ดสีเขียวอ่อน นัยน์ตาสีเหลือง คล้ายกับงู พออีกฝ่ายอ้าปากก็มองเห็นลิ้นที่เป็นแฉกอย่างชัดเจน

“ตัวอะไรกันเนี่ย!?”

เอซุสอดตกใจไม่ได้ ต่อให้เผ่าบาจันของเขามีสัตว์วิเศษที่เป็นงูอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครมีลักษณะปรากฏเป็นครึ่งคนครึ่งงูเด่นชัดเท่านี้มาก่อน 

“ข้าก็เป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งยังไงล่ะ”

ชายเกล็ดงูตอบเสียงเย็น ขณะยกแขนขึ้นฟาดไปที่ราชาแห่งเผ่าบาจัน เกิดเสียงดังขวับราวกับแขนนั้นไร้กระดูกและตวัดได้เหมือนแส้

“ชิ!”

เอซุสถึงกับสบถออกมา ขณะก้าวถอยไปกลับมายืนอยู่ข้างๆ เซมันอีกครั้งเพื่อตั้งรับ แต่ชายเกล็ดงูก็ไม่ปรี่มาโจมตีซ้ำอีก กลับยืนอยู่เฉยๆ

“นายเหนือหัวไม่มีคำสั่งให้ฆ่าพวกเจ้า ฉะนั้นข้าจึงไม่ทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง นอกจากเอาเศษเสี้ยวหัวใจนี้ไปให้นายเหนือหัวเท่านั้น”

“คิดเหรอว่าจะยอมน่ะ!”

เอซุสไม่ยอมตัดใจง่ายๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โจมตีมาจึงเป็นฝ่ายบุกเข้าไปเอง ทว่าก่อนที่เด็กหนุ่มผมสีเพลิงจะถึงตัว ชายเกล็ดงูก็หายเข้าไปในเงาใต้พื้นแล้ว

‘เซมัน อีกไม่นานเราจะได้เจอกันอีก ถึงตอนนั้นข้าจะมารับเจ้าไปด้วยตัวเอง!’

เสียงของโรเนียร์ดังก้องอยู่ภายในกระโจมนั้น ก่อนจะเงียบไป และไม่รู้สึกถึงเค้าไอสิ่งมีชีวิตอื่นในบริเวณนี้อีกเลย

“บ้าชะมัด!"

เอซุสเอามือทุบพื้นที่ชายเกล็ดงูเพิ่งหายไป ส่วนเซมันหัวหนักอึ้ง ปวดหัวมากเกินกว่าจะทำความเข้าใจใดๆ แล้ว

เขาไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ มาโอและโรเนียร์มีเรื่องอะไรกันแน่

เจ้าชายลำดับสามกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงความเคียดแค้นที่แสดงออกมาของเพื่อนสมัยเด็ก
มีทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องถามมาโอเท่านั้น

..................

“วันนี้อากาศร้อนเสียจริง...”

เจ้าชายรัชทายาทแห่งเผ่าชารุบ่นพร้อมกับปาดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผาก นารีฟที่อยู่ข้างๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน เพียงแต่เจ้าตัวขี่ม้าไปเงียบๆ ไม่ได้ปริปากบ่นเท่านั้น

“พูดไปก็ยิ่งร้อนน่า มาโอ เจ้าผิดเองนะที่เลือกเดินทางเอาช่วงเวลานี้ ข้าบอกแล้วให้ไปตอนเช้าๆ ดีกว่าหลังเที่ยง”

“ช่วยไม่ได้นี่นา เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้งานข้ายุ่งมาก ช่วงเช้าก็เร่งมือกว่าจะเสร็จแล้วออกมาได้”

มาโอกล่าวอย่างหงุดหงิด นึกถึงกองงานที่จู่ๆ ก็งอกขึ้นมาราวกับเป็นต้นไม้ ไม่รู้ว่าท่านพ่อฮาริจงใจหรือไม่ งานทั้งหมดที่โยนมาให้ทำ ส่วนใหญ่มีแต่เรื่องสำคัญระดับอาณาจักรแทบทั้งนั้น! 

ถึงเขาจะดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทแห่งเผ่าชารุก็เถอะ แต่มันเหมือนกับว่าท่านพ่อฮาริเองก็ขี้เกียจทำงานและเอางานทุกอย่างมาให้ผู้เป็นลูกทำแทนหมด ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่ท่านพ่อฮาริไว้วางใจให้เขาทำงานแบบนี้

นารีฟเอื้อมมือมาตบบ่าปลอบ “ทนอีกหน่อยแล้วกันนะ ใกล้จะถึงที่หมายแล้ว ถ้าเป็นที่นั่นคงจะเย็นขึ้นเองนั่นแหละ”

“หวังว่าจะจริงนะ”

มาโองึมงำตอบ ขณะตวัดบังเหียนเพื่อเร่งฝีเท้าม้าให้ไปถึงที่หมายโดยไว

วันนี้ทั้งสองได้รับมอบหมายงานให้ไปเยือนขุนนางท่านหนึ่งนามว่าราล์ฟที่กำลังจะเกษียณออกมาเพราะอายุที่มากขึ้นและร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ราชาฮาริมีคำสั่งให้มาโอไปเกลี้ยกล่อมให้ขุนนางท่านนั้นรับตำแหน่งนี้ไปทำต่ออีกสักสองสามเดือน จนกว่าจะคัดเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีขุนนางคนใดมีแววจะเหมาะกับตำแหน่งที่ว่างอยู่นี่เลยสักคน

ในใจมาโอกลับคิดว่าสองสามเดือนที่ว่าอาจจะยืดไปเป็นปีเลยก็ได้ ในเมื่อหาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ได้คนมาแทนตำแหน่งเลย

“ต้องโทษที่ท่านราล์ฟทำงานดีเกินไปสินะ”

มาโอบ่นพึมพำเบาๆ ถึงขุนนางที่เกษียณคนนั้น ซึ่งตั้งใจทำงานและรับใช้ราชวงศ์มาหลายปีจนคนอื่นเทียบไม่ติด

“ถึงแล้วล่ะ”

นารีฟพูดขึ้น เมื่อพวกเขาขี่ม้าจนมาถึงที่หน้าคฤหาสน์ของขุนนางท่านนั้น พอส่งเสียงขออนุญาตเข้าไป ราล์ฟก็อดตกใจไม่ได้ที่เห็นแขกมาเยี่ยมบ้านเป็นเจ้าชายรัชทายาท และตกใจกว่านั้นคือมาโอมากับนารีฟแค่สองคน ไม่มีผู้ติดตามและไม่ได้นั่งรถม้ามา ขุนนางสูงวัยจึงอดเตือนด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“องค์รัชทายาท คราวหน้าคราวหลังถ้าจะเสด็จมากรุณาประทับราชรถและนำองครักษ์มาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของอาณาจักร ไม่ควรเสด็จแบบไร้การป้องกันแบบนี้”

มาโอน้อมรับคำเตือนนั้น “ข้าเข้าใจแล้ว ต้องขอโทษด้วยที่ข้ามาทั้งแบบนี้เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนข้าจึงไม่ได้เตรียมการ หวังว่าคงไม่เป็นการรบกวน”

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อพระองค์เสด็จมากระหม่อมย่อมต้องต้อนรับ กระหม่อมเชื่อว่ามันคงเป็นธุระสำคัญ”

พวกเขานั่งคุยกันในห้องรับแขก มาโอบอกจุดประสงค์ออกไป ราล์ฟใช้เวลาคิดใคร่ครวญครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมตกปากรับคำ กลับไปทำงานให้ชั่วคราว ทว่าก็กำหนดไว้แค่สองเดือนเท่านั้น ไม่ยอมมากไปกว่านี้ ซึ่งมาโอก็ตกลงและคิดว่าต้องไปบอกราชาให้รีบหาคนมาแทนตำแหน่งให้ได้ในสองเดือน ถึงจะหาคนที่ดีเท่าราล์ฟไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอผ่านเกณฑ์เป็นพอ!

ก่อนจะกลับมาโอขอตัวแวะเข้าห้องน้ำ ตอนที่ออกมาเขาได้เดินสวนกับเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าตกกระ กำลังยกพวกจานชามไปล้าง 

เจ้าชายรัชทายาทไม่ได้สนใจและเดินผ่านไป ทว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกลับเป็นฝ่ายเรียกเขาให้หยุด แล้วถามขึ้นมา

“มาโอ? นั่นมาโอใช่ไหม!?”

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วแล้วหันไป จึงเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดี ทว่ามองยังไงเจ้าชายรัชทายาทก็ไม่รู้คุ้นหน้าเลยสักนิด

“ขอโทษนะ เจ้าคือ...?”

“ข้าซารุคไง! ลูกชายของมาน่า เมื่อก่อนเจ้ามาทำงานเป็นลูกมือร้านอาหารของแม่ข้า ไม่ได้เจอกันตั้งกี่ปีแล้วเนี่ย สักเจ็ดแปดปีได้เลยล่ะมั้ง!”

มาโอทำอะไรไม่ถูก ขณะที่คนตรงหน้าปรี่เข้ามาหาและทักทายเขาอย่างสนิทสนม

“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าเจ้าเป็นถึงรัชทายาทเลย น่าอิจฉาชะมัด! แล้วเซมันล่ะสบายดีไหม”

“ข้าสบายดีและเซมันก็สบายดี” มาโอตอบแบบขอไปที รู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จดจ้องมา “ข้าขอโทษนะ ซารุค วันนี้ข้ามีธุระยุ่งมาก ต้องไปแล้ว...”

“อ่า โทษที เจ้าเป็นรัชทายาท งานคงรัดตัวขึ้นสินะ” ซารุคกล่าว จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ว่าแต่แปลกจังนะ เมื่อก่อนมาโอไม่ยอมเรียกชื่อข้าเลยด้วยซ้ำ เอาแต่เรียกลูกชายของท่านมาน่าอยู่นั่นแหละ”

คราวนี้มาโอยิ้มค้าง “งั้นเหรอ”

“ใช่สิ อะไรกันนี่หรือว่าเจ้าจำข้าไม่ได้เหรอ?”

เจ้าชายรัชทายาทเริ่มเหงื่อตก อ้ำอึ้ง “เรื่องนั้น...”

“มาโอ เราต้องรีบไปที่อื่นต่อนะ มัวทำอะไรอยู่เหรอ”

เสียงของนารีฟดังขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่ มาโอเริ่มรู้สึกหายใจทั่วท้องเมื่อคู่ชีวิตเขาปรากฏตัว ส่งยิ้มที่เกร็งไม่เป็นธรรมชาติไปให้

“เผอิญว่าเพื่อนเก่าทักข้าน่ะ ข้าปล่อยให้เจ้ารอนานไปสินะ”

“นานมาก” นารีฟพูดเสียงยานคางเล็กน้อย ขณะปรายตาไปที่ซารุคซึ่งก้มหน้าทำความเคารพ “ไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะ เจ้าต้องการให้งานทั้งหมดเสร็จในวันนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ข้ารู้แล้ว” มาโอรับคำ ก่อนจะหันมาพูดกับซารุค “ไว้วันหลังเราค่อยมาเจอกันนะ”

“ได้ เดินทางดีๆ นะ"

ซารุคกล่าวล่ำลาเพียงเท่านั้นก็เข้าห้องครัวไป เจ้าชายรัชทายาทถอนหายใจด้วยความโล่งอก นารีฟส่งสายตาตำหนิ ลากตัวมาที่มุมทางเดินพลางเบาเสียงลง

“อย่าเผลอพิรุธสิ เดี๋ยวก็โดนจับได้หรอก”

“ใครจะนึกล่ะว่าจะได้เจอเพื่อนเก่าในที่แบบนี้ ข้าเลยไม่ทันตั้งตัว”

“เพื่อนเก่าของ'มาโอ'งั้นเหรอ”

“ใช่ แต่ตัวข้าในตอนนี้ไม่รู้จัก” มาโอเผยสีหน้าทุกข์ระทมออกมา “เรื่องพวกนี้จะต้องตามหลอกหลอนข้าอยู่เรื่อยๆ แน่”

“เข้มแข็งเอาไว้สิ” นารีฟโอบกอดเจ้าชายรัชทายาทไว้ แนบใบหน้ากับแก้มของมาโอ “มีข้าอยู่ด้วย ข้าจะแบ่งเบาความทุกข์นี้ไปเอง เพราะฉะนั้นข้าถึงได้ทำทุกอย่างเพื่อเจ้า แม้แต่รับบทตัวร้ายให้เซมันออกไปให้ห่างๆ หรือไล่นางกำนัลข้ารับใช้ที่มาใกล้ชิดเกินไป ต่อให้ข้าจะต้องโดนคนในวังเกลียด ข้าก็ยอมทำเพื่อปกป้องเจ้า”

มาโอเอียงหน้าเลื่อนริมฝีปากของตนแนบกับริมฝีปากของอีกฝ่าย จูบที่อ่อนโยนและวาบหวามบ่งบอกถึงความซึ้งใจในความรักของนารีฟที่มีต่อตน 

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวหรอก ข้าเองก็จะปกป้องเจ้าด้วย” เจ้าชายรัชทายาทถอนริมฝีปากออกมา กล่าวอย่างหนักแน่น นัยน์ตาโชนกล้าอย่างผู้มีอำนาจ “ข้าจะเป็นกษัตริย์ที่น่าเกรงขามและหุบปากทุกคนที่มาว่าคนรักของข้าทั้งหมด!”

นารีฟยิ้มพราย แววตาทอดมองคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน มือสองข้างประสานเกาะกุมกันไว้

ต่อให้อนาคตจะต้องเจอเรื่องอะไร ขอแค่มีกันและกัน เรื่องใดๆ ก็ไม่ทำให้หวั่นกลัว!
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #55 Mkrd.Milky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 07:19
    มาโอตัวปลอมหรอกหรอ? โรเนียก็ดูยังไงๆนะ
    #55
    0
  2. #26 rinnarinrin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 21:19
    ถ้าตอนนี้มาโอตัวปลอมแล้วตัวจริงหายไปไหน? แล้วทำไมโรเนียร์ยังไม่ตาย? 
    สรุปโรเนียร์ฆ่าเอซุสจริงๆใช่ป่ะ ไม่รู้ทำไมแต่เกลียดนารีฟมาก มาต่ออีกไวๆน้า
    #26
    0
  3. #25 mangalover (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 23:15
    ขอฆ่านารีฟนะคะ...คือเขาดูแปลกๆ เหมือนรักแต่ก็ดูเหมือนหวังผลดูไปดูมาแล้วดูอันตรายชอบกล...แถมโรเนียร์กับนารีฟน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันด้วย...รอนะคะ!!
    #25
    1
  4. #24 fin :) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 21:27
    เหมือนจะเป็นตัวปลอมนะ มาโอคนนี้
    #24
    0