ดวงใจเจ้าเพลิง (yaoi)[สำนักพิมพ์ไร้กรอบ]

ตอนที่ 6 : เริ่มเคลื่อนไหว การพบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ย. 62

เพลิงที่ 5 เริ่มเคลื่อนไหว การพบกันของทั้งสอง

“ปล่อยข้านะโว้ย!”

เสียงร้องโวยวายดังขึ้นภายในสถานที่แห่งหนึ่ง ความเงียบของตัวสถานที่ทำให้เสียงเอะอะนั้นดังก้องไปทั่ว แต่ต่อให้ส่งเสียงดังเพียงไรก็ไม่มีใครยอมปล่อยตัวอยู่ดี 

หัวหน้าโจรที่เคยปะทะกับเซมันเมื่อหลายวันก่อนถูกสัตว์ประหลาดลากตัวเข้ามาในห้องโถง พื้นหินสีเทาหม่นกับการตกแต่งที่อึมครึมทำให้คนที่โดนลากมารู้สึกใจคอไม่ดี 

มันเหมือนกับว่าที่แห่งนี้มนุษย์ไม่สมควรจะอยู่...

หัวหน้าโจรถูกบังคับให้มาคุกเข่าต่อหน้าชายผู้หนึ่ง เมื่อเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นว่าคนที่นั่งอยู่บนบังลังก์หินเยียบเย็น เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีผิวขาวซีดราวกับจะโปร่งใส ผมสีดำปล่อยยาวลงมาประบ่า นัยน์ตาสีเดียวกันเส้นผมมืดมิดดุจเหวที่ไร้ก้นบึ้ง ใบหน้านิ่งเย็นชาเหมือนกับรูปสลัก ข่มขวัญให้ผู้ที่นั่งคุกเข่าตรงหน้ายังต้องใจสั่น เหงื่อไหลท่วมตัว ทั้งที่ในนี้มีอากาศเย็นจนถึงขั้นหนาวสะท้านแท้ๆ 

“เจ้านี่มันเป็นใคร?”

เด็กหนุ่มที่อยู่บนบัลลังก์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชาไม่ต่างจากรูปลักษณ์ บริวารคนหนึ่งที่ยืนหลบอยู่ในเงามืดเป็นฝ่ายรายงาน

“เป็นโจรทะเลทรายที่มาเที่ยวด้อมๆ มองๆ และขโมยของของเราครับ”

“โห... ช่างกล้าดีนี่”

เด็กหนุ่มกล่าวพลางยิ้มเย็น แววตาที่มองมานั้นแทบจะแช่แข็งหัวหน้าโจรให้ตายได้

“มันมาคนเดียวเหรอ”

“เปล่าครับ มากันหลายคน แต่พวกที่เหลือถูกสัตว์เลี้ยงของพวกเราเขมือบลงไปแล้ว”

บริวารคนนั้นผายมือไปทางสัตว์ประหลาดโคลนที่อยู่รอบๆ รุมล้อมไม่ให้หัวหน้าโจรหนีไปได้

“ถ้าอย่างนั้นจะเก็บเจ้าโจรนี่ไว้ทำไม ก็ให้มันไปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงซะสิ”

เด็กหนุ่มไม่สนใจใยดี โบกมือจะออกคำสั่งให้สัตว์ประหลาดโคลนเอาตัวไปกิน ทว่าบริวารคนนั้นกลับขัดขึ้น

“ช้าก่อนครับ เจ้าโจรคนนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจจะให้ท่านได้รับรู้”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว “ข้อมูลอะไร”

“เป็นสิ่งที่ท่านปรารถนามาทั้งชีวิตอย่างไรล่ะครับ” นัยน์ตาของบริวารวาววับ “ข้าจะแสดงให้ท่านเห็น”

ทันใดนั้นแขนของบริวารก็แปรเปลี่ยนเป็นใบมีด และตวัดฟันร่างของหัวหน้าโจรจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ร่างของหัวหน้าโจรล้มลงและสิ้นใจก่อนจะทันรู้ตัวว่าตายอย่างไรด้วยซ้ำ

กลิ่นคาวเลือดอบอวล เลือดที่ไหลออกมาเริ่มรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มก้อนลูกบอลสีเลือด ภายในลูกบอลเลือดนั้นฉายภาพหนึ่งขึ้นมาที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องเบิกตากว้าง

ภาพนั้นเป็นเซมันที่กำลังต่อสู้กับหัวหน้าโจรอย่างกล้าหาญ สีหน้าและแววตาประดุจนักสู้ ทำให้เลือดในกายของเด็กหนุ่มผมดำเดือดพล่านเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความปีติ

“ไม่น่าเชื่อ... ในที่สุดก็...”

“พวกเราได้ทำตามที่สัญญาเอาไว้กับท่านครับ” บริวารโค้งตัวลงอย่างนอบน้อม ก่อนจะกล่าวต่อไป “นอกจากนี้เราได้ตรวจพบอะไรอย่างหนึ่งด้วย ราชาเอซุสตอนนี้เดินทางอยู่กับท่านเซมันครับ”

“ราชาเอซุส? หึ ตายยากจริงๆ นะ แถมยังเดินทางกับเซมันเสียด้วย” เด็กหนุ่มผมดำเอนกาย มือวางประสานอยู่ที่ตัก นัยน์ตานั้นหม่นลงแสดงความไม่พอใจ “ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน”

“เผ่าวีร์ครับ” บริวารตอบ ก่อนจะเสริมอีกเล็กน้อยว่า “ข้าได้ส่งลูกน้องไปตามติดไว้แล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ก็รู้ได้”

“ทำงานรอบคอบดีนี่”

มุมปากของเด็กหนุ่มผมดำยกขึ้น เขาลุกจากบัลลังก์เดินลงมาที่ด้านล่าง

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ข้าแวะไปทักทายสักหน่อยดีกว่า ข้าอยากจะให้เซมันแปลกใจเล่นเสียหน่อย”

รับรองว่าเซมันจะต้องประหลาดใจอย่างที่คาดไม่ถึงทีเดียว

...........................

เซมันเหม่อมองไม้แกะสลักในมือของตัวเองขณะหวนนึกถึงบทสนทนาเมื่อช่วงเช้า
เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเอซุสคือราชาแห่งเผ่าบาจัน! มิหนำซ้ำยังเป็นพี่ชายบุญธรรมของท่านพ่อนีโอเสียด้วย!

นี่เป็นโชคชะตาหรือว่าอย่างไรกันนะที่ทำให้เขามาเจอเอซุสได้ มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ...

“ราชาเอซุสเพคะ วานพระองค์ยกของเหล่านี้เข้าไปข้างในด้วยนะเพคะ”

“เข้าใจแล้ว”

เซมันเกือบจะเขวี้ยงงานแกะสลักที่ตัวเองนั่งประดิดประดอยอยู่ใส่ชินนาอยู่เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น

“ท่านปะ... เอ้ย ท่านชินนา! ทำอะไรน่ะ! รู้ตัวไหมว่ากำลังสั่งใครอยู่!?

ป้าของเขาหมุนตัวมา ยกมือขึ้นเท้าเอว “แน่นอน ข้ารู้สิว่ากำลังสั่งใคร แต่จะเป็นไรไปเล่า ในเมื่อราชาเอซุสเต็มใจจะช่วยนี่นา”

ชินนายักไหล่ไม่ยี่หระ แต่เซมันอยากเอาหัวโขกพื้น คงผิดที่เอซุสตามใจท่านป้าของเขาเกินไปหรือเป็นคนที่ไม่ถือตัวก็ไม่รู้ จึงยอมยกของเข้าไปข้างในให้ โดยไม่คิดจะปริปากบ่น

เซมันมองร่างของเด็กหนุ่มผมสีเพลิงที่กำลังช่วยงานอย่างขันแข็ง เขาก็ต้องถอนใจกับความอัศจรรย์ของฟีนิกส์ที่เขาเพิ่งทราบมา

ตอนแรกชินนาไม่อยากจะเชื่อว่าเอซุสจะเป็นราชาแห่งเผ่าบาจัน เพราะอายุต่างจากที่เธอจำได้ เอซุสจึงอธิบายความสามารถพิเศษของฟีนิกส์ให้ฟัง

เวลาที่เกิดใหม่เมื่อจำแลงเป็นมนุษย์ก็จะเป็นเด็กอายุ 10 ขวบ จากนั้นก็จะโตขึ้นตามระยะเวลา แต่หากอยากจะโตเร็วๆ ก็แค่ไปเก็บเศษเสี้ยวหัวใจของตนมา อายุก็จะเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ตอนนี้ที่เอซุสมีอายุไล่เลี่ยกับเขาเพราะชิ้นส่วนของหัวใจที่รวบรวมมานั่นเอง

พอรู้ฐานะที่แท้จริงแล้ว เซมันรู้สึกทำตัวไม่ถูก ถึงจะเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าตามศักดิ์แล้ว ในเมื่อเอซุสเป็นพี่ชายบุญธรรมของท่านพ่อนีโอ ก็เท่ากับว่าเป็นลุงของเขา ครั้นจะให้เรียกท่านลุงเอซุส เขาก็คิดว่ามันแปลกๆ ยังไงชอบกล ดีที่เอซุสเข้าใจบอกกับเขาว่าให้เรียกตามปกติก็พอ

ชินนาชวนคุยกับเซมัน ทำให้ความคิดของเขาถูกเบี่ยงไปอีกเรื่อง

“ไหนๆ ก็มาเจอกันแล้ว ทำไมไม่มาค้างที่นี่ล่ะ แค่ย้ายข้าวของพวกนี้เสร็จ ก็เรียบร้อยแล้ว รับรองว่ามีที่พักให้เจ้ากับราชาเอซุสแน่นอน”

ชินนาเพิ่งจะกลับจากการเดินทางยาวนานเพื่อมาเตรียมตัวสำหรับงานเทศกาลล่าหัวใจที่กำลังจะมาถึง เธอไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวแต่นำเพื่อนๆ ในคณะร่ายรำมาด้วย ตอนนี้พวกเขาวิ่งวุ่นจัดของที่ได้มาระหว่างเดินทางกันอยู่

“แน่ใจนะครับว่ามีที่ว่างพอให้พวกข้า ไม่ใช่ว่าต้องเบียดกันนะ”

“แน่ใจสิ เพราะข้าจะยกทั้งกระโจมให้พวกเจ้านอน” ชินนายืดตัวขึ้นพูดด้วยความมั่นใจ “ข้าไม่ให้เจ้าไปนอนเบียดหรอกน่า ตอนนี้ทุกคนเหนื่อยกัน ไม่ว่าใครก็อยากจะนอนสบายๆ กันทั้งนั้นล่ะ กระโจมหนึ่งให้นอนสองถึงสี่คนกำลังดี”

“ถ้าท่านชินนารับรองว่ามีที่ ข้าก็จะมาค้างที่นี่ก็แล้วกัน”

เห็นแก่ที่ญาติอุตส่าห์ชวน เซมันจึงยอมตอบรับน้ำใจนั้น แม้ในใจอยากจะยังค้างที่บ้านของจาฟาเพราะอาหารฝีมือแม่ของจาฟานั้นอร่อยมาก

“ถ้าตกลงตามนี้แล้ว เดี๋ยวข้าไปจัดเตรียมให้ เซมันก็รีบแกะสลักงานไม้นี้ให้เสร็จล่ะ เดี๋ยวเราจะต้องใช้”

เซมันมองกองไม้เล็กๆ ที่เขานั่งแกะเอาไว้ ส่วนใหญ่มันคือรูปมนุษย์ในอิริยาบถต่างๆ ทั้งยืน นั่ง นอน ชินนาต้องการตุ๊กตาไม้พวกนี้ไปใช้ในงานแสดงและอาจจะแจกเป็นของขวัญให้กับพวกเด็กๆ ที่มาดูด้วย จึงต้องทำให้น่ารักไว้ก่อน

“นี่ข้าแกะชิ้นที่สามสิบเข้าไปแล้วนะ ยังไม่พออีกเหรอครับ”

เซมันท้วง เพราะเขานั่งแกะสลักอย่างนี้มานานจนมือจับมีดเริ่มชานิดๆ

“ก็เซมันแกะสลักได้สวยนี่นา และกว่าจะได้เจอเจ้าอีกก็คงจะนาน ข้าเลยให้เจ้าทำเผื่อเอาไว้ ก็คนอื่นๆ น่ะไม่มีใครแกะสลักเก่งเท่าเจ้าอีกแล้วนี่"

ชินนายิ้มหวาน เซมันถอนหายใจ เอาเถอะ แค่เมื่อยมือนิดหน่อย มันเป็นเรื่องเล็กๆ นั่งแกะสลักอยู่ใต้ร่มเงาอย่างนี้ก็ดีกว่าไปตากแดดแบกของเข้าออกตั้งเยอะ 

“ข้าเข้าใจแล้ว แต่ข้าจะทำอีกสิบชิ้นเท่านั้น ข้าเมื่อยแล้วนะครับ”

เจ้าชายลำดับสามยื่นคำขาดว่าจะไม่ทำมากกว่านี้ ผู้เป็นป้าจึงยอมตามใจ เพราะอย่างไรสามสิบชิ้นก็ถือว่ามากแล้ว จากนั้นเธอก็กลับไปทำงานของตัวเองต่อ

เซมันนั่งแกะสลักเงียบๆ ต่อไปสักพัก เอซุสก็เดินเข้ามาหา เหงื่อโซมกาย ถึงอย่างนั้นร่างกายที่อาบเหงื่อกลับเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาแถมยังเย้ายวนมากเสียจน คนมองรู้สึกหน้าร้อนผะผ่าวต้องหันไปทำสมาธิแกะสลักตุ๊กตาไม้ตามเดิม

“ไม่นึกเลยว่าเซมันจะมีความสามารถด้านศิลปะ”

เอซุสเริ่มบทสนทนาแล้วนั่งลงข้างๆ หยิบตุ๊กตาไม้ที่เขาแกะเสร็จแล้วขึ้นมาพิจดูด้วยความชื่นชม

“ก่อนที่ข้าจะมาเป็นเจ้าชายแห่งเผ่าชารุ ข้าเคยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาก่อนน่ะสิ ที่นั่นมีเด็กๆ เยอะ อยากจะหาของเล่นก็มีแต่ต้องทำเอง ส่วนใหญ่ข้าทำตุ๊กตาไม้ให้พวกเขาเล่นน่ะนะ”

พูดไปก็อดคิดถึงไม่ได้ เขานั่งแกะสลัก ส่วนมาโอนั่งทาสีและโรเนียร์คอยใช้ตุ๊กตานั้นสร้างเรื่องราวต่างๆ พวกเขาสามคนเป็นเด็กที่โตสุดในสถานเลี้ยงเด็กแห่งนั้นแล้วจึงมีความรับผิดชอบในการดูแลน้องๆ ไปโดยปริยาย

“เจ้าเป็นคนที่อ่อนโยนมากเลยนะ”

คำชมที่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำให้เซมันหันขวับมา

“อะไรน่ะ จู่ๆ ก็...”

“ตุ๊กตาพวกนี้ดูสดใสมากเลยน่ะสิ แสดงว่าเจ้าใส่ใจทำอย่างจริงจัง อยากให้คนที่ได้รับตุ๊กตาไม้พวกนี้ไปมีความสุข แบบนี้ไม่เรียกว่าอ่อนโยนเหรอ”

“ก็... ก็แค่ธรรมดาเอง! ถ้าลองข้าทำออกมาห่วยสิ ท่านชินนาได้ด่าข้าประไร!”

เซมันเขินที่คนข้างๆ มองออกทะลุปรุโปร่ง จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกเลยล่ะมั้งที่มีคนมาชมเขาแบบนี้

ปึด!

“โอ้ย!”

“เซมัน! เป็นไงบ้าง!?”

เพราะมัวแต่เขินอยู่ เซมันจึงไม่ทันระวังมีดนั้นบาดเข้าจนได้ เลือดซึมออกมาตามรอยบาดที่ผาดเฉียงอยู่บนนิ้ว

“ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นิดเดียว” เจ้าชายลำดับสามโบกมืออย่างไม่ยี่หระ อมนิ้วดูดเลือดตัวเองไว้ “เลียๆ ก็หาย”

“ข้าว่าเจ้าจะต้องนั่งแกะสลักพวกนี้อีกนาน เดี๋ยวแผลจะเปิดอีก ให้ข้ารักษาดีกว่า”

เอซุสดึงมือมา จุมพิตลงบนปลายนิ้วที่บาดเจ็บ การกระทำนั้นทำให้เซมันตกใจ แต่ก่อนจะถามว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เขาก็รู้สึกว่ามือของตนร้อนขึ้น โดยเฉพาะที่ปลายนิ้วที่มีริมฝีปากประทับอยู่ ร้อนจี๋ราวกับโดนน้ำร้อนลวก จนเขาต้องเม้มปากแน่น

จวบจนเด็กหนุ่มผมสีเพลิงถอนริมฝีปากออกไป เซมันก็มองนิ้วของตัวเอง แผลที่โดนบาดหายไปแล้วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“สุดยอด อย่างกับเจ้าใช้อีลิกเซอร์รักษาแผลให้ข้าแน่ะ!”

“ฟีนิกส์มีพลังรักษาน่ะ แต่ก็ได้แค่รักษาแผลเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเป็นแผลฉกรรจ์หรือโดนพิษข้าทำได้แค่ทุเลาอาการเท่านั้น”

“ถึงงั้นก็เถอะ ยังไงมันก็สุดยอดอยู่ดี!” เซมันทำตาเป็นประกาย “ข้าชอบพลังของเจ้ามากเลย!”

เอซุสชะงักไปนิด ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมา 

“ขอบใจนะ”

แย่แล้ว... นี่เขาเผลอพลั้งปากพูดเรื่องน่าอายอีกแล้วสิ!

ใบหน้าของเขาเห่อร้อน ทำไมถึงชอบลืมตัวทุกทีเลยนะและมันชักจะเป็นบ่อยขึ้นด้วยสิ อยู่กับเอซุสทีไรเผลอปล่อยตัวตามสบายทุกทีเลย

...ตามสบายงั้นเหรอ จริงสินะ เขาไม่ได้เป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองแบบนี้มานานเท่าไหร่กันนะ ที่นี่ไม่ใช่ในวัง เขาไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัวอะไรอีก ได้กลับมาเป็นตัวเองที่ชอบพูดจาตรงๆ เหมือนเดิม...

“เซมัน เจ้าเหม่ออะไรน่ะ”

เสียงเรียกของเอซุสทำให้เซมันหลุดจากห้วงความคิดของตัวเอง นี่เขามัวแต่คิดอะไรอยู่เนี่ย ทั้งที่มีคนอยู่ข้างๆ แท้ๆ 

“ขอโทษที ข้านึกอะไรขึ้นมาได้นิดหน่อยน่ะ”

“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก ข้าแค่กลัวว่าถ้าเจ้ายังไม่มีสติ เดี๋ยวจะทำมีดบาดเอาอีก”

เอซุสกล่าว มือซ้อนทับกับมือของเซมัน ลดมีดที่ทำท่าจะจ่อบาดอีกรอบลงมา

“เอาเป็นว่าตอนนี้ข้ามีสมาธิแล้ว เอซุสไม่ต้องห่วงข้าหรอกนะ” เจ้าชายลำดับสามรีบเอ่ย “ข้าจะระวังแล้วกัน ไม่ให้บาดรอบสอง”

“อืม”

เอซุสตอบคำพลางลุกขึ้น คงจะกลับไปทำงานต่อ แต่จู่ๆ ราชาแห่งเผ่าบาจันก็โน้มตัวลงมา จนเซมันเผลอหดคอโดยอัตโนมัติ

“อะ... อะไร?”

“ทำไมตรงนี้มีรอยช้ำล่ะ ไปกระแทกโดนอะไรมา”

ไม่ว่าเปล่านิ้วเรียวก็สัมผัสลงบนหน้าผากค่อยๆ ลูบอย่างแผ่วเบา ทำเอาคนโดนลูบผงะถอยไปเล็กน้อย 

“มะ มีรอยช้ำเหรอ?” เซมันตะกุกตะกักตอบเพื่อกลบเกลื่อนอาการตกใจเมื่อครู่ เอามือลูบหัวของตน พอกดลงไปก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา “ไปโดนมาตอนไหนเนี่ย ทำไมไม่เห็นรู้ตัวเลย”

“เมื่อกี้เพราะผมมันบังอยู่เลยไม่ทันเห็น รอเดี๋ยวนะ”

เอซุสจับไหล่ทั้งสองข้างของเซมันเป็นที่ยันร่างของตัวเองเอาไว้ขณะประทับริมฝีปากลงไปบนหน้าผากที่มีรอยเขียวช้ำนั้น 

“อะ...”

เซมันอุทานใบหน้ามีเลือดสูบฉีดขึ้นไปหล่อเลี้ยงทั่วหน้า ถึงอีกฝ่ายจะทำเพราะรักษาแผลก็เถอะ แต่แบบนี้มันออกจะ... นี่คนทำไม่คิดจะอายอะไรบ้างเลยหรือยังไง!?

เอซุสจูบรอยช้ำนั้นสักพักก่อนจะถอยออกมา มือเกลี่ยบริเวณที่เคยมีรอยเขียวจ้ำมันหายไปแล้ว

“ไม่เจ็บแล้วนะ”

“มะ... ไม่” เซมันตอบตะกุกตะกัก หลุบตาต่ำไม่กล้ามองเอซุส “ขอบใจที่ช่วยรักษา”

ตอนนี้เซมันดีใจที่หลบอยู่ในที่ร่มไม่งั้นหน้าแดงๆ นี้ต้องแสดงออกมาให้เอซุสเห็นอย่างแจ่มแจ้งแน่

แต่ดูเหมือนคนรักษาจะไม่ได้สนใจปฏิกิริยาที่ผิดแปลกไปของเขา เอซุสที่มีท่าทางผ่อนคลายเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเครียดขรึม ขณะที่สายตามองไปยังกระโจมหลังหนึ่งที่ห่างออกไป

เซมันมองตามไปด้วยความแปลกใจและสงสัย แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จึงเอ่ยปากถาม

“ที่กระโจมนั้นมันทำไมเหรอ”

“ข้ารู้สึกว่าเศษเสี้ยวหัวใจข้าอยู่ใกล้ๆ นี้” เอซุสตอบเบาๆ นัยน์ตาสีทองหรี่ลง “มันมาจากทางกระโจมหลังนั้น”

“จริงเหรอ!” เซมันลุกพรวดขึ้น โยนชิ้นงานในมือที่ยังแกะไม่เสร็จทิ้งไปทันที “ไม่ลองไปดูล่ะ!”

“ข้าไปเองคนเดียวก็ได้ เซมันอยู่ทำงานเถอะ”

“ไม่เอา” เซมันปฏิเสธเสียงเด็ดขาด “ข้าอยากจะเห็นนี่นาว่าเศษเสี้ยวหัวใจที่ว่าหน้าตามันเป็นยังไง ให้ข้าไปดูด้วยเถอะ!”

ว่าแล้วเจ้าชายแห่งเผ่าชารุก็รุกคืบเข้าประชิด ส่งสายตาอ้อนวอน “ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ”

ไม่ถึงนาทีเอซุสก็ยอมใจอ่อน “ก็ได้ แต่ระวังว่าท่านชินนาจะมาเอ็ดเจ้าก็แล้วกัน”

“เรื่องนั้นข้าไม่สนหรอก”

ก็มันมีของที่น่าสนใจกว่ารออยู่นี่นา เรื่องโดนผู้เป็นป้าต่อว่ามันคือเรื่องเล็กๆ

..........................

เซมันเดินตามหลังเอซุสไป ทิ้งงานที่ยังทำไม่เสร็จเอาไว้เบื้องหลัง คนในคณะร่ายรำเดินผ่านไปมาไม่สนใจพวกเขาเพราะต่างคนต่างก็วุ่นอยู่กับงานของตัวเอง ส่วนเจ้าชายลำดับสามก็คอยหันซ้ายแลขวาดูว่าผู้เป็นป้าอยู่แถวนี้หรือไม่ แต่ก็ไม่พบเขาจึงวางใจได้หน่อยว่าจะไม่โดนขวาง

เอซุสตรงเข้าไปที่กระโจมหลังนั้น ไม่รู้ว่าตั้งขึ้นเมื่อไหร่เพราะตอนที่มาถึงที่นี่ก็เห็นมันตั้งอยู่ก่อนแล้ว เดิมทีเซมันคาดว่าอาจจะเป็นที่พักของใครสักคน ปรากฏว่าที่นี่มีแต่เครื่องดนตรีมากมายวางกองเรียงเป็นระเบียบ

“เศษเสี้ยวหัวใจที่ว่าอยู่แถวนี้เหรอ”

เซมันถามขึ้นหลังจากกวาดตาดูรอบๆ แล้วว่าไม่มีสิ่งของอะไรที่โดดเด่นสะดุดตาขึ้นมา

“แถวนั้นน่ะ”

ราชาแห่งเผ่าบาจันชี้ไปที่กองทางฝั่งซ้ายมือ มีหีบมากมายวางซ้อนกันอยู่และท่าทางจะหนักไม่ใช่เล่น

“อย่าบอกนะว่าอยู่ข้างในหีบใบใดใบหนึ่งน่ะ”

ถ้าใช่มันก็ไม่ตลกเลยนะ เพราะนั่นต้องแบกหีบลงมาเปิดดูทีละใบคงทั้งเหนื่อยและเสียเวลาน่าดู

“ไม่ใช่หรอก ข้าสัมผัสได้ว่ามันอยู่ใกล้กว่านั้นมาก” เอซุสตอบพลางเดินเข้าไป วนอ้อมไปทางด้านข้าง “น่าจะแถวนี้นะ”

เด็กหนุ่มผมสีเพลิงเอื้อมมือไปยังด้านหลังของกองหีบเหมือนกำลังควานหาอะไรสักอย่าง เอซุสร้องเบาๆ เมื่อปลายนิ้วแตะกับวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง จัดการสะกิดทีละน้อยให้มันออกมา

“นี่หรือเศษเสี้ยวหัวใจของเจ้า!?”

เซมันอดไม่ได้ที่จะทำตาโตเมื่อเห็นของในมืออีกฝ่าย

“ผิดคาดเหรอ”

“ก็นะ...”

มองเศษเสี้ยวหัวใจนั่นแล้ว... มันช่างเหมือนกับผลึกแก้วที่รูปทรงประหลาดราวกับชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ อีกทั้งยังใสแต่ก็เห็นได้ว่าเป็นสีแดงอ่อนๆ

“เจ้าจินตนาการเศษเสี้ยวหัวใจข้าเป็นยังไงกันล่ะ”

“เอ่อ... ก็หัวใจจริงๆ น่ะ”

เอซุสยิ้มละเหี่ยใจ “หัวใจจริงๆ ที่ว่าแบบเป็นก้อนเนื้อน่ะเหรอ? ไม่คิดเหรอว่ามันออกจะสยองไปหน่อยน่ะ”

เซมันทำปากยื่น “ก็ใครจะไปรู้ล่ะ แต่เศษเสี้ยวหัวใจนี่ก็เหมือนพวกเครื่องประดับกว่าอีก”

“ที่จริงมันก็คือเลือดที่ตกผลึกน่ะนะ ภายในมีพลังเวทย์ของข้าเจืออยู่นิดหน่อย” ราชาแห่งเผ่าบาจันอธิบาย ยื่นเศษเสี้ยวหัวใจให้เซมัน “จะจับไหมล่ะ”

“ได้เหรอ”

เมื่อเห็นคนตรงหน้าพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต เขาจึงยื่นมือไปจับ ทว่ากลับมีบางอย่างกระแทกมือของเขาและเอซุส เป็นผลให้เศษเสี้ยวของหัวใจกระเด็นไปอีกทาง

“ใครน่ะ!?”

เอซุสตวาดพร้อมกับเรียกไฟออกมาจู่โจมใส่โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง ไฟสีแดงฉานกระทบถูกเป้าหมายแต่ไม่สามารถทำร้ายได้ พอโดนเป้าหมายมันก็มลายหายไปราวกับถูกอะไรบางอย่างทำให้ไฟระเหยหายไปหมด

“เป็นการทักทายที่รุนแรงจังนะ”

เสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้น เสียงนั้นสะดุดหูของเซมันอย่างจัง มันคุ้นอย่างบอกไม่ถูก

คนที่มาโจมตีใส่เซมันกับเอซุสหยิบเศษเสี้ยวหัวใจที่หล่นอยู่ขึ้นมาส่องมอง ในตอนนั้นเองที่เขาได้เห็นหน้าของผู้มาใหม่ถนัดตาถึงขั้นต้องผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“ไม่จริง... นี่เจ้า...”

ผิวที่ขาวซีดโปร่งใสราวกับภูตผี ผมสีดำที่ยาวลงมาประบ่า นัยน์ตาสีดำแบบเดียวกันประดับอยู่บนใบหน้าที่ให้ความรู้สึกเย็นชา พอคนตรงหน้าผุดรอยยิ้มน้อยๆ ออกมา ก็ทำให้เซมันนึกถึงวันคืนเก่าๆ จนไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่เจอกันนานนะ เซมัน เจ้าโตมาหล่อเหลาอย่างที่คิดเลย ท่าทางสบายดีสินะ”

เซมันปากคอสั่นขณะเค้นเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายที่เขาไม่ได้เรียกมานาน

“โรเนียร์...”

มันหมายความว่ายังไงกัน เพื่อนสมัยเด็กอีกคนของเขายังไม่ตายหรอกเหรอ!?
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #54 Mkrd.Milky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 07:13
    โรเนียยังอยู่หรอ?
    #54
    0
  2. #23 mangalover (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 01:24
    คิดแล้วว่าต้องเป็นโรเนียร์! ตั้งแต่ประโยคที่พูดว่า  "เซมันจะทำสีหน้าอะไร" ...เอหรือ "เซมันจะทำยังไง" ? แต่ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ!
    #23
    0