ดวงใจเจ้าเพลิง (yaoi)[สำนักพิมพ์ไร้กรอบ]

ตอนที่ 3 : เหตุที่โอเอซิส เด็กหนุ่มปริศนาผู้มีผมสีเพลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ก.ย. 62

เพลิงที่ 2 เหตุที่โอเอซิส เด็กหนุ่มปริศนาผู้มีผมสีเพลิง
 
เซมันออกเดินทางจากอาณาจักรในอีกสองวันต่อมา แม้ใจหนึ่งเขาอยากจะเดินทางทันทีที่ได้รับอนุญาตเลยก็ตาม แต่ก็โดนท่านพ่อนีโอรั้งไว้ และบอกว่าการเดินทางนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน อย่างน้อยก็ควรรออีกสักสัปดาห์หนึ่ง ทว่าเซมันกลับค้านตัดสินใจยอมอยู่ที่อาณาจักรนี้แค่สองวันเท่านั้น
 
“ลูกรีบร้อนที่จะไปให้ได้เพราะเรื่องของรัชทายาทกับนารีฟใช่ไหม” ท่านพ่อนีโอเรียกเขาไปคุยที่ห้องเป็นการส่วนตัว ถามถึงความรีบร้อนที่จะออกเดินทางของเขา “ไม่ใช่ว่าพ่อไม่เข้าใจความรู้สึกลูกนะ แต่การทำอะไรที่ปัจจุบันทันด่วนเกินไปใช่ว่าจะดี พ่ออยากให้ลูกคิดอย่างรอบคอบและวางแผนให้ดี ไม่เช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้นมา พวกเราก็ช่วยไม่ได้ เจ้าต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง”
 
เซมันเข้าใจความเป็นห่วงของบิดาบุญธรรม แต่เขาก็ไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ ตัดสินใจแล้วที่จะไปและท่านพ่อเดเรคก็เห็นชอบแล้ว เขายอมลงให้ท่านพ่อนีโอด้วยการอยู่ที่อาณาจักรสองวันก็เพราะความเคารพรักที่มี ถ้าอยู่นานกว่านี้เขาคงต้องอึดอัดใจจนแทบบ้า!
 
“ท่านพ่อนีโอ หากเข้าใจข้าจริงย่อมต้องรู้ว่าข้าทนเห็นมาโอกับนารีฟอีกไม่ไหวแล้ว ข้าอยากจะเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศและพบเจอสิ่งใหม่ๆ เพื่อที่ว่าสักวันเมื่อข้ากลับมาที่อาณาจักรชารุ และเจอหน้ามาโอกับนารีฟอีกครั้ง ข้าจะสามารถยิ้มให้กับพวกเขาและอวยพรให้พวกเขาอย่างมีความสุขได้จากใจ ปราศจากความคิดร้ายริษยา ท่านพ่อนีโอ... ตอนนี้ข้าเกลียดตัวเอง ละอายใจทุกวันที่มีความคิดมุ่งร้ายต่อคนรักของมาโอ ความรู้สึกนี้แรงกล้ามากเสียจนหากวันหนึ่งข้าทนไม่ได้ขึ้นมา ด้วยอารมณ์ชั่ววูบนี้อาจจะทำให้ข้าทำอะไรบ้าๆ ลงไปก็ได้”
 
ความรักมีอิทธิพลใหญ่หลวง ความรักในทางที่ถูกจะนำพาความสุขและสิ่งดีๆ มาให้ แต่ถ้าความรักนั้นผิดทาง สิ่งที่เกิดขึ้นคือความทุกข์กับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจบสิ้น จนกว่าจะได้รับความรักที่ปรารถนามาครอบครอง
 
พระสนมนีโอนิ่งเงียบไป แววตาแสดงความเห็นใจบุตรชายของตนที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะมีคนสมหวังในรักกับคนไม่สมหวัง ทว่าทำไมความรักของเซมันจึงไม่ได้ราบรื่นดังที่หวังกันนะ
 
“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเด็ดขาด ถึงพ่อจะห้ามลูกไปก็คงไร้ผล” ท่านพ่อนีโอถอนหายใจและสวมกอดเซมันไว้ “ลูกเป็นคนดื้อเหมือนเดเรคไม่มีผิด ทั้งที่ไม่ได้สืบสายเลือดเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมนิสัยส่วนนี้จะต้องเหมือนเดเรคด้วยนะ”
 
ท่อนท้ายพระสนมนีโอมีแอบบ่นคู่ชีวิตของตน เซมันหลุดขำพลางโอบกอดบิดาบุญธรรมแนบแน่น
 
“เพราะข้าในตอนนี้เป็นลูกของพวกท่านทั้งสองยังไงล่ะครับ ข้าสัญญาว่าจะส่งจดหมายมาทุกเดือน... ไม่สิ ทุกสัปดาห์เลยก็ได้ หากมันทำให้ท่านพ่อนีโอสบายใจขึ้น ข้าจะกลับมาเป็นคนใหม่แต่เป็นลูกที่รักของพวกท่านทั้งสองเช่นเดิมครับ”
 
จากนั้นเซมันก็ออกเดินทางตั้งแต่ย่ำรุ่งโดยมีคำอวยพรของทุกคนเป็นเครื่องรางคุ้มภัย ก้าวออกจากเผ่าชารุในตอนที่แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องทางให้ความอบอุ่น
 
เซมันขี่ม้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนเพื่อซึมซับบรรยากาศรอบๆ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ทะเลทรายโรฮาน เขาต้องแวะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งตรงชายแดนเพื่อเปลี่ยนพาหนะจากม้าเป็นอูฐเพื่อข้ามทะเลทราย ซึ่งทางหมู่บ้านนั้นก็จัดเตรียมอูฐที่ดีที่สุดไว้ให้กับเขาแล้วตามคำสั่งของท่านพ่อเดเรค
 
พอผ่านแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้คนในตัวเมืองก็จะเจอที่ราบกว้างใหญ่มีหญ้าขึ้นประปราย สีของมันเป็นสีเหลืองอมเขียวเพราะอิทธิพลจากแสงอาทิตย์ ถึงอย่างนั้นในที่ที่อากาศร้อนถึงเพียงนี้ก็ยังมีพืชพรรณบางส่วนขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ กระทั่งดอกไม้ก็ยังมีให้เห็น
 
นานแล้วที่เซมันไม่ได้ขี่ม้าออกมานอกเมือง ส่วนใหญ่เขาจะขลุกตัวอยู่ในวังเพราะงานที่ได้รับผิดชอบแทนมาโอที่ไม่อยู่นั้นมีมากมายก่ายกอง และพอมีเวลาพักผ่อนสิ่งที่เขาจะเลือกทำในช่วงเวลานั้นคือนอนหลับ ถ้าไม่ง่วงก็ซ้อมดาบ วนเวียนซ้ำซากเช่นนี้เป็นเรื่อยๆ หวนมานึกถึงตอนนี้เซมันก็ยังประหลาดใจว่าเขาใช้ชีวิตได้น่าเบื่อเพียงไรเมื่อเทียบกับตอนเด็กที่ไม่เคยอยู่ติดที่ ไปนู่นมานี่ตลอด
 
ได้เห็นทิวทัศน์กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตานี้แล้ว ทำให้เขานึกย้อนถึงวัยเด็กสมัยที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าออกท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ในอาณาจักรชารุและรวมถึงทะเลทรายโรฮานด้วย การละเล่นที่พวกเขาชื่นชอบมากที่สุดคือวิ่งไล่จับ เขาชำนาญในการไล่ตามคนอื่นก็จริง ก็ยังแพ้ให้มาโอบ่อยๆ เพื่อนสมัยเด็กเล่นไล่จับเก่งที่สุด เขาชอบเสียท่าให้อีกฝ่ายอยู่ร่ำไป
 
เซมันสะบัดหน้าเพื่อไล่ความคิดเกี่ยวกับมาโอให้ออกไปจากหัว เขาอุตส่าห์ออกมาแล้วจะมามัวนึกถึงให้ได้อะไรขึ้นมา เขาควรจะเป็นอิสระมากกว่านี้ถึงจะถูก
 
เด็กหนุ่มควบม้าต่อไปกระทั่งสามารถมองเห็นหมู่บ้านเป้าหมายอยู่ลิบๆ เซมันไม่เคยมาทางแถบนี้แต่ก็ได้ยินมาว่าที่นี่คือหมู่บ้านที่มีอาชีพทำฟาร์มเป็นหลักและส่งออกเนื้อมาขายที่ตลาดและในวัง รวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อูฐกับม้าชั้นดี จึงมีรั้วไม้ขนาดใหญ่และแข็งแรงตั้งแบ่งเป็นอาณาเขตเอาไว้ บ้านแต่ละหลังเว้นพื้นที่ห่างระหว่างกัน ได้ยินเสียงร้องของสัตว์หลากหลายชนิดแว่วๆ มาตามลม
 
ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า ชาวบ้านที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ก็พากันเงยหน้ามองผู้มาเยือนแวบหนึ่ง จากนั้นก็ตั้งใจทำงานต่อ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชายแดนจึงมีแขกมากมายมาเยี่ยมเยือนทั้งหาซื้ออูฐ ม้า หรือค้างแรม การที่เซมันปรากฏตัวจึงไม่สร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขาเท่าไหร่
 
เซมันถามทางจากคนแถวนั้นถึงร้านที่ขายอูฐ พอรู้ทางแล้วก็ควบม้าไปยังที่แห่งนั้น
 
“องค์ชายเซมัน กระหม่อมกำลังรออยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ”
 
เจ้าของร้านกุลีกุจอออกมาต้อนรับ  เขาดึงบังเหียนให้ม้าหยุดก่อนจะลงมาจากหลังม้าทักทายอย่างเป็นมิตร
 
“ไม่ต้องมีพิธีรีตองนักหรอก แล้วอูฐของข้าอยู่ไหน”
 
“ทางนี้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจัดเตรียมเอาไว้แล้ว รวมถึงข้าวของอื่นๆ ที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ก็บรรทุกขึ้นหลังของมันเรียบร้อย องค์ชายจะไปตรวจดูก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”
 
“ได้ ถ้าเช่นนั้นฝากม้าข้าด้วยล่ะ”
 
เซมันยื่นบังเหียนให้กับเด็กรับใช้ข้างกายเจ้าของร้าน ม้าของเขาจะอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้รอวันที่เขากลับมาและขี่มันเข้าวัง
 
เนื่องจากเซมันตัดสินใจเดินทางตามธรรมเนียมเร็วไปหน่อย จึงมีเวลาเตรียมการไม่มาก เขาจึงต้องมารับอูฐด้วยตัวเองถึงที่หมู่บ้านแทนที่อูฐจะไปรอเขาอยู่ที่วัง เพราะกว่าจะหาอูฐดีๆ ให้เขาใช้ได้ ก็ทันเวลาแบบเฉียดฉิว เซมันจึงต้องขี่ม้ามาแทนก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอูฐภายหลัง
 
ข้างในร้าน คอกที่ใช้เลี้ยงอูฐเกือบจะว่างเปล่า ได้ยินว่าช่วงนี้มีคนเช่าและซื้ออูฐไปเยอะ จึงขาดตลาดชั่วคราว เซมันอดแปลกใจไม่ได้ที่มีคนเดินทางข้ามทะเลทรายโรฮานเยอะขนาดนี้
 
“ก็ใกล้งานเทศกาลล่าหัวใจแล้วนี่พ่ะย่ะค่ะ ในแต่ละเผ่าเองก็มีการจัดเทศกาลนี้แตกต่างกันไป คนจากเผ่าอื่นเองก็มาที่นี่มากขึ้น เช่นเดียวกับเผ่าชารุที่เดินทางไปเผ่าอื่นนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ”
 
เจ้าของร้านเป็นคนไขข้อสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าของเซมันที่มองคอกเลี้ยงอูฐที่แทบจะว่างเปล่าด้วยความฉงน
 
“จริงสินะ ข้าลืมเวลาไปเลยว่าใกล้เทศกาลล่าหัวใจแล้ว”
 
เทศกาลล่าหัวใจคืองานที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ความรักของทุกผู้คนในอาณาจักร และในงานนี้เปิดโอกาสให้คนโสดได้เกี้ยวพาราสีกันเต็มที่ ส่วนคู่รักก็ต้องทำการพิสูจน์รักแท้กัน เมื่อก่อนเซมันยังเป็นเด็กจึงเข้าร่วมงานนี้ไม่ได้ นอกจากโปรยดอกไม้ตามทางอวยพรให้คนอื่นๆ ถ้าเป็นตอนนี้เขาคงสามารถจะเข้าร่วมได้แล้ว
 
แต่เขาจะไปเกี้ยวใครได้ล่ะ ในเมื่อความตั้งใจแรกของเขาคือมาโอแท้ๆ...
 
“นี่ล่ะพ่ะย่ะค่ะ อูฐของพระองค์ ทรงคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
 
เพราะมัวแต่คิดเพลินจึงไม่ทันรู้ตัวว่ามาถึงแล้ว เขามองอูฐที่มีดวงตาดำขลับอ่อนโยนตรงหน้าก็พึงพอใจ เขาดูลักษณะอูฐไม่เป็นแต่เห็นว่ามันเป็นมิตรที่ดี เท่านี้เขาก็พอใจแล้ว
 
เจ้าของร้านลูบอกที่เห็นเซมันไม่ได้ตำหนิอะไรและรับปากว่าจะดูแลม้าของเขาอย่างดีชนิดยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม
 
เซมันตรวจดูสัมภาระที่มีครบถ้วนทุกอย่างก็ออกเดินทางไปยังอาณาจักรวีร์ เป็นช่วงยามสายที่แสงอาทิตย์เริ่มแผดกล้า เซมันจึงดึงผ้าคลุมขึ้นปิดหัวเอาไว้ ขณะย่ำเท้าไปบนพื้นทราย
 
ถึงเขาจะกำหนดทิศทางเอาไว้ว่าจะไปที่เผ่าวีร์ก่อนเป็นที่แรก แต่ก็หักเลี้ยวขึ้นทางเหนือก่อน ทางนั้นมีคนได้รับรายงานว่ามีสัตว์ประหลาดชนิดใหม่ปรากฏตัว เซมันไม่ลืมจุดประสงค์การเดินทางที่ต้องมาหาข้อมูลในเรื่องนี้ จึงคิดจะไปสำรวจพื้นที่ที่ว่าเสียหน่อย
หากออกจากอาณาจักรชารุขึ้นไปทางเหนือสักเล็กน้อยจะพบโอเอซิสเล็กๆ ที่มีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่
 
เดินไปได้สักพักก็มองเห็นต้นปาล์มสูงอยู่ไม่ไกล เซมันก็รีบเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อนด้วยการชักดาบออกมา เผื่อว่าจะเจอสัตว์ประหลาดโผล่พรวดกะทันหัน ค่อยๆ เดินเข้าไปที่โอเอซิสช้าๆ 
 
พอใกล้ได้ระยะก็ให้อูฐยืนคอยเขาอยู่ตรงนี้ เซมันไม่อยากเสี่ยงเอาอูฐไปด้วย กลัวว่าพาหนะที่ช่วยบรรทุกของจะโดนสัตว์ประหลาดงาบไปกิน
 
จ๋อม...
 
ทันใดนั้นน้ำในโอเอซิสก็กระเพื่อมไหว เซมันตื่นตัวขึ้นทันใด กล้ามเนื้อทุกมัดเครียดเขม็งจ้องมองระลอกน้ำที่ไหวอยู่ในสระ
 
ซ่า!
 
"!"
 
มีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาทำให้เซมันต้องรีบตั้งดาบป้องกันไว้ ทว่าสิ่งที่พ้นผิวน้ำกลับไม่ใช่สัตว์ประหลาดแบบที่จินตนาการเอาไว้ หรือก็คือสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่มีทางเป็นสัตว์ประหลาดได้เลย
 
คนที่อยู่ในน้ำคือมนุษย์ผู้หนึ่
 
อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน ผมเป็นสีแดงเพลิงยาวประบ่าเปียกแนบไปตามใบหน้า ตาเป็นสีทองเฉลียวฉลาด ร่างกายของคนในน้ำเปลือยเปล่าเผยรูปร่างสมส่วนแข็งแรงผิวสีแทน กล้ามเนื้อท้องช่างเย้ายวนใจแต่นับจากเอวลงไปจมอยู่ใต้น้ำทำให้มองไม่เห็น แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เซมันเลือดสูบฉีดขึ้นมาหล่อเลี้ยงใบหน้าได้แล้ว คนอะไรจะเย้ายวนใจจนเขายังต้องหวั่นไหวเมื่อแรกเห็น!
 
เด็กหนุ่มผมสีเพลิงมองเซมัน “เจ้าเป็นศัตรูของข้าเหรอ”
 
“หะ... หา? พูดเรื่องอะไร ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนด้วยซ้ำจะไปเป็นศัตรูได้ไง”
 
อีกฝ่ายพูดประโยคที่ไม่คาดคิด เซมันจึงพูดตะกุกตะกักกว่าจะตั้งสติได้
 
“แล้วเจ้าถือดาบมาทำไม ไม่ใช่จะมาฆ่าข้าเหรอ”
 
คนตรงหน้ายังสงสัยไม่เลิก เซมันจึงลดดาบในมือลงเพื่ออธิบาย
 
“ใช่ที่ไหนเล่า! ข้าได้รับรายงานว่าแถวนี้มีสัตว์ประหลาด ก็เลยต้องเอาดาบออกมาใช้ป้องกันตัว ใครจะคิดว่ามีคนว่ายน้ำเล่นอยู่ในสระกัน!”
 
เด็กหนุ่มผมสีเพลิงเลิกคิ้วแล้วยกมือชี้ “สัตว์ประหลาดที่ว่า เจ้าหมายถึงตัวนั้นใช่หรือเปล่า”
 
“ไหน... เฮ้ย!”
 
เซมันมองไปตามที่อีกฝ่ายชี้แล้วก็เห็นว่าด้านหลังอูฐมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังอ้าปากกว้างกำลังจะเตรียมเขมือบพาหนะของเขา รูปลักษณ์ของมันเหมือนกับกองโคลนขนาดใหญ่ที่ไร้รูปร่างสีออกน้ำตาลขุ่น มองไม่เห็นหน้าหรือตาของมันเลยนอกจากปากอันมหึมา
 
“ซวยแล้ว! ถ้าขืนโดนกินล่ะก็จบกัน!”
 
ข้าวของบนตัวอูฐก็มีไม่ใช่น้อย ถ้าเขาไม่มีตัวช่วยแบกล่ะก็ การเดินทางในทะเลทรายโรฮานนี้ได้ยากลำบากแน่!
 
เซมันรีบสับเท้าเพื่อพุ่งไปช่วยอูฐของตน แต่ก็ไม่น่าจะทัน จังหวะนั้นก็มีอะไรบางอย่างพุ่งเฉียดด้านข้างของเขาไป แล้วกระแทกตัวสัตว์ประหลาดเข้าอย่างจัง
 
กร๊าซซซซ!!!
 
มันเปล่งเสียงแปลกประหลาดออกมา สั่นสะเทือนแก้วหูและยังทำให้พื้นสั่นไหว สิ่งที่โจมตีใส่มันคือเปลวไฟ ทำให้ผิวที่ราวกับโคลนนั้นไหม้ มันจึงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
 
เซมันหันไปจึงเห็นว่าเด็กหนุ่มผมสีเพลิงขึ้นมาจากน้ำแล้ว มิหนำซ้ำยังสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยด้วย มือของอีกฝ่ายยื่นมาข้างหน้า แสดงว่าเวทย์ไฟเมื่อกี้เป็นของเด็กหนุ่มผมสีเพลิงคนนั้น
 
อูฐที่พอเห็นสัตว์ประหลาดอยู่ใกล้กับตนถึงเพียงนี้ก็พลอยส่งเสียงร้องด้วยความตระหนก ถอยห่างจากอันตรายในทันที
 
เซมันมาถึงข้างตัวอูฐในที่สุดรีบผลักดันมันไปให้พ้นทาง ก่อนจะเริ่มลงมือจู่โจมสัตว์ประหลาด
 
เคร้ง!
 
“เห? ตัวเหมือนโคลนแท้ๆ แต่ทำไมแข็งอย่างนี้เนี่ย!?”
 
เซมันอุทานเมื่อเขาฟันดาบไปที่ตัวของมัน ในใจคิดว่าต้องขาดเป็นสองท่อนแน่ แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิดผิวสัมผัสที่มองจากภายนอกดูอ่อนเหลวกลับแข็งพอๆ กับแร่!
 
ตัวประหลาดเปลี่ยนรูปร่างเล็กน้อย มันสร้างสิ่งที่คล้ายดาบออกมาจากลำตัวเข้าต่อกรกับเซมัน คราวนี้เจ้าชายลำดับที่สามถึงกับสบถ ท่าทางของมันเหมือนไม่มีสมองแต่ที่จริงมันมีความคิดและฉลาดเสียด้วย!
 
“ไม่สวยนะแบบนี้!? ไหงมีตัวโหดขนาดนี้ในทะเลทรายโรฮานได้!?”
 
ต้องขอบคุณพ่อบุญธรรมของเขา เดเรคที่ฝึกสอนวิชาดาบแบบทุ่มเทแรงกายแรงใจจนเซมันเก่งด้านการต่อสู้เป็นลำดับต้นๆ ของเผ่าชารุ ทำให้เขาไม่เสียท่ากับสัตว์ประหลาดนี้ง่ายๆ ประดาบทีนึงก่อนถอยครั้งหนึ่งเพื่อคอยดูเชิงตลอดเวลา ควานหาจุดอ่อนที่จะทำให้เขาโค่นล้มศัตรูตรงหน้าได้
 
“หลบไป”
 
เด็กหนุ่มผมสีเพลิงสั่งเขาอย่างนิ่งๆ หลังจากมองการต่อสู้ของเซมันกับสัตว์ประหลาดมาพักใหญ่แล้วยังไม่มีความคืบหน้า 
 
เจ้าชายลำดับที่สามฉุนกึก อีกฝ่ายเป็นใครมาจากไหนถึงมาออกคำสั่งกับเขาหน้าตาเฉยแบบนี้ ใครจะยอมทำตามง่ายๆ กัน!
 
“เรื่องอะไรข้าต้องทำตามที่เจ้าพูดด้วย!”
 
“...ไม่หลบ ก็ระวังตัวให้ดีแล้วกัน”
 
เห็นเซมันไม่ยอมหลีกทางให้เสียที เด็กหนุ่มผมสีเพลิงจึงไม่สนใจเตือนอีกต่อไป มือขยับไปมาเสกลูกไฟขนาดใหญ่แบบที่เขาเห็นยังต้องผวา!
 
“ว๊ากกก!!”
 
สุดท้ายเซมันจำต้องกระโดดหลบเมื่ออีกฝ่ายเล่นเขวี้ยงมาแบบไม่มีการเกรงใจ ลูกไฟยักษ์ปะทะเข้ากับสัตว์ประหลาดพอดี จนตัวมันไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา
 
“กับตัวแบบนี้ใช้เวทย์จัดการก็สิ้นเรื่องแล้ว”
 
เด็กหนุ่มผมสีเพลิงกล่าวพลางฉุดเซมันที่หลบการโจมตีจนกลิ้งไปนอนกองบนพื้นทรายขึ้นมา
 
“เจ้าเคยเห็นตัวแบบนี้มาก่อนเหรอ!? แถมรู้วิธีจัดการด้วย!?”
 
เจ้าชายลำดับที่สามตะลึงงัน ไหนว่าสัตว์ประหลาดชนิดใหม่นี้ไม่มีใครเคยพบเคยเห็นมาก่อนและไม่รู้วิธีจัดการไม่ใช่หรือไง!?
 
“ไม่เคยหรอก แต่ตอนที่มาอาบน้ำที่นี่ เจอพวกมันอยู่เยอะ แต่พอใช้ไฟเผาก็ตายหมดแล้วล่ะนะ”
 
เด็กหนุ่มผมสีเพลิงอธิบาย เขาจึงได้เข้าใจ ทว่าพอกวาดตามองแล้วนอกจากอูฐของเขาก็ไม่เห็นสัมภาระอย่างอื่นเลย แล้วเจ้าตัวมาเดินกลางทะเลทรายโรฮานได้ยังไง!?
 
“เดี๋ยวก่อนสิ นี่เจ้าเดินทางตัวเปล่าเหรอ สัมภาระ? ข้าวของของเจ้าล่ะ”
 
“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอก” เด็กหนุ่มผมสีเพลิงกล่าว “ปกติข้าใช้วิธีบินข้ามทะเลทรายเอา”
 
“บินเหรอ...” เซมันเบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่มีเวทมนตร์ไหนที่ใช้บินได้ นอกจากว่า... เจ้าจะเป็นจินนี่หรือไม่ก็เผ่าบาจัน แต่ดูจากลักษณะแล้วเจ้าไม่เหมือนจินนี่เลย...”
 
“ข้าเป็นเผ่าบาจัน”
 
ได้รับคำยืนยัน เซมันก็ยิ่งรู้สึกทึ่งขึ้นไปอีก
เผ่าบาจัน คือสัตว์วิเศษที่สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ พวกเขามีชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายพันปี เป็นเผ่าที่ทรงความรู้และเป็นผู้จดจำประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของโลกนี้ได้เป็นอย่างดี
 
“เจ้าบอกว่าบิน แสดงว่าเป็นนกสินะ”
 
"ก็ใช่”
 
“ยอดเลย! ข้าใฝ่ฝันอยากจะลองบินสักครั้ง! ถึงได้ฝึกใช้เวทย์ลมเอาเป็นเอาตาย แต่น่าเสียดายที่มันทำได้แค่ลอยตัวสั้นๆ เท่านั้น”
 
เซมันพูดด้วยความอิจฉา เด็กหนุ่มผมสีเพลิงที่ตีหน้าเรียบเฉยมาตลอดขยับยิ้ม ทำให้ดวงหน้าที่หล่อเหลาอยู่แล้ว ยิ่งทวีขึ้นจนเขาต้องมองตาค้าง
 
“เจ้าเป็นคนน่าสนใจดีนะ”
 
“เอ่อ... ขอบใจ” เซมันกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรกับคำชมนั้น แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรมากขึ้น “ข้าชื่อเซมัน เป็น... เผ่าชารุ แล้วเจ้าล่ะ”
 
เขาตัดสินใจแนะนำตัว ละฐานะของตนไว้ เขายังไม่อยากบอกเรื่องที่ตัวเองเป็นเจ้าชายแห่งเผ่าชารุเอาตอนนี้
 
“ข้าชื่อเอซุส” เด็กหนุ่มผมสีเพลิงตอบ “ข้ากำลังเดินทางไปเรื่อยๆ เพื่อตามหาหัวใจของตัวเอง”
 
“อะไรนะ?” จุดประสงค์การเดินทางที่พิลึกพิลั่น ทำให้เซมันต้องเลิกคิ้ว “เจ้าว่าตามหาหัวใจเหรอ... หรือว่าจะคนรัก?”
 
เอซุสส่ายหน้า ยกมือขึ้นทาบหน้าอกซ้าย “ไม่ใช่ เป็นหัวใจจริงๆ มีใครบางคนทำลายหัวใจของข้า ทำให้ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไป ข้าเพิ่งรวบรวมเศษเสี้ยวมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงยังจำเรื่องราวอะไรไม่ได้เท่าไหร่...”
 
“เอ่อ เจ้าช่วยอธิบายให้ข้าเข้าใจกว่านี้ได้ไหม ข้าฟังแล้วงงมากเลย”
 
เซมันทำหน้าปั้นยาก ไม่เข้าใจเลยว่าคนตรงหน้าพูดเรื่องอะไร หัวใจหายไปกระจัดกระจาย หรือหัวใจของเผ่าบาจันจะไม่เหมือนกับของเผ่าอื่นที่สามารถทำหายได้?
 
“ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ เจ้าก็คิดว่าข้าความจำเสื่อมก็แล้วกัน มันก็คล้ายๆ กับข้าตามหาความทรงจำนั่นล่ะ”
 
“เจ้าความจำเสื่อมหรือ”
 
เซมันแทบไม่อยากเชื่อ ทว่าเอซุสก็พยักหน้า
 
“ใช่ นอกจากชื่อ เผ่ากับความรู้ทั่วไปแล้ว ที่เหลือข้าจำอะไรไม่ได้เลย”
 
ว่าแล้วเด็กหนุ่มผมสีเพลิงก็มองเหม่อไปยังทะเลทรายกว้าง ท่าทางของอีกฝ่ายดูเคว้งคว้างและโดดเดี่ยว จนเซมันปวดใจและบังเกิดความเห็นใจ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมแต่เขาอยากจะช่วยเหลือเด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนี้ อาจจะเป็นเพราะชื่อ'เอซุส'ที่ติดหูเขาเหลือเกินเหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน มันทำให้เกิดความคุ้นเคยกับคนตรงหน้าขึ้นมา
 
“ให้ข้าช่วยไหม"
 
เอซุสหันมา “ช่วยเหรอ?”
 
“อืม ข้าไม่มีอะไรทำเท่าไหร่นอกจากเดินทางไปตามอาณาจักรต่างๆ และคอยสอดส่องดูสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวในระยะนี้ แต่ในเมื่อมันจัดการง่ายๆ ด้วยการใช้เวทย์ เท่ากับว่างานข้าก็ลุล่วงไประดับหนึ่งแล้ว จะช่วยเจ้าก็ไม่มีปัญหาหรอก”
 
เอซุสมองเซมันอย่างชั่งใจ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา “เจ้าเป็นคนดีจังนะ ช่วยเหลือคนแปลกหน้าที่ไม่รู้ประวัติภูมิหลังคนนี้ด้วย”
 
“แล้วผิดหรือไงเล่า มันเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือไงที่เวลาเห็นคนเดือดร้อนก็ต้องเข้าช่วยน่ะ”
 
เซมันทำหน้าบึ้ง เอซุสสั่นหน้าน้อยๆ 
 
“ไม่ผิดหรอก แต่เพราะแบบนี้ข้าถึงบอกว่าเจ้าเป็นคนดีไงล่ะ”
 
ว่าแล้วเด็กหนุ่มผมสีเพลิงก็เข้ามาใกล้ ชั่ววูบหนึ่งเหมือนเซมันจะมองเห็นประกายสดใสในนัยน์ตาสีทองคู่นั้น
 
“ถ้าเจ้ายินดีจะช่วยข้า ข้าก็จะไม่ปฏิเสธ หากข้าได้ความทรงจำกลับมา ข้าสัญญาว่าจะทดแทนน้ำใจเจ้าอย่างแน่นอน”
 
คำสัญญานั้นช่างแน่วแน่มั่นคง เซมันจึงวางใจแล้วฉีกยิ้มกว้าง
 
“ตกลง เรามาเดินทางตามหาความทรงจำร่วมกันเถอะ เอซุส!”
 
แล้วการเดินทางที่แท้จริงของเซมันจึงเริ่มต้นขึ้น
 
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #52 Mkrd.Milky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 06:31
    เอซุสเซมัน ดี๊ดี
    #52
    0
  2. #48 Fernbenben (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 22:34
    เอซุสรุกมั้ย -..- 555 ทำไมรู้สึกแบบนั้น
    #48
    0
  3. #11 เรนนี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 22:17
    บทนี้น่ารักจัง...(หมายถึงตอนท้ายๆอ่ะนะ)

    ดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กผู้ชายสองคน (กับอูฐอีกหนึ่งตัว) เลยอ่ะ

    #11
    0
  4. #7 win5555 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:36
    ติดตามๆ
    #7
    0
  5. #6 Akane View (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:06
    เราจะรอดูใครรุกใครรับ เดาไม่ถูกเลยจริงๆ
    #6
    0
  6. #5 jabetight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:10
    ติดตามค่ะติดตาม นึกว่าเอซุสไม่มีคู่ซะอีก
    #5
    0
  7. #4 Hikari Yuu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:39
    อืม อธิบายไม่ถูกแฮะ บอกได้คำเดียว สนุกมากกกกกกกกกกก!!!!! ติดตามรัวๆ!!!
    #4
    0