[Yaoi - จบแล้ว] ภาพวาดรักในรอยทราย

ตอนที่ 13 : หนทางสู่โลกเดิม คำสารภาพกลางแสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    14 เม.ย. 60

ภาพที่ 13 หนทางสู่โลกเดิม คำสารภาพกลางแสงจันทร์ 
 
ห้องที่จัดเตรียมไว้ให้ราชาเอซุสหรูหราสมฐานะและใหญ่โตกว่าห้องที่นีโอพักอยู่หลายเท่า
 
เด็กหนุ่มมองข้าวของที่มีมูลค่ามหาศาลแล้วเดินตัวลีบตามเข้าไปข้างใน ทั้งผ้าปักดิ้นเงินดิ้นทอง แจกัน รูปภาพและของประดับ ตกแต่งไว้มากกว่าที่ห้องเขาเสียอีก
 
นางกำนัลเดินตามหลังนีโอเข้ามาในห้องคงได้รับการกำชับให้มาปรนนิบัติพัดวีราชาเอซุส จึงยิ้มแย้มผิดปกติและลามปามไปนั่งข้างๆ เสียด้วย
 
"ยกน้ำชามาให้ข้ากับนีโอก็พอแล้ว และรบกวนช่วยออกไปข้างนอกให้พวกเราสองพี่น้องได้คุยกันตามลำพังได้หรือไม่"
 
ราชาแห่งเผ่าบาจันเอ่ย นางกำนัลโดนพูดแบบนี้ใส่ถึงกับหน้าชา อิดเอื้อนจะทำตามคำสั่งนั้น
 
"แต่ว่า องค์ราชาเพคะ..."
 
เอซุสย้ำคำสั่ง คราวนี้ห้วนกว่าเดิม "ข้าบอกให้ออกไปไง"
 
"เพคะ..."
 
นางกำนัลตอบรับในทันทีเพราะกลัวว่าชายตรงหน้าจะโกรธ เธอออกไปด้วยสีหน้าที่ผิดหวังอย่างชัดเจน
 
นีโอนั่งอยู่บนเบาะฝั่งตรงข้ามที่เอซุสเอนหลังพิงร่างกับหมอนอิง หุ่นของราชาหนุ่มเย้ายวนใจ เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ไม่ว่าใครๆ ต่างก็หลงใหล พอเด็กหนุ่มก้มมองร่างตัวเองต้องแอบถอนหายใจ เขาตัวเล็กและเกือบจะบอบบางอย่างน่าสมเพช
 
เอซุสจิบน้ำชา เปิดบทสนทนา "ไม่ต้องทำตัวเกร็งขนาดนั้นหรอก ข้าไม่กลายร่างเป็นนกแล้วจิกลูกตาเจ้าหรอกน่า"
 
นีโอก้มหน้า "ข้ามิบังอาจหรอกพ่ะย่ะค่ะ เพราะพระองค์เป็นถึงราชา ส่วนข้าเป็น..."
 
"แต่ตอนนี้ฐานะเจ้าก็เกือบจะทัดเทียมกับข้าแล้วนี่นา เจ้าเป็นน้องชายบุญธรรมของข้านะ"เอซุสย้ำเตือนสถานะที่นีโอเป็นและประกาศออกไปต่อหน้าผู้คนมากมาย "ข้าไม่ชอบคำที่มีพิธีรีตอง เจ้าเองก็คงไม่ชอบการใช้ศัพท์ยากๆ หรอกใช่หรือไม่"
 
มันก็จริง พื้นฐานคำราชาศัพท์ของเขาอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับแย่มากมาย แต่การต้องใช้ศัพท์สูงเป็นสิ่งที่น่ารำคาญดังว่าและไม่สะดวกในการพูดด้วย
 
ในเมื่อราชาเอซุสอนุญาต เด็กหนุ่มจึงปรับเปลี่ยนคำพูดมาเป็นปกติ 
 
"ทำไมท่านถึงทำเช่นนั้นล่ะครับ ทำไมถึงต้องให้ข้าเป็นน้องชายบุญธรรมด้วย"
 
"หากข้าไม่ประกาศไปว่าเจ้าเป็นน้องชายบุญธรรม เจ้าอาจโดนคนครหาเอาได้น่ะสิ" เอซุสกล่าว "อย่างไรเจ้าก็เป็นถึงว่าที่สนมจะสนิทกับชายหรือหญิงอื่นเกินควรมากไม่ได้ อีกอย่างข้าเห็นเจ้ากำลังลำบากจากการกลั่นแกล้งของสนมนารา ข้าเลยยื่นมือเข้าช่วยเท่านั้น"
 
"ท่านเห็นด้วยหรือนี่..."
 
"ทั้งเห็นและได้ยินทั้งหมดนั่นล่ะ"ชายผมแดงยกมือชี้ไปที่ตากับหูของตัวเอง "ข้าไม่ใช่มนุษย์ ฉะนั้นประสาทสัมผัสรับรู้จึงดีกว่าคนมากนัก"
 
"อย่างนั้นเองเหรอครับ"นีโอพยักหน้าเซื่องซึม "ข้าคิดว่าตัวเองทำตัวเองมากกว่า เพราะข้าคิดอยากจะเอาชนะนาราเลยยอมตกหลุมพราง... สุดท้ายตัวเองก็เดือดร้อน"
 
เขายังนึกโทษตัวเองไม่หายที่ประมาทนารามากไป ผลลัพธ์จึงออกมาเช่นนี้ หากไม่ได้เอซุสยื่นมือเข้าช่วย ไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะต่างจากนี้หรือเปล่า
 
"ที่เจ้ายอมรับคำท้านั้นก็เพราะเชื่อมั่นว่าตัวเองจะเอาชนะนางได้ไม่ใช่หรือ"ชายหนุ่มผมสีเพลิงหยิบขนมที่รูปร่างคล้ายคุกกี้ขึ้นมากัด "ข้าคิดว่าจุดนี้นับว่าน่าชื่นชมนะ"
 
"ท่านอย่ามายอข้าเลยครับ"
 
นีโอได้แต่เสตามองไปทางอื่นแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ เอซุสหัวเราะน้อยๆ ชันตัวขึ้นนั่งตรง
 
"ข้าคิดจริงๆ นะเรื่องที่จะให้เจ้าเป็นน้องชายบุญธรรม หากเจ้าได้ตำแหน่งนี้มาอะไรๆ มันก็ง่ายขึ้น"
 
เด็กหนุ่มสบตากับอีกฝ่ายด้วยความฉงน "เพราะอะไรท่านต้องช่วยข้าด้วย ถ้าไม่นับตอนที่ข้าโดนทรายดูดที่ท่านช่วยไว้เพราะความมีน้ำใจล่ะก็ ที่แล้วมาทั้งเรื่องมีดสั้นกับตอนที่เกิดเหตุในตลาด ไหนจะครั้งนี้อีก ท่านทำไปทั้งหมดเพื่ออะไรกัน"
 
เอซุสนิ่งงัน ใบหน้าอันองอาจนั้นปรากฏความเศร้าสร้อยเจืออยู่ "นั่นเพราะเจ้าคล้ายกับคนผู้หนึ่ง..."
 
"ข้าคล้าย... ใครบางคนหรือ?"
 
คำตอบที่ได้รับทำให้นีโอเอียงคองง เพียงเพราะเขาหน้าตาเหมือนคนที่ราชาเอซุสรู้จัก อีกฝ่ายจึงคอยช่วยเหลือเขางั้นเหรอ เหตุผลมันอ่อนเกินไป ร่างบางคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้
 
เอซุสรู้ถึงความสงสัยของนีโอ จึงยิ้มบางแล้วเอื้อมมือมาแตะแขนของเด็กหนุ่มที่มีรอยสักของเผ่าวีร์ คลื่นบางอย่างแผ่ออกมาจากมือใหญ่กร้านนั้น นีโอรู้สึกว่าแขนของตัวเองร้อนผ่าว ยิ่งเผชิญสายตาที่ราวกับโดนทะลุทะลวงทุกสิ่ง ก็รู้สึกเหมือนโดนคนตรงหน้าอ่านใจและไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นได้เมื่ออยู่ภายใต้สายตานี้
 
"อีกอย่างหนึ่ง... เจ้าน่ะไม่ใช่คนของโลกนี้ใช่ไหมล่ะ"
 
คำพูดของเอซุสทำให้นีโอตัวแข็งทื่อ คนคนนี้รู้ด้วยเหรอ จะว่าไปตอนที่พบกันครั้งแรกเขายังไม่มีรอยสักของเผ่าวีร์ ชายหนุ่มน่าจะพอเดาได้ว่าเขาไม่ใช่คนของเผ่าวีร์ตัวจริง แต่ไม่น่าจะรู้ว่ามาจากโลกอื่นนี่นา
 
"ทำไม... ถึงรู้ได้?"
 
นีโอถาม ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ นัยน์ตาสีทองของราชาแห่งบาจันเรืองรองราวกับมีเปลวไฟวูบไหวอยู่ข้างใน
 
"เพราะออร่าของเจ้าแตกต่างจากคนของที่นี่นิดหน่อย"เอซุสตอบพลางถอยห่างจากนีโอ "ข้าคอยตามสังเกตเจ้าเกือบตลอด มีอะไรหลายอย่างที่เจ้ากระทำบ่งบอกชัดว่ามาจากที่อื่น ที่ข้าพูดมาถูกต้องใช่ไหม"
 
เด็กหนุ่มพยักหน้าเชื่องช้า ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะโกหกหรือปิดบังคนคนนี้ในเมื่อเอซุสมองเขาออกทะลุปรุโปร่ง
 
"ท่านพูดถูกต้องแล้ว ข้าไม่ใช่คนของโลกนี้แต่มาจากอีกโลกหนึ่ง ท่านอาจจะไม่เชื่อก็ได้แต่ข้าเข้ามาที่โลกนี้ผ่านทางภาพวาดโดยไม่ได้ตั้งใจ และเกือบจะตายคาทะเลทรายหากท่านไม่ได้มาช่วยข้าไว้"
 
นีโอเคยคิดอยู่ว่าถ้าไม่ได้เอซุสช่วยไว้ เขาคงไม่ได้มาเจอเดเรคและคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ เขาจึงรู้สึกเป็นหนี้ชีวิตของเอซุส
 
"เจ้าคงลำบากมากสินะ"เอซุสกล่าวเสียงอ่อนลงด้วยความสงสารเด็กหนุ่ม 
นีโอส่ายหน้า "แรกๆ อาจจะลำบากนิดหน่อย แต่เพราะมีทุกคนอยู่ ข้าจึงไม่เป็นไร"
 
ถ้าไม่มีพวกเดเรคคอยให้ความช่วยเหลือ เขาคงจะแย่จริงๆ  อาจจะต้องเร่ร่อนหาทางกลับโลกเดิมอย่างไร้จุดหมายก็เป็นได้
 
นึกถึงเรื่องนี้เด็กหนุ่มก็ฉุกคิดบางอย่างได้ เอซุสเป็นราชาแห่งเผ่าบาจันที่มีอายุยาวนานนับพันปี อาจจะรู้ทางกลับโลกเดิมของเขาก็ได้!
 
"ท่านเอซุส ข้ามีเรื่องอยากจะถาม!"
 
จู่ๆ นีโอเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันโพล่งถามออกมา ชายหนุ่มจึงตกใจ
 
"มีอะไรอย่างนั้นเหรอ"
 
"ท่านพอจะทราบหนทางที่ข้าจะได้กลับโลกเดิมหรือไม่ ข้ามาอยู่ที่วังนี้เพื่อตามหาทางที่ว่า แต่ค้นหนังสือหรือถามคนอื่นๆ ก็ไม่พบคำตอบ ถ้าเป็นท่านเอซุสที่ข้ามผ่านกาลเวลา มีความรู้และประสบการณ์มากมายคงพอจะรู้บ้างใช่หรือไม่!?"
 
ถามออกไปแล้ว นีโอก็กลั้นใจรอคำตอบ ภาวนาว่าขอให้มีหนทางด้วยเถิด
 
เอซุสครุ่นคิดก่อนกล่าวว่า "เมื่อกาลก่อนเคยมีเส้นทางที่เชื่อมโลกนี้กับอีกโลกหนึ่ง แต่เพราะเส้นทางที่ไปมาอย่างอิสระนี่เอง ทำให้เกิดสงครามขึ้น ผลสุดท้ายเส้นทางนั้นก็ได้ปิดตัวลง ปัจจุบันเส้นทางเชื่อมต่อนั้นถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์และสูญหายไปตามกาลเวลาแล้ว"
 
"ถ้าทางที่ว่าโดนปิดตายจริง แล้วทำไมข้าถึงข้ามฝั่งมาที่โลกแห่งนี้ได้ล่ะ"นีโอตั้งข้อสงสัย "ถ้าข้ามาที่แห่งนี้ได้แสดงว่าจะต้องมีทางอื่นอีกแน่ๆ"
 
เอซุสขมวดคิ้ว "อาจเป็นไปได้... ถึงอย่างนั้นข้าก็เดินทางไปมาแล้วทั่วทุกแห่ง ก็ยังไม่เคยเห็นทางอื่นที่ว่านั่นเลย มันคงจะอยู่ในที่ที่ข้าเองก็ไม่สามารถจะเห็นหรือพบมันได้"
 
"หมายความว่าแม้แต่ท่านก็ไม่รู้เหรอ..."
 
ร่างบางห่อเหี่ยว ความหวังในการหาทางกลับบ้านหดหาย ขนาดราชาเอซุสที่อายุเป็นพันปียังไม่รู้แล้วเขาจะยังมีหวังในการหาทางกลับได้อย่างไร
 
"ข้าไม่รู้'เส้นทาง'ที่จะให้เจ้ากลับโลกเดิม แต่ข้ารู้'วิธี'อื่นที่จะให้กลับโลกเดิมได้"
 
นีโอเงยหน้าพรวด "เรื่องนั้นจริงเหรอครับ!?"
 
"ข้าจะโกหกเจ้าให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะ"
 
เอซุสยิ้มบาง เด็กหนุ่มที่รู้ตัวว่าถามอะไรงี่เง่าออกไปจึงหน้าแดงซ่าน ก่อนจะซักเสียงแผ่วว่า
 
"แล้ววิธีที่ว่ามันคืออะไรเหรอครับ"
 
"เจ้ารู้จักพวกของวิเศษมากแค่ไหน"
 
เด็กหนุ่มกะพริบตา "ถ้าเป็นของวิเศษล่ะก็... ข้าพอจะรู้ในระดับหนึ่งครับ"
 
อย่างไรเสียมันก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาสนใจอ่านมาก เพราะของวิเศษเหล่านั้นล้วนน่าอัศจรรย์ไปหมด
 
"เช่นนั้นเจ้ารู้จักตะเกียงวิเศษหรือไม่"
 
"ตะเกียงวิเศษ? ข้ารู้จักครับ" 
 
นีโอตอบทันควัน ทำไมจะไม่รู้ขนาดที่โลกของเขาเจ้าสิ่งนี้ออกจะมีชื่อเสียงโด่งดัง ปรากฏตัวในนิทานด้วย ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
 
"นี่หรือว่าวิธีที่ว่าก็คือ..."
 
"ถ้าเจ้ารู้เรื่องตะเกียงวิเศษคงจะทราบความสามารถของมันใช่ไหม"เอซุสกล่าว "ตะเกียงที่ทำให้ผู้ครอบครองสมความปรารถนาในทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็สามารถทำให้สมหวังได้โดยแลกกับสิ่งที่สำคัญที่สุด"
 
เด็กหนุ่มตาเบิกโพลง "ตะ... แต่ว่าถ้ามันทำให้ข้าได้กลับไปโลกเดิมจริง ข้าก็ต้องแลกอะไรบางอย่างที่สำคัญไม่ใช่เหรอครับ มันออกจะ..."
 
ถ้ามันเป็นของสำคัญจริงๆ คงทำใจสละมันได้ลำบาก...
 
"ใช่ พรที่ปรารถนากับของสำคัญเพียงหนึ่งเดียว เป็นสิ่งที่สมน้ำสมเนื้อ ถ้าเจ้าอยากจะกลับไปนี่เป็นอีกทางหนึ่งที่ง่ายดายยิ่งกว่าการหาเส้นทางที่เจ้าลอดผ่านมาเสียอีก"
 
นีโอขมวดคิ้วมุ่น "แล้วตะเกียงวิเศษนี่จะไม่หายากกว่าหรือครับ ได้ยินว่ามันหายสาบสูญมานานนับร้อยปีมาแล้ว"
 
"อันที่จริงแล้วตะเกียงวิเศษมันอยู่ใกล้ๆ นี่"
 
"หา?"
 
เด็กหนุ่มอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ก่อนจะละล่ำละลักพูดว่า
 
"ตะ... ตะเกียงวิเศษอยู่ใกล้ๆ นี้เหรอครับ!?"
 
"ข้าจับกลิ่นอายของมันได้ คงอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ นี่"เอซุสกล่าวเสียงราบเรียบ "ข้ามาที่นี่เพื่อตามหามันก่อนที่เผ่าคารีน่าจะได้มันไป"
 
"เผ่าคารีน่าต้องการตะเกียงวิเศษด้วย..."
 
เผ่าคารีน่าที่ว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับอีกสามเผ่าและทำสงครามกันมาช้านาน หากได้ครอบครองตะเกียงวิเศษไม่รู้ว่าสิ่งน่ากลัวอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
 
"ก่อนที่เผ่าคารีน่าจะได้มันไป ข้าจึงต้องเอามันมาให้ได้ก่อน ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากจะทำลายมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ ของแบบนี้ไม่สมควรจะถือกำเนิดขึ้น มันดึงดูดพวกชั่วช้าที่เต็มไปด้วยความโลภไม่สิ้นสุดมารวมกัน และหากมีใครที่จิตไม่บริสุทธิ์ได้ครอบครองคงทำให้โลกนี้ไม่สงบสุขอีกต่อไป"
 
นีโอเห็นด้วยสำหรับเรื่องนี้ แค่คิดว่ามันตกอยู่ในมือของคนชั่วก็หนาวแล้ว
 
"ที่แท้ท่านมาที่นี่เพื่อเรื่องนี้นี่เอง"
 
"ใช่ แล้วด้วยเหตุนี้ข้าจึงต้องการเจ้า นีโอ"
 
"ข้าเหรอครับ?"เขาทำหน้าเหรอหรา "ทำไมถึงต้องเป็นข้าล่ะ"
 
เอซุสเขยิบเข้ามาใกล้ ใบหน้านั้นโน้มลงมา ร่างบางใจเต้นแรงและเผลอกลั้นลมหายใจ 
 
"ข้าไม่สามารถแตะต้องตะเกียงนั้นได้"เอซุสกล่าวพลางยิ้มขื่น "เพราะข้าเคยขอพรจากตะเกียงวิเศษมาแล้ว"
 
"ท่านเคยขอพรจากตะเกียงวิเศษงั้นเหรอ!"
 
"ใช่ พรหนึ่งแลกกับสิ่งที่สำคัญที่สุด ข้าเป็นผู้ใช้ตะเกียงคนแรกจึงรู้ว่าสิ่งที่ขอไปทดแทนด้วยอีกสิ่งหนึ่ง พอข้ารู้เรื่องนี้จึงเขียนบันทึกเอาไว้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าตะเกียงวิเศษไม่ได้มอบพรให้ใครฟรีๆ โดยไม่มีค่าตอบแทน"
 
เอซุสกล่าวไป ใบหน้าก็ยิ่งเศร้าหมอง เด็กหนุ่มเห็นพลอยเศร้าตามไปด้วย
 
"ข้าถามได้ไหมว่าท่านเอซุสขอสิ่งใดไปแล้วเสียอะไรไป"
 
"ย่อมได้ ในตอนนั้นเกิดสงครามครั้งใหญ่เป็นผลมาจากการรุกรานของคนโลกอีกฝั่ง ข้าเผอิญได้ตะเกียงวิเศษมาครอบครองพอดี ต้องการยุติสงครามที่ยืดเยื้อที่รังแต่เพิ่มคนตายมากขึ้น จึงได้ขอพรให้ประตูที่เชื่อมต่อทั้งสองโลกปิดตัวลงตลอดกาล"
 
เอซุสทำหน้าขมขื่น นีโอรู้ทันทีว่าสิ่งที่แลกเปลี่ยนกับพรข้อนั้นต้องหนักหนามาก
 
"สิ่งที่ข้าต้องสละเพื่อแลกกับพรนั้นก็คือคนรักของข้าเอง..."
 
เด็กหนุ่มสะเทือนใจ "หมายความว่าคนรักของท่าน... ตายเหรอ"
 
เอซุสส่ายหน้า "ไม่เชิงอย่างนั้น"
 
"ถ้างั้นหมายความว่ายังไงครับ"
 
ก็บอกว่าสูญเสียคนรักไป ไม่ได้หมายถึงตายหรือไง?
 
"ตัวตนของคนรักข้าหายไปน่ะ"
 
"เอ๋?"
 
"ไม่ว่าจะการมีอยู่ของเขา ความทรงจำทุกอย่าง นอกจากข้าแล้ว ทุกคนที่เคยพบหรือรู้จักคนรักของข้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า 'คนรักของข้าคือใครกัน' ตัวตนหายไปจากโลกโดยสมบูรณ์"
 
นีโอขนลุกเกรียว นี่มันโศกเศร้ายิ่งกว่าการตาย อย่างน้อยคนที่ตายก็ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนที่รู้จัก แต่เมื่อหายไปก็เท่ากับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่ ไม่มีใครร่วมอาลัยอาวรณ์และคะนึงหา
 
ราชาแห่งเผ่าบาจันพูดเสียงเบาลง "พอได้ยินอย่างนั้น ข้าก็ไม่แน่ใจแล้วว่า คนรักของข้ามีตัวตนจริงๆ หรือเปล่า หรือที่จริงมันก็แค่ภาพลวงตาที่ข้าสร้างขึ้นมากันแน่"
 
"ท่านเอซุส..."
 
เอซุสกำจี้ห้อยคอไว้แน่น เขาเพิ่งสังเกตเห็นสร้อยคอที่ราชาแห่งเผ่าบาจันสวมใส่ มันเป็นสร้อยที่งดงามและอ่อนช้อย ชายหนุ่มท่าทางจะทะนุถนอมมันมาก 
 
"เวลาผ่านไปสักพัก ข้าก็ครุ่นคิดและถามความรู้สึกของตัวเอง ข้าเชื่อว่าคนรักของข้ามีตัวตน ข้ายังจำรอยยิ้ม น้ำเสียง ท่าทาง รวมไปถึงสัมผัสทุกอย่างได้ นั่นไม่มีทางใช่ภาพลวงตาแน่นอน ดังนั้นต่อให้ทุกคนลืมเลือนไปจนหมด แต่ข้าก็จะไม่ลืมและไม่ยอมลืมเด็ดขาดจนกว่าข้าจะตายจากไป"
 
เอซุสพูดไป น้ำเสียงก็ฟังดูรวดร้าว ไม่ต้องพูดถึงสีหน้าที่แสดงออกตอนนี้ มันคือความเศร้าสุดพรรณนา...
 
นีโอร้องไห้ รู้สึกเจ็บปวดแทนราชาเอซุส อีกฝ่ายดูเหมือนไม่เป็นไร แต่จริงๆ ในใจนั้นต้องร้องไห้อยู่ตลอดแน่ๆ เขาสัมผัสได้ถึงความเศร้านั้นจึงกลายมาเป็นคนร้องไห้แทน
 
เอซุสยิ้มอย่างอ่อนโยน "เจ้าไม่จำเป็นต้องมาร้องไห้กับเรื่องของข้าหรอกนะ"
 
"แต่ว่า... มันน่าเศร้านี่ครับ ท่านเอซุสไม่สามารถจะพูดคุยเรื่องของคนรักคนนั้นให้ใครฟังได้เลย เพราะไม่มีใครรู้จักคนรักคนนั้นอีกแล้ว..."
 
มันช่างแสนทรมานที่ไม่สามารถแบ่งปันความหลังที่มีร่วมกันให้กับใครได้ จำต้องเก็บไว้และนึกถึงเพียงลำพัง
 
ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกลี่ยตาทั้งสองข้างของนีโอ หยาดน้ำตาเหมือนกับอัญมณีใส แม้งดงามแต่ไม่สมควรประดับอยู่บนหน้าของเด็กหนุ่ม
 
"ขอบใจนะ นีโอ"เอซุสเอ่ยด้วยความรู้สึกตื้นตันจากใจจริง "ขอบใจที่เจ้าร้องไห้เพื่อข้า เพื่อคนรักของข้า ขอบใจจริงๆ"
 
นีโอไม่ได้พูดอะไร แต่ร่างของเขาถูกรวบเข้าไปในอ้อมแขนและได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่นเนิ่นนาน...
 
......................
 
เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วตอนที่นีโอขอตัวกลับห้อง พอเขาเดินออกมา ทหารที่เฝ้าประจำการตามทางเดินล้วนโค้งตัวทำความเคารพ
เด็กหนุ่มดีใจที่ตรงทางเดินนี้มีแสงจากคบไฟส่องแบบสลัวๆ พวกเขาจึงไม่เห็นหน้าที่ผ่านการร้องไห้มา นีโอรีบเดินกลับวังหลังก่อนที่ใครจะมาเห็นหน้าของเขาเข้า
 
เดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงระเบียง ลมพัดผ่านตัวเขาวูบหนึ่ง แล้วก้อนเมฆที่ลอยบดบังพระจันทร์ก็เคลื่อนตัวออกไป แสงสว่างสีเงินทอลอดเข้ามาอีกครั้ง และนีโอก็เห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่
 
เดเรคเท้าแขนอยู่ริมระเบียงเหม่อมองท้องฟ้าสีดำที่มีพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง แสงสีเงินอาบร่างของเจ้าชายแห่งเผ่าชารุให้ดูงดงามดั่งรูปสลัก
 
นีโอกะพริบตา "เดเรค ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ?"
 
ชั่วแวบหนึ่งนีโอคิดเข้าข้างตัวเองว่าบางทีเดเรคอาจจะมารอเขาก็เป็นไปได้เหมือนกัน...
 
เดเรคหันมาช้าๆ "ข้ามารอเจ้า"
 
"รอข้า?"เด็กหนุ่มใจเต้นแวบหนึ่งที่คำตอบเป็นอย่างที่คิด "มีเรื่องอะไรหรือครับ"
 
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่เดินเข้ามาใกล้ เมื่ออยู่ในระยะแค่เอื้อม สีหน้าของเดเรคพลันเปลี่ยนเป็นโกรธเคือง มือแตะบนใบหน้าของนีโอ
 
"นี่เจ้า... ร้องไห้เหรอ"
 
"เอ๊ะ เอ่อ..."
 
ร่างบางหลุบตา เขาร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรก็คิดอยู่ว่าสีหน้าคงจะดูไม่ดีนัก เป็นไปได้ก็ไม่อยากจะให้ใครจนกว่าจะถึงที่ห้องสักหน่อย เดเรคกลับสังเกตเห็นเข้าจนได้
 
"ราชาเอซุสรังแกเจ้า โดนทำร้ายหรือว่า..."
 
ยิ่งพูดน้ำเสียงของเดเรคก็ทวีความโกรธเกรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ นีโอรีบยกมือห้ามไว้ กลัวว่าอีกฝ่ายคิดจะกระโจนเข้าไปในห้องราชาเอซุสและทำการต่อสู้เข้า
 
"ไม่ใช่นะ! ท่านเอซุสไม่ได้ทำอะไรข้าสักหน่อย ท่านแค่เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง แล้วมันน่าเศร้ามากจนข้าต้องร้องไห้เท่านั้นเอง!"
 
"เจ้าพูดจริงเหรอ?"
 
"จริงสิ! ไม่เชื่อมองตาข้าก็ได้ ข้าพูดความจริงนะ!"
 
นีโอมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาสีม่วงสวยนั้น ชายหนุ่มก็จ้องตอบคล้ายจะหาร่องรอยโกหกในแววตานั้นแต่ไม่พบความผิดปกติ เดเรคจึงคลายความโกรธลง
 
"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แล้วไป ข้านึกว่าราชาเอซุสทำร้ายเจ้าเสียอีก"
 
นีโอส่ายหน้า "ท่านเอซุสเป็นคนดี เขาคอยปกป้องข้าอยู่เสมอ ข้าเป็นหนี้ชีวิตของเขา หากท่านเอซุสไม่มาช่วยไว้ป่านนี้ข้าคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้"
 
"งั้นเหรอ..."
 
พูดเพียงเท่านั้นเดเรคก็เงียบไป เด็กหนุ่มเห็นร่างสูงนิ่งไปนานจึงเอ่ยขึ้น
 
"นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเรากลับห้องกันดีกว่าครับ"
 
ท่าทางอันอ่อนล้าของร่างบาง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิด นีโอต้องฝืนตัวเองมากเกินไปเพื่อช่วยกันนาราออกจากเขา บางทีการที่ให้เด็กหนุ่มไปเผชิญหน้ากับคนร้ายกาจเช่นนั้นเป็นสิ่งที่เขาเห็นแก่ตัวเกินไปก็ได้
 
"นีโอ เจ้ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ที่ต้องเล่นเป็นสนมของข้าแบบนี้"เดเรคถามอย่างเป็นกังวล "ข้าทำให้เจ้าลำบากมากใช่หรือไม่"
 
"เดเรค ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ"นีโอตาเบิกโต "ข้าไม่ได้ลำบากอะไรสักนิด ข้าเสียอีกที่กังวลว่าตัวเองทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไม่ดีพอ อย่างคราวนี้ถ้าไม่ได้ท่านเอซุสช่วยไว้ ตอนที่ข้าแข่งเต้นกับนาราแล้วพ่ายแพ้ ข้าอาจจะโดนคัดออกไปแล้วก็ได้"
 
"ไม่หรอก นั่นเจ้าทำดีที่สุดแล้ว"ชายหนุ่มกล่าว รั้งร่างนั้นเข้ามาในอ้อมแขน "ข้าเสียอีกที่ละอายใจที่ให้เจ้าต้องมาลำบากเพราะเรื่องของข้าแบบนี้"
 
"ข้ายินดีช่วยครับ เดเรค"นีโอเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีม่วงนั้น "เดเรคช่วยข้าไว้กลางทะเลทราย นั่นเป็นสิ่งที่ข้าไม่มีวันลืม และยังช่วยข้าอีกตั้งหลายอย่าง เรื่องแค่นี้ข้าทำเพื่อท่านได้"
 
"นีโอ..."
 
ทันทีที่เห็นรอยยิ้มนั้น ในใจราวกับได้รับการปัดเป่าและเพิ่มพูนความรู้สึกบางอย่างเข้ามา
 
เดเรคโน้มหน้าเข้าไปตามความรู้สึกของตนเอง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะแนบสนิทกับริมฝีปากแดงระเรื่อของนีโอ ให้สัมผัสที่อ่อนนุ่มและหวานล้ำ
 
"!"
 
ร่างบางนิ่งอึ้ง เมื่อเดเรคจูบเขาและเริ่มขบเม้มเรียวปาก ใจของเขาเต้นรัวเร็ว กับสัมผัสแสนวาบหวามนั้น ชายหนุ่มเพียงแค่ประกบริมฝีปากไม่ได้ทำการรุกล้ำอะไรมากกว่านี้แท้ๆ แต่นีโอรู้สึกเหมือนจะหมดเรี่ยวแรง ในหัวหมุนติ้วไปหมด เต็มไปด้วยคำถามสารพัน
 
เพราะอะไรเดเรคถึงได้จูบเขา นี่หรือว่า... เป็นไปไม่ได้...
 
ก่อนที่เขาจะตั้งสติ เดเรคก็เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกมา นัยน์ตานั้นเป็นประกายร้อนแรงจนนีโอไม่กล้าสบตาตอบ แววตานั้นบ่งบอกทุกอย่างและเขาไม่อยากจะคิดถึงความเป็นไปได้นั้น มันต้องไม่ใช่แน่ๆ บางทีเดเรคคงแค่อารมณ์พาไป คนตรงหน้าไม่มีทางที่จะรู้สึกแบบเดียวกับที่เขาคิด
 
"ทำไม..."
 
เด็กหนุ่มไม่อยากจะถามเพราะกลัวคำตอบที่ได้รับ แต่ปากของเขากลับขยับออกไปเองเสียได้
 
เงียบไปครู่หนึ่ง ร่างสูงก็ตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
 
"บางที... ข้าอาจจะตกหลุมรักเจ้าแล้วล่ะมั้ง"
 
คำพูดของเดเรคทำให้หัวใจของนีโอกระตุก ภายในพลุ่งพล่านด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปกัน เขาไม่อยากเชื่อหูตัวเอง 
เมื่อกี้เดเรคบอกว่ารักเขางั้นเหรอ เรื่องนั้นมันไม่มีทาง...
 
เด็กหนุ่มเม้มปาก "เดเรค อย่าล้อข้าเล่น..."
 
"ข้าไม่ได้ล้อเล่น"เดเรคยืนยันหนักแน่น เสียงนั้นกังวานท่ามกลางความเงียบ ยากจะบอกว่าฟังผิด "ข้ารักเจ้า นีโอ"
 
นีโอที่ได้ยินประโยคนั้นชัดเจนนิ่งเงียบอยู่เป็นนานดุจห้วงเวลาได้ถูกแช่แข็ง
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #544 Sea Zip (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 10:36
    เมเดย์ๆ คือตีวตนของคนรักของเอซุสไม่ได้จางหายแต่กลับไปอยู่บนโลกอีกฝั่งแน่ๆ
    #544
    0
  2. #493 pqrst (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 20:31
    นายเอกขอพรหรอ เลยเสียพระเอกไป
    น้องเขยหรอ ไม่ใช่น้องสะใภ้หรอ??
    #493
    2
    • #493-1 Anabella(จากตอนที่ 13)
      21 ตุลาคม 2560 / 06:33
      เรื่องคำใช้เขย สะใภ้ ในนิยายวายเป็นความเข้าใจผิดของไรท์เตอร์เองค่ะ > < คิดว่าเขยใช้ได้เฉพาะกับผู้ชาย ส่วนสะใภ้ใช้ได้กับผู้หญิง ขอโทษที่ทำให้รู้สึกติดขัดในการอ่านนะคะ ที่ไม่ได้แก้เพราะฉบับตีพิมพ์ก็เป็นแบบนี้ เลยคงทุกอย่างไว้ค่ะ เรื่องถัดๆ ไป ไรท์เตอร์จะใช้คำให้ถูกค่ะ
      #493-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #474 เรียกฉันว่า พะแพร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:37
    ขอบคุณค่ะ
    #474
    0
  4. #381 mangalover (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:49
    นอนนี้ร้องไห้อย่างแรง
    #381
    0
  5. #380 Akane View (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:25
    สารภาพออกมาแล้ว นีโออย่าของพรจากตะเกียงเลยนะ จริงๆไม่งั้นต้องเสียเดเรดไปแน่ๆเลย
    #380
    0
  6. #45 eery (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 15:18
    ไรท์เตอร์ สนุกมากกกกกก   นีโอน่ารักอ่า >//<    มาอัพไวๆน่ะค่ะ  
    #45
    0
  7. #44 XมูOวกาศ ' JNF (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 08:03
    นกไฟคือใคร? อยากรู้มากจะรอนนะคร้าบบบบบ
    #44
    0
  8. #43 ใบปิ่น (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 21:18
    น่ารักอ่า สนุกมากกกก อัพไว้ๆนะค่าาาาาาาา
    #43
    0
  9. #41 ยมทูตผู้ช่วงชิง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 19:34
    น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก >///<

    สู้ๆนะคะ รออ่านต่ออย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ

    ตัวอักษรโอเคแล้วค่ะ เราไม่อยากเพ่งอ่านอ่ะนะ
    #41
    0
  10. #40 b. bow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 18:56
    อ๊ากกก อยากอ่านอ่า รออ่านค่าาา
    #40
    0