[Yaoi - จบแล้ว] ภาพวาดรักในรอยทราย

ตอนที่ 11 : งานเลี้ยงแห่งการทดสอบ คำท้าจากศัตรู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    10 เม.ย. 60

ภาพที่ 11 งานเลี้ยงแห่งการทดสอบ คำท้าจากศัตรู
 
จิตสังหารรุนแรงเสียยิ่งกว่าตอนจัดการกับแมงป่องทะเลทราย แม้จะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่นีโอโดยตรง แต่ความรู้สึกที่สัมผัสโดนก็ไม่ได้ชวนให้สบายใจเอาเสียเลย
 
เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในวังวนของพายุหมุนและร่างกายโดนกรีดเฉือนเป็นชิ้นๆ ขนาดเขาโดนแค่หางเลขยังรู้สึกจะตายคาจิตสังหารของเดเรคเลย แล้วชายในชุดคลุมคนนี้จะไม่สะทกสะท้านเลยอย่างนั้นเหรอ!?
 
เงยหน้ามองและได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผมแดง แววตาสีทองเป็นประกายกล้าฉายแววสนใจต่อคนที่แผ่จิตสังหาร
 
"เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไป นักรบแห่งเผ่าชารุเอ๋ย"ชายผมแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แม้ข้าอยากจะเล่นกับเจ้าด้วย แต่ข้าก็ไม่อาจสู้ทั้งๆ ที่เจ้าเข้าใจผิดอย่างนี้ ข้าไม่ได้ทำอะไรเด็กคนนี้เลย ตรงข้ามข้าช่วยเขาไว้ต่างหาก"
 
"อะไรนะ?"
 
เดเรคฟังคำของชายคนนั้นแล้วขมวดคิ้ว จิตสังหารที่แผ่ออกมาเบาลงจนนีโอพูดแทรกขึ้นมาได้
 
"เป็นความจริงครับ! ผู้ชายคนนี้เป็นคนช่วยข้าไว้จากมือสังหาร ถ้าไม่ได้เขา ข้าก็คงตายไปแล้ว!"
 
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของนีโอ จิตสังหารของเดเรคก็แทบจะมลายสิ้นไป แต่ยังคงหลงเหลืออยู่เหมือนกับผ้าคลุมที่ห่อหุ้มกายไว้ เสริมรูปลักษณ์อันน่าเกรงขาม
 
"ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แล้วเหตุใดเจ้าถึงร้องไห้และอยู่ในอ้อมกอดของชายคนนั้นด้วย"
 
ฟังประโยคที่ชายหนุ่มพูดราวกับว่าเด็กหนุ่มนอกใจไปแอบพบกับชายอื่นแล้วโดนจับได้อย่างไรพิกล นีโอเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองยังเกาะชายผมแดงเอาไว้อยู่ จึงรีบปล่อยมือและถอยห่างออกมาในระยะหนึ่ง อธิบายให้เดเรคฟังอย่างลนลาน
 
"ข้าแค่ เอ่อ... กลัวเท่านั้นเอง! ถึงได้ร้องไห้ออกมา ส่วนที่กอดกันก็..."
 
ร่างบางไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวตรงนี้ยังไงดี ชายผมแดงเป็นฝ่ายชิงพูดขึ้น
 
"ข้าเห็นเด็กคนนี้ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวจึงได้กอดปลอบใจเท่านั้นเอง ไม่ได้ล่วงเกินอย่างอื่นเลย"
 
ชายผมแดงพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นให้ความน่าเชื่อถือ เดเรคจึงคลายความระแวงลงแต่ก็ไม่ได้เข้ามาใกล้ 
 
"ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็ต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วย'คนรัก'ของข้าไว้ และขออภัยที่เสียมารยาทเมื่อครู่"
 
เดเรคจงใจเน้นฐานะคนรักของนีโออย่างชัดแจ้ง จนคนถูกเรียกหน้าร้อนวูบ มิหนำซ้ำเมื่อเขาเดินไปถึงข้างตัวเดเรคแล้ว เจ้าชายแห่งเผ่าชารุก็กอดร่างเด็กหนุ่มไว้แสดงความเป็นเจ้าของ
 
ชายผมแดงเงียบไปเมื่อเห็นท่าทางของเดเรค เพราะหมวกคลุมที่กดต่ำลงมาจนเกิดเงาปิดบังใบหน้า ทำให้ไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายทำหน้าเช่นไรอยู่ แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบค่อนไปทางเย็นชา
 
"ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว ยังไงก็ช่วยคุ้มครองเด็กคนนี้ให้ดีหน่อย การไม่ดูแลเท่ากับปล่อยเขาเข้าปากศัตรู"
 
ไม่ว่าเปล่าชายผมแดงก็โยนอะไรบางอย่างให้กับเจ้าชายแห่งเผ่าชารุ ชายหนุ่มรับมันเอาไว้ได้ มองสิ่งที่อยู่ในมือต่างเบิกโต
 
"สิ่งนี้มัน..."
 
"ข้าหยิบฉวยเอามาได้ ตอนที่สู้กับมือสังหาร หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้า"
 
น้ำเสียงนั้นแสดงออกว่าเป็นห่วงนีโออย่างมาก ชายหนุ่มหรี่ตามองอีกฝ่าย
 
"ทำถึงขนาดนี้ เจ้าเป็นใครกัน"
 
"เร็วๆ นี้เจ้าก็จะได้รู้"
 
ชายผมแดงพูดเพียงเท่านั้นก็เดินจากไป ผ้าคลุมพลิ้วสะบัดหายเข้าไปยังอีกฟากหนึ่งของตรอก นีโอมองส่งร่างนั้นลับตาก็หันมาเผชิญหน้ากับเจ้าชายแห่งเผ่าชารุ
 
"เดเรค คือว่าข้า..."
 
"นีโอ ข้าขอโทษนะ"
 
"ครับ?"
 
เขาอยากจะกล่าวคำขอโทษ แต่เดเรคชิงพูดขึ้นก่อน นัยน์ตาสีม่วงฉายแววเศร้า ก่อนที่มือของชายหนุ่มจะลูบแผลที่แก้มของเขา
 
"ข้าประมาทมากไปหน่อย ทำให้เจ้าถึงกับบาดเจ็บ ถ้าชายคนนั้นไม่ช่วยเจ้าไว้อาจจะแย่ยิ่งกว่านี้ ข้าขอโทษที่ดูแลเจ้าไม่ดี"
 
"ไม่หรอกครับ เรื่องนั้นน่ะ..."
 
"องค์ชายไม่ผิดหรอกพ่ะย่ะค่ะ เป็นกระหม่อมเองที่คลาดสายตาจากพระสนมนีโอ ทั้งๆ ที่เป็นองครักษ์แท้ๆ"
 
"เช่นนั้นข้าก็ผิดเหมือนกันเจ้าค่ะ ทั้งที่อยู่ใกล้ท่านนีโอที่สุดแต่กลับคลาดกันได้"
 
ทั้งสามคนต่างรู้สึกผิดจนนีโอรีบตอบว่า
 
"ข้าไม่เป็นไรจริงๆ นะ! อย่าโทษตัวเองไปเลยครับ ข้าเองก็มีส่วนผิดด้วยที่ไม่ระมัดระวัง"
 
นีโอคิดว่าถ้าตัวเองตั้งสติและไม่ประมาทมากกว่านี้ก็คงไม่โดนคลื่นของฝูงชนผลักไปทำให้คลาดกับพวกเดเรค จนต้องมาเจอกับมือสังหารแบบนี้
 
"ยังไงตอนนี้เรากลับวังก่อนดีกว่า จะได้รักษาแผลให้เจ้าด้วย"
 
เดเรคกล่าวอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่านอกจากแผลที่แก้มแล้ว ยังมีแผลที่หัวไหล่ด้วย โชคดีที่แผลไม่ลึกมากนัก ไม่งั้นชายหนุ่มคงจะรู้สึกแย่มากกว่านี้
 
"แต่เรายังเลือกซื้อของกันไม่เสร็จเลยนะครับ"
 
นีโอท้วง นอกจากผ้าที่เลือกได้แล้ว ยังเหลือเครื่องประดับกับพวกเครื่องประทินผิวอีก
 
"ไว้ค่อยมาหาซื้อกันวันหลัง ข้าเป็นห่วงบาดแผลของเจ้า ถึงดูจะไม่ร้ายแรงมากแต่ปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่เป็นผลดี กลับวังกันเถอะ"
 
"ก็ได้ครับ..."
 
นีโอรับคำเสียงอ่อย รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เดินเที่ยวกับเดเรคต่อ ถ้าไม่ได้เกิดเหตุวุ่นวายเข้าเสียก่อนล่ะก็ คงจะเลือกซื้อของได้ครบภายในวันเดียว
 
เดเรคมองสิ่งของที่ชายผมแดงให้ นัยน์ตาวาวด้วยอารมณ์อาฆาตแค้น
 
"กลับไปที่วังต้องจัดการกับขุนนางที่บังอาจมาแตะของที่ไม่สมควรแตะ"
 
น้ำเสียงที่กดต่ำกับไอเย็นที่แผ่ซ่านรอบตัว ทำให้นีโอสั่นสะท้าน คิดในใจว่าขุนนางคนนั้นคงไม่ตายดีแน่
 
.......................
 
หลังจากวันนั้นเดเรคก็ยุ่งอยู่กับงาน ไม่มีเวลาว่างพอจะมาเดินตลาดกับนีโออีก ทำให้เขาต้องไปกับลีลียาและเชทกันสามคน 
นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อมีอาคันตุกะพิเศษจากเผ่าบาจันมาร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้ และได้ยินคนอื่นๆ พูดกันว่าทูตที่เชิญมาเป็นพิเศษนี้เป็นตัวตัดสินในการคัดเลือกพระสนมด้วย
 
รู้เรื่องนี้เข้านีโอถึงกับเครียดลงกระเพาะ เจอขุนนางทั้งหมดของเผ่าชารุไม่พอ เขาต้องมาเจอทูตพิเศษจากเผ่าบาจันด้วย เอาเข้าไปสิ...
 
แต่เวลาสำหรับการเตรียมใจไม่มีเหลือพอ วันงานก็มาถึง วังหลังเต็มไปด้วยผู้คนเข้านอกออกใน ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาช่างทั้งหลายที่มาแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับว่าที่สนม
 
นีโอเองก็มีคนมาช่วยในการแต่งตัวเช่นกัน เป็นนางกำนัลที่เสนาบดีอัคนีจัดมาโดยเฉพาะ รับประกันความปลอดภัยได้เพราะเป็นคนที่ลีลียาคุ้นหน้าคุ้นตาดี 
ถึงอย่างนั้นในวันงานที่มีคนเยอะเช่นนี้ เดเรคเองก็ไม่อยากประมาท นอกจากเชทแล้วยังส่งทหารส่วนตัวมาให้ความคุ้มครองนีโอที่ตำหนักด้วย และทหารพวกนั้นก็คือคนที่เคยตรวจตราข้าวของก่อนเข้าวังหลังพวกนั้นนั่นเอง
 
ทหารแต่ละนายมีสีหน้าภูมิอกภูมิใจที่ได้รับเกียรติอารักขานีโอ และยืนประจำการอยู่ทั้งด้านนอกด้านในอย่างขยันขันแข็ง ช่วยแบ่งเบาภาระให้เชทไปส่วนหนึ่ง
 
ตกเย็นวังหลังเริ่มเงียบลงทีละนิด ความเครียดแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งวัง งานเลี้ยงจะเริ่มต้นขึ้นตอนหนึ่งทุ่มตรง ตอนหกโมงครึ่งสนมทุกคนต้องมารวมตัวกันหน้าวังหลังเพื่อให้ไลซาเป็นคนนำพวกเขาเข้างานเลี้ยง
 
"มากันครบแล้วหรือยัง"
 
ไลซาเดินเข้ามาถามกับข้ารับใช้ วันนี้พระชายาองค์รัชทายาทแต่งกายด้วยชุดสีเหลืองอ่อนกับสีครีม แม้อยู่ในชุดแบบบุรุษแต่กลับงดงามจนคนอื่นๆ สูญเสียความมั่นใจ ยืนนิ่งจ้องไลซาตาร้อนผะผ่าว
 
"ยังเหลือท่านนีโอกับท่านนาราพ่ะย่ะค่ะ"
 
ข้ารับใช้โค้งตัวรายงาน ไลซาพยักหน้าแล้วคิดว่ายังมีเวลารอทั้งสองคนนั้นได้อีกนิดหน่อย 
สักพักทั้งสองคนที่มาช้าสุดก็ปรากฏตัว พอหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวเข้ามาร่วมกลุ่ม ทุกคน ณ ที่นั้นต่างพากันเงียบกริบ...
 
.....................
 
"เห็นเสนาบดีมาราจีฟตอนนี้ รู้สึกอยากเอาดาบปักหน้าชะมัด"
 
องค์ชายรัชทายาทฮาริพึมพำในวงสนทนาที่ประกอบไปด้วยเดเรค อัคนีและโบนิต้า พวกเขายืนจับกลุ่มกัน รอคอยขบวนของเหล่าพระสนมเข้ามาในงาน
 
"แม้ข้าจะไม่ชอบที่องค์รัชทายาทพูดเช่นนี้ แต่ข้าก็ต้องเห็นด้วย"อัคนีกล่าวพลางถอนหายใจ "เสนาบดีมาราจีฟยิ้มหน้าบานแสดงว่ามั่นใจในตัวนารามาก"
 
ฮาริยักไหล่ "ข้ายอมรับว่านางน่ะสวย แต่เมื่อเทียบกับที่รักของข้า นางก็เป็นแค่ปลายเส้นผมของชายาที่รัก"
 
โบนิต้าฟังก็หัวเราะคิกคัก "แหม องค์รัชทายาทหลงพระชายาไม่ลืมหูลืมตาเลยนะเพคะ ดีแล้วที่พระองค์ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินในค่ำคืนนี้ ไม่งั้นก็น่าสงสารสนมคนอื่นๆ แย่เลย"
 
"พูดอย่างกับข้าลำเอียง ข้าแค่ดูตามความจริงเท่านั้น"
 
ฮาริทำเสียงฟึดฟัด อัคนีกับโบนิต้าหัวเราะ มีเพียงเดเรคคนเดียวที่ไม่ได้ร่วมสนทนา สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่ทางเข้าออกของงานเลี้ยงอย่างเหม่อลอย 
ฮาริสังเกตเห็นจึงยิ้มอ่อนใจ กอดคอน้องชายของตนไว้
 
"ไม่เอาน่า น้องรัก อย่ากังวลไปเลย เชื่อใจในตัวน้องเขยสิ หรือไม่ก็เชื่อในลีลียา นางต้องแต่งตัวน้องเขยให้ออกมางามแน่นอน"
 
เดเรคยิ้มน้อยๆ "ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้นหรอก นีโอต่อให้ไม่แต่งตัวอะไรก็มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่แล้ว ข้าแค่คิดว่าเมื่อไหร่ขบวนของสนมจะมาก็เท่านั้น"
 
ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม สีหน้าไร้ความกังวล ฮาริที่เข้าใจผิดถึงกับอึ้ง โบนิต้าหัวเราะชอบใจ
 
"ฮ่าฮ่าฮ่า! สมแล้วเพคะที่เป็นพี่น้องกัน มองคนรักว่าสวยที่สุดคนอื่นไม่อยู่ในสายตา!"
 
สองพี่น้องที่ว่าไม่มีอะไรจะพูด อัคนีมองการเคลื่อนไหวที่ทางเข้าพูดว่า
 
"รู้สึกจะมากันแล้วนะ"
 
บานประตูเปิดออกดึงความสนใจจากทุกคนในงานเลี้ยง ไลซานำขบวนของสนมทั้งหลายเข้ามาในห้อง
ความงามของไลซาแทบจะกลบรัศมีสนมคนอื่นๆ ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่เปล่งประกายเทียบเคียงได้อยู่
 
นารายิ้มอย่างอ่อนหวาน ความงามของเธอเฉิดฉายผ่านแพรพรรณสีชมพูอ่อน ประดับอัญมณีโทนสีแดงกับสีขาวขับเน้นความสดใสมีชีวิตชีวา ผมที่ไว้ยาวรวบขึ้นสูงเผยคอระหงแลดูสวยงามไปทั่วสัดส่วน จนไม่ว่าหญิงหรือชายล้วนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
 
แต่แล้วเมื่อมาถึงเกือบจะท้ายแถว คนคนหนึ่งทำให้ภายในห้องเงียบสงัด ขนาดเสียงลมหายใจยังหายไปจากการรับรู้
 
นีโอเดินเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยความสง่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ การแต่งกายของเขาสะกดทุกผู้คนอย่างคิดไม่ถึงและหันเหความสนใจจากนารามาที่เด็กหนุ่มได้ เขาสวมผ้าคลุมสีขาวปักลายดอกไม้เล็กๆ มีสร้อยอัญมณีสีฟ้าใสร้อยพาดไปมาบนศีรษะ สวมต่างหูเป็นรูปขนนกทำจากไม้แกะสลัก เขาสวมเสื้อแขนกุดเอวลอยสีฟ้าอ่อนเผยให้เห็นแขนขาวเนียนที่มีตราสัญลักษณ์เผ่าวีร์ที่แขนซ้าย
ที่คอก็มีสร้อยและจี้ทำจากไม้ด้วยงานอันวิจิตรหลายชิ้นห้อยยาวลงมาถึงบริเวณหน้าอก กางเกงเอวต่ำสีขาวคาดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลเผยทรวดทรงองค์เอวให้เป็นที่น่าหลงใหล กำไลทำจากไม้ขัดมันที่มือกับเท้าทั้งสองพอขยับก็มีเสียงดังกริ๊กๆ ให้ทำนองที่แตกต่างจากกระดิ่งและไพเราะน่าประหลาด  
 
หากเทียบกับนาราเป็นบุปผาที่น่าทะนุถนอมเชิดชู นีโอก็คือสายน้ำที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตา มันงดงามคนละแบบทว่าก็ดึงดูดผู้คนเหมือนกัน
 
มาถึงยังใจกลางห้องไลซาก็โค้งตัวคำนับให้กับราชาที่อยู่บนบัลลังก์ สนมคนอื่นๆ ก็เคารพตาม
 
นีโอเหลือบมองพระราชาแห่งเผ่าชารุ ที่แท้บิดาของเดเรคกับฮาริเป็นอย่างนี้นี่เอง 
องค์ราชามีนามว่าบาบลู มีส่วนคล้ายกับเดเรคและฮาริอยู่บ้าง แต่ความดุดันและน่าเกรงขามมีมากกว่าหลายเท่า ท่าทางเป็นคนที่เข้าถึงยาก
 
นีโอได้ยินจากอัคนีว่าพระราชาเป็นนักรบที่มีคุณธรรม พระองค์ใจดีมีเมตตาต่อประสกนิกร แต่ถ้าเป็นคนชั่วพระองค์ก็ไม่เคยปรานี เป็นลักษณะที่มีทั้งความเมตตาและความเด็ดขาดอยู่ในคนคนเดียวกัน เขาจึงคิดว่าองค์ราชาคงจะเป็นคนใจกว้าง แต่พอได้มาเห็นตัวจริงแล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ พระองค์น่าจะเป็นราชาหัวดื้อซะมากกว่า
 
นัยน์ตาขององค์ราชากวาดไปรอบห้อง หยุดลงที่นาราแล้วแย้มรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา ทว่าเมื่อผินหน้ามาทางนีโอกลับสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจชัดแจ้ง
 
โดนเกลียดขี้หน้าเต็มเปาเลย เด็กหนุ่มห่อไหล่ 
องค์ราชาละสายตาจากนีโอ ลุกขึ้นยืน พูดด้วยเสียงดังกึกก้องว่า
 
"ในวันนี้คืองานเลี้ยงที่เปิดตัวว่าที่สนมของบุตรชายเรา เจ้าชายเดเรค และเป็นบททดสอบแรกของบรรดาสนมทั้งหลายเพื่อก้าวผ่านสู่บททดสอบถัดไป ฝึกฝนตนเองให้คู่ควรกับการได้นับร่วมเป็นเชื้อสายแห่งวงศ์วาน สำหรับค่ำคืนนี้บททดสอบนั้นแสนจะง่ายดาย ขอเพียงว่าที่สนมทั้งหลาย ประพฤติตนเป็นที่ต้องตาของทูตพิเศษจากเผ่าบาจัน ซึ่งตอนนี้พวกเขาปะปนอยู่ในบรรดาขุนนางทั้งหลายในที่นี้แล้ว"
 
ว่าที่สนมแต่ละคนหันซ้ายหันขวามองหาทูตพิเศษที่ว่า แต่ในเมื่อไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าทูตพิเศษที่ว่าคือคนไหน
 
"แน่นอนว่าทูตพิเศษนี้นอกจากข้าแล้ว เจ้าชายและขุนนางคนอื่นๆ ยังไม่เคยพบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ที่มีให้ว่าที่สนมทุกคนได้เท่าเทียมกัน และมีเพียงสิบห้าคนเท่านั้นจึงจะได้อยู่ในวังหลังต่อไป ที่เหลืออีกหกคนจะต้องกลับบ้าน บททดสอบนี้จะสิ้นสุดเมื่อจันทราขึ้นสู่กลางนภาราตรี นับจากนี้เริ่มการทดสอบได้!"
 
องค์ราชาพูดเสร็จก็ประทับนั่งบนบัลลังก์และจับจ้องมาที่พวกเดเรคอย่างเปิดเผย 
 
"ต่อให้ไม่ต้องย้ำเตือนเราก็รู้อยู่แล้วล่ะน่า"
 
องค์ชายรัชทายาทฮาริงึมงำ ไม่พอใจสายตาของบิดา เชื้อพระวงศ์กับขุนนางระดับสูงไม่สิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับการทดสอบนี้ นับจากประกาศเริ่มทดสอบพวกเขาจะต้องถอยห่างจากว่าที่สนมทุกคนเพื่อเปิดทางให้แสดงความสามารถ
 
เดเรคมองนีโอ เด็กหนุ่มในวันนี้งดงามมากเสียจน... เขาอยากจะเก็บไว้ให้ตนเองได้มองเพียงผู้เดียว
เขาส่งจิตสังหารไปยังขุนนางบางคนที่มองร่างบางน้ำลายหก พวกเขาเหล่านั้นรับรู้ได้ต่างก็หน้าถอดสี พากันถอยห่างออกไป
 
ฮาริตบบ่าน้องชาย "ใจเย็นไว้ น้องรัก ขืนทำแบบนั้นเดี๋ยวน้องเขยก็ทำการทดสอบไม่ได้พอดี"
 
เดเรคขบกรามแน่น "เป็นท่านพี่จะรู้สึกยังไงหากท่านพี่ไลซาโดนมองด้วยแววตาหื่นกระหายบ้าง"
 
"อืม ควักลูกตาของมันออกมามั้ง"ฮาริตอบทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม "และอาจจะเฆี่ยนโบยมันเป็นร้อยๆ ทีเอาให้เข็ดไปเลย"
 
"ข้าว่าท่านพี่ใจดีเกินไป มันต้องพันทีต่างหาก ถึงจะทำให้มันเจ็บแล้วจำ"
 
อัคนีที่ฟังการสนทนาของสองพี่น้องทำสีหน้าปั้นยาก โบนิต้าเองก็หุบยิ้มทำหน้าเบ้ 
ช่างเป็นเจ้าชายที่โหดเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย!
 
หลังประกาศเริ่มการทดสอบ สนมแต่ละคนแยกย้ายเข้าไปพูดคุยกับบรรดาขุนนาง เหมือนกับจับวงสนทนาของชนชั้นสูง นีโอมองแล้วกลืนน้ำลาย นี่หรือว่าเขาต้องไปพูดคุยเรื่องยากๆ กับขุนนางพวกนั้นน่ะ เขาไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรเลยนะ!
 
"คนอื่นๆ นี่อ่อนหัดเสียจริง ว่าไหม ท่านนีโอ"
 
นาราเดินเยื้องย่างมาหาเขาด้วยตัวเอง ด้านหลังตามติดด้วยองครักษ์คู่ใจ  ใบหน้าของนาราฉาบรอยยิ้มเป็นมิตร ทว่าแววตากลับไม่สื่อถึงแบบนั้น
 
นีโอเริ่มระวังตัว "ที่พูดหมายความว่ายังไงเหรอ"
 
"หึ วิธีการแสดงออกแบบนั้นของคนอื่นๆ น่ะ ก็คือการเข้าหาพวกขุนนางแล้วก็พูดคุยทำเป็นอวดฉลาด แต่แบบนั้นเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่ากลุ่มขุนนางที่เราเข้าไปพูดคุยด้วยเป็นทูตพิเศษใช่หรือไม่น่ะ" 
 
ที่พูดมามันก็ใช่แฮะ... 
เด็กหนุ่มคล้อยตามความคิดของนารา ถ้าทำตามว่าที่สนมคนอื่นๆ  มีหวังต้องพูดคุยจนลิ้นเปื่อยปากเมื่อยกันไปข้าง ก็ขุนนางที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ดูแล้วไม่ต่ำกว่าร้อย! 
 
นาราเห็นนีโอมีสีหน้าเห็นด้วย เธอจึงยิ้มย่อง ยื่นมือออกมาข้างหน้า
 
"ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมีอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้โดดเด่นได้โดยไม่จำเป็นต้องไปพูดคุยกับพวกขุนนางเหล่านั้นเลย ว่าไงสนใจจะร่วมมือกับข้าไหม ท่านนีโอ"
 
นีโอมองมือที่ยื่นออกมาหาอย่างไม่ไว้ใจ "วิธีอะไรกันล่ะ"
 
"เต้นไงล่ะ เรามาเต้นรายาห์กันเถอะ ในฐานะที่ท่านนีโอเป็นถึงชาวเผ่าวีร์การเต้นแบบนี้คงไม่ยากสักเท่าไหร่หรอกใช่ไหม"
 
"รายาห์งั้นเหรอ..."
 
นีโอเคยเรียนรู้เรื่องการเต้นรายาห์มาบ้างเพราะมันเป็นหนึ่งในการเต้นที่ต้องเป็นในการเข้างานสังคม
 
การเต้นของชาวทะเลทรายเน้นความสนุกสนานคึกคักแสดงถึงพละกำลังและท่วงท่าเผ็ดร้อน การเต้นรายาห์นั้นเป็นการเต้นแบบคู่ แบ่งเป็นฝ่ายหนึ่งรุกอีกฝ่ายหนึ่งรับ ฝ่ายรุกจะต้องเต้นเข้าหาฝ่ายรับ พยายามจับกุมอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ขยับตัวได้ในระยะเวลาที่นับหนึ่งถึงสิบ ส่วนฝ่ายรับจะต้องพลิ้วหลบการจับกุมกระทั่งเพลงจบลง จึงจะชนะ เป็นการเต้นที่ต้องอาศัยร่างกาย ไหวพริบและความว่องไวพอตัว เหมือนเป็นการต่อสู้ชนิดหนึ่งที่ไม่ได้ทำร้ายหาญหักกัน 
 
อย่างนี้นี่เองใช้การเต้นนี้ดึงดูดและสร้างความประทับใจให้ทูตพิเศษนี่เอง...
 
"ท่านนีโอ คิดว่ายังไง จะมาเต้นกับข้าหรือไม่"
 
"นับเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวอยู่ แล้วใครจะเป็นฝ่ายรุกกับฝ่ายรับล่ะ"
 
นาราเชิดหน้าขึ้น "ข้าขอเลือกที่จะเป็นฝ่ายรุก ส่วนท่านนีโอเป็นฝ่ายรับ คิดว่าเป็นอย่างไร?"
 
กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนั้น...
 
นีโอไม่ประหลาดใจเท่าไหร่ที่นาราเลือกฝ่ายรุกเพราะประกายตาของเธอนั้นคุโชนด้วยความอยากเอาชนะเขาเต็มที่
 
"ได้สิ ข้าเป็นฝ่ายรับก็ได้"
 
เพราะเขาเองก็ไม่ถนัดจะรุกด้วยสิ 
นาราตบมือ "เป็นอันว่าตกลงได้แล้วนะ และเพื่อให้การเต้นนี้สนุกยิ่งขึ้น เรามาเดิมพันอะไรสักหน่อยดีกว่า" 
 
"เดิมพันอะไร"
 
นีโอขมวดคิ้ว นารายื่นหน้าเข้ามาหาเอานิ้วแตะริมฝีปากของตัวเองอย่างยั่วยวน
 
"ถ้าข้าชนะ ท่านจะต้องยอมออกไปจากงานเลี้ยงนี้ ตกลงไหม?"
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #500 chompoo--- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 16:54
    ไรท์สู้ๆ
    #500
    2
    • #500-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      31 ธันวาคม 2560 / 20:18
      ขอบคุณค่ะ
      #500-1
  2. #471 เรียกฉันว่า พะแพร (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:37
    อีนี้ น่าตบนัก
    #471
    0
  3. #377 mangalover (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:52
    หนูต้องกาีคอนต่ออย่างแรง...รู้สุกว่าจะตายถ้าไม่ได้อ่านต่ออ่ะ..
    #377
    0
  4. #348 Harm. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 22:50
    ซันพี่ชายของนีโอสินะ โอ พวกนี้กบฏชัดๆ
    #348
    0
  5. #306 Tumbmong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 18:51
    อื้อหืออ หนอนบ่อนตัวยักษ์เลยนะเนี่ย แถมเป็นเผ่าใช้เวทย์อีกด้วย งี้ต่อไปไม่ใช้เวทย์ควบคุมจิตของราชาเลยเราะ โอ่ยยยๆๆๆ
    #306
    0
  6. #256 TearsDrop (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 23:07
    อยากเอามาราจีฟ ไปจับถ่วงน้ำจริงวุ้ย แกกล้ามากนะที่ขยี้รูปหนูนีโอด้วยเท้าอ่ะ กร๊าซซซซซซ อยากผ่นไฟใส่จริงๆ(--)++
    #256
    0
  7. #242 totoroto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 17:01
    ชอบๆๆสนุกมากๆ
    #242
    0
  8. #71 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 20:18
    สนุกค่ะ^^
    #71
    0
  9. #61 MR.L[๐ne]ly (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 00:46
    จิน ซัน คู่ใหม่่>W< ตอนแรกที่ปรากฏตัวกับนกไฟ(ที่เราจิ้นไว้...) ไม่คิดว่าจะเป็นเคะT_T
    ทีนี้ก็เหลือคนที่ชอบเที่ยว(ผ่านการดูการแสดงต่างๆมากมาย)แล้วที่ยังไม่มีคู่ให้เราจิ้น--...-- 

    #61
    0
  10. วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 14:53
    มาแล้วววววววว
    #36
    0