[Yaoi - จบแล้ว] ภาพวาดรักในรอยทราย

ตอนที่ 1 : บทนำ + เด็กหนุ่มท่ามกลางสายฝน ร้านคิวปิดแกลเลอรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    16 ก.พ. 60

บทนำ
 
ไม่มีความรักใดไม่เจ็บปวด...
 
เขาได้เรียนรู้ความจริงของคำนี้มาแล้วถึงสองครั้ง 
ครั้งแรกจากการโดนคนชิดใกล้แย่งคนรักไป เป็นการทรยศแสนเจ็บปวดจนเขาไม่อาจสู้หน้าและมันยังทำลายสายสัมพันธ์จนขาดสะบั้น ไม่อาจต่อติดได้อีกต่อไป
 
ส่วนครั้งที่สองความเจ็บปวดในรักนี้มาจากความตาย การสูญเสียคนที่รักไปตลอดกาล...
 
ความรักในครั้งที่สองนี้เจ็บปวดมากที่สุด ทรมานมากที่สุด ชนิดที่ครั้งแรกเทียบไม่ติด เพราะอย่างน้อยรักครั้งแรกของเขา คนรักก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ใช่สำหรับรักครั้งที่สอง คนที่เขารักปราศจากลมหายใจและสัญญาณแห่งการมีชีวิต...
 
การต่อสู้และเสียงอาวุธปะทะกันที่รายล้อมอยู่รอบตัวดูพร่าเลือนราวกับเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอื่น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา สิ่งที่เห็นชัดที่สุดมีเพียงร่างที่อยู่ในอ้อมกอดนี้เท่านั้น
 
เส้นผมสีดำขลับ เรือนร่างสูงในชุดสมตำแหน่งบัดนี้ขาดวิ่นเผยให้บาดแผลฉกรรจ์ ดวงหน้าหล่อเหลาที่ทำให้เขาหวั่นไหวทุกครั้งที่มองซีดขาว เปลือกตาปิดสนิทไม่มีวันลืมขึ้นมาอีก เขาจำได้ว่ามันเป็นนัยน์ตาสีม่วงน้ำงามเพียงใด ริมฝีปากที่มีถ้อยคำห่วงใยระคนหวานกลับเงียบหาย สิ่งที่เป็นตัวตนของคนที่เขารักได้จางหายไปทีละอย่าง รวมถึงความอบอุ่นที่เคยมอบให้เขาหลายต่อหลายครั้งก็ถูกความเย็นคืบคลานทีละน้อย
 
เขาไม่อยากยอมรับ... ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้จริงๆ แม้จะมีสิ่งที่ยืนยันอยู่ตรงหน้าก็ตาม
 
"ลืมตาสิ..."
 
เสียงที่เปล่งออกมาไม่ต่างกับการกระซิบ ทว่ามันก็ดังมากพอให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดนี้ได้ยิน
 
คนที่เขารักกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ไม่แม้แต่จะขยับตัว ร่างบางเริ่มตัวสั่น น้ำตานั้นหยดลงบนร่างในอ้อมแขนทีละหยด พร้อมกับเสียงพูดติดสะอื้นที่ดังกว่าครั้งแรก มันแผดดังไปทั่วลานต่อสู้นั้นด้วยความร้าวรานใจ
 
"ฮึก! ข้าบอกให้ตื่นไง เดเรค!"
 
หากเขาไม่ได้มาอยู่ที่นี่ บางทีคงไม่ต้องมาลิ้มรสความเจ็บปวดที่เลวร้ายกว่าครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยเสียใจเลยที่ได้พบชายคนนี้
 
ข้ารักท่าน... เดเรค
 
คำพูดที่ไม่สามารถบอกได้อีกต่อไป ถูกกลบฝังไปพร้อมกับการลาจากคนที่เขารักชั่วนิรันดร์
 
ภาพที่ 1 เด็กหนุ่มท่ามกลางสายฝน ร้านคิวปิดแกลเลอรี่
 
ฝนตกกลางดึกในซอยแห่งหนึ่ง ทำให้พื้นถนนสีเทาเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ไฟตามริมทางมอบความสว่างให้กับผู้ขับขี่และผู้สัญจรบนท้องถนนดูพร่าเลือนท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ
 
บ้านและร้านค้าสองข้างทางปิดเงียบประหนึ่งซอยนั้นเป็นซอยร้าง ไร้วี่แววของยานพาหนะและผู้คนบนถนนสายนี้ แต่แล้วท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผมสั้นสีดำในชุดสีเข้มที่กลมกลืนไปกับความมืดโดยรอบ เสื้อผ้าชุดนั้นเปียกแนบไปกับเรือนร่างแบบบาง รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่สวยถูกย้อมเป็นสีน้ำตาลเพราะน้ำโคลนบนพื้นถนน 
 
ผิวของเขาขาวซีดตัดกับแสงไฟข้างทางจนดูโดดเด่นราวกับเขามาจากอีกโลกหนึ่ง โครงหน้าจัดว่าธรรมดาแต่พอมองนานๆ กลับมีเสน่ห์แฝงเร้นบางอย่าง นัยน์ตากลมโตสีเดียวกับเรือนผมตอนนี้แดงก่ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
 
เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางซอยตากฝนอยู่อย่างนั้นมานานนับชั่วโมงแล้ว ราวกับจิตใจของเขาล่องลอยไปอยู่ในที่ไกลแสนไกลจนร่างกายไม่สะทกสะท้านกับความหนาวเหน็บของสายฝน 
 
เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำที่มีประกายแลบของสายฟ้าเป็นพักๆ ด้วยความนิ่งเฉย ใบหน้าใสดูบริสุทธิ์และเศร้าในคราวเดียวกัน ยามน้ำฝนพรมลงบนหน้าก็ราวกับว่าเด็กหนุ่มกำลังร้องไห้
 
เขาหนีออกมาจนได้... หัวใจที่เจ็บปวดนี้ไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับความจริง เขาปิดหูปิดตาไม่อยากรับรู้และไม่อยากจะนึกถึงมันอีกแล้ว...
 
เปรี้ยง!
 
สายฟ้าฟาดลงพื้นที่ห่างไกล แสงสีขาวที่สว่างจ้าขึ้นไม่ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งตกใจได้ เขาหลับตาปล่อยให้ความหนาวเย็นของสายฝนซึมซาบเข้าไปในผิวหนัง
 
บรืน...
 
ทันใดนั้นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสีขาวแล่นมาจอดตรงหน้าของเขา เด็กหนุ่มลืมตาปาดเส้นผมที่เปียกลงมาปรกหน้าออก มองรถคันดังกล่าวด้วยความสงสัย
 
กระจกรถเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวสวยเจ้าของเรือนผมยาวตรงสีดำขลับกับนัยน์ตากลมโตสีอำพันเป็นประกาย
 
ลูกครึ่งเหรอ? นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เด็กหนุ่มเห็นดวงตาสีแปลกขนาดนี้ เขาเคยเห็นคนที่มีตาสีฟ้าหรือสีเขียวมาก่อน แต่สีนี้เขาไม่เคยเห็น แถมมันยังทอแสงราวกับตาคู่นั้นคือบรรจุประกายของดวงดาวไว้
 
หญิงสาวแย้มยิ้มเป็นมิตร "มีอะไรให้ฉันช่วยไหม หลงทางอยู่เหรอ"
 
"เปล่าครับ ผมไม่ได้หลงทาง"
 
เขาจงใจมาที่นี่เองต่างหาก ถึงจะไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แต่ถ้ามันทำให้หนีห่างจากบ้านของเขาได้จะเป็นที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น
 
"แต่อยู่อย่างนี้จะเป็นหวัดเอานะ หนุ่มน้อย ถ้าไม่รังเกียจฉันจะพาไปส่ง"
 
"ขอบคุณนะครับ"เด็กหนุ่มยิ้มให้อย่างเศร้าๆ "แต่ตอนนี้ผมยังไม่อยากกลับ จะขออยู่ที่นี่สักพัก"
 
หญิงสาวมองเขา นัยน์ตาสีอำพันดูวิบวับแปลกๆ เธอเปิดประตูรถให้พลางพูดว่า
 
"ถ้าไม่อยากกลับ งั้นมาหลบฝนที่ร้านของฉันก่อนก็ได้นะจ๊ะ"
 
"ร้านของคุณหรือครับ?"
 
"ใช่จ้ะ มันเป็นร้านแกลลอรี่เล็กๆ ฉันอาศัยอยู่ที่นั่นกับสามีสองคน"
 
เขาเลิกคิ้วขึ้น หญิงสาวตรงหน้าแต่งงานแล้วหรือนี่ ดูยังสาวอยู่เลย คาดว่าน่าจะประมาณยี่สิบต้นๆ หรือที่จริงเธอคนนี้เป็นพวกหน้าเด็กกันนะ
 
นีโอเหลือบมองมือซ้ายของเธอโดยอัตโนมัติแล้วเห็นว่านิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนแต่งงานสวมอยู่
 
"ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่อยากรบกวน"
 
"หากมีเรื่องไม่สบายใจ การตากฝนก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นหรอกนะ ฉันเคยลองมาแล้ว"หญิงสาวขยิบตา "เวลาแบบนี้ควรจะหาอะไรมาผ่อนคลายมากกว่า อย่างชาหรือกาแฟดีๆ สักถ้วย หรือพูดคุยกับคนอื่นๆ ก็ช่วยให้หายเศร้าได้นะ"
 
หญิงสาวราวกับล่วงรู้ความในใจของเด็กหนุ่มจึงบอกด้วยความหวังดี เขาลังเล ไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร ระหว่างที่คิดหญิงสาวจึงฉวยโอกาสตะกายข้ามเบาะฉุดตัวเขาเข้ามานั่งในรถ
 
"หวา!"
 
เด็กหนุ่มเซถลากับแรงดึงที่เกินคาดจนหัวทิ่มกับเบาะนั่ง เมื่อเขาขึ้นมาบนรถ หญิงสาวก็จัดแจงปิดประตูพร้อมกับคาดเข็มขัดให้เรียบร้อยชนิดที่เขาไม่ทันตั้งตัว
 
"ไม่นะ คือว่า..."
 
"คิกคิกคิก ที่นี้ก็ไปที่ร้านกันเถอะนะจ๊ะ"
 
เธอเมินเฉยคำปฏิเสธของเด็กหนุ่ม เร่งเครื่องยนต์ขับพาเขาเข้าไปในซอยลึกกว่าเดิมเสียแล้ว...
 
...................
 
หญิงสาวที่ลักพา(?)ตัวเขามามีนามว่ารินดา ร้านที่เธอบอกอยู่ห่างจากที่เด็กหนุ่มยืนตากฝนไปประมาณร้อยกว่าเมตร เป็นร้านแกลลอรี่เล็กๆ ที่ภายนอกเป็นกระจกใสแขวนภาพวาดงดงามไว้สี่ภาพและตกแต่งตัวร้านด้านนอกด้วยไม้ดอกไม้ประดับให้ดูสวยงาม
เหนือบานประตูทางเข้าบนสุดมีป้ายทำจากไม้ขัดมันและมีเทวดาตัวน้อยแย้มยิ้ม ตัวอักษรสีทองเขียนไว้ว่า “Cupid Gallery”
 
"กลับมาแล้วจ้า!"
 
เธอเปิดประตูพร้อมกับตะโกนบอก สักพักก็มีชายวัยกลางคนในชุดผ้ากันเปื้อนสีเขียวอ่อนในมือถือตะหลิววิ่งออกมาต้อนรับ
 
"ยินดีต้อนรับกลับ รินดา แล้วเด็กนั่นใครกันน่ะ"
 
ชายคนนั้นสังเกตเห็นเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาวจึงถามขึ้น เด็กหนุ่มที่ง่วนกับการถอดรองเท้าอยู่จำต้องปล่อยรองเท้าลงกับพื้นกระเบื้องยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท
 
"สวัสดีครับ ผมชื่อนีโอ"
 
"สวัสดี ฉันกรกฎ"ชายคนนั้นยกมือไหว้ตอบ มองเด็กหนุ่มอย่างพินิจพิจารณา "เธอไปเก็บคนมาอีกแล้วเหรอ"
 
คำถามนี้ออกจะแปลกไปหน่อยจนนีโอเลิกคิ้วขึ้น รินดาค้อนใส่สามีตัวเอง
 
"ฉันเห็นเด็กคนนี้ยืนตากฝนอยู่ข้างนอกก็เลยพามาหลบที่ร้านน่ะ นีโอน่ะพิเศษไม่เหมือนกับพวกก่อนหน้านี้ซะหน่อย"
 
นี่มันอะไรยังไงเนี่ย นีโอสับสนมึนงง ทำไมทั้งสองพูดราวกับว่าเขาเป็นหมาหรือแมวจรจัดที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเลยล่ะ...
 
"งั้นเหรอ"กรกฎขมวดคิ้ว มองนีโอด้วยความสนใจ "เอาเถอะ ฉันว่าให้นีโอไปอาบน้ำดีกว่า เห็นสภาพเปียกๆ ของเขาแล้วฉันทนไม่ได้"
 
"มาทางนี้จ้ะ"
 
รินดาเดินนำนีโอผ่านโถงต้อนรับเข้าสู่ห้องจัดแสดงภาพวาดอันงดงามหลายร้อยภาพที่จัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
 
เขามองภาพเหล่านั้นอย่างตะลึงจนกระทั่งผ่านประตูอีกบานเข้าสู่ส่วนที่อยู่อาศัย ห้องอาบน้ำขนาดกลางที่ใช้ฝักบัวอยู่ติดกับห้องน้ำและห้องครัว ฝั่งซ้ายมีบันไดขึ้นไปชั้นสองซึ่งคาดว่าคงเป็นห้องนอนของสองสามีภรรยา
 
"ถอดเสื้อผ้าใส่ตะกร้านี่นะ เดี๋ยวฉันเอาไปซักตาก"
 
รินดายื่นตะกร้าหวายใบเล็กๆ ส่งให้ เป็นจังหวะที่กรกฎเดินเข้ามาพอดี ในมือมีเสื้อผ้าอยู่ชุดหนึ่ง
 
"เอานี่ไปใส่ซะ มันอาจจะใหญ่ไปหน่อยแต่ฉันก็มีตัวที่เล็กสุดแค่นี้แหละ ใส่รอจนกว่าเสื้อผ้าเธอจะแห้งก็แล้วกัน"
 
"ขอบคุณครับ"
 
หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ สองสามีภรรยาก็คะยั้นคะยอให้เขาทานข้าวด้วยกัน บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวชวนน้ำลายสอเกินคาดคิด ทั้งแกงส้ม ปลาทูทอด และไข่ลูกเขย เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิร้อนๆ
 
นีโอมองอาหารที่อยู่ตรงหน้าก็เกิดความรู้สึกหิวขึ้นทันที เพราะตั้งแต่เย็นล่วงมาถึงกลางคืนเขายังไม่ได้ทานอะไรเลย 
 
เด็กหนุ่มตักข้าวเข้าปาก รับรู้ถึงรสชาติอร่อยจนน้ำตาแทบซึม นีโอกินไปเรื่อยๆ อย่างคนหิวโหยโดยมีรินดากับกรกฎที่นั่งกินด้วยกันชวนคุยไปด้วย
 
ความรู้สึกไม่สบายใจในทีแรกได้รับการปัดเป่าจากสามีภรรยาทั้งสองจนทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก เป็นอย่างที่รินดาพูดไว้ การตากฝนไม่ได้ช่วยอะไรแต่การได้พูดคุยกับคนอื่นต่างหากที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น
 
ถึงกระนั้นนีโอก็ยังไม่อยากกลับบ้านอยู่ดี ถ้ากลับไปตอนนี้ เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงหรือจัดการกับปัญหานั้นอย่างไรดี...
 
รินดาเหมือนจะอ่านความคิดของเด็กหนุ่มออกจึงชวนค้างคืนที่นี่ นีโอรู้สึกเกรงใจอีกฝ่ายมากที่ช่วยเหลือตนทุกอย่าง แต่เขาก็ไม่อยากปฏิเสธเพราะเมื่อกลับบ้านไม่ได้ เขาก็ไม่มีที่อื่นที่จะไป แถมฝนยังคงตกกระหน่ำตลอดไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาไม่อยากออกไปตากฝนให้ตัวเปียกอีกแล้ว
 
"เรามีห้องนอนสำรองอยู่ห้องหนึ่ง นีโอใช้ห้องนั้นก็ได้นะ"กรกฎกล่าวอย่างมีน้ำใจ
 
"ขอบคุณครับ และต้องขอโทษด้วยนะครับที่รบกวน"
 
รินดาโบกมือ"รบกวนที่ไหนกันจ้ะ อย่าเกรงใจไปเลย เกิดเป็นคนก็ต้องช่วยเหลือกันสิ จริงไหม"
 
นีโอยิ้มรับ ตนโชคดีจริงๆ ที่มาเจอรินดาเข้า เธอเป็นคนดีที่หาได้ยากในสมัยนี้ คงไม่มีใครหรอกที่จะมาสนใจคนแปลกหน้ายืนตากฝน อีกทั้งยังเสนอตัวจะไปส่งหรือพามาหลบฝนที่บ้านอีก
 
คิดไปเขาก็แอบอิจฉากรกฏที่ได้ภรรยาดีๆ อย่างนี้ไปครอง 
ไม่เหมือนกับเขาเลยสักนิด...
 
หวนนึกถึงทีไรก็รู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาทุกที นีโอเลิกคิดเรื่องนี้และหันเหความสนใจไปที่ภาพวาดในห้องจัดแสดงแทน
 
"เอ่อ... จะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะเดินดูภาพพวกนั้น..."
 
นีโอขออนุญาตก่อนเพราะคิดว่ามันคงไร้มารยาทถ้าเดินเพ่นพ่านไปทั่ว สำรวจนู่นนี่ตามอำเภอใจ
 
"ได้สิจ้ะ เดิมทีห้องจัดแสดงภาพวาดก็มีไว้ให้คนชมอยู่แล้วนี่นา"
 
"ขอบคุณครับ"
 
เมื่อได้รับคำอนุญาตอย่างเป็นทางการ นีโอก็เดินชมภาพวาดเหล่านั้นทันที พินิจดูใกล้ๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่การจัดองค์ประกอบภาพก็ดูธรรมดาไม่รู้ว่าทำไมกลับมีเสน่ห์จนไม่อาจจะละสายตาได้
 
ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายกับน้องชายที่เล่นโหนชิงช้าด้วยใบหน้าเบิกบาน, พ่อแม่ที่เดินจูงมือลูกสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น, ปู่ที่กางหนังสือเล่านิทานห้อมล้อมด้วยหลานๆ, ภาพผู้หญิงในชุดนักเรียนนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน, ภาพผู้ชายอาบน้ำให้กับสุนัข หรือภาพงานวิวาห์อันแสนโรแมนติกของคู่บ่าวสาว
 
ทุกสีสันมีความละเอียดลออ นุ่มนวลและอบอุ่น แม้ดูธรรมดาแต่ก็เข้าถึงได้ง่าย ขนาดนีโอที่ไม่เคยสนใจงานศิลปะกลับต้องหลงใหลในภาพวาดเหล่านั้น พินิจพิจารณาอย่างไม่วางตา
 
เดินชมภาพไปเรื่อยๆ กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ภาพหนึ่งซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากภาพอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มันไม่ได้ให้ความรู้สึกสดใส อบอุ่นหรืออ่อนโยนอย่างภาพที่แล้วๆ มา แถมยังประดับให้ดูโดดเด่นกว่าภาพอื่น ยิ่งทำให้เห็นชัดถึงอารมณ์ของภาพที่สื่อออกมา
 
สง่างาม น่าเกรงขามและโดดเดี่ยว...
 
ภาพนั้นมีเพียงชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มชวนมองยืนอยู่ลำพังในทะเลทรายอันร้อนระอุ นัยน์ตาสีม่วงเจิดจรัสคู่นั้นจ้องตรงมาอย่างเปิดเผย
ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นแค่ภาพวาดทำไมเขาถึงรู้สึกว่าชายผู้นี้เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและลมหายใจกันนะ
 
"ภาพนี้มันยอดจริงๆ..."
 
นีโอชื่นชม มือของเขายื่นไปแตะหน้าของชายหนุ่มในภาพวาด ลูบไล้มาตามเส้นสายแห่งสีสันจนถึงเอว เสื้อผ้าที่ชายคนนั้นสวมใส่อย่างมิดชิดไม่สามารถปกปิดเรือนร่างอันแข็งแรงบึกบึนได้
ยิ่งมองก็ยิ่งไม่อาจละสายตาจนนีโอเดินเข้าไปชิดภาพนั้นโดยไม่รู้ตัว  
 
มือของเขาที่สัมผัสกับภาพวาดค่อยๆ ร้อนผ่าวราวกับสัมผัสถึงอุณหภูมิร้อนของทะเลทรายได้จริงๆ  
 
เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น... ใกล้ขึ้น... จนนัยน์ตาสีดำมองสบกับนัยน์ตาสีม่วงในระยะประชิด เด็กหนุ่มรู้สึกถึงแรงดึงดูดจากภาพตรงหน้ากำลังดึงร่างของเขาเข้าไป 
 
ทันใดนั้นนีโอก็เห็นภาพหมุนวน สีสันและตัวภาพบิดเบี้ยวไปชวนให้ตาลายจนเขาต้องกะพริบตา กว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ร่างของนีโอก็ถูกดูดหายเข้าไปในภาพวาดนั้นแล้ว
 
B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #550 nonocong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:51

    เกริ่นทีแรกนั้นคืออันใด? ไม่นะ ! อย่าจบดราม่าเน้อ! ขอแฮปปี้เอ็นดิ้ง*/''''"",=#":$

    #550
    1
    • #550-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 1)
      17 พฤษภาคม 2563 / 18:35
      เรื่องนี้รับประกันการจบแฮปปี้เอนดิ้งค่า > <
      #550-1
  2. #533 Sea Zip (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:29
    โหสำนวนสวยจังค่ะ คุณไรท์เตอร์
    #533
    0
  3. #516 nuchybook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 23:51
    วาปไปเลย
    #516
    0
  4. #510 ningthanaporn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 19:29
    เป็นการวาปที่ชอบมาก
    #510
    0
  5. #505 sayupung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 14:36
    น่าตื่นเต้นจัง แต่จบเศร้ามั้ยง่ะTT
    #505
    1
    • #505-1 Anabella(จากตอนที่ 1)
      27 พฤษภาคม 2561 / 20:14
      รับประกันว่าจบแฮปปี้เอนดิ้งค่ะ ^ ^
      #505-1
  6. #465 เรียกฉันว่า พะแพร (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 11:03
    สนุกแฮะ
    #465
    0
  7. #447 Beebeewondercream (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 17:30
    อื้อหือ สัมผัสได้ถึงความแฟนตาซี
    #447
    0
  8. #338 Harm. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 21:57
    ผู้หญิงดูมีเลศนัย แล้วนีโอเป็นอะไรอ่า
    #338
    0
  9. #298 Tumbmong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 15:32
    อุต๊ะ โดนเล่นมนต์ไรเข้าใส่ซะแล้ว
    #298
    0
  10. #277 วัวพันปี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 09:39
    มาลงชื่อเป็นแฟนคลับด้วยคนค่ะ
    #277
    0
  11. #219 PATASIQI (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 21:36
    มาตามมมมมมมมอีกคนค่ะ ชอบแนวนี้ไม่รู้เป็นไร5555
    #219
    0
  12. #210 Falling in love. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 06:54
    สวัสดีค่า~ นักอ่านหน้าใหม่ของเรื่องนี้ค่ะ~ ช่วงนี้หานิยายแนวนี้อ่านพอดีเลยค่ะ ไม่รู้ทำไมแนวนี้ที่โดนใจหายากจัง ชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ รอติดตามไปเรื่อยๆค่ะ~
    #210
    0
  13. #65 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 19:15
    น่าสนุก
    #65
    0
  14. #53 MR.L[๐ne]ly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 23:19
    ต้องขยายจออ่านเลยทีเดียว
    น่าสนใจจังเลยยยยย //กดตอนต่อไป
    #53
    0
  15. #46 ฝนธารา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 16:05
    น่าสนุกดี
    #46
    0
  16. #28 Ms.bee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:39
    น่าติดตามๆ เพิ่งได้เริ่มอ่านเอง ><
    #28
    0
  17. วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 00:42
    โอ้ยยยย มาตอนแรกก็ติดงอมแงมเลย ติดตามนะครับบบบ โดนดูดเข้าไปในภาพซะแล้ว อิอิ
    #13
    0
  18. #4 คนนึง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 22:01
    ... วันที่ 30 เลยเหรอ!!! แง่ววว....
    #4
    0
  19. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 15:02
    เนื้อหาน่าติดตามมากค่ะ รีบมาอัพไวๆน้า
    #3
    0
  20. #1 tttttttt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:08
    เนื้อหาโอเค เรียงบรรทัดก็ดีแล้ว แต่ตัวหสนังสือเล็กไปหน่อยนะ
    #1
    0