Himmapan Myth วิโรธน์บาดาล (Yaoi)

ตอนที่ 5 : วิโรธน์ครั้งที่ ๔ ข้าจะตัดขาดความรักที่มีต่อเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    24 ก.ค. 62

วิโรธน์ครั้งที่ ๔ ข้าจะตัดขาดความรักที่มีต่อเจ้า


พระมหรรรพไม่เข้าใจเลยจริงๆ เลยว่าทำไมเห็นเงือกตนนี้แล้วจึงบังเกิดความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นมา


ในตอนที่เงือกตนนี้เงยหน้าขึ้นมา หัวใจของเขากลับกระเพื่อมไหว มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างเขย่าหัวใจเขา สะกิดความรุ้สึกบางอย่างที่ไม่ควรจะมีขึ้นมา โดยเฉพาะกับคนตรงหน้าที่กำลังจะกลายเป็นพระชายาของพี่ชายในอีกไม่ช้านี้


ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องคุ้มครอง...


บางทีความรู้สึกนี้อาจจะมาจากเห็นสภาพของนีระก็เป็นได้ ทั้งร่างที่ผอมบางเหมือนไม่ได้กินอิ่มเลยสักมื้อ ใบหน้ากลมมนที่มีดวงตาแสนสงบดั่งน้ำนิ่งกลางป่าเขากลับมีผ้าพันแผลคาดปิดไว้กับมีริมฝีปากช้ำแดงที่ขัดกับความสะอาดสบายตาตรงหน้า


มองสภาพของนีระแล้ว... เกรงว่าคนที่น่าสงสารจะไม่ใช่พี่ชายที่ต้องมาแต่งกับคนแปลกหน้า แต่เป็นเงือกตนนี้มากกว่าที่ต้องมาทรมานทรกรรมอยู่กินกับพี่ชาย


ด้านข้างกุนทีมองสภาพของนีระเต็มๆ แล้วรอยยิ้มยังจางไปหลายส่วน ไม่ต้องพูดถึงพระมหรรณพที่เกลียดการใช้กำลังกับผู้ที่อ่อนแอกว่ายังต้องมองคนตรงหน้าด้วยความสงสาร


“ทั้งหมดนี่... ฝีมือเสด็จพี่หรือ”


“...”


นีระเงียบเป็นคำตอบ


ไม่ใช่ว่าเขานึกอยากจะกวนประสาท แต่การไม่ตอบรับหรือไม่ปฏิเสธไปนั้น น่าจะทำให้อีกฝ่ายตีความเอาเองได้ อีกอย่างเขาไม่อยากพูดตรงๆ ว่าคนที่ทำก็คือพระอรรณพนั่นแหละ มันเหมือนเป็นการใส่ร้ายมากเกินไป


พระมหรรณพเข้าใจความนัยผ่านสายตา ความอคติลดลงไปหลายส่วนเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมฟ้องว่าพี่ชายเขาทำอะไรไปบ้าง แต่ให้เขาคิดเองจากสภาพร่างกายในตอนนี้


ขนาดกุนทียังอดสอดปากขึ้นมาไม่ได้ “พระอรรณพทรงทำรุนแรงเกินไปแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”


“นั่นสิ” พระมหรรณพเห็นด้วย ยื่นมือไปสัมผัสผ้าพันแผลที่อยู่บนหัวนั้นเบาๆ “ถึงขั้นทำหัวแตกเลยหรือเนี่ย”


“!”


นีระทำหน้าตกใจแล้วผงะถอยออกมา พระมหรรณพพลอยตกใจตามไปด้วย เขาเพิ่งคิดได้ว่าอีกฝ่ายผ่านประสบการณ์เลวร้ายมา ไม่ควรไปแตะต้องสุ่มสี่สุ่มห้า


“ข้าขอโทษนะ ข้าไม่ได้คิดทำอันตรายกับเจ้าหรอก วางใจได้”


พระมหรรณพทอดสายตาอย่างอ่อนโยนและอบอุ่นหวังว่าเจ้าปลาสีเงินตัวนี้จะเลิกกลัวเขา


ทางด้านนีระได้รับความอ่อนโยนนั้นมา ใจก็สั่นหวั่นไหวรุนแรง ถึงขนาดที่เขาต้องเก็บซ่อนสีหน้าเอาไว้ด้วยการก้มหัวลง


บ้าจริง เพราะความทรงจำในหลายๆ ชาติที่ผ่านมาแท้ๆ ทำให้เขาผูกพันกับชายคนนี้มากกว่าเดิม


เพราะคนตรงหน้า... ปกป้องเขาจนตายทุกชาติภพเลยนี่นา


“กระหม่อมขอบพระทัยในความเมตตาของพระองค์ และต้องขออภัยที่เสียมารยาทเมื่อสักครู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


“ไม่หรอกๆ เจ้าคงจะเจ็บมามาก เป็นข้าเองที่ไม่ระวัง” พระมหรรณพปฏิบัติกับเงือกตนนี้ประหนึ่งเป็นแก้วบอบบางที่จะแตกสลายได้หากจับต้องแรงเกินไป เขาหันไปหาข้ารับใช้คนสนิทแล้วออกคำสั่ง “กุนที ไปเอายามาให้เด็กคนนี้ที”


“พ่ะย่ะค่ะ”


“มะ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้พ่ะย่ะค่ะ!” นีระรีบห้ามกุนทีที่กำลังจะออกจากห้องเอาไว้ “กระหม่อมได้ยาจากท่านชลัมพุแล้ว ไม่ต้องให้กระหม่อมอีกหรอกพ่ะย่ะค่ะ”


กระปุกยาใช่ราคาถูกๆ เสียที่ไหน แค่ที่ชลัมพุให้มาก็ใช้ได้เป็นปีแล้ว... หากเขาไม่หาเรื่องเจ็บตัวนะ


“อย่างนั้นหรือ”


เมื่อเห็นว่าข้ารับใช้ของเสด็จพ่อจัดการเรียบร้อยแล้ว พระมหรรณพจึงยกเลิกคำสั่ง ส่วนหนึ่งเพราะไม่ต้องการให้นีระรู้สึกอึดอัดและลำบากใจนั่นเอง


ยิ่งได้มาพูดคุยและพบอีกฝ่ายตัวเป็นๆ พระมหรรณพก็รู้ว่านีระไม่ใช่คนที่จะไปอ่อยใครเพื่อไขว่คว้าเอาอำนาจและเงินทองมาแน่ๆ ไม่อย่างนั้นถ้าเห็นเขาแล้ว ต้องมีท่าทีเอาอกเอาใจและพูดจาหว่านล้อมให้เขาสงสาร จะได้เข้าหากับสานสัมพันธ์เสด็จพี่ได้ราบรื่น แต่ตอนนี้นีระกลับวางท่าเฉยชา การมาเจอกับเขาที่เป็นน้องชายของคนที่กำลังแต่งงานด้วยไม่ต่างกับการเจอแขกแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น


ทว่า... หากเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุตามที่กุนทีไปสืบมาจริงๆ งั้นเงือกตนนี้ก็น่าสงสารที่สุดเลยน่ะสิ


กุนทีไปลองหาข่าวแล้วก็พบว่ามีพยานรู้เห็นฉากนั้นไม่น้อย รวมถึงเจ้าของร้านที่ยังอึกอักไม่กล้านินทาเชื้อพระวงศ์ ขนาดยัดเงินให้แล้วเจ้าตัวก็ได้แต่สารภาพอย่างไม่เต็มใจว่าเรื่องจริง


เพราะถ้าไม่ใช่อุบัติเหตุจริง คนจัดฉากนั่นก็จัดการได้เรียบกริบมาก...


พระมหรรณพเลิกคิดถึงว่าเป็นฝีมือของท้าวขลาลัยไปแล้ว เพราะยังไงก็เป็นพ่อลูกกัน ไม่น่าจะทำเรื่องทำร้ายลูกในไส้ได้ลงคอ เขาเบนเป้าไปยังพวกขุนนางที่หวาดกลัวว่าพระอรรณพจะได้ขึ้นครองราชย์แทนเขาจึงหาทางทำลายชื่อเสียงซะ ถ้าเป็นแบบนั้นยังเข้าเค้ากว่า


พระมหรรณพไม่สนใจหรอกว่าใครจะได้เป็นรัชทายาท ถ้าพี่ชายเขาได้เป็นก็ไม่รังเกียจเลยสักนิด กลับคิดว่าดีแล้วเขาจะได้ใช้ชีวิตสงบๆ ไม่มีภาระบนบ่า


ทันใดนั้นนีระก็พูดขึ้นมาว่า “ไม่ทราบว่าพระองค์มาพบกระหม่อมมีธุระอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากไม่มีแล้วกระหม่อมอยากจะขอตัวไปพักผ่อน”


หากคนอื่นมาได้ยินคงนึกว่าเป็นการตัดบทที่เสียมารยาทมาก ทว่าเพราะเงือกตรงหน้ามีสภาพอเน็จอนาจจริงๆ จึงได้ขอกับเขาตรงๆ ซึ่งพระมหรรณพชอบความกล้าขอของอีกฝ่าย มันดีกว่ามาฝืนนั่งคุยแล้วเป็นลมเดือดร้อนมาถึงเขาและคนรอบข้าง


“ได้สิ ข้าแค่มาดูเงือกที่ตกเป็นข่าวกับเสด็จพี่เท่านั้น”


นีระยิ้มบาง “ที่ว่ามาดู... พระองค์คิดว่ากระหม่อมไปอ่อยพระอรรณพอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”


ดูท่านีระจะติดใจคำพูดของเขาพอสมควรถึงกับถามกลับแบบนี้


“อืม ต้องขอโทษด้วยที่ข้าระแวงเจ้าในทีแรก แต่ตอนนี้ข้าคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุไปแล้วล่ะ”


“ทำไมล่ะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีเหตุผลมากพอจะไปยั่วยวนพระอรรณพไม่ใช่หรือ ทั้งจนต้องทำงานหนักแลกเงินน้อยนิด เป็นกำพร้าไม่มีใครมารับอุปการะ แถมอายุปูนนี้แล้วยังไม่ได้ออกเรือนอีก”


นีระลองยกข้อด้อยมาหยั่งเชิงดู แต่คิดไม่ถึงว่าพระมหรรณพจะมองเขาด้วยสายตาเศร้าสร้อยและเห็นใจ


“เจ้าใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งมากนะ”


บ้าจริง!


นีระถึงกับใจเต้นกับความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายมีต่อตน เขารีบห้ามความรู้สึกของตัวเองก่อนที่สีหน้าและแววตาจะเผยทุกอย่างออกมาหมด


ความรักเป็นเรื่องงี่เง่าจริงๆ


เพราะผ่านอะไรมาด้วยกันหลายชาติทำให้ความรักนั้นสลักลึก ไม่ว่าจะกี่ชาติอีกฝ่ายก็เกิดมาเพื่อปกป้องเขาและตายเพื่อเขา จะไม่ให้มีความรู้สึกอะไรกับคนตรงหน้าเลยก็คงเป็นไปไม่ได้


ทว่านีระตัดสินใจแล้ว


ในชาตินี้เขาจะชดใช้กรรมที่มีต่อพระอรรณพให้หมด และจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้ต้องมาปกป้องเขาจนตายเมื่อกับชาติที่แล้วๆ มา


“กระหม่อมไม่กล้ารับคำนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ” นีระกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ในเมื่อทรงอนุญาตแล้วกระหม่อมก็ขอตัว ทางที่ดีพระองค์ก็ควรจะรีบกลับด้วยเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”


พระมหรรณพทำหน้าประหลาดใจ “ทำไมล่ะ?”


“กระหม่อมกำลังจะกลายเป็นพระชายาของพระอรรณพ พระองค์ควรวางระยะห่างดีกว่า ถ้าคนทางฝั่งพระอรรณพรู้เข้าว่าพระองค์ติดต่อกับกระหม่อมแบบนี้อาจจะเข้าใจผิดก็ได้” นีระลุกขึ้นยืน หางสีเงินด้านล่างพลิ้วไหววิบวับล่อสายตา “กระหม่อมขอตัวพ่ะย่ะค่ะ”


แล้วเงือกตนนั้นก็เปิดประตูว่ายออกไปโดยไม่เหลียวหลังมามองเลย


กุนทีขยับตัวเข้ามาหาเจ้านาย “เป็นเงือกที่ดูฉลาดดีนะพ่ะย่ะค่ะ เข้าใจเรื่องการเมืองด้วย”


ดูก็รู้ว่าเมื่อกี้มันคือคำเตือน


พระมหรรณพเองก็มีพรรคพวกอยู่ และจะมีกี่คนที่เชื่อว่าเขาไม่เกี่ยวพันกับข่าวอื้อฉาวนี้ ถ้าทางนั้นรู้อาจจะหาทางยุแยงพี่น้องจนแตกหักก็เป็นได้


“นั่นสินะ น่าเสียดายที่...”


พระมหรรณพมองร่างผอมบางนั้นก็บังเกิดความสงสารเงือกที่ต้องมาแต่งกับพี่ชายที่ไม่มีทางมอบหัวใจให้ได้ เพราะทางนั้นรักปักอกปักใจกับธาราคนเดียว


บางทีทั้งคู่ได้มาแต่งงานกันคงเพราะมีเวรมีกรรมต่อกันล่ะมั้ง...



งานอภิเษกสมรสของพระอรรณพถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนบอกว่าก็แค่กลบข่าวฉาวและเป็นการแสดงความรับผิดชอบ อย่างน้อยงานนี้ก็ช่วยกู้หน้าให้กับการกระทำอันเหลวแหลกของพระอรรณพได้บ้าง


ทว่า... ต่อให้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพียงใด แต่เพราะคู่ชีวิตของพระอรรณพเป็นแค่เงือกตัวน้อยไร้ค่า จึงมีเพียงส่วนน้อยที่แสดงความยินดี ต่อหน้าพวกเขาอาจจะอวยพรแต่ลับหลังนั้นเอาเรื่องนี้ไปนินทาสนุกปาก


พระอรรณพเป็นถึงผู้ครองสระกัณณมุณฑะ แถมมีตำแหน่งเป็นองค์ชายหน่อเนื้อเชื้อไขของท้าวชลาลัย แต่พระชายากลับเป็นเงือกต่ำต้อยช่างน่าสงสารและน่าอัปยศเสียเหลือเกิน


นีระนั่งอยู่บนแท่นพิธีรับรู้ถึงสายตาดูถูกดูแคลนของบรรดาขุนนางได้ แต่เขาเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ เอาสมาธิทั้งหมดไปจดจ่อกับเสียงเพลงที่นักดนตรีและนักขับร้อง กินอาหารไปพลางๆ แล้วรับมือกับอารมณ์ของพระอรรณพที่ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งวันเท่านั้น


ถึงจะรู้ว่าไม่ยินดีจะแต่งงานกับเขาก็เถอะ แต่ฉากหน้าช่วยทำเป็นยิ้มหน่อยไม่ได้หรือไง


เจ้าบ่าวที่นั่งข้างๆ เอาแต่ย่นคิ้ว ตอนที่มีคนมาอวยพรก็ตอบรับเสียงห้วน พิธีจับมือสวมกำไรคู่อีกฝ่ายก็บีบมือเขาอย่างแรงจนเสียวว่าจะถูกหักข้อมือ สายตาไม่เคยเหลือบแลมาที่เขาซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเลย ที่นีระสัมผัสได้ก็มีแค่ไอคุกรุ่นแห่งความหงุดหงิดเท่านั้น


นีระทนกับคู่ของตนรวมถึงพิธีการอันน่าอึดอัดนี้ตลอดวัน จนพลบค่ำนั่นแหละที่เขาได้พักผ่อนจริงๆ เสียที


เนื่องจากเขาต้องแต่งเข้าบ้านของพระอรรรพ ฉะนั้นเขาก็ต้องย้ายบ้านไปอยู่ต่างถิ่นต่างสระเช่นกัน จากเดิมที่บ้านเขาอยู่สระอโนดาตต้องมาอยู่สระอันห่างไกลอย่างสระกัณณมุณฑะแทน


พิธีแต่งงานเองก็จัดขึ้นในวังของพระอรรณพเช่นกัน ทีแรกนีระมัวแต่ยุ่งวุ่นวายเลยไม่มีเวลาสำรวจอะไรมากนัก ทว่าที่สระกัณณมุณฑะเพราะอยู่ใกล้ทะเล น้ำจึงเจือความเค็มของเกลือสมุทรเข้ามาด้วยนิดหน่อย


ไม่ใช่แค่นั้นถ้าเทียบกับทรายสีขาวสะอาดที่สระอโนดาตแล้ว ทรายของที่นี่มีสีเหลืองนวล ปลาก็หลากสีสันกว่า รวมถึงพวกปะการัง สาหร่ายกับดอกไม้น้ำก็มีมากกว่าสีเขียว ขาวและชมพูแบบที่เคยเห็นปกติ


ส่วนวังของพระอรรณพแม้จะสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองแต่เพราะมีปะการังสีเขียวอ่อนประดับอยู่เลยไม่ทำให้ดูแห้งแล้งจนเกินไปนัก ความโอ่อ่าอาจจะเทียบกับวังหลักในสระอโนดาตไม่ได้ก็จริง แต่สำหรับนีระที่นี่ก็กว้างจนว่ายวนรอบหนึ่งก็เมื่อยหางและครีบแล้ว


ยังไม่รวมถึงข้ารับใช้และนางกำนัลในวังพระอรรณพที่มีมากมายจนนีระจำหน้ากับจำชื่อไม่ได้ ตอนเช้าที่มาดูแลเขาเป็นกลุ่มหนึ่ง ตกบ่ายเปลี่ยนเป็นอีกกลุ่มหนึ่งจะให้เขาจำได้ทันทีก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก


เมื่อพิธีแต่งงานเสร็จสิ้น ทุกอย่างก็คือเสร็จ แขกเหรื่อที่มาเป็นสักขีพยานและอวยพรจะกลับออกไปทันทีที่พระอาทิตย์ตกดิน เวลาค่ำคืนจะกลายเป็นช่วงเวลาของคู่แต่งงานใหม่แทน


พอความครึกครื้นหายไป ที่นี่ก็เงียบลงจนดูเหงาเปล่าเปลี่ยว อีกทั้งนีระยังสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรและไม่เป็นที่ต้อนรับแผ่ออกมาจากทุกที่ภายในวัง


หึ ขนาดที่นี่ยังเย็นชาไม่ต่างอะไรกับตัวเจ้าของวังเลย


พระอรรณพสะบัดมือเขาทิ้งทันทีที่ส่งแขกคนสุดท้ายขึ้นรถไป ใบหน้าที่ฝืนปั้นให้เรียบเฉยมาตลอดเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงและเย็นชา ดวงตาสีแดงตวัดมามองเขาประหนึ่งเป็นแมลงน่ารังเกียจที่ไม่ควรมาอยู่ใกล้


“ถึงพวกเราจะแต่งงานกันแล้ว ข้าไม่ยอมรับเจ้าเป็นภรรยาหรอกนะ ไม่ต้องคาดหวังว่าข้าจะทำหน้าที่เป็นสามีของเจ้าด้วย!”


ก็คิดอยู่หรอกว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่พอนีระได้ยินเข้าจริงๆ ก็รู้สึกขมขื่นอยู่ลึกๆ


“เช่นนั้น... ตอนนี้กระหม่อมมีสถานะอะไรพ่ะย่ะค่ะ”


“เป็นได้แค่ปลิงเท่านั้นแหละ”


พระอรรณพไม่สนใจเลยว่าภรรยาของตนจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่ถูกบอกว่าเป็นปลิง เพราะในสายตาของคนพูดก็เห็นเป็นแบบนั้นจริงๆ


เงือกต่ำต้อย ไม่มีฐานะ ยากจนและความสามารถน่าสังเวช ทำได้แค่มาเกาะติดผู้อื่นเพื่อสูบเอาเงินทองและอำนาจในฐานะที่เขาเป็นผู้ครองสระกัณณมุณฑะเท่านั้น


นีระเหมือนจะคิ้วกระตุกหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร เพียงแต่ถามว่า


“แล้ว... กระหม่อมสมควรจะนอนที่ไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“ข้าจัดเตรียมไว้แล้วเรือนคนใช้หลังเล็กด้านในสุดของวัง”


พระอรรณพไม่ยอมยกเรือนหลังใหม่ที่เพิ่งจะสร้างให้กับนีระเด็ดขาด เพราะเดิมทีเรือนใหม่เอี่ยมนั้นเขาเอาไว้ให้ธาราที่เป็นภรรยาตัวจริง กับเงือกชั้นต่ำอย่างนี้แค่เรือนเล็กๆ ก็พอแล้ว


นีระก้มหัวลง “รับทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”


“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไสหัวเข้าห้องไปซะ! ถ้าข้าไม่ได้เรียกหาก็ไม่ต้องโผล่มาให้เห็นหน้าอีก!”


พระอรรณพสั่งเสียงเฉียบขาด ปลดชุดแต่งงานที่น่าอึดอัดทิ้งไปแล้วว่ายเข้าเรือนของตัวเอง ทิ้งนีระไว้อย่างโดดเดี่ยวกลางห้องโถง


“พี่นีระ”


อาโปว่ายเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ บทสนทนาก่อนหน้านี้เขาได้ยินทั้งหมด ความหวังเพียงน้อยนิดที่ว่าพระอรรณพจะมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่พังทลายทันที เห็นได้ชัดว่าสามีของพี่ชายเกลียดชังภรรยามากแค่ไหน


นีระหันมาช้าๆ พยายามฝืนยิ้มออกมา “มาแล้วเหรอ ข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่าเจ้าจะหลงทาง นี่ไปไหนมา?”


“ข้าเอาของไปเก็บที่เรือนของเราขอรับ”


“ไปดูมาแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง?”


“ก็…” อาโปทำท่าอึกอัก ก่อนจะเบะปากน้อยๆ “มันทั้งเล็กแล้วก็เหม็นอับมาก พวกข้ารับใช้นางกำนัลก็ไม่ช่วยทำความสะอาดให้หรือจะช่วยขนข้าวของมาจัดให้พี่นีระเลย เอาแต่โยนของมากองไว้หน้าห้องเหมือนมันเป็นขยะอย่างไรอย่างนั้น”


มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว อำนาจของภรรยามักมาจากสามี หากสามีให้ความสำคัญกับภรรยา ข้ารับใช้กับนางกำนัลมักจะให้ความเกรงกลัวในระดับหนึ่ง แต่ในเมื่อพระอรรณพปฏิบัติกับนีระไม่ต่างอะไรกับข้ารับใช้ พวกนั้นย่อมไม่สนใจไปโดยปริยาย


“คิดไว้อยู่แล้วล่ะนะว่าจะต้องเป็นแบบนี้ ก็ดีไปอย่างจะได้ไม่มีคนมายุ่งวุ่นวาย” นีระพยายามมองโลกในแง่ดี เมื่อไม่มีนางกำนัลหรือข้ารับใช้สนใจ หมายความว่าปัญหาก็จะน้อยลง


“แต่ว่าพี่นีระ นี่มันจะอาภัพเกินไปแล้วนะขอรับ!” อาโปทักท้วง สีหน้าสลดลงรวมถึงมีความคับแค้นอยู่หน่อยๆ “เกรงว่าภรรยาน้อยของขุนนางยังอยู่สุขสบายกว่านี้เลย!”


นีระยิ้มเศร้า “พี่ถึงบอกไงว่าไม่ต้องตามมา จะกลับไปตอนนี้ก็ได้นะ พี่ไม่อยากให้อาโปมาลำบากด้วย”


ตามกฎแล้วพระชายาของพระอรรณพต้องมีข้ารับใช้หรือนางกำนัลคู่กายอย่างน้อยหนึ่งคน นีระกำลังคิดว่าจะไปหาเอาดาบหน้า ทว่าอาโปกลับเสนอตัวมาเป็นข้ารับใช้ของเขา เพียงเพราะอยากจะช่วยเหลือพี่ชายคนดีของสถานนุบาล


สำหรับเด็กๆ ในสถานนุบาลเงือก นีระไม่ต่างอะไรกับพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงพวกเขามา อาโปย่อมทนเห็นนีระลำบากเพียงลำพังไม่ได้ ฉะนั้นเขาจึงเป็นตัวแทนของทุกคนมาที่นี่เอง


อาโปส่ายหน้ารัวๆ “ข้าจะไม่ยอมทิ้งพี่นีระไปไหนแน่นอน อย่ามาไล่ข้าเลยขอรับ”


“แต่ว่าหลังจากนี้น่ะ... มันอาจจะลำบากยิ่งกว่านี้อีกนะ” นีระพูดคล้ายกับหนักใจ


อาโปหน้าซีด “มันจะมีอะไรที่แย่กว่านี้อีกหรือขอรับ”


“อืม ข้าคิดว่าอย่างนั้นนะ”


การชดใช้บาปกรรมน่ะมันเริ่มหลังจากนี้ไปต่างหาก...


*คุยกับไรท์เตอร์*

สวัสดีค่ะ นักอ่านทุกคน ตอนนี้นายเอกของเราก็แต่งงานมาอยู่กับพระอรรณพเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เริ่มเข้าสู่ดราม่าแล้วค่ะ ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีบทบาทแตกต่างกันไป แต่ละคนก็มีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง หวังว่าทุกคนจะให้ความรักในเรื่องนี้เยอะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ให้กำลังใจด้วยระคะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #42 i s a r a (@rossani) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 14:37

    นีระสู้เขานะครับ
    #42
    0
  2. #5 Patjungy (@Ratchuma44) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 13:27

    รอนะคะ
    #5
    0
  3. #4 FOOLBEAR (@momeerino) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 20:55
    เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ อ่านแล้วปวดใจจัง ;--; ได้แต่หวังว่าจะไม่ใจร้ายกับนีระมากนัก
    #4
    0