Himmapan Myth วิโรธน์บาดาล (Yaoi)

ตอนที่ 15 : วิโรธน์ครั้งที่ ๑๔ ความรู้สึกของข้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    18 ก.ย. 62

วิโรธน์ครั้งที่ ๑๔ ความรู้สึกของข้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป


ในวันที่ได้พบกับอาทิตย์เป็นวันที่สงครามเพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน


ตอนนั้นไม่ว่าจะย่างเท้าไปที่ใด ทุกแห่งต้องพบกับคนนอนตาย ไม่ก็คนชราที่ถูกทิ้ง คนหนุ่มสาวที่สูญเสียอวัยวะไป หรือไม่ก็เด็กกำพร้า เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยสงคราม ขาข้างหนึ่งถูกตัด แถมยังเสียใบหูข้างซ้ายไปอีก กระนั้นเขาก็ยังเดินทางร่อนเร่เพื่อหวังหาที่สงบสุขในการจำศีล


“ฮึก ฮือ ฮือ”


เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วทุกหัวระแหง ช่างน่าเศร้าและหดหู่ยิ่งนัก เขาฝืนกลั้นไม่มองผู้คนที่สิ้นหวังเหล่านั้น สะพายย่ามที่มีอาหารติดตัวน้อยนิดเพื่อจะไปจากที่นี่


ครั้นเดินผ่านย่านนั้นมาแล้ว เขาคิดว่าตนเองคงได้หายใจหายคอได้มากขึ้น แต่กลับพบเด็กชายคนหนึ่งมายืนขวางทางไว้แถมยังเอาหินแหลมชี้มาที่หน้าเขาอีกต่างหาก


“สะ ส่งข้าวของทั้งหมดมาซะ! ไม่อย่างนั้นละก็ข้าจะฆ่าเจ้า!”


เขามองเด็กชายที่สูงแค่เอว แถมตัวก็ผอมกระหร่องราวกับไม้เสียบผี ได้แต่นึกเวทนาในใจ ไอ้หนูเอ๊ย ถ้าคิดจะเลือกเหยื่อก็ควรจะเลือกเหยื่อที่ตัวเล็กกว่านี้และอ่อนแอกว่านี้นะ หรือว่าตอนนี้ในสายตาของเด็กเขาดูเหมือนคนสู้ไม่ได้งั้นหรือ


“ข้าให้เจ้าได้แค่บางอย่างเท่านั้นเอาไปทั้งหมดไม่ได้ เพราะข้าต้องเดินทางไกลไปจำศีล” เขาล้วงมือเข้าไปย่ามแล้วโยนกล้วยสองผลให้อีกฝ่าย เด็กชายก็ผวารับไว้ “นั่นคงช่วยต่อชีวิตเจ้าได้ ถ้าลงไปทางใต้หน่อยจะมีป่าอยู่ ถึงศพจะเยอะไปหน่อย ที่นั่นยังพอมีผลไม้ป่ากับผักป่าอยู่บ้าง ลองไปหาดู หากเจ้าอยากมีชีวิตรอด”


หาของป่ายังง่ายกว่ามาปล้นชิงเองตั้งเยอะ เขาชี้แนะแนวทางให้เด็กคนนั้น แล้วจับไม้เท้าไว้แน่นประคองร่างเดินต่อไป ทว่าเด็กคนนั้นกลับไม่ยอมไปง่ายๆ แถมยังวิ่งมากระตุกชายเสื้อเขาอีก จนคนที่เหลือแค่ขาเดียวเกือบล้มคว่ำ


“เจ้า! ถ้าไม่ปล่อยอย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ!”


“ท่านบอกว่าจะไปจำศีลนี่ ไปที่ไหนหรือ มันที่ที่ปลอดภัยจากสงครามด้วยงั้นเหรอ”


เด็กชายไม่ฟังเขาแต่จับชายเสื้อไว้แน่นแล้วทำตาโตคาดหวัง เขารู้สึกแปลกใจเล็กๆ แต่ก็ยอมตอบไป


“สงครามมันก็ลามไปทุกที่แหละ เพียงแต่ที่ที่ข้าจะไปอยู่นั้นอยู่บนยอดเขาสูง หากเป็นที่นั่นน่าจะอยู่ได้อย่างสงบนะ”


พื้นด้านล่างและใต้น้ำรบพุ่งกันดุเดือด ยังไงก็อยู่ไม่สงบแน่ๆ มีทางเดียวคือจำศีลในถ้ำบนยอดเขาอาจจะเป็นที่เดียวที่พวกศัตรูไม่มาบุกรุก


“ขะ ข้าขอไปด้วยได้ไหม!?”


จู่ๆ เด็กคนนั้นก็โพล่งออกมาเช่นนี้ เล่นเอาเขาถึงกับอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำตัวเป็นโจรจะปล้นชิงเขาอยู่เลย มาตอนนี้กลับอยากติดตามเขาซะอย่างนั้น


“เจ้าจะตามไปด้วยทำไมกัน?”


“ข้าเกลียดสงคราม! ข้าย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ จนมาถึงที่นี่ แต่ก็ยังหนีสงครามไม่พ้น เรื่องอดตายน่ะอีกเรื่องหนึ่ง แต่ข้าทนความหวาดกลัวกับโดนฆ่าทุกวันไม่ได้อีกแล้ว” เด็กคนนั้นกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ข้าอยากอยู่อย่างสงบ นอนหลับสบายโดยไม่ต้องระแวงว่าใครจะมาทำร้ายข้า!”


เขานิ่งมองเด็กคนนั้นแล้วเพิ่งสังเกตว่าด้านหลังมีปีกน่าเกลียดคู่หนึ่งติดอยู่ มันถูกตัดแหว่งและหักจนอยู่ในสภาพพิลึก เด็กคนนี้คงเป็นกินนรแต่ถูกทำร้ายจนปีกเสียหายหนักแน่ๆ


เขามองแล้วก็ถอนหายใจ “ข้าไม่ชอบเดินทางกับใคร อีกอย่างข้าไม่อยากดูแลเด็กอย่างเจ้าด้วย”


“ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วง!” เด็กคนนั้นรับปากพลางตบอกยืนยันหนึ่งที “ข้ามีแขนขาทุกอย่างครบ ถึงปีกจะบินไม่ได้แต่ข้าปีนได้! จะไม่ทำให้ท่านลำบากแน่นอน!”


เห็นเด็กคนนี้รั้นจะตามมาให้ได้ เขาก็อ่อนใจ ก่อนจะถามชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย


“เจ้ามีนามว่าอะไร?”


“อาทิตย์ กินนรแห่งนภาลัยขอรับ!”


นึกถึงรอยยิ้มกว้างนั่นแล้วมาซ้อนทับกับภาพปัจจุบัน แม้จะเห็นว่าอาทิตย์กำลังยิ้มอยู่แต่เพราะหนวดเคราบดบังจึงทำให้ดูออกยากเหลือเกิน


“เจ้าแก่ขึ้นเยอะเลย อาทิตย์...”


“ก็ข้ามีอายุมาถึงสามร้อยกว่าปีแล้วนี่นา ไม่เหมือนท่านอาจารย์ที่กลับชาติมาเกิดใหม่เสียหน่อย!”


โดนหาว่าแก่ทำให้อาทิตย์สะเทือนใจไม่เบา ยิ่งมาเห็นอาจารย์ที่เคยสั่งสอนมากลายเป็นเงือกหนุ่มบอบบางก็ยิ่งชีช้ำใจ


อาจารย์ที่ทรงภูมิและขี้บ่นคนนั้นกลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย


นีระหัวเราะน้อยๆ “ข้าแค่หยอกเจ้าเล่นเท่านั้นเอง เฮ้อ เด็กน้อยที่เอาแต่วิ่งตามหลังข้าต้อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นฤาษีสุริเยนท์ผู้มีชื่อเสียง หากใครรู้เข้าก็ต้องไม่เชื่อแน่ๆ!”


“ข้าแค่สืบสานต่อเจตนารมณ์ของท่านอาจารย์เท่านั้นเอง” อยู่ต่อหน้าอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนตัวจริง อาทิตย์ไม่กล้าอวดอ้างความสามารถ “วิชาความรู้ของข้าเทียบกับท่านอาจารย์ไม่ได้หรอก”


“ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้เกรงว่าวิชาต่างๆ จะปลิวหายไปกับความทรงจำในชาติก่อนที่ทับถมเข้ามาแล้ว”


นีระถอนหายใจนึกปลง ไม่มีใครจะจดจำอะไรทุกอย่างได้ ยิ่งไม่ได้ถูกใช้นานๆ ไปก็ลืม แค่ความรู้ของตอนชาติต้นๆ เขายังลืมหมดสิ้นแล้วเลย


“แค่กๆ”


เสียงไอเบาๆ ทำให้นีระหันขวับมาหาพระมหรรณพ เห็นอีกฝ่ายนอนพลิกกระสับกระส่าย หัวใจก็ดิ่งลงอีกครั้ง อาทิตย์ประคองชามยาเข้ามาแล้วเริ่มต้นตักป้อนใส่ปาก


“อักเสบจนไข้ขึ้นอย่างที่คิด เอาเถอะ ช่วงนี้อาจจะทรมานหน่อย แต่นอนพักกับกินยานี่เดี๋ยวก็ดีขึ้น”


นีระยื่นมือออกมา “เดี๋ยวข้าป้อนยาให้เขาเอง”


“...ก็ได้”


ฤาษีสุริเยนท์ยอมส่งถ้วยยาอุ่นๆ นั้นให้อดีตอาจารย์ นีระบรรจงตักขึ้นมาเป่าให้คลายร้อยนิดนึงแล้วจึงค่อยๆ ป้อน เห็นท่าทีของนีระที่แสดงความรักความห่วงใยนี้ก็ได้แต่เวทนาสงสารอยู่ลึกๆ


“ท่านอาจารย์ควรกินอะไรด้วยนะ ท่านหลับไปเกือบสองวัน ต้องมีอาหารเข้าไปช่วยฟื้นฟูกำลังบ้าง”


ฤาษีสุริเยนท์ไปหยิบตะกร้าสานที่บรรจุผลไม้ป่าออกมา มีทั้งมะม่วง ลำไยและมังคุด แม้นีระจะไม่อยากอาหารแต่ก็รู้ว่าสมควรกินมันเข้าไป ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเป็นลมเอาได้จึงหยิบลำไยมาแกะกินสามสี่ผล


เห็นนีระยอมกิน อาทิตย์ก็เบาใจแล้วนั่งลงขัดสมาธิข้างๆ


“ทีแรกข้าก็ไม่นึกเลยว่าท่านอาจารย์จะมีเคราะห์กรรมหนักปานนี้ นี่ท่านเวียนว่ายตายเกิดชดใช้คนผู้นั้นไปกี่ชาติแล้ว”


เพราะฝึกฝนวิชาและญาณหยั่งรู้จึงทำให้อาทิตย์สามารถมองเห็นชะตากรรมของผู้คนได้ แม้จะไม่ถึงขั้นมองออกทะลุปรุโปร่ง แต่เห็นเพียงแค่นี้ก็คาดเดาอนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้แล้ว


นีระเคี้ยวลำไยช้าๆ “ไม่รู้สิ ข้าไม่อยากจะนับ คงไม่ต่ำกว่าสิบแล้วแน่ๆ”


“แล้วท่านอาจารย์ไม่คิดอยากจะชดใช้กรรมให้หมดเร็วๆ หรือ?”


“อยากสิ ตอนนี้ก็กำลังชดใช้อยู่นี่ไง”


นีระคิดว่าแค่มาอยู่ข้างกายพระอรรณพ ปล่อยให้อีกฝ่ายทำร้ายและโขกสับก็ถือว่าเป็นการชดใช้แล้ว ทว่าฤาษีสุริเยนท์จ้องมองเงือกเกล็ดสีเงินแล้วส่ายหน้า


“ไม่ ท่านอาจารย์ไม่ได้กำลังชดใช้เลย แต่เหมือนเพิ่มความแค้นให้มากกว่า”


“เจ้าหมายความว่ายังไง?”


คำพูดของลูกศิษย์ทำให้มือที่กำลังแกะเปลือกลำไยต้องหยุดลง ดวงตาสีนิลมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ อาทิตย์ที่เห็นอาจารย์ตัวเองกลายเป็นเด็กไร้เดียงสาก็เกาหัวอย่างยุ่งยากใจ


“เฮ้อ ท่านอาจารย์มาเกิดใหม่เหมือนกลายเป็นอีกคนไปเลย! แต่ช่างเถอะ ได้รับความทรงจำทุกชาติมาคงมีลืมกันบ้าง แต่จริงอยู่ว่าท่านอาจารย์สร้างกรรมกับคนคนนั้นไว้มาก จนต้องมาชดใช้ในชาติต่อๆ ไป แต่ท่านไม่จำเป็นต้องยินยอมถึงขนาดนั้น”


นีระหยุดกินแล้วในที่สุด หันมาพูดคุยกับฤาษีผู้ทรงศีลอย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ยินยอมได้อย่างไร ในเมื่อข้าเป็นฝ่ายทำผิดต่อเขาก่อนนี่นา”


“นั่นมันก็ใช่ แต่ที่ข้าพูดก็คือการที่ท่านอาจารย์ยอมไม่ใช่หนทางในการดับความแค้นของชายผู้นั้น สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือ... ใช้ความดีในการดับความแค้นนั้นต่างหาก”


ฤาษีสุริเยนท์พูดราวกับว่ามันคือสัจธรรม ดวงตาของนีระคล้ายมีประกายสว่างวาบขึ้นมาพึมพำไปว่า


“ความดีเหรอ?”


“ใช่แล้วท่านอาจารย์ ความดีของท่าน ความปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือพระอรรณพ ช่วยดับไฟแค้นที่ติดตามมาในหลายๆ ชาติได้ ที่ข้าส่งท่านอาจารย์ไปอยู่กับพระอรรณพก็ด้วยเหตุนี้”


นีระตาโตขึ้นมาเล็กน้อย “ที่แท้เจ้านี่เองที่ส่งข้าให้ไปอยู่กับพระอรรณพ!”


มาคิดๆ ดูแล้วไม่ใช่เพราะฤาษีสุริเยนท์หรือไรที่ทำนายโชคชะตาว่าพระอรรณพไม่เหมาะสมกับธาราและให้มาจับคู่กับเขา เป็นฝีมือของอีกฝ่ายที่ต้องการให้เขาชดใช้กรรมนี่เอง


“ท่านอาจารย์ อย่าโกรธข้านะ ข้าแค่หวังดี อยากให้ท่านหลุดพ้นจากเจ้ากรรมนายเวรคนนั้นจริงๆ ไม่อย่างนั้นแล้วชาติต่อไปก็ต้องมาเจอวนเวียนกันไม่จบไม่สิ้น แบบนั้นมันจะดีหรือ” อาทิตย์มองหน้าอดีตอาจารย์แล้วถอนหายใจ “ท่านอาจารย์ต้องทำให้อีกฝ่ายเลิกแค้น สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การก้มหน้ายอมรับ แต่ต้องเปลี่ยนแปลง ความจริงแค่ท่านต้องมาตกในชะตากรรมแบบนี้ก็นับว่าเป็นเวรเป็นกรรมแล้ว ท่านจะปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นท่อนไม้ เป็นเชื้อเพลิงสุมความแค้นไปอีกสักเท่าไหร่กัน”


คำพูดเชิงเตือนของอดีตลูกศิษย์ทำให้นีระหันมาย้อนคิดการกระทำของตัวเองที่ผ่านมา มันก็จริงอย่างที่อาทิตย์ว่าเขาคิดแต่จะยินยอมโดนทำร้ายและโขกสับ ไม่คิดจะลุกขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงพระอรรณพ รวมถึงไม่คิดที่จะแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีในการจะอยู่ร่วมกันและช่วยเหลือเกื้อกูล


ความดี... จะช่วยดับความแค้น อาทิตย์พูดไม่ผิดเลย


นีระมองคนตรงหน้าแล้วยิ้มบาง “ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเจ้าจะคิดอะไรแบบนี้ได้ โตขึ้นมากแล้วจริงๆ นะ”


“ท่านอาจารย์! ข้าอายุจะสามร้อยแล้ว ไม่โตคงไม่มีทางเป็นฤาษีสุริเยนท์ผู้ทรงศีลได้หรอก!”


อาทิตย์แย้งอย่างงอนๆ นีระหัวเราะก่อนจะยิ้มเอ็นดู


“ขอบใจนะ อาทิตย์”


“ไม่เป็นไร แต่ท่านควรจะพักผ่อนต่อนะ เอ้า ท่านก็กินยาด้วย จะได้หายเร็วๆ”


อาทิตย์รู้ว่านีระเกลียดยาน้ำเป็นที่สุด จึงทำยาลูกกลอนเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย เขาก็ยอมกินแล้วนอนหลับพักผ่อนไปตื่นหนึ่ง


ถึงกระนั้นในเวลาแบบนี้เขาก็ยังฝันได้อีก


ภาพที่เห็นคือในคุกมืด มีเสียงโซ่เสียดสีดังเคร้งคร้างก้องอยู่ในหัวจนยากที่จะข่มตาหลับลงได้สบาย เห็นคุกนี้ใจกระหวัดถึงชาติภพที่เป็นจุดเริ่มต้นของวังวนความแค้น แต่เมื่อภาพทุกอย่างชัดในครรลองสายตา เขาจึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชาติภพนั้น


แต่มันเป็นชาติต่อๆ มาของเขาต่างหาก


ซ่า!


น้ำเย็นจัดถูกสาดลงมาโครมใหญ่ ปลุกสติที่สะลึมสะลือให้กลับมาแจ่มชัดขึ้น ร่างของเขาถึงขึงอยู่บนกำแพงไม่อาจจะขยับแขนและขาได้ดังใจ เบื้องหน้าไม่ไกลนักก็มีร่างของอีกคนถูกแขวนอยู่ด้วยเช่นกัน แต่สภาพห่างไกลจากคำว่าดูดีหลายขุม


ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด เสื้อผ้าก็กลายสภาพเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้ว ตัวผ้าแนบติดกับเนื้อจนจะกลายเป็นผิวหนังแทน อีกฝ่ายหลับตาสนิทเพราะลืมตาก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะดวงตาถูกควักออกไปจนมันกลวงเปล่าแล้ว...


นี่... เป็นชาติที่เขาเกลียดที่สุด


“พวกเจ้าจะไม่ยอมเปิดปากใช่ไหม? ”


คนพูดก้าวมาอยู่กึ่งกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง ถึงจะมีลักษณะและท่าทางแตกต่างไปบ้างตามยุคสมัย แต่คนตรงหน้าก็คือพระอรรณพของชาตินี้ นีระเกิดมาหลายชาติเกินไปจนไม่อาจจดจำชื่อในอดีตชาติของตนเองและผู้อื่นได้มากนัก


“ข้ายังขอยืนยันคำเดิมว่าไม่!” ตัวเขาในอดีตชาติเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา แถมยังถมน้ำลายใส่คนพูดอีกด้วย “สิ่งที่พวกข้าทำล้วนบริสุทธิ์ใจ หาได้ผิดต่อใครไม่!”


“ดี! เจ้าก็พูดยืนยันอย่างนั้นให้ได้ต่อไปเถอะ!” พระอรรณพมองเขาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ก่อนจะออกคำสั่ง “เริ่มต้นทรมานพวกมันซะ!”


“ขอรับ!”


พวกทหารกรูเข้ามา หวดแส้ฟาดบนร่างของเขาอย่างไม่มีความปราณี ต่อให้เป็นภาพในความทรงจำ นีระก็ยังคงจดจำความเจ็บปวดนั้นได้ดี แต่ที่ทำให้รู้สึกแย่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือพระอรรณพถือดาบทิ่มแทงไปยังร่างคนรักของเขา หลุดเสียงร้องทรมานออกมาก่อนที่เลือดจะอาบใบดาบจนกลายเป็นสีแดง


“แล้วเจ้าละ จะไม่ยอมเปิดปากด้วยหรือเปล่า?”


พระอรรณพถาม จงใจหมุนดาบคว้านแผล จนพระมหรรณพตัวสั่นระริกแต่คราวนี้อดกลั้นไม่ให้ร้องออกมาได้


“ในเมื่อ... เขาไม่พูดไฉนเลยข้า... จะพูดได้”


แม้เสียงที่เปล่งออกมาจะแหบแห้ง แต่กลับหนักแน่น ไม่สนใจว่าดวงตาจะบอดหรือดาบกำลังทำลายแขนของตน เมื่อนีระไม่พูด พระมหรรณพก็เลือกจะปิดปากเงียบเช่นกัน


“ให้มันได้อย่างนี้สิ! เช่นนั้นข้าจะทรมานพวกเจ้าให้ตายอย่างช้าๆ แล้วมารอดูกันว่าพวกเจ้าจะอดทนได้อีกนานแค่ไหน!”


พูดจบพระอรรณพก็ตัดแขนทั้งสองข้างของพระมหรรณพทิ้ง


เฮือก!


นีระสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อแตกพลั่ก อดีตชาติช่วงนั้นเป็นความทรมานไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็นของเขาและพระมหรรณพ แค่คิดถึงร่างกายก็สั่นสะท้าน แถมในอกก็คล้ายจะหายใจไม่ออก จนเขาต้องควานหาร่างของพระมหรรณพมาปลุกปลอบใจ


เอ๋?


เมื่อหันตัวไปทางซ้ายกลับพบกับที่นอนว่างเปล่า ผ้าห่มของอีกฝ่ายก็ถูกนำมาห่มบนตัวของเขา หัวใจของนีระหนาวเยือกขณะสลัดผ้าห่มเหล่านั้นแล้วคลานออกมาจากห้อง


ตอนนี้เป็นยามดึกสงัดแล้ว เรือนของฤาษีสุริเยนท์ก็เงียบสนิทราวกับไร้ผู้คน ทีแรกนีระมองอะไรไม่เห็นเพราะมันมืด แต่พอสายตาเริ่มคุ้นชินกับความมืดแล้ว เขาจึงเห็นว่ายังมีแสงจันทร์อ่อนทอลอดผ่านหน้าต่างมา


“พระมหรรณพ?”


นีระลองเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ หัวใจเริ่มระส่ำระสาย พระมหรรณพหายไปที่ไหน หรือ... หรือว่าอาการจะทรุดหนัก! ไม่นะ ถ้าอีกฝ่ายต้องตายเพราะปกป้องเขาอีกละก็!


“พระมหรรณพ!? อยู่ไหนพ่ะย่ะค่ะ พระมหรรณพ!?”


นีระไม่สนใจว่านี่เป็นยามดึกแล้วไม่ควรส่งเสียงเอะอะโวยวาย แต่ว่าการส่งเสียงดังของเขาได้ผล เพราะประตูเรือนหน้าเปิดออก แสงจันทร์ที่ลอดผ่านเข้ามาเผยให้เห็นเค้าโครงหน้าของชายผู้เป็นที่รักซึ่งกำลังตื่นตระหนก ยิ่งเห็นเงือกหนุ่มที่พยายามจะคลานเข้ามา พระมหรรณพยิ่งร้อนใจเข้ามาดู


“เกิดอะไรขึ้น!? เจ้าเป็นอะไรไป? หรือว่าไม่สบายเหรอ? เดี๋ยวข้าจะไปตามท่านฤาษีมานะ!”


พระมหรรรพเปลี่ยนใจจากจะประคอง ตั้งท่าสับเท้าเข้าไปในตัวเรือน ทว่านีระก็คว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ได้


“มะ ไม่ต้องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่...”


“เพียงแต่อะไรหรือ?”


เห็นเงือกตรงหน้าชะงักแล้วใบหูเริ่มแดงขึ้น พระมหรรณพจึงถามด้วยความสงสัย ดวงตาสีนิลคู่นั้นสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมบอกออกมา


“กระหม่อมก็แค่ตกใจที่พระองค์หายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ นึกว่า... เกิดอะไรขึ้นกับพระองค์”


เป็นการบอกทางอ้อมว่าห่วง ในอกของพระมหรรณพรู้สึกหวานล้ำขึ้นมาขณะย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน


“ข้าแค่ไปแจ้งข่าวให้ทางเสด็จพ่อรู้ก็เท่านั้น พวกเราหายตัวไปแบบนี้คงจะแตกตื่นกันแย่แล้ว”


“แต่พระองค์ทรงบาดเจ็บอยู่แท้ๆ อย่าเคลื่อนไหวโดยไม่ระวังสิพ่ะย่ะค่ะ”


นีระมองสภาพอีกฝ่ายที่เรียกว่าโทรมจนน่าสงสาร ถึงสีหน้าจะไม่ได้ซีดขาว แต่บาดแผลตามตัวอย่างไรก็น่ากลัวมากๆ อยู่ดี


พระมหรรณพสัพยอก “เจ้าเป็นห่วงข้ามากหรือ?”


“ก็ต้องห่วงสิพ่ะย่ะค่ะ!”


ทีแรกพระมหรรณพคิดว่าคนตรงหน้าจะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงคำตอบ แต่นีระกลับสารภาพตรงๆ ทำเอาเขาตกใจ ไม่ใช่แค่นั้นดวงตาสีนิลก็ฉายแววเจ็บปวดรวดร้าวออกมา


“พระองค์บ้าไปแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ! ทำไมต้องปกป้องกระหม่อมจนต้องกลายเป็นแบบนี้ด้วย! ไม่รู้หรือยังไงว่าทำแบบนี้กระหม่อมเจ็บปวดแค่ไหน! หากเกิดอะไรขึ้นกับพระองค์ กระหม่อมก็คง...”


หากอีกฝ่ายต้องตายเพราะปกป้องเขาอีกละก็ หัวใจของเขาจะต้องแตกสลายอีกแน่ มันทรมานยิ่งกว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บเองเสียอีก!


พระมหรรณพมองใบหน้าที่เศร้าสร้อยทว่าไร้น้ำตานั้น ในอกทั้งเจ็บหนึบและขมขื่น หากจะถามว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ปกป้องอีกฝ่าย ยอมที่จะเจ็บแทนเพื่อรักษารอยยิ้มของคนตรงหน้าไว้ นั่นก็เพราะความรู้สึกเดียวเท่านั้น


เขาหลงรักนีระ...


ที่ผ่านมาเขาไม่ยอมรับความรู้สึกนี้ เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ทว่าเมื่อมาเห็นแววตาและการกระทำของนีระแล้ว พระมหรรณพก็รับรู้ได้ว่าเงือกตนนี้... ก็รักเขาเช่นกัน


ทำไมชีวิตของพวกเขาถึงไม่ได้เป็นดังใจเลยนะ


“ข้าขอโทษ” พระมหรรณพเอ่ย ก่อนจะลูบไล้ดวงหน้านั้นอย่างทะนุถนอม “ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วง แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็อยากจะปกป้องเจ้าไว้ให้ได้”


ถ้าต้องเห็นนีระเจ็บแทนน่ะ เรื่องนั้นเขาเองก็ไม่ยอมหรอก พระมหรรณพคิดจนหัวใจปวดแปลบไปหมด


“กระหม่อมไม่มีค่าให้พระองค์ปกป้องหรอก”


“ไม่ เจ้ามี” ดวงตาสีมรกตเลื่อนมาสบ ในแววตาคู่นั้นส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดออกมา “เจ้ามีค่าสำหรับข้าเสมอ”


“พระองค์ช่างบ้าจริง...”


นีระยอมแพ้แล้ว... เขายอมแพ้ต่อความรักนี้ ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่อาจตัดใจจากอีกฝ่ายได้จริงๆ


ทั้งสองสบตากัน ก่อนที่ใบหน้าจะเลื่อนเข้าหา นีระหลับตาลงอย่างยินยอมก่อนที่จุมพิตแสนหวานล้ำนั้นจะเข้ามายึดครองริมฝีปากและหัวใจของเขาโดยสมบูรณ์


*คุยกับไรท์เตอร์*

ในที่สุดนีระก็ยอมใจอ่อนและยอมรับหัวใจของตัวเองสักทีค่ะ หลังจากที่นีระได้รับการสั่งสอนจากฤาษี หลังจากนี้ไปเราจะได้เห็นนีระเวอร์ชั่นใหม่ค่ะ รอติดตามกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

64 ความคิดเห็น

  1. #52 i s a r a (@rossani) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 16:05

    เห้อ ขอให้มีความสุขกันสักทีนะนีระ
    #52
    0
  2. #28 Patjungy (@Ratchuma44) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 22:49

    รอนะคะ
    #28
    0
  3. #27 saitgong (@saitgong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 22:21
    มารอน้องเวอร์ชั่นใหม่
    #27
    0