คัดลอกลิงก์เเล้ว

ขอเพียงหนึ่งวัน (ตีพิมพ์แล้ว)

'หากมีเวลาแค่วันเดียว ผมก็อยากจะขออยู่กับคนรักในสถานที่พิเศษ อยากทำตามที่สัญญากันเอาไว้ให้เป็นจริง เพราะฉะนั้นได้โปรด ฟังคำขอของผมด้วย...'

ยอดวิวรวม

214

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


214

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ก.พ. 60 / 16:23 น.
นิยาย §˹ѹ (վ) ขอเพียงหนึ่งวัน (ตีพิมพ์แล้ว) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ นักอ่านทุกคน 
ก่อนอื่นขอชี้แจงว่า เรื่องสั้น "ขอเพียงหนึ่งวัน" ของไรท์เตอร์ได้รวมเล่มอยู่ในนิยาย "Crush on boyz short stories Vol.1"
ซึ่งที่นำมาลงนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น หากต้องการอ่านฉบับเต็มต้องไปติดตามในฉบับรวมเล่มนะคะ
ช่องทางการสั่งซื้อคือทางหน้าเพจ Crush on boyz ค่ะ 
ซึ่งนอกจากเรื่องสั้นของไรท์เตอร์แล้ว ยังมีของนักเขียนท่านอื่นด้วยนะคะ
มาอุดหนุนกันเยอะๆ นะ ^ ^
ขอบคุณค่ะ

ลิ้งค์สั่งซื้อค่ะ

Crush on boyz


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ก.พ. 60 / 16:23


ขอเพียงหนึ่งวัน
 
'หากมีเวลาแค่วันเดียว ผมก็อยากจะขออยู่กับคนรักในสถานที่พิเศษ อยากทำตามที่สัญญากันเอาไว้ให้เป็นจริง เพราะฉะนั้นได้โปรด ฟังคำขอของผมด้วย...'
 
"ภู ได้เวลาที่เราต้องไปแล้วครับ"
 
เสียงนุ่มๆ เอ่ยขึ้นข้างหู ทำเอาผมที่กำลังดื่มด่ำกับความงดงามยามเช้าบนเนินช้างศึกต้องสะดุ้ง หันไปค้อนใส่
 
"พี่รักษ์ ทำผมตกใจนะเนี่ย เรียกธรรมดาก็ได้นี่นา ไม่เห็นต้องพูดซะชิดหูขนาดนี้เลย"
 
"พี่เรียกแล้วนะ แต่ภูน่ะไม่ได้ยินเอง ภูมัวแต่มองเหม่อทิวทัศน์อยู่จนไม่ได้ยินเสียงเรียกนี่นา"
 
ผมเผลอไปจนได้ มัวแต่ตะลึงกับความงามของหมู่บ้านปิล็อคที่แผ่ไพศาลตรงหน้า ทิวเขาสลับซับซ้อนเป็นสีเขียวขจีช่างเหมือนกับภาพวาดของจิตรกรชั้นเอก ผมชอบความงามที่เรียบง่ายของทิวทัศน์นี้จึงคิดจะจดจำมันไว้ให้ขึ้นใจ เพราะยังไงภาพถ่ายก็ไม่สามารถสื่อถึงความงามอันแท้จริงได้ทั้งหมด ผมเลยมองเพลินจนหลงลืมเวลาหมดสิ้น
 
"ได้เวลาแล้วหรือครับ แต่ผมยังดูไม่จุใจเลย"
 
ผมกระเง้ากระงอดมองทิวทัศน์เหล่านั้นด้วยความเสียดาย อยากจะอยู่ต่ออีกสักหน่อย
 
พี่รักษ์ยิ้มอ่อนใจ "ก็อยากจะให้อยู่ชมวิวจนจุใจอยู่หรอกนะ แต่ว่าพี่หิวข้าวแล้วน่ะสิ"
 
พูดไปก็เอามือลูบท้องทำตาละห้อย เจอสีหน้านี้ทีไรผมต้องใจอ่อนทุกที ใครล่ะจะกล้าใจร้ายกับแฟนที่น่ารักแบบนี้ได้ลงคอ
 
พี่รักษ์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีคนนี้เป็นแฟนของผมเอง หน้าตาก็ดีแถมยังสูงยาวเข่าดีอีก (ตัวสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนจนผมนึกอิจฉา) โครงหน้าของพี่รักษ์ออกไปทางลูกครึ่ง ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลเข้มเข้ากับผิวสีแทนเป็นที่สุด เห็นรูปลักษณ์เขาในแวบแรกผมก็เกิดอาการปิ๊งทันที ความสนใจนี้นำพาให้ผมอยากรู้จักใกล้ชิดพี่รักษ์ยิ่งขึ้น
 
เขาทำงานเป็นตากล้องให้กับนิตยสารแห่งหนึ่ง ส่วนผมก็เป็นนักวาดภาพประกอบหน้าปกนิยายรักโรแมนติก ความชอบของพวกเราค่อนข้างคล้ายกัน ทำให้สนิทกันง่าย
 
ไปๆ มาๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความสนิทนั้นมันกลายเป็นความรัก พูดแบบนี้อาจจะน่าอายแต่ผมน่ะคิดว่าตัวเองคงอยู่ไม่ได้หากขาดพี่รักษ์ พวกเราเคยลองรักษาระยะห่างกัน เพราะความรู้สึกที่มีให้กันมันดูแปลกไป และการที่เราห่างกันนั้นก็ทำให้รู้ใจตัวเอง ผมไม่ได้มองพี่รักษ์แบบเพื่อนอีกแล้ว ผมมีความปรารถนาอยากอยู่กับเขาตลอดไปและครอบครองพี่รักษ์ไว้คนเดียว พี่รักษ์เองก็รู้สึกแบบเดียวกัน การที่ใจตรงกันทำให้เราคบหาได้ราบรื่นจนครบหนึ่งปีแล้ว
 
"ขอโทษด้วยนะครับที่ผมทำให้พี่ต้องหิ้วท้องรอแบบนี้"
 
ชมทิวทัศน์เพลินจนไม่ได้ใส่ใจคนข้างตัว ผมมันเป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ
 
"ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรอกครับ ภูเพลิดเพลินกับทิวทัศน์พวกนี้นี่นา แค่ได้เห็นรอยยิ้มของภู พี่ก็มีความสุขแล้วล่ะ"
 
จากนั้นเขาก็ส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ ทำเอาผมกระอักแสบตาจากรอยยิ้มของพี่รักษ์ที่มีอานุภาพในการทำลายล้างขั้นสูง 
ผมเขินจนต้องหันเหสายตาไปมองรอบๆ แทน
 
เนินช้างศึก ที่ตอนแรกมีคนมายืนชมวิวอยู่ประปราย ตอนนี้ไม่เหลือใครนอกจากผมกับพี่รักษ์ คงจะสายมากแล้วสำหรับคนที่มีกำหนดการปีนเขาช้างเผือกในช่วงเช้า หากไม่เตรียมตัวทานข้าวหรือทำธุระอะไรให้เรียบร้อยอาจจะเป็นปัญหาเอาได้
 
"ถ้าอย่างนั้นเราไปกันดีกว่านะครับ..."
 
ผมหยุดพูดไป เมื่อเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วบนเนินช้างศึกแห่งนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราสองคน แต่ยังมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่
 
อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยชุดสีดำแสนเท่และเคร่งขรึม ดวงหน้าเรียวมีเครื่องหน้าได้สัดส่วน ท่าทางภูมิฐานเหมือนพวกนักธุรกิจ พอแสงอาทิตย์แรกของวันส่องกระทบชายหนุ่มคนนั้น ทำให้เขากลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบข้างจนเกือบจะไร้ตัวตน ไม่น่าแปลกเลยที่ผมจะไม่ทันสังเกตเห็นเขากระทั่งถึงตอนนี้
 
พอชายคนนั้นหันมา ผมก็เห็นว่านัยน์ตาของเขาเป็นสีเขียวสวยแบบมีระดับ จริงอยู่ว่าชายคนนั้นอาจจะหน้าตาหล่อเลิศดุจนายแบบ แต่ยังไงพี่รักษ์ที่มีใบหน้าอ่อนโยนกับรอยยิ้มอำนาจทำลายล้างสูงก็ยังดูดีกว่าชายคนนั้นพันเท่า!
 
"มีธุระอะไรกับฉันอย่างนั้นเหรอ"
 
จู่ๆ ชายคนนั้นก็เอ่ยปากพูด น้ำเสียงคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายค้างไป รีบส่ายหน้ารัว ผมไม่ได้คิดนอกใจนะ! เวลาเห็นคนหล่อเป็นธรรมดาที่ต้องมองอยู่แล้วสิ!
 
แน่นอนผมไม่ได้พูดเรื่องนั้นออกไป กลัวว่าแฟนผมจะโกรธเปล่าๆ จึงถามคำถามนี้ออกไปแทน
 
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่เป็นห่วงว่าคุณมีรถขึ้นมาที่เนินช้างศึกหรือเปล่า ถ้าไม่มีผมจะได้ไปส่งคุณ"
 
การจะขึ้นเนินช้างศึกได้ต้องอาศัยรถปีนขึ้นไป ถ้าเดินเองได้ขาลากแน่ๆ บางคนก็ใช้วิธีโบกขอติดรถขึ้นมาชมวิวที่เนินช้างศึก และจากสภาพรอบๆ ในเวลานี้เหลือแค่ผม พี่รักษ์กับเขา แถมแถวนี้ยังเงียบสนิทอีกด้วย จะมีรถสักคันผ่านมาให้นั่งไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้
 
ชายตาเขียว(ผมขอเรียกเขาอย่างนี้แล้วกัน ก็ผมไม่รู้ชื่อเขานี่นา) มองผมเหมือนจะประหลาดใจ จากนั้นเขาก็ยิ้มให้ผม อานุภาพของมันเกือบจะเทียบเคียงพี่รักษ์ของผมได้เลย โอ้ย พวกคนหล่อๆ เวลายิ้มนี่มันน่าหมั่นไส้ชะมัด!
 
"ฉันไม่มีรถ แต่ไม่เป็นไรฉันอยากจะอยู่แถวนี้อีกสักพัก ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วง"
 
ชายตาเขียวปฏิเสธจะขึ้นรถกับพวกเรา น่าแปลกที่ผมเกิดความรู้สึกเป็นห่วงในตัวชายแปลกหน้าคนนี้ ทั้งที่เราเพิ่งจะเจอกันแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าคุ้นเคยกันมาก่อนนะ?
 
"อย่างนั้นเหรอครับ ถ้างั้นพวกเราขอตัวก่อน"
 
พี่รักษ์จับมือผมแล้วพาไปที่รถของพวกเรา ผมเดินตามไปอิดออดนิดๆ
 
"จะดีเหรอครับ ปล่อยเขาไว้แบบนั้น"
 
"มันเป็นสิทธิของเขานี่นา เราต่างหากที่ต้องทำเวลาให้ดี ถ้าไม่รีบกินข้าวและทำธุระ เดี๋ยวก็ไม่ได้ขึ้นเขากันนะ"
 
นั่นสินะ ผมควรจะห่วงตัวเองมากกว่า การที่ชายตาเขียวยังดูสบายๆ ไม่รีบร้อนแสดงว่าเขาคงไม่ได้มาขึ้นปีนเขาช้างเผือก แต่อาจมาเดินเล่นชมวิวแถวนี้ ผมไม่ควรไปเซ้าซี้รบกวนการเที่ยวของเขา
 
ตอนที่ผมขึ้นมานั่งบนรถแล้วลงมือสตาร์ทเครื่อง ผมก็อดหันไปมองเป็นครั้งสุดท้ายไม่ได้ จึงเห็นว่าชายคนนั้นไม่ได้มองทิวทัศน์อีกแล้ว นัยน์ตาสีเขียวนั้นจับจ้องมาที่รถของพวกเราอย่างชัดเจน
 
ผมเกิดความรู้สึกอึดอัดต่อสายตานั้น รีบเบนหน้าไปทางถนน พอผมขับรถเลี้ยวลงเนินไปนั่นแหละ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ห้อมล้อมอยู่จึงจางหายไป
 
...................
 
ผมขับรถจอดข้างทางแล้วเดินเท้าเข้าสู่หมู่บ้านปิล็อคเพราะที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของการปีนเขาช้างเผือก 
เห็นตัวหมู่บ้านผมก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพบรรยากาศไว้เป็นที่ระลึก  ด้วยความตื่นเต้นผมก็เดินมองโน่นมองนี่ด้วยความสนใจ และทำให้ผมไม่ทันระวังสะดุดพื้นเสียหลักล้ม
 
"หวา!"
 
ผมหลับตาปี๋รอแรงกระแทกทว่าตัวผมกลับล้มลงใส่บางอย่างที่นุ่มและอุ่น
 
"ไม่เป็นไรนะ"
 
ผมเปิดเปลือกตาขึ้นจึงรู้ว่าผมล้มเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของพี่รักษ์ นัยน์ตาที่กระจ่างคู่นั้นสบกับผมอย่างเปิดเผย ทำให้ทุกอย่างรอบๆ ตัวผมพร่ามัวไปหมดราวกับมีแค่เราสองคนเท่านั่น...
 
พี่รักษ์มีสีหน้าเป็นห่วง "ภู โอเคหรือเปล่า"
 
"อ้อ! ครับ! ผมไม่เป็นไร"
 
ผมผละออกจากอ้อมแขนเขาด้วยอาการเสียดาย อยากอยู่ในอ้อมกอดนี่นานๆ จัง  
 
"แน่ใจนะ สีหน้าภูดูแปลกๆ"
 
"ครับ ผมไม่เป็นไร แค่เคลิ้มไปกับอ้อมกอดของพี่เท่านั้นเอง"
 
ผมสารภาพออกไปตามตรง พี่รักษ์ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ
 
"งั้นเราเดินกอดกันไปร้านอาหารเลยดีไหม"
 
"ถ้าไม่อายสายตาชาวบ้าน ผมก็กล้าให้กอดนะ"
 
อันนี้ผมพูดจริง คำว่ายางอายของผมมันกระเด็นหายไปไหนตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ได้หนักหนาขนาดจูบกันในที่สาธารณะล่ะก็เรื่องจะให้ผมอายคงยากสักหน่อย
 
พี่รักษ์คว้าผมมากอดไว้แน่น "งั้นก็ไม่เกรงใจล่ะนะ ไปกันเถอะ"
 
เฮ้ย เอาจริงเหรอเนี่ย พี่รักษ์ช่างกล้าดีแท้...
 
จู่ๆ ผมก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมา กวาดตามองไปรอบตัว เมื่อกี้เหมือนรู้สึกมีใครจ้องมองมาด้วยแววตาประสงค์ร้ายยังไงไม่รู้
 
"เป็นอะไรไปเหรอ ภู"
 
เห็นผมมีท่าทางแปลกๆ เขาจึงถามขึ้น ผมนิ่งไปก่อนจะส่ายหน้า
 
"ไม่มีอะไรหรอกครับ เราไปกินข้าวกันเถอะ"
 
เมื่อกี้แค่รู้สึกไปเองแน่ๆ สงสัยเพราะโดนพี่รักษ์กอด ผมจึงเกิดอาการเพ้อเจ้อขึ้นกะทันหัน คิดว่าถ้าลองมีคนหล่อมากอดใกล้ชิดสนิทสนมคงมีสักคนอิจฉาตาร้อน อยากฆ่าผมเพื่อแทนที่ตำแหน่งแน่นอนเลย
 
---โปรดติดตามตอนต่อไปในเล่มค่ะ---
 
*สวัสดีค่ะ นักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนผ่านมา สำหรับเรื่องสั้นนี้ ไรท์เตอร์ลงได้เพียงเท่านี้นะคะ ที่เหลือต้องไปตามต่อในเล่มนะ ^ ^ ซึ่งเรื่องสั้น "ขอเพียงหนึ่งวัน" จะอยู่ในนิยายรวมเล่ม Crush on boyz short stories vol.1 หากใครสนใจสามารถไปส่งซื้อได้ที่หน้าเพจของ Crush on boyz ราคาเล่มละ 199 บาทเท่านั้นเอง แถมวันนี้จนถึงวันที่ 20 มิถุนา 2559 มีการแจกนิยายเล่มนี้ฟรีหนึ่งรางวัลด้วย ไปร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ ^ ^

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Miracle Friday จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น