I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 71 : ทักษะการทำอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

ตอนที่ 70 ทักษะการทำอาหาร


หลังจากเป็นทั้งคนทำความสะอาดห้องจัดแสดงคอนเสิร์ต เป็นตรวจตราถนน ตอนนี้หยางเจากลายเป็นคนทำสวนเห็ด คอยทำความสะอาดซากลิงที่พวกเห็ดกินเหลือไว้


การเดินเข้าไปกลางดงเห็ดที่หนาแน่น เวลาที่ถูกใบหมวกของมันสัมผัสกับแขน ขาและลำตัวของเขานั้นรู้สึกดีกว่าโซฟาที่นุ่มที่สุดที่เขาเคยสัมผัสมาเสียอีก แต่ระดับความนุ่มนิ่มนั้นก็สอดคล้องกับระดับของความอันตรายของมันด้วย


เมื่อเทียบกับหยางเจาที่กำลังหวาดกลัวแล้ว ลี่เฟยสามารถเดินอย่างสบายๆได้อย่างอิสระผ่านดงเห็ดไป บางครั้งเส้นใยเห็ดก็พยายามเลื้อยไปบนแขนและไหล่ของเขา หรือถ้าเห็ดบางต้นไม่พอใจมันก็จะเติบโตขวางถนนและบังคับให้คนเดินอ้อมไปอีกด้านแทน


แม้ว่าหยางเจาจะได้รับประสบการณ์แบบเดียวกัน แต่ใบหน้าของเขากลับกลายเป็นสีเขียวทันทีที่โดนพันด้วยเส้นใยเห็ด


ในไม่ช้าพวกเห็ดก็ปล่อยเขาไปเมื่อสำรวจลี่เฟยเสร็จ หยางเจาได้โอกาสดึงซากลิงที่อยู่ใต้ต้นเห็ดออกมา เขาคิดผิดที่คิดว่าลี่เฟยมากับเขาเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเห็ด เมื่อได้ซากลิงเขาก็ไม่รอช้า วิ่งลากซากลิงจากไปทันที ไม่กี่นาทีต่อมาเมื่อลี่เฟยมองกลับไปก็พบเพียงความว่างเปล่า


“……”


การทำงานที่มีประสิทธิภาพนี้อาจเป็นเพราะพวกเห็ดกำลังรู้สึกพอใจอยู่ หรือว่าเขาควรจะให้คะแนนหยางเจาเต็มสิบเลยดีนะ


"ช้าๆหน่อย พวกเรายังต้องกินเนื้อมันอยู่นะลี่เฟยกล่าวเตือนหยางเจา


หลังได้ยิน หยางเจาจึงหยุดพักนั่งยองๆริมถนนขณะที่ปากก็อ้าหอบส่วนสายตาก็หันไปมองของที่เขาพึ่งแย่งชิงมาจากพวกเห็ด ท่าทางของเขาดูพอใจแต่ก็แฝงไปด้วยความกังวล


ตอนนี้อาหารสำหับพวกเขามีไม่พอแล้ว วันนี้ทั้งวันเขาได้กินเพียงบิสกิตเท่านั้นและจริงๆแล้วมันก็เป็นแค่ขนมขบเคี้ยวสำหรับกินเล่น สองวันที่ผ่านมาหยางเจาได้กินไปเพียงห้าห่อ แน่นอนว่าเขายังคงหิวอยู่ ขนมยังเหลืออีกมั๊ย? เขาคิดว่ามันน่าจะหมดแล้ว


เนื้อลิงที่เขาเคยกินตอนเข้ามาในโลกที่ถูกทอดทิ้งครั้งที่แล้วนั้นมันเป็นแค่แขนข้างหนึ่งของลิงที่เขาดึงออกมาจากป่าเห็ด หลังจากแล่หนังออกไปแล้วเนื้อมันก็เหลืออยู่ไม่เยอะแถมมันยังเหนียวมากด้วยเลยทำให้หยางเจาปวดฟันติดกันตั้งสามวันหลังจากกินลงไป


อย่างไรก็ตามเพื่อความอยู่รอด


หยางเจาแม้จะลังเลแต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา เขาหยิบมีดที่หาได้ขึ้นมากำจัดขนออกและก้มหน้าลงไปจะกัด


ลี่เฟยพยายามหยุดเขาก่อนที่จะสายเกินไป เขาเห็นหยางเจาตัดเนื้อส่วนหนึ่งออกมา หลับตาลงและเตรียมหยิบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปาก


“เดี๋ยวสิ”


ทันใดนั้นหยางเจาก็หยุดชะงัก จมอยู่กับความคิดของตัวเองครู่หนึ่งจากนั้นเขาจึงยื่นชิ้นเนื้อออกมา “ลี่เกอ คุณกินก่อนเถอะ”


ลี่เฟยมองหยางเจาด้วยสายตาล้ำลึก ไม่ใช่คนฉลาด ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มีความคิดที่ลึกซึ้งแต่กลับสามารถเปิดเผยความจริงใจออกมาให้เขาเห็นได้


ลืมไปแล้วหรอว่าความสามารถของฉันคืออะไร


“…..” หยางเจานิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและประกายความสุขไม่รู้จบก็หลั่งไหลออกมาจากดวงตา มันแพร่ไปยังใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็วและมุมปากของเขาก็ยกขึ้น หยางเจาตอนนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดี


พลังไฟ!


ผู้ถือครองพลังไฟระดับสูง! อาหารที่ถูกทำให้สุกแล้วสามารถกินได้!!


ไม่รอให้ลี่เฟยพูดต่อ หยางเจารีบลุกขึ้นวิ่งตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกล สิบนาทีต่อมาเขากลับมาพร้อมตะกร้าช้อปปิ้งพลาสติกสองใบ ในนั้นเต็มไปด้วยถุงซอสบาร์บีคิว พริกไทย เกลือ ขิงแถมยังมีเตาย่างเล็กๆอีกเตาด้วย


“......”


ในโลกที่ถูกทอดทิ้งนี้ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อของ ถ้าคุณเข้าไปในบ้านซักหลังคุณสามารถหยิบเสื้อผ้าที่ถูกใจขึ้นมาใส่ได้เลย แต่ชุดปิกนิกบาร์บีคิวนี่มันก็มากไปนะ!


ในตอนที่ลี่เฟยกำลังนึกถึงชื่อห้างสรรพสินค้า หยางเจาก็เริ่มทาเกลือบนเนื้อแล้ว


“อะไรที่ไม่ได้ติดตัวนายมาตอนเข้ามาโลกนี้มันกินไม่ได้นะ นี่มันไร้ประโยชน์...”


“ผมแค่อยากปรุงรสชาติ” หยางเจายังคงดื่มด่ำกับงานของเขา


“เก็บมันซะ อีกไม่นานเราก็จะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้ว” ลี่เฟยโบกมือครั้งหนึ่งขวดเครื่องปรุงก็ลอยกลับไปที่ตะกร้า


“อันนี้ก็ไม่ได้หรอครับ”


เตาย่างบาร์บีคิวสแตนเลสอันใหม่เอี่ยมยังไม่เปิดใช้เลยแม้แต่น้อย


“แค่อันนี้อันเดียวก็พอ” สุดท้ายลี่เฟยก็หยิบแท่งเหล็กขึ้นมาหนึ่งอัน


ส่วนหยางเจาต้องนำตะกร้าทั้งสองใบกลับไปคืนที่ห้างสรรพสินค้า


เขาคิดว่าเขาจะได้กินเนื้อย่างตอนที่เขากลับไป แต่ผลลัพธ์ก็คือหยางเจาพบเนื้อถูกเผาจำนวนโหลนึงรอเขาอยู่ ลี่เฟยไม่มีเวลาทำลายหลักฐานจึงถูกตราหน้าด้วยคำว่า นักทำลาย(เนื้อ)


แม้แต่ผู้มีพลังควบคุมไฟระดับ S แถมยังมีความสามารถในการควบคุมระดับสูงก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสามารถย่างเนื้อได้สำเร็จในการลองครั้งแรก


หยางเจา “.....”


หลังจากนั่งแล่เนื้อเงียบๆ ตอนนี้หยางเจากำลังนั่งมองลูกไฟที่ลอยกลางอากาศ เหล็กที่เสียบเนื้ออยู่หมุนไปมาอย่างช้าๆด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ไฟไม่ได้แรงนักแต่มันก็ยังคงยากอยู่ดีที่จะปรุงอาหารด้วยวิธีนี้


เมื่อนึกถึงอาหารมื้อสุดท้ายของเขา เขาก็รู้สึกว่านี่อาจจะปัญหาจากเนื้อมากกว่าวิธีทำอาหารของลี่เฟย


 เนื้อค่อยๆเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ สิบนาทีต่อมามันก็กลายเป็นสีดำ ไม่มีเนื้อสัตว์อีกต่อไปเหลือแต่ควันเท่านั้น


หยางเจาพูดด้วยเสียงติดๆขัดๆ ลี่เกอ ผมคิดว่าเราอาจจะต้องตัดเนื้อให้บางลงอีกซักหน่อย…”


นี่เป็นคำแนะนำที่ดี


ในการทดลองที่สาม คราวนี้ในที่สุดก็มีกลิ่นหอมอร่อยโชยมาแต่กลิ่นที่เผาไหม้ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว


หยางเจาไม่รอให้ลี่เฟยพูดอะไร เขาหันไปแล่เนื้อชิ้นต่อไปเงียบๆ


.....


นั่นกลิ่นอะไรน่ะ?” เจี้ยนหัวสูดหายใจลึกๆด้วยท่าทางงงงวย


ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดเจี้ยนหัวพบว่าพวกเห็ดกำลังเติบโตทวีคูณ เขารู้ทันทีเลยว่ามีสัตว์ประหลาดผ่านมา


ส่วนกลิ่นแปลกๆที่ติดอยู่ที่ปลายจมูกของเขาทำให้เจี้ยนหัวพอจะเข้าใจ วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้วที่พวกเขาเข้าสู่โลกที่ถูกทอดทิ้ง แน่นอนว่าน้ำและอาหารที่เคยมีย่อมหมดไปและสัตว์ประหลาดก็กลายเป็นแหล่งอาหารแหล่งใหม่


เมื่อเทียบกับคนอื่นที่สามารถกินได้แค่เนื้อดิบๆเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีพลังควบคุมไฟอย่างน้อยก็สามารถย่างเนื้อได้


เจี้ยนหัวมองเห็นดวงตาซึมเศร้าของหยางเจาโดยที่รอบๆมีขนลิงกระจายอยู่จำนวนมากและข้างๆลี่เฟยก็เต็มไปด้วยกองอะไรซักอย่างสีดำๆ เจี้ยนหัวรู้สึกว่าเขาควรกลืนประโยคก่อนหน้านี้ลงไป


ผู้ควบคุมไฟอะไรกัน แม้แต่เนื้อสัตว์ยังทำให้สุกไม่ได้เลย!


ลี่เกอ มีโอกาสอีกแค่สองครั้งสุดท้ายแล้วนะครับหยางเจาเอ่ยเตือนอย่างหวาดๆ


เขาคิดว่าอย่างน้อยเนื้อดิบเขาก็ยังสามารถกินได้


ยิ่งเจี้ยนหัวเข้ามาใกล้มากเท่าไรเขาก็ยิ่งได้กลิ่นไหม้มากขึ้นเท่านั้น เขาทนไม่ไหวจึงถามออกไปว่า คุณย่างเนื้อนั่นมานานแค่ไหนแล้ว


ลี่เฟยกำลังหมกมุ่นอยู่กับไฟและเนื้อ เมื่อได้สติเขาก็พบว่าพวกเห็ดดูสดชื่นและสะอาดสะอ้าน ไม่มีลิงแขนยาวตัวไหนอยู่ในระยะสายตาแล้วเมื่อหันไปอีกด้านก็พบกับกองขนลิงกระจายอยู่รอบๆตัหยางเจา


กำลังเรียนรู้วิธีย่างเนื้ออยู่ลี่เฟยตอบ


ครั้งนี้พวกเขาถูกขังอยู่ในโลกที่ถูกทอดทิ้งเป็นเวลาห้าวัน แล้วครั้งต่อไปล่ะ หากเป็นสิบวันหรือหนึ่งเดือนจะทำยังไง


หากไม่ปรับตัวให้คุ้นเคยเข้าไว้ ลี่เฟยคิดว่าครั้งหน้าเวลาจะไปไหนมาไหนเขาคงต้องขับรถบรรทุกแทนรถปอร์เช่คันปัจจุบันแล้ว


เจี้ยนหัวถามด้วยสีหน้าว่างเปล่าต่อว่าถ้าอย่างนั้นตอนนี้คุณย่างเป็นหรือยัง


“…..” เขาได้ลองย่างเนื้อนี่มาหลายร้อยแบบแล้วเพื่อที่จะพบว่าเนื้อลิงที่มีถูกไฟเผาหมด


ลี่เฟยละสายตาออกมา เผยให้เห็นร่องรอยของความผิดหวังที่หาชมได้ยาก เจี้ยนหัวลอบถอนหายใจ ถ้าลี่เฟยไม่ใช่เพื่อนของเขาเขาคงไม่เสียเวลาคุยด้วยแล้ว


งั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสามารถย่างเนื้อนี่จนสุกได้ ท้องของคุณจะรับมันหรือเปล่า


เห็นได้ชัดว่าแม้กระทั่งบะหมี่หรือเกี๊ยวในร้านอาหารหน้าโรงพยาบาลไม่มีอันไหนที่สามารถกินได้!


เจี้ยนหัวทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดได้ในประโยคเดียว พลันลี่เฟยรู้สึกเหมือนเห็นแสงแห่งการตรัสรู้ เขาหันไปขยับเหล็กเสียบเนื้ออีกครั้ง


ฉันไม่กิน แต่มีคนอื่นที่สามารถกินมันได้ลี่เฟยตอบอย่างสงบก่อนจะหันไปคุยกับหยางเจา โลกที่ถูกทอดทิ้งมีปัญหาขาดแคลนอาหาร หากเราอยากบรรลุเป้าหมายเราคงไม่สามารถกินอย่างอื่นได้”


ลี่เฟยกลับมามุ่งมั่นกับงานย่างเนื้อของเขาต่อ ทีเจี้ยนหัวเวลาหิวเขาไม่จำเป็นต้องออกไปหาลิงหรือหนูกิน ลี่เฟยยังไม่บ่นซักคำ (เห็ดอิ่ม=เจี้ยนหัวอิ่ม)


“โจวเกอ คุณช่วยเกลี้ยกล่อม..... ตอนนี้เหลือเนื้อไม่มากแล้ว”  หยางเจาทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้เต็มที


เจี้ยนหัวตั้งใจปกปิดชื่อจริง ส่วนลี่เฟยก็เรียกชื่อภาษาอังกฤษของเขาต่อหน้าคนภายนอกอยู่แล้ว


แม้ว่าหยางเจาจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าเจี้ยนหัวคงเป็นผู้มีความสามารถที่ทรงพลังเช่นกัน สำหรับการใช้ชีวิตในโลกที่ถูกทอดทิ้ง ความกลัวต่อความความแข็งแกร่งนั้นเป็นจริง ไม่ต้องพูดถึงเจี้ยนหัวและลี่เฟยที่มีบุญคุณช่วยชีวิตเขาไว้เลย


หยางเจามองดูเนื้อที่เหลืออย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเงียบไป


เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะมาความผิดพลาดก่อนหน้านี้หรือเปล่านะที่ทำให้ในที่สุดเนื้อที่ถูกย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การมาของเจี้ยนหัวดูเหมือนจะช่วยกระตุ้นลี่เฟย หลังจากนำเหล็กเสียบเนื้อออกจากกองไฟ กลิ่นที่บ่งบอกความเป็นเนื้อย่างก็ลอยออกมา พื้นผิวของเนื้อเรียบจากการถูกตัดนอกจากนี้สีของเนื้อยังเป็นสีที่น่ากินและยังชุ่มช่ำไปด้วยน้ำมันจากเนื้อ


นี่คือความสำเร็จที่น่าทึ่ง!


เสี่ยวหยางลี่เฟยสั่งให้หยางเจาสวมถุงมือกันความร้อนก่อนจับเหล็ก


หยางเจาที่กำลังรีบเกือบตกหลุมรักกลิ่นหอมที่โชยมา


“กินมันซะก่อนจะเย็น”


“หืม?” หยางเจารู้สึกประหลาดใจ


ลี่เฟยและเจี้ยนหัวอยู่ตรงนี้ เขาจะกินก่อนได้ยังไงกัน


ฉันกินข้างนอกมาแล้วเจี้ยนหัวบอกความจริงหรือแม้ว่าจะไม่จริงเขาก็จะไม่แตะต้องอาหารที่อยู่ตรงหน้าเด็ดขาด


ส่วนลี่เฟยนั้น ปล่อยเขา


หยางเจาผู้หิวโหยพบว่ามันยากที่จะรอจนกระทั่งเนื้อเย็นลง เขากัดเนื้ออย่างตื่นเต้นจนใบหน้าของเขายับย่น พลันในปากของเจี้ยนหัวก็รู้สึกฝาดขมเขามีความรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่


หลังจากกลืนด้วยความยากลำบาก หยางเจาเงยหน้าขึ้นมาและบอกลี่เฟยที่กำลังรอคำตอบว่า มันไม่ไหม้


"แค่นั้น?"


“มัน เอ่อ มันอร่อยกว่าเนื้อดิบนะครับหยางเจาพยายามหาคำชม


มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะทราบว่าเนื้อหนึ่งคำของเขายังคงกระตุ้นการรับรสชาติของเขาได้อย่างต่อเนื่อง!


หลังจากปรุงสุกแล้วกลิ่นของเนื้อดิบก็หายไป เขาสามารถกัดมันได้ซึ่งถือว่าเป็นมิตรกับฟัน แต่ระดับของความเป็นมิตรต่อลิ้นยังไม่ดีขึ้น! เนื้อมันเยิ้มส่วนรสชาติก็แห้งเหมือนน้ำมันที่ผ่านการกลั่นมาหลังจากนั้นก็ถูกต้มให้เดือดต่อเป็นเวลาสามชั่วโมง


ความขมขื่นของหยางเจาไม่สามารถมองเห็นได้เนื่องจากใบหน้าของเขามีรอยยับย่นมากเกินไป


ถ้าไม่อร่อยก็อย่ากินลี่เฟยยังไม่อยากวางยาพิษสมาชิกในอนาคตของขององค์กรของเขา


ไม่นะลี่เกอ อย่างน้อยมันก็กินง่ายกว่าเนื้อดิบประเด็นคือไม่ต้องทนทุกข์กับอาการปวดฟัน ไม่ว่ารสชาติของเนื้อนี่จะแย่มากแค่ไหน อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าเนื้อดิบนะ!


การแสดงออกของทั้งสองคนดูซับซ้อนขณะที่มองดูหยางเจากินเนื้อย่างด้วยความเสียดาย


และหยางเจาก็รู้สึกว่าอากาศที่เขาหายใจออกมานั้นคล้ายจะเป็นพิษ


สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือหยางเจาคิดว่าเขายังไม่อิ่ม เขามองไปที่เนื้อดิบอย่างเจ็บปวดใจ


ทันใดนั้นพื้นก็สั่นสะเทือน หยางเจารู้สึกได้ทันทีว่าเขากำลังจะรอดแล้ว


“รีบเก็บของกลับไปที่รถ ไม่ต้องกังวลเรื่องศพของพวกสัตว์ประหลาด!


ความรุนแรงของการสั่นย่อมเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของโลกที่ถูกทอดทิ้ง


ส่วนลี่เฟยและเจี้ยนหัวก็รีบกลับไปที่รถ เมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้าไปนั่งยังพอมีเวลาเหลือให้คาดเข็มขัด ความรู้สึกที่คุ้นเคยทั้งความง่วงและความมืดมิดเริ่มกลับมา หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงของความเร่งรีบและวุ่นวายภายนอก


นาฬิกาดิจิตอลของรถยนต์แสดงวันที่ 25 ธันวาคม


ครั้งนี้ตอนที่นายออกไปข้างนอกได้เจอกับเจ้าหมาคอร์กี้และเด็กผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า?” ลี่เฟยหันไปด้านข้างขณะที่เขาเปลี่ยนท่านั่ง


ระยะเวลาของโลกที่ถูกทอดทิ้งครั้งนี้ยาวเกินไป ผู้ถือครองความสามารถคนอื่นอาจอดตายได้ เจี้ยนหัวออกไปตอนวันที่สามเพื่อตามหาพวกเขาเนื่องจากเด็กหญิงบอกว่าบ้านของเธออยู่ไม่ไกล


เจอสิ พวกเขาหนีไปยังแม่น้ำหรูซั่วห่างออกไปประมาณห้ากิโลเมตรเจี้ยนหัวกล่าวพลางใส่ถุงมือขับรถ สัตว์ประหลาดแบบใหม่ปรากฎตัวขึ้นในแม่น้ำ มันหน้าตาเหมือนปูและพวกเขาก็ใช้ชีวิตโดยการกินมัน ผมยังได้มีโอกาสกินมันด้วย รสชาติดีใช้ได้เลย น่าสงสารหยางเจาจริงๆ”


“......”


Talk Talk

ไม่รู้ว่าหยางเจานี่โชคดีหรือโชคร้ายนะที่มาถูกตาต้องใจพี่ลี่เขา 55555555+

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1793 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 12:13

    ททำไมไม่หิ้วมาฝากด้วยละน้องเจี้ยน!!!

    #1793
    0
  2. #1668 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 15:29
    5555555 น่าสงสาร
    #1668
    0
  3. #1629 Se... the secret (@customer7411) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 07:41
    หยางเจา 55555555 ยะ อย่างน้อยก็ดีกว่าเนื้อดิบนะ ถึงมันจะไม่ดีต่อลิ้นก็เถอะ—
    #1629
    0
  4. #1585 barious (@barious) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 13:40
    ทำไมไม่หิ้วมาฝากบ้าง สงสารรร 5555
    #1585
    0
  5. #1578 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 04:11
    หยางเจาน่าสงสารอ่ะ555
    #1578
    0
  6. #1575 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 22:19
    สงสารหยางเจา 555
    #1575
    0
  7. #1574 천사 (@loevely) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 20:43
    สงสารเสี่ยวหยางแต่ก็ขำด้วย5555555 เอาน่าเสี่ยวหยางอย่างน้อยนายก็ได้กินเนื้อย่างสุกและไม่ปวดฟัน>[]<
    #1574
    0
  8. #1572 DeediPanda (@panda1827) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 12:58
    สงสารหยางๆ 5555
    #1572
    0
  9. #1570 Ricercare (@Ricercare) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 11:21
    สงสารหยางเจา 555555
    #1570
    0
  10. #1567 Zero-b (@korinasai) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 10:47

    ปูดีๆ ก็มี ไปลำบากย่างลิงตั้งนาน 555555

    #1567
    0
  11. #1564 relis (@relis) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 09:18
    แล้วลี่เฟยกินอะไรน่ะ มิน่าเจี้ยนหัวถึงว่าหายไปไหนแอบไปกินปูมานี่เองอิ่มอยู่แล้วมิใช่เรอะ!!! สงสารหยางเจาจริงจริ๊ง5555
    #1564
    0
  12. #1561 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 01:34
    ขอบคุณคนแปลค่าา งุ้ว ดีใจ <3

    หยางๆน่าเอ็นดูจังเลย 555
    #1561
    0
  13. #1560 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 00:57
    วงวารหยางเจา 5555
    #1560
    0
  14. #1559 Riya193 (@Gumraijubjub) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 00:48
    เราว่าสัตว์พวกนี้ไม่ทันอระวาดในโลกก็โดนกินจนหมดแน่ๆ555
    #1559
    0
  15. #1558 peace_in_apple (@peace_in_apple) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 00:42
    หยางเจาผู้น่าสงสาร
    #1558
    0
  16. #1557 tawkang (@tawkang) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 00:34
    สงสารหยางเจาอ่ะ 555
    #1557
    0
  17. #1556 Nicefox (@savada-agito) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 00:14
    สงสาร. 5555. อยู่กับลี่เฟยนี่น่าสงสาร 5555
    #1556
    0
  18. #1555 Get out my heart 💕 (@manat34602) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 00:07
    น้องแอบไปกินปูววววยว
    #1555
    0
  19. #1554 เหมียว~~~บุกโลก!!!! (@eran123) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 23:58
    สงสานจริง5555
    #1554
    1
  20. #1553 late-d (@late-p) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 23:37
    หนูทดลองหมายเลข1 55555555
    #1553
    0