I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 62 : แผนการ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 365 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

ตอนที่ 61 แผนการ...


ลี่เฟยยิ้มออกมาขณะขยับตัวอยู่หน้ากล้อง


ผู้กำกับตะโกนสั่งคัต หลังจากนั้นสตูดิโอก็วุ่นวายขึ้นมาทันที


ตากล้องเริ่มเก็บอุปกรณ์ของเขา ส่วนนักลงทุนเข้ามาขอรูปถ่ายของนักแสดงพลางกล่าวคำอวยพรสำหรับอาชีพการงานขอให้ดีขึ้นในปีหน้า ผู้ช่วยหลินยืนอยู่ข้างๆลี่เฟยคอยช่วยเขารับของขวัญจากคนที่นำมาให้


นี่คือการถ่ายทำครั้งสุดท้ายของปีนี้ จากนี้ไปคือวันหยุดพักผ่อน


ผู้ช่วยหลินรู้สึกยินดี หลังจากที่ยุ่งมาตลอดทั้งปีแม้ว่าเขาจะทำเงินได้เป็นจำนวนมากพวกมันก็มักจะถูกใช้จนเกือบหมดตลอด


พวกเขาบอกลาทุกคนอย่างสุภาพเพราะวันนี้คือวันที่ 25 ธันวาคมและวันนี้ลี่เฟยก็ได้รับคำทักทายว่า "Merry Christmas" มามากมาย


เมื่อทั้งสองคนเข้าลิฟท์เพื่อไปที่ลานจอดรถ ผู้ช่วยหลินก็ส่งข้อความไปหาเจี้ยนหัวเพื่อบอกว่าลี่เฟยถ่ายทำเสร็จหมดแล้ว ส่วนตัวเขากำลังรออยู่ที่รถ


มีข่าวลือกระจายอยู่ในวงการเกี่ยวกับ "ตัวแสดงแทนของจักรพรรดิภาพยนตร์" มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่ทีมงานของ "Black Bamboo" ถ่ายทำเสร็จนอกจากนี้ยังมีบางส่วนกระจายออกมาจากพวกนักแสดงด้วย อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถถ่ายรูปหลักฐานอะไรไว้ได้ดังนั้นคนที่สตูดิโอจึงไม่ได้คาดหวังว่าเจี้ยนหัวจะกลายเป็นจุดสนใจของหัวข้อนี้ ขณะที่ลี่เฟยถ่ายทำ เจี้ยนหัวก็ออกไปเดินเล่นสบายๆ


สำหรับบอดี้การ์ดของนักแสดงชื่อดังบางคนที่กลัวว่าศิลปินจะถูกถ่ายภาพหรือมีคนมาทำอะไรบางอย่างกับรถ พวกเขาจึงมารวมตัวกันอยู่ที่ลานจอดรถเพื่อพูดคุยกัน เมื่อเห็นว่าเจี้ยนหัวดูไม่เหมือนบอดี้การ์ดและด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายและไม่เป็นมืออาชีพของเจี้ยนหัว พวกเขาก็แอบส่ายหัวเงียบๆ


เจี้ยนหัวไม่ประมาท แม้แต่ในตอนที่คนอื่นจากไปแล้ว เส้นใยของเขาก็ยังคงอยู่ที่นั่น.....


ที่จอดรถใต้ดินของสถานีโทรทัศน์สว่างไสวไปด้วยลมหนาว อุณหภูมิของเมืองไห่เฉิงดีกว่าภาคเหนือมาก แต่ความเย็นและลมหนาวของฤดูหนาวก็ยังคงแย่มากอยู่ดี เจี้ยนหัวสวมผ้าพันคอขนสัตว์สีเทาอ่อนคลุมไปครึ่งใบหน้า


เมื่อเห็นลี่เฟยเดินมา เขาจึงหมุนตัวกลับเข้าไปในรถ


ผู้ช่วยหลินถอนหายใจขณะเปิดประตูรถให้ลี่เฟย หลังจากนั่งประจำที่ของตัวเองแล้วเขาก็มองไปที่ผ้าพันคอของเจี้ยนหัว ผู้ช่วยหลินรู้สึกเหมือนกับว่าเขาควรจะได้รับโบนัสมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้


"โจว วันนี้เป็นวันคริสต์มาสนะ"


อืม?” เจี้ยนหัวส่งเสียงให้เห็นว่าเขาได้ยินและกำลังรอให้ผู้ช่วยหลินพูดให้จบ


หลังจากการพยายามช่วยเหลือของผู้ช่วยของหลิน เขารู้สึกเห็นใจอย่างสุดซึ้งกับนักแสดงของตัวเอง


.....ซึ่งนำไปสู่การกลายเป็นคนที่ดูโดดเดี่ยวที่สุด!


ผ้าพันคอขนสัตว์ผืนนั้นลี่เฟยใช้เวลาเลือกนานมาก! ทั้งเนื้อสัมผัสของผ้าและลวดลาย ทั้งหมดเขาตัดสินใจด้วยมือของตัวเอง  นอกจากนี้เขายังพิจารณาถึงผิวพรรณและสไตล์การแต่งตัวของเจี้ยนหัวด้วยการซื้อไว้ล่วงหน้าตั้ง 3 วันก่อนที่จะมอบให้เขา มัน “สะดวก” มากในการให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสอีฟโดยไม่ต้องห่อ ซึ่งเกรงว่าเจี้ยนหัวจะเข้าใจผิดได้


ผู้ช่วยหลินเหลือบไปข้างๆ มองอารมณ์ของอีกฝ่าย ผลที่ตามมาคือคนที่ได้รับของขวัญมีเพียงความรู้สึกขอบคุณแต่ไม่มีปฏิกิริยาที่แตกต่างไปเลยซักนิดในวันนี้ เฮอะ! คุณไม่ควรจะให้ของขวัญกลับคืนเลยหรือไง?


ลี่เฟยเห็นผู้ช่วยหลินกำลังมองอยู่ "บริษัทบอกว่าพวกเขาจะจัดนายหน้าใหม่ให้กับนายตอนวันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้คำเชิญไปงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทได้ส่งมาแล้วนะและนายต้อง....." เลือกคู่ควงไปงาน?


คำพูดสุดท้ายถูกหยุดไว้โดยอัตโนมัติจากท่าทางที่แสดงออกชัดเจนของลี่เฟย


"มาพูดเกี่ยวกับเมืองเวนิสและตารางเวลาของนายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้ากันดีกว่า!” ผู้ช่วยหลินเปลี่ยนหัวข้อขณะที่รู้สึกเศร้าใจ


นี่เป็นปีที่ยากลำบากมากสำหรับผู้ช่วยอย่างเขา การเป็นผู้ช่วยของนักแสดงที่กำลังมีความรักที่ไม่สมหวัง นี่มันไม่ใช่งานของผู้ช่วยอย่างเขาเลยนะ! ทักษะการแสดงเป็นคนใบ้และการทำความเข้าใจไปด้วยในเวลาเดียวกันมันหายไปหมดแล้ว


ผู้ช่วยหลินไม่เข้าใจ เมื่อเดือนที่แล้วตอนที่ทั้งคู่อยู่ที่โรงแรมในภาคเหนือ ยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างลี่เฟยและเจี้ยนหัวเลย หรือเป็นเพราะการหลุดปากของเขา? ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนกับคนอื่นทั่วๆไป ลี่เฟยทำงานและใช้ชีวิตตามปกติไปพร้อมกับเจี้ยนหัว?


รถขับอย่างราบรื่นไปบนสะพานแขวน


คริสมาสต์เริ่มมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นในประเทศจีน ตรงข้ามกับต่างประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ของที่นี่จะไม่อยู่บ้านในวันนี้และจะไม่มีการประชุมใดๆทั้งสิ้น การค้าขายคือความหมายที่แท้จริงของวันหยุดเนื่องจากห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างก็แข่งกันทำโปรโมชั่นต่างๆออกมา แม้แต่เหล่าคนที่มีอายุก็ออกมาข้างนอกเพื่อเฉลิมฉลอง "วันหยุด" นี้ด้วย


บนสะพานรถค่อนข้างติด ผู้ช่วยหลินจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง


"หิมะกำลังตก"


ลมหนาวพัดมาพร้อมเกร็ดหิมะและละลายทันทีเมื่อตกกระทบกระจกหน้าต่างรถ


ฤดูหนาวในไห่เฉิงไม่ค่อยเห็นหิมะดังนั้นนี่คือช่วงที่หนาวที่สุดของพวกเขา ไม่เคยมีสภาพอากาศแบบนี้มาก่อนดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นปัญหามาก


บ้านของผู้ช่วยหลินอยู่ในเมือง เมื่อรถไปถึงสี่แยกแรก ผู้ช่วยหลินก็ขอตัวกลับบ้านพร้อมกับแม่ของเขาที่ตอนนี้อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า เขายังทำตัว “รู้ดี” ด้วยการบอกลี่เฟยและเจี้ยนหัวว่าไม่ต้องไปส่งเขาด้วย


“ข้างหน้ารถติดเกินไป มันจะกลับรถลำบากดังนั้นเดี๋ยวฉันจะนั่งรถไฟใต้ดินไปเอง”


ผู้ช่วยหลินจากไปและปล่อยให้ลี่เฟยและเจี้ยนหัวอยู่ตามลำพัง จากนั้นรถก็ค่อยๆเคลื่อนตัวไปช้าๆท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด


ความเงียบอยู่ไม่นาน คนแรกที่พูดก่อนคือเจี้ยนหัว "คุณควรขึ้นเงินเดือนให้ผู้ช่วยหลินนะ"


มีประกายเล็กน้อยในดวงตาของลี่เฟยแต่การแสดงออกของเขายังคงเหมือนเดิม


นี่เป็นปฏิกิริยาปกติเนื่องจากเขารู้สึกเสมอว่าเจี้ยนหัวมักจะคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วก่อนจะพูดอะไรออกมา เจี้ยนหัวเป็นคนที่รักษาคำพูด ก่อนที่เขาจะล้มล้างทฤษฎีสะพานแขวนเขาคงจะระบุก่อนว่ามันเป็นสาเหตุมาจากอาการของหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ดังนั้นเจี้ยนหัวจึงดูเป็นธรรมชาติเนื่องมาจากทฤษฎีนี้


"เขาพูดเป็นนัยๆกับผม ผ้าพันคอผืนนี้คือของขวัญคริสต์มาสของคุณใช่ไหม?”


"ไม่นับ" ลี่เฟยไม่อยากจะตอบคำถามว่า "สำหรับพวกเราชาวจีนวันคริสต์มาสคืออะไร! ผ้าพันคอนี้เหมาะกับนายดังนั้นฉันจึงให้มันกับนายก็เท่านั้น"


คุณสามารถพูดได้เลยว่าการดูแลเจี้ยนหัวซึ่งเป็นตัวแสดงแทนและสตั๊นแมนคนพิเศษของเขาถือว่าไม่เลวเลย หลังจากทำงานมาไม่ถึงสองเดือน ลี่เฟยได้ทำการสั่งซื้อเสื้อผ้าสามชุดสำหรับเขา รองเท้าสองคู่และอุปกรณ์อื่นๆอีกหลายชิ้นดังนั้นเจี้ยนหัวจึงคิดว่าผ้าพันคอผืนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น


อย่ารับรางวัลถ้ารู้ว่าไม่สมควรได้รับ ไม่ต้องพูดถึงราคาเฉลี่ยของเสื้อผ้าเหล่านี้เลยมันคือตัวเลขสี่หลักแน่ๆ


.....ลี่เฟยเป็นแค่เพื่อนจริงหรือ? เพื่อนไม่ควรใช้ประโยชน์จากเพื่อนสิและเพื่อนที่ร่ำรวยของเขาก็ดูจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย


นี่คือการเผชิญหน้ากับอาการปากแข็ง เจี้ยนหัวมีกฎของตัวเองดังนั้นลี่เฟยจึงอธิบายทั้งหมดด้วยคำพูดว่า "ทั้งหมดคือสิ่งจำเป็นในการทำงาน"


ในฐานะนักแสดงเขามักจะถูกแอบถ่ายภาพเวลาทำงาน ทำให้ทีมงานและสถานีโทรทัศน์อาจติดอยู่ในกล้องได้ แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของผู้คนที่อยู่รอบตัวจักรพรรดิภาพยนตร์ไม่สามารถหลบหนีพ้น


"พวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ของลี่เฟยด้วยเหมือนกัน อย่าทำให้ลี่เฟยเสียหน้าล่ะ!" ในเวลานั้นผู้ช่วยหลินเข้ามาช่วยเตือนเขา เจี้ยนหัวที่ไม่รู้สึกถึงความมีชื่อเสียงของตนเองถึงกับไร้คำพูด


จริงๆแล้วบอดี้การ์ดสามารถใส่ชุดอะไรก็ได้ แต่ชุดสูทและแว่นดำมันเป็นชุดมาตรฐาน แต่คำถามที่ว่าคุณเลือกเสื้อผ้าแบบไหนนั้น มันก็แค่ข้ออ้าง!


เจี้ยนหัวเป็นคนไม่สนใจเรื่องเสื้อผ้า แต่ด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่าง ผ้าพันคอผืนนี้มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขก็เท่านั้นเอง


มันทั้งนุ่มและอบอุ่นไม่เสียดสีกับผิวของเขา รูปแบบก็ไม่แย่เพราะปกติเจี้ยนหัวก็ชอบอะไรที่มันง่ายๆและสะดวกสบายอยู่แล้ว


ความสามารถในการสังเกตของลี่เฟยสูงขนาดไหนกัน? เขาตัดสินจากใบหน้าเจี้ยนหัวและการเคลื่อนไหวของเขาเวลาที่จับผ้าพันคอเป็นครั้งคราว ว่ามันหมายความว่าเจี้ยนหัวชอบผ้าพันคอนี้หรอ?


ผ้าพันคอสร้างความต่างได้จริงๆ!


เสื้อผ้าสามชุดที่เขาส่งมาให้ก่อนหน้านั้นมีลักษณะที่ดูเทอะทะ หลังจากที่ทำการแก้ไขแนวคิดนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าลี่เฟยก็รู้แล้วว่าเจี้ยนหัวชอบเสื้อผ้าสไตล์ไหน


ถ้าคนรักของเขาเป็นเหมือนหนังสือ เขาไม่สามารถแม้แต่จะเปิดหน้าหนังสืออ่านได้ ทำได้เพียงเดาเอาเท่านั้นซึ่งคนส่วนใหญ่คงไม่เข้าใจ


ลี่เฟยรู้สึกหลงใหลในความสุขนี้ เขาถามขึ้นมาเบาๆว่า "คุณต้องกลับบ้านช่วงปีใหม่หรือเปล่า?"


นี่พึ่งจะเดือนธันวาเท่านั้นดังนั้นจึงเร็วไปที่จะพูดถึงเทศกาลในฤดูใบไม้ผลิก่อนถึงวันปีใหม่ อย่างไรก็ตามกำหนดการของคนดังมักถูกกำหนดไว้ก่อนล่วงหน้าสามเดือนหรือบางทีก็หกเดือน เจี้ยนหัวเคยชินกับตารางงานแบบนี้แล้ว


บนถนนรถติดมากดังนั้นเจี้ยนหัวจึงเอามือออกจากพวงมาลัย เขานั่งเงียบๆไม่กี่นาทีก็หันกลับไปตอบว่า "ยกเว้นเรื่องงาน..... นอกเหนือจากการทำงานกับคุณแล้วผมไม่มีธุระอะไรอื่นอีก"


ลี่เฟยตากระตุก


"คุณควรจะเริ่มพิจารณาถึงการสร้างหุบเหวสีดำเพื่อประโยชน์ในชีวิตของคุณเองนะ” เจี้ยนหัวแนะนำ


ชื่อหุบเหวสีดำ(Black Abyss) ถูกเปิดเผยโดยหน่วยมังกรแดง


องค์กรที่มีอำนาจมากที่สุดของจีนในอนาคตและยังเป็นองค์กรลับสุดยอดที่รวบรวมผู้มีความสามารถไว้


"มังกรแดงคือหน่วยย่อยหนึ่งของหน่วยสืบราชการลับแห่งชาติ แม้ว่าคุณจะสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีได้และเข้าใจการทำงานของอีกฝ่าย ก็ไม่สามารถเชื่อถือพวกเขาได้อย่างเต็มที่" ด้วยนิสัยขี้สงสัยและหวาดระแวงของเจี้ยนหัว เขาจะไม่เชื่อใจสิ่งที่เขาไม่สามารถควบคุมและสิ่งที่ไม่ได้เป็นของเขาได้


"หน่วยมังกรแดงจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราแต่พวกคนวงในน่ะไม่แน่ สำหรับในประเทศหน่วยมังกรแดงคงทำหน้าที่จัดการกับพวกเขาอยู่แล้ว แต่ในต่างประเทศล่ะ?


ลี่เฟยเป็นบุคคลสาธารณะดังนั้นเขาจึงไม่สามารถหลบซ่อนตัวได้ ตราบเท่าที่เขายังคงทำงานอยู่ในวงการบันเทิงก็รอเพียงแค่เวลาก่อนที่ผู้มีความสามารถบางคนมาหาเขา


นอกจากนี้ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่มีน้ำหนักมากพอที่จะชักนำลี่เฟยให้ละทิ้งอาชีพการแสดงของเขาด้วย


เจี้ยนหัวกล่าวหลังจากคิดเสร็จว่า "หลังจากการพัฒนาขององค์กรของผู้ถือครองความสามารถของประเทศอื่นที่จะข้ามมหาสมุทรมา เราจะจัดการกับมันได้ยังไง? โทรหา 110 และคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีเองเพียงปล่อยให้หน่วยมังกรแดงจัดการน่ะหรอ?"


ลี่เฟยทำท่าทางเข้าใจในความหมายนั้น ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้น "เป็นความคิดที่ดี แล้วตอนไหนล่ะที่หน่วยมังกรแดงจะไม่มาเพื่อหยุดมัน?"


"เริ่มแรกตรวจสอบผู้ถือครองความสามารถที่ลงทะเบียนกับหน่วยสืบราชการลับแห่งชาติ จากนั้นก็จัดการรวบรวมพวกเขาเป็นหนึ่งเดียว  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาคัดค้านการเข้าร่วมกับหน่วยมังกรแดง? ผู้มีความสามารถหลายคนคงไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมกับหน่วยสืบราชการลับแห่งชาติหรอกจริงไหม แต่พวกเขากล้าที่จะปฏิเสธทั้งคุณและผม มันยากที่จะจินตนาการจริงๆ" เจี้ยนหัวกล่าวด้วยความรู้สึกเรียบเฉย หลังจากที่เขารู้ว่าลี่เฟยจะตายหลังจากสงครามของผู้ถือครองความสามารถ เขาจึงตัดสินใจยอมรับภาระหน้าที่และอัตลักษณ์ของเขาที่บอกไว้ในหนังสือเล่มนี้


ถ้าเพื่อนของเขาตาย นายพลวูคง.....


ถ้าลี่เฟยตายก็หมายความว่านายพลวูจะหายตัวไปจากโลกนี้ตลอดกาล แม้ว่าเขาจะดูหนังเรื่องนี้อีกสิบครั้งเขาก็จะสามารถสัมผัสได้แค่เพียงภาพเบื้องหลังเท่านั้น


จะหายไปและไม่เห็นเขาอีกตลอดกาล


เจี้ยนหัวมองไปที่ลี่เฟยผ่านกระจกมองหลัง ราวกับว่าตัวเขาไม่เคยได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เขายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสงบ มือขวาวางบนหัวเข่าและขยับช้าๆดูสบายๆและตอบด้วยท่าทางมั่นใจว่า


“นายคิดงั้นหรอ?


เจี้ยนหัวถามอย่างแปลกใจว่า "หรือว่าคุณทำมันไปแล้ว?"


ลี่เฟยหัวเราะโดยไม่พูดอะไร เขายกมือซ้ายขึ้นแตะที่ด้านหลังมือขวาของตัวเอง ความหมายทั้งหมดดูชัดเจนมากเกินจนไป


เจี้ยนหัวไม่กล้าเชื่อ เขามาพร้อมลี่เฟยทุกวันและช่วงสิ้นปีก็เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุด ลี่เฟยเกือบจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการกิน ดื่มและนอนหลับ เขาจะเอาเวลาจากไหนไปก่อตั้งหุบเหวสีดำ?


"เจิ้งเทียนออกจากฐานของหน่วยมังกรแดงเมื่อสิบวันก่อน ความสามารถของเขาถือว่าเสถียรมาก แน่นอนว่าเขายังได้รับเงินเดือนที่ฉันจ่ายให้เพื่อให้เขายังคงทำงานให้ฉันอย่างแน่นอน" รอยยิ้มของลี่เฟยค่อยๆขยายออก "ฉันบอกเขาถึงคำทำนายของคนวงในว่าจริงๆแล้วตัวเขาต้องตายไปแล้ว”


“.....”


สำหรับเรื่องนี้ เจี้ยนหัวพึ่งจะนึกขึ้นได้


เจิ้งเทียนเป็นผู้ถือครองความสามารถระดับ A และหลังจากการทำลายหุบเหวสีดำ เจิ้งเทียนจะกลายมาเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มของตัวเอกได้ยังไง?


"เอาล่ะ เรามาพูดถึงปัญหาในทางปฏิบัติกันดีกว่า อย่างเช่นนายคิดว่าอีกนานแค่ไหนกว่าเราจะกลับถึงบ้าน?”


"บ้านของคุณ?" เจี้ยนหัวแก้ "คำพูดหลุดปาก" ของลี่เฟย แต่จริงแล้วคำพูดของเขาก็ถูกต้องแล้วเนื่องจากเจี้ยนหัวเป็นบอดี้การ์ดแบบพาร์ทไทม์ ดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของลี่เฟยด้วย


เจี้ยนหัวลดหน้าต่างลงพลางมองออกไปดูการจราจรข้างนอกและพูดอย่างไม่แน่ใจว่า "ประมาณสองชั่วโมงได้มั้ง?"


อยู่ๆลี่เฟยก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากที่นั่ง เขาถอนหายใจออกมาทันที "เวลาคนจีนจำนวนมากมาอยู่รวมในจุดเดียวกัน  มันมักจะทำให้เกิดเหตุแบบนี้ตลอดเลย!"


เจี้ยนหัวที่พึ่งรู้สึกถึงการมาถึงของโลกที่ถูกทอดทิ้ง “…..


รายงานการสอบสวนของหน่วยมังกรแดงที่ได้รับจากเจิ้งเทียนบอกว่า พวกสัตว์ประหลาดมักจะมารวมตัวกันในที่ที่ผู้มีความสามารถอยู่


ซึ่งสถานที่ดังกล่าวนั้น ไม่นานก็จะกลายเป็นจุดทับซ้อนกันและดึงคนเข้าสู่โลกที่ถูกทอดทิ้ง


* * * * *

Talk Talk

ตอนนี้ก็ดูพี่สองคนเค้าสวีท(?)กันไป ส่วนตอนหน้านั้น โลกนู้นมาแล้วจ้า หลังจากหายไปน๊านนาน มาพร้อมสัตว์ประหลาดตัวใหม่ไฉไลกว่าเดิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 365 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1910 mybookworm (@onlymybookworm) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 12:24

    พระเอกเปย์อาหารล่อเจี้ยนหัวดิ รับลองความสัมพันธ์พุ่งปรี้ดๆ

    #1910
    0
  2. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 16:31
    พระเอกติดเฟรนด์โซน55555
    #1853
    0
  3. #1790 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 11:20

    เเมืืีอไหรเจี้ยนจะยอมรับว่าชอบเขา หืม

    #1790
    0
  4. #1257 มินมิน (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 15:01

    สงสารลี่เฟย เจี้ยนหัวก็หลงแต่นายพลวู นายพลเค้าเป็นแค่ตัวละครนะอาเจี้ยนนนนน

    พี่ลี่สายเปย์ มีเงินก็จัดหนัก เปย์เข้าไปเผื่อน้องจะใจอ่อน เห็นความเอาใจใส่มั่ง

    #1257
    0
  5. #1246 relis (@relis) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 10:07
    ในที่สุดก็กลับมาที่คู่ตัวเอกซักที ลี่เฟยน่าสงสาร สู้ๆๆ
    #1246
    0
  6. #1227 DeediPanda (@panda1827) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 08:21

    คนเขาอยู่กิน(?)​ด้วยกันแล้ว บรรยากาศก็จะเป็นแบบนี้ละนะ หวานเบาๆ
    #1227
    0
  7. #1224 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 22:00

    อ่านแบบงงๆ แล้วก็ติดแบบงงๆ555
    #1224
    0
  8. #1222 aey_1997 (@aey_1997) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 18:28
    อ่านรวดเดียวถึงตอนนี้เลยคะ มึนงง สงสัย แต่ก็สนุกจนหยุดไม่ได้

    สนุกมากคะ
    #1222
    0
  9. #1219 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 18:53
    บทสวีทเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนลดความอ้วนค่ะ หวานธรรมชาติ ไม่เลี่ยน
    #1219
    0
  10. #1218 อัศวินสีเลือด (@180239) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 02:10
    นุ้งเจี้ยนลูกกกหายใจเข้าออกก็มีแต่นายพลวู ลี่เฟยยิ้มแห้งแล้วววว
    #1218
    0
  11. #1217 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:30
    พี่เจี้ยนสายเปย์มากเลยค่ะ
    #1217
    0
  12. #1214 Dew_wed (@Gumraijubjub) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 23:27

    บอสเริ่มรวบรวมคนเเล้ว สวีทมากตอนนี้
    #1214
    0
  13. #1213 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 23:06

    ขอบคุณค่ะ
    #1213
    0
  14. #1212 M'PaaX'NR'C (@coffeebaory) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 21:02
    ลี่เฟยถึงกับตากระตุก น้องงง โหดร้ายมัก
    #1212
    0
  15. #1211 fai22149 (@fai22149) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 20:43
    ชวนพ่อหนูบราวมาร่วมองค์กรด้วยสิคะ เอาให้นิยายพังพลอตพังกันไปเลย
    #1211
    0
  16. #1210 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 18:47

    โอ้โหหห โซสวีทเฟ้ออออ ความบอสนี่มันบอสจริงๆ

    กำลังก่อตั้งกองกำลังของตัวเองไว้แล้วสินะ นี่ดีใจมากเลย เราไม่ชอบมังกรแดงไรไม่รู้นี่เลยนะ เอาจริงๆ

    #1210
    0