I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 60 : หนี...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 318 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

ตอนที่ 59 หนี...


ณ ฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐแมสซาชูเซตส์กำลังประสบกับพายุหิมะ


ความหนาของหิมะนอกบ้านสูงขนาดลูกวัวตัวหนึ่ง แค่เดินออกมาสามก้าวจากประตูบ้านก็อาจทำให้คุณฝังอยู่ใต้กองหิมะได้ เหล่าสุนัขต่างก็ขดตัวอยู่แต่ในบ้าน ส่วนเพื่อนบ้านต่างก็มีรอยยิ้มร่าเริงและจากประตูที่เปิดทิ้งไว้ของพวกเขาทำให้มีเสียงเพลงคริสต์มาสอันไพเราะดังลอดออกมา


ใช่แล้ว วันนี้คือวันคริสมาสต์ เดือนธันวากำลังจะสิ้นสุดลง เหลือเวลาอีกแค่หกวันก่อนจะถึงวันปีใหม่


จอห์นสัน บราวน์นอนอยู่บนห้องใต้หลังคาบนชั้นสอง มองดูเด็กชายเพื่อนบ้านที่สวมหมวกกำลังเล่นสนุกกับสุนัขบนลานหิมะ ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดแสงจากในบ้านช่างดูอบอุ่นและสวยงาม


เขาหันกลับมาและดึงผ้าม่านลง


ภายในห้องตอนนี้เย็นมาก จอห์นสันขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าของเขาทั้งเย็นและซีด


เครื่องทำความร้อนที่บ้านพังลงเมื่อคืนดังนั้นตอนนี้อุณหภูมิภายในห้องจึงต่ำมาก


รัฐที่จอห์นสันเคยอยู่ไม่ได้มีหิมะตกบ่อยนักและฤดูหนาวก็ค่อนข้างอุ่นกว่าที่นี่ เขาไม่ได้เห็นหิมะตกบ่อย แต่ตอนนี้สิ่งที่สะท้อนอยู่ในสายตาของเขามันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลย แต่เป็นแค่สถานที่เงียบ ๆ


บ้านที่เคยเป็นระเบียบตอนนี้เหมือนถูกทำลายโดยสัตว์ประหลาด


ตู้เสื้อผ้ามีรูขนาดใหญ่และมีเศษแจกันกองซ้อนกันอยู่ตรงมุมห้อง โคมไฟที่วางติดผนังเอียงเพราะขาตั้งข้างหนึ่งของมันหายไปเขาจึงใช้หนังสือไปรองไว้ เวลาที่จอห์นสันขยับตัวเตียงจะส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เหมือนกับว่ามันพร้อมจะพังลงในวินาทีต่อมา


ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่บ้าน


บ้านทั้งหลังว่างเปล่าแถมยังเย็นเหมือนกับน้ำแข็ง


.....เคธี่และชาร์ลีออกไปทะเลาะกันข้างนอก


ว่าที่คู่แต่งงานใหม่คู่นี้เป็นผู้ปกครองคนใหม่ของจอห์นสัน พวกเขาบอกว่าเอกสารการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายยังไม่ผ่านเกณฑ์ ดังนั้นจอห์นสันจึงอาศัยอยู่ที่นี่ในฐานะญาติของเจ้าของบ้าน


เจ้าของบ้านคือเคธี่ อดีตครูในโรงเรียนของจอห์นสัน เธอสวยและใจดีมาก


สามีของเธอคือชาร์ลี เขาเป็นทนายความที่มักจะใจดีและเป็นมิตรกับเด็กๆ


นี่คือทั้งหมดของจอห์นสันที่รับรู้เกี่ยวกับพวกเขา แต่เมื่อมาถึงรัฐแมสซาชูเซตส์และได้อยู่ร่วมกับทั้งคู่ จอห์นสันก็พบว่าพวกเขาไม่ได้เหมือนกับที่เขาเคยคิดไว้เลย


คุณทนาย “ผู้โอบอ้อมอารีย์” เขาไม่ไปทำงาน ไม่เคยออกไปเลยและไม่ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมในชุมชนเลยซักนิด นอกจากนี้เขายังไม่ค่อยกล่าวทักทายเพื่อนบ้าน บางครั้งตอนที่เขากลับมาถึงบ้านเขายังแอบเตะสุนัขของเพื่อนบ้านอีกด้วย


เคธี่ผู้ใจดี เธอไม่ใช่อาสาสมัครและไม่เคยไปที่โบสถ์เพื่อช่วยแจกจ่ายอาหาร


พวกเขาบอกว่าเนื่องจากภาระของครอบครัวเริ่มใหญ่ขึ้น พวกเขาจึงต้องใช้เวลาไปกับการทำงานให้มากขึ้น  รอยยิ้มของพวกเขายังคงอบอุ่น เป็นมิตรและมักจะกังวลเกี่ยวกับจอห์นสัน แต่ความรู้สึกของพวกเขาตอนนี้นั้น…..มันดูไม่ค่อยดีจริงๆ


คืนหนึ่ง จอห์นสันได้ยินเสียงการโต้เถียงกันที่ชั้นล่างระหว่างที่เขานอนหลับ เขาขยี้ตาและลุกขึ้นเงียบๆ เดินไปที่ประตูและได้ยินเสียงเคธี่กำลังทะเลาะกับชาร์ลีอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกับเรื่องเงินและเขายังได้ยินปัญหาเกี่ยวกับบัญชีของครอบครัวอีกด้วย


ปัญหานี้ สำหรับจอห์นสันที่เคยอยู่ในสลัมมาก่อนนั้นมักจะเป็นสิ่งที่เขาได้ยินอยู่ทุกวัน


เขาเดินกลับไปที่ห้องนอนและคิดว่าเขาตัดสินใจผิดหรือเปล่า เขาไม่ควรออกจากรัฐทางใต้มาและทำให้บ้านของครูเคธี่ตกอยู่ภายใต้ความโชคร้าย


เมืองพาดัน (Pedrione City) ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุเฮอริเคนและพื้นที่เขตเมืองแทบจะเหลือแต่ซากปรักหักพัง ส่วนคนที่ไม่ได้อพยพตอนนั้นมักจะมีรายชื่ออยู่ในบุคคลสูญหายและมีบางคนถูกพบเป็นศพ


ลุงริคของจอห์นสันนั้นยังคงหายสาบสูญ เขาฟังคุณทนายบอกว่าเอกสารการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ ปัจจุบันเขาจึงไม่สามารถไปโรงเรียนได้ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอยู่แต่ในบ้าน


ที่นี่มีอาหารมากมาย มีการดูแลอย่างดี นอกจากนี้ยังมีรายการทีวีให้ดูและเกมคอมพิวเตอร์ให้เล่น แต่ว่าจอห์นสันไม่รู้สึกสนใจเลย


วัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บมานั้นมีความอ่อนไหวค่อนข้างมาก


อยู่ด้วยกันทุกวัน กินอาหารแต่ละมื้อพร้อมกัน นั่งดูรายการทอล์คโชว์บนโซฟาด้วยกัน บอกราตรีสวัสดิ์กันทุกคืน..... ยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเท่าไหร่ จอห์นสันยิ่งรู้สึกแปลกๆ


รายการโปรดของเคธี่คือ ‘Guest’ มันเป็นรายการตลก แต่พวกเขามักจะสร้างความสนุกจากคนจน โดยเปรียบเทียบว่าพวกเขาเหล่านั้นคือขยะของสังคม


เป้าหมายของรายการนี้คือการช่วยเหลือคนชั้นกลางและคนที่ปรารถนาที่จะขึ้นมาอยู่ในชั้นนี้ จอห์นสันยังไม่ได้รู้สึกเสพติดชีวิตคนเมืองที่คึกคักนัก ดังนั้นรายการเหล่านี้ที่ทำให้เคธี่หัวเราะอย่างมีความสุขมักทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจมากกว่า


เขาอยู่ในบ้านนี้ในฐานะแขกและไม่ว่าเขาจะได้รับการต้อนรับและการดูแลที่ดีมากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถปรับตัวได้


หลังจากพบว่าการทะเลาะกันตอนเที่ยงคืนถูกจอห์นสันได้ยินเข้า เคธี่และชาร์ลีจึงไม่ทะเลาะกันที่บ้านอีกต่อไป พวกเขาจะไปที่สวนสาธารณะหรือบาร์แทน โดยบอกจอห์นสันว่า "มีความขัดแย้งในชีวิตอยู่เสมอ แต่เราคิดว่ามันผิดที่จะเถียงกันต่อหน้าเด็กดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยง"


ตอนนี้พวกเขาออกไปอีกแล้ว


พร้อมกับพายุหิมะขนาดใหญ่ในวันคริสต์มาส พวกเขากลับปล่อยให้จอห์นสันอยู่ในบ้านเย็นเฉียบนี้คนเดียว


คุณทนายไม่ได้เรียกช่างซ่อมมาซ่อมเครื่องทำความร้อน ส่วนเคธี่บอกว่าพวกเขาจะออกไปดูว่ามีร้านค้าไหนที่ยังเปิดอยู่บ้าง รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของพวกเขาแต่ก็ดูฝืนเต็มที


จอห์นสันซุกศีรษะของเขาไว้ในผ้าห่ม


คืนสุดท้ายของวันคริสต์มาสอีฟ พวกเขากำลังนั่งกินไก่งวงอยู่ในห้องนั่งเล่นในตอนที่บ้านทั้งหลังเริ่มสั่น


แล้วก้อนขนสีดำปรากฏตัวขึ้น เมื่อจอห์นสันมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นลิงแขนยาวกำลังแยกเขี้ยวและทุบตีไปรอบๆ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนท่ามกลางหิมะและต้นสน


...


บนถนนในบริเวณใกล้เคียง หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตตะโกนออกมา "ฉันพอแล้ว ชาร์ลี! คุณก็เห็นตอนที่สัตว์ประหลาดพวกนั้นโผล่มา จอห์นสันเอาแต่ขดตัวอยู่มุมห้อง! โชคดีที่มีแค่พวกลูกบอลขนสีดำ แต่ถ้ามันเป็นลิงแขนยาวหรือแม้แต่ปลาหมึกกินคนล่ะ?"


ฝ่ายชายหนุ่มที่สวมหมวกสีดำ เขาได้แต่อดทนและพูดว่า "เธอต้องการอะไรล่ะ? บอกความจริงกับเด็กว่าพวกเรามีพลังลึกลับอยู่ในร่างและขอให้เขาจัดการและเอาชนะสัตว์ประหลาดพวกนั้นหรือไง?"


หญิงสาวจ้องมองไปที่เขา เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ "ทำไมไม่ให้ฉันทำละ?"


"เขาเคยเป็นเหยื่อของความรุนแรงในโรงเรียนนะ จอห์นสัน บราวน์ได้รับความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากในวัยเด็กและตัวเขาเองก็ไม่ชอบการใช้ความรุนแรง! เคธี่ นี่คุณลืมเนื้อหาในหนังสือไปหมดแล้วหรือไง?


"ตอนที่เผชิญกับการโจมตีจากสัตว์ประหลาดพวกนั้น เขาเอาแต่นั่งตัวสั่นและร้องไห้ นี่คือตัวเอกของเราหรอ? ฉันคิดว่าฉันไม่ควรรับภารกิจนี้เลย!" เคธี่โกรธมาก "ฉันน่าจะเลือกไปกับแจ็คผู้โชคร้าย บินไปอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรและเข้าไปยังพื้นที่ของพวกตัวร้าย มันคงจะดีกว่านี้"


เธอยังคงพูดถึงเรื่องข้อบกพร่องของจอห์นสันต่อ


"เขาไม่ซักถุงเท้า ไม่ใช้มีดและส้อม แม้แต่ชุดอาหารพอร์ซเลน* เขาก็เผลอทำแตก เขาไม่ใช้เครื่องตัดหญ้าเพื่อตัดหญ้าและไม่แม้แต่จะไม่ใช้ไมโครเวฟเพื่ออุ่นอาหาร! พระเจ้า!"

(*ชุดอาหารพอร์ซเลน : เซตจานชามสำหรับมื้ออาหารแบบครบชุดมักจะทำมาจากเซรามิค)


เคธี่มีสีหน้าที่แสดงออกว่า "นี่คือหายนะ" ชัดๆ  แถมเธอยังกล่าวโทษชายคนที่อยู่ข้างหน้าเธอกับการที่เขาทิ้งทุกอย่างให้เธอรับผิดชอบ


"คืนสุดท้ายในโลกที่ถูกทอดทิ้ง ในที่สุดพวกเราก็ฆ่าเจ้าตัวขนพวกนั้นได้ แต่เขากลับไม่ได้ทำอะไรเลย! เฟอร์นิเจอร์ในห้องถูกทำลายไปหมดแล้ว เราจะหาเงินจากที่ไหนมาซ่อมพวกมัน? เดือนที่แล้วเราอยู่ในสภาวะขาดทุนแถมเรายังไม่ได้รับเช็คของเดือนนี้ด้วย!"


ใบหน้าของทนายหนุ่มเริ่มหมดความอดทน สุดท้ายเขาก็ยกมือขึ้นอย่างยอมจำนน ไม่ต้องการเถียงกับเคธี่อีก "ผมต้องไปก็เพราะพวกมัน!"


"แต่คุณหายไปตั้งสามวัน" เคธี่ร้องไห้ออกมา


เธอทรุดตัวนั่งลงตรงข้างถนนและนึกขึ้นได้ว่าเครื่องทำความร้อนที่บ้านเสียและในบ้านก็หนาวเย็นมาก เธอไม่อยากกลับไปเลย


"เฮ้ เคธี่ อย่างทำแบบนี้!" ชาร์ลีพยายามแนะนำ "ฟังนะ เราไม่สามารถทิ้งจอห์นสันให้อยู่ตามลำพังในบ้านได้ ผมต้องบอกคุณในสิ่งที่นักจิตแพทย์เคยบอก เด็กที่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างสุดยอด! หากเขาต้องเผชิญกับการถูกทิ้ง เขาอาจพัฒนาบุคลิกภาพเป็นคนต่อต้านสังคมนะ! เราไม่สามารถปล่อยให้จอห์นสันเป็นแบบนั้นได้หรอก ที่รัก พวกเราทำงานกันมานานแล้วนะ พระเจ้าจะต้องประทานพรแก่พวกเรา”


คู่รักชายหญิงยืนกอดกันท่ามกลางกองหิมะ


เพราะว่าพวกเขาเป็นคนรักกัน ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงพลาดงานนี้ไปแล้ว ในขั้นต้นทั้งคู่เป็นที่อิจฉาของผู้คนจำนวนมาก จากการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดกับตัวเอกเลยทำให้พวกเขากลายเป็น "ญาติ" คนสำคัญในชีวิตของตัวเอกนี้ นี้คือเรื่องดี ไม่ต่างจากพายที่ตกลงมาจากฟ้า!


เคธี่เกือบสำรักความสุขตาย


"ฉันรู้แล้ว! ถ้าเป็นเรื่องดีจริงๆแล้วทำไมหัวหน้าถึงไม่มาด้วยล่ะ?"


ทนายหนุ่มตกใจรีบหยุดเคธี่และเตือนเธอว่า "เธออยากตายหรือไงถึงได้พูดคำนั้นออกมา?"


เคธี่ผลักคนรักของเธอออกไปด้วยความรำคาญและกล่าวว่า “คุณไม่สามารถมอบความรักให้ฉันได้เลยด้วยซ้ำ! หลังจากเข้ามาในโลกนี้เราก็พบว่าครอบครัวของเราเป็นพวกขี้แพ้ คุณถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์และฉันก็ทำผิดกฎหมายค้าขายยาเสพติดแบบอ่อน เราทั้งคู่ถูกส่งตัวไปที่เรือนจำเกือบจะ..... เราจะทำได้จริงๆหรอถ้าไม่มีหัวหน้าน่ะ?


"คุณไม่กลัวว่าเขาจะฆ่าคุณหรือไง? ถ้าเขาตายเราก็จะตายด้วย มันจะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรมากขนาดไหนรู้หรือเปล่า?"


เคธี่ฟัง ไม่กล้าที่พูดอะไรต่อ


"เอาอย่างนี้ที่รัก! กลับไปที่บ้านและหยิบกระเป๋าสตางค์ของคุณมา บอกกับจอห์นสันว่าไม่มีใครสามารถซ่อมเครื่องทำความร้อนได้ดังนั้นเราจะไปพักที่โรงแรมสักคืนหนึ่ง" ชาร์ลีหว่านล้อม


ทั้งสองจึงเดินกลับไปที่บ้าน


สิบนาทีต่อมาพวกเขาก็ตกใจ รอยเท้าของเด็กๆกระจายอยู่ทั่วลานหิมะและขยายออกไปทุกทิศ...จอห์นสันใช้ประโยชน์ตอนที่พวกเขาไม่อยู่บ้านหนีไป


"บ้าเอ๊ย! เขาหนีไปแล้ว!"


จอห์นสัน!”


เคธี่กล่าวอย่างเร่งร้อนว่า "เขาไม่เคยก้าวเท้าออกจากบ้าน เขาแทบจะไม่ออกมาจากห้องนอน ทำไมเขาถึงหนีไปล่ะ ข้างนอกนั่นมีแต่หิมะนะ!"


"เคธี่ คุณพูดอะไรนะ?" ชาร์ลีมองแฟนของเขาอย่างไม่แน่ใจ


“ฉันไม่รู้!


ทั้งสองยังคงเถียงกันไปด้วยขณะตามรอยเท้าบนท้องถนนไป พวกเขาพบกับลูกชายของเพื่อนบ้านที่เดินสวนมาและพวกเขาก็เห็นรอยเท้าหายไปบนถนนโดยผสมปนเปไปกับรอยเท้าอื่นๆ สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้อีกต่อไป


ไม่! พวกเราต้องตายแน่ๆ!" เคธี่ทรุดตัวลงขณะจึกทึ้งผมของตัวเองไว้


...


จอห์นสันกำลังเดินอยู่บนถนน


ลมหนาวที่พัดมาทำให้เขาปวดหัว แต่เขาไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว


เคธี่ดูเหมือนจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเงินเมื่อไม่นานมานี้และสำหรับอาหารเย็นเขาก็ได้รับเพียงแค่มันฝรั่งและขนมปังสำหรับสามวันที่ผ่านมา เหมือนกับว่าเขากำลังถูกลงโทษ


ในบ้านที่ไม่คุ้นเคยกับการตกแต่งที่ยุ่งเหยิง จอห์นสันไม่สามารถปักหลักอาศัยอยู่ที่นั่นได้จริงๆ


เขาอยากกลับไปยังรัฐทางใต้เพื่อกลับไปหาลุงริค บางทีลุงของเขาที่หายตัวไปอาจยังอยู่ในคาสิโน แม้ว่าที่นั่นจะเป็นสถานที่ที่เย็นชา แต่สลัมก็เป็นบ้านของเขา ไม่มีทีวีและไม่มีแสดงแดกดันของรายการ ‘Guest’


แต่รัฐทางใต้อยู่ไกลเกินไป.....


จอห์นสันวาดไม้กางเขนลงบนกองหิมะและทันใดนั้นเขาก็มาอยู่ข้างหน้ากอดอกไม้ ชายร่างสูงสวมแจ็กเก็ตหนังที่กำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงขี่มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มันมีล้อขนาดใหญ่และในวันที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ทำให้เครื่องยนต์ปล่อยไอน้ำออกมาขณะที่มันกำลังทำงานอยู่


แว่นกันแดดขนาดใหญ่ปกคลุมเกือบมิดใบหน้าของชายคนนั้น


"คุณ....." จอห์นสันพูดเบาๆ


ชายคนนั้นจอดรถตรงถนนที่หิมะละลายไปแล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำทาง จอห์นสันคงจะก้าวขึ้นไปบนกองหิมะที่สูงเกินครึ่งตัวของเขาไปแล้ว มันไม่รู้สึกดีเลยซักนิดพราะมันทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียก เป็นอีกครั้งที่ลมหนาวพัดมา.....


"เจ้าผีน้อย เธออยากตายบนถนนหรือไง?"


ชายคนนั้นอุ้มจอห์นสันขึ้นมา มองขึ้นลงพร้อมกับขมวดคิ้วและจัดการยัดเขาเข้าไปในเสื้อหนังของเขา


“คะ...คุณครับ?” จอห์นสันที่ซุกอยู่กับอกของเขาเริ่มดิ้นรน


"อย่าขยับ!" ชายคนนั้นดึงรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นและขับออกไปอย่างรวดเร็ว หิมะที่ตกลงมาใต้ยางสร้างไอหิมะกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า


* * * * *

Talk Talk

ชีวิตพระเอกก็อย่างนี้ล่ะน้า กว่าจะโตเป็นพระเอกของเรื่องได้น้องจอห์นสันคงต้องผ่านอะไรอีกเยอะ

คนที่คิดว่าดีกลับร้ายเสียได้ แล้วลุงมอไซค์ที่บังเอิญเก็บเด็กได้จะเป็นคนดีหรือเปล่านะ?

ปล. เรารู้ว่าทุกคนค้าง ดังนั้นเราจะอัพให้อ่าน 2 ตอนนะจ๊ะ กดตอนต่อไปได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 318 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1759 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 13:57
    เจี้ยนห้ววววววววววววววว เก็บน้องพระเอกไปเลี้ยงที
    #1759
    0
  2. #1741 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 14:11
    เจี้ยนหัววว เก็บน้องมาเลี้ยงต้อยหน่อยเร้วววว สงสารรร
    #1741
    0
  3. #1361 riva0 (@Riva) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:39
    ทำไมถึงรู้สึกถึงความ เคะ ในตัวพระเอกนะ
    #1361
    0
  4. #1303 momo-moon (@momo-moon) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 13:11
    เป็นพระเอกที่น่ากังวลสุดๆ จะกลายเป็นตัวร้ายเพราะพวกผู้อพยพพวกนี้นี้แหละ
    #1303
    0
  5. #1255 มินมิน (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 12:34

    หนอยยยย เป็นผู้อพยพดันมารับเลี้ยงจอน แถมไม่ทำงานทำการ ไม่มีปัญญาเลี้ยงดันมาสวมบทแทน ถึงร่างเก่าจะมีปัญหาแต่ตามบทหนังสือก็เลี้ยงจอนได้ดีไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เข้ามาสวมบทแทน แต่ดันเลี้ยงได้ทิ้งขว้างมาก หวังว่าคนมาใหม่จะดูแลจอนดีๆ จะให้ดีอย่าได้มาเป็นศัตรูกับพระเอกนายเอกเล้ย

    #1255
    0
  6. #1215 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:12
    ชีวิตพระเอกช่างบัดซบเกินไปแล้วว
    #1215
    0
  7. #1207 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 09:09
    สองคนนั้นเป็นคนที่แย่จริงๆ อยู่กับพวกนั้นไม่ตายก็บุญแล้ว / ใครน้ออออ หิ้วพระเอกขึ้นมอไซด์ไปอย่างเท่ห์อ่ะ!
    #1207
    0
  8. #1201 Porramineda (@Porramineda) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 11:12

    น้องโดนอุ้มไปแล้วววว

    #1201
    0
  9. #1196 KR-Rainstorm (@KR-Rainstorm) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:25
    ทำไมมีความอยากตบเคธี่ หึ

    สงสารพระเอก ชีวิตรันทดไปไหมลูกก
    #1196
    0
  10. #1193 M'PaaX'NR'C (@coffeebaory) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 21:30

    รักคนแปลค่ะ รู้ใจจริงๆ
    #1193
    0
  11. #1192 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 21:30
    ใครเป็นคนหิ้วน้องขึ้นมาแนบอกคะ เปิดตัวได้กร๊าวใจมาก หูย กุมอกเลยทีเดียว
    #1192
    0
  12. #1187 DeediPanda (@panda1827) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:37

    ทำไมน้องดูรันทด แง
    #1187
    0
  13. #1184 Croearus (@melatiene) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:02
    อาจจะต้องเปลี่ยนตำแหน่งพระเอกเป็นนายเอกมากกว่า...
    #1184
    0
  14. #1183 relis (@relis) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 18:36
    หรือจะเป็นฝั่งตัวร้าย?
    #1183
    0
  15. #1182 BLOODY BABY (@8808476253) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 18:21

    .....//รู้สึกเห็นพระเอกเริ่มจะมีออร่าสีม่วงออกมา
    #1182
    0
  16. #1180 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:53

    แหมมม น้องก็เป็นเด็กน้อยที่ได้รับบาดเจ็บนี่นา จิตใจอะไรๆก็ไม่คงที่ ถ้าถูกคนดีๆรับไปเลี้ยงดูดีๆก็คงดีหรอกน้า อยากให้คนนี้เป็นดีนะ น้องจะได้เดินไปในเส้นทางที่สวยงามและไม่เจ็บปวดอะไร และ อย่างน้อยพอพ่อพระเอกโตมาก็รับผิดชอบรับดูแลคุณลุงไงล่ะ ฮุฮุฮุ

    #1180
    0
  17. #1174 lisit (@tigi) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 16:53

    เห็นเรือลุงมอไซต์นั้นไหม~~ /โดดขึ้นเรือแล้วติดเครื่องยนต์ตามลุงไป

    #1174
    1
    • #1174-1 -CinnamonCatz- (@mini_demon) (จากตอนที่ 60)
      5 กันยายน 2561 / 17:51
      อย่าเพิ่งออกเรือค่ะ ผู้โดยสารยังมาไม่ครบบบ//วิ่งตาม
      #1174-1