I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 52 : ครอบงำ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 406 ครั้ง
    17 ส.ค. 61

ตอนที่ 52 ถูกครอบงำ...


ผู้ช่วยหลายคนนั่งอยู่บนโต๊ะที่ชั้นล่างพร้อมกับอาหารราคาถูกห้าจาน เนื่องจากผู้ช่วยบางคนต้องขับรถทำให้ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บนโต๊ะ


มีเสียงพูดดังขึ้นไม่กี่คำและบรรยากาศก็ไม่ได้อึมครึมเท่าไหร่นักแต่ดูเหมือนว่าผู้ช่วยของนักแสดงหญิงจะเลือกคุยแต่กับผู้ช่วยของนักแสดงนำชายคนที่สามเท่านั้น คนบางคนที่มีมาตรฐานสูงแต่มีความสามารถเพียงเล็กน้อยและยังอยากจะปีนขึ้นไปทำให้สุดท้ายคนเหล่านั้นก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ เหมือนกับชายคนหนึ่งที่พูดด้วยน้ำเสียงแดกดันขณะมองไปทางเจี้ยนหัว


ส่วนคนอื่นๆหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อดู weibo ของตัวเองและดื่มชาไปด้วย


พวกเขาต่างก็คิดในใจ จริงๆแล้วเจี้ยนหัวคิดจะกำลังทำอะไรกันแน่? Star Entertainment Media วางแผนที่จะเปิดตัวเจี้ยนหัวในฐานะสมาชิกใหม่จริงหรือ? ไม่อย่างนั้นแล้วลี่เฟยคงต้องกำลังหน้ามืดตามัวในการหาโอกาสให้งานสตั๊นท์แมนของเขาอยู่แน่ๆ?


พวกเขาถ่ายทำกันมาสองอาทิตย์แล้วและทุกคนก็มองออกว่าเจี้ยนหัวมีความเหมาะสมมากกับการเป็นตัวแทนของลี่เฟย


ความสูงและขนาดตัวเท่ากัน มีความเป็นมืออาชีพมากและมีทักษะการแสดงที่ประณีต เขาสามารถเลียนแบบเสน่ห์ของลี่เฟยได้ถึงสามส่วน คุณไม่สามารถหาคนแบบนี้ได้จากที่ไหนแล้ว.....แน่นอนว่าสตั๊นท์แมนแบบไหนกันที่จะพยายามอย่างหนักขนาดนี้เพื่อเลียนแบบคนอื่น ถ้าไม่ใช่ต้องการจะประจบสอพลอ


มีสตั๊นท์แมนมากมายในวงการบันเทิงที่สามารถเล่นเป็นตัวแทน แสดงบทบาทเล็กๆน้อยๆหรือแสดงเป็นศพได้


ในทำนองเดียวกัน สตั๊นท์แมนสำหรับนักแสดงนำนั้นปกติแล้ววันๆหนุ่งจะได้เจอแต่กับทีมงานเท่านั้น ทำให้สุดท้ายหลายคนก็ถูกทำลายโดยพวกนักแสดงเอง


สตั๊นท์แมนพิเศษสำหรับนักแสดงชื่อดังคนนี้ถือเป็นตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมมากแต่ก็ไร้ซึ่งอำนาจ ถ้าเป็นสัญญาระยะยาวนายจ้างสามารถปฏิเสธไม่ให้ลูกจ้างลาออกได้ แม้จะมีโอกาสดีๆมายื่นให้ตรงหน้า เขาก็ทำได้แค่มองดูมันลอยหายไปก็เท่านั้น


พวกเขาไม่เคยเห็นลี่เฟยใจกว้างขนาดนี้


เจี้ยนหัวเพิกเฉยต่อคำเสียดสีที่ดังเข้ามาในหูขณะพลิกดูเมนูอาหาร เขารู้สึกสนใจภาพที่ดูประณีตและน่ารับประทานพวกนี้จริงๆ


เมื่อเห็นว่าคำดูถูกเหยียดหยามพวกนี้ไม่กระทบกระเทือนเจี้ยนหัวเลยซักนิด ชายสองคนที่รู้สึกไม่พอใจก็ทำทีเป็นพูดติดตลกว่า “ร้านนี้เป็นร้านที่มีระดับมากจริงๆ!


“แน่นอนอยู่แล้ว มันเป็นร้านที่หัวหน้าสำนักงานใหญ่ลงทุนเลี้ยงนักแสดงเชียวนะ! เมนูของพวกเราเป็นเพียงเมนูธรรมดาๆเท่านั้น ส่วนของชั้นบนคงไม่มีเมนูพวกนี้ให้เห็นหรอก”


ผู้ช่วยของเหรินเฉิงนั่งฟังพวกเขาหาเรื่องพูดแก้เก้อเนื่องจากเจี้ยนหัวไม่สนใจ เมนูพวกนี้มีดีตรงไหนกัน? สำหรับตัวเขาแล้วการอ่านวรรณกรรมคลาสสิคยังสนุกกว่าอีก นี่ช่างเป็นเรื่องตลกอย่างหนึ่งของวงการจริงๆ หลังจากมองไปที่เจี้ยนหัว เขาก็คิดได้ว่าคนอื่นๆก็มีแนวโน้มไม่ต่างกัน เหรินเฉิงเคยบอกกับเขาว่า ถ้าอยากจะเป็นที่รู้จักในวงการแล้วล่ะก็ ใช้เพียงสี่คำเท่านั้น “อดทนและใช้รูปลักษณ์”


ถ้าเขาสามารถแสดงบทบาทนี้ออกมาได้ ต่อหน้าของเหล่าแฟนๆเขาจะกลายเป็นมิสเตอร์เพอร์เฟคไปในทันทีเพราะภาพลักษณ์และรูปร่างหน้าตาของเขามีความเหมาะสม


ใครคือเพื่อนที่ดีที่สุดในวงการของคุณ? เป็นเรื่องสำคัญมากกับการที่คุณจะต้องพยายามละเว้นเรื่องอื้อฉาวกับเพศตรงข้ามและเพียงแค่ถูกผู้กำกับชมก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นคนมีชื่อเสียงไปในทันที ต้องใจเย็นๆและอดทน แม้ว่าจะโดนคู่แข่งขโมยรางวัลไปต่อหน้าต่อตาก็ตาม..... ใครก็ตามที่รู้สึกโกรธกับเรื่องแค่นี้ถือว่าเป็นฝ่ายแพ้ ส่วนการแอบขัดขาอยู่เบื้องหลังถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน


ดาราส่วนใหญ่สามารถใช้ได้เพียง “รูปลักษณ์” เท่านั้น แต่สองคำแรก(อดทน) มักจะทำไม่ได้กัน


ไม่ให้โกรธงั้นหรอ! แม้ว่าคุณจะอยู่เฉยๆคุณก็ยังคงถูกสาดด้วยคำพูดสกปรก แถมคู่แข่งยังมีเพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกคนต่างก็เข้ามาในวงการเพื่อเป็นศิลปินนะไม่ใช่นินจาเต่า!


โดนเตะจมูกถึงที่ยังจะให้ใจเย็นอีก ต้องทำเหมือนเสียงเยาะเย้ยนินทาของผู้คนเป็นแค่เสียงแมลงหวี่แมลงวัน มันจะมากไปแล้ว!


ผู้ช่วยของเหรินเฉิงคิดยังไม่ทันจบก็มีพนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาและแจ้งกับเจี้ยนหัวว่าแขกที่นามสกุลลี่ขอให้เขาขึ้นไปหาที่ชั้นบน


ทุกคน "....."


นี่ก็เป็นหนึ่งในแผนหรอ? ลี่เฟยกำลังช่วยเขาจริงๆใช่มั๊ยเนี่ย?


มองไปที่ใบหน้าที่แปลกประหลาดของพวกเขา เจี้ยนหัวอยากจะหัวเราะออกมา


เขารู้ว่าลี่เฟยจะไม่เรียกเขาขึ้นไป อาหารข้างบนนั้นเลิศรสก็จริงแต่เขาไม่รู้สึกอยากจะกินมันเท่าไหร่นัก เจี้ยนหัวคิดว่าพนักงานเสิร์ฟกำลังทำสิ่งที่ผิดพลาดเพราะเขาไม่ได้มองหาโอกาสที่จะปีนขึ้นไปข้างบนเลยซักนิด ในเมื่อเขาไม่ได้กำลังมองหาโอกาสจริงๆ งั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัวนี่ เขาดันจานอาหารตรงหน้าออกและลุกขึ้นอย่างใจเย็น


พนักงานเสิร์ฟไม่ได้เป็นคนนำทาง เจี้ยนหัวจึงเดินขึ้นไปที่ห้องอาหารด้วยตัวเอง เข้าได้ยินเสียงผู้กำกับลู่ดังลอดประตูออกมาและคิดว่าเขามาถูกห้องแล้ว อย่างไรก็ตาม.....


เจี้ยนหัวกลับหันไปมองอีกห้องหนึ่งที่อยู่สุดปลายทางเดินอีกฝั่ง


เส้นใยของเขาอยู่ตรงนั้น! ใช่แล้ว มันคือเส้นใยที่คอยตามติดลี่เฟยนั่นเอง


ประตูห้องอยู่ตรงหัวมุม สมาชิกหน่วยมังกรแดงฟังเสียงรหัสลับจากหูฟังที่แจ้งให้ทราบว่าบอสใหญ่ตัวจริงกำลังจะมาถึงแล้ว พวกเขาเงียบและมองไปที่คนอื่นๆและยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นเจี้ยนหัวเดินมาทางนี้


พวกเขาผลักประตูให้เปิดออก สมาชิกหน่วยมังกรแดงมองตรงไปที่พันเอกลู่และลี่เฟย เม้มปากเล็กน้อยและกล่าวว่า "เป้าหมาย 1..... โอ๊ะ ไม่ใช่ ผมหมายถึงเจี้ยนหัวมาถึงแล้วครับ"


ลี่เฟยเหลือบมองไปที่เส้นใยสีขาวที่ติดอยู่บนตัวของเขา มันสั่นเล็กน้อย


เส้นใยพวกนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าเจ้าของของพวกมันอยู่ด้านนอก ลี่เฟยเข้าใจว่าเจี้ยนหัวเรียกพวกมันว่าเส้นใยเห็ด(mycelium)..... แต่มันไม่ถูกต้องนัก ความสามารถไม่มีการรับรู้ด้วยตัวเองซะหน่อย เจี้ยนหัวตั้งค่าการแจ้งเตือนกับพวกมันไว้หรอ?


อารมณ์ของลี่เฟยค่อนข้างซับซ้อน สมาชิกหน่วยมังกรแดงกล่าวต่อว่า "พิราบขาวหมายเลข 9 รายงานว่า นักแสดงสมทบหญิงคนหนึ่งจาก “Black Bamboo” ได้สั่งผู้ช่วยของเธอให้ติดสินบนกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อล่อลวงเจี้ยนหัวให้ขึ้นไปที่ห้องอาหารด้วยครับ”


เจี้ยนหัวที่พึ่งเดินเข้าประตูมา “.....”


ลี่เฟยที่อารมณ์ค่อนข้างซับซ้อน “.....”


ผู้บัญชาการลู่ไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงไออกมาครั้งหนึ่งและบอกให้เจี้ยนหัวนั่งลง


ในความเป็นจริงเขารู้ว่าเจี้ยนหัวก็อยู่ในร้านอาหารแห่งนี้แต่เนื่องจากความประทับใจที่ไม่ค่อยดีนักจากข้อมูลที่เขาได้รับมาทำให้เขายังไม่ต้องการติดต่อเจี้ยนหัวในเร็วๆนี้ ส่วนผลลัพธ์ตอนนี้เขาก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน


“คุณเจี้ยนครับ ผมไม่ทราบว่าทำไมคุณถึงไม่ไปที่ห้องอาหาร จริงๆมันอยู่ตรงหัวมุมอีกฝั่งหนึ่งของชั้นนี้” สมาชิกหน่วยมังกรแดงดูไร้เดียงสา ห้องที่พวกเขาเช่านั้นอยู่ที่มุมของทางเดิน ไม่มีลิฟท์และห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ โดยทั่วไปคงไม่มีใครที่คิดจะเดินผ่านมาทางนี้


เจี้ยนหัวมองไปที่ใบหน้าของสมาชิกหน่วยมังกรแดงก่อนที่จะพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้น


ตอนแรกเขาคิดว่าในห้องคงจะเป็นผู้พันจางเหมือนเดิม แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามลี่เฟย


ผู้บัญชาการลู่แนะนำตัวเองอีกครั้งแต่เนื่องจากตัวจริงของรองประธานสำนักงานกระจายเสียงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตของเจี้ยนหัว เขาจึงเพียงขมวดคิ้วแต่ไม่ได้แสดงท่าทางแปลกใจอะไร


เขาฟังคำบอกเล่าที่ว่าคืนนี้มีหญิงสาวคนหนึ่ง เธอเป็นผู้ถือครองความสามารถและยังเป็นหลานสาวของประธานสำนักงานด้วย หลังจากอุณหภูมิเปลี่ยนไปครึ่งเดือน เจี้ยนหัวก็เพิ่งตระหนักถึงปัญหา


คนในสังคมสมัยนี้มีต่างก็มีบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านและข้อมูลอื่นๆที่ได้รับการลงทะเบียนไว้ ถ้าอยู่ๆมีใครก็ไม่รู้ปรากฎตัวออกมาจากอากาศ คนๆนั้นก็ยากที่จะอยู่รอดได้ในสังคมนี้


เป็นเพราะหลูเยวี่ย เจี้ยนหัวจึงรับรู้โดยไม่ได้ตั้งใจว่าผู้อพยพเข้ามาในหนังสือต่างก็ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในโลกนี้มานานหลายสิบปีแล้วเพื่อรอให้ "เนื้อเรื่อง" เริ่มต้นขึ้น จางเหยาจิ่นไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของผู้อพยพเข้ามาในหนังสือแก่เจี้ยนหัวและลี่เฟย ทำให้เขาละเลยในจุดนี้ไป


"...... คนวงในบางคนบอกกับผมว่า เมื่อคนในโลกของเราเข้าไปอยู่ในโลกที่ถูกทอดทิ้ง พวกเขาจะสามารถกลับไปยังโลกแห่งความจริงได้" ความคิดของห่าวเว่ยนี่มันข้อแก้ตัวชัดๆ!


แต่เข้ามาได้ยังไงนั้น ห่าวเว่ยไม่ได้พูดถึง


ผู้บัญชาการลู่กล่าวว่า “หลิวเซียน หญิงสาวที่คุณเจอน่ะ เธอเป็นเด็กพูดน้อย ฉลาดและกำลังเรียนเอกภาษาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยเป๋ยโตว เธอก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงปกติ ชอบช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าและยังชอบคนดังไม่กี่คน..... โอ้ หลิวเซียนคนเดิมเธอเป็นหนึ่งในแฟนคลับของคุณด้วยนะ”


ลี่เฟยรู้สึกประหลาดใจและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ถึงแม้ว่าผู้บัญชาการลู่จะพูดคำว่า "ชอบ" เหมือนปกติก็ตาม


เจี้ยนหัวไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงอดทนฟังผู้บัญชาการลู่ที่กำลังบอกเล่าสถานการณ์


"เมื่อครึ่งเดือนก่อน หลิวเซียนเริ่มผิดปกติ เธอขาดเรียนบ่อยขึ้นและอยู่ๆก็ชอบไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมครั้งละหลายยี่ห้อ เธอเคยชอบซื้อเสื้อผ้ามาก่อนก็จริงแต่ก็ไม่แพงขนาดนั้น แถมคำพูดที่เธอพูดออกมาก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน.....” ผู้บัญชาการลู่เอาบุหรี่ลงหลังจากสูบไปสองครั้ง “มันคงจะเป็นการพยายามเลียนแบบเธอคนก่อนแต่เหมือนว่าจะเรียนรู้มาไม่ดีพอ บางครั้งเธอก็หลุดพูดคำพูดแปลกๆหรือบางทีก็เผลอพูดเป็นสำเนียงใต้”


“มีคนวงในที่ยังมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ด้วยหรือ?ลี่เฟยรู้สึกว่าปัญหานี้รุนแรงกว่าที่เขาคาดไว้


"ใช่ พ่อแม่ของเธอเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติและคิดเพียงว่าหญิงสาวคนนั้นคงจะโดนอะไรบางอย่างเข้าเช่นความรัก" ผู้บัญชาการลู่กล่าวขณะที่สูบบุหรี่ไปด้วย "ผมไม่กลัวเรื่องตลกของคุณ สำหรับคนเก่าคนแก่อย่างเรา ถ้าญาติพี่น้องในครอบครัวของเราไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบาย เราก็มักจะหาทางปกป้องพวกเขา ถ้าเด็กสาวกำลังตกหลุมรักจริงเธอก็ต้องรู้สิ ความผิดปกติของหลิวเซียนเริ่มต้นด้วยการหาคู่ออนไลน์ แต่พ่อของเธอจงใจตรวจสอบและพบว่าเพื่อนของเธอเริ่มสงสัยว่าหลิวเซียนกำลังถูกบางอย่างครอบงำ"


ความทรงจำของร่างกายเดิมนั้นคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์แต่อย่างไรคุณก็ไม่มีทางรักษามันไว้ได้ตลอดเวลาหรอก


บนโลกออนไลน์ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น จึงมีแนวโน้มที่จะพบความผิดปกติของบุคคลอื่นได้โดยง่าย


หลิวเซียนเป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไปที่ชอบใช้ Weibo ยกเว้นการมองหาภาพที่น่าสนใจของคนดัง แน่นอนเพื่อที่เธอจะได้ดูแนวโน้มของข่าวบันเทิงและพยายามเสี่ยงโชคในการเล่นการพนันบ้างบางครั้ง


ลองนึกภาพคนที่คุณสนิทด้วย อยู่ๆก็เห็นคุณเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเสี่ยงโชคกับพวกบล็อกเกอร์ออนไลน์ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสนใจมาก่อน แม้ว่าจะมีการเผยแพร่ออกไปโดยไม่มีคำพูดอะไร แต่แวดวงสังคมออนไลน์ของคุณจะเริ่มสงสัย ไม่เห็นด้วยและสุดท้ายพวกเขาก็ระเบิดออกมา


มีข้อความจากเพื่อนหลายคนส่งมาถามว่า ทำไม “หลิวเซียน” ถึงมัวเสียเวลากับคนแปลกหน้าพวกนี้ 


พยายามที่จะรักษาบุคลิกของเจ้าของร่างเดิม? เป็นความจริงที่ว่าเสียงพูดมันสามารถเลียนแบบได้แต่สามัญสำนึกและนิสัยไม่มีทางเหมือนกันได้แน่นอน


นอกจากนี้ “หลิวเซี่ยน” ยังมักจะวิจารณ์เพื่อนๆรอบตัวอีกด้วย แม้ว่าคำพูดจะดูเรียบง่ายและธรรมดาทั่วไป แต่มันกลับไม่เหมือนเธอคนเดิมและคนรอบข้างเธอก็เริ่มเป็นห่วง


เดิมทีเจี้ยนหัวคิดว่า "การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์" ของผู้อพยพเข้ามาในหนังสือคือสิ่งที่พวกเขาไม่คิดจะปกปิด แต่ยิ่งฟังเขาก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนๆหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งได้


สายตาของเขามองไปที่ลี่เฟยอย่างไม่ตั้งใจ


เหนือสิ่งอื่นใดถ้าลี่เฟยเปลี่ยนไป แม้ว่าเขาจะอยู่กับลี่เฟยไม่ถึงครึ่งเดือนก็ตามเขาก็สามารถเปิดเผยตัวปลอมได้อย่างรวดเร็ว.....แค่ลี่เฟยหลับยากขึ้นนั่นก็แปลว่าเขาเป็นตัวปลอมแล้ว แต่ถ้าเจี้ยนหัวซื้ออาหารมาวางในห้องนั่งเล่นแล้วลี่เฟยตื่นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นคือเขาตัวจริงใช่มั๊ย?


นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการรักษาบุคลิคท่าทางตลอดเวลาและความสามารถที่เยี่ยมยอดในการสนทนาอีก คนที่มีร่างกายและความทรงจำของลี่เฟยจะทำตัวยังไงนะ? .....อย่าแม้แต่จะพูดถึงการแสดงเชียว!


"ขนาดพี่เลี้ยงของเธอหรือแม้แต่สุนัขก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ" ผู้บัญชาการลู่ถอนหายใจ ถ้าพ่อแม่ของหลิวเซียนไม่ได้เป็นนักวัตถุนิยมที่เข้มแข็ง(ไม่เชื่อเรื่องงมงาย) พวกเขาก็เกือบจะคิดว่าลูกสาวของตัวเองกลายเป็นบุคคลที่เกิดใหม่แล้ว


"ต่อมาคุณปู่ของหลิวเซียนได้อ่านรายงานจากหน่วยมังกรแดง" ในนั้นกลับมีคำตอบ


ยิ่งได้ฟังเรื่องของ “หลิวเซียน” เท่าไหร่ ลี่เฟยก็ยิ่งได้รับการยืนยันความจริงมากขึ้นเท่านั้น หลิวเซียนเป็นเพียงแฟนคลับธรรมดาไม่ใช่แฟนคลับที่คลั่งไคล้เขา ไม่อย่างนั้นเธอจะขอให้ครอบครัวพามาที่งานเลี้ยงอาหารค่ำทำไม สู้พาไปงานประมูลการกุศลหรืองานอื่นๆก็ไม่ยากเกินไปเลย


"คุณต้องการให้ผมติดต่อหญิงสาวคนนี้และถามว่าเธอมาถึงโลกนี้ได้อย่างไรงั้นหรอ?" ลี่เฟยค่อยๆส่ายหน้า "ด้วยความเคารพนะครับ หน่วยมังกรแดงจับกุมผู้มาคนมากมาย คุณไม่ขาดคนคอยถามคำถามหรอก"


ผู้บัญชาการลู่พยักหน้า ชายชราคนนี้มีอำนาจและมีอิทธิพลต่อตัวเขา เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ แต่ก็มีวิธีที่จะทำให้มันเป็นเหมือนคำสั่งได้


"พ่อหนุ่ม คุณคิดผิดแล้ว โลกของเราคือหนังสือ สิ่งที่อยู่นอกเหนือโลกนี้ไม่สามารถบังคับให้มันออกไปได้ เหยาจิ่นล้มเหลว ผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดโรงแรมเพิร์ลต่างก็สารภาพผิดแต่พวกเขาไม่อยากจะบอกว่ามันไม่มีอะไรได้ผลเลย”


"ดูเหมือนว่าหน่วยมังกรแดงจะล้มเหลวเนื่องจากไม่มีใครร่วมมือกับพวกคุณสินะ"


"มีบางคนให้ความร่วมมือ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่เพียงพอเพราะเราต้องการกลุ่มตัวอย่างเพิ่มสำหรับการวิเคราะห์....."


เจี้ยนหัวและลี่เฟยเข้าใจความหมายของผู้บัญชาการลู่


เงื่อนไขสำหรับผู้อพยพเข้ามาในหนังสือคืออะไร?


พวกเขาจะกลายเป็นคนแบบไหน ผู้อพยพเข้ามาในหนังสือสามารถเลือกได้หรือเปล่า?


ถ้าหลานสาวของหัวหน้าถูกแทนที่ด้วยผู้อพยพจริง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าช่วงเวลาที่ผู้อพยพกำลังถ่ายโอนสมองเกิดอาการกระตุก หรือพวกเขาจะกลายเป็นประธานาธิบดี มันเป็นไปได้จริงหรือ?


* * * * *

Talk Talk

ตลกความเจี้ยนหัวจับผิดลี่เฟย อะไรคือการหลับยากแล้วกลายเป็นตัวปลอม มันจะดูง่ายไปมั๊ย?

เนื้อเรื่องช่วงนี้ก็จะเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว มาลุ้นกันว่าอนาคตจะเป็นยังไง...

// ขอบคุณคนอ่านและคนเม้นทุกคนนะคะ เลิฟ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 406 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1603 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 18:31
    ตั้งค่าแจ้งเตือนเห็ดได้ด้วย55555
    #1603
    0
  2. #1014 *Pumpkin_jack* (@Pumpkin_jack) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 10:57
    บอสลับราชาเห็ดน้อยยยย นี่ลี่เฟยมีเครื่องติดตามตัวโดยเฉพาะสินะ ชอบความคิดเจี้ยนหัวจัง ในสายตาเจี้ยนหัว ลี่เฟยคือหลับง่ายตื่นเมื่อจะกินงี้ เลี้ยงง่ายเนอะ 555555
    #1014
    0
  3. #1012 KikuScrn (@KikuScrn) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:22
    อืม มีเห็ดเป็นเรดาร์ ตามสามีได้ทุกที่ เริ่ดค่ะลูกกก
    #1012
    0
  4. #1011 relis (@relis) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 20:57
    แถมมีเรด้าติดตามตัว(เห็ด)ไปทุกที่
    #1011
    2
    • #1011-1 จ้าววายร้าย (@mink2538) (จากตอนที่ 52)
      18 สิงหาคม 2561 / 21:08
      เจี้ยนหัวรู้ เจี้ยนหัวเห็น เขามีเรด้าส่วนตัว 55555
      ขอบคุณตัวเองน้า เม้นรัวทุกตอนเลย &#10084;&#65039;
      #1011-1
  5. #1007 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 13:20
    คือเจี้ยนหัวหน้านิ่งแต่คิดอะไรตลกๆแบบนี้จะดีเหรอออออ 55555+
    #1007
    0
  6. #995 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 08:38
    มีความหวงเล็กๆ
    #995
    0
  7. #989 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 02:29
    มีความซึนแอบหวงกันเองแบบไม่รู้ตัว
    แต่แอบน่ากลัวนะ พวกคนวงใน ทั่เข้ามาสิงร่างคนในหนังสือทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ตาย เรื่องข้ามโลกอื่นๆส่วนใหญ่มันเน้นตายแล้วมาสิงตอนจะตายเอา ไม่ใช่อยู่ๆก็โดนสลับวิญญาณ
    #989
    0
  8. #983 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 22:03
    ผู้หญิงคนนี้ยังมีบทบาทต่อไปแน่ๆ แต่แอบขำที่ตามเส้นใยมาก็เจอ แค่นี้ก็ตามติดได้แล้ว55555
    #983
    0
  9. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 21:30

    ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ยน่างสารหญิงสาวคนนั้นแย่เหมือนกันนะ เหมือนหนังสยองขวัญเรื่องนึงที่มีเด็กแฝดสองคนกับแม่ พอแม่ออกจากบ้านแล้วกลับมาอีกทีก็รู้สึกเหมือนกลายเป็นคนละคน

    #980
    0
  10. #978 มินมิน (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 20:22

    นี่หวง(อนาคตสามี)ขนาดใช้ระบบเห็ดติดตามตัวเลยเหรออาเจี้ยน ขำอะ นายควรดีใจได้นะลี่เฟย เจี้ยนหัวเขาหวงแบบไม่แสดงออก

    อยากให้พวกลี่เฟยอาเจี้ยน ร่วมมือกับหน่วยมังกรแดงเหมือนกันนะ ถ้าร่วมมือกับคนของรัฐบาล ก็อาจไม่กลายไปเป็นผู้ร้ายแต่เป็นฝั่งคนดีก็ได้ แล้วยกบทผู้ร้ายให้พวกเข้ามาในโลกหนังสือแทน

    #978
    0
  11. #977 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:06
    เจี้ยนหัวมีเหน็บแนมอะ
    #977
    0
  12. #976 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:00
    ขอบคุณมากค่ะ
    #976
    0
  13. #974 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 17:55

    คนพวหนี้กำลังพยายามใช้ หรือควบคุม พวกรองบอสอย่างหลี่เฟย หรือบอสแย่างเจี้ยนหัวสินะ คงคิดว่าถึงในหนังสือพวกเขาจะน่ากลัวมาก แต่ตอนนี้พวกเขายังไม่รู้เรื่องอะไรมากเท่าหน่วยมังกรแดงของตัวเอง เลยพยายามจะเข้าไปควบคุมสินะ ไม่ชอบเลยเว้ย พวกบอสจะเป็นรองมากไปล่ะ หงุดหงิดจัง น้องเห็ด แดกพวกมังกรแดงไรเนี่ยให้หมดเลยลูก!!!

    #974
    0
  14. #973 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 17:50
    ให้เห็ดน้อยคอยเฝ้าลี่เฟยตลอดเลยนะ อาเจี้ยน

    ลี่เฟยตัวจริงต้องหลับง่าย และตื่นเพราะกลิ่นอาหารใช่ไหม.. 555
    #973
    0
  15. #971 เจ้าลูกหมู (@katay123) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 17:38
    มีเห็ดติดตามรวมทั้งบริการแจ้งเตือนด้วย ลี่เฟยนายมีหวังแล้วนะ(?)&#8203; 555
    #971
    0
  16. #970 DeediPanda (@panda1827) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:51
    เจี้ยนหัวเขามีเห็ดติดตาม พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ!!
    #970
    0
  17. #969 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:51
    ผู้หญิงคนนี้อยู่มา2บทแล้วนะ
    #969
    0
  18. #968 rabbitvee (@rabbitvee) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 15:50
    อะไรคือการที่เจี้ยนหัวบอกว่า ถ้าเอาอาหารมาวางไว้ แล้วลี่เฟยตื่น อาจเป็นลี่เฟยตัวจริง 55555
    #968
    0