I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 51 : อาหารค่ำ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 390 ครั้ง
    15 ส.ค. 61

ตอนที่ 50 อาหารค่ำ...


ผู้ช่วยหลินก้าวถอยหลัง หยาดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผาก เขามองไปที่การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่ สายตาที่ค่อยๆเปลี่ยนไปของเจี้ยนหัวและลี่เฟยที่กำลังยิ้มด้วยสายตาเย็นชา ทันใดนั้นผู้ช่วยหลินก็ตระหนักได้ว่าเขากำลังเดือดร้อนแล้ว!


เขาพยายามสงบเสียงกรีดร้องในจิตใจลงและก้าวถอยหลังไปอีกก้าวจนหลังของเขาไปติดกับผนังก่อนจะยกมือขึ้นและพูดอย่างระมัดระวังว่า “ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ ลี่เฟย โจว พวกนายคงไม่โกรธฉันจริงๆใช่มั๊ย?


“อากาศที่ลดลงอย่างฉับพลันอาจจะทำให้คุณมีไข้ได้ กลับไปที่ห้องและพักผ่อนก่อนดีกว่า” ลี่เฟยเสนอด้วยน้ำเสียงปกติแถมยังเดินไปกดปุ่มลิฟท์ให้ผู้ช่วยของเขาด้วยตัวเอง “รถที่ทีมงานจัดไว้ให้คุณจอดไว้ที่เดิมใช่มั๊ย?


ผู้ช่วยหลินหยิบกุญแจรถขึ้นมา


ลี่เฟยรับกุญแจรถมาเพราะเขากำลังจะไปทานอาหารค่ำ เขาไม่สามารถฆ่าผู้ช่วยของตัวเองได้ดังนั้นเสน่ห์ของรอยยิ้มของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ผู้ช่วยหลินสั่นไปทั้งตัวก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง


เขากุมศีรษะไว้ด้วยความหงุดหงิดและเมื่อเดินออกจากลิฟต์ก็พบกับผู้ช่วยของเหรินเฉิง


"เสี่ยวหลิน คุณกำลังจะไปไหน ผู้กำกับลู่เชิญพวกเราทุกคนนะ"


"อ้อ คุณรีบไปเถอะ!" ท่าทางของผู้ช่วยหลินดูหมดอาลัยตากหยากมาก


"แล้วคุณล่ะ?" ใบหน้าของอีกฝ่ายดูสับสบ เขากล่าวว่าให้รีบไป แต่ทำไมดูเหมือนว่าผู้ช่วยหลินกำลังเดินกลับไปที่ห้องของเขาเองล่ะ?


ผู้ช่วยหลินรู้สึกอ่อนล้าและไม่ค่อยไม่สบายใจนัก เขาพูดออกมาเบาๆว่า "ผมมีไข้นิดหน่อยและก็ปวดหัวด้วยคงไม่สามารถไปทานมื้อค่ำวันนี้ด้วยได้"


“งั้นคุณก็รีบกลับไปกินยาและพักผ่อนเถอะ”


ผู้ช่วยของเหรินเฉิงรีบเดินลงบันไดไป หลังจากเดินไปครึ่งทางเขาก็นึกขึ้นได้ว่าลี่เฟยยังอยู่ที่โรงแรมนี่ นอกจากรถบัสแล้วก็มีรถยนต์ให้เลือกแค่ 5 คันเท่านั้น นอกจากรถของผู้กำกับแล้วก็มีรถของนักแสดงนำชายคนที่สองและรถของนักแสดงนำหญิงที่พวกเขาใช้อยู่ทุกวัน มีหลายคนกำลังจะไปทานอาหารค่ำวันนี้ดังนั้นรถที่จัดไว้สำหรับพวกเขาทุกคันจะถูกนำมาใช้


ถ้าลี่เฟยไม่ได้ไปกับผู้ช่วยแล้วใครจะขับรถให้เขา?


เขาลงไปที่ชั้นล่างและบอกเหรินเฉิงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหรินเฉิงจึงพูดออกมาว่า “งั้นชวนลี่เฟยไปกับเราก็ได้ เดี๋ยวผมจะหาทางบอกผู้กำกับลู่เองว่าพวกเราจะไปรถคันเดียวกัน”


มีกลุ่มคนในวงการรวมตัวกันอยู่รอบๆนี้และระดับความสนิทของพวกเขาก็เป็นไปตามความสนใจที่แตกต่างกัน การไปรับประทานอาหารค่ำในวันนี้ก็เหมือนกันเพราะไม่มีใครอยากเดินทางไปกับคนที่เขาไม่ชอบหรอก แน่นอนเลยว่าพวกเขาจะต้องพยายามเลือกคนที่ชอบในการเดินทางไปด้วยกัน


ผลลัพธ์มีการวางแผนไว้อย่างดี แต่สิ่งอำนวยความสะดวกกลับมีจำกัด


กลุ่มคนที่แต่งตัวหรูหราเห็นลี่เฟยตรงไปยังที่จอดรถของโรงแรมและพวกเขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะกล่าวทักทายเมื่อพบว่าสตั๊นท์แมนคนนั้นหยิบกุญแจรถขึ้นมาและเข้าไปนั่งตรงที่นั่งคนขับ พวกเขาเหล่านั้นจึงแสดงท่าทางแปลกๆออกมานิดหน่อย


สุดท้ายรถคันของลี่เฟยก็กลายเป็นเสี่ยวเทียนหวังกับผู้จัดการของเขาที่นั่งไปด้วยกัน


ลี่เฟยดีที่สุด!เมื่อเสี่ยวเทียนหวังเห็นว่าเขาไม่ต้องไปคอยติดตามนักแสดงนำชายคนที่สามและไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกับนักแสดงนำหญิงดังนั้นเขาจึงผ่อนคลายขึ้นมาทันที ส่วนเรื่องของลี่เฟยและสตั๊นท์แมนนั้น เขาตัดสินใจที่จะนั่งเงียบๆไม่พูดอะไรออกมาจะดีกว่า


ผู้จัดการของเขามองไปที่เจี้ยนหัวเงียบๆ


มีเสียงนินทามากมายในหมู่ทีมงานของกองถ่ายเรื่องเจี้ยนหัว ปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง แต่ในครั้งนี้เมื่อเขามีโอกาสติดตามมาพร้อมนักแสดงของเขาและได้เจอลี่เฟยอยู่กับเจี้ยนหัว มันก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา!


สำหรับลี่เฟยที่นั่งอยู่เบาะหลัง จริงๆแล้วเขาต้องการเปลี่ยนที่นั่งกับผู้จัดการของเสี่ยวเทียนหวัง


แต่วันนี้เขาได้พาเจี้ยนหัวมาด้วย ซึ่งก็ทำให้ตัวเองรู้สึกพอใจมากแล้ว.....


รถของผู้กำกับลู่ขับนำหน้าและรถของลี่เฟยขับตาม บรรยากาศภายในรถค่อนข้างอึดอัด เสี่ยวเทียนหวังรู้สึกงงมาก เขาและลี่เฟยอยู่ในกลุ่มนักแสดง ปกติแล้วนักแสดงมักจะทำได้ดีมากในการสนทนากัน ตราบเท่าที่หัวข้อการสนทนาไม่ล้ำเส้นอีกฝ่ายพวกเขาก็สามารถพูดคุยกันได้เรื่อยๆ  แต่ทำไมท่าทีของอีกฝ่ายถึงดูไม่ค่อยสนใจเขาเท่าไหร่เลย ลี่เฟยไม่พูดอะไรออกมาซักคำหรือว่าเขาจะอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ?


อารมณ์ของลี่เฟยในโหมดเงียบผิดปกตินี้ เจี้ยนหัวสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เขาเพียงเหลือบมองไปที่กระจกมองหลังและขับรถต่อไป


ลี่เฟยขยับนิ้วลูบไปบนหน้าผากตัวเองเบาๆ หลังจากหาเหตุผลที่จะส่งผู้ช่วยหลินกลับห้องไปก็ไม่มีการพูดคุยกันระหว่างพวกเขาอีก ลี่เฟยไม่ได้อธิบายอะไรและเจี้ยนหัวก็ไม่ได้ถาม


เมื่อเห็นเจี้ยนหัวที่แสนใจเย็นยังคงจับพวงมาลัยรถด้วยท่าทางที่ไม่แยแสอะไร ลี่เฟยก็รู้สึกหดหู่


ผู้ช่วยหลินดันมาเปิดเผยการ์ดของเขาก่อนเวลาเสียนี่!


ความประทับใจต่ออีกฝ่ายมาหยุดอยู่ที่จุดสูงสุดแล้ว แต่มิเตอร์ความรักของเขายังไม่เต็มหลอด ลี่เฟยยังคงติดอยู่ที่ขั้นตอนนี้ เขายังไม่แน่ใจนักว่าเขาอยากจะเดินเคียงข้างไปตามถนนเส้นนี้กับเจี้ยนหัวไหม มันเป็นสิ่งที่เขาสามารถอธิบายได้แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าเขาคงไม่อาจให้คำมั่นสัญญา ตอนนี้เขายังไม่สามารถสารภาพกับอีกฝ่ายได้เพราะเขารู้ดีว่าเขายังไม่ดีพอสำหรับเจี้ยนหัว!


.....ฉันสบายใจทุกครั้งเวลาที่ได้อยู่กับนาย ดังนั้นลองมาคบกันมั๊ย?


คำพูดนี้จะพูดเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีปัญหา แต่มันติดตรงที่ความเข้าใจของเขาที่มีต่อเจี้ยนหัวแถมยังมีตำแหน่งของเขาในหัวใจของเจี้ยนหัวอีก.....ทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขากลายเป็นข้อเสีย คำพูดที่ชัดเจนของเขาก็มีค่าติดลบ เสน่ห์และอารมณ์ที่ดีเกินไปก็ทำให้คะแนนในใจอีกฝ่ายลดลง แม้แต่สถานะซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของเขาก็กำลังลากเขาให้ตกต่ำ!


ตอนนี้ จักรพรรดิแห่งวงการภาพยนตร์ชื่อดังกลับดูเหมือนกับชายหนุ่มวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป


สำหรับนักแสดงที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนเองอยู่ทุกวัน เขาจะทำให้อักฝ่ายเชื่อในความจริงใจของเขาได้อย่างไรกัน?


"ความจริงใจ" หมดอายุลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในวงการบันเทิง หนึ่งปีอาจจะถือว่านานไป ปกติก็ประมาณ 3 เดือนเท่านั้น ลี่เฟยต้องการให้มันคงอยู่ตลอดไปแต่พอมานั่งทบทวนตัวเองแล้วเขายังไม่ได้เริ่มลงมือทำอะไรเลยซักอย่าง! เขาจะกล้าพูดคำคำนั้นออกไปได้ยังไง?


เสี่ยวเทียนหวังที่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากพูดประโยคสุภาพสองสามคำเขาก็ส่งสายตาไปหาผู้จัดการเพื่อขอความช่วยเหลือ


ผู้จัดการของเขาจึงพยายามทำอย่างดีที่สุดเพื่อหาหัวข้อในการพูดคุย "ผู้ช่วยผู้กำกับหรูได้กล่าวบนรถบัสว่างานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งนี้จัดโดยสำนักงานใหญ่ของสำนักงานกระจายเสียง ทั้งหมดต่างก็เป็นคนใหญ่คนโตทั้งนั้นแต่พวกเขาก็ยินดีที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำวันนี้ นักลงทุนให้ความเมตตากับพวกเรามากจริงๆ!


เจี้ยนหัวตั้งใจฟังเสียงพูด หน้าต่างกระจกสะท้อนใบหน้าของเขา เขาไม่ใช่คนอ่อนโยน ไม่ได้มีบรรยากาศที่น่าเข้าหา ไม่มีแม้แต่พรสวรรค์ ทำไมลี่เฟยถึงชอบเขานะ?


การรับประทานอาหารค่ำโดยล้อมรอบไปด้วยคนใหญ่คนโตเป็นอีกโลกหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก ขณะที่ฟังอีกฝ่ายบอกเล่าสิ่งที่ได้ยินมาเจี้ยนหัวไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำ เพราะชื่อเหล่านั้นที่ผู้จัดการของเสี่ยวเทียนหวังกล่าวออกมาเขาพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก


.....จุดร่วมระหว่างเขาและลี่เฟยคือโลกที่ถูกทอดทิ้งแค่นั้นใช่มั๊ย?


เจี้ยนหัวหันกลับไปและกดเปิดวิทยุ เสียงที่อยู่ๆก็ดังขึ้นมาจากวิทยุทำให้คนอื่นในรถตกใจ


"อุณหภูมิเย็นประมาณ 10 องศาหรือมากกว่านั้นพร้อมด้วยลมกระโชกแรงระดับหก อดคิดไม่ได้เลยนะครับว่าอาจจะมีหิมะตกในสัปดาห์นี้ก็ได้....."


อีกสามคนในรถที่ถูกบังคับให้ฟังการพยากรณ์อากาศรู้สึกเหมือนโดนบังคับให้เปลี่ยนหัวข้อการพูดคุย


ช่วงค่ำของภาคเหนือตอนนี้ค่อนข้างมีการจราจรที่ติดขัด พวกเขาใช้เวลากว่าสองชั่วโมงบนท้องถนนและในที่สุดก็มาถึงห้องอาหารอันหรูหราของร้านอาหารที่ถนนสายหก


ภายในตกแต่งสไตล์จีนแบบคลาสสิก พนักงานเสิร์ฟแต่งตัวในชุดผ้าไหมแบบจีนพร้อมกับเดินมาเสิร์ฟน้ำและอาหารเรียกน้ำย่อยที่โต๊ะ


ผู้กำกับลู่ที่มาถึงช้ากล่าวขออภัยแก่ชายที่กำลังเดินออกจากห้อง


ภายในห้องนี้มีลักษณะเป็นห้องโถง ผนังมีลวดลายที่งดงาม ด้านบนมีโคมไฟแก้วที่ผ่านการเจียระไนแขวนไว้หลายจุด ตรงกลางห้องโถงถูกแบ่งออกเป็นสองโต๊ะ หนุ่มๆสาวๆไปรวมตัวกันที่โต๊ะตัวหนึ่งส่วนอีกตัวเต็มไปด้วยกลุ่มคนอายุมากที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะพวกเขาเป็นแขกของวันนี้


ลี่เฟยรู้สึกถึงการเผาไหม้ภายในตัวของเขา สัตว์ร้ายอสูรไฟในหัวใจของเขา มันปิดเปลือกตาลงแล้วเดินกลับไปนอนต่อ


หลังจากเจอหน้ากันพวกเขาเพียงทักทายกันไม่กี่คำก็กลับไปนั่งที่ ลี่เฟยเดินไปที่โต๊ะหลักขณะที่เสี่ยวเทียนหวังพร้อมด้วยชายหนุ่มคนหนึ่งเดินไปอีกทาง


พนักงานทยอยเข้ามาเสิร์ฟอาหารและหลังจากฟังเสียงแนะนำตัว ลี่เฟยก็รับรู้ว่าหนุ่มๆสาวๆรอบๆนี้ต่างเป็นลูกหลานของผู้มีชื่อเสียงในวงการ พวกเขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่าเหตุผลที่พวกเขามาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อมาตามล่าคนดัง


.....มีผู้ถือครองความสามารถอยู่ในกลุ่มคนหนุ่มสาวนี้แถมดูเหมือนพลังจะตื่นขึ้นมาแล้วด้วย


ลี่เฟยได้แต่เงียบ ขณะที่จ้องมองมาที่เขา สาวน้อยสองคนไม่ได้ควบคุมความตื่นเต้นที่อยู่ในสายตาของพวกเธอเลยและยังมีการโบกมือให้ลี่เฟยเหมือนแฟนๆปกติของเขาด้วย


"คนวงใน" มีอยู่ทุกที่เลยจริงๆ


ลี่เฟยมองลงไปด้านล่าง เขาเห็นเส้นใยสีขาวบางๆที่ขยับช้าๆตรงมาที่เท้าของเขา


รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาเริ่มปรากฏชัดมากขึ้น หญิงสาวคนหนึ่งคิดว่าลี่เฟยพบตัวตนของเธอเข้า ดวงตาของเธอจึงเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้น เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะเดินออกไปขอลายเซ็นเขา


เส้นใยกระเด้งไปมาอย่างกระตือรือร้น สำหรับคนธรรมดาทั่วไปเห็ดพวกนี้จะไม่สนใจ แต่กับผู้ถือครองความสามารถนั้นต่างกัน!


นี่คือนิสัยลึกๆของเจ้าของของพวกมัน ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้พาเขาออกไปทั้งนั้น!


“อ๊าย!


อยู่ๆเด็กสาวก็ถูกดึงโดยมือที่มองไม่เห็น เธอมองกลับไปก็พบว่าเสื้อผ้าของเธอเกี่ยวเขากับหัวเข็มขัดโลหะของเสี่ยวเทียนหวัง เสี่ยวเทียนหวังตกใจจึงรีบเอื้อมมือออกไปแก้สถานการณ์ตรงหน้าและสัมผัสเข้ากับเส้นใยนิ่มๆที่คิดว่าเป็นชุดของเด็กสาว


"เอาล่ะทุกคน นั่งลงก่อน! ถ้าพวกเธอต้องการลายเซ็นหรืออะไรก็ตามให้รอจนกระทั่งมื้ออาหารค่ำนี้จบลงก่อนนะ"


ผู้พูดเป็นรองหัวหน้าสำนักงานกระจายเสียง เขามีผมสีเทาและพละกำลังที่ดูอ่อนแรง  เขาดูไม่ได้สนใจใครนักหลังจากดื่มไวน์ขาวไปแก้วหนึ่ง เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเป็นคนไม่น่าเข้าใกล้อยู่ดี


ลี่เฟยรู้สึกประหลาดใจ ตามข่าวลือในวงการรองประธานคนนี้ไม่ค่อยชอบเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเท่าไหร่นัก เขาเป็นคนที่เข้าหาค่อนข้างยากและมีชื่อเสียงในเรื่องของฝีปาก เมื่อปีที่แล้วมีศิลปินคนหนึ่งที่ได้รับความกดดันมากเกินไปจึงเกิดนึกพิเรนทร์เข้าไปตัดสายถังขยะในโรงงานเก็บขยะซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิด มีคนเดินผ่านไปผ่านมาสะดุดขาของเขาเข้าเพราะความตกใจและกระบวนการทั้งหมดนี้ถูกถ่ายโดยคนที่อยู่บนตึกๆหนึ่ง


กลุ่มบริษัท World World รีบทำการโยนเงินค่าปิดปากให้กับสื่อและโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตแบบเต็มที่ ขณะที่แฟนๆผู้จงรักภักดีกำลังถูกบิดเบือนความจริง ด้วยปลายปากกาของรองประธานคนนี้ เขาทำการสั่งห้ามผลงานของศิลปินคนนี้ออกฉายทั้งหมด กลุ่มบริษัท Light World ถึงกับตกตะลึงและครึ่งเดือนหลังจากนั้น ศิลปินคนนั้นก็ถูกฟ้องร้องโดยพนักงานอัยการในข้อหาก่อความเสียหายต่อความปลอดภัยของประชาชน


เมื่อเรื่องนี้แดงออกมา ทำให้ไม่มีใครในวงการบันเทิงที่ไม่รู้จักรองประธานคนนี้!


หนึ่งในหัวข้อของคดีนี้คือ "ผู้มีอิทธิพลแย่ๆในรูปของบุคคลสาธารณะ" ในความเป็นจริงแล้วกลุ่มบริษัท Light World รีบยัดเงินเพื่อลบวิดีโอนั้นรวมไปถึงหัวข้ออื่นๆที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยผู้ก่อเหตุเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงแต่ตัวตนของเขาไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนจึงมีเพียงตำรวจเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นการที่รองประธานสำนักงานกระจายเสียงคนนี้กลับรู้ได้ว่าศิลปินคนนั้นเป็นใครจึงถือว่าเขาเป็นอัจฉริยะ


มีหลายคนในวงการบันเทิงคิดว่า Star Entertainment Media ติดสินบนให้กับรองประธานคนนี้เพื่อขุดหลุมฝังกลุ่มบริษัท Light World


แต่จริงๆแล้ว คนๆนี้เป็นคนที่ลี่เฟยเพิ่งได้พบและได้พูดคุยเป็นครั้งแรก แม้แต่ผู้กำกับลู่เองก็ยังประหลาดใจ


"ฉันมีเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่มีลูกสาว เธอได้ยินมาว่าคุณกำลังถ่ายทำอยู่ที่ภาคเหนือพอดีจึงร่ำร้องอยากมาเจอไอดอลของเธอซักครั้ง สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในแผน มันเกิดขึ้นตอนที่พวกเรานัดมาเจอกันที่นี่”


"ผู้กำกับลู่เป็นคนสุภาพจริงๆ" ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ได้ดื่มไวน์เข้าไปอย่างรวดเร็ว


เริ่มมีเสียงหัวเราะดังขึ้นในห้องจัดเลี้ยงและทุกคนก็เริ่มเข้าสู่บรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ลี่เฟยนิ่งฟังสักครู่และพบว่าลูกสาวของรองหัวหน้ากำลังพูดถึงเด็กสาวคนนั้น


แม้เขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ การพบปะในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เต็มไปด้วยเสียงดังครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ "นัดเจอกันระหว่างผู้ถือครองความสามารถ" งั้นหรอ?


เมื่อมื้ออาหารค่ำนี้จบลงเธอคาดว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างที่เธอหวังไว้หรือไง? ลี่เฟยอยากจะหัวเราะและคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นช่างมีความมั่นใจมากเสียเหลือเกินอย่างกับนกยูงที่แสนเย่อหยิ่ง... ดวงตาคู่สวยพร่างพราวไม่ต้องพูดถึงความหมายที่อยู่เบื้องหลังของมันเลย


เขาไม่ใช่ศิลปินตัวเล็กๆที่ต้องทำงานหนัก วิ่งหาผู้สนับสนุนและต้องแข่งขันเพื่อหาแหล่งข้อมูล เธออาจจะเป็นลูกสาวของเพื่อนเก่าของรองประธานสำนักงานกระจายเสียงคนนี้ก็จริง แต่ความสัมพันธ์นี้มันก็ค่อนข้างคดเคี้ยวผิเปกตินะ!


หลังจากดื่มไปสามแก้ว รองหัวหน้ายิ้มให้ลี่เฟยและพูดคุยเกี่ยวกับความสามัคคีและการเจริญเติบโตของสังคม ในตอนท้ายของประโยคของเขาเขากล่าวว่า “.....คุณยังหนุ่มยังแน่น คุณควรใช้ชีวิตเพื่อประเทศชาติของคุณนะ”


ทุกคนที่ได้ยินเข้าใจว่ามันหมายถึงการไปต่างประเทศเพื่อชนะรางวัล แต่มีเพียงลี่เฟยเท่านั้นที่รู้สึกว่าประโยคนี้มันมีความหมายอื่นแอบแฝง


"อ่า ฉันแก่เกินไปแล้ว คุณควรดื่มเหล้าก่อนที่คุณจะตายนะ!" รองหัวหน้ายิ้มและยืนขึ้น ปฏิเสธความช่วยเหลือจากพนักงานเสิร์ฟและเซไปหาลี่เฟย ลี่เฟยรีบเข้าไปช่วยเขาโดยอัตโนมัติเป็นผลให้ชายชรารีบคว้าแขนของเขาไว้และพูดตามมารยาทว่า “เห็นแก่คนแก่อย่างฉัน ปล่อยให้พ่อหนุ่มคนนี้ช่วยพาฉันออกไปข้างนอกเถอะ”


เด็กสาวที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งรีบลุกขึ้นพลางกล่าวว่า “คุณปู่ลู่ เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ”


“ไร้สาระน่า ผู้หญิงจะเข้าห้องน้ำชายได้ยังไงกัน?


เด็กสาวอับอายที่จะยืนต่อแต่ก็ยังไม่นั่งลง ส่วนตัวต้นเหตุทั้งสองคนกลับตอบโต้กันด้วยเสียงหัวเราะที่มีความหมาย


นักแสดงนำชายคนที่สามนึกในใจ ท่าทางแบบนี้ดูเหมือนกับเจ้าหญิงที่ถูกตามใจกำลังโกรธที่ไม่ได้แต่งงานกับลี่เฟยเลยแฮะ แล้วอีกอย่างทำไมรองประธานจะต้องทำท่าทางแบบนั้นเหมือนกำลังหาโอกาสที่จะพูดคุยกับลี่เฟยเลย


ทุกคนต่างก็ดูออกแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา


ทุดท้ายลี่เฟยจึงช่วยพยุงรองหัวหน้าคนนี้ออกจากห้องไป


ชายชราที่กำลังเมาและเดินเซ ดวงตากลับกระจ่างชัดขึ้นเมื่อมองไปที่ลี่เฟย เขาไม่ได้ตรงไปที่ห้องน้ำ แต่หันไปอีกด้านและนำลี่เฟยไปที่ห้องอื่นในชั้นเดียวกัน


ลี่เฟยไม่ได้พูดอะไร แต่รู้สึกว่าสองคนหน้าห้องนั้นดูคุ้นๆนะ!


ที่ร้านอาหารฮุ่ยหยางในเมืองห้วย พวกเขาคือสมาชิกหน่วยมังกรแดงที่มากับจางเหยาจิ่นคราวนั้น.....เขาเห็นอีกฝ่ายแค่ครั้งเดียวก็จริง แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น การได้ยินข่าวร้ายว่าโลกเป็นหนังสือก็ทำให้เขาจดจำคนในตอนนั้นได้โดยอัตโนมัติ


ภายในห้องส่วนตัวว่างเปล่า รองประธานลู่กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ฉันเคยได้ยินผู้พันจางพูดถึงคุณ ลี่เฟย หน่วยสืบราชการลับแห่งชาติมังกรแดงต้องการขอความช่วยเหลือจากคุณแล้ว"


"ผมปฏิเสธที่จะเข้าร่วมหน่วยมังกรแดงไปแล้ว ผมไม่เข้าใจ....." ความคิดของลี่เฟยหมุนวนอย่างรวดเร็ว คิดไปถึงงานเลี้ยงอาหารค่ำ หญิงสาวผู้ถือครองความสามารถและคนวงใน ด้วยเบาะแสพวกนี้ เขาเริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้ เขาขมวดคิ้วและถามว่า "คุณเป็นใคร?"


“ผู้บังคับบัญชาหน่วยมังกรแดงลู่ก้วน จางเหยาจิ่นเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผมเอง”


รองประธานสำนักงานกระจายเสียงของสำนักงานใหญ่เป็นหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับแห่งชาติมังกรแดง แม้แต่ลี่เฟยยังหวาดหวั่นกับข่าวนี้


“แล้วเด็กคนนั้นล่ะ?


"หลานสาวของหัวหน้า นิสัยของเธอเปลี่ยนไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน คุณเข้าใจความหมายของมันมั๊ย?"


“…..” แน่นอนอยู่แล้ว


* * * * *

Talk Talk

ลี่เฟยกับเจี้ยนหัวนี่เหมือนกันอยู่อย่างนึงคือเป็นคนคิดเยอะมาก คิดๆๆๆ แต่ไม่ยอมพูดออกมา แล้วเมื่อไหร่จะได้คบกับล่ะเนี่ย?

ส่วนเด็กสาวคนนั้นจะเข้ามามีบทบาทอะไรต้องรอติดตามกันนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 390 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1788 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 01:04

    ออย่่าเข้ามาสร้างเรื่องแล้วกันนนน

    #1788
    0
  2. #1601 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 18:09
    สงสารคุณผู้ช่วยหลินแล้วค่ะ555555555
    #1601
    0
  3. #1009 relis (@relis) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 16:51
    ลี่เฟยอยากอยู่ไกล้เจียนหัวตลอดเวลาจริงๆเลย ขนาดนั่งในรถยังอยากนั่งข้างอ่ะคิดดู
    #1009
    0
  4. #965 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 23:46
    อ่านรอดเดียวถึงตอนล่าสุดเลย สนุกมาก มาตอนแรกๆก็จะงงในงง ตอนนี้เข้าใจแทบหมดละ มีแปลช่วงแรกๆภาษาอ่านแล้วงง เหมือนเรียงคำแปลกๆ เทียบกับช่วงตอนล่าสุดเห็นชัดเลย
    #965
    1
    • #965-1 (@mink2538) (จากตอนที่ 51)
      17 สิงหาคม 2561 / 00:28
      ขอบคุณมากค่า ^^
      นับถือความอ่านรวดเดียว เรากลับไปอ่านเองบางทียังงงเลย แหะๆ
      เดี๋ยวจะหาเวลารีไรท์นะคะ
      #965-1
  5. #964 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 21:22
    อืมมมมม ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ การเห็นลูกสาวเปลี่ยนไปนี่มันคงน่าปวดใจจริงๆนะ / คุยกันเถิดดดดดท่านๆทั้งหลายยยยยยย
    #964
    0
  6. #954 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 01:37
    รอติดตามค่ะ ลุ้นมากๆๆ
    #954
    0
  7. #953 Valentine AI (@Rain-Valentine) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 23:33
    เอ็นดูคุณผู้ช่วยจังค่ะ โอ๋เอ๋ ไม่เอา ไม่กลัวน้า
    #953
    0
  8. #951 M'PaaX'NR'C (@coffeebaory) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 22:27
    จริงค่ะ คิดเยอะมาก แต่ไม่มีใครพูดเลย กลายเป็นไม่เข้าใจทั้งคู่ ขำคุณผู้ช่วย555
    #951
    0
  9. #950 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:41
    ต่างคนต่างคิดมากทั้งคู่ หวังว่าจะเข้าใจกันไวๆ นะ ผู้หญิงจะมีส่วนยังไงในเรื่องนี้กัน? อาจจะเป็นสาววายไม่ก็... บทที่จะมาเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เป็นกำลังใจให้นะคะะะ
    #950
    0
  10. #949 rinna (@kuruei) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:51
    ถ้าเข้ามาแทรกไม่โดนเห็ดกินก็โดนนกเผา
    #949
    0
  11. #948 Rynge (@ryneyz) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:11
    ขอบคุณมากเลยค่ะ
    #948
    0
  12. #947 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 18:35
    ขอบคุณมากค่ะสนุกมากเลย
    #947
    0
  13. #945 มินมิน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 18:09

    สงสารลี่เฟยเพราะปฏิกิริยาอาเจี้ยนนิ่งมากกกก นึกว่าไม่เก็ทเรื่องที่ผู้ช่วยบอกว่าลี่เฟยชอบซะอีก สรุปว่ารู้เรื่องว่าเขาชอบแต่มานั่งคิดว่าชอบตัวเองได้ยังไงนี่นะ


    น้องเห็ดซนอีกแล้ว ลากเสื้อสาวไปติดกับกระดุมชาวบ้าน มีแผนอะไรหรือเปล่านะ

    #945
    0
  14. #944 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 17:48
    เด็กคนนั้นอาจเป็นสาววาย 55555
    #944
    0
  15. #943 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 17:39
    ลี่เฟย: เสียแผนหมดเลย=*=

    คนอ่าน:ผู้ช่วยหลินนายทำแผนการเลิฟๆของอาลี่รั่วไหล นายจะรับผิดชอบยังไง!

    ผช.หลิน:ผมก็อยู่เฝ้าโรงแรมนี่ไง!!

    อาเจี้ยน:.... รู้สึกแปลกๆแฮะ
    #943
    0
  16. #942 สุกี้ยากี้ (@savada-agito) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 17:10
    ชอบความหวงกันไปมา. แบบสมองคิดแต่สัญชาตญาณนำไปก่อนละ.
    #942
    0
  17. #940 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 16:30
    ปากแข็งกันจริงๆ
    #940
    0
  18. #939 blackteacup07 (@blackteacup07) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 15:58
    รอวันที่เขาจะรักกันนนนน
    #939
    0