I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 46 : ตบตา...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 437 ครั้ง
    6 ส.ค. 61

ตอนที่ 45 ตบตา...


นักแสดงเหรินมองตามสายตาของลี่เฟยลงไป


.....มีอะไรตกอยู่บนพื้นหรอ?


ลี่เฟยสังเกตมุมในการวางเท้าของเขาและต้องยอมรับความจำที่แม่นยำของเจี้ยนหัว แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่เจี้ยนหัวที่ยืนอยู่ไกลๆ ส่วนลึกสุดของหัวใจของเขาก็พลันรู้สึกอบอุ่นและเต้นแรงขึ้นมา


เจี้ยนหัวมีท่าทางเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรเขาเป็นพิเศษ


ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่โลกที่ถูกทอดทิ้ง ตอนที่กำลังยืนอยู่ตรงตำแหน่งนี้พวกเขาได้พูดคุยกันเป็นเวลาหลายนาที


ในขณะที่กำลังยืนคุยกันอยู่ เจี้ยนหัวได้ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวทุกครั้งของลี่เฟยเหมือนเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ ไม่มีอะไรจะโต้แย้งได้เลย


ลี่เฟยรู้สึกเศร้าอยู่ในใจลึกๆและปนเปไปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย มันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่


เขาหลงใหลเจี้ยนหัว แต่ถึงจะไปไกลแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถพูดออกมาได้


ลี่เฟยเลือกที่จะปล่อยความรู้สึกของเขาไปและทำตามความพอใจของตัวเอง แทนที่จะวิ่งไล่ตามคนๆนี้มันไม่ดีกว่าหรอถ้าเขาเลือกที่จะยืนข้างๆคอยเป็นคนรักที่เหมาะสมแทน


แต่ยิ่งเขารู้จักเจี้ยนหัวมากแค่ไหน เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกล่อลวงมากขึ้นเท่านั้น


จุดอ่อนของเจี้ยนหัวนั้นถือเป็นข้อได้เปรียบของเขา รูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายถือว่าผ่านเกณฑ์ แต่กลับมีบุคลิกที่ไม่น่าสนใจและยากที่จะเข้าใกล้ เขาไม่ใช่แม้แต่คนประเภทที่ลี่เฟยชอบเลยด้วยซ้ำ ประเภทของคนๆนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับลี่เฟยโดยสิ้นเชิง


ในฐานะบุคคลสาธารณะ ลี่เฟยมักจะโดนถามคำถามอยู่เสมอว่า "คุณชอบเพศตรงข้ามแบบไหน?" คำถามนี้แปดในสิบส่วนของคำตอบมักจะเป็นคำตอบปลอมเพราะทีมประชาสัมพันธ์ของบริษัทได้ทำการพิจารณาคำถามและกำหนดคำตอบสำหรับศิลปินเอาไว้แล้ว


แม้แต่ลี่เฟยก็ไม่มีข้อยกเว้น เขาจึงมักจะยิ้มและพูดออกมาว่า "ทุกอย่างโอเค"


มันโอเคจริงๆเพราะเขาไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามซะหน่อยดังนั้นมันจึงไม่มีความหมายสำหรับเขา


โดยส่วนตัวแล้วแน่นอนว่าถ้าพิจารณามาตรฐานสำหรับคนรักของเขาแล้วนั้น คนๆนั้นควรจะเป็นคนที่ "พูดเก่ง" "มีความรู้" และ "สนุกไปกับชีวิต" แต่สุดท้ายเมื่อเจอคนที่ “ชอบ” เข้าจริงๆกลับทำให้เขาต้องโยนมาตรฐานทั้งสามข้อนี้ทิ้งลงถังขยะไปซะ


รู้สึกเหมือนโดนตัวเองต่อยเข้าที่หน้าของตัวเองอย่างไรไม่รู้


ลี่เฟยกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับนักแสดงคนอื่นแต่จู่ๆเขารู้สึกว่าพื้นดินมีการสั่นสะเทือนเป็นคลื่น มันรู้สึกได้ชัดเจนคล้ายกับตอนที่รถบรรทุกหนักๆวิ่งไปตามถนน


การสั่นสะเทือนระดับนี้ปกติคงจะไม่ทำให้คนตื่นตระหนก แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ "ผีหลอก" ครั้งนั้นทุกคนที่นี่ก็เหมือนจะกลายเป็นนกน้อยขี้กลัวกันไปหมด


"เกิดอะไรขึ้น?"


มีเสียงตะโกนขึ้นมาและใครบางคนก็ไม่สามารถอยู่เฉยต่อไปได้ "แผ่นดินไหวหรอ?"


สตูดิโอตกอยู่ในความวุ่นวายอีกครั้ง ผู้ช่วยหลินหันมาดึงลี่เฟยและวิ่งออกไปพร้อมกัน ผู้กำกับลู่รีบเข้าไปเก็บกล้องส่วนช่างแต่งหน้ารีบวิ่งไปที่ห้องแต่งตัว แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาทำให้ลี่เฟยต้องปิดตาลงอย่างสังเวชใจ


สถานการณ์นี้เมื่อเทียบกับการสั่นของโลกที่ถูกทอดทิ้งแล้วมันยังไม่แรงถึงขั้นนั้น


เจี้ยนหัวออกมาจากสตูดิโอพร้อมกับกลุ่มคนมากมาย เขาไม่ลืมที่จะเช็คเวลาจากโทรศัพท์ของเขา ตอนนี้เป็นเวลา 12:25 น.


ในตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของเขาได้รับข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้น เจี้ยนหัวคลิกอ่านและตกใจเมื่อพบว่ามันมาจากหลูเยวี่ย(เพื่อนเก่าที่รู้ว่าเจี้ยนหัวเป็นบอส)..... ตอนที่ออกจากเมืองห้วย เจี้ยนหัวได้ทำการบล็อคเบอร์โทรศัพท์ของคนๆนี้ไปแล้ว


หลังจากผ่านไปสองสามวันที่ไม่สามารถติดต่อเจี้ยนหัวได้ ในที่สุดหลูเยวี่ยก็ตระหนักถึงความจริงบางอย่างและได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับเจี้ยนหัวอีกครั้ง


แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะโกรธเจี้ยนหัวและทำได้เพียงส่งข้อความอย่างระมัดระวังด้วยถ้อยคำที่เน้นปกป้องตัวเอง


"......เพราะรู้สึกกังวลฉันจึงไปที่คลินิกและพูดคุยกับหมอ ฉันแค่ชวนเขาพูดคุยเท่านั้นนายอย่าพึ่งเข้าใจผิดฉันแค่อยากรู้ว่าตอนนี้นายเป็นยังไงบ้าง?


ข้อความดูเหมือนจะยังไม่จบ เจี้ยนหัวขบคิดเล็กน้อยขณะเดาว่าเกิดอะไรขึ้น


หลูเยวี่ยไปที่คลินิกอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเจี้ยนหัวจะรู้จักกับตาเฒ่าเฉิงแต่ตาเฒ่าเฉิงก็ไม่ได้มีเบอร์ของเขาและยังไม่รู้ว่าเจี้ยนหัวไปที่ไหนด้วย แน่นอนว่าหลูเยวี่ยไม่เชื่อ เจี้ยนหัวคิดถึงสิ่งที่ตาเฒ่าเฉิงจะพูดเกี่ยวกับตัวเขานั่นจึงทำให้เจี้ยนหัวคลิกไปที่รายชื่อของหลูเยวี่ย


เจี้ยนหัวลบข้อความของเขาออก


ตัวตนของหลูเยวี่ยคือผู้สวมบทในหนังสืออย่างแน่นอน เจี้ยนหัวสามารถพิสูจน์ได้แต่ว่าเขาไม่ต้องการเห็นคนนี้อีกต่อไปแล้ว การแสดงที่ดูเกินจริงนี้มันช่างน่าอึดอัดและพอเจี้ยนหัวรู้แผนของหลูเยวี่ย พฤติกรรมที่ผ่านๆมาของเขาก็กลายเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง


เจี้ยนหัวเงยหน้าขึ้น เขามองเห็นกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าในพื้นที่โล่ง ทุกคนกำลังตกตะลึง


มีหลุมปรากฏขึ้นบนถนนที่อยู่ไกลๆ ดูเหมือนกับว่ามีแผ่นดินถล่ม แต่ว่าหลุมแต่ละหลุมมีขนาดเท่าชามข้าวเท่านั้นโดยมีเศษคอนกรีตและทรายกำลังไหลลงไป


"ตรงนั้น!"


สองกิโลเมตรจากสตูดิโอและฮอทสปริงรีสอร์ทที่อยู่บนภูเขา มีควันพวยพุ่งขึ้นมา ดูเหมือนบ้านแถวนั้นกำลังถูกไฟไหม้ คนที่เคลื่อนไหวเร็วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดวิดีโอตรงจุดเกิดเหตุไว้


เจี้ยนหัวก้าวถอยหลังกลับไปท่ามกลางฝูงชนอย่างไร้ร่องรอย


...



บนถนนลาดยางที่มีรถติดอยู่หลายคัน ตรงด้านข้างของถนนมีกลุ่มคนพากันกระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่ง เสียงของพวกเขาดังผ่านสายลมขึ้นมา…..


"พวกเรากลับมาแล้ว!"


"พวกเราออกมาได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่!"


คุณไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้จากที่ไกลๆก็จริงแต่มันง่ายที่จะคาดเดาตัวตนของพวกเขา นั่นคงจะเป็นกลุ่มของก้วนหลิงและห่าวเว่ยที่ติดอยู่ในป่าเห็ด


ลองนึกภาพผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกและถูกล้อมรอบไปด้วยเห็ดยักษ์ สิ้นหวังและไม่มีทางหนี ได้แต่เดินหลงอยู่ในนั้นเพื่อหาทางออก พวกเขาไม่กล้าที่จะตะโกนและไม่กล้าทำท่าทางใหญ่โตเพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเห็ดจึงได้แต่ขยับร่างกายอย่างระมัดระวังเท่านั้น จากนั้นก็พบว่าตัวเองได้กลับมาที่โลกแห่งความเป็นจริงและพวกเห็ดทั้งหมดก็หายไป...การจะตื่นเต้นดีใจก็ถือเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?


ไม่นานหลังจากนั้น รถตำรวจก็มาถึง


“ทำไมมากันเร็วจัง?” ผู้รอดชีวิตจากโลกที่ถูกทอดทิ้งต่างก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา


จริงๆแล้วตำรวจถูกเรียกมาตั้งแต่ 10 นาทีที่แล้วเนื่องจากทีมงานกองถ่ายเป็นคนโทร


"เรียกสถานี พบชายคนหนึ่งอยู่ในสตูดิโอมีรอยแผลแปลกๆอยู่บนตัวและได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เรามาถึงที่ตั้งของผู้แจ้งเหตุแล้ว ที่นี่มีหลุมแปลกๆปรากฏขึ้นบนถนนด้วย นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนในพื้นที่เขตที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย โปรดส่งการสนับสนุนมา ย้ำ โปรดส่งการสนับสนุนมา ปิดกั้นถนนด้านหน้า-ด้านหลังและปรับเปลี่ยนการสัญจรของรถบนถนนเส้นนี้ด้วย!"


ในตอนนั้นเองที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจอกับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้างถนน มีคราบเลือดอยู่บนร่างกายของพวกเขาที่กำลังมองมาอย่างอึดอัดใจ บางคนยังคงถือมีดครัวอยู่ในมือด้วย


"หยุดอย่าขยับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!"


ห่าวเว่ยทำตามและเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาล่องลอยไปยังที่ตั้งของสตูดิโอที่อยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร


พวกเขาอพยพมายังละแวกนี้ก็เพราะพวกเห็ด ก่อนที่เห็ดจะขยายตัวและเติบโตขึ้นพวกเขาไม่เคยมาบริเวณนี้มาก่อนจึงไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในป่าเห็ดนี้


มีเพียงชายคนนั้นที่ถูกฆ่าโดยหนูเคยบอกว่าในขณะที่เขาถูกไล่ล่าโดยสัตว์ประหลาด อยู่ๆเห็ดก็พุ่งออกมาจาก "หลุมดำ" และเติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แต่บังเอิญว่าชายคนนั้นไม่ได้อยู่ฝ่ายห่าวเว่ยดังนั้นห่าวเว่ยจึงคิดว่าเห็ดคงจะปรากฏออกมาจากโกดังหรือร้านค้าซักร้านและไม่ได้คิดถึงมันอีก


ตอนนี้ดูเหมือนว่า.....


กลุ่มคนตรงนั้นต่างถือโทรศัพท์กันทุกคน เขาไม่เห็นใครใส่ชุดแต่งงานอยู่แถวนี้ซักหน่อยแล้วคนพวกนั้นถ่ายอะไรกัน?


แม้จะมองเห็นไม่ชัดเจนแต่หัวใจของห่าวเว่ยกลับเต้นแรงขึ้น เขาจำได้ว่าเขาได้ดูข่าวที่นักแสดงลี่เฟยกำลังจะเข้าพิธีเปิดกล้องถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "Black Bamboo" ที่ภาคเหนือเมื่อเจ็ดวันก่อน


ถ้าลี่เฟยอยู่ที่นี่ งั้นพวกเห็ดคงไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อหาอาหารอย่างเดียวแน่ๆ!


บอสเจี้ยนหัวตามหาลี่เฟยเจอเร็วขนาดนี้เชียวหรอ?


.....พวกเขาทั้งคู่เป็นผู้อพยพหนังสือหรือว่าเป็นคนที่รู้เรื่องหนังสืออยู่แล้วนะ? บ้าเอ๊ย ผู้เขียนไม่ได้เขียนส่วนนี้ซะด้วย!


ห่าวเว่ยถูกนำตัวมาที่ด้านข้างของถนนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้ารถตำรวจไม่ได้มาเร็วเกินไปเขาคงจะมีโอกาสได้เข้าไปปะปนอยู่กับฝูงชนแล้ว ในหมู่ทีมงาน "Black Bamboo" บางทีเขาอาจจะสามารถหาข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับคนที่อยู่รอบๆตัวลี่เฟยได้


การพูดถึงบอสคนสุดท้ายเจี้ยนหัวนั้น ส่งผลให้เกิดการถกเถียงกันระหว่างแฟนๆตัวยง


มีกี่คนกันที่เคยกล่าวถึงพลังของบอสคนสุดท้ายก่อนที่หนังสือเล่มที่หกจะออก? มีกี่คนที่ตกตะลึงกับตอนจบ? การดึงเห็ดออกมาจากโลกที่ถูกทอดทิ้งคือความสามารถของบอสตนสุดท้าย มันจะเป็นไปได้หรือ?


ส่วนหนึ่งของผู้อ่านรู้สึกเหมือนถูกหลอกและรู้สึกโกรธผู้เขียนที่เขาไม่มีตัวร้ายดังนั้นเขาจึงเขียนเนื้อเรื่องเพิ่มเพียงเพื่อแนะนำว่าเจี้ยนหัวจะกลายเป็นบอสในเล่มสุดท้าย!


เจี้ยนหัวในหนังสือเล่มนี้เป็นแค่คนตกงาน ญาติไม่มี เพื่อนไม่มีแถมยังใช้ชีวิตคนเดียว!


คนตะวันออกที่หล่อเหลา ส่วนที่เหลือเป็นได้แค่ประวัติศาสตร์.....


ประสบการณ์ชีวิตของเขาก่อนที่โลกที่ถูกทอดทิ้งจะปรากฏขึ้นสิบปี เขาตกงานและไม่เคยได้รับงานดีๆ เป็นคนที่มีบุคลิครักสันโดษ ไม่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย เขาไม่ชอบสนทนากับเพื่อนหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน แม้กระทั่งเพื่อนบ้านก็ยังไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร มีเพียงใบเรียกเก็บเงินค่าสาธารณูปโภคเท่านั้นที่พิสูจน์ได้ว่าเขามีตัวตนอยู่จริง


นี่ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรและออกจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ดูโปร่งใสชัดเจนมาก


นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเพิ่มเติมในหนังสือเล่มก่อนๆจากการเขียนรายละเอียดในห้าเล่มก่อนหน้าได้พิสูจน์ให้เห็นว่าบอสคนสุดท้ายคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับลี่เฟย เขาเป็นคนลึกลับมากแถมผู้เขียนยังจงใจเขียนให้เขาหลบอยู่ในหมกควันทำให้คนอ่านได้แต่มองหาคนที่หลบซ่อนอยู่เท่านั้น ผู้อ่านบางคนคิดว่าเขาเป็นคนรักของลี่เฟยด้วยซ้ำ


เป็นคนรักที่ไม่รู้จักธรรมชาติที่แท้จริงของลี่เฟยเอาซะเลย


พล๊อตแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าบอสลี่เฟยล้มเหลวแน่นอนว่ามันต้องเป็นกุญแจสำคัญแน่ๆ!


เป็นผลให้ทุกคนรอจนถึงตอนท้ายของนิยายเรื่องนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ "ผู้หญิงที่น่าสงสาร" อยู่ดี ไม่ใช่ว่าผู้เขียนลืมที่จะเติมบทนี้ลงไปแต่ความจริงแล้วลี่เฟยไม่มีคนรัก ดังนั้นจากรายละเอียดทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่ถึงเจี้ยนหัว! บอสคนสุดท้ายซึ่งเคยติดต่อกับลี่เฟยแต่ผู้เขียนไม่ได้เขียนออกมาโดยตรง


ตอนนี้ห่าวเว่ยเชื่อแนวคิดนี้แล้ว


แต่สายเกินไป ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว!


...


ทีมงานกลับเข้ามาที่สตูดิโอ ผู้กำกับลู่มีอาการปวดหัวกับช่างแต่งหน้าหลายๆคน ขณะที่บางคนมองไปที่อุปกรณ์และเครื่องสำอางค์ต่างๆที่กองอยู่ที่พื้น


"ในห้องแต่งตัว เสื้อผ้าถูกโยนลงพื้นหมดเลยมันต้องเป็นขโมยแน่ๆ!" นักแสดงหญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา


"ทุกคนช่วยเงียบที ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆของตัวเอง มีอะไรหายไปบ้างไหม?"


ผู้ช่วยหลินรีบเข้าไปตรวจสอบ เมื่อลี่เฟยเดินเข้าไปในห้องพัก หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมา ตอนที่โลกที่ถูกทอดทิ้งหายไปเขาลืมนำกล่องอาหารกลางวันออกมาข้างนอกด้วย


โชคดีที่ผู้ช่วยหลินไม่ได้ความจำดีขนาดนั้น หลังจากที่เขาตรวจสอบทุกอย่างเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา


ส่วนช่างแต่งหน้าของลี่เฟยกลับนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นและเริ่มร้องไห้


“ตอนที่ออกจากสตูดิโอไปใครออกเป็นคนสุดท้าย? เธอเห็นคนทำหรือเปล่า?” ผู้ช่วยผู้กำกับหรูถามขณะยกลำโพงขึ้น


ทุกคนมองหน้ากันดูงงงวย


ลี่เฟยเป็นคนแรกที่ออกไปข้างนอกและตามมาด้วยเจี้ยนหัวดังนั้นพวกเขาจึงไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย


เจี้ยนหัวนั้น ก่อนที่จะกลับมาสู่โลกแห่งความจริงเสื้อผ้าของเขาถูกจัดให้เรียบร้อยดีแล้วส่วนผมของเขายังคงยุ่งอยู่เล็กน้อย  ส่วนรอยเลือดบนแขนเสื้อของเขาก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจใดๆเพราะเขาใกล้ชิดกับผู้บาดเจ็บหลายคน


"เอาล่ะๆ ก่อนอื่นเรามาให้ความร่วมมือกับตำรวจเพื่อสอบสวนเรื่องศพแล้วกลับโรงแรมกันเถอะ!" ผู้กำกับลู่กำลังอารมณ์ไม่ดี เขารู้สึกว่ามีทีมงานบางคนกำลังพยายามสร้างปัญหาเพื่อให้การทำถ่ายเป็นไปอย่างลำบากขึ้น


การที่ทีมงานหยุดถ่ายทำหนึ่งวันถือเป็นการสูญเสียเงินไปเปล่าๆเป็นหมื่นดอลลาร์ โชคดีที่มีอะไรผิดปกติกับอุปกรณ์และสตูดิโอ.....


"ใครเตะกล้องตัวนี้?" ทันใดนั้นผู้กำกับลู่ก็พบปัญหา


สิ่งที่เขาจัดการนั้นทำให้มันง่ายต่อการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะชิ้นส่วนอุปกรณ์และภาพต้นฉบับบางส่วน ส่วนกล้องขนาดใหญ่มันติดสายไฟและขาตั้งดังนั้นจึงไม่ง่ายที่เคลื่อนย้ายทันที แต่ตอนนี้มันกลับมีร่องรอยขีดข่วนขึ้นมา ผู้กำกับลู่รู้สึกเศร้าใจ


ทุกคนกลัวที่จะพูดอะไรออกมา ถ้ารู้ว่าใครเป็นคนทำคนๆนั้นคงถูกทุบจนอ่วมแน่นอน


มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในสตูดิโอ พวกเขาต่างพากันส่งเสียงดังขณะเร่งตรวจสอบอุปกรณ์ชิ้นอื่น ส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งต่างๆยังไม่เลวร้ายเท่าไหร่เพราะมันไม่ได้แตกหรือหัก


ลี่เฟยโยนกล่องอาหารกลางวันลงในถังขยะเงียบๆ เขามีหัวใจที่เหนื่อยล้า แต่กลิ่นของเนื้อสัตว์ที่ถูกไฟไหม้ก็ดีกว่ากลิ่นเหม็นของอาหารล่ะนะ


* * * * *

Talk Talk

พี่ลี่เอ๋ย ถ้าพี่จะเพ้อถึงเจี้ยนหัวขนาดนี้แต่ไม่ยอมบอกเขาแล้วเขาจะรู้มั๊ยเนี่ย? เจี้ยนหัวยิ่งซึนๆอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 437 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1783 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:31

    ออย่่าบอกนะว่าการตายขอวลี่เฟยจะทไให้เจั้ยนหัวอยากทำลายโลกทิ้ฃง

    #1783
    0
  2. #1595 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 00:04
    พี่ลี่จีบสิๆๆ555555
    #1595
    0
  3. #1004 relis (@relis) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 11:11
    อยากจะจีบแต่คนถูกจีบรู้ตัวรึยังคะค
    นั่นน
    #1004
    0
  4. #830 มินมิน (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 23:40

    นายเข้าใจเกือบถูกแล้ว 2 บอสเค้าปิ๊งกัน แต่เจี้ยนหัวไม่ใช่หญิงนะยะ

    แล้วเหมือนเข้าใจผิดว่าเจี้ยนหัวมีพลังคือเอาสัตว์ประหลาดโลกโน้นมาที่โลกจริงได้ (เอาเห็ดมา) สินะ แบบนี้เจี้ยนหัวคงต้องประกาศว่า ไม่ได้เอาสัตว์ประหลาดมา(ว้อย) น้องเห็ดเป็นพลังของตัวเองต่างหาก 5555


    แล้วพื้นที่เป็นรูคืออะไร รูที่หนูมุดขึ้นมาอะเหรอ ทำอะไรนิดหน่อยที่โลกโน้นส่งผลกระทบโลกนี้ตลอดเลย

    นี่ยังคิดว่าอีกหน่อยโลกมันอาจปนกันหมดก็ได้ แบบสัตว์ประหลาดเข้ามาในโลกจริง คงมันส์กันน่าดู




    #830
    0
  5. #829 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 21:52
    ขอบคุณค่า
    #829
    0
  6. #828 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 21:21
    ทุกคนเดาถูกตั้งแต่ตอนยังเป็นหนังสือแล้วแหละ บอสๆเขาเป็นคนรักกัน!!! 555+ เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันน๊าาาา มองกันไปมองกันมาอยู่นั่นแหละ อยากเข้าไปจับคู่กันจริงๆ อิอิ
    #828
    0
  7. #824 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:14
    อึนทั้งสองบอสเลยอะ
    #824
    0
  8. #822 MIW001 (@MIW001) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:53
    ทุกคนรู้เรื่องเห็ดสินะ
    #822
    0
  9. #820 DeediPanda (@panda1827) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 15:41
    พี่ลี่~~พี่ควรบอกนะ เจี้ยนหัวยิ่งอึนๆ มึนๆอยู่ด้วย
    #820
    0
  10. #819 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 15:18
    เฮียคือตัวร้าย เฮียต้องลุย
    ลุย ลุย เข้าไป
    #819
    0
  11. #818 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 15:03
    ทำไมซึนกันขนาดนี้ ชอบก็บอกว่าชอบเลยเซ่ ชู้วับชู้วับ
    #818
    0
  12. #817 Dew_wed (@Gumraijubjub) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:48
    เฮียขอเป็นแฟนเลย บอสลับกับบอสร่วมมือกันพระเอกต้องทำอะไรไม่ได้แน่นอน
    #817
    0
  13. #816 Ploy (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:44

    ขอบคุณมากค่ะ

    #816
    0
  14. #815 Mojipeachhx (@Mojipeachhx) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:43
    เฮียจะอยากใช้ชีวิตแบบพระรองแอบรักไม่ได้นะ! ไหนๆก็ได้บทตัวร้ายแล้วอ่ะ ลุยให้เต็มที่สิค้าาา ลูกอิชั้นยิ่งมึนๆอยู่ ไม่บอกก็ไม่ได้เลื่อนขั้นหรอกนะ55555 แอบอยากรู้ฉบับออริ ขนาดไม่เกี่ยวข้องกันมากยังได้กลิ่นวายนิดๆเลยจา ได้ๆกันไปเถอะจะได้ไม่เป็นภาระของแม่ยก
    #815
    0