I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 43 : คลังสินค้า... (ฉลองยอดวิว 30,000+)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 373 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

ตอนที่ 42 คลังสินค้า…


เจี้ยนหัวคิดว่าเสียงนั้นฟังดูคุ้นๆ


คนในคลังสินค้าลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ถืออาวุธง่อยๆของตัวเองไว้และมีท่าทางหวาดกลัว


ประตูไม่น่าจะกันไว้ได้นาน ตอนที่เข้ามาเจี้ยนหัวได้คาดการณ์ไว้แล้ว มีรอยกรงเล็บกระจัดกระจายอยู่มากมายในนี้ดังนั้นเขาจึงเดาว่าอีกไม่นาน...


“ก้วนหลิง ใครๆก็พากันกลัวเธอแต่ฉันไม่สนใจหรอก ไม่คิดบ้างหรอว่าฉันรู้ความจริงหมดแล้วว่าเธอมีความสามารถมากแค่ไหน!?” ชายคนนั้นตะโกนขึ้นมาอีกครั้งและเตะเข้าที่ประตูเหล็ก “ทำเป็นเสแสร้งมาตั้งนาน ฉันก็ทำได้เหมือนกันน่ะแหละ...ถุ๊ย!”


มีเสียงหัวเราะดังมาจากข้างนอก


เจี้ยนหัวสามารถสแกนสิ่งมีชีวิตได้ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าด้านนอกนั่นยังไม่มีผู้ถือครองความสามารถคนไหนที่ตื่นขึ้นแล้วจริงๆ แต่ในมือของพวกเขากำลังถือมีดผ่าแตงโมและอาวุธอื่นๆอยู่ ดังนั้นมันก็ถือว่าไม่ดีเท่าไหร่นัก


เขาเดินเลี่ยงออกมาเงียบๆและเอามือไปทาบกับผนัง ในคลังสินค้ามีแสงสว่างแค่จางๆจึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีเส้นใยสีขาวบางกำลังกระจายไปตามผนังอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเป็นโปร่งใสเนียนไปกับสีของผนัง


หญิงสาวซึ่งเป็นผู้นำเดินไปที่มุมหนึ่งพลางหยิบพลั่วขึ้นมาและจากนั้นก็รีบวิ่งไปที่ทางเข้าคลังสินค้า


“ปึงง!” คนข้างนอกที่เพิ่งเตะประตู ด้วยความที่สมดุลของร่างกายไม่แน่นอนดังนั้นหลังจากเตะเสร็จเขาจึงล้มลงไปที่พื้น


หญิงสาวที่เป็นผู้นำเข้าไปต้อนรับชายคนนั้นด้วยการตีพลั่วเข้าที่ขาของเขา ถ้าไม่ติดที่ความต่างทางของร่างกายแล้วล่ะก็เดาว่าเธอคนจะเลือกจัดการคนอื่นและโยนเขาออกไปกลางฝูงชนแล้ว


อิสระกำลังจะเริ่มขึ้น


ประตูคลังสินค้าขนาดใหญ่ดูเหมือนว่าจะเหมาะสำหรับรถยกมากกว่านั่นหมายความว่าสาวหญิงที่เหมือนพนักงานออฟฟิศคนนี้ไม่มีทางยกประตูค้างไว้ได้นาน


กลุ่มเล็กๆที่มีมากกว่าสิบคนกลุ่มนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ก้าวเดินมาอยู่ข้างหน้าส่วนที่เหลือนั้นบางคนก็มีท่าหวาดกลัวและเลือกที่จะหลบอยู่ด้านหลัง


เมื่อพวกนั้นเข้ามาข้างในได้ก็กวาดสายตามองจนทั่วและก็พบว่าทุกคนในนี้ถือมีดทำครัวไว้ในมือ คนพวกนั้นมีไหวพริบที่ดีมากโดยหลบเลี่ยงคนที่พร้อมจะสู้ทำให้พวกที่เหลืออยู่ก็มีแต่พวกที่ขี้ขลาดที่รีบซ่อนตัวเท่านั้น


พวกเขาวิ่งตรงไปที่ซากของลิงแขนยาวด้วยความรวดเร็ว


เมื่อยกมันขึ้นพวกเขาจึงพบว่าเนื้อส่วนใหญ่ของพวกมันหายไปแล้ว คนพวกนั้นรู้สึกโมโหมากและตะโกนโวยวายเสียงดัง


ตอนแรกเจี้ยนหัวไม่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ แต่คนพวกนั้นที่พอรู้ตัวว่าคงจะไม่ได้อาหารกลับไปก็เริ่มหยิบมีดขึ้นมาฟันคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความตื่นเต้นและกระหายเลือด


โลกที่ถูกทอดทิ้งไม่มีกฎหมาย


มันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและมีแต่สถานที่ที่คุณจะสามารถตายได้ตลอดเวลา


เมื่อความตายกลายเป็นเรื่องปกติ โศกนาฏกรรมจึงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในส่วนลึกสุดของจิตใต้สำนึกของมนุษย์ คุณธรรมค่อยๆหายไปรวมไปถึงสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน ตอนนี้พวกเขาสามารถทำสิ่งต่างๆได้โดยสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยด้วยซ้ำ


มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากทุกหนทุกแห่งในคลังสินค้านี้รวมไปถึงกลิ่นคาวเลือด


หญิงสาวที่เป็นผู้นำเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจึงตะโกนใส่ผู้ร้ายพวกนั้นว่า "พวกแกจะบ้าไปแล้วหรือไง? กลิ่นเลือดจะดึงดูดสัตว์ประหลาดพวกนั้นมานะ!"


“เฮอะ อย่ามาทำเป็นพูดดี พวกเห็ดมันกินสัตว์ประหลาดแถวๆนี้ไปหมดแล้ว!”


“ไอ้โง่เอ๊ย! พวกเห็ดไม่ได้ขึ้นอยู่แถวนี้ซักหน่อย!" หญิงสาวรีบวิ่งออกไปนอกโกดังพลางตะโกนขึ้นมาว่า "รีบหนีเร็วเข้า!"


เจี้ยนหัวขยับไปด้านข้างเพื่อหลบเลี่ยงคมมีด มีชายคนหนึ่งกำลังพยายามฟันมีดใส่เขา


เจี้ยนหัวนิ่วหน้าขณะฟังเสียงกรีดร้อง เขาตีศอกสวนกลับคนที่เข้ามาโจมตีทำให้มีดทำครัวกระเด็นออกไป เขาเตะเข้าที่ข้อพับขาและขยับไปอีกด้านเพื่อหลบคนที่กำลังล้มลงไปในขณะที่มือก็สับเข้าไปที่ต้นคอของอีกฝ่าย


“ปึก”


ความแข็งแรงของเจี้ยนหัวเป็นของจริง ชายคนนั้นไม่ทันได้ส่งเสียงอะไรออกมาก็สลบไปก่อน


ส่วนมีดทำครัวที่กระเด็นออกไปก็ค่อยๆขยับกลับมา เจี้ยนหัวก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาถือไว้


.....นี่ไม่ใช่หนังและก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นเพราะพลังโทรจิตของเขาเอง


แต่ในสายตาของคนที่ยังไม่ได้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ความสามารถของเขามันดูแปลกประหลาดมาก พวกเขาจึงพากันหลีกเลี่ยงเจี้ยนหัวโดยอัตโนมัติ


“แก! ไอสารเลว แกมันขี้ขลาด” ชายคนที่บาดเจ็บคนแรกพยายามที่จะลุกขึ้นยืน แผลตรงแขนดูท่าจะยังไม่หายดี เจี้ยนหัวจำได้ทันที เขาคือชายเคราะห์ร้ายที่ถูกขังอยู่ในคุกเห็ดในสตูดิโอนั่นเอง


เมื่อมองดูการกระทำของเขาตอนนี้เจี้ยนหัวก็คาดเดาถึงคนที่ตายในโลกแห่งความจริงคนนั้นได้เลย


คงจะเป็นตอนที่พวกเขาได้พบกับพวกสัตว์ประหลาด ชายคนนี้คงใช้เพื่อนของเขาเป็นเกราะกำบังเป็นแน่ดังนั้นอีกฝ่ายถึงได้มีรอยแผลทั้งบนศีรษะและหน้าอกในขณะที่ตัวเองมีเพียงอาการบาดเจ็บที่แขนเท่านั้น


ฉับพลันเจี้ยนหัวก็หมุนตัวไปอีกด้านพร้อมกับใช้กำปั้นอัดเข้าที่หน้าของคนที่เข้ามาโจมตีเขาจากทางด้านหลัง


เขาหมุนตัวโยนหนังลิงแขนยาวออกไป ในขณะที่บิดตัวหลบมีดที่แทงมาที่สีข้างของเขาไปด้วย


.....พลังโทรจิตถูกใช้ในเวลานี้


น่าเสียดายตรงที่แม้ว่าในคลังสินค้าแห่งนี้จะมีคนมากมายแค่ไหนก็ไม่มีใครมองเห็นว่านี่เป็นผลมาจากความสามารถของเขาเลยซักคน กลับกันอีกฝ่ายกลับฉีกหนังลิงแขนยาวออกและตะโกนออกมาอย่างฉุนเฉียวว่า “เฮ้ แกอยู่ฝ่ายก้วนหลิงหรอ?”


"ทักษะดีขนาดนี้ แกจะไปที่ไหนก็ได้ แกไม่ควรหลงกลนังผู้หญิงคนนั้นนะ!”


ก้วนหลิงคงจะเป็นผู้นำหญิงคนนั้น


ตอนแรกเจี้ยนหัวคิดว่าเธอเป็นผู้นำของกลุ่มเล็กๆแค่นั้น แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแปลกใจและเริ่มไม่แน่ใจแล้ว ก้วนหลิงดูเหมือนจะรู้จักคนกลุ่มนี้ด้วย หลังจากตะโกนออกมาเกี่ยวกับอันตรายของกลิ่นเลือดที่ดึงดูดสัตว์ประหลาดแล้ว เธอก็รีบวิ่งหนีไปและไม่สนใจชีวิตของคนที่เหลืออยู่ที่นี่เลยซักนิด


ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น ทำไมทุกคนถึงไม่คัดค้านคำสั่งของก้วนหลิงนะ?


“ฮ่าๆๆ แกไม่ควรเชื่อไอ้พวกโง่พวกนั้นนะ คิดจริงๆหรอว่าก้วนหลิงจะเป็นผู้ถือครองความสามารถน่ะ! น่าขำ! สู้ปล่อยให้นังนั่นเดาว่า XXX ของฉันมันใหญ่ขนาด..... ดีกว่า โฮะๆๆ”


ชายที่สบถคำหยาบถูกบางอย่างกระเด็นมากระแทกปากจนพูดต่อไม่ได้


คนที่ยังเหลืออยู่ในโกดังได้โอกาสหยิบอาวุธขึ้นมา


เจี้ยนหัวหยุดชายที่เป็นคนเตะประตูไว้ กันไม่ให้เขาหนีออกไปได้แล้วเอี้ยวตัวหันมาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผู้ถือครองความสามารถ? ดูเหมือนว่าคุณจะรู้มากพอตัวเลยนะ งั้นบอกหน่อยสิว่าที่นี่มันที่ไหน?"

"ที่นี่เป็นฐานชั่วคราวของนังก้วนหลิง.....อ้อ แกหมายถึงข้างนอกนั่น!" ตอนแรกชายคนนั้นดูประหลาดใจแต่อยู่ๆเขาก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนคนบ้า


"พระเจ้า มันเป็นเรื่องตลกชัดๆ นี่คือจุดจบของโลกไงล่ะ! แกเคยได้ยินรึเปล่า? แต่ผู้ชายรวยๆที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมอย่างแกคงจะไม่เข้าใจมันสินะ? เพราะว่ามีพวกคนชั้นต่ำอย่างพวกแกอยู่เยอะเกินไปไงล่ะโลกของเราเลยต้องมีการปฏิวัตร! ทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดของแกจะกลายเป็นแค่ขยะ เข้าใจมั๊ย กลายเป็นแค่ขยะ!”


"...... ดูเหมือนว่าคุณจะชอบโลกตอนนี้นะ" เจี้ยนหัวถอนเท้ากลับ เขาขี้เกียจเกินกว่าที่จะมองไปที่ชายคนนั้นอีกครั้ง


ทันใดนั้นเส้นใยสีขาวบนผนังก็พุ่งขึ้นมา เจี้ยนหัวเงยหน้าขึ้นทันที เขารู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้โกดัง


สัตว์ประหลาดมาถึงแล้ว


เจี้ยนหัวตัดสินใจออกจากโกดังเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างแปลกๆจากใต้ฝ่าเท้า สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมากกำลังขุดขึ้นมา


เส้นใยสีขาวบางตรงเข้าห่อหุ้มเจี้ยนหัวตั้งแต่ฝ่าเท้าขึ้นไปถึงต้นขา สิบวินาทีต่อมาพื้นคอนกรีตที่แข็งแรงของคลังสินค้าก็ถูกกระทุ้งจากข้างใต้


แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าข้างใต้นั้นมันเป็นตัวอะไร แต่พวกมันอาศัยอยู่ในโลกที่ถูกทอดทิ้งดังนั้นความผิดปกติทุกอย่างจึงถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อชีวิตทั้งสิ้น ผู้คนเริ่มกรีดร้อง บางคนที่สู้ไม่ไหวก็รีบวิ่งหนี


ผู้โจมตีจากพื้นดินเปิดเผยร่างที่แท้จริงของมันออกมา มันคือหนูสีเทาขนาดใหญ่


ร่างกายเพรียวบาง มีขาหน้าที่ถูกพัฒนาขึ้นเหมือนกับตัวตุ่นและมีฟันแหลมคมยื่นออกมาจากริมฝีปากของพวกมัน


หลังจากผุดออกมาจากหลุมบนพื้นๆได้พวกมันกลุ่มหนึ่งก็พุ่งไปที่ซากลิงแขนยาวส่วนอีกกลุ่มพุ่งเข้าหาฝูงชน


“ช่วยด้วย อะ...” ชายที่ได้รับบาดเจ็บที่แขนโดนจับได้เป็นคนแรก ด้วยน้ำหนักของหนูขนาดใหญ่หลายสิบตัวทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เขาพยายามต่อสู้เพื่อร้องขอความช่วยเหลือแต่แม้ว่าคนอื่นจะอยากช่วยแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้เนื่องจากหนูพวกนี้ดุร้ายมาก หลังจากกดเหยื่อของมันลงได้แล้วมันก็กัดเข้าที่คอของเขาจนเป็นแผลฉกรรจ์อย่างรวดเร็ว


เพียงชั่วพริบตา ชายคนนี้ก็ไม่สามารถถูกช่วยชีวิตไว้ได้อีกต่อไป


ร่างกายของชายคนนั้นยังคงกระตุกอยู่ในขณะที่หนูตัวหนึ่งกระโดดลงมาจากร่างของเขาแล้วพุ่งไปยังเป้าหมายอื่น.....ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นโชคร้ายหรือเจี้ยนหัวโชคร้ายกันแน่ หนูตัวแรกถูกฟันด้วยมีดที่เจี้ยนหัวขว้างออกไป ตามด้วยเส้นใยโปร่งใสที่พุ่งเข้าไปในร่างกายของมัน เห็ดทุกต้นถูกขยายออกเป็นตาข่ายอย่างรวดเร็วโดยเริ่มจากการที่จับอุ้งเท้าแล้วตามด้วยฟันของพวกมัน


“ปึก ปึก ปึก” หนูมากกว่าสิบตัวต่างกระเด็นลงไปนอนบนพื้นและเพราะว่าเส้นใยเห็ดมันโปร่งใสมากดังนั้นเมื่อมองจากที่ไกลๆจึงคิดว่าพวกมันโจมตีพลาดเลยสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างแทน


เส้นใยที่ติดอยู่บนรอยเท้าของเจี้ยนหัวค่อยๆแผ่ขยายออกไปตามทิศทางต่างๆ


ณ เวลานี้ภายในคลังสินค้าเต็มไปด้วยเสียงของหนูที่กระเด็นตกลงมา


อีกไม่นานเห็ดจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและหนูพวกนี้ก็จะกลายเป็นเหยื่อของพวกมัน


เจี้ยนหัวเดินออกมาจากคลังสินค้า เขาเห็นกลุ่มคนที่ออกมาตอนแรกกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มของลิงแขนยาว มันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีประสาทการดมกลิ่นที่ดีมาก ดังนั้นพวกมันส่วนใหญ่จึงเข้าโจมตีคนที่มีกลิ่นของลิงแขนยาวติดตัวก่อนซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างเป็นคนที่กินเนื้อลิงจากในโกดัง


ก้วนหลิง หญิงสาวอดีตผู้นำรีบหยิบพลั่วขึ้นมาและใช้มันสร้างเป็นเส้นทางเลือดอย่างรวดเร็ว


เจี้ยนหัวแบมือออก จากนั้นเส้นใยสีขาวโปร่งใสหลายชั้นก็ขยายตัวออกอย่างรวดเร็วพุ่งเข้าจับลิงแขนยาวที่อยู่ใกล้ๆไว้ จากนั้นมันก็ถูกเจี้ยนหัวเตะอย่างรุนแรงจนกระเด็นไปชนเสาไฟ


มันหล่นลงไปกองที่พื้น ตัวงอเป็นลูกบอลและไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย


ไม่มีใครรู้ว่ามันตายหรือเปล่า


…..แม้ว่าเขาจะสามารถดูดกลืนสัตว์ประหลาดได้ทุกชนิดแต่พวกลิงก็ย่อมดีกว่าพวกหนูในคลังสินค้าล่ะนะ


เจี้ยนหัวรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาทันที ปลาหมึกป่าฝนเพียงตัวเดียวก็สามารถทำให้เขาอิ่มได้แล้วแต่พวกลิงแขนยาวทั้งหมดนี่กลับทำให้เขารู้สึกว่ามันยังไม่พอ คนที่มีประสบการณ์กับความหิวโหยมาก่อนย่อมรู้ดีที่สุดว่าการกินอาหารให้เต็มอิ่มเท่านั้นถึงจะสามารถช่วยได้ แต่มันก็ไม่สามารถบรรเทาความรู้สึกอึดอัดข้างในได้อยู่ดี ความรู้สึกอยากกินอาหารจะปรากฏชัดขึ้นมากกว่านี้อีก


ผลกระทบทางอารมณ์อาจรุนแรงขึ้น


เส้นใยสีขาวในคลังสินค้าดูไม่รีบร้อนในการตั้งตัว แต่พวกมันกลับพุ่งออกมาด้านนอกจนดูเหมือนน้ำป่าไหลหลาก


เจี้ยนหัวเข้าใจชัดเจนแล้วว่ามีเพียงเส้นใยสีขาวที่พุ่งกลับมาอยู่ในมือของเขาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนเป็นมื้ออาหารให้เขาและเขาก็ไม่ได้กังวลกับพวกคนในโกดังที่รีบวิ่งออกมาเพื่อเตรียมตัวเป็น “ผู้เสียสละ” อีกด้วย


ใช่แล้ว นี่คือการเลือกปฏิบัติต่อพวกหนู.....


เจี้ยนหัวไม่ต้องการกินทั้งลิงและก็หนู เขาจึงอยากรู้ว่าจะมีอย่างอื่นที่พอเป็นอาหารได้ในโลกที่ถูกทอดทิ้งได้อีกมั๊ย


เมื่อตระหนักถึงความอันตรายของสถานการณ์ตอนนี้เขาก็เลิกสนใจอย่างอื่นและเริ่มดูดกลืนลิงแขนยาวซะ


ก้วนหลิงรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย ตอนนี้พวกคนที่หนีออกมาจากคลังสินค้าพึ่งจะมีโอกาสร้องบอกว่า "พวกหนูมันขุดหลุมขึ้นมา! พวกมันขุดจนพื้นดินทั้งหมดของคลังสินค้ากลวงไปหมด เรากลับไปไม่ได้อีกแล้ว!"


กลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มของคนที่มีปัญหาและเอาแต่หลบซ่อนแต่กลับวิ่งได้เร็วกว่ากระต่ายเสียอีกในตอนที่เห็นเพื่อนของตัวเองถูกหนูกัดตาย


“เร็วเข้าเถอะ! หนูพวกนั้นดูเหมือนจะกำลังต่อสู้กับพวกลิงแขนยาวอยู่ เมื่อพวกมันสู้กันเสร็จพวกมันจะต้องตามเรามาทันแน่ๆ" ก้วนหลิงดำเนินการอย่างเด็ดขาดรีบพาทุกคนขึ้นไปบนทางหลวงเพื่อหนี "เราจะไปที่แถวๆชายขอบของป่าเห็ดกัน ที่นั่นเหมาะสำหรับหยุดพักแถมยังไม่มีสัตว์ประหลาดด้วย!"


ทุกคนกำลังลำบากแต่ไม่มีใครบ่นอะไร ชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและแม้แต่คนที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้แต่กัดฟันอดทนไว้


อันตรายจากพวกเห็ดถูกละเลยไปก่อน อย่างน้อยมันก็ไม่โจมตีมนุษย์โดยตรง


ก้วนหลิงมองเจี้ยนหัวอย่างล้ำลึก ท่ามกลางผู้คนที่บาดเจ็บและตื่นตระหนก เจี้ยนหัวกลับแตกต่างออกไป


บางทีเขาอาจเป็นคนที่มีความสามารถก็ได้ ก้วนหลิงไม่ได้คิดต่อเพราะตอนนี้เธอก็มีปัญหามากพอแล้ว


เมื่อมองเห็นป่าเห็ดป่าอยู่ไม่ไกล ผู้คนก็เริ่มทรุดตัวลงกับพื้น


ทำแผลของตัวเองไปเงียบๆขณะที่บางคนก้มหน้าร้องไห้ แม้แต่ชายหนุ่มที่ร่าเริงมาตลอดก็ไม่ยิ้ม เขานั่งเงียบๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปรอบๆเจี้ยนหัว "เฮ้ สวัสดี"


เจี้ยนหัวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง


"ผมคิดว่าคุณมีพลังมากกว่าก้วนหลิงซะอีก ผมขอถามชื่อคุณได้มั๊ย?"


"แล้วไง?" เจี้ยนหัวถามกลับอย่างไม่สุภาพ


"ผมห่าวเว่ยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเป่ยโตว!" ชายหนุ่มเอื้อมมือออกมาและพบว่าเจี้ยนหัวไม่ให้ความร่วมมือเลยซักนิด เขาไม่ได้รู้สึกอับอายอะไรเพียงแค่ยกมือขึ้นไปเกาศีรษะแทนและถามอย่างตรงไปตรงมาว่า "ที่จริงแล้วผมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าคนวงในบางคนก็ตกมาอยู่ในโลกที่ถูกทอดทิ้งโดยไม่รู้อะไรแต่บางคนก็เหมือนจะรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ทราบว่าคุณเป็นแบบไหนหรอ?"


* * * * *

Talk Talk

น้องชายเอ๋ย ขนาดพี่ลี่เฟยยังต้องชักแม่น้ำกว่าร้อยสายกว่าจะได้จับมืออาเจี้ยนซักทีนึง นี่เอ็งคิดว่าอาเจี้ยนจะยอมจับมือเอ็งง่ายๆรึ

//

ขอขอบคุณทุกคนที่คอยเม้นเป็นกำลังใจให้เราเสมอมา

วันนี้ฉลองยอดวิว 30,000 อัพเบิ้ลสองตอนนะจ๊ะ กดอ่านตอนต่อไปได้เลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 373 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1780 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:12

    ผผู้้หญิงคนนั้นค้องร้ายกาจมากแน่ๆ ส่วนน้องเห็ดบ้านพี่มีอาหารเยอะนะ

    #1780
    0
  2. #1736 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 11:44
    เจี้ยนหัวลูกกกกก อย่าทิ้งสามีไว้นานสิลูกก
    #1736
    0
  3. #1000 relis (@relis) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 10:38
    ใกล้เปิดเผยแล้ว วงในยังไงกันนะ
    #1000
    0
  4. #870 momo-moon (@momo-moon) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 03:36
    เป็นตอนที่แสงความเป็นลาสบอสที่แท้ทรู
    #870
    0
  5. #765 DeediPanda (@panda1827) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 14:39
    ความบอสนี้!!!
    #765
    0
  6. #760 Sopimzize (@sopimzize) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 00:16
    ถ้าเราเป็นเจี้ยนหัว เราคงฆ่าหมดเลยเพื่อกิน! 5555555
    #760
    0
  7. #756 อัศวินสีเลือด (@180239) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 23:37
    น้องเจี้ยนไม่ใช่คนง่ายๆนะเออออ
    #756
    0
  8. #753 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 23:11
    น้องชายเอ้ย ที่เอ็งจะขอจับมือคือลาสบอสในตำนานนะเออ
    #753
    0
  9. #743 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 19:01
    โอ้ คนพวกนี้เล่นกับบอสซะแล้ว
    #743
    0
  10. #735 Phantom-Tsubaki (@Phantom-Tsubaki) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 16:12
    พระเอกตอนนี้ไปไหนนะ อ่อ! นอนอยู่ยังไงล่ะ555555555
    #735
    1
  11. #734 Memory_Sunday (@0881200885) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 15:55
    ขออีกตอนนน ยังกินเห็ดไม่อิ่มเลย
    #734
    0
  12. #729 Mojipeachhx (@Mojipeachhx) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 15:27
    หยั่มมาวอแวมากสิไอน้อง บอสยิ่งกำลังจะโมโหหิวอยู่นะ!
    #729
    0
  13. #727 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 15:05
    2ตอน!!
    #727
    0