I'm Not Shouldering This Blame โลกของผมกลายเป็นหนังสือ [นิยายแปล]

ตอนที่ 15 : ประมาท...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 601 ครั้ง
    11 ก.ค. 61

ตอนที่ 15 ประมาท...

 

...เขามักจะรู้สึกว่าเขาลืมอะไรบางอย่างไป

 

เจี้ยนหัวกำลังต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พลางโรยพริกไทยลงในชามอย่างเลื่อนลอย

 

ทีวีในห้องรับแขกเปิดอยู่และเสียงก็ดังเข้าไปถึงห้องครัว

 

"นักแสดงชื่อดังลี่เฟย เปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับชีวิตรักของเขาเป็นครั้งแรก มันกลายเป็นความรักที่ไม่สมหวัง ผู้ชมทุกคนต้องประหลาดใจ! โปรดดูการถ่ายทอดสดจากด้านล่าง...... "

 

เจี้ยนหัวรู้สึกประหลาดใจชั่วขณะจึงเผลอโรยพริกไทยลงบนโต๊ะแทนชามบะหมี่

 

เขาเพิ่งได้พบคนๆนี้เมื่อวันก่อน ถือว่าเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆได้หรอเจี้ยนหัวจำได้ว่าลี่เฟยบอกว่าตนเองเป็นเกย์ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าความรักที่ไม่มีใครเทียบของลี่เฟยนั้นถือเป็นเรื่องปกติ  เขาอาจจะรักกับชายที่เป็นผู้ชายแท้ๆซักคนก็ได้ ดังนั้นแน่นอนว่ามันอาจเป็นการไม่ดีนักที่เขาสารภาพออกไป

 

เจี้ยนหัวปิดไฟและยกชามขึ้นมา เดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่น ที่นั่นเขาได้พบกับดวงตาของลี่เฟยบนหน้าจอทีวีที่ตอนนี้ใบหน้าดูหมองเศร้าพลางกล่าวว่า "ถึงแม้ว่าคนอื่นจะยังโสด แต่ผมก็รู้ว่าชายที่คนๆนั้นชอบไม่ใช่ผม

 

มันกลายเป็นรักสามเส้า...

 

เจี้ยนหัวหยิบตะเกียบคีบบะหมี่ขึ้นมากินขณะคิด

 

บะหมี่อืดเล็กน้อยมันให้ความรู้สึกนิ่มเกินไป เจี้ยนหัวรู้สึกปวดหัวจริงๆจนต้องถอนหายใจออกมา

 

มีกลุ่มเสียงดังจากมาในทีวี ผู้สื่อข่าวต่างรีบร้อนที่จะถามคำถาม

 

"คนๆนั้น..... อยู่ในวงการ?” ลี่เฟยเพียงยิ้มและยังคงเล่าต่อ

 

"พวกคุณจริงจังและทำงานหนักมาก คุณถามผมเกี่ยวกับสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับคนๆนั้น แต่จริงๆแล้วผมก็ตอบไม่ได้หรอกเพราะในสายตาของผม คนๆนี้ดูดีไปซะทุกส่วน

 

"ในความเป็นจริงแล้วผมยังไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับคนๆนั้นเพราะว่าระยะทาง... พวกคุณต้องเข้าใจนะว่าความสัมพันธ์ของพวกเรายังไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าทุกๆครั้งที่ผมเห็นคนๆนั้น ผมอาจจะสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากเขาได้ ดังนั้นปล่อยให้ผมยังคงหลงระเริงกับรักที่ไม่สมหวังเช่นนี่ต่อไปเถอะ

 

"แต่จริงๆแล้ว... ผมตกหลุมรักคนๆนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

 

เจี้ยนหัวยกตะเกียบค้างอยู่ในมือ เขามองไปที่ความรู้สึกและการเคลื่อนไหวของดวงตาลี่เฟย แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ในการแสดง แต่เจี้ยนหัวก็ได้เผชิญหน้ากับมันมาเป็นเวลานานแล้ว แต่กับการพบกับลี่เฟยมันไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลยซักนิด

 

เมื่อพูดถึงเรื่องที่ไม่มีผลอะไร บางอย่างอาจฟังดูน่าหดหู่ แต่ผู้ชายคนไหนที่อยากจะหยุดอยู่แค่ความพึงพอใจของสิ่งเล็กๆแค่นี้กันมีก็แต่ในโลกแห่งความแตกต่างของนายพลวูน่ะแหละ!

 

เจี้ยนหัวก้มหน้ากินบะหมี่ต่อ นี่คือวิธีที่ลี่เฟยใช้กำจัดเซียวหย่าจิน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เก็บมาคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับคำพูดของลี่เฟย

 

วงการบันเทิงเต็มไปด้วยความจริงเพียงครึ่งเดียวที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ชีวิตก็เหมือนการละเล่นและทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการแสดง ลี่เฟยเป็นตัวอย่างที่สำคัญ คุณจะสูญเสียเมื่อคุณให้ความสำคัญกับเขามากเกินไป ไม่ต้องพูดถึงคำ "สารภาพรัก" ของลี่เฟย มีการใช้คำบรรยายด้วยคำว่า "เธอดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะทำให้เจี้ยนหัวเชื่ออย่างจริงจังได้

 

หลังจากฟังข่าวบันเทิงจบ เจี้ยนหัวตรงไปที่ห้องครัวเพื่อทำความสะอาดชามบะหมี่ น้ำเย็นๆไหลเข้ามาในมือของเขาและในที่สุดเขาก็จำได้ว่าเขาลืมอะไรไป...

 

ในโลกที่ถูกทอดทิ้ง ที่นั่นกล้องยังคงทำงานอยู่ การที่เจี้ยนหัวเดินเข้าไปในลิฟท์ของโรงภาพยนตร์อาจถูกจับได้ก็ได้!

 

คนห้าคนเดินเข้าไปในลิฟต์และหายตัวไปอย่างลึกลับ แถมยังมีคู่รักที่เสียชีวิตอย่างน่าประหลาดอีก...

 

เจี้ยนหัวหงุดหงิดเลยโยนตะเกียบลงไปในอ่างล้างจาน เขารู้สึกโมโหและสงสัยว่าจะหาทางออกไปจากเรื่องนี้ได้ยังไง เขาไม่คิดว่าเขาควรจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมหรอกนะ

 

เขาเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มค้นหาข่าวเกี่ยวกับการฆาตกรรมที่โรงภาพยนตร์ เนื่องจากมีการระเบิดที่โรงแรมเพิร์ลในวันรุ่งขึ้นจึงทำให้คดีการตายของคู่รักที่โรงภาพยนตร์ได้รับความสนใจลดลงเป็นอย่างมาก

 

ผู้คนต่างมุ่งไปที่วิดิโอของเซียวหย่าจินและในตอนนี้พวกเขาต่างก็กำลังเดาว่าความรักของจักรพรรดิแห่งวงการภาพยนตร์ลี่เฟยคือความรักที่ไม่สมหวัง กรณีการตายของคู่รักจึงไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไป

 

เจี้ยนหัวเปลี่ยนคำค้นหาเป็น ‘โรงภาพยนตร์ เมืองห้วย

 

หือ?” เจี้ยนหัวหยุดดูที่ไมโครบล็อกบล็อกหนึ่ง มหาวิทยาลัยห้วยซิตี้กล่าวว่ามีเด็กสาวสองคนหายตัวไปในคืนที่พวกเขาไปที่โรงภาพยนตร์ฮวานหยู่เพื่อชมภาพยนตร์เรื่อง "Crow"

 

เขาเปิดภาพประกอบขึ้นมาและจ้องมันประมาณครึ่งนาที

 

ปกติแล้วเจี้ยนหัวไม่ใช่คนขี้ลืม แต่ภาพถ่ายและตัวจริงมักจะมีการบิดเบือนอยู่เสมอ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถแน่ใจได้ว่าทั้งสองคนเป็นหญิงสาวสองคนในลิฟต์ในคืนนั้นจริงมั๊ย

 

ยิ่งเจี้ยนหัวคิดว่าเขาเกือบจะอดตายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้วคิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดแน่น

 

เขาสงสัยว่าความอดทนทางกายภาพของเด็กสาวทั้งสองคนคงมีไม่มากพอ ดังนั้นเขาจึงกลัวว่าทั้งคู่อาจจะเสียชีวิตอยู่ที่ไหนซักแห่งของเมืองก็เป็นได้

 

นี้อาจเป็นเรื่องที่ทำให้เขาลำบากใจ

 

มีคนห้าคนที่เข้าไปในลิฟท์คืนนั้นและเขากลับเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ นี้มัน...ยากที่จะอธิบายจริงๆ

 

เจี้ยนหัวรู้สึกเสียใจที่ไม่สวมแว่นกันแดดออกจากบ้านให้เป็นนิสัย นอกจากนี้เขายังจำตำแหน่งของกล้องในลิฟท์ไม่ได้หรืออาจจะมีกล้องวงจรปิดในที่จอดรถที่อาจจะจับหมายเลขทะเบียนรถของเขาไว้ได้อีก...เขาไม่รู้เลยจริงๆ

 

ถ้าการระเบิดของโรงแรมเพิร์ลไม่ดึงดูดความสนใจของตำรวจไปล่ะก็ เจี้ยนหัวคิดว่าเขาอาจตกอยู่ภายใต้รายชื่อของผู้ต้องสงสัยที่รอคอยหมายเรียกตัวไปที่สถานีตำรวจมากกว่าที่จะยังนั่งอยู่ที่บ้านและกำลังอ่านไมโครบล็อกอยู่

 

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เว้นแต่จะทำลายวิดีโอกล้องวงจรปิดทิ้งซะ

 

ยังไม่ต้องพูดถึงการแอบเข้าไปในแผนกรักษาความปลอดภัยของโรงภาพยนตร์เพื่อลบบันทึกของกล้องวงจรปิด ถ้าเหตุการณ์ในวีดิโอโดนดึงออกไปแล้วล่ะแล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันถูกก็อปปี้โดยตำรวจไปแล้ว?

 

ใบหน้าของตัวเองกลายเป็นสิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุดในตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือก ไม่มีทางหนีรอด เหมือนกับสัตว์ที่ขดตัวอยู่ในห้อง ไม่ว่าจะหลบไปอยู่มุมไหนหรือจะเลือกซ่อนตัวอยู่เฉยๆ เขาก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้

 

นี่คือการจนมุมที่แท้จริงเหมือนมีคนเอาตาข่ายขนาดยักษ์มาดักเขาไว้ทุกด้านก่อนจะค่อยๆขยับเข้ามา...ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้รู้สึกหดหู่!

 

ป๊อก!”

 

เศษชิ้นส่วนของอะไรบางอย่างที่อยู่บนโต๊ะกระเด็นออกมาแล้วตกลงไปที่พื้น

 

เจี้ยนหัวไม่สามารถระงับความแข็งแกร่งของตัวเองได้อีกต่อไปเมื่อความรู้สึกหมดหวังและความหวาดกลัวกำลังเข้าครอบงำเขาอยู่ในขณะนี้

 

เขาแตกต่างจากลี่เฟย ไม่มีอะไรที่ช่วยฉุดดึงเขาไว้ให้เขาไม่ยอมแพ้กับโลกใบนี้ ไม่มีความสำเร็จ ไม่มีความฝันและไม่มีความรู้สึกอะไรที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเหมาะสมกับโลกใบนี้เลย

 

ตอนเด็กๆเติบโตมากับครอบครัวที่ร่ำรวย มีอะไรที่เขาไม่มีบ้างแต่หลังจากที่ล้มละลายเพราะหนี้สิน ญาติๆของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเขามองเห็นเพื่อนคนหนึ่งคนเหล่านั้นก็จะรีบหลบหน้า บ้านถูกจำนองและไม่มีอาหารกินไม่ต่างอะไรกับหมาข้างถนน มีเพียงที่ดินผืนหนึ่งที่ไม่เคยทิ้งเขาไปและมันถูกใช้ในการทำทุน สำหรับเจี้ยนหัวแล้วเขามีความรู้สึกที่ไม่สามารถไว้ใจใครได้ทั้งนั้น

 

วิธีไหนที่จะช่วยอธิบายเรื่องที่เขาอยู่ที่โรงภาพยนตร์คืนนั้นวิธีไหนที่จะช่วยตรวจสอบได้ว่าเขาจะไม่กลายเป็นหนูทดลองในห้องแล็ป...เมื่อจินตนาการถึงสายตาที่แปลกใจและน่ารังเกียจของผู้สอบสวนของเขา อารมณ์ของเจี้ยนหัวก็เริ่มไม่มั่นคง

 

เขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถปัดความคิดนี้ออกจากหัวได้และพลังอำนาจที่ไม่อาจควบคุมได้ก็เริ่มระอุขึ้นมา

 

ตู๊มม!

 

พลังที่แข็งแกร่งในจิตใจของเขากำลังแสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวซึ่งทำให้เขาตกใจ ร่างกายเจี้ยนหัวชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น เขารู้สึกเสียวแปลบและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ลุกออกจากเก้าอี้

 

ทั่วห้องรกไปหมด โซฟาลอยค้างอยู่กลางอากาศ ทีวีกระเด็นไปอยู่ตรงชั้นวางรองเท้า ตรงก๊อกน้ำอ่างล้างจานมีน้ำพุ่งออกมา แต่น้ำนั่นกลับกลายเป็นน้ำแข็งดูแปลกตาทีเดียว

 

“.....”

 

จากนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดก็ค่อยๆย้อนกลับไปวางยังตำแหน่งเดิม

 

เจี้ยนหัวค่อยๆหันหน้าไปอีกด้าน เสียงจากเครื่องดูดควันเก่าๆจากห้องครัวของเพื่อนบ้านหายไปแล้ว

 

เข็มนาฬิกาหยุดนิ่งตรงเวลา 13:10 น.

 

...ครั้งนั้นการกระตื่นของลี่เฟยนำไปสู่การสิ้นสุดของโลกที่ถูกทอดทิ้งก่อนเวลา มาครั้งนี้เมื่อเจี้ยนหัวใช้ความสามารถในการก่อความวุ่นวายนี้ขึ้นมาก็ทำให้โลกที่เป็นอันตรายนี้กลับมาอีกครั้ง

 

เจี้ยนหัวจับตาดูกระเป๋าไว้โดยไม่รู้ตัว เขามีนิสัยชอบเก็บอาหารไว้กับตัว อย่างไรก็ตามการนำถุงที่เต็มไปด้วยอาหารเก็บไว้กับตัวตลอด 24 ชั่วโมงถือว่าเวอร์เกินไป ดังนั้นตอนนี้ในกระเป๋าของเขาจึงมีแค่ช็อกโกแลตและน้ำตาลกลูโคสสองขวดเล็กๆ

 

เจี้ยนหัวเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อคลุมกีฬาที่โดดเด่นออกมา นอกจากนี้เขายังหยิบหมวก แว่นกันแดดและหน้ากากอนามัยออกมา เปิดประตูและวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เขาต้องการเปลี่ยนไปอยู่ในย่านที่เงียบสงบจึงรีบขี่จักรยานที่ถูกปลดล็อคแล้วไปที่ประตูหน้า

 

พลังงานที่แข็งแกร่งกำลังเติมเต็มกล้ามเนื้อทุกส่วนและเส้นประสาททุกเส้น

 

เจี้ยนหัวรู้สึกว่าช่วงเวลานี้ช่างแตกต่างจากคนอื่น เมืองที่เงียบสงบก็เหมือนสระว่ายน้ำที่หยุดนิ่ง เมื่อเดินเข้าไปในตัวมันก็เกิดการสะเทือนเป็นระลอกวงกลมสิ่งนี้คือความผันผวนของอำนาจ

 

ตรงจุดอื่นๆในสระน้ำยังคงมีคลื่นที่อ่อนแอที่พึ่งถูกสร้างขึ้นซึ่งไม่สามารถเข้ากันได้กับสถานที่เงียบสงบแห่งนี้

 

เจี้ยนหัวหมั่นหลีกเลี่ยง "คลื่น" เหล่านี้ เมืองนี้มันใหญ่ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะได้พบกับใครบางคนโดยไม่ตั้งใจ อย่าได้พูดถึงเจี้ยนหัวที่จงใจซ่อนตัวเลย

 

มีเสียงหัวเราะดังมาจากรถตำรวจที่จอดอยู่ริมถนน มีคนอยู่ภายในที่พยายามทุบประตู ดูเหมือนจะอยากหนีออกมา ส่วนที่โรงพักก็มีความเคลื่อนไหวบางอย่าง แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งตื่นขึ้นมาด้วยความปีติยินดีแต่พวกเขาก็ต้องหยุดนิ่งเพราะกุญแจมือที่สวมอยู่...

 

คนพวกนี้ไม่มีความสามารถ แม้ว่าคนในโลกจะหายไปพวกเขาก็ยังไม่สามารถหลบหนีออกมาได้อยู่ดี ดังนั้นเสียงหัวเราะจึงเริ่มกลายเป็นคำสาปแช่งและบางคนก็ทรุดตัวลงร้องไห้

 

เจี้ยนหัวไม่ทราบเรื่องพวกนี้เพราะเขากำลังรีบตรงไปที่โรงภาพยนตร์ฮวานหยู่

 

ศูนย์การค้าที่เคยคึกคักตอนนี้ว่างเปล่า ส่วนเจี้ยนหัวรีบเดินเข้าไปในโซนพนักงานเพื่อหาแผนกรักษาความปลอดภัย แต่ห้องควบคุมมีการล็อกรหัสผ่าน จะต้องป้อนรหัสเพื่อเปิดมัน

 

เจี้ยนหัวใช้พลังความสามารถของเขาจับตรงที่จับประตูด้านในและบังคับมันให้เปิดออก

 

โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาทำงานดังนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์จึงกำลังทำงานอยู่ เจี้ยนหัวค้นหาจากวันเวลาและเปิดบันทึกกล้องวงจรปิดดู แต่กลับพบว่าไฟล์ในคืนนั้นที่ลิฟต์และลานจอดรถหายไป

 

ตำรวจได้ทำการคัดลอกวิดีโอและลบต้นฉบับไปแล้วหรอ?

 

เจี้ยนหัวมีอาการปวดหัวขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่นอกโรงภาพยนตร์

 

เหตุผลที่เขาเรียกว่า ‘มัน’ เป็นเพราะผลสะท้อนจากความสามารถในการรับรู้ของเจี้ยนหัวแสดงให้เห็นว่ามันอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

 

แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตใดในโลกนี้ ดังนั้นเจี้ยนหัวจึงตัดสินให้มันเป็นผู้ถือครองความสามารถของคนอื่นเพราะพลังที่อยู่รอบวัตถุแสดงผลให้เห็นคล้ายกับ "สนามพลัง"

 

เขารีบออกจากสำนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว เจี้ยนหัวรวบรวมความแข็งแกร่งของตัวเองไว้และเดินไปที่โซนห้างสรรพสินค้าอย่างสงบ

 

มีหลายสถานที่สำหรับซ่อนตัวได้ที่นี่เพราะตอนนี้ประตูของห้างสรรพสินค้าเปิดค้างอยู่หลายประตู ตำแหน่งผู้บุกรุกในสายตาของเจี้ยนหัวจึงไม่ถือว่าเป็นความลับดังนั้นเขาจึงสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้และเดินออกไปเงียบๆ

 

และแล้วสิ่งที่ทำให้เขาเซอร์ไพรส์ก็เกิดขึ้น

 

ขณะที่ผู้ถือครองความสามารถกำลังเดินตรงไปที่ลิฟท์ของโรงภาพยนตร์ เขาหยุดและมองไปรอบๆก่อนที่อยู่ๆเสียงหนึ่งจะดังขึ้น

 

เฮ้!

 

“...”

 

"ฉันรู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น วันนั้นเราเจอเหตุการณ์นี้ด้วยกันแถมหนังสือพิมพ์ยังบอกว่าหนุ่มสาวคู่นั้นตายแล้ว เพื่อนของฉันก็ตายแล้ว ฉันกลัวที่จะกลับบ้านตอนนี้!"


เสียงนั่นฟังดูเหมือนเด็กสาวและเธอกำลังร้องไห้

 

เจี้ยนหัวก้มตัวเพื่อซ่อนร่างกายไว้ข้างหลังป้ายร้านขายเครื่องประดับซึ่งค่อนข้างห่างจากเคาน์เตอร์ขายตั๋วและลิฟท์ เขาก้มหมอบอยู่ในมุมมืดพลางมองไปที่เด็กสาว

 

เธอดูเหมือนเด็กสาวคนหนึ่งในภาพของนักศึกษาที่หายไปใน Weibo

 

เมื่อวานนี้ เพราะความสามารถของลี่เฟยตื่นขึ้นมาจึงทำให้โลกที่ถูกทอดทิ้งสิ้นสุดลง ดังนั้นคุณจึงไม่มีเวลามากพอที่จะทำลายวิดีโอกล้องวงจรปิดที่อยู่ในโรงภาพยนตร์แน่ ฉันรู้ว่าคุณจะต้องมาที่นี่วันนี้ดังนั้นคุณจะออกมาได้รึยัง? ฉันรู้อะไรบางอย่างมาและฉันสามารถบอกความจริงเกี่ยวกับสิ่งนั้นแก่คุณได้

 

เส้นโค้งของมุมปากของเจี้ยนหัวยิ่งกดลึกมากขึ้นและดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา

 

เขาลอบเดินออกมาโดยไม่ได้มองย้อนกลับและไม่ได้มองไปทางเด็กสาวคนนั้นอีก

 

แต่เด็กสาวยังไม่รู้ตัวและยังคงตะโกนเรียกออกไปอีกหลายครั้ง หลังจากผิดหวัง เธอทรุดนั่งลงบนพื้นพลางส่งเสียงพึมพำด้วยระดับเสียงที่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน

 

นี่มันแปลก ทำไมเขาไม่มาล่ะ? ไม่น่าเป็นไปไม่ได้ เจี้ยนหัวเป็นคนระมัดระวังตัวมาก ถ้าเขายังไม่ได้ยืนยันความปลอดภัยของตัวเองเขาคงไม่สามารถนอนหลับได้แน่ๆ

 

* * * * *

หมายเหตุ : เจอข้อผิดพลาดหรืออยากให้เราแก้ไขตรงไหนบอกได้เลยนะคะ

ขอบคุณค่า ^^


* แก้ไขครั้งที่ 1 : เรากลับไปแก้ไขคำแทนตัวลี่เฟยจากฉันเป็นผมแล้วนะคะ ทั้งตอนนี้แล้วก็ตอนที่ 13

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 601 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1725 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 07:17
    อิชะนี!
    #1725
    1
    • #1725-1 YorcHub (@YorcHub) (จากตอนที่ 15)
      17 กันยายน 2562 / 15:28
      หัวเราะ
      #1725-1
  2. #1385 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:24
    โอ้ ผญ.คนนี้พยามตีสนิทกับเสี่ยวหัว(?)เพราะรู้เรื่องหนังสือ?
    #1385
    0
  3. #934 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:27
    สับสนนะ บางที เราอ่านไวไป? ไปก่อน เดี๋ยวค่อยวนมาอ่านซ้ำอีกรอบ 55
    #934
    0
  4. #674 Phantom-Tsubaki (@Phantom-Tsubaki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 21:35
    จริงๆเด็กคนนี้เป็นงูพิษหรือดอกไม้ละ
    #674
    0
  5. #225 PPinIN (@narupin-578-sana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 10:59
    คืออะไรรรร น้องงงไปหมดแล้ว คือเด็กผูหญิงคนนี้ถูกใช้ให้มาหลอกล่อเจี้ยนหัวเหรอ โอ้โห ความซับซ้อนของนิยายเรื่องนี้
    #225
    0
  6. #207 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 19:52

    เฮียจำต้องใ้ช้ความนายพลตกน้องขนาดนี้ไหม เฮียยยย เฮียยย เฮีเฟยยยยยย!!!

    #207
    0
  7. #173 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:53
    นี่/นี้ ยังผิดบางจุดนะครับ
    #173
    0
  8. #139 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 20:32
    ตอนที่ลี่เฟยแถลงข่าว ถ้าเป็นเป็นผมน่าจะโอเคนะคะ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมน้า สู้ๆค่า
    #139
    1
    • #139-1 (@mink2538) (จากตอนที่ 15)
      11 กรกฎาคม 2561 / 20:50
      ขอบคุณที่แนะนำจ้า เราแก้ให้แล้วเน้อ ^^
      #139-1
  9. #138 bensansonninja (@bensansonninja) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 20:11
    เจี้ยนหัวสมกับเป็นบอสจริงๆ
    ปล. เปลี่ยนจากฉันเป็นผมดีมั้ยคะ
    #138
    1
    • #138-1 (@mink2538) (จากตอนที่ 15)
      11 กรกฎาคม 2561 / 20:29
      ของลี่เฟยใช่มั๊ย เดี๋ยวเราเปลี่ยนให้ค่ะ
      #138-1
  10. #137 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:41
    ตรงที่บอกว่าลี่เฟยรักผู้ชายตรงๆ ในช่วงแรกน่าจะหมายถึงลี่เฟยชอบชายแท้นะคะ เพราะคำว่าเสตรท มันแปลว่าชายแท้ได้อ่ะค่ะ ไม่น่าจะหมายถึงลักษณะนิสัย >_<
    #137
    1
  11. #136 suriyakarn (@12345_678) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:34
    เห. รอค่าา
    #136
    0
  12. #135 MIW001 (@MIW001) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:24
    เอ๋เอ๋
    #135
    0
  13. วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 15:46
    อห. นายเก่งมากก
    #133
    0