[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ ๙

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

 

 

มิซูโกะไม่ได้ไปงานเทศกาลดอกไม้ไฟ เธออยู่ที่บ้านเพียงลำพังแต่กระนั้นจากมุมนี้ก็พอมองเห็นเจ้าดอกไม้ไฟได้อยู่บ้าง สาเหตุที่เธอไม่ไปเป็นเพราะรู้สึกกลัวอสูรในความฝัน แต่พอผ่านช่วงเย็นไปได้สักพัก ราว ๆ ช่วงหนึ่งทุ่มกว่า ๆ นั้นคุณเคียวจูโร่ก็มาชวนไปที่งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยังไม่ยุติงานต่อ เขาบอกว่าเขาจัดการอสูรเกอิชาตนนั้นไปแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวไปหรอกหรอกนะ

แน่นอนว่ามิซูโกะไม่ได้ปฏิเสธ เธอรับคำและเปลี่ยนชุดเล็กน้อยก่อนจะเดินไปกับคุณเคียวจูโร่ งานเทศกาลหรือโอโดริในช่วงฤดูร้อนเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวมาก มีขบวนแห่ในช่วงเย็น มีศาลเจ้าและการร่ายรำทำพิธีต่าง ๆ ให้ผู้เข้าชม วันนี้เป็นวันที่บ้านเรือนสว่างไสวไปด้วยโคมกระดาษหลากสีและพลุไฟงดงามที่จุดให้เป็นลูกคู่ตามเลขมงคลของเทศกาล

เธอไม่เคยสัมผัสบรรยากาศที่คงกลิ่นอายเข้มขนของวัฒนธรรมมาก่อน

ปกติงานประเพณีพวกนี้มันกลายเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวไปแล้ว ในงานมีแต่ชาวต่างชาติมากมายเข้ามาทำลายบรรยากาศจนแทบจะไม่เหลือกลิ่นอายของประเพณีเสียแล้ว

สำหรับวันนี้มิซูโกะสนุกสนานไปกับงานเทศกาลมาก

“ที่นั่นของเจ้าไม่เป็นเช่นนี้หรือ” จู่ ๆ คุณเคียวจูโร่ก็ถามเธอ

“ไม่ต่างมากนักหรอกเจ้าค่ะ” เธอตอบ“ตัวข้าเป็นคนไม่มีเวลาให้กับความสนุกสนานในชีวิตมากนัก พอข้าเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยข้าก็เรียนหนักมากเพื่อให้จบภายในสองปี ไม่ต้องพูดถึงกินอาหารครบทุกมื้อหรือว่านอนหลับเต็มอิ่มเลย…ถ้าจะพักผ่อนก็แค่อุดอู้อยู่บนฟูกนอนทั้งวันเท่านั้น”

มิซูโกะว่าไปตามความจริง หลังจากไม่สามารถฝึกซ้อมหรือลงแข่งเคนโด้ได้เนื่องจากอุบัติเหตุทางข้อมือ เธอก็ทุ่มเทไปกับการเรียนและงานเหมือนคนบ้า จากวันหนึ่งคนที่มีความสามารถด้านเคนโด้และจูจุสึที่โดดเด่นและจะไปยังเวทีที่สูงขึ้นกลับพังทลายลง

มิซูโกะรู้สึกเสียใจมาโดยตลอด…

มันคือความผิดหวังและเสียดายที่ลืมไม่ได้…

แต่เธอไม่เคยนำมันมาเป็นความทุกข์ให้ตนเองจนต้องเป็นบ้าหรือสูญเสียสิ่งใดไป กลับกันเธอใช้มันเป็นแรงผลักดันเพื่อทำสิ่งอื่นและตนเองต่อไปให้ไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม

“เจ้านี่ช่างดื้อรั้นและเข้มงวดกับตนเองเสียจริง” เขาว่าอย่างยากจะเข้าใจ

“…ข้าน่ะเป็นเด็กบ้านแตกเจ้าค่ะ เกิดมาพ่อกับแม่ก็แยกทางกัน พ่อเลือกแต่พี่ชายไปเลี้ยง ส่วนข้าอยู่กับแม่ที่ทิ้งไปมีสามีใหม่ ข้าน่ะอยู่คนเดียวมาโดยตลอดเจ้าค่ะ ไอ้ความรู้สึกอ้างว้างแบบที่ว่าไม่เหลือใครแล้ว…ข้ามักรู้สึกแบบนั้นมาตลอดทั้งชีวิต ก็เลยสาบานกับตัวเองว่าต้องไม่หวนกลับมาเป็นเช่นนั้นอีก ผู้หญิงอย่างข้าต้องเข้มแข็ง ข้าเรียน ๆ ตั้งใจทำมาหากินเพื่อให้ตนเองไม่ต้องกลับไปเป็นเช่นนั้นอีก ต้องอยู่อย่างมีความสุขให้ได้ด้วยตนเอง...”

เพื่อหนีออกมาจากบ้านที่เงียบเหงา บ้านที่ทั้งพ่อและแม่รังเกียจ สถานที่ที่ไม่มีใครเข้ามาอีกยกเว้นเธอ มิซูโกะเรียนอย่างบ้าเลือดทำงานอย่างบ้าคลั่งจนสามารถสร้างสถานที่ที่มีความสุขสำหรับตัวเองได้ มีบ้านแสนสุขและปรนเปรอตนเองด้วยการกลายเป็นพวกวัตถุนิยม

“ตอนนั้นข้าทำอะไรอยู่หรือ?”

“ตอนนั้นเราอยู่ในระยะห่างกันสามเดือน…ข้ากลัวการมีครอบครัว ส่วนคุณเคียวจูโร่ก็จริงจังอยากสร้างครอบครัวกับข้าสักที ข้ารู้สึกว่าแบบนี้คงไม่ดีต่อกันแน่เลยตัดสินใจออกห่างคุณเคียวจูโร่…ก็น่ะ…ตอนนั้นข้าเป็นคนที่โลเลและยังมีนิสัยเด็ก ๆ อยู่”

ดวงตาสีเพลิงของอีกฝ่ายจดจ้องมาที่มิซูโกะอย่างประหลาดใจ

แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรง่ายดายในทุก ๆ เรื่อง เบื้องหลังความรักที่ดูจะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทว่ามันกลับต้องมีสักครั้งหนึ่งที่สวรรค์ไม่เป็นใจกันบ้าง คนที่เกือบจะเลิกกันโดยที่มีความสัมพันธ์ระหองระแหงต้องไตร่ตรองทบทวนตนเองให้มากมาย การตัดสินใจคือการกำหนดความสัมพันธ์ของกันและกันไปตลอดชีวิตเลย…จะเป็นคนที่เหมือนไม่เคยรู้จักกัน หรือว่ากลายเป็นคนคนเดียวกันอย่างสามีภรรยา...ล้วนต้องเลือกให้ดี

“ทะเลาะกันน่ะหรือ?”

“เจ้าค่ะ ข้าไม่ยอมแต่งท่าเดียว ข้ารู้ว่าคุณเคียวจูโร่ดีต่อข้ามาก แต่ข้าในตอนนั้นทั้งสับสนแล้วก็หวาดกลัวว่ามันจะเป็นแบบครอบครัวของข้า จนกระทั่งคุณเคียวจูโร่ไปคุยกับทางพ่อและแม่ของข้าจึงได้รู้ว่าข้ามีชีวิตวัยเด็กแบบใดกัน…นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้ากลัวเช่นกัน ข้ากลัวว่าในสายตาของคุณเคียวจูโร่จะเปลี่ยนไป พอข้ารู้แบบนั้นก็เลยหลบหน้าเข้าไปใหญ่ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงขี้ขลาดเช่นนั้น หรือเพราะยังเป็นเด็กอยู่รึเปล่าข้าก็ไม่แน่ใจนัก”

มิซูโกะหัวเราะให้กับตัวเองในตอนนั้นเบา ๆ พร้อมมือที่ป้องปากเอาไว้ไม่ให้น่าเกลียด

“ข้าตามตื๊อเจ้าใช่หรือไม่?”

ถูกเผง!

พอคุณเคียวจูโร่รู้เข้าเขาก็พุ่งตรงมาหาเธอทันทีเลยล่ะ ตามถึงที่ทำงาน ดักรอหน้าบ้าน ส่งข้อความโทรหาสารพัดแต่เป็นเธอเองที่หลบเลี่ยงอีกฝ่ายอยู่เรื่อยไป แม้ทางครอบครัวของพ่อและแม่จะพยายามเกลี้ยกล่อมให้แต่งงานก็ตาม ทว่าแม้จะได้พูดคุยแก้ไขปมปัญหาในใจกับท่านทั้งสองแล้ว แต่ปมที่ผูกเอาไว้แน่นเมื่อคลายแล้วย่อมมีร่องรอยหลงเหลืออยู่ไม่มากก็น้อยตามแรกผูกดึง

มิซูโกะเป็นแบบนั้น…

เธอเป็นโรคกลัวการมีครอบครัวไปเสียแล้ว

“เจ้าค่ะ…ตอนนั้นคุณเคียวจูโร่ขอร้องข้าว่า ขอให้ข้าลองมาอยู่บ้านของคุณเคียวจูโร่สักเดือนก่อน ถ้าไม่อยากแต่งก็ไม่เป็นไร เราคบกันแบบนี้ไปตลอดเลยก็ได้…ข้าเลยยอม ข้ายอมตั้งแต่ตอนนั้นที่คุณพูดแล้ว แล้วก็…ที่บ้านของคุณเคียวจูโร่อบอุ่นมาก แม่ของคุณเคียวจูโร่ดีต่อข้ามาก ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่าการที่จู่ ๆ คุณเคียวจูโร่มาขอข้าแต่งงานทั้ง ๆ ที่ข้าเพิ่งจะเรียนจบได้ไม่นานก็เพราะคุณแม่ท่านป่วย ท่านกลัวไม่ได้เห็นคุณเคียวจูโร่เป็นฝั่งฝาเสียที”

เธอเล่าเรื่องให้อีกฝ่ายฟังต่อ

“สุดท้ายเราก็ตัดสินใจแต่งงานกัน…ก็นะเจ้าคะ เรื่องราวมันก็ไม่ได้ง่ายดาย ข้าเพิ่งยี่สิบเอ็ดได้ ยังเด็กอยู่มากในแง่ของความคิด กว่าจะเข้ากันได้ก็ช่วงหนึ่งเลยล่ะเจ้าค่ะ”

“อืม” อีกฝ่ายรับไม่ได้ถามอะไรต่อ

มิซูโกะก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวไปมากกว่านี้นัก ที่ผ่านมาเธอนั่งขบคิดถึงเรื่องราวในอดีตของตนเองหลายครั้งเป็นอย่างมาก อาจเพราะการเข้ามายังสถานที่ที่ไม่คุ้นชินทำให้มิซูโกะรู้สึกคิดถึงบ้านและสามีมากกระมั้งจนถึงขนาดเก็บไปฝันบ่อยครั้ง

คุณเคียวจูโร่คนนี้เราเข้ากันได้ดีอยู่ระดับหนึ่ง…

ลึก ๆ เธอก็แอบกลัวเหมือนกันแฮะ ว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับคุณเคียวจูโร่สามีของเธอเหมือนทุกระเบียบนิ้ว กลัวว่าพอแต่งงานไปแล้วเขาจะมีปีศาจกลายร่างออกมาเป็นผัวจอมเผด็จการน่ะสิ!

“นี่…แล้วมิซูโกะกลัวการแต่งงานกับข้าหรือไม่” เคียวจูโร่ถามเธอเกี่ยวกับตัวเขาในตอนนี้ มิซูโกะใคร่ครวญอย่างหนัก เธอไม่ได้ตอบเขาในทันทีทันใด

“มิซูโกะคนนี้ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ข้ารู้สึกว่าข้าไม่ได้กลัวการแต่งงานเลย” เธอตอบคุณเคียวจูโร่อย่างซื่อตรง“ข้าว่ามันก็แปลกนัก…อาจฟังดูเหมือนคนบ้า แต่ข้าไม่ได้รู้สึกวิตกมากจนต้องเครียดหรือร้องไห้เหมือนคนวิปริต อาจเพราะผู้คนรอบข้างและคุณเคียวจูโร่ไม่ได้ต่างกันออกไปเลย แต่ข้าก็แอบกลัวอยู่บ้าง…แต่ข้ารู้ว่าคุณเคียวจูโร่ยังคงเป็นคนที่ดี…ดีต่อข้าอย่างจริงใจที่สุด ข้าจึงไม่กลัว...”

มิซูโกะแอบเผยความในใจเล็กน้อย

“เพราะเจ้าเชื่อในตัวข้าสินะ”

“ข้าชื่อในตัวของท่านที่สุดแล้ว…เคียวจูโร่ ข้าจะบอกให้ท่านรู้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นท่านคนไหน คนในยุคสมัยใด ท่านเป็นคนผู้เดียวในชีวิตของข้าเสมอ เป็นคนคนเดียวที่ข้าเหลืออยู่แล้วในโลกนี้และตอนนี้…ตัวข้าไม่ว่าจะคันจิตัวใด ไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ ข้า…ข้าไม่ได้พูดให้ท่านต้องรับผิดชอบข้านะ ข้าชินชากับการอยู่เพียงลำพังและเอาตัวรอดได้”

“เจ้าพูดจาเหมือนผลักไสข้าอยู่นะมิซูโกะ”

“คุณเคียวจูโร่…ที่ข้าอยากจะบอกก็คือ ชีวิตข้ามีแต่ท่านแล้ว ดังนั้นเพื่อท่าน คนคนเดียวที่ข้ามีอยู่ในตอนนี้ จากหัวใจข้าล้วนแล้วกระทำสิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุขมากที่สุด ข้าอยากจะบอกว่า วันใดที่ความสุขของข้ามอบให้ท่านสมใจไม่ได้ วันใดที่ท่านไม่ต้องการความสุขจากข้าแล้ว ข้าจะไม่ว่าอะไรเลย ข้าล้วนยินดี…หนังสือคำสาบานที่จะเขียนขึ้นในพิธีแต่ง ท่านสามารถฉีกทิ้งโดยไม่ต้องรักษาสัจจะหรือสิ่งใดก็ตาม” น้ำเสียงของมิซูโกะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาและคำพูดแปลก ครั้งนี้เธอเรียกอีกฝ่ายว่าซามะหรือที่แปลว่า‘ท่าน’เป็นการยกย่องให้เกียรติ ไม่ได้คำว่าซังหรือ‘คุณ’ อีกแล้ว แน่นอนว่ามันแสดงถึงคำพูดที่สำคัญแบบที่สามีภรรยาใช้กัน

“ข้าจะเก็บหนังสือคำสาบานของเอาไว้ให้ดี…ไม่มีวันฉีกทึงอย่างเด็ดขาดมิซูโกะ!” เคียวจูโร่ตอบในทันทีที่เธอพูดจบ ประโยคพูดแบบนี้ของเขาไม่ต่างอะไรกับคำตอบหนึ่งของคุณสามีที่เธอได้ยินมาในตอนที่เธอพูดเรื่องสำคัญก่อนแต่งงานกับเขาไม่กี่วัน

 

‘ฉันไม่มีทางยอมรับทะเบียนหย่าเด็ดขาด! มิซูโกะอย่าหวังว่าชั่วชีวิตนี้เราจะไปศาลเพื่อทำเรื่องฟ้องหย่ากันเลย…ชีวิตนี้มีแต่ไปที่ว่าการอำเภอเพื่อจดทะเบียนสมรสเท่านั้น!!’

 

“คุณแอปริคอตหวานเปรี้ยวคนนี้นี่ ทำไมตอบเหมือนกันจริง ๆ เลย”มิซูโกะเรียกอีกฝ่ายว่าเจ้าแอปริคอตหวานเปรี้ยวแล้วอมยิ้มเบา ๆ คันจิตัวแรกคำว่าเคียวที่ใช้เป็นชื่อของคุณเคียวจูโร่ อ่านได้อีกแบบว่าอันซึ หรือก็คือผลอันซึที่มีชื่อฝรั่งซึ่งเรียกว่าผลแอปริคอตสีส้ม ๆ เนื้อแดง ๆ นั่นเอง

“แอปริคอต?” คุณเคียวจูโร่ทวนอย่างงุนงง ส่วนมิซูโกะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ยอมบอกท่าเดียว

“…คุณเคียวจูโร่ วันนี้ขอบคุณที่พามาเที่ยวงานนะเจ้าคะ” เธอขอบคุณอีกฝ่ายแล้วยิ้มหวานอย่างดีใจ “วันนี้ข้ามีความสุขมากเลยเจ้าค่ะ”

“อื้ม!” เคียวจูโร่รับคำพร้อมใบหน้าที่ปรากฏรอยยินดี

ในใจของมิซูโกะคิดอย่างเรียบง่าย…

คุณเคียวจูโร่ก็คือคุณเคียวจูโร่ เธอไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงความรู้สึกที่เหมือนกันระหว่างเขาทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ ต่อจากนี้และตลอดไปไม่จำเป็นที่จะต้องคิดอะไรให้มากความอีกแล้ว แค่ทำสิ่งที่เธออยากจะทำ ทำสิ่งดี ๆ ที่จะมอบให้อีกฝ่ายมีความสุขอย่างซื่อตรงก็พอ…

แค่นั้นก็พอแล้วจริง ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #53 MadnessALice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:30
    มันน่ารักไปหมด เขินบิดเลยค่ะไรท์
    #53
    0
  2. #51 panipakartist (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:58

    พวกเขาจะเข้าหอกันแล้ว!! ตั้งตารออ่านตอนต่อไปเลยค่ะ

    #51
    0
  3. #50 Aimarea (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:35

    เขาจะเข้าหอกันแล้ววววววววว~~~
    #50
    0
  4. #49 Kaya S. Valentia (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:35
    โอ้โห ตั้งตารอเลยค่ะ
    #49
    0
  5. #48 Gurenge (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:01
    อาระ~คงเร่าร้อนเหมือนปราณเพลิงของตัวเองสินะคะหุๆๆ
    #48
    0
  6. #47 Kirasaki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:48

    (-////-);
    #47
    0
  7. #44 sunisauun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:19
    เข้าหอๆๆๆๆ😳😳
    #44
    0