[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    5 ก.พ. 63

 

 

อีกราว ๆ สองสัปดาห์ได้ที่พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้น ระหว่างนี้เธอพบเจอกับคุณเคียวจูโร่บ่อยครั้ง ในช่วงเช้าเป็นเวลาที่ไม่มีอสูรออกอาละวาด งานส่วนใหญ่ของเสาหลักก็จะอยู่ในช่วงกลางคืนมากกว่า ดังนั้นช่วงเช้าคุณเคียวจูโร่จะใช้เวลานานพักผ่อนเป็นส่วนใหญ่และหากว่าว่างก็จะมาใช้เวลาร่วมกับเธอบ้าง พูดคุยถามไถ่ในเรื่องต่าง ๆ

วันนี้มิซูโกะได้รับจดหมายจากสหายผู้หนึ่งนามว่าซูนาโอะ จากความทรงจำในร่างแล้วพบว่าเธอมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับซูนาโอะมาก ซูนาโอะอายุมากกว่าเธอหนึ่งปี เธอเป็นนักดาบหญิงที่มีความสามารถมากสามารถใช้ปราณอัสนีได้ เคยทำงานกับท่านพ่อบ่อย ๆ ในฐานะมือปราบอสูรระดับผู้ช่วย

แต่ตอนนี้เธอย้ายไปอยู่กับรับใช้เสาหลักวายุแทนตอนก่อนที่ช่วงที่พ่อของเธอจะเจ็บป่วยเสียประมาณหนึ่งปีได้ ดังนั้นเราจึงไม่ได้เจอกันบ่อยครั้ง แทบจะไม่ได้เจอกันเลยด้วยซ้ำ

ในจดหมายเนื้อความบอกกล่าวว่า เธอรู้สึกคิดถึงมิซูโกะเหลือเกิน อยากจะพบเจอสักเพื่อพูดคุยเรื่องราวมากมาย เธออาศัยอยู่ที่เรือนรับรองของเสาหลักวายุคนปัจจุบัน แน่นอนว่ามิซูโกะก็ต้องไป ทำให้เช้านี้เธอเลยคิดจะไปเยี่ยมเสียหน่อย อาจมีการประดาบบ้างเป็นการทักทายระหว่างกัน หรือไม่ก็เล่นโกะแข่งกันสองสามกระดาน

ซูนาโอะ…

ทำไมเธอกลับถึงนึกถึงคุณนักกายภาพบำบัดสาวซูนาโอะที่เธอเคยไปใช้บริบาลการรักษาจากอุบัติเหตุจากการฝึกเคนโด้ด้วยเลย จำได้ว่าเธอคนนี้เป็นคุณนายบ้านชินาซึงาวะ เสียดายที่คุณซูนาโอะกลับประสบอุบัติเหตุจมน้ำ เธอตอนนี้อยู่ในอาการโคม่าเลยทำให้เพื่อนของสามีหรือคุณซาเนมิที่เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ซึมเศร้าไปพอควร

อืม…

เป็นเรื่องน่าเศร้าใจเหมือนกัน เวลาเธอขับรถไปรับคุณสามีที่โรงเรียนทีไร เธอก็มักจะเลยได้มีโอกาสได้เจอคุณซูนาโอะมารอเวลาเลิกงานดึก ๆ มืด ๆ เป็นเพื่อนด้วยกันเสมอ ดังนั้นเธอเลยไปเยี่ยมคุณซูนาโอะพร้อมกับสามีบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับคุณครูคนอื่น ๆ ของสามี

ล่าสุดเห็นว่าการตอบสนองทางสมองเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ลืมตาแล้ว นิ้วขยับและพึมพำอะไรขึ้นมาบ้างซึ่งถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีเลยล่ะ เห็นว่าคุณซาเนมิดูสดใสและมีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อนเสียอีก

มิซูโกะจัดกิโมโนกึ่งทางการให้เรียบร้อย มือประคองปิ่นบอลทามะที่เสียบอยู่กับมวยผมให้แน่น ตรวจดูขนมโอฮางิของโปรดอีกฝ่ายว่าจัดมาครบหรือไม่กัน เธอเอาใบชาดีมาฝากอีกฝ่ายด้วยห่อหนึ่งเป็นมารยาทด้วยล่ะนะ

พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินออกมายังนอกประตูรั้วบ้าน แล้วปิดมันให้เรียบร้อย แต่ทว่าทันทีที่เตรียมจะหันตัวออกเดินก็เจอกับร่างสูงของคุณเคียวจูโร่ที่อยู่ใกล้ ๆ เสียก่อน

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ” เธอว่าจากนั้นก็มองอีกฝ่าย “วันนี้ข้าจะไปเยี่ยมเยียนสหายที่เรือนพำนักของเสาหลักวายุน่ะเจ้าค่ะ” เธอตอบอีกฝ่ายและบอกโดยไม่ต้องให้เขาออกปากถามขึ้นมา

“อ้อ พอดีกันจริงเลย ข้าเองก็มีธุระต้องไปพบกับเสาหลักวายุเช่นกัน”

มิซูโกะพยักหน้ารับจากนั้นก็เดินข้าง ๆ เขาไปด้วยกันอย่างเรียบง่าย

“เพื่อนของเจ้าคือ…ซูนาโอะที่รึเปล่า” คุณเคียวจูโร่ถาม

“เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เจอนางมานานมากแล้ว หลังจากซูนาโอะถูกย้ายไปทำงานกับคุณเสาหลักวายุคนใหม่ ข้าก็ไม่ได้เจอนางอีกเลย เห็นว่าประสบอุบัติเหตุเลยทำให้รับภารกิจไม่ได้ชั่วคราว”

คุณเคียวจูโร่พูดตอบเธอ

“นักดาบหญิงนางนั้นทำลายอสูรเครื่องหอมได้สำเร็จ แต่ก็มีอาการไม่สู้ดีนัก ข้าไม่ทราบเรื่องระหว่างนางกับชินาซึงาวะว่าเป็นเช่นไร แต่ชินาซึงาวะรับนางดูแลนางเป็นภรรยาตบแต่งไปเมื่อราว ๆ แปดเดือนก่อนได้กระมั้ง”

ชินาซึงาวะ?

อย่าบอกนะว่าเป็นชินาซึงาวะ…ซาเนมิ…นะ!?

ผู้คนในยุคสมัยไทโชนี่อดคิดที่จะลอกเลียนแบบคนรอบข้างของเธอในยุคเรวะไม่ได้นะ? หรือเพราะทำทั้งบุญและกรรมร่วมกันในชาตินี้ ชาติภพสมัยเรวะจึงได้มาพบเจอกันอีกครั้ง หรือคำที่พวกชาวบ้านพูดว่า ทำบุญร่วมชาติสักการะองค์พระร่วมกันจะทำให้ชาติหน้าได้มีโอกาสมาพบพานและสานต่อบุญกรรมร่วมกันอีกจะเป็นจริงนะ!

มิซูโกะคิดอย่างพรั่นพรึงอีกครั้ง

“อสูรเครื่องหอมหรือเจ้าคะ? เห็นบิดาข้าเล่าเอาไว้ว่าเป็นอสูรระดับเดียวกับอสูรข้างขึ้นได้ คงจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ดีที่ซูนาโอะกำราบมันได้…แต่ว่ารอดชีวิตมาได้ก็นับว่าดียิ่งกว่าดีแล้ว”

เธอเอ่ยปากไปตามประสาไม่ได้คิดอะไร

“นั่นสินะ! ดวงชะตาแข็งจนรอดจากอสูรระดับสูงมาได้ อาการบาดเจ็บของนางจะต้องหายอย่างแน่นอน เช่นนี้ชินาซึงาวะคงจะต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจได้เป็นแน่” คุณเคียวจูโร่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดี

แต่ทว่าหัวใจของมิซูโกะกลับรู้สึกถึงลางประหลาด…

ทำไมเหตุการณ์มันซับซ้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้นกัน

มันจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าวิญญาณของคุณซูนาโอะเองก็เข้ามายังสมัยไทโชนี่ด้วยเช่นเดียวกับเธอ อุบัติเหตุจมน้ำนี่จะว่าไปก็ไม่ธรรมดา เพราะคุณซูนาโอะเองก็ไม่ใช่คนที่จะว่ายน้ำไม่เป็น เห็นเธอตกคลอดเพราะมีรถพุ่งมาชนจนหัวฟาดของแข็งใต้คลองที่ต่อมามันถูกงมขึ้นมาดูว่าคืออะไรกัน และมันก็เป็นกระถางเครื่องหอมเคลือบดินเผาโบราณเสียด้วยน่ะสิ

อสูรเครื่องหอม…

ตายล่ะ…ทำไมทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันอย่างนี้เล่า?

 

. . .

 

น่าประหลาดที่การมาเรือนพำนักของเสาหลักวายุจะได้เห็นเสาหลักครบองค์ประชุมเช่นนี้ เธอเห็นป้าอามาเนะที่อยู่ข้าง ๆ ซูนาโอะที่นั่งอยู่ในลานรับแขกของบ้านด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวคล้ายกับว่ามีรอยสีแดงของเลือดซึมจาง ๆ ทันทีที่เห็นมิซูโอะตรงหน้าเธอก็รู้สึกว่าหน้าตานี่ไม่ต่างไปจากคุณซูนาโอะที่มีกลิ่นอายของผู้หญิงทันสมัยใหม่เลยสักนิด อีกฝ่ายประสานสายตามองเธอด้วยความกังวลและห่วงใย มิซูโกะที่เพิ่งจะก้าวเข้ามานั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่ายตามมือที่กวักเรียก…

“…มิซูโกะ เจ้าคือมิซูโกะที่เขียนด้วยคันจิสองตัวหรือสามตัวกัน?”

ถ้าเป็นยุคนี้ล่ะแน่นอนว่าเป็นมิซูโกะที่ใช้คันจิคำว่า ‘สงบเงียบ’ และคันจิคำว่า ‘เจ้าหญิง’ แต่ว่าเธอไม่ใช่มิซูโกะที่เขียนด้วยอักษรสองตัวนี้แต่ใช้อักษรคันจิสามตัวในคำเขียนที่ประกอบไปด้วยคันจิคำว่า ‘ความงาม’ ตามมาด้วย ‘อายุยืนยาว’ และ ‘เด็ก’ ต่างหาก

เป็นคันจิสามตัวที่เธอเคยเขียนให้กับคุณมิซูโอะดูตอนเจอกันครั้งแรก

“เป็นคันจิสามตัว”

สีหน้าของป้าอามาเนะประหลาดใจขึ้นมา แน่นอนว่ามิซูโกะย่อมไม่เข้าใจมันเท่าไหร่นัก เธอมองหน้าเสาหลักแต่ละคนอย่างนึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับควางทรงจำของมิซูโกะที่ใช้คันจิสองตัว และความทรงจำของตนเองที่เป็นมิซูโกะคันจิสามตัวขึ้นมา

จากนั้นก็ตระหนักได้ว่า…บุคคลทั้งหลายที่รายล้อมนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับตนเองไม่ว่าจะมากหรือน้อยทั้งหมด ทั้งในสมัยไทโช หรือเรวะก็ตามทีล้วนเป็นแต่คนที่เธอต่างเกี่ยวข้องทั้งนั้น

“เจ้ามาเยี่ยมข้าครั้งล่าสุดกับคุณเคียวจูโร่สินะ…วันนั้นเจ้าเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันเป็นกิ่งดอกซากุระใช่ไหม”

!!?

“คุณคือซูนาโอะ นักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลคิริยะสินะคะ ตอนแรกคุณอาการหนักมาก คุณชินาซึงาวะไปเยี่ยมคุณทุกวันเลยล่ะค่ะ…เขางมคลองจนเจอกระถางเครื่องหอมเครือบดินเผาแล้วค่ะ ถ้าฉันจำไม่ผิดแล้ว ดูเหมือนคุณชินาซึงาวะโกรธมากเลยทุบมันจนแหลกแล้วเอาไปเผาทำลายทิ้ง” เธอเล่ารายละเอียดให้พลางมองคุณซูนาโอะที่หันไปกุมมือเสาหลักวายุ…ที่หน้าตาเหมือนคุณชินาซึงาวะ ซาเนมิ...

เหมือนชนิดที่ว่าทั้งชื่อและหน้าตาท่าทางมาก!

“ข้าสบายใจได้แล้ว ในที่สุดมันถูกทำลายลงแล้ว…” คุณซูนาโอะส่งสายตามองไปยังคุณชินาซึวะที่จากกำมือแน่นเป็นคลายออกด้วยความเบาใจ

“…คุณมิซูโกะ เครื่องหอมถูกทำลายลงแล้วเท่านี้ยุคสมัยของอสูรก็ใกล้จะจบสิ้นแล้วจริง ๆ” อีกฝ่ายว่าแต่มิซูโกะยังคงมึนงง “ฉันขอโทษที่ดึงคุณเข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ…ฉันไม่ตั้งใจที่จะทำให้คุณลำบากเลย ขอโทษที่ฝากปิ่นบิระบิระเอาไว้กับคุณนะคะ”

ปิ่นบิระบิระ!

เธอลืมไปเลยว่าก่อนหน้านั้นที่คุณซูนาโอะจะโคม่า เธอฝากปิ่นโบราณเล่มหนึ่งให้เธอ มันเป็นปิ่นโลหะรูปพัดและห้อยแถบโลหะบิระบิระเป็นระย้า แน่นอนว่ามันเป็นของที่คุณซูนาโอะบอกให้เธอช่วยเก็บเอาไว้ทีเพราะตอนนั้นฝนตก เธอกลัวว่ามันจะเปียกฝนอีกทั้งเวลานั้นคุณซูนาโอะใช้กระเป๋าผ้าซึ่งไม่กันน้ำเธอเลยรับฝากมาน่ะสิ

เธอเป็นคนรับกล่องที่มีปิ่นเล่มนั้นมา...

จากนั้นก็ลืมไปสนิทเลยว่าในกระเป๋าแบรนเนมด์ใบใหญ่ที่คุณสามีซื้อให้มีเจ้ากล่องปิ่นนี้ด้วย อาจเพราะช่วงนั้นเธอยุ่ง ๆ กับการจัดเสื้อผ้าให้คุณสามีไปแข่งเคนโด้ เลยไม่ได้จัดกระเป๋าประจำตัวให้เป็นระเบียบเหมือนทุกวัน ของในกระเป๋ารกมากเสียจนคุณเคียวจูโร่ขู่ว่าระวังจะมีเจ้าแมลงสาบแอบอยู่ในกระเป๋าทุกวันเลยเชียวล่ะ

แต่ว่า…ปิ่นเล่มนั้นเป็นคนพาเธอมาอย่างงั้นหรือ?

ใช่แล้ว…

ตอนเธอมาไหว้วัดบนภูเขาเธอก็สะพายกระเป๋าใบนั้นอยู่ด้วย นี่แปลว่าปิ่นเองก็ติดตัวเธอมาโดยตลอด และมันก็มีส่วนเกี่ยวข้องที่ดึงเธอมาในยุคสมัยไทโช…ดึงเธอมายังอีกชาติภพหนึ่งจนได้

“ไม่มีทางเลือก ที่ต้องเป็นคุณก็เพราะคุณมิซูโกะไม่ว่าจะเป็นอักษรสองคันจิหรือสามอักษรคันตินี้ล้วนถูกอสูรปิ่นปักผมสาปส่งเอาไว้ แรงอาฆาตนี้มากพอที่จะดึงวิญญาณของคุณให้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อตัดแรงอาฆาตและทำลายปิ่นเล่มนั้นในกาลข้างหน้าได้”

ฮ่ะ?

แรงอาฆาตนั่นมากขนาดนั้นเลยจริง ๆ ดิ!

“…ฉันจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีพระรูปหนึ่งเตือนฉันเท่านั้นแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมากับตัวเอง ตอนนี้ฉันสับสนเหลือเกิน…คุณซูนาโอะ”

“นี่เป็นวิบากกรรมของคุณมิซูโกะ มันเกี่ยวพันกันมานานหลายร้อยปี…ตัดอสูรตนนั้น…จงตัดกรรมนี้ซะ” น้ำเสียงของซูนาโอะเบาลงจนกระทั่งร่ากายของอีกฝ่ายเรรวน ร่างนั้นอ่อนแรงจนคุณชินาซึงาวะต้องเข้ามาคอยประคองเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายที่คุณซูนาโอะจะใช้มือที่เปื้อนไปด้วยเลือดที่ซึมจาดผ้าเช็ดหน้าของตนประกบวางบางสิ่งลงมาในฝ่ามือของเธอ

มันคือชิ้นส่วนของปิ่นนกกระเรียนเปื้อนเลือดของแม่…

นกกระเรียนสยายปีกที่หลุดออกมาจากหัวของท่านแม่…หัวที่ขาดออกจากบ่าพร้อมดวงตาที่จ้องเขม่งมายังเธอซึ่งถูกซ่อนในหีบที่มีรูกว้าง ภาพของอสูรที่สังหารพี่ชายและแม่เริ่มปรากฏเป็นรูปร่างมากขึ้นจากความทรงจำวัยเด็กที่เบาบาง แม้จะจำลายละเอียดไม่ได้มากนัก แต่ภาพนั้นก็เริ่มจะชี้นำเธอบ้างแล้ว

มิซูโกะกอบกำชิ้นส่วนนกกระเรียนเอาไว้ในมือ

 

‘ทำลาย…มันซะ…ทำลายมันซะ’

‘มิซูโกะ…ทำลายมันซะ…ลูกต้องทำมันได้อย่างแน่นอน…’

 

เสียงเบาหวิวคล้ายวิญญาณพี่กระซิบบอกข้างหูทำให้มิซูโกะขนลุก สัมผัสของใครหลายคนโอบกอดเธอเอาไว้อย่างอบอุ่น ความรู้สึกของครอบครัวบังเกิดขึ้นแล้วสลายกลายเป็นหยดน้ำตาอาบสองแก้มราวกับว่าทุก ๆ คนในครอบครัวต่างพากันมาปลอยโยนความรู้สึกของเธอเอาไว้

กระแสลมหนาวเย็นประหลาดพัดผ่านร่างของคนทุกคน…

ความรู้สึกหวิว ๆ ในใจการเกิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ...

ที่มุมปากของเธอคล้ายกับว่าของเหลวข้นสีแดงไหลเปื้อนกิโมโนตัวเก่ง ใบหน้าขาวซีดเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเงยหลังล้มลงด้วยความอ่อนแรงและโรคร้ายที่กำลังเคลือบคลานเข้ามาของบ้านอุบุยาชิกิ โรคที่อีกสองปีต่อมาจะคร่าชีวิตของเธอจากคุณเคียวจูโร่ในตัวตนมิซูโกะสองคันจินี้

มิซูโกะหลับตาลงด้วยเปลือกตาที่หนักอึ้ง

ในใจคิดถึงแต่คุณเคียวจูโร่...

คุณสามี…ช่วยฉันด้วยค่ะ…ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #19 gafill1234gg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:57

    รักเรื่องนี้มากก
    #19
    0
  2. #18 panipakartist (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:13

    เนื้อเรื่องเริ่มดูซับซ้อนมากขึ้น และดูเหมือนว่ากรรมของเจ๊ซูนาโอะน่าจะหมดไปตั้งแต่เจออสูรเครื่องหอมแล้ว ตอนนี้ก็เหลือคุณภรรยาที่ต้องไปเผชิญหน้ากับอสูรที่จ้องอาฆาตแค้นเจ้าตัวทุกภพทุกชาติสินะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:19
    #18
    0
  3. #17 Yukisi! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:25

    นอนรอเลยยย
    #17
    0
  4. #15 39875 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:16
    มาลง มาลง มาลง คนอ่านจะลมแดงตายแล้วคร้าาาาา
    #15
    0