[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

 

 

เปลือกตาของมิซูโกะเริ่มตอบสนองต่อแสงแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามา ไข้ขึ้นสูงมากจนยากจะขยับตัวแต่ตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่รอด กลิ่นอายโบราณและเสื่อทาทามิปลุกให้เธอฟื้นสติ เปลือกตาของเธอเริ่มขยับและกะพริบตาเพื่อให้คุ้นชินกับแสงภายในห้อง พอลืมตาขึ้นมาได้ก็พบเข้ากับใบหน้าของใครบางคนที่คุ้นเคยดี แต่ทว่าพอมองไปมองมาก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวตนของเขาที่เธอคุ้นเคยดีนัก

เธอพบเด็กหนุ่มเซนจูโร่ที่เหมือนน้องชายของสามี

มาตอนนี้เธอเจอสามี…ไม่สิ…ใครบางคนที่เหมือนสามีของเธอมากต่างหาก

“พี่สาวฟื้นแล้ว!”เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นอย่างดีใจพร้อมใบหน้าที่โผล่เข้ามามองเธอร่วมด้วยอีกคน มิซูโกะยิ้มน้อย ๆ เธอจำได้ว่าตัดคออสูรไปสองตัวจากนั้นก็เหมือนกับว่าจะถูกอสูรอีกตัวเตะปลิวแล้วจำอะไรไม่ได้อีก สติดับวูบไปเหมือนคนพลังงานหมดกระทันหัน

“นี่พี่ชายของข้าเอง…คู่หมั้นของท่านอย่างไรเล่า”

อืม…คู่หมั้น…เขาเหมือนคุณสามีของเธอจริง ๆ!

“ข้าเคียวจูโร่ ขอบคุณที่ปกป้องเจ้าน้องชายผู้นี่ของข้ามากนะ” อีกฝ่ายกล่าวขอบคุณสองมือกอดอกเอาไว้พร้อมใบหน้าที่มั่นคงองอาจเยี่ยงนักดาบที่สง่างามเหมือนปกติ

“พี่สาวท่านพูดอะไรหน่อยสิ ทะ-ท่านดีขึ้นหรือไม่”เด็กชายถามอีกครั้ง

“…ข้าจะไปอัดเจ้าอสูรตนนั้น มันถีบข้าตัวลอย ข้าเจ็บใจยิ่งนัก” เธอว่าแล้วกระเสือกกระสนจะลุกขึ้นแต่รู้สึกเจ็บที่หัวเล็กน้อย จากนั้นก็สังเกตได้ว่ามีมือใหญ่ของเคียวจูโร่กดเธอให้นอนลงกับฟูกเหมือนเดิม

“ข้าจัดการอสูรตนนั้นไปแล้ว ต้องขอบใจเจ้ามากที่ต้านอสูรเอาไว้ได้นาน ทำให้หมู่บ้านสามแห่งไม่ถูกพวกอสูรทำลาย…เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ” เคียวจูโร่มองเธอด้วยดวงตาที่อบอุ่นทำเอาหัวใจของเธอเต้นเหมือนถูกคุณสามีมองอย่างภาคภูมิใจอย่างไรอย่างนั้น

“เช่นนั้น…ขอบคุณที่ช่วยข้า” เธอกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายแต่ไม่กล้ายิ้มเพราะรู้สึกเขินอาย แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็มอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้เธอแทนแม้จะไม่ได้กล่าวอะไรตอบ เธอมองไปที่เซนจูโร่ที่ยิ้มเช่นเดียวกัน จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าตรงเข้ามา

กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งสัมผัสได้ง่าย

คน ๆ นี้น่าจะเป็นชินจูโร่…สหายของบิดาเธอล่ะมั้งนะ

“แม่เด็กดื้อดึง ข้าปฏิเสธไปแล้วแท้ ๆ เจ้ายังจะดาหน้ามาที่นี่อีก!” น้ำเสียงดุดันไม่พอใจของพ่อสามีดังขึ้น เขาปาจนหมายที่บิดาของเธอเขียนลงกับพื้นเสื่ออย่างไม่ไยดี “ลูกชายข้าไม่มีอะไรดี ไม่ได้เรื่อง ได้ไปแต่งกับผู้อื่นซะเถอะ อย่าลดตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลเสียหายเลย”

มิซูโกะมองไปที่เซนจูโร่หมายให้มาช่วยพยุงเธอชันร่างขึ้น ซึ่งพอเป็นเช่นนั้นเคียวจูโร่เลยพยุงตัวขึ้นมาช่วยเธออีกแรงอย่างนุ่มนวลและทนุถนอมเธอเป็นอันมาก

“ท่านอย่าได้พูดเช่นนี้เลย ท่านพ่อข้าหมั้นหมายเอาไว้แล้วและข้าก็เต็มใจที่จะทำตามคำสั่งเสียของท่าน ข้าไม่ยอมให้ท่านผิดวาจาและความตั้งใจครั้งสุดท้ายเด็ดขาด…ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ ท่านอย่ารังเกียจที่จะรับข้าเป็นสะใภ้เลย”

“คำสัญญาอะไรนั่นช่างมันไปซะเถอะ” พ่อสามีพูดอย่างดื้อดึง “…คิชิเจ้าคนงี่เง่าเอ้ย เจ้าบังคับบุตรสาวตนเองให้มาอยู่กับคนไร้ค่าอย่างเคียวจูโร่ หน้าตายยิ่งนัก!” อีกฝ่ายว่าแล้วนั่งลงปึงปังแต่มิซูโกะกลับไม่พอใจเท่าไหร่นัก

“เมื่อคืนบุตรชายของท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้…”

“ข้าไม่สนใจ แค่ช่วยชีวิตได้แล้วมันยังไงกัน ไร้สาระน่า!”อีกฝ่ายตะคอกเธอด้วยอารมณ์ที่รุนแรงซึ่งคนอย่างมิซูโกะไม่ใช่คนที่จะยอมให้สามีตัวเองถูกด่าแบบนี้อย่างแน่นอน เธอกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจเช่นเดียวกันกับอีกฝ่าย

ซึ่งก่อนจะพูดโต้ตอบมิซูโกะก็เผลอตัวเลื่อนฝ่ามือไปจับฝ่ามือของเคียวจูโร่เอาไว้เสียอย่างนั้น เธอจับมืออีกฝ่ายเอาไว้แน่นและดูเหมือนอีกฝ่ายก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกันจึงไม่ได้พยายามปล่อยออก

“ข้าเต็มใจที่จะแต่งงาน นี่ไม่ใช่การลดตัวแต่อย่างใดมันเป็นเรื่องที่น่ายินดีด้วยซ้ำ เคียวจูโร่เป็นบุรุษที่ดีมาก แค่ข้าได้สบสายตาของเขาข้าก็รู้สึกว่าชีวิตนี้จะไม่เสียดายที่ได้เป็นภรรยาของเขาแล้วเจ้าค่ะ…”

อีกฝ่ายดูจะเสียอาการและตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง

“ท่านชินจูโร่ เราหมั้นหมายกันเอาไว้แล้ว ของหมั้นก็แลกเปลี่ยนไปแล้ว ตามที่ตกลงเอาตอนนี้ข้าอายุสิบห้าใกล้จะสิบหกแล้ว หากท่านปฏิเสธข้าก็ไม่มีหน้าและคงจำต้องกลับบ้านเกิดอย่างอับอาย ถูกผู้คนนินทาและดูหมิ่นที่ว่าบ้านคู่หมั้นไม่ต้องการ บิดาของข้าในปรโลกคงถูกลบลู่และอยู่ไม่เป็นสุข ข้าจะปลิดชีพตนเอง…ข้ายอมตายเสียดีกว่า” มิซูโกะกล่าวอย่างหนักแน่นและซื่อตรง ด้วยความว่องไวของมือเธอ ดาบที่เหน็บเอาไว้ของเคียวจูโร่ถูกเธอชักขึ้นมาพาดจ่อที่ลำคออย่างรวดเร็ว แรงกดของมันทำให้คอของเธอเป็นรอยแผลยาวที่มีเลือดไหลอาบ การข่มขู่ชนิดที่หนักแน่นนี้เธอหวังว่าอีกฝ่ายจะยินยอม

แต่ไม่ทันที่จะได้ปาดขู่ให้ลึกกว่านั้น มือแกร่งของเคียวจูโร่ก็กำคมดาบยื้อเอาไว้จนฝ่ามือเกิดบาดแผล ซึ่งนี่ทำให้เธอยั้งมือไม่กดดาบให้ลึกกว่าเดิม

“เจ้าอย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ ถ้าคิชิรู้ว่าบุตรสาวตนเองมาตายเพราะข้า ข้าคงจะถูกเขาสาปแช่งในปรโลกเอาได้ ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”

ดี!

 

. . .

 

ลำคอของเธอถูกพันด้วยผ้าพันแผลเรียบร้อยแล้ว อาการเลือดร้อนเมื่อครู่ทำให้ไข้ลดลง อาจเพราะแรงโกรธนั้นมักจะทำให้ผู้คนกระตือรือร้นที่ฟื้นฟูร่างกายเสมอ มิซูโกะเองก็เป็นคนเช่นนั้น เมื่อไหร่ที่โมโหแล้วเธอจะตื่นตัวมาก เมื่อครู่เธอไม่มีความกลัวตายสักนิด พ่อสามีจะพูดอะไรก็ได้ แต่ห้ามมาดูถูกการตัดสินใจของเธอเด็ดขาดเชียว!

“พี่สาวท่านทำเอาข้ากลัวไปหมดแล้ว” เซนจูโร่อกสั่นขวัญหาย

ซึ่งมิซูโกะก็แค่เพียงหลุดขำออกมาเท่านั้น

“…พ่อของข้าเล่าเรื่องของพ่อของเจ้าให้ข้าฟังแล้ว ท่านบอกว่าข้าจะต้องรับมือเจ้าก้อนถ่านลวกมือให้ได้ ถ้าข้าทำไม่ได้พ่อก็บอกให้ข้าตายตามเขามา แต่ข้าไม่กลัวก้อนถ่านจะลวกมือข้าจะกำมันเอาไว้จนมอด” มิซูโกะออกปากเล่า สายตาของเธอมองตรงมุ่งมั่นเต็มไปด้วยความหวัง

“หากเมื่อครู่ท่านพี่ไม่ห้ามท่านเอาไว้ท่านอาจจะตายได้เลยนะ”เด็กหนุ่มยังคงพูดต่ออย่างไม่เข้าใจ

“…ถ้าข้าจะอัตวินิบาตกรรมตนเองข้าจะไม่ใช้วิธีนี้เด็ดขาด อีกอย่างดาบของพี่ชายเจ้าเป็นดาบใช้สังหารอสูร ข้าไม่มีทางนำดาบของเขามาใช้ทำบาปกรรมแน่นอน นี่เป็นการลองใจเท่านั้น…แล้วก็เป็นวิธีที่ใช้แสดงความมุ่งมั่นของตนเองอีกด้วย”

“ข้าต้องขอโทษแทนท่านพ่อด้วย ในเมื่อเราหมั้นหมายกันแล้วก็ไม่สมควรจะบิดพลิ้ว ท่านแม่ข้าสั่งเสียเอาไว้เช่นเดียวกัน ต่อให้บิดาจะค้านหัวชนฝาก็ต้องแต่งเจ้าเป็นภรรยาให้ได้ อย่าทำให้ความพยายามของบุตรสาวบ้านชิซูเอะต้องไร้ความหมาย”

น้ำเสียงที่ดังและอบอุ่นนี่ทำให้มิซูโกะรู้สึกมีความสุข

การหมั้นหมายเกิดขึ้นมานาน ถึงจะเป็นคำพูดปากเปล่าที่ไร้สัญญาแต่กระนั้นผู้ใหญ่สองฝ่ายซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวก็เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วทั้งแลกของหมั้นและสินสอดล่วงหน้า มิซูโกะที่ฝึกฝนตนเองมาอย่างเข้มงวดกวดขันนั้นไม่ได้ไร้ความหมาย วินาทีจับดาบฝึกฝนกระบวนท่าและกวนขันจิตใจนั้นมันช่างคุ้มค่าจริง ๆ

มิซูโกะโค้งกายกราบคำนับอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งในใจ

“บ้านข้าไม่มีผู้ใหญ่หรือญาติสักคนพอจะมาเป็นผู้ใหญ่ในงานพิธีได้ ก่อนบิดาตายท่านสั่งเสียเอาไว้ว่า หน้าที่นี่นายท่านบ้านอุบุยาชิกิฝ่ายมารดาข้าจะเป็นผู้ใหญ่แทนให้” เธอกล่าวพร้อมยื่นจดหมายในอกเสื้ออีกฉบับให้อีกฝ่ายรับไปอ่าน

“ข้าเข้าใจแล้ว เป็นเกียรติของข้ามากที่นายท่านคางายะเป็นผู้ใหญ่ส่งตัวเจ้าให้ข้า” อีกฝ่ายดูร่าเริงและยินดี

รอยยิ้มของเคียวจูโร่คนนี้…

เขาไม่ต่างอะไรไปกับคุณสามีของเธอเลย…

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #129 Pbas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 10:15
    รู้สึกคุ้นๆกับรูปแบบการเขียนกับตัวน้องอิโจมิให้คอมเม้น ว่าจะเป็นคนแต่งเดียวกันกับเรื่องเบื้องหลังจอมมารมั๊ย เป็นคนเดียวกันจริงด้วยค่า ติดตามนะคะ~
    #129
    0
  2. #86 ไอ้ครึ่งๆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:00
    ผมนี่รู้สึกใจเต้น ตึกตักๆ เลยครับ!!

    /กับเคียวจูโร่อะนะ^^
    #86
    0
  3. #45 Mrs. J (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:19
    มันดือมากเลยอ่ะแกร ใจมันเต้นตึ้กตั้กๆ
    #45
    0
  4. #9 panipakartist (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:49

    คุณภรรยาช่างมีใจที่เด็ดเดี่ยวยิ่ง

    #9
    0
  5. #3 Gurenge (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:06
    เป็นคุณภรรยาที่โคตรกล้าหาญเลยยย!!!
    #3
    0