[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 15 : ตอนที่ ๑๕

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

 

๑๕

 

ในท้องของมิซูโกะมิเด็กอาศัยอยู่จริง ๆ ตอนนี้ก็ผ่านมาสี่เดือนแล้วที่เธอตั้งครรภ์ บางทีก็แอบคิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้วกับร่างกายของเด็กน้อยอายุสิบหกปีร่างนี้ แต่ก็ผ่านพ้นช่วงเวลาแพ้ท้องที่แสนทรมานมาได้ มันไม่ใช่อาการแพ้ท้องธรรมดา เธอถึงขั้นทรุดตัวลงอย่างคนไร้เรี่ยวแรง แขนขาชาหรือไม่ก็วูบเป็นลมไปเสียดื้อ ๆ ทำให้เวลาที่ผ่านมาช่วงที่คุณเคียวจูโร่ไม่อยู่ เธอจึงได้รับการดูแลจากคุณโคโจ ชิโนบุเป็นส่วนใหญ่อย่างที่คุณเคียวจูโร่ร้องขอ

เส้นผมของเธอเปลี่ยนสี วันหนึ่งปรากฏผมหงอกเหมือนคนแก่สองสามเส้น ดูเหมือนร่างกายของเธอกำลังรับภาระอย่างหนักด้วยเพราะเจ้าสิ่งมีชีวิตในท้องที่ต้องการสารอาหารแร่ธาตุต่าง ๆ จากร่างของผู้เป็นแม่เช่นเธอ

มันเป็นเรื่องปกติ…สมัยปัจจุบันก็ยังเห็นได้ทั่วไป เช่น อาการของฟันผุ กระดูกที่เปราะบางง่ายหรือสภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในครรภ์แม่ ท้องแรกยิ่งยากลำบากเพราะร่างกายไม่คุ้นชิน ตอนนี้จึงต้องอาศัยความอดทนและบำรุงดูแลให้มาก จนกระทั่งผ่านช่วงเดือนนี้ไปได้ร่างกายก็จะดีขึ้นเองตามลำดับ

แต่ถึงกระนั้นมิซูโกะกลับรู้สึกว่าร่างกายของตนเองกำลังมีปัญหาอยู่ลึก ๆ

แต่ว่าเธอไม่รู้ว่าร่างกายกำลังเกิดอะไรขึ้น…พูดไม่ถูกว่ามันเป็นปัญหาอย่างไร

ดังนั้นจึงไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ คุณเคียวจูโร่ฟังสักนิด รวมถึงเล่าให้คุณโคโจฟัง

“คุณมิซูโกะสีหน้าดีขึ้นเยอะแล้วนะคะช่วงนี้”คุณโคโจว่าแล้วยิ้มกว้าง ท่ามกลางคฤหาสน์ผีเสื้อหลังนี้ที่มีคนหมั่นมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย มิซูโกะยิ้มรับไม่ได้พูดหรือบอกอีกฝ่ายถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ในเมื่ออีกฝ่ายตรวจไม่เจอก็ย่อมไม่มีปัญหาไม่ใช่หรือ? ดังนั้นเธอจะไปคิดมากทำไมกันเล่า?

“เจ้าค่ะ ข้าต้องขอบคุณท่านโคโจที่กรุณาต่อข้ามากนะเจ้าคะ” เธอว่าอย่างนอบน้อมแล้วหันไปหน้ามองดูผู้มาเยือนที่ฝึกฝนวิชาดาบในลานกว้างของเรือนหลังใหญ่นี้ ตรงหน้าของมิซูโกะมีคุณเคียวจูโร่ที่เสร็จสิ้นจากภารกิจกลับมาอยู่เป็นเพื่อน แต่พอดีมีโทคิโท มุอิจิโร่มาด้วยทั้งสองเลยพากันประลองฝีมือดาบเพื่อฝึกฝนขัดเกลาฝีมือ

จากนั้นไม่ทราบว่าอย่างไรก็ตามคุณอุซุยก็ปรากฏตัวพาเมียสามคนที่บาดเจ็บฟกช้ำกลับมาให้ชิโนบุดูอาการอย่างไม่ไว้วางใจเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าเมียทั้งสามคนของเขาจะไม่ได้บาดเจ็บสาหัสก็ตามที แต่เพราะความห่วงใยจึงต้องการให้ได้รับการรักษาอย่างถี่ถ้วนจากคุณโคโจที่เก่งกาจ

ดังนั้นตอนนี้นอกจากคนของเรือนผีเสื้อแล้วก็ยังมีคนของเสาหลักรวมตัวกันอยู่ด้วยจำนวนหนึ่งที่มานั่งพักดื่มน้ำชาพูดคุยกันสบายอารมณ์ยามว่างจากภารกิจ

“ตำราเล่มนั้นคงใช้ได้ผลสินะ” น้ำเสียงใคร่รู้ของคุณมาคิโอะภรรยาจอมโหวกเหวกของคุณอุซุยจับจ้องมาที่หน้าท้องนูน ๆ ของมิซูโกะ อีกทั้งนัยน์ตาของอีกฝ่ายปรากฏรอยยิ้มยินดีให้แก่เธอ

มิซูโกะยิ้มรับไม่กล้าพูดเพราะกลัวอาการขัดเขินจะแสดงออกมา

“ไม่ทันไรก็ท้องโตแล้ว ตำราเล่มนั้นคงมีเป็นประโยชน์จริง ๆ ดูสิปลายปีนี้ก็มีเจ้าหนูมาคลานเล่นด้วยแล้ว” คราวนี้คุณซึมะว่าจากนั้นก็สัมผัสที่หน้าท้องของเธอเบา ๆ อย่างสนใจ

“พวกเจ้านี่ก็เอาแต่พูดจายกความดีให้แก่ตำรา เรื่องนี้ครึ่งหนึ่งต้องยกให้คุณเร็นโงคุสิถึงจะถูก” ตามต่อด้วยคุณฮินะซึรุที่เตือนสองสาวเรื่องมารยาท “แต่จะว่าไปมิซูโกะก็คงจะตั้งใจมากเลยสินะ ฝึกฝนอย่างที่พวกข้าสอนไปก็เลยประสบผลสำเร็จแล้ว”

มิซูโกะหน้าแดงเล็กน้อย…

ตำราที่สามสาวมอบให้มิซูโกะก็ยินดีไม่น้อยสำหรับความห่วงใย แต่เรื่องแบบนี้เธอน่ะไม่ได้กระจอกสักนิด แบบว่า…เธอกับคุณสามีผ่านอะไรอย่างว่ามาก็เยอะแล้ว เรื่องประสบการณ์สดน่ะมาโขเลยเชียว!

“ฝีมือดาบของโทคิโทไม่ธรรมดาเลยนะคะ ประมือกับเร็นโงคุได้ขนาดนี้ถือว่ายอดเยี่ยมจริง ๆ” คุณโคโจว่าและชื่นชมอีกฝ่ายพร้อมใบหน้าที่สดใสเปล่งปลั่ง

“อืม เพิ่งจะจับดาบก็มีความก้าวหน้าถึงขนาดนี้ มีพรสวรรค์จริงๆ” คุณอุซุยเอ่ยขึ้นเช่นเดียวกับกับคุณโคโจ

มิซูโกะก็คิดไม่ต่างกันเท่าไหร่…อายุสิบสองขวบก็ออกกระบวนดาบได้คล่องแคล้วเช่นนี้ นับว่ามีพรสวรรค์มาก เห็นว่าเขาเพิ่งจะได้รับบาดเจ็บมาจากอสูรและรักษาตัวจนหายดีพ้นขีดอันตรายได้ไม่นานนักราว ๆ สองสามเดือนก็เลื่อนขึ้นเป็นเสาหลักหมอกในทันที

ร่างกายของเขาสมกับเป็นนักดาบจริง ๆ อายุยังน้อยอนาคตก็ยาวไกลเสียแล้ว

“ผม? มีอะไรผิดแปลกไปอย่างงั้นเหรอ”

เสียงของเด็กหนุ่มโทคิโทกล่าวขึ้นเรียกสติของเธอกลับคืนมา

“ไม่เจ้าค่ะ” เธอว่า“แค่คิดว่าปกติตัวคันจิอักษรมุจะแปลว่าไร้ ความหมายส่วนใหญ่ไปด้านลบ แต่พอเป็นเชื่อคนแล้วก็ต้องเป็นความหมายในแง่ดี เลยรู้สึกว่าตัว ‘มุ’ น่าจะมาจาก ‘มุเซย์เก็น’ ที่แปลว่าไร้ขีดจำกัดน่ะเจ้าค่ะ” เธอตอบอีกฝ่ายที่ทำหน้าตื่นเต้นราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“นั่นสินะ ต้องเป็น ‘มุ’ ที่ไร้ขีดจำกัดแน่ ๆ โทคิโท!” คุณเคียวจูโร่ว่าต่อเพื่อเสริมไฟอันร้อนรุ่มในตัวอีกฝ่ายให้เกิดความมุ่งมั่นในวิชาดาบ

“อือ” โทคิโท มุอิจิโร่รับคำจากนั้นก็นั่งลงรับน้ำชาไปดื่มแก้กระหายพร้อมท่าทีเหม่อลอยที่เกิดขึ้นอย่างปกติของเขา มิซูโกะมองแล้วเขาก็น่าสงสารไม่น้อยเพราะการสูญเสียความทรงจำเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่น้อย โทคิโทคนนี้คงจะพยายามฟื้นคืนความทรงจำอย่างหนักหน่วงตลอดเวลา...เห็นได้จากการที่เขาชอบเหม่อลอยเป็นประจำ

“น่ายท่านเคยพูดว่าคุณมิซูโกะมีสัมผัสพิเศษจากสายเลือดของบ้านอุบุยาชิกิ พอจะช่วยอะไรผมได้บ้างไหมครับ” อีกฝ่ายหันใบหน้าเงยขึ้นมองเธอพร้อมท่าทีจริงจังไม่น้อย

มิซูโกะประหลาดใจจากนั้นก็มองไปที่คุณเคียวจูโร่เพื่อขอความเห็น

พอคุณสามีคนนี้ไม่ว่าอะไรเธอก็นึกคิดลองดูว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้ในร่างนี้ของตนเอง

“ข้าเองก็สูญเสียความทรงจำไปส่วนหนึ่งเหมือนคุณโทคิโท จำไม่ได้ว่าว่าแม่ท่านสั่งเสียให้ทำอะไร จำไม่ได้แม้กระทั่งอสูรที่เข่นฆ่าแม่และพี่ชาย หลายปีมานี้ก็ยังจำไม่ได้ ทำให้เรื่องทุกอย่างไม่คืบหน้า…ปล่อยให้อสูรตนนั้นลอยนวลและไม่อาจล้างแค้นได้เสียที ทั้ง ๆ ที่พยายามอย่างหนักจนรู้สึกว่าหัวแทบระเบิดแต่ก็ไม่อาจจดจำสักเสี้ยวหนึ่งขึ้นมาได้…แปดปีมานี้ของข้า ใคร ๆ ก็พูดว่าสิ้นหวังแล้ว”

มิซูโกะว่าต่อ

“แต่ว่า…ทั้งข้าและคุณโทคิโคคงจะจดจำถึงความรู้สึกซึ่งฝั่งแน่นในอกได้ ความรู้สึกที่ชักนำให้เราก้าวเดินต่อแม้จะเป็นคนที่ตัวตนไม่มั่นคงก็ตาม ข้าผ่านมันแปดปีอาศัยแค่ความรู้สึกและมีชีวิตด้วยความมุ่งมานะก้าวเดินฝ่าความไม่รู้ของตนเองไปเรื่อย ๆ อย่างไม่ย่อท้อ พูดตามตรงเองว่าข้าก็ไม่มีวิธีการจะช่วยฟื้นความทรงจำได้ แต่ข้าพอให้คำแนะนำได้เวลาพยายามนึกถึงอดีตตัวตนของตัวเอง”

สายตาของโทคิโท มุอิจิโร่จริงจังขึ้นมาเพื่อรอรับฟังคำแนะนำของเธอ

“เวลานึกถึงความทรงจำที่หายไปเราจะรู้สึกเหมือนพยายามคนหาใครอีกคน แต่กลับลืมไปว่าคนผู้นั้นคือตนเอง ให้เปลี่ยนจากการนึกเป็นทบทวนตนเองแทน มองดูจากภายนอกเสียก่อน รูปร่างหน้าตา พิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น…คุณโทคิโทอายุสิบสองแต่กล้าเนื้อแข็งแกร่ง ต้นไหล่และช่วงแขนสามารถใช้ดาบได้อย่างคล่องแคล้ว อาจจะมีประสบการณ์จากการใช้กำลังแบกห้าม หรือใช้แรงแขนมาก่อน”

มิซูโกะค่อยบรรยายอย่างช้า ๆ สองมือจับฝ่ามือของอีกฝ่ายขึ้นมาดูตามข้อนิ้ว

“มือของคุณโทคิโทเป็นลักษณะของการจับกำที่ไม่ใช่ดาบมาก่อน ดู ๆ แล้วไม่ใช่จับพวกอุปกรณ์ทำไร่ทำนา ก็อาจจะเป็นอุปกรณ์ไปทางช่างไม้ก็ได้ จำพวกขวาน หรือค้อนใหญ่ ลองสำรวจตนเองก่อนใคร่ครวญค่อย ๆ นึกสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงความทรงจำได้ จากนั้นพิจารณาถึงนิสัย ความคิดและการพูดจา สิ่งเหล่านนี้สะท้อนสังคมรอบข้าง ที่บ้านมีคนเถรตรงหรือไม่?มีพี่น้องที่ปากร้ายรึเปล่า หรือเป็นคนที่อ่อนโยนจิตใจดีกัน บางครั้งอาจสังเกตได้จากความรู้สึกที่มีต่อผู้อื่นด้วย…จากนั้นจึงหวนกลับมาดูสภาพแวดล้อม คุณโทคิโทรู้สึกไวต่อสภาพอากาศแบบใด ภูเขา ร่มเงาแมกไม้ หรือลำน้ำสายธาร คุ้นชินหรือไม่ก็จะปรากฏเป็นภาพในความทรงจำที่ค่อย ๆ ขยายขึ้น”

โทคิโทพยักหน้ารับร้อง‘อืม’เมื่อมิซูโกะค่อย ๆ ไล่เรียงคำพูดของตนเอง

ดูเหมือนคำแนะนำนี้จะเป็นคำแนะนำที่ดีมาก

“โอ้ คำแนะนำนี่เยี่ยมยอดจริง ๆ มีหลักการที่ดีเลยนะคะ” คุณโคโจว่าพร้อมสีหน้าที่มุ่งมั่น

“ฟังดูแล้วก็ใช่ได้เลยนะ สมกับเป็นลูกหลานที่มีสายเลือดเดียวกับนายท่าน” คุณอุซุยชมเชยมิซูโกะเล็กน้อย

แต่ว่าคำชมเชยนั่นไม่สำคัญเท่ากับรอยยิ้มที่คุณเคียวจูโร่มอบให้กับเธออย่างภาคภูมิใจ คุณสามีมีสีหน้าที่ดูจะแช่มชื่นมากเมื่อพบว่าเธอเองก็เป็นคนที่ช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยคำแนะนำที่ดี

“ผมจะลองทบทวนตนเองดู ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับมิซูโกะ” โทคิโท มุอิจิโร่เอ่ยปากขอบคุณซึ่งมิซูโกะก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ให้อีกฝ่ายคลายกังวลกับเรื่องความทรงจำของตนเองได้บ้าง

 

. . .

 

ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว หลังจากที่มิซูโกะทานมือเย็นที่เรือนผีเสื้อของคุณโคโจเตรียมเอาไว้ให้โดยเฉพาะกับคุณเคียวจูโร่ เธอก็ถูกเขาประคองเดินกลับมายังเรือนพำนักของตนเอง ระหว่างก็เกิดบทสนทนาขึ้นเล็กน้อย

“มิซูโกะพักหลังมานี้…ข้ามักฝันประหลาด ฝันว่าสอนหนังสือเด็กหนุ่มในโรงเรียนใหญ่ ฝันเห็นเจ้าทั้งในวัยผู้ใหญ่และสาวน้อย โลกที่ข้าอยู่กับเจ้าบางทีมันคงจะเป็นแบบนั่นสินะ โลกที่เต็มไปด้วยอาคารสูงตึกรูปทรงแปลกๆ”

“?” มิซูโกะมีสีหน้าประหลาดใจเกิดขึ้น

“ข้าเห็นเจ้าในวัยครองเรือนเป็นแม่บ้านค่อยดูแลข้าอย่างที่เจ้าเล่าให้ฟัง เราพูดคุยกันเรื่องน้องชายของข้าที่จะไปเรียนต่อเมืองฝรั่ง คุยกันเรื่องอาการป่วยของแม่ข้าว่าเจ้าจะไปดูแล จากนั้นเจ้าก็บอกว่าเจ้าอาจจะมีเด็กในท้องให้ข้าด้วยคนหนึ่ง”

คราวนี้มิซูโกะตกใจจนตาตื่น

ดูเหมือนเขา…จะรู้เรื่องราวเกือบล่าสุดที่เราเพิ่งจะจากกันได้สินะ ตอนที่เธอไปส่งเขาแข่งเคนโด้ ส่วนเธอขับรถไปบ้านประจำตระกูลเร็นโงคุ การที่เขารู้ในครั้งนี่ทำให้หัวใจของมิซูโกะทั้งยินดีและเป็นสุขยิ่งนัก

มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดไม่ใช่น้อย…ที่ชาตินี้ของเขาระลึกไปยังชาติหน้าของตนเองได้ บางทีมันอาจจะมีตัวเธอเป็นแรงขับส่งประสานเอาไว้ หรืออาจเป็นเพราะลิขิตด้ายแดงแห่งรักระหว่างเราเชื่อมโยงกันไว้ก็ไม่ทราบดีนัก และอาจจะเป็นไปได้เพราะความผูกพันธ์ระหว่างสามีภรรยาที่เหนี่ยวรัดเอาไว้กระมั้งที่ทำให้เขาและเธอไม่จากกันไปไกลไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม

มิซูโกะรู้สึกว่า...คุณเคียวจูโร่กำลังออกตามหาตัวเธอที่หายไปอย่างไรอย่างนั้น...

ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ถึงมั่นใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ว่าจะต้องเป็นเขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #102 LucyTaylor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:14
    กำลังรอเลยค่ะ!
    #102
    0
  2. #101 Mrs. J (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:14
    สีกาต้องเชื่อมั่นในสามีนะ...
    #101
    0
  3. #100 sunisauun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:42
    ไรท์มาแล้ววว
    #100
    0