[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ ๑๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

 

๑๓

 

จากวันเป็นอาทิตย์และอาทิตย์ย่างเข้าสู่เดือน มิซูโกะเริ่มรู้สึกคุ้นชินกับสามีในยุคไทโชบ้างแล้ว ตอนนี้ช่วงที่ร้อนที่สุดหายไปแล้ว อากาศเริ่มกลับมาเย็นขึ้นเล็กน้อย พออ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับสงครามแล้วก็นึกถึงคุณสามีในสมัยเรวะ คนที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ให้เธอฟังได้อย่างไม่น่าเบื่อ

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งหรือ…

ดีที่มันไม่ใช่สมัยโชวะที่มีสงครามโลกครั้งที่สอง สงครามที่ผู้ชายที่ยังสามารถจับได้ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์และจบชีวิตส่วนใหญ่ให้กับสงคราม

หน้าหนังสือพิมพ์ถูกพลิกอย่างนุ่มนวลไปยังข่าวหน้าที่สองที่เกี่ยวกับคนดังที่มีชื่อเสียงทางการเมือง แนนอนว่ามิซูโกะอ่านแล้วก็พอจะคุ้น ๆ อยู่บ้าง แต่เพราะไม่ค่อยตั้งใจเรียนวิชาประวัติศาสตร์มากนักก็เลยนึกไม่ออกว่าเรื่องราวในข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ฉึบ!

เสียงดาบฟันด้วยความรวดเร็วผ่าเข้าไปที่ม้วนสื่อทาทามิจนขาดครึ่ง มิซูโกะมองคุณเคียวจูโร่สามีของเธอที่ฝึกฝนวิชาดาบกับคุณชินาซึงาวะเสาหลักวายุที่เริ่มจะกลับมามีชีวิตชีวาหลังจากที่คุณซูนาโอะในยุคนี้จากไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอบาดเจ็บหนักและร่างกายทรุกตัวลงอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งไม่อาจทนรับพิษบาดแผลได้ไหว

ตอนนี้…

ทั้งสองคนในยุคเรวะคงจะได้เจอกันแล้ว…

เรื่องราวในตอนนี้มันอาจจะโศกเศร้า แต่ความไม่สมหวังก็จะได้สมหวังในตอนข้างหน้า พอลอง ๆ คิดดูแล้วเรื่องที่ปราบอสูรเครื่องหอมได้นั้นผ่านมาราว ๆ เดือนหนึ่งเป็นช่วงที่เธอย้อนกลับมาพอดี ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นการส่งไม้ต่อในการปราบอสูรปิ่นที่เธอยังค้างคาอยู่…

แต่จนแล้วจนเล่ามิซูโกะก็ยังจนปัญญาที่จะนึกถึงรูปร่างหน้าตาของเจ้าอสูรปิ่นตนนั้น เธอคิดไม่ออกสักที…แล้วก็ยังนึกไม่ออกเช่นเดียวกันว่าตอนนั้นท่านแม่ของเธอพยายามจะบอกให้เธอทำลายอะไรกันแน่?

ทำให้วันหนึ่งเธอต้องขมวดคิ้วพยายามนึกมันให้ออกแต่ก็ไม่สำเร็จสักที…

หนังสือพิมพ์ถูกม้วนพับเก็บวางไว้บนโต๊ะเตี้ยทรงกลม เธอขยับตัวไปชงชาร้อนให้คนทั้งสองที่นั่งพักคุยกันหลังจากการฝึกฝนวิชาดาบ ถ้วยชาถูกวางเอาวไว้รอแล้วพร้อมขนมที่เธอลุกไปนำออกมาจากครัวเพิ่มอีกสองห่อ

“นี่มิซูโกะ ฉันกับซูนาโอะไม่ค่อยรักกันอย่างงั้นรึ” คุณเสาหลักวายุถามคำถามประหลาดออกมา แต่พอขบคิดดี ๆ แล้วเธอก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง คุณซูนาโอะน่ะเป็นคนที่มีนิสัยแปลก เธอพูดน้อยมากและมักแสดงออกเป็นการกระทำมากกว่าอย่างเช่นความหลงใหลที่จะวาดรูปคุณชินาซึงาวะในสมุดบันทึกของตนเอง

“ซูนาโอะไม่ได้เล่าให้คุณชินาซึงาวะฟังบ้างรึเจ้าคะ” เธอถามกลับ

“นางไม่เล่ากระไรให้ข้าฟังเลย” เขาว่าพลางกอดอก “ข้าอยากรู้เรื่องของข้ากับนางมากกว่านี้ ข้ารู้สึกไม่สบายใจให้กับตนเองผู้นั้นเลย”

มิซูโกะนึกเรื่องดี ๆ ที่จะเล่าอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็นึกไม่ออกด้วยความเป็นคนนอกของตนเอง

“ทั้งสองคนรักกันนะคะ แต่นางไม่อยากเล่าเพราะมันคงจะน่าอายไปบ้างสำหรับนาง” เธอว่าจากนั้นก็ยิ้มน้อย ๆ“คุณซูนาโอะเป็นคนประเภทไม่ชอบแสดงความรักแบบคนทั่วไปน่ะค่ะ ทำไมไม่ลองสังเกตของที่นางทิ้งเอาไว้ล่ะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่ามันน่าจะมีบางสิ่งนางน่าจะอยากบอกท่านไม่น้อยเลย”

เธอให้คำแนะนำอีกฝ่ายไป

ไม่รู้ว่าคุณซูนาโอะได้วาดภาพอะไรไว้บ้าง หรือเขียนข้อความอะไรทิ้งเอาไว้ แต่ว่าคุณซูนาโอะที่เป็นคนนิ่งครึมและพูดน้อยไม่มีทางจากอีกฝ่ายโดยไม่ล่ำราอย่างแน่นอน

“นางทิ้งกระดาษภาษาอะไรก็ไม่รู้ให้ข้าแผ่นหนึ่ง” อีกฝ่ายล้วงกระดาษออกมาวางแล้วยื่นให้คุณเคียวจูโร่ส่งให้เธอดู มิซูโกะรับกระดาษมามองแล้วก็วิเคราะห์ มันเป็นสมการสี่ข้อที่ทำเอามิซูโกะสะเทือนสมองและหนักใจไม่น้อยเลย

“ภาษาต่างชาติรึ?”คุณเคียวจูโร่มองแล้วถามเธอ

“เป็นโจทย์วิชาเลขระดับสูงเจ้าค่ะ” เธอว่า ปกติโจทย์เลขระดับนี้สมัยไทโชยังไม่มีเลยจ๊ะ! แต่เธอก็พอเข้าใจคุณซูนาโอะนะว่าคงรู้สึกเหมือนกับตัวเธอ…รู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าคนนี้คือสามีของตัวเองที่เป็นครูวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยม เหมือนกับเธอที่ยังคิดว่าคุณเคียวจูโร่เป็นครูวิชาประวัติศาสตร์น่ะ

“โจทย์เลขรึ? ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีตัวเลขเลย” คุณเคียวจูโร่เอ่ยขึ้นพร้อมเครื่องหมายคำถามที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

มิซูโกะยิ้มแล้ววางกระดาษลงเธอลุกขึ้นหายตัวไปรื้อดินสอไม้กับกระดาษเปล่าขึ้นมาแผ่นหนึ่ง จากนั้นก็ลองพยายามแก้สมการเลขดูว่าจะทิ้งข้อความอะไรไว้บ้าง พอแก้ไปแก้มามันได้คำตอบออกเป็นจุดเพาะกราฟที่มิซูโกะต้องไปลากเส้นเพาะกราฟขึ้นมาเชื่อมดูอีกว่าคืออะไรกันแน่

และคำตอบของสมการสี่ข้อก็คือ L O V E

คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า‘รัก’ นั่นเอง

“มันคือตัวอะไรน่ะภาษาฝรั่งคำนี้” คุณชินาซึงาวะถามเธอ ส่วนคุณเคียวจูโร่มองหน้าและรอคำตอบจากเธอเช่นเดียวกัน

“แปลว่ารักเจ้าค่ะ” เธอว่าแล้วส่งสมการโจทย์เลขที่ซูนาโอะมอบให้อีกฝ่ายเก็บไป “คุณชินาซึงาวะเป็นครูวิชาเลข คุณซูนาโอะเลยฝากโจทย์เลขมาบอกรักล่ะมั้งเจ้าค่ะ” เธอว่าจากนั้นก็ยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย

เพียงแต่ว่าคุณชินาซึงาวะกลับปรากฏรอยยิ้มเศร้า ๆ ออกมา

มิซูโกะเองก็รู้สึกเศร้าไปด้วยเช่นเดียวกัน

“ข้ากับซูนาโอะเราได้แต่งงานและมีลูกด้วยกันที่แห่งนั้นจริง ๆ รึ” อีกฝ่ายถามย้ำ “นางมีความสุขหรือไม่? ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองจึงวางใจตัวเองในที่แห่งนั้นลงไม่ได้เสียที เอาแต่คิดวิตกไปเรื่อยอยู่คนเดียว” เขาว่าพร้อมสีหน้าสับสนและไม่มันใจของตนเองจากผู้ชายที่ดูดุดันขึงขังทำให้มิซูโกะรู้สึกถึงความอาวรณ์ของอีกฝ่ายได้เสียอย่างนั้น อาจเพราะบางทีเพราะชีวิตของอีกฝ่ายไม่เหลือใครแล้วกระมั้งเลยรู้สึกทุกข์ระทมใจ

“นางต้องมีความสุขอย่างแน่นอนชินะซึงาวะ” คุณเคียวจูโร่ว่าอย่างให้กำลังใจ

มิซูโกะมองคุณเคียวจูโร่ด้วยแววตาที่หม่นลงครู่หนึ่ง…

เธอเคยดูผังตระกูลเร็นโงคุ รู้ว่ามีชื่อเราสองคนถูกเขียนเอาไว้รู้แม้กระทั่งอายุวันเกิดและวันที่ตาย

มิซูโกะในร่างนี้น่ะ…จะมีอายุถึงแค่สิบแปดปีเท่านั้น ส่วนคุณเคียวจูโร่น่ะก็ไม่ต่างกันมากเขาจากไปในปีเดียวกันกับเธอตอนที่อายุยี่สิบปีได้

อาจจะเพราะอสูรหรืออาการป่วยที่กำเริบก็ไม่ทราบนัก แต่หากถึงเวลานั้นคุณเคียวจูโร่จะยังยิ้มและใช้ชีวิตต่อได้ไหม…

ข้อนี้มิซูโกะไม่รู้…

เธอหวังเพียงว่าเขาจะไม่เหมือนคุณชินาซึงาวะที่ซึมเศร้าเช่นนี้เลย

ขออย่าให้เขาทุกข์ใจเลย...

 

. . .

 

เสียงประตูบ้านเปิดขึ้นตอนเช้ามืด มิซูโกะขยับตัวตื่นแต่ว่ายังไม่ทันได้ลืมตาดีนักก็มีอีกร่างของใครคนหนึ่งเข้ามาวมกอดเอาไว้ ร่างร้อน ๆ ลมหายใจที่อบอุ่นและกลิ่นกายนั้นคือคุณเคียวจูโร่ไม่ผิดแน่ มิซูโกะยิ้มบาง ๆ แล้วพลิกตัวสวมกอดอีกฝ่ายเช่นเดียวกันเป็นการต้อนรับอีกฝ่ายที่กลับมาหลังจากการปฎิบัติภารกิจ

“เจ้าเคยพูดว่าเจ้าเห็นชื่อของเราสองคนในผังตระกูลแล้ว…” คุณเคียวจูโร่พูดสองมือกอดเธอแน่น น้ำเสียงของเขากึ่งจริงจังไม่จริงจัง เพียงแต่ทว่าทั้งใบหน้าและคิ้วสองแฉกปรากฎห้วงอารมณ์ปวดใจออกมา

ดูเหมือน…

เขาคงจะพอเดาออกได้ถึงสีหน้าของเธอเมื่อกลางวันนี้แล้ว

“เคียวจูโร่…” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “ไม่มีมนุษย์คนไหนคงอยู่ไปตลอดกาล ข้ากับท่านเองก็เป็นเช่นนั้นเราสองคนไม่มีใครพ้นไปจากความตายได้ มีพบย่อมมีจาก จากกันก็ย่อมพบกันอีกครั้งหนึ่ง…ข้ารู้ว่าท่านเข้าใจกฎเกณฑ์ข้อนี้ดีกว่าใครเพราะชีวิตของท่านอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา”

เธอว่าคล้ายจะพูดปลอบอีกฝ่ายที่เอาแต่นิ่งงัน

มิซูโกะลูบหลังมือของอีกฝ่าย

“ข้ารู้…แต่ข้าก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนชินาซึงาวะ”

“ท่านกลัวว่าเราจะไม่ได้พบกันจริง ๆ หรือ?”

“ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าน่ะเชื่อเจ้า! เชื่อในคำพูดของเจ้าเพียงแต่หัวใจมันกลับไม่มั่นคงเสียที มันทั้งว้าวุ่นและอ่อนไหว”อีกฝ่ายว่าแล้วกระชับอ้อมกอดมากยิ่งขึ้น

“ก่อนที่ข้าจะย้อนกลับมายังสมัยไทโช ข้าตั้งใจจะไปบ้านประจำตระกูลเพื่อเยี่ยมเยียนและดูแลท่านแม่ของท่านที่กำลังป่วย ก่อนหน้านั้นข้าแวะไปที่วัดเพื่อสวนมนต์ขอพรให้ท่านชนะในการแข่งขันเคนโด้ แต่ว่าก่อนลงจากเขา…ข้าพบหลวงพ่อรูปเดียวกับที่ข้าพูดว่าเจออสูรในวัด…ท่านว่าให้เชื่อมันในตัวสามีของข้า ท่านว่าสามีของข้าจะพาข้าผ่านเรื่องราวเลวร้ายเหล่านี้ และสามีของข้าก็คือท่าน เป็นท่านไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

เธอเงียบแล้วเว้นจังหวะเล่า

“ที่ซูนาโอะกลับไปยังที่ที่นางมาได้ เป็นเพราะเครื่องหอมถูกทำลายลงด้วยความโมโหของคุณชินาซึงาวะและอสูรเครื่องหอมในยุคนี้ก็ได้ถูกกำจัดแล้ว…ส่วนข้าก็ยังติดอยู่ที่นี่โดยไม่รู้ความเป็นความตายของตนเอง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นตอนที่หายตัวไป ไม่รู้ว่าท่านเป็นอย่างไรบ้างจะกินได้นอนไม่หลับเหมือนคุณชินาซึงาวะรึเปล่า…แต่ข้าก็ชื่อว่าท่านในที่แห่งนั้นต้องหาทางช่วยข้าอย่างแน่นอน แล้วก็เชื่อว่าท่าน...ท่านตรงหน้าข้าก็จะช่วยข้าเองเช่นกัน แต่ว่า...ข้าก็กลัวว่าจะตายก่อนที่จะทำสำเร็จ ข้ากลัวว่าจะกลับไปไม่ได้แล้วทิ้งท่านเอาไว้เพียงลำพัง”

ถึงน้ำเสียงของมิซูโกะจะสั่นแต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ ตอนนี้เธอเข้มแข็งพอที่จะไม่อ่อนไหว นั้นเพราะว่าคนตรงหน้าจะช่วยเธอได้อย่างแน่นอน

“ข้าให้สัญญาว่าจะปราบอสูรปิ่นตนนั้น! แล้วก็สัญญาว่าจะทำลายปิ่นเล่มนั้นให้ได้เหมือนชินาซึงาวะ!” เขาว่าก่อนจะคลายอ้อมกอดแล้วใช้ฝ่ามือลูบใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา แล้วเกลี่ยน้ำตาที่ยังไม่ทันได้ไหลจากหางตาให้หายไป “จะพาเจ้ากลับไปยังที่ที่ของเรา เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะอยู่เพียงลำพังโดดเดี่ยว เชื่อข้ามิซูโกะ เจ้าไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวเลย!”

เขาปลอบโยนมิซูโกะด้วยคำพูดที่ลึกซึ้งทรงพลัง

น้ำเสียงมุ่งมั่นจริงจังของเคียวจูโร่ทำให้เธอคลายความกังวลที่สะสมมาลงได้

มิซูโกะหลับตาด้วยหัวใจที่โล่งสบายและเป็นสุข…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #83 Gurenge (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:16
    ไรท์~อย่าฝืนสิคะพักบ้างอัปซัก3วัน1ตอนก็ได้นะคะไรท์จะได้พักผ่อนให้สมองปลอดโปร่ง
    #83
    0
  2. #82 Aimarea (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:01

    อุ....เรื่องนี้คือดีจริงๆ ภาษาสวยมากๆด้วย~~~ สู้ๆนะค่าาาาา
    #82
    0
  3. #81 panipakartist (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:28

    พักบ้างก็ดีนะคะไรต์ เราไม่รีบหรอก แต่ขออย่าทิ้งเรื่องนี้ก็พอ

    #81
    0