[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ ๑๐

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

 

๑๐

 

ไม่น่าเชื่อว่าวันเวลาจะผ่านมาเร็วอย่างน่าใจหาย พอรู้ตัวอีกทีก็ใกล้ที่จะต้องทำพิธีสมรสเสียแล้ว วันนี้เธอนั่งทบทวนลำดับพิธีการอีกครั้ง เท่าที่เคยศึกษามาสำหรับพิธีแต่งงานในยุคปัจจุบันส่วนมากจัดแบบชินโต หรือจัดแบบที่ศาลเจ้าตามพิธีงานแต่งของจักรพรรดิไทโชที่ทำให้กลายเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ แต่ในยุคสมัยไทโชนั้นไม่ใช่ทุก ๆ คนจะจัดงานแบบนั้นได้ พิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายและเป็นทางการส่วนใหญ่จะจัดที่บ้านฝ่ายชายในห้องสำหรับทำพิธีที่จัดเอาไว้ จากนั้นก็ทำพิธีดื่มสาเกและพิธีอื่น ๆ ตามลำดับไม่ต่างกันมากนัก พอเสร็จปุ๊บปับก็เปลี่ยนชุดเล็กน้อยดื่มฉลอง ส่งแขกกลับแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้น

บ้าเอ้ย!

เธอกับคุณเคียวจูโร่ไม่ได้จัดแบบชินโตหรือจัดแบบพื้นบ้านด้วยสิ เพราะเธอขี้งกเอามาก ๆ ก็เลยไม่ได้จัดงานแต่งให้เสียเงินทอง แล้วอีกอย่างญาติฝ่ายเธอก็ไม่มีให้เชิญ แค่กินข้าวเลี้ยงฉลองกับครอบครัวและเพื่อนฝูง จากนั้นจูงมือกันไปจดทะเบียนสมรสแค่นั้นเอง!

ตอนนี้เธอเลยเครียดไม่ใช่น้อยเลย เพราะไม่เคยจัดพิธีมาก่อนน่ะสิ!

แขกฝั่งเธอไม่ค่อยจะมี มีก็มีแต่เพื่อนชายและคุณซูนาโอะเท่านั้น เพื่อนของแม่หรือพ่อส่วนใหญ่ก็เสียชีวิตไปแล้วด้วยหน้าที่การงานในฐานะมือพิฆาตอสูร มีแต่แขกของบ้านคุณเคียวจูโร่ที่มากเป็นพิเศษ ไหนจะบรรดาเสาหลักและคนใต้บังคับบัญชาของคุณเคียวจูโร่อีกกัน…

มิซูโกะรู้สึกกดดัน…

เธอโบกพัดไปมาอย่างเคร่งเครียดวิตกและเหนื่อยเป็นพิเศษในวันนี้ ถึงจะฟังเรื่องพิธีการและซ้อมกับน้าสะใภ้อามาเนะมาแล้วก็เถอะ มันไม่มีอะไรยากก็จริงทุก ๆ อย่างไม่เกินความสามารถด้วยซ้ำ

แต่ทำไมเธอถึงเครียดกันเล่า?

“พี่สะใภ้!”

หืม?

เสียงของเซนจูโร่ดังขึ้น มิซูโกะตื่นขึ้นจากภวังค์แล้วเดินไปยังห้องด้านหน้าของบ้าน เพื่อดูสิว่ามีเจ้าเด็กที่ไหนมาเรียกเธอกันนะ? แต่กระนั้นมิซูโกะรีบร้อนเล็กน้อยเธอกลัวว่าเด็กหนุ่มจะร้อนเพราะยืนรอนานดังนั้นเธอเลยไม่ได้ถอดผ้ากันเปื้อนออก แถมห้องด้านในก็ยังไม่ได้เก็บกวาดกองบันทึกของพ่อที่รื้อมาอ่านทวนให้เรียบร้อยอีก

“เข้ามาก่อนสิ” เสียงของมิซูโกะไปเร็วกว่าตัว พอมาถึงหน้าบ้านเธอก็เห็นคุณเคียวจูโร่ กับน้องชายของเขาเซนจูโร่ที่มาหาเธอพร้อมกันยืนอยู่ด้านหน้า มิซูโกะเชื้อเชิญอีกฝ่ายเข้ามานั่งข้างในห้องด้านในที่เย็น แต่ก็ไม่ลืมที่จะขอโทษขอโพยที่ห้องรกไปหน่อยแล้วชงชาให้ทั้งสองตามมารยาท

“ห้องอาจจะรก ๆ ไปหน่อยนะ” เธอว่าอย่างเขิน ๆ แต่ไม่ถึงขั้นอับอายจนขายหน้า สองมือของมิซูโกะกวาดกองหนังสือที่รื้อออกมาจากชั้นมาตั้งเอาไว้บนโตะตัวกลมขาเตี้ย

“สิ่งนี้คือ?”เซนจูโร่ถามอย่างสนใจ

“บันทึกของท่านพ่อของข้าน่ะ” เธอตอบ“ข้านึกถึงอสูรตนหนึ่งที่เป็นอสูรคู่แค้นของท่านพ่อขึ้นมาได้ จึงอยากขุดค้นสืบดูเสียหน่อย ข้าเองก็หวังว่าจะจัดการมันได้ แต่เจ้าอสูรตนนี้ท่านพ่อข้าไล่ล่าเท่าไหร่ก็จัดการมันไม่ได้เสียที เป็นเรื่องที่กลุ่มพิฆาตอสูรเองก็วิตกอยู่เช่นกัน”

เธอเล่ารายละเอียดให้เจ้าเด็กหนุ่มฟังเอาไว้

“อสูรคู่แค้น?”

“อสูรตนนี้ข้าเคยพบแต่กลับเสียสติจนจดจำอะไรไม่ได้ พ่อข้าเล่าไว้ก่อนตายว่าพี่ชายข้าสามคนและท่านแม่เองก็ถูกอสูรตนนี้ทำร้าย อสูรตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ใต้บัญชาของมันเองก็ล้วนพยายามเข้าโจมตีครอบครัวของข้าและบ้านตระกูลชิซูเอะทั้งสาย…ท่านพ่อข้าไล่ล่ามันมาโดยตลอด มีช่วงหนึ่งที่นายท่านบ้านอุุบุยาชิกิส่งท่านพ่อไปที่เกียวโตเพื่อไปสังหารมัน แต่มันก็รอดไปได้หวุดหวิด…”

น้ำเสียงของมิซูโกะอ่อนลงไม่สดใสเหมือนปกติ

เวลาที่เธอพยายามจะนึกภาพอะไรเกี่ยวกับอสูรตนนั้นก็ล้วนแล้วแต่ลืมเลือนไปทั้งสิ้น ในใจนั้นอึดอัดและครั้นจะอาเจียนออกมาด้วยความขลาดกลัว ราวกับว่ามันคือคำสาปที่ทำให้เธอไม่อาจจดจำสิ่งใดได้เสียอย่างนั้น

“อสูรปิ่นบิระบิระตนนั้นสินะ” คุณเคียวจูโร่ว่า

“เจ้าค่ะ” เธอขานรับแล้วพยักใบหน้าเล็กน้อย “ก่อนตายพ่อข้าพูดว่าให้ระวังตัวให้มาก ข้าเองว่าง ๆ อยากจะมีประโยชน์ต่อท่านน้าคางายะ ก็เลยรื้อบันทึกของท่านพ่อมาตรวจสอบดูเผื่อจะเจออะไรดี ๆ ขึ้นมาบ้าง”

เธอว่าจากนั้นก็เก็บบันทึกขึ้นมาเรียงให้เรียบร้อยอีกกองหนึ่ง

“พี่สะใภ้ ท่านทอดอะไรอยู่หรือ ข้าได้กลิ่นน้ำมันน่ะ”เซนจูโร่จมูกไวและถามถึงกลิ่นของทอดที่เกิดขึ้มพร้อมดวงตากลมโตซึ่งเต็มไปด้วยความสงสัย

“แย่แล้ว!” มิซูโกะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเธอทอดปลาเอาไว้นี่นา “ประเดี๋ยวข้ามานะ ขอโทษด้วยที่วันนี้มีแต่เรื่องเสียมารยาท” เธอว่าทิ้งท้ายแล้ววิ่งอย่างรวดเร็วไปยังครัวหลังบ้านที่ทอดปลาจานทิ้งเอาไว้อยู่

ปลาจานทอดเกลือจนกรอบถูกจัดจานขึ้นบนโต๊ะ ไม่มีข้าวสวยหรือกลับแกล้มวางเพิ่มเติมอะไร มิซูโกะบอกให้ทั้งสองคนช่วยชิมปลาจานจานนี้ให้เธอหน่อยว่ารสชาติเกลือและความกรอบใช้ได้หรือไม่ ปกติแล้วยุคสมัยนี้น้ำมันทำกับข้าวยังไม่ทันสมัยเท่าไหร่ เธอเลยลองทอดดูว่ามันใช้ได้หรือไม่กัน ทำไปทำมาทิ้งไปแล้วหลายจานได้เพราะเกลือไม่ซึมเข้าไปในผิวหนังปลา แล้วตัวปลาก็ไม่กรอบได้ที่เท่าไหร่นัก จึงต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยกับการทอด

แต่จานนี้ออกมาดูดีไม่ใช่น้อยเลย…

เธอชิมแล้วคิดว่ารสชาติดี ถ้ามีข้าวสวยหอม ๆ นุ่ม ๆ กับน้ำซุบและผักต้มหรือผักเครื่องเคียงซักจานคงจะเป็นมื้อที่อร่อยใช้ได้เลยล่ะ

“อร่อย! อร่อย! อร่อย!”คุณเคียวจูโร่ออกปากชมเสียงดัง

ไม่อร่อยก็บ้าแล้วล่ะ…

เพราะของโปรดของคุณเคียวจูโร่คือปลาจานน่ะสิ!

“พี่สะใภ้ทอดได้กรอบมาก เนื้อข้างในนุ่มอร่อย รสชาติเค็มของเกลือเองก็สุดยอดเหมือนกัน!” เซนจูโร่ชม มิซูโกะพยักใบหน้ารับแล้วยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็ลองชิมส่วนอื่นเพิ่มดูว่ารสชาติของเกลือซึมซาบไปทั่วหรือไม่กัน

“ก็นะ ข้าใช้ไฟแรงที่สุดจากถ่านชั้นดี แล้วก็หมักเกลือหิมาลายันที่พวกฝรั่งนำเข้ามาด้วย รสชาติเกลือก็เลยไม่เหมือนเกลือสมุทรบ้านเราน่ะ” เธอว่าจากนั้นก็ว่าต่อ “แต่อร่อยใช่ไหมล่ะ ปลาจานตัวนี้ข้าไปเดินเลือกดูกับมือเชียวนะ!”

“ขนาดนั้นเชียวรึ?” เซนจูโร่ว่าอย่างน่าทึ่ง

มิซูโกะพยักหน้ารับ

“แน่สิ นี่ว่าแต่คุณพ่อท่านยอมมาไหม” เธอถามเรื่องคุณชินจูโร่หรือพ่อสามีที่ไม่รู้ว่าจะยอมมาร่วมงานแต่งของเธอกับคุณเคียวจูโร่ไหม แต่พอถามไปแบบนี้แล้วเซนจูโร่ก็ทั้งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ และตอบอย่างสลดใจว่า

“ยอมมาขอรับ แต่ก็พูดทิ้งท้ายเอาไว้ไม่ดีเท่าไหร่” เชนจูโร่ตอบคล้ายไม่อยากจะเล่านัก เธอเห็นใจเด็กชายไม่น้อย เขาอายุน่าจะราว ๆ สิบสองสิบสามเอง ยังเด็กและไร้เดียงสาแต่กลับต้องอยู่กับพ่อที่กลายเป็นคนหมดไฟไปแล้วเสียอย่างนั้น ตอนแรกเธอคิดว่าจะต้องไปกราบพ่อสามีทีหลังเสียแล้ว แต่ถ้าเชิญท่านมาได้ก็ดีกว่ากันเยอะเลยล่ะ

“อย่าคิดมากเลยเซนจูโร่ เห็นเขาพูดจาเหน็บแหนมเช่นนั้นต่อเจ้าและคุณเคียวจูโร่ แต่ข้าแอบได้ยินมาว่าเขาไปโม้ในวงเหล้าเลยเชียวว่าลูกชายได้เมียแล้ว” เธอหัวเราะเล็กน้อย

“จริงหรือ?” เด็กชายถามพร้อมยิ้มร่า

“จริงสิ สหายอีกคนของพ่อข้าส่งจดหมายมาบอกเลยเชียว ท่านบอกว่าไม่มีอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับพ่อสามี ซ้ำยังปากอีกว่าถ้าปากของท่านพูดจาอะไรให้คิดตรงกันข้ามเข้าไว้” เธอเล่าจากนั้นก็ลุกไปหยิบห้อคุกกี้ให้เซนจูโร่นำไปทานเล่นปลอบใจ

“จริงสิ มิซูโกะเจ้าตัดสินใจได้รึยังว่าจะไปอยู่บ้านไหน” คุณเคียวจูโร่ถามขึ้นมา

“ก็ต้องอยู่กับท่านสิเจ้าคะ” เธอตอบ “ท่านอยากให้ข้าคอยดูแลเซนจูโร่กับท่านพ่อที่บ้านประจำตระกูลหรือ” มิซูโกะถามต่ออย่างตรงไปตรงมาให้ชัดเจน

“ถ้าเป็นไปได้ทั้งสองอย่างก็น่าจะดี แต่เอาเถอะ เจ้าอยากอยู่กับข้าที่นี่ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร” คุณเคียวจูโร่ว่าพร้อมช้อนสายตามองมาที่เธอ

“ท่านพี่ ข้า-ข้าไม่รบกวนท่านกับพี่สะใภ้ดีหรอกขอรับ ข้าดูแลตนเองแล้วก็ท่านพ่อได้” เซนจูโร่รีบออกปาก แต่ถึงกระนั้นเธอก็มองออกถึงความเหงาของเซนจูโร่ที่อยากให้บ้านครื้นเครงออกอยู่ดี

“ข้าว่าอาจจะสลับไปอยู่ดูแลระหว่างสองบ้าน แต่เอาไว้พูดคุยหลังแต่งงานก็ได้ ข้าไม่อยากให้เซนจูโร่อยู่เพียงลำพังกับพ่อสามี บ้านที่ไม่มีสตรีคอยดูแล ข้าเองก็เป็นห่วงไม่น้อย” เธอว่าจากนั้นก็ยิ้มให้เซนจูโร่

“อื้ม! ข้าจะเก็บไปคิดก็แล้วกัน”

เก็บไปคิด…แปลว่ายังตัดสินใจไม่ได้ในทันที…

หรือว่า…

คุณเคียวจูโร่อยากให้เธออยู่ดูแลเขากันนะ?

“พี่สะใภ้…ท่านตื้นเต้นหรือ?”

มิซูโกะสะดุ้งน้อย ๆ ให้กับคำถามของเซนจูโร่ เธอไม่ได้ตอบแต่หันไปทำอย่างอื่นแทนการกลบกลื่นอารมณ์ไม่สงบนิ่งสงบใจของตนเองก่อนจะตอบออกไปว่า“ตื่นเต้นสิ หากข้าไม่ตื่นเต้นข้าควรเสียใจหรือเซนจูโร่เอ๋ย”

“ท่านนอนไม่หลับหรือพี่สะใภ้ ขอบตาท่าน…”

ใครจะนอนกลับได้ลงกันเล่า…

มีรึที่เธอจะนอนได้หลับ พอคิดถึงตอนเข้าหอแล้วต้องจิ๊ ๆ จ๊ะๆ ทำเรื่องอะไรแบบนั้นกับคุณสามีที่เกิดในสมัยไทโชแล้วก็รู้สึกหวิวใจแปลก ๆ เธอไม่ใช่สาวน้อยอะไรแบบนั้นแล้วซิ แต่ร่างกายที่มันยังซิงโสด ๆ อยู่ก็อดเนื้อตัวสั่นไม่ได้ แบบว่า...มันเกร็ง ๆ กลัวเข้าน่ะสิ อีกอย่างเธอเพิ่งจะสิบห้าสิบหกเอง ยังเด็กมากด้วยซ้ำไป...

“บ้าเหรอ ข้ารึจะตื่นเต้น ไม่ได้ตื่นเต้นสักนิด นอนหลับสบายดีด้วยซ้ำไป”

“แต่ตอนนี้ท่านหน้าแดงมากเลยนะพี่สะใภ้”

เอ๊ะ?

จริงหรือ?

“คงเพราะอากาศร้อนกระมั้ง!” คุณเคียวจูโร่เหมือนจะช่วยเธอพูดแก้ แต่พอมิซูโกะสบสายตาร้อนแรงและเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายแล้วก็กลับความคิดในหัวเข้าทันที

คุณเคียวจูโร่คิดอะไรกันคะ?

เดี๋ยวฉันจะตีคุณให้ตายตอนเข้าหอแน่!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #98 Mopsa_YR (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:57
    ใจมันยุบยิบๆ อยากกรี๊ดดังๆ
    #98
    0
  2. #58 gafill1234gg (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:18
    คุณเคียวว เจ้าเล่ห์ยิ่งนักก ฟุๆๆๆ
    #58
    0
  3. #57 panipakartist (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:28

    เราจะรอพวกเขาเข้าหออย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ

    #57
    0
  4. #56 Aimarea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:05
    คุณเรนโงคุก็คือเจ้าเลห์มากกกกก~~~~ มิซูโกะนอนยาวๆแน่ หุหุหุ
    #56
    0
  5. #55 Gurenge (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:41
    อาระ~ไรท์คะมาลงซะดึกขนาดนี้เดี๋ยวก็นอนไม่พอหรอกนะคะ!ต้องพักผ่อนเพื่อรักษาสุขภาพนะคะ~//บ่นไรท์เหมือนคุณแม่ที่กำลังบ่นลูกเนื่องจากยังไม่นอน//
    #แต่ก็ขอบคุณที่มาลงนะคะ!
    #55
    0
  6. #54 sunisauun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:07
    พักผ่อนบ้างนะคะไรท์ อัพดึกเลย55 รอตอนต่อไปค่ะ😁
    #54
    0