[ fan-fiction Kimetsu no yaiba] 炎柱の妻 (Rengoku Kyoujurou x OC)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    28 ก.พ. 63

 

 

เธอรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ มันอาจจะเรียกว่าเรื่องประหลาดก็ว่าได้ที่การเดินทางมายังบ้านประจำตระกูลเร็นโงคุจะทำให้เธอย้อนเวลามายังยุคสมัยไทโช เธอไม่ได้ตกรถไฟหรือตกเขาอะไรทั้งนั้น เธอแค่มาดูอาการของแม่สามีที่สุขภาพไม่แข็งแรงเท่านั้น คุณแม่ท่านตั้งแต่คลอดน้องชายสามีร่างกายก็ไม่สู้ดี ส่วนคุณพ่อท่านก็เป็นผู้ชายคงจะดูแลอาการได้ไม่ถนัดเท่าผู้หญิงนัก ส่วนน้องชายของสามีเองก็มีภาระต้องร่ำเรียนหนังสือ ดังนั้นเธอเลยอาสามาซึ่งคุณสามีก็เห็นด้วย อีกอย่างช่วงนี้เขาเองก็ไปเข้าการคัดเลือกเพื่อหาตัวแทนแข่งเคนโด้ทีมชาติอยู่ด้วยเราเลยแยกกันได้

ก็นะ…เธอก็เลยขับรถมาคนเดียวน่ะสิ คิดเอาไว้ว่าหลังจากเขากลับมาจากต่างประเทศแล้ว เธอจะขับไปรับเขามาหาเยี่ยมคุณแม่บ้าง

แต่จู่ ๆ ก็พอใกล้จะไปถึงแล้วก็มีปรากฏกาณ์แหนือธรรมชาติเกิดขึ้น ในตอนนั้นมิซูโกะคิดจะแวะไปไหว้พระและเช่าเครื่องรางไปฝากให้คุณแม่ของสามี เพียงแต่ว่าทางขึ้นไปยังวัดนั้นต้องเดินเท่านั้น เธอเลยแวะเดินขึ้นไปสักครู่หลังจากไหว้เสร็จและเช่าเครื่องรางเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เธอจะลงจากเขานั้นก็มีพระรูปหนึ่งท่าทางไม่ธรรมดากล่าวคล้ายจะเตือนภัยแก่เธอ พระท่านพูดว่า

‘หนทางวิบากกรรมนี้ยาวไกล สีกาต้องตั้งจิตให้มั่น มีสติระลึกตัวอยู่เสมอ เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี’ซึ่งมิซูโกะคิดว่าพระท่านเตือนเรื่องแม่ของสามีให้เธอระมัดระวังและรอบคอบในการดูแลท่านล่ะมั้งนะ แต่พอพระท่านพูดต่อเท่านั้นความรู้สึกของเธอก็เปลี่ยนไป พระท่านพูดเอาไว่ว่า‘…จงเชื่อมั่นใจตัวสามีของสีกา เขาจะเป็นผู้พาสีกาผ่านด่านเคราะห์กรรมเอง’

มิซูโกะก็พยักใบหน้ารับคำเตือนแล้วลาพระท่านลงจากเขา แม้ว่าจะไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก จนกระทั่งเธอเริ่มรู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาด เมฆหมองเบาบางบังเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ตามบันไดทางขึ้นลงของวัดและป่ารอบข้างที่โอนไหวราวกับมีลมแรงพัดปะทะอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเธอสังเกตออกว่ามีบางสิ่งเปลี่ยนไป ยิ่งเดินออกมาจากวัดตามทางลงเขาแล้ว…

ป่าไม้มันก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันหนาขึ้นและไม่มีลานจอดรถ!

รอบข้างเริ่มมืดสนิทจนมิซูโกะหวั่นใจ พอสำรวจตนเองดี ๆ ก็ต้องประหลาดใจมากกว่าเดิม เสื้อผ้าและเครื่องประดับบนร่างของเธอเปลี่ยนไป มันเป็นชุดกิโมโนลวดลายแบบย้อนยุค ทรงผมของเธอถูกรวบต่ำเอาไว้กลางหัวมีหวีเสียบไม้เล่มหนึ่ง ในอกเสื้อมีจดหมายเก็บเอาไว้ ใจความว่า

 

‘ถึงชินจูโร่ นี่คงจะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิตข้าแล้ว พอหวนนึกไปถึงสมัยที่ทั้งข้าและเจ้าต่างก็เต็มเปี่ยมไปด้วยไฟในชีวิตยามหนุ่ม ข้าล้วนรู้สึกคิดถึงและยินดีเสมอ เราต่างเป็นสหายแก่กันและกันมานาน ถึงข้าจะรู้ว่าไฟที่ลุกโชนในหัวใจของเจ้ามอดดับลงแล้ว แต่ข้าก็ยังคงรู้สึกว่าว่าไฟของเจ้าไม่มีทางมอดดับลงอย่างที่ปากเจ้าว่าสักนิดสหายข้า

ชินจูโร่…ข้ามีบุตรสาวที่อย่างสุดหัวใจคนหนึ่ง นางชื่อมิซูโกะ เป็นเพียงบุตรสาวคนเดียวที่ข้าหวงแหนเป็นที่สุด ข้าให้การดูแลสอนสั่งนางมาเป็นอย่างดี ให้สมกับการเป็นภรรยาของนักดาบที่สง่างาม ในอดีตเมื่อสิบปีก่อนข้าได้ให้สัญญากับเจ้าว่าหากข้ามีบุตรสาวสักคน ข้าจะยกนางให้เกี่ยวดองกันกับบุตรชายของเจ้าเมื่อนางอายุสิบสี่ปี แต่ผ่านมาแล้วหนึ่งปีเจ้าก็ยังปฏิเสธและพูดว่าบุตรชายของตนนั้นไม่เหมาะสมและคู่ควร ทว่าข้าไหนเลยจะใส่ใจและผิดวาจาได้

ข้าเชื่อว่าบุตรสาวของข้าจะสามารถประคับประคองส่งเสริมบุตรชายของเจ้าให้เป็นนักดาบที่น่าภาคภูมิใจได้ ต่อให้เจ้าคิดจะปฏิเสธและปิดบ้านหนีข้า แต่ข้าก็ยังคงมุ่งมั่นจะทำตามสัญญาอยู่ดี ข้ากับรุกะได้แลกเปลี่ยนของหมั้นระหว่างบุตรชายบุตรสาวของเราเอาไว้แล้ว เพราะรู้ดีว่าเจ้าจะเป็นเช่นนี้และจมจ่อก่นด่าตนเองอยู่ บัดนี้เวลาของข้าก็ใกล้จะหมดลงแล้ว แลบุตรสาวของข้าก็ยังไม่เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที…ได้โปรดอย่าทำให้ข้ากลายเป็นคนไร้สัจจะและเห็นแก่บุตรสาวข้าที่มุ่งมั่นทำตามคำสั่งเสียของข้าด้วยชินจูโร่…จากชิซูเอะ คิชิ’

 

บ้าน่า!

เธอกู่ร้องในสุดเสียง!

นี่มันชื่อของเธอเลยนี่น่าถึงแม้ว่าคันจิจะใช้คนละตัวก็ตาม ส่วนนามสกุลนั้นนั้นเป็นนามสกุลของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็เข้าใจได้ว่านามสกุลชิซูเอะนั้นมีกลื่นตามครอบครัวญี่ปุ่นก็ตามทีเถอะ แต่ว่าดูจากวันที่และข้าวของเครื่องใช้แล้ว เธอเดาได้เลยว่านี่น่าจะเป็นยุคสมัยไม่ไทโชก็โชวะได้ล่ะมั้ง

มิซูโกะใคร่ครวญอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่ พอหลับตาลงทำสมาธิดี ๆ เรื่องราวในหัวหรือร่างกายนี้ก็ปรากฏขึ้นมาอย่างแจ่มชัด เธอรู้ว่าตัวตนที่ชื่อนี้มิซูโกะคนนี้เป็นใครและมีที่มาอย่างไรแล้วราวกับว่าร่างนี้คืออดีตชาติของเธออย่างไรอย่างนั้น

มืดค่ำเริ่มมาเยือนแล้ว

มิซูโกะที่แขนคล้องกระเป๋าตะกร้าหูหิ้วทรงโบราณ สองมือของเธอหอบกำดาบห่อผ้าเล่มยาวเอาไว้ แม้จะรู้สึกหนักเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไร เพราะเธอเป็นคนคอยถือดาบให้สามีอยู่ดีเวลาเขาไปแข่งขันหรือฝึกซ้อม อีกอย่างเธอก็เป็นอดีตนักกีฬาเคนโด้หญิงเยาวชนเชียวนะ แค่นี้น่ะเล็กน้อยมาก!

มิซูโกะสาวเท้าเดินไปตามทางเส้นทางที่เก่าเหมือนชนบท

ในหัวของเธอจากที่สอบถามชาวบ้านข้างทางมาแล้วก็พอจะรู้ว่าต้องสาวเท้าเดินไปทางใด หนทางไปยังบ้านตระกูลเร็นโงคุในอดีตร้อยปีที่แล้วมีความแตกต่างเป็นอย่างมาก ยุคนี้ที่ไม่มีถนนคอนกรีตหรือเสาไฟฟ้าเหมือนอนาคตแล้ว เธอรู้สึกว่ามันค่อนข้างลำบากจริง ๆ สำหรับคนโบราณ

บ้านตระกูลเร็นโงคุ…เร็นโงคุ ชินจูโร่ เธอต้องไปหาสหายของบิดาในตัวเธอร่างนี้และยื่นจดหมายฉบับนี้ให้เขา แต่ว่าลูกชายของเขาที่เธอต้องแต่งงานด้วยนั้นเป็นใครกันนะ? ข้อนี้มิซูโกะไม่รู้เลย…ถึงสกุลเร็นโงคุจะเป็นนามสกุลของสามีเธอก็เถอะนะ แต่พวกสกุลใหญ่ ๆ ในสมัยก่อนมีลูกหลานเยอะแยะจะตายไป

 

‘…จงเชื่อมั่นใจตัวสามีของสีกา เขาจะเป็นผู้ผาสีกาผ่านเคราะห์กรรมนี้เอง’

 

หวังว่าคำพูดของหลวงพ่อท่านนั้นจะเป็นจริงนะ

ขอให้คนที่เธอเจอเป็นสามีของเธอด้วยเถอะ!

!!

เสียงกรอบแกรบราวกับกิ่งไม้แห้งถูกเหยียบดังขึ้น มิซูโกะได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผวาในใจ เธอไม่ใช่คนขี้กลัวแต่การมาอยู่ในที่ต่างถิ่น ต่างยุคสมัยก็ทำให้เธอวิตกกังวลมากพอแล้ว ถ้าต้องมาถูกทำมิดีมิร้ายในยุคสมัยที่ค่านิยมโบราณเข้มข้นเช่นนี้เธอจะใช้ชีวิตอย่างไรกันเล่า?

เส้นทางอีกไม่ไกลนัก มิซูโกะรีบเดินด้วยความว่องไว ติดที่กิโมโนมันยั้งช่วงข้าให้แคบและเดินไม่ถนัดนัก เธอมองเห็นแสงตะเกียงเล็ก ๆ วิ่งเข้ามาใกล้ ๆ เธอพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่มีคิ้วสองแฉกกับเรือนผมสีเหลืองแต้มส้ม

มันช่างคุ้นเคยจริง ๆ เจ้าเด็กหนุ่มอายุราว ๆ เก้าหรือสิบขวบคนนี้หน้าตาเหมือนน้องชายของสามีเธอเลย เหมือนเซนจูโร่เปี๊ยบ!

“ข้าเร็นโงคุ เซนจูโร่ พี่สาวท่านคือแม่นางชิซูเอะ มิซูโกะใช่หรือไม่” เด็กชายว่า ท่าทางของเขาเหมือนจะมารอรับเธอด้วยความตื่นเต้นหรือมีความหวังอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งเธอก็ไม่ทราบเขารู้ได้ยังไงกันว่าเธอจะเดินทางมาหาที่บ้านตระกูลเร็นโงคุ

อ้อ…ท่านพ่อส่งจดหมายมาก่อนหน้านี้นี่นา มิซูโกะนึกขึ้นมาได้ ดังนั้นเธอจึงพยักหน้ารับพร้อมส่งจดหมายอีกฉบับให้เด็กชายนำไปมอบให้บิดาของตนเอง

“ท่านพ่อข้า อาจจะดูไม่ดีแต่ท่านอย่าถือสานะเขานะ” เด็กชายว่า“ลำบากท่านต้องมาส่งจดหมายด้วยตนเองแล้ว”

“ข้าจะถือสาพ่อสามีของตนเองได้อย่างไร”เธอว่าจากนั้นก็คลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วเดินข้างเด็กชายที่มีสีหน้าสดใสขึ้น อาจเพราะใบหน้าของเด็กสาววัยสิบห้านี่กระมั้งรอยยิ้มเลยทำให้ผู้คนรู้สึกยินดี

“พี่ชายของข้าเป็นคนที่ดีมากจริง ๆ นะ”

ถ้าหมายถึงสามีของเธอล่ะก็…เขาก็ดีจริง ๆ นั่นล่ะ

!!

จิตสังหารรุนแรงพุ่งเป้ามาที่เธอและเซนจูโร่ เธอคว้าคอเสื้อเด็กหนุ่มหลบด้วยความว่องไวตามสัญชาตญาณที่รวดเร็วของนักดาบ จากนั้นสายตาของมิซูโกะก็สังเกตเจ้าร่างประหลาดนั่นด้วยความว่องไว เมื่อได้มองเธอก็รู้ทันทีว่านี่ล่ะคือ ‘อสูร’ ถึงแม้จะไม่ทราบว่าทำไมถึงเรียกมันว่าอสูร แต่ว่ามิซูโกะในร่างนี้เหมือนจะคุ้นเคยดี

“อสูร!” เด็กหนุ่มร้องขึ้นอย่างตกใจ

มิซูโกะปลดผ้าห่อดาบออกมาอย่างคุ้นชิน อย่างน้อยอดีตนักกีฬาเยาวชนหญิงเคนโด้ก็ไม่ได้ไม่เคยใช้ดาบจริงมาก่อน ถ้าต้องมีการต่อสู้กับเจ้าตัวประหลาดนี่ อย่างน้อยวิชาดาบที่ร่ำเรียนมาก็พอป้องกันตนเองได้

“เซนจูโร่คุง ถอยให้ห่างวิถีดาบ” เธอว่าจากนั้นก็ยักกระเป๋าคล้องแขนส่งให้เด็กหนุ่มถือเอาไว้ สำหรับตอนนี้ดูเหมือนเจ้าอสูรจะไม่พอใจมากนัก มันคำรามและส่งเสียงดุร้ายราวกับสัตว์ป่า

มิซูโกะหนักใจเล็กน้อย มันมีร่างกายที่ใหญ่แต่เคลื่อนไหวรวดเร็วเหนือมนุษย์ แถมยังมีหลายมือหลายขา มีตาทั้งด้านหน้าด้านหลัง…สำหรับอสูรหากจะฆ่าต้องตัดคอให้ขาดสนิทเท่านั้น แต่ด้วยร่างกายที่เล็กของเธอ จะรับมือไหวจะพอสู้ไหวไหมนะ?

แต่ทว่าร่างกายกลับไม่ได้มีความกังวลเลย เธอนิ่งสงบและมั่นคงหนักแน่น สองมือจับดาบอย่างมากมั่นองอาจ ภาพของบิดาที่สอนสั่งกระบวนท่าของปราณเพลิงวาบขึ้นมาในหัวซ้อนทับภาพของคุณสามีที่ฝึกวิชาดาบอย่างไรอย่างนั้น

เคร้ง!

กระดูกที่ท้องของเจ้าอสูรมันงอกออกมาต่างดาบใช้รับการโมตีของเธอ

ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายและหัวเสมองที่กลวงโบ๋ของเธอ มิซูโกะทำสมาธิอีกครั้ง ร่างกายและจิตใจของเธอรับรู้ถึงสัญญาณเตือนว่าอสูรตนนี้นั้นไม่ธรรมดา ระดับของมันสูงกว่าอสูรทั่วไป

อสูรข้างแรม?

เคร้ง!

ปลายดาบคาตานะของมิซูโกะหักจากการป้องกันการโจมตีของอสูรตรงหน้า สถานการณ์ไม่สู่ดีเท่าไหร่ ทำเอานึกถึงตอนที่ตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับนักเคนโด้ที่แข็งแกร่งและยากที่จะเอาชนะในสมัยมัธยมอย่างไรอย่างนั้น

 

‘จิตใจที่ลุกโชนและพร้อมจะแผดเผาศัตรูย่อมทำให้คมดาบตัดทุกสิ่งได้ตามปรารถนา

ไปเลย! มุ่งมั่นให้เต็มที่เลยมิซูโกะ!ไม่มีอะไรที่เธอเอาชนะไม่ได้หรอกนะ!’

 

ภาพของคุณสามีที่กำลังถือดาบไม้ไผ่และช่วยเธอฝึกซ้อมเค้นโด้กลายเป็นภาพที่ปรากฎขึ้นในหัว คำพูดของเขาปลุกไฟและกำลังใจของเธอในการแข่งขัน จนสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างราบคาบ ทำคะแนนจนสามารถเอาชนะในการแข่งขันในรายการนั้นในที่สุด

เขาเป็นรุ่นพี่ที่มอบพลังให้เธอเสมอ และเธอก็หวังว่าจะคอยช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างเขาเช่นเดียวกัน หลังจากคบหาเป็นเพื่อน และเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรักได้หลายปี เธอก็ตอบตกลงรับคำขอแต่งงานของเขาเสียที จากนั้นเธอก็เป็นคนที่คอยดูแลเขาเสมอมาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

คุณสามี!ช่วยมอบพลังให้ภรรยาคนนี้ด้วยนะคะ

มิซูโกะหายใจเข้าตามวิธีกักลมอัสมิตาของนักดาบ เมื่อสัมได้ถึงเปลวเพลิงที่ลุกโชนภายในจิตใจและคมดาบแล้ว เธอก็ขยับข้าแล้วก้าวพุ่งอย่างมั่นคงใน กระบวนท่าที่เก้าไฟชำระล้าง ท่าไม่ตายของสำนักดาบเร็นโงคุที่คุณสามีสอนให้เธอใช้มันในฐานะสะใภ้ของตระกูล

เปลวเพลิงห่อหุ้มรอบตัวเธอยามก้าวพุ่งด้วยความรวดเร็วภายชั่วพริบตา ไฟที่ร้อนแรงแผดเผ้าทุกสิ่งที่พุ่งเข้ามาโจมตีจากอสูร แม้ปลายดาบจะหักแต่คมดาบยังคงยืนยงมันฟันเข้าฉึบที่ส่วนหัวของอสูรและแผดเผาร่างเนื้อจนสลายหายไป หัวอสูรตกกระเด็นกลิ้งไปตามทางจนกระทั่งหายเป็นเศษผงปลิวไปตามแรงลมยามค่ำคืน

มิซูโกะหายใจด้วยลำคอที่แสบและร้อน

ทุก ๆ ครั้งที่ฝึกกระบวนท่านี่ของเธอสามีทีไร เธอจะต้องเป็นอย่างนี่ทุกที อาจเพราะพื้นฐานของเธอไม่แข็งแกร่งพอที่จะใช้มัน และไม่ใช่นักดาบที่มีร่างกายพอจะใช้กระบวนท่าสังหารได้ดังนั้นจึงเสียศูนย์จนร่างกายรวนเร

“พี่สาว!”เด็กหนุ่มเซนจูโร่เข้ามาพยุงเธอเอาไว้อย่างร้อนรนและเป็นห่วง

“ข้าไม่เป็นอะไร” เธอยืนขึ้นอย่างมั่นคงอีกครั้ง อุณหถูมิในร่างขึ้นสูงแต่ตอนนี้ปลายดาบหักไปเสียแล้วซึ่งแม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่การมีชีวิตอยู่ต่อเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่า

กึก!

ชั่วพริบตาราวกับว่ามีบางสิ่งพุ่งเข้ามาด้วยแรงแค้น หางตาของมิซูโกะมองเห็นหนวดคม ๆ ของอสูรตนใหม่ที่ไม่ใช่ตนซึ่งเธอพึ่งกำจัดไปเมื่อครู่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเธอเลยคว้าตัวเซนจูโร่ถอยห่างออกมา จากนั้นก็ตั้งกระบวนท่าจะฟาดคมดาบใส่เจ้าอสูรอีกตนที่โพล่ตัวออกมา

แต่ว่า…พอจังหวะที่เธอจะฟันอสูรนั้นร่างกายกับหนักอึ้ง น้ำหนักมือไม่แรกพอที่จะตัดคออสูรได้เสียอย่างนั้น ดังนั้นเธอเลยตั้งสติอีกครั้งก่อนจะงัดเอาวิชายิวยิตสูขึ้นมาคว้าจับต้นคอขอเจ้าอสูรพร้อมม้วนตัวคว้าจับตาเพื่อส่งแรงเฉือนคอให้หลุดจากทางด้านหลัง

“เซนจูโร่ วิ่งมาถีบอสูรช่วยข้าที” เธอร้องปากว่าซึ่งเจ้าเด็กหนุ่มก็วิ่งอ้อมหลังเข้ามาถีบเจ้าอสูรเต็มแรง ทำให้คอของอสูรตนนี้ขาดสะบั้นลงได้ แต่ก็แลกมากับการที่มิซูโกะถูกบีบจนข้อมือแดงช้ำ

ร่างของมิซูโกะตกกระแทกพื้น

นี่มันวันบ้าอะไรกัน?

พวกอสูรออกมาเยอะแยะจริง!

“พี่สาวท่านไหวหรือไม่?”เด็กหนุ่มถามแล้วพยายามประคองร่างของเธอขึ้นมาให้ยืนได้ แน่นอนว่าบาดแผลไม่เยอะมากนัก ถึงตัวเธอจะตกใจกับสถานการณ์เหมือนหลุดเข้ามาในเกมปราบอสูรปีศาจบนมือถือก็เถอะ แต่ดูเหมือนเธอในร่างมิซูโกะคนนี้จะรับมือได้ดีมาก

มิน่าเล่าทำไมท่านพ่อของเธอจึงไว้วางใจที่จะให้เดินทางมาได้

มิซูโกะร่างนี้มีอายุแค่สิบห้าสิบหกปีเท่านั้น เป็นลูกคนเดียวของตระกูลชิซูเอะที่เป็นนักล่าอสูรระดับสูง เธอได้รับการฝึกฝนที่เข้มงวดและกวดขันจากผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นศิษย์จากตระกูลเร็นโงคุที่ใช้ปราณเพลิง ดังนั้นเธอจึงสามารถใช้กระบวนท่าที่มาจากบ้านเร็นโงคุได้ ทำให้เรื่องนี้ไม่เป็นที่น่าแปลกแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นบิดาก็ไม่อนุญาติให้เข้ากลุ่มพิฆาตอสูรเพราะหน้าที่ของเธอคือการแต่งงานและเป็นภรรยาที่ดีให้กับบุตรชายตระกูลเร็นโงคุ

“วันนี้คืนดับท่านรีบเข้าบ้านก่อนเถอะ” เด็กหนุ่มว่าแต่สีหน้าของมิซโกะไม่สู้ดีนัก ตอนนี้เธอไม่มีแรงจะเดินแล้วด้วยซ้ำ แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกได้กลิ่นของอสูรที่รายล้อมและพยายามดาหน้าเข้ามาตามกลิ่นเลือดมนุษย์ของตนเอง

สถานการณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก

“ฟังนะเซนจูโร่” เธอจัดชุดของอีกฝ่ายให้ดีที่สุดสำหรับการวิ่งหนีพวกอสูร“ขาข้างหนึ่งของข้าก้าวเข้าเป็นคนของตระกูลเร็นโงคุแล้ว ข้าหมั้นหมายกับพี่ชายของเจ้าตั้งแต่วัยเยาว์ เช่นนี้ข้าจะถือว่าข้าเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า เป็นเมียพี่ชายของเจ้าไปครึ่งตัว เจ้าฟังคำของข้าให้ดีเสีย จากนี้ตรงไปบ้านเจ้า รีบวิ่งไปหาบิดาของเจ้าซะ! ห้ามหันหลังกลับมาเด็ดขาด!”น้ำเสียงของมิซูโกะเด็ดขาดและจริงจัง แววตาของเธอไม่ล้อเล่นเลย

“แล้วท่านเล่าพี่สะใภ้”เด็กหนุ่มแววตาสั่นไหวและรู้สึกไม่ดี

มิซูโกะกุมมือของเล็กของเด็กหนุ่มเอาไว้ แล้วยกขึ้นปาดน้ำตาของอีกฝ่าย

“เจ้ามีจิตใจที่ดีมาก น้ำใจของเจ้าที่มารับข้าแม้จะขัดขืนคำสั่งของบิดาข้าขอชื่นชม เช่นนี้เจ้าจะตายไม่ได้เลยเชียว ถือซะว่าข้าจะตอบแทนน้ำใจของเจ้า และปกป้องเจ้าในฐานะพี่สะใภ้ เอาล่ะ วิ่งไปซะ!”เธอว่าจากนั้นก็ผลักเด็กชายให้ออกตัววิ่งไป จากนั้นก็หันมาจับดาบเผชิญหน้ากับอสูรสองสามตัวที่กำลังคืบคลานเข้ามา

นี่เป็นเคราะห์กรรมที่หนักนาจริง ๆ

มิซูโกะไว้อาลัยให้กับตนเองอย่างเหน็ดเหนื่อย…

คุณสามี!รีบมาช่วยฉันด้วยเถอะค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #144 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 10:33
    คุณภรรยาใจเด็ดมากค่ะ
    #144
    0
  2. #139 0601mxx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 19:36
    สมกับเป็นภรรยาคุณเคียวจริงๆ! น่าประทับใจ! น่าประทับใจ!
    #139
    0
  3. #52 Pattamawan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:17

    เปิดมานางเอกเราสุดยอดมากก ปล.พึ่งเข้ามาอ่านคร้าา
    #52
    0
  4. #7 panipakartist (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:29

    คุณภรรยาช่างเก่งกล้า ใจเด็ด ยิ่งนัก!!

    #7
    0
  5. #2 Gurenge (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:02
    คุณสามีขารีบมาช่วยคุณภรรยาเถอะค่ะ!!!
    #2
    0
  6. #1 sunisauun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:22
    งุ้ยย สำนวนดีมากเลยค่ะ รอติดตามนะคะะ
    #1
    0