เล่ห์รักจักรพรรดินีทรราช (จบเล่มที่1)

ตอนที่ 3 : Chapter II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

Chapter II

 

ภายในห้องเงียบงันหลังจากผู้นำเสนอคนสุดท้ายสิ้นสุดการบรรยายและแสดงแนวคิดของตนเอง จูบิลี่นั่งอยู่ท่ามกลางผู้เข้ารับชมการนำเสนอสี่คนในห้องนี้ได้ ตามปกติแล้วหากมีผู้เข้ารับชมการนำเสนอผลงานในครั้งนี้ของเหล่านักศึกษาเสร็จแล้ว หากพวกเขาชื่นชอบงานของใครนั้นก็จะรีบคว้าตัวไว้เพื่อสนับสนุนแนวคิดหรือผลงานนั้น ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะรีบยื้อแย่งและต่อรองกันทั้งในที่ลับและที่แจ้งมาก่อนหน้านั้นแล้ว

แต่…

ข้อดีของการเป็นเชื้อพระวงศ์ก็ดีอย่างนี้นี่ล่ะ

ใครจะกล้าทำเรื่องหักหน้าชนชั้นผู้สูงศักดิ์จากทรวงสวรรค์กันเล่า?

ดังนั้นหากจูบิลี่ไม่เอ่ยปาก ทั้งหมดในห้องนี้ก็ไม่มีใครกล้าจะเอ่ยขึ้นคนแรก คนส่วนใหญ่จะพากันเงียบและแสดงกิริยาเลิ่กลั่กพร้อมกับสายตาที่จ้องมองมายังเธอด้วยความประหม่าและเกรงกลัวเป็นพิเศษ และเมื่อเธอไม่ยอมปริปากสักทีแน่นอนว่าจะต้องมีคนที่ร้อนรนแสดงอาการออกมา อย่างเช่นผู้เข้าร่วมการรับชมการนำเสนอครั้งนี้ทั้งสี่คนที่ต่างถวายคำนับและล่าถอยไปจากห้องนี้ในทันทีพร้อมกับข้ออ้างที่ว่าพวกเขามีธุระด่วนต้องไปจัดการ

ดีมาก!

ห้องนี้เหลือเธอคนเดียวแล้ว

"...ข้าชอบการนำเสนอในครั้งนี้มาก ข้ารู้สึกว่าเวลาที่พวกเจ้าใช้ในการนำเสนอไม่เพียงพอที่จะสื่อถึงสิ่งที่พวกเจ้าต้องการได้ดี" จูบิลี่ยืนขึ้นโดยมีเฮเลนเข้ามาช่วยพยุงข้าง ๆ อย่างรู้งาน นั่นเพราะสำหรับจูบิลี่แล้ว การนั่งนาน ๆ ทำให้ขาของเธอชาและกลายเป็นรอยแดงจ้ำ ๆ ได้ง่าย

เธอเดินไปหยุดที่แท่นตั้งผลงานซึ่งไม่สมประกอบของการนำเสนอจากนายเจมส์สตรีมม่า บุคคลคนผู้ซึ่งภายในอนาคตข้างหน้าของเขาจะผู้ที่ทำให้เกิดเครื่องจักรไอน้ำขึ้นมาใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้าของประเทศเชียวล่ะ แน่นอนว่าไอ้เครื่องจักรที่ว่านี้เองนั้น ก็ยังสามารถต่อยอดไปยังสิ่งประดิษฐ์ซึ่งทรงคุณค่าได้อีกด้วยในช่วงที่เธออายุเข้าเลขสามได้ เพียงแต่นายเจมส์ในตอนนั้นไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ สิ่งประดิษฐ์ของเขาจึงออกมาล่าช้าเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะเขาต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะรวบรวมทุนในการทดลองสร้างได้

"เจ้าบอกว่าน้ำที่ร้อนมาก ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์และแปลงเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้กับสิ่งประดิษฐ์ที่เจ้าคิดได้สินะ ข้าชอบแนวคิดนี้มาก เพียงแต่ข้ายังไม่เห็นภาพของสิ่งที่เจ้ากำลังจะประดิษฐ์ขึ้นมา...ก็เลยไม่เข้าใจนัก แต่ว่า...ข้าอยากจะเห็นผลงานที่สมบูรณ์แบบของเจ้าจริง ๆ นะ" เธอว่าจากนั้นก็โน้มใบหน้าจ้องมองเจ้าผลงานจำลองที่ไม่สมประกอบซึ่งดูเก่า ๆ โทรม ๆ เหมือนว่าเขานั้นคงจะนำมันไปเสนอมาหลายต่อหลายครั้งได้แล้วกระมั้ง

อ้อ?

เธอลืมไปว่าตาเจมส์นั้นไม่ได้เป็นนักศึกษาของสำนักศึกษาหลวงนี่นา เช่นนี้เขาจะไปมีเงินสนับสนุนได้อย่างไรกัน

"กะ-กระหม่อม...อะ...เอ่อ...ทราบซึ้งมากขอรับ!" นายเจมส์เอ่ยด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปกปิดได้

"ข้าได้ยินมาว่าผู้เข้าฟังสามารถตกลงให้ทุนทรัพย์ในการสนับสนุนผู้นำเสนอได้ เจ้าเป็นนักศึกษาชั้นปีใดกันเจมส์สตรีมม่า ข้าจะได้ร่างจดหมายและมอบทุนทรัพย์ให้เจ้านำไปใช้เพื่อทำให้ผลงานของเจ้าเป็นจริง" จูบิลี่เอ่ยเข้าถึงประเด็นเหล่านี้ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำขึ้นหรือมีแนวคิดที่จะทำขึ้นนั้นจะต้องมีการจดเจ้าสิ่งที่เรียกว่า'สิทธิบัตร'หรือก็คือหนังสือรับรองว่าเจ้าสิ่งนั้นคือผลงานของพวกเขา และใครหรือผู้อื่นนั้นไม่สามารถลอกเลียนมันไปได้ตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของเจ้าสิทธิบัตร

"กระหม่อม..." เจมส์คุกเข่าลงเหมือนจะสั่นกลัวถึงเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่าพอเป็นเช่นนี้แล้วผู้ดูแลการเวทีการนำเสนอในครั้งนี้ก็กระซิบกระซาบกับเฮเลนว่า'คุณเจมส์ สตรีมม่านั้นแอบลักลอบเข้ามาในห้องนี้ก่อนที่องค์หญิงจะเข้ามาเยี่ยมชมการนำเสนอ เขาไม่ใช่นักศึกษาของพวกเราเป็นเพียงจอมหลอกลวงคนหนึ่ง ซึ่งพวกเราเองก็ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ในที่นี้ได้ทัน ขอพระองค์หญิงโปรดประทานอภัยแก่พวกกระหม่อมด้วย'ซึ่งเฮเลนก็ได้กระซิบบอกเธอต่ออีกทอดหนึ่งพร้อมสีหน้าไม่พอใจ

จูบิลี่นั้นรู้สึกสลดมากกับความเป็นชนชั้นสูงของตนเองที่ทั้งดึงดูดให้นายเจมส์ขวนขวายที่จะเข้ามานำเสนอผลงานของตนเอง และยังผลักดันให้นายเจมส์ผู้นี้สั่นกลัวด้วยข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงอีกด้วย เขาคุกเข่าอยู่อย่างคิดไม่ตกและไม่กล้าที่จะกล่าวความจริงว่าตนเองไม่ใช่นักศึกษาของที่นี่เพราะกลัวการลงทัณฑ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

"เจ้าทำไมหรือ?"จูบิลี่ย่อตัวลงแล้วแตะที่บ่าของนายเจมส์เบา ๆ "การที่เจ้าไม่ใช่นักศึกษาที่นี่ก็ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกไม่ดีอันใด กลับกันด้วยซ้ำไป เจ้านี่ช่างน่าประทับใจจริง ๆ ที่สามารถมีแนวคิดในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคิดขึ้นมาได้ ลุกขึ้นมาเถิดหนา แม้ว่าสำนักศึกษาหลวงจะพลาดคนที่มีความสามารถเช่นเจ้าไปแล้ว แต่ข้าย่อมไม่พลาดอย่างแน่นอน" จูบิลี่กล่าวทั้งรอยยิ้มที่อบอุ่น ม่านผ้าซึ่งปิดปังใบหน้าผืนบาง ๆ นั้นไม่สามารถขว้างกันสายตาของนายเจมส์สตรีมม่าไปได้เลย และนี่ก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาสงบขึ้นมากพร้อมกับความกล้าที่ทึกทักจิตใจของตัวเขาเอง

นายเจมส์ลุกขึ้นมาจากนั้นก็ถวายคำนับแบบเก้ ๆ กัง ๆ ให้แก่เธอ

"ข้ารู้ว่าเจ้าคงจะตื่นเต้นมาก ข้าคิดว่าคงจะดีกว่าหากเจ้าสามารถนำเสนอผลงานของเจ้าต่อหน้าข้าอีกครั้งได้ แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามีอุปสรรคมากมายและข้าเองก็ไม่ทราบว่าเจ้ามีอุปสรรคจากสิ่งใดบ้าง เอาเช่นนี้ก็แล้วกันนะนายเจมส์ สตรีมม่า..." จูบิลี่เว้นช่วงครู่หนึ่งจากนั้นก็มองไปที่เฮเลนซึ่งส่งตลับผ้ากำมะหยี่ทรงกลมมาให้เธอถือมันเอาไว้

ก่อนจะมานี่เธอได้ให้แอ๊บบี้และคุณข้าหลวงชายช่วยจัดเตรียมเหรียญทองกลม ๆ ขนาดประมาณกำมือหนึ่งเอาไว้หลายเหรียญให้เธอก่อนรถม้าจะออกตัว เธอจำได้ว่าในคลังสมบัติของบ้านจะมีการสะสมทองคำในรูปลักษณ์ต่าง ๆ มากมาย และหนึ่งในหีบนั้นมีเหรียญทองธรรมดาที่มีประทับตราประจำสายสกุลของเธอเอาไว้ตรงกลาง ลายของตราประทับนั้นเป็นรูปนกฟินิกซ์ประกายเพลิงพิสุทธิ์ที่ทำมาจากทองคำขาวอย่างประณีตงดงาม อีกทั้งในส่วนของลูกตาของเจ้านกอมตะเพลิงนั้นยังได้ฝังอัญมณีสามสีอย่างอเล็กซานไดร์ทเอาไว้ด้วยอีกด้วย

"เจมส์ สตรีมม่าเจ้ายินดีที่จะเป็นคนของข้าหรือไม่?"จูบิลี่ว่าจากนั้นจึงเอ่ยต่ออย่างเชื่องช้าไม่รีบร้อน "ข้ากำลังคิดจะก่อตั้งสถาบันวิจัยจิลเลียนนอร์ขึ้นมาเพื่อให้โอกาสและรวบรวมนักประดิษฐ์ นักคิดและผู้รอบรู้ในนามของเชื้อพระวงศ์บ้านอเล็กซานไดร์ท ข้าตั้งใจมากและอยากจะมอบทุนทรัพย์ให้กับผู้ที่เข้าร่วมและสนใจจะเข้าร่วม สิทธิบัตรและหนังสือรับรองการคิดค้นจะอยู่ในนามข้าของวังอเล็กซานไดร์ทและนามของพวกเจ้าอย่างละครึ่ง ไม่จำที่จะต้องมอบให้ทั้งหมดเหมือนที่เหล่านายทุนทั้งหลายบีบบังคับ"

จูบิลี่แตะฝ่ามือของอีกฝ่ายก่อนจะช้อนมันขึ้นมาพร้อมกับวางเจ้ากล่องผ้ากำมะหยี่ซึ่งเปิดเอาไว้ แสงสีทองจากเหรียญสะท้อนวิบวับให้เห็นถึงมูลค่าที่หายากของมัน

"นี่เป็นเหรียญที่ข้าจะมอบให้ในฐานะคนของสถาบันจิลเลียนนอร์ของข้า...ข้ามีเงินเดือนมอบให้ และเงินสนับสนุนอย่างเต็มที่ในงานที่เจ้าสนใจจะศึกษา เฮเลนมอบเงินถุงให้คุณเจมส์ สตรีมม่าเร็ว" เธอสั่งจากนั้นสองมือก็กลับมาอยู่ในอิริยาบถน่าสง่างามเช่นเดิม

อืม...

ปฏิกิริยาของนายเจมส์ยังคงไม่พ้นไปจากความตกอกตกใจเช่นเดิม

"กระหม่อมน้อมรับอย่างเต็มใจพ่ะย่ะค่ะ" คราวนี้เขาใช้คำพูดถูกต้อง ไม่ใช้คำลงท้ายคำว่า'ขอรับ'และเปลี่ยนมาเป็น'พ่ะย่ะค่ะ'ที่ถูกต้องแทนสำหรับบุรุษเพศ ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไรก็ตามย่อมไม่สามารถปกปิดความยินดีได้ และแน่นอนว่าการที่เธอไม่โกรธอีกฝ่ายแปลว่าไม่มีโทษทัณฑ์เกิดขึ้น และมิหนำซ้ำการที่เธอยินดีที่จะอุปถัมภ์เขาอย่างเต็มตัวนั้น ก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าปีติยินดีกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด

ห้องทั้งห้องเงียบงัน

จูบิลี่ค่อย ๆ หันกายไปมองเหล่านักศึกษาที่จดจ้องมายังเธอพร้อมประกายตาของผู้น้อยที่มีความหวังก่อเกิดขึ้น บางทีตอนแรกพวกเขาอาจจะลอบด่านายเจมส์ไปแล้วหลายดอกเป็นแน่โทษฐานที่ทำให้พวกเขาในห้องนี้เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และอดที่จะได้รับการอุปถัมภ์จากเธอและนายทุนคนอื่น ๆ กระมั้งนะ

"นี่ไม่ใช่คำสั่ง...ข้าต้องการความเต็มใจจากพวกเจ้า พี่ชายของข้าองค์ชายจอร์เจนเป็นผู้ที่มีความชื่นชอบและวาดฝันว่าจะเป็นนักประดิษฐ์ที่เก่งกาจ ทุกวันหนึ่งข้ามักจะเห็นเขานั่งจมอยู่กับกองกระดาษพร้อมภาพวาดเครื่องจักรแปลกตาของเขา จอร์เจนแค่อยากจะสร้างสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจให้กับผู้คน และยังหวังอีกว่ามันจะสร้างความสุขและประโยชน์ต่อสังคมได้มากที่สุด แต่ว่า...เขากลับจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน ซึ่งทำให้ข้าไม่อาจคอยอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเขาได้อีกตลอดไป ดังนั้นข้าจึงอยากสนับสนุนพวกเจ้าทุกคนที่ประสงค์จะให้ข้าสนับสนุนแทน"

จูบิลี่เกริ่นพร้อมรำลึกถึงพี่ชายคนรองที่จากไปเมื่อสองปีก่อนและทิ้งเธอเอาไว้เพียงลำพัง

เธอจำได้ว่าตอนอายุยี่สิบสองและขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ในตอนนั้นที่มีการย้ายจากวังอเล็กซานไดร์ทไปยังพระราชวังใหญ่ที่ประทับของผู้ปกครอง วันนั้นเธอได้เก็บข้าวของบางส่วนและพบให้กับบันทึกของพี่ชายคนรอง เธอนั่งอ่านมันและใคร่ครวญถึงความคิดแสนประเสริฐของพี่ชายคนรองที่มีต่อความหลงใหลในการคิดค้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด แน่นอนว่าหลังจากนั้นปีต่อมาเธอก็เริ่มให้ความสนใจกับวงการของพวกนักคิดค้นมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนามากนักก็ตามเพราะความยุ่งยากของการครองราชย์ในช่วงแรกนั้นล้วนแล้วแต่ทำให้เธอเกือบจะบ้าตาย

แต่แน่นอนว่าหน้าที่ของประมุขที่ดีนั้นคือการให้ความสนใจที่จะดูแลประเทศ ปัญหาของผู้คนมีมากมายเช่นเดียวกันกับปัญหาของจักรพรรดินีก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย การปกครองไม่ใช่เรื่องง่าย การประทับตราลงในเอกสารสำคัญทุกครั้งย่อมใช้เวลาในการขบคิดอย่างยาวนานและผ่านกระบวนการถกเถียงมาหลายครั้ง สิ่งที่อนุมัติลงไปต้องไม่ส่งผลกระทบต่อเชื้อพระวงศ์ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตามรวมถึงบรรดาขุนนางที่ผูกขาดอำนาจเอาไว้ด้วย

คิดแล้วก็เจ็บใจจริง ๆ

พระเจ้าส่งให้เธอเป็นผู้ปกครองแล้วแท้ ๆ แต่กลับทอดทิ้งให้เธอถูกรุมยำจากหมาป่าที่กระหายอำนาจ ต่อให้เธอเป็นราชสีห์ที่ปกครองพงไพรกว้างใหญ่อย่างไรก็ตาม หากแต่ไร้ฝูงอำนาจแล้วไซร้ก็เป็นเพียงลูกหมานั่งบัลลังก์เท่านั้น ยิ่งพยายามต่อต้านและทำในสิ่งที่ต้องการก็ล้วนยากเย็น พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าประชาชนไม่ได้รอคอยความพยายามของเธอเสียแล้ว พวกเขาข้ามขั้นไปด้วยการด่าทอและสาปแช่งเลยล่ะ...

เฮ้อ...

เธอไม่น่าย้อนคิดไปถึงเรื่องราวในตอนนั้นให้เลยเถิดเลย แต่ถึงจะหยุดคิดอะไรที่ไม่สมควรคิดมายาวนาน ทว่าจูบิลี่ก็ไม่พบว่ามีใครที่กล้าจะเอื้อนเอ่ยหรือเข้าร่วมกับเธอเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเหล่านักศึกษาของสำนักศึกษาหลวงส่วนใหญ่ล้วนก็แล้วแต่จะมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างลับ ๆ เสมอ ไม่มีใครกล้าจะมาตัดสินใจเข้าร่วมกับเธอได้ตามอำเภอใจหรอกนะ

ส่วนใหญ่จะต้องมีขุนนางให้การสนับสนุน คนที่สามารถสอบผ่านได้ล้วนคัดเลือกมาจากคนที่มีความรู้และการศึกษาที่ดี ถึงจะบอกว่าการจัดสอบนั้นดำเนินการทั่วประเทศโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ แต่จะมีกี่คนในประเทศของเธอที่ได้เรียนหนังสือกัน?คนที่เรียนหนังสือได้ล้วนต้องมีเงินทอง หรือก็คือได้รับการอุปถัมภ์จากคนเบื้องหลังทั้งนั้น ซึ่งพวกขุนนางก็มักจะชอบเสาะแสวงหาเด็กฉลาด ๆ มาเลี้ยงดูปูเสื่อและคอยให้เด็กพวกนี้เติบโตขึ้นไปเป็นนักปราชญ์ประจำข้าราชสำนักทั้งนั้นเพื่ออำนาจของตนเอง

มันก็เป็นวิธีที่ฉลาดนั่นแหละ แน่นอนว่าทำไมตอนที่เธอในวัยเลขสามพยายามสร้างโรงเรียนและผลักดันให้ประชาชนได้รับการศึกษาจึงถึงถูกต่อต้านอย่างหนักด้วยเหตุและผลต่าง ๆ นานามากมาย อันที่จริงแล้วมันก็เป็นเพราะการเสียผลประโยชน์ของพวกชนชั้นศักดินาต่างหาก ดังนั้นอะไรที่ทำให้พวกเขาสูญเสียอำนาจและความสุขสบายจากการเอารัดเอาเปรียบผู้คนแล้ว พวกเขาย่อมไม่อาจยอมรับได้ทั้งสิ้น

"...เฮเลนดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยากเข้าร่วมกับข้าสินะ...คงจะมีแค่นายเจมส์สตรีมม่าผู้เดียว แต่แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ข้ารึอุตส่าห์เตรียมเหรียญนี่มาเสียเยอะ เห็นทีข้าคงจะเป็นแค่เชื้อพระวงศ์แถวล่างจริง ๆ" จูบิลี่หัวเราะเบา ๆ อย่างขบขันเพียงแต่มันทำให้ข้ารับใช้ของเธอคล้ายกับว่าเสียหน้าและไม่พอใจพวกที่เมินเฉยเจตนารมณ์ของเธอเสียอย่างนั้น เพียงแต่หากว่าเธอไม่สั่งมีรึที่เหล่าข้ารับใช้จะกล้าบันดาลโทสะออกมากันตบตีกันให้เสื่อมเสียเกียรติได้

"กลับกันเถอะ" จูบิลี่ออกปาก "พาคุณเจมส์สตรีมม่าเข้าวังของข้าด้วย ข้ามีเรื่องจะต้องสนทนากับเขาอยู่ครู่หนึ่ง"

"เพคะองค์หญิง" เฮเลนรับปากจากนั้นก็ให้ข้ารับใช้คนอื่นประกบตัวนายเจมส์ให้เดินตามหลังเธอมา

 

❁❁❁

 

แขกพิเศษของรอบปีที่ได้นั่งรถม้าร่วมกับเธอคือนายเจมส์นามสกุลสตรีมม่า ภายในรถม้ายังคงเงียบงัน จูบิลี่ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เธอสงบและไม่มีทีท่าแสดงถึงความรังเกียจชิงชังในสถานะอีกฝั่งแต่อย่างใด เธอค่อนข้างคุ้นชินกับการอยู่ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากและหลากหลายระดับชนชั้น อาจเพราะในช่วงวัยยี่สิบปลาย ๆ ของเธอต้องขยันออกงานสังคมและงานราชกิจท่ามกลางสายตาของประชาชนเพื่อให้พวกเขาเชื่อมั่นใจการปกครองเธอ การทำให้ความนิยมของราชวงศ์ไม่ตกต่ำ ต่อให้จะต้องออกจากระยะปลอดภัยของตนเองไปสู่การเป็นตัวตลกที่ถูกด่าทอ สาปแช่ง และดูหมิ่นดูแคลนก็ตามที

"พูดคุยเป็นกันเองเถอะ เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้คำราชาศัพท์กับข้าหรอกนะเจมส์" จูบิลี่เอ่ยขึ้นไม่อยากให้อีกฝ่ายอึดอัด เพราะหากเธอไม่เริ่มก่อนอีกฝ่ายก็ไม่มีทางที่จะออกปากอะไรทั้งสิ้น นี่เป็นผลลัพธ์ของการปกครองแบบราชาธิปไตยซึ่งกดข่มสถานะผู้อื่นเอาไว้มาอย่างยาวนาน ผู้คนมองจักรพรรดิเหมือนพระเจ้า ส่วนตนเองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาซึ่งไม่อาจเทียบเคียงได้

จูบิลี่ไม่ชอบความจริงข้อนี้เท่าไหร่

หากเธอเป็นพระเจ้าจริง ๆ แล้ว ถ้าไม่เลือกการฆ่าตัวตายก็คงจะต้องเป็นพระเจ้าที่ตายด้วยฝีมือของมนุษย์เดินดินแล้วล่ะ

"ท่านสนใจงานของข้าจริง ๆ หรือ" ตาเจมส์กล่าวด้วยภาษาบ้าน ๆ ใบหน้าเงยขึ้นหลังจากก้มไม่กล้าสบตามานาน แน่นอนว่าจูบิลี่ย่อมตอบว่าสนใจจริง ๆ เธอสนใจมันมากจริงและอยากจะสานต่อให้มันเกิดขึ้นโดยไว ให้มันทำประโยชน์แก่ประเทศของเธออย่างมีระเบียบแบบแผน ชนิดที่ว่ามันไม่ทำให้คนตกงานและประท้วงด่าทอเธออย่างเละเทะล่ะนะ

"เจ้าบอกว่ามีเครื่องจักรมากมายที่สามารถใช้กับเจ้าพลังงานตัวนี้ได้ เจ้าบอกว่ามันทำให้วิดน้ำในเหมืองโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากได้สินะ ข้าใคร่คิดว่าหากสิ่งนี้สามารถวิดน้ำในเหมืองอย่างรวดเร็วได้แล้วล่ะก็ หากเป็นอย่างอื่นบ้างล่ะ?ข้าว่ามันจะต้องดีมาก ๆ แน่ มันแค่เพียงใช้น้ำร้อน ๆ เท่านั้นไม่ใช่หรือ" จูบิลี่ว่าแต่ไม่ได้กล่าวแพร่งพรายสิ่งประดิษฐ์ที่มีรากฐานมาจากเจ้าเครื่องจักรไอน้ำที่เกิดตาเจมส์คนนี้สักนิดเดียว

"แต่มันต้องใช้เงินจำนวนมากนะขอรับ" ตาเจมส์ดูเป็นกังวล

"ข้าเป็นเลดี้ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศนี้ ท่าเรือขนส่งสินค้า หรือท่าเรือโดยสารของประเทศนี้คือกิจการหลักของบ้านข้า ข้ามีรายได้ปันผลจากกิจการเหมืองของราชวงศ์ เงินกองทุนและรายได้ประจำปี ในนามข้าราชสกุลอเล็กซานไดร์ท ข้ามีหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์จากกิจการของพวกนายทุน...เจมส์ สตรีมม่า ข้าร่ำรวยพอหรือไม่"

จูบิลี่ไม่ได้อวยรวย แต่เธอร่ำรวยจริง ๆ

เชื้อพระวงศ์สายสกุลอเล็กซานไดร์ หรือจะเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือราชสกุลอเล็กซานไดร์ทนั้นคือเชื้อพระวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศนี้ ด้วยความที่เป็นเชื้อพระวงศ์ซึ่งติดต่อกับชนชั้นพ่อค้าซึ่งผิดไปจากนิสัยของเชื้อพระวงศ์ซึ่งคบหาให้ความสนใจพวกขุนนางแบบราชสกุลอื่น ๆ ที่เป็นชนชั้นสูงของประเทศ ทำให้คนภายในราชวงศ์เจ็มสโตนมองพวกเธอเป็นเชื้อพระวงศ์นอกรีต ยิ่งผ่านมาเจ็ดรุ่นและไม่เคยได้รับการเลือกให้เป็นจักรพรรดิก็เลยยิ่งถูกมองว่าเป็นพวกแถวล่างไปโดยปริยาย

อาจเพราะบ้านอเล็กซานไดร์ทเป็นพวกที่มีร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคกลไกโลหิตทำงานผิดปกติ หากมีบาดแผลเลือดจะไม่ยอมหยุดไหล ดังนั้นพอได้รับอุบัติเหตุไม่ว่าจะน้อยหรือใหญ่ ส่วนมากมักจะเสียชีวิตได้ง่าย เธอเองก็เป็นเช่นนั้นนอกจากระบบภายในร่างกายจะไม่ค่อยดีนักมักป่วยไข้บ่อยครั้ง แค่หกล้มครั้งหนึ่งเลือดก็ไม่ยอมหยุดไหลจนร่างซีดและชัก...ทำให้เธอไม่อาจมีลูกได้ เพราะการคลอดลูกคือเรื่องที่อันตราย

แต่ว่า...สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรควบคุมการตั้งครรภ์ได้ เธอให้กำเนิดนิโคและอเล็กซิสด้วยความยากลำบาก การที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอดนั้นทำให้สุขภาพของเธอทรุดตัวลง เมื่อรวมกับโรคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้วก็ทำให้ไม่อาจบริหารบ้านเมืองได้จนต้องมีการลงมติในบรรดาเชื้อพระวงศ์ทุกสายสกุลให้เริ่มต้นมีผู้แทนของจักรพรรดินีขึ้นมาจากที่สายสกุลที่เหลือ ซึ่งผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือกล้วนถูกส่งเข้ามาเพื่อจุดประสงค์ในการชิงพื้นที่อำนาจของจักรพรรดินีและแย่งชิงอำนาจกันเองอย่างบ้าคลั่ง

นั่นนำไปสู่ความนิยมที่ตกต่ำลง...เพราะเธอไม่สามารถออกงานพบปะผู้คนได้เลย ผู้คนเชื่อว่าจักรพรรดินีของพวกเขาถูกสวรรค์ลงโทษจากข่าวลือจากการแทงข้างหลังภายในราชวงศ์ที่ประพฤติตัวต่ำช้าไม่ปรองดองสามัคคี และผนวกซ้ำกับการประเคนข่าวให้เธอเสื่อมเสียก็เกิดขึ้นเพิ่มอีกจากภายนอกโดยฝีมือของพวกปัญญาชนหัวปฏิวัติอีกด้วย พวกเขาบอกว่าจักรพรรดินีสุขสบายเสวยเงินทองโดยไม่เห็นหัวผู้คน ทอดทิ้งประชาชนให้อดตาย ดังนั้นความนิยมของเธอจึงเรียกได้ว่ายิ่งกว่าตกต่ำมีแต่ผู้คนสาปส่ง

แต่ใครจะรู้ว่าเธอมีชีวิตที่อึดอัดบ้างกัน?

พระสวามีไม่ได้รักใคร่ถูกคนภายในเหยียบย่ำและหักหลัง ส่วนโอรสธิดาก็ถูกแย่งไปเลี้ยงดูโดยพวกคนจากสายราชสกุลอื่น ๆ ดูแล้วเหมือนจะมีชีวิตที่ดี แต่ก็เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมโศกเศร้า?กว่าที่เธอจะฟื้นตัวและแย่งชิงลูก ๆ กลับมาได้สายสัมพันธ์แม่ลูกก็ห่างเหินเสียแล้ว ทำได้แต่หมั่นเรียกหลานน้อยเข้าเฝ้าเพื่อให้ได้เห็นหน้าลูกตัวเองเท่านั้น...

"องค์หญิง...ท่านเป็นอะไรไปหรือ?"นายเจมส์ถามด้วยความตกใจ

จูบิลี่หลุดพ้นจากความเหม่อลอยภายในใจ...

เธอไม่เคยลืมฝันร้ายได้เลยจริง ๆ

"ไม่มีอะไรหรอก...ข้ารู้สึกเพลียเล็กน้อย เจมส์ข้ารู้ว่านักคิดค้นนักประดิษฐ์อย่างเจ้ายังไม่ค่อยมีเงินทองมากนัก แต่ว่าข้าไม่สามารถปล่อยให้เจ้าที่เป็นคนของข้าต้องอยู่อย่างยากลำบากได้ เงินก้อนแรกที่ข้าให้เจ้า ข้าอยากให้เจ้าซื้อบ้านความสะดวกสบาย แต่งตัวให้งดงาม มีบ้านดี ๆ สักหลัง อย่างน้อยก็น่าจะพอเหลือไปซื้อที่ดินได้...เจ้าว่าร้อยเหรียญทองมันพอหรือไม่"

"ระ-ร้อยเหรียญทอง!!" ตาเจมส์อุทานเสียงดังข้าตกใจเล็กน้อยพลางรื้อถุงเงินดูอย่างรีบร้อน

"น้อยไปหรือ?"เธอถามหน้าตาย "อย่างน้อยเจ้าก็ต้องซื้อบ้านสักหลัง ที่ดินงาม ๆ สักผืน เปลี่ยนข้าวของให้บ้าน ซื้อม้าสักตัวใช้เดินทาง หากเจ้ามีภรรยาแล้วก็ย่อมต้องให้นางมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเสื้อผ้างาม ๆ ข้าวของเครื่องใช้ของสตรีชั้นสูงเอาไว้บ้าง...อย่าให้ใครดูถูกว่าในฐานะที่เจ้าเป็นคนในนามของข้าเอาได้"

"กระหม่อมเข้าใจแล้ว" อีกฝ่ายคล้ายจะคิดตามได้อย่างรวดเร็ว

"เจมส์สตรีมม่า หากเจ้ามีเพื่อนฝูงที่ดีและอยากดึงมาทำงานกับเจ้าด้วยก็ขอให้บอกข้า ข้าไม่ได้รอบรู้มากนักในวงการของพวกเจ้ามากนัก ใครที่ดี ใครที่ไม่ดีข้าอยากจะรู้เอาวไ ใครที่อยากได้โอกาสก็ขอให้พาเขามาทำความรู้จักกับข้าบ้าง แลเมื่อฝันของเจ้าเป็นจริงเจ้าก็ไม่ควรที่จะลืมนึกถึงความฝันของผู้อื่น"

ความฝันที่เป็นจริง...เธอเองก็ปรารถนามันเหมือนกัน…

"ท่านดูเหมือนไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบหกเลยองค์หญิง..." นายเจมส์ว่า

"อาจเพราะทั้งชีวิตของข้ามีแต่เรื่องโศกเศร้า ข้าก็เลยดูเหมือนคนแก่..." จูบิลี่ตอบไปตามความจริง เพียงแต่อีกฝ่ายคงจะคิดไปคนละด้านกันเท่านั้น "บ้านของเจ้าอยู่ที่ใดรึเจมส์ ข้าจะให้คนไปส่งเจ้า วันนี้ไม่ต้องไปวังของข้าแล้ว" เธอถามด้วยความสนใจไปเรื่อยของตนอย่างลืมตัว

แย่แล้ว!

เธอลืมไปว่าบ้านของตาเจมส์ผู้นี้คือย่านสลัมของเมืองหลวง!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

304 ความคิดเห็น