เล่ห์รักจักรพรรดินีทรราช (จบเล่มที่1)

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

Prologue

 

เฮือก!

จูบิลี่รู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เธอชิงฆ่าตัวตายด้วยการกรีดข้อมือของตนเอง การสูญเสียเลือดจำนวนมากทำให้ร่างกายของเธออ่อนแรง ทุก ๆ อย่างในร่างล้วนแปรปรวนได้ง่ายตามร่างกายที่แก่ชรานี้ของตน สติสัมปชัญญะเริ่มโงนเงน มันมาพร้อมกับสองหูที่อื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงของผู้คนที่บุกรุกเข้ามาภายในตำหนักที่เธอประทับอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต ทุก ๆ อย่างในวัยแก่ชราเก้าสิบสองปีนั้นมีแต่ความพังพินาศและล่มสลาย แม้ว่าในยุคต้นของเธอจะเริ่มต้นด้วยความรุ่งโรจน์และเจิดจรัสก็ตามอย่างที่ประชาชนประสงค์

จูบิลี่ยกข้อมือที่กรีดเป็นเส้นตรงขึ้นมามองดูอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าที่ประหลาดใจสุดอย่างขีด!

ทำไมเธอจึงไม่ตายกัน?

แล้วทำไมข้อมือของผิวที่เหี่ยวย่นตามร่างกายในวันเก้าสิบกว่าปี

จะ-จึง...จึงกลายเป็นข้อมือของเด็กสาวซึ่งเต่งตึงไปได้กันเล่า?

จูบิลี่รีบยกแขนทั้งสองข้างของตนขึ้นมามอง เธอพลิกมันกลับไปกลับมาซ้ำ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าดวงตาของตนเองนั้นไม่ได้ฝ้าฟางแต่อย่างใด ซ้ำร้ายในคราวนี้มันกลับมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจนอีกด้วยซ้ำ เธอมองเห็นรายละเอียดของผ้าห่มอุ่นหนาที่ห่มอยู่บนลำตัวและสองข้า มองเห็นภาพของตนเองในวัยแรกรุ่นที่แขวนติดอยู่กับผนังห้องลายดอกไม้มงคลราวกับว่าทุก ๆ อย่างนั้นชัดเจนไม่ได้ฝันไป

"เกิดอะไรขึ้น?"

จูบิลี่พึมพำแต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรเธอก็ต้องตกใจให้กับเสียงที่แปลกไป?

"เสียงของข้ายามวัยแรกรุ่นนี่?"

จูบิลี่อุทานเบา ๆ มือทั้งสองยกขึ้นแตะแก้มทั้งสองข้างเพื่อสัมผัสถึงผิวหน้าที่เนียนนุ่มและเต่งตึงของตนเอง เธอค่อย ๆ สัมผัสร่างกายทุก ๆ สัดส่วนเพื่อให้แน่ใจว่านี่คือร่างกายของตนเองในวัยแรกรุ่นยามที่เธออายุสิบหกปีได้ และสิ่งที่ย้ำเตือนว่านี่คือร่างของตนเองนั้นก็คือ กำไลหยกสีม่วงที่เชื่อมด้วยทองคำซึ่งเป็นของขวัญวันครบรอบการเกิดครั้งที่สิบหกของตัวเธอเอง เพียงแต่เจ้ากำไลหยกนี้ของหล่อนในวัยเจ็ดสิบแปดปีนั้นถูกหลานสาวทำตกแตกละเอียดไปแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีเจ้ากำไลหยกม่วงวงนี้อีกชิ้นหนึ่งขึ้นมา

หากไม่ใช่เสียว่า

คำอธิษฐานในวาระสุดท้ายของชีวิตนั้นเป็นจริง!

 

'ข้าขอให้ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วชีวิตนี้ของข้าเป็นเพียงแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่งเท่านั้น'

 

มันเป็นจริงหรือนี่?

จูบิลี่ไม่อยากจะเชื่อเลยด้วยซ้ำ เธอค่อย ๆ เคลื่อนตัวขยับร่างกายที่ป่วยไข้ในวัยสิบหกปีลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า บังคับให้มันก้าวเดินไปหยุดอยู่ที่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วมองใบหน้าพร้อมกับร่างกายของตนเองอีกครั้งภายในกระจกที่สะท้อนความจริงให้จูบิลี่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง มันไม่ใช่ความฝันหรือเวทมนตร์ที่ลวงหลอกตัวเธอแต่อย่างใด

เส้นผมสีขาวหิมะที่งดงาม นัยน์ตาสองคู่ที่ผสมผสานระหว่างสีทั้งสามอย่างสีม่วง สีแดงและสีเขียวเข้มเหมือนอัญมณีที่มีชื่อว่าอเล็กซานไดร์ทซึ่งเป็นชื่อประจำเชื้อพระวงศ์สายสกุลของตัวเธอเอง สองมือของจูบิลี่สัมผัสที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มและอวบอิ่มของตนเองอย่างยากจะเหลือเชื่อ

ไม่มีคำพูดใดจะกล่าวอ้างได้สำหรับช่วงเวลานี้

ในใจจูบิลี่รู้สึกอย่างไรก็ไม่ทราบกับความรู้สึกนี้ จะว่าโศกเศร้าหรือก็ใช่ จะว่ายินดีให้กับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งก็ไม่เชิง เธอไม่รู้ว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ แต่เพื่อไม่ให้ชะตาชีวิตของเธอต้องพบพานกับความทุกข์ระทมอีก ครั้งนี้เธอตั้งมั่นเอาไว้แล้วว่าสมควรแล้วเสียที่จะไม่ให้มีจุดจบที่เหมือนเดิมอีกครั้ง

ไม่มีผู้ปกครองคนใดอยากถูกโค่นล้ม

ไม่มีผู้ปกครองคนใดอยากสูญเสียอำนาจ

นั้นคือสิ่งที่เธอในฐานะว่าที่จักรพรรดินีในอนาคตต้องการ และสิ่งที่ต้องทำก็คือการทำให้ตนเองเป็นที่นิยมต่อประชาชนอีกครั้ง และไม่ถูกผู้ต่อต้านใช้สื่อเป็นเครื่องมือปลุกปั่นยุยงให้เกิดความแตกแยกเสื่อมเสียจนนำไปสู่ความวิตกกังวลและโรคร้ายในจิตใจที่ทำให้เธอไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้อย่างที่ทำมาโดยตลอด

แต่ว่า...นั่นไม่ใช่สิ่งที่คงทนถาวร

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการปกครองก็คือการครองใจผู้คนให้อยู่หมัดในฐานะจักรพรรดินีผู้สง่างามและทรงอำนาจ และต่อสู้กับผู้คนที่พยายามจะกำจัดเธอออกไปจากประเทศนี้ให้ได้ นี่สิจึงเป็นเรื่องที่เธอสมควรทำ...เพื่อหลานชายและหลานสาวและครอบครองครัวของตัวเธอเอง เพื่อเหล่าข้ารับใช้และขุนนางที่อยู่เคียงข้างเธอจนวาระสุดท้ายของชีวิต

เพื่อประเทศที่จะไม่ล่มสลายนี้!

ต่อให้เป็นจักรพรรดินีที่ขึ้นชื่อว่าทรราชเธอก็ยอมเป็นแต่โดยดี!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

304 ความคิดเห็น