(จบแล้ว) [fic naruto] ❀ fulfill our heart... (Tobirama x OC)

ตอนที่ 7 : เติมเต็มหัวใจของเรา ❀ ตอนที่ ๗ อิซึนะ ท่านชายรองแห่งอุจิวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    15 มี.ค. 62



     ผ่านมาแล้วหลายเดือน บัดนนี้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว หิมะแรกนั้นเริ่มโปรยปรายเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่สงบสุข ช่วงเวลานี้ไม่ค่อยมีสงครามกันเท่าไหร่นัก ผู้คนต่างอยู่ภายในบ้านกับครอบครัว ปัญหาที่ตามมาก็คือเรื่องสมุนไพรจะขาดในช่วงนี้ การทำยาลูกกลอน หรือยาบำรุงต่างๆจึงหยุดชะงัก นี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่หลายๆตระกูลไม่รับจ้าง กระทั่งต่อสู้กัน

     ด้วยสภาพอากาศที่ยากต่อการเดินทาง น้ำเสบียงอาหารที่ยากจะหาให้เทียบฤดูอื่นๆแล้ว แม้จะเป็นฤดูที่เลวร้าย แต่สำหรับหล่อนนี่เป็นฤดูโปรดเลยทีเดียว จากบ้านเกิดที่หล่อนจากมานั้น ฤดูหนาวคือเวลาของครอบครัว ไม่ว่าคนในตระกูลจะจากไปทำงาน ณ สถานที่ไกลแสนไกลขนาดไหน พวกเราจะมาพบกันในช่วงนี้ 

     ตอนเด็กๆ หล่อนมักจะออกไปล่าสัตว์กับพี่ชาย เก็บสมุนไพรหายากที่เติบโตในช่วงนี้ บดยาพืชสมุนไพรเพื่อเตรียมนำมาทำยาหายากๆสูตรต่าง จากนั้นก็จะเริ่มทำงานเย็บปักถักร้อยเพื่อเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ และเครื่องเรือนต่างๆ ให้กันและกัน

     ถึงแม้ว่าตอนนี้หล่อนจะไม่มีครอบครัวแล้วก็ตาม...แต่หล่อนก็เริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมือนกับตอนเด็กๆ ตื่นกลางดึกขึ้นมาทำสมาธิ พอใกล้เช้าก็ตื่นขึ้นมาช่วยสาวใช้เตรียมกับข้าวเล็กๆน้อย และกินมันก่อนใครพวก พอเช้าก็ลุกขึ้นแบกตระกร้า วันนี้หล่อนจะไปหาสมุนไพรบนเขา ที่ไกลจากบ้านของตระกูลเซ็นจูมาก

     ใช่ เมื่อเดือนก่อนหล่อนออกไปดูที่ทางแล้ว อีกกระทั่งได้บอกท่านชายใหญ่ฮาชิรามะเป็นที่เรียบร้อย ช่วงเวลาที่ผ่านมาหล่อนตลอดเวลาหลายเดือน หล่อนได้พบกับท่านโทบิรามะบ่อยขึ้น เพราะเรามักใช่เวลาฝึกด้วยกันบ่อยๆ แต่ก็ไม่มาก เพราะหล่อนค่อนข้างเก็บตัวฝึกวิชานานๆ และไม่ค่อยมีเวลา เพราะเอาแต่ค่อยดูแลคนไข้ 

     วันนี้ก็เป็นอีกวันเช่นกัน ที่หล่อนจะออกไปเก็บสมุนไพร หล่อนผูกเชือกรัดรองเท้าขนสัตว์ให้แน่นด้วยเชือกเส้นเล้กๆ สภาพอากาศหนาวมาก หล่อนกลัวว่าขาจะชาจนไม่สามรถเดินได้นานๆ พอผูกเชือกเสร็จก็หันมาสวมเสื้อกิโมโนตัวสั้นผ้าเนื้อหนาอีกสองตัวทับเอาไว้ แล้วแบกตระกร้าขึ้นบ่า พร้อมออกไปเดินทางตามหาสมุนไพรแสนล่ำค่า!

     "จะไปหาสมุนไพรแล้วหรือเจ้าคะ ไปจริงๆหรือเจ้าคะ" เสียงสาวใช้หลายคนที่ออกมาส่งเอ่ยด้วยความเป็นห่วง คงเพราะด้วยสภาพร่างกายที่ตัวเล็กๆผอมบางนี้กระมั้ง? แต่อย่าห่วงไปเลยหล่อนนะเคยชินกับความโหดร้ายกับสภาพอากาศมามากมาย ตลอดหลายปี 

     "ไม่ห่วงข้าน้อยหรอก ข้าน้อย มีวิชา อีกกระทั่งการข้าน้อยเองนั้น ก็ผ่านการเดินทางมานาน" หล่อนกล่าวและยิ้ม พร้อมเดินออกมาจากบ้านหลักด้วยการวิ่งอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้ายังคงมืดมิดอีกไปอีกสักพัก...

     หล่อนคิด...

     จนกระทั่งวิ่งมาถึงจุดหมายปลายทาง นี้เป็นเวลาเที่ยงวันกว่าๆ แล้ว แสงแดดเริ่มส่องสว่างจ้าเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ระหว่างทางหล่อนก็เก็บสมุนไพรได้มาหลากหลายตัว

     ฉึก!!  ฉึก!!

     คุไนสองเล่มพุ่งเข้ามาที่ปลายเท้าของเธอ ดูเหมือนคนที่ปามาจะไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อหล่อน ไม่เช่นนั้นคุไนสองเล่มนี้คงบินเข้าร่างหายของเธอแล้ว 

     "ข้าเป็นหมอ ข้าขึ้นเขามาหาสมุนไพร หาได้มีเจตนาร้าย โปรดเมตตาด้วย" หล่อนกล่าวและวางของลงพร้อมชูมือขึ้น พยายามกวาดสายตามองหาคนผู้ซึ่งปาคุไนใส่เธอ

     "ฮ่าๆ"  ชายผู้นี้ปรากฎตัวขึ้น เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นๆ ส่วมเสื้อผ้าสีทึบ มีผมสีดำยาวเป็นทรงหยักๆ ดวงตานั้นปรากฎเนตรวงแหวนสีแดง "ข้าแค่แกล้งเจ้าเล่น นึกว่าหมีป่าที่ไหนได้ แค่สตรีตัวเล็กๆเองหรอกรึ" ชายผู้นี้กล่าวและยิ้มอ่อนๆ เขาจ้องมองเธอที่ส่วมชุดๆหนาๆสีน้ำตาล มองรวมๆ แล้วเหมือนหมีป่าอย่างที่เขาว่าเลย... 

     "เช่นนั้นข้าน้อย ขอตัวนะเจ้าคะ ท่านผู้สูงศักดิ์" หล่อนกล่าวและแบกตระกร้าสมุนไพรขึ้นมา

     "ช้าก่อน" ชายผู้นี้เอ่ยเรียกหล่อน "ข้าเพียงอยากจะเสวนาด้วยเล็กน้อยเท่านั้น" เขากล่าวและเดินตามหล่อนข้างๆ หล่อนไม่รู้ว่าชายผู้นี้มีจุดประสงค์อันใด แต่หากเป็นเรื่องที่หล่อนพอจะช่วยหรือตอบได้ก็ดี... 

     "เรื่องอันใดเจ้าค่ะ"

     "ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นหมอผู้หญิงก็เถอะนะ ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่า โรคระบาดที่แคว้นตรงข้ามนั้น เฮ้ย เจ้าฟังข้าก่อนสิ" ชายผู้นี้กล่าว ในขณะที่หล่อนกำลังขุดหาสมุนไพรตามพงหญ้าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

     "โรคระบาด..." หล่อนนึกคิดในขณะที่สองมือของตนย้ายต้นสมุนไพรใส่ตะกร้าที่แบกเอาไว้ "ท่านหมายถึงโรคไข้ไฟสินะเจ้าค่ะ" คงจะเป็นโรคนี้กระมั้ง แน่นอนว่าเมื่อเดือนก่อนนั้นมันได้แพร่ระบาดเข้ามาภายในแคว้นไฟแห่งนี้ และแน่นอนว่าคนภายในตระกูลเซ็นจูก็ติดกันเยอะ จนหล่อนวุ่นวายเป็นอันมาก แต่สุดท้ายโชคดีที่ไม่มีใครตายเพราะโรคนี้

     เป็นโรคที่ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิร้อนสูงจนร่างกายแปรปรวน หรือง่ายๆก็คือธาตุไฟในร่างพุ่งสูงจนเกินกว่าจะรับไหว และต่อให้จะทานยาหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ก็ไม่สามารถหยุดโรคนี้ได้ ซ้ำยังร้ายแรงกว่าเดิม อีกทั้งยังทำให้ไร้สติ กระทั่งเลือดไหลออกทางทวารทั้งเก้า...จนตาย..

     "เจ้ารักษาได้หรือไม่" ชายผู้นี้กล่าว "คนที่บ้านของข้าป่วยกันหลายสิบคน แต่นั้นไม่น่าห่วงเท่าพี่ชายของข้า...สรุปแล้วเจ้ารักษาได้หรือไม่ โอ้ย! ข้ากังวลจริงๆนะ เจ้า!" ชายผู้นี้โวยวาย

     หล่อนเลยหยุดตัวลงหากิ่งไม้มาวาดรูปร่างกายคน และเส้นจักระต่างๆ 

     "ยาทั่วๆไปนะช่วยอะไรไม่ได้หรอก" หล่อนกล่าวและเริ่มอธิบายขั้นตอนการรักษาด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่ายให้กับชายผู้นี้ "เจ้าให้ท่านหมอประจำตระกูลของเจ้า ใช้เข็ม กดจุดนี้เอาไว้นะ จุดนี้ด้วย แล้วก็จุดนี้" หล่อนกล่าวและส่งกล่องเข็มที่เคลือบไปด้วยจักระของหล่อนให้กับชายผู้นี้ แน่นอนว่ามันเป็นถูกเปลี่ยนจากเข็มเงินเป็นสีขาวด้วยจักระที่แทรกอยู่ภายในของหล่อนเอง

     "ด้วยเข็มนี้พี่ชายของข้าจะหายจริงๆหรือ"

     "หายสิ พี่ชายของเจ้าจะสำลักเลือดกระจุกใหญ่ หลังจากนั้นให้หมอประจำตระกูลของเจ้าจัดยาบำรุงเสริมทั่วๆไป เพื่อปรับสภาพร่างกายของพี่ชายเจ้าให้กลับมาดี" 

     "ขอบคุณน้ำใจของเจ้ามาก" เขากล่าว "แต่เข็มนี่มัน?"

     "มันเป็นเข็มจักระของข้าน้อยเอง เข็มทั่วๆไปจะแตกด้วยฤทธิ์ของโรค" หล่อนยิ้ม "เข็มนี่เจ้าสามารถใช้จักระของเจ้าได้ ถ้าสามารถเคลือบมันให้เป็นสีขาวแวววาว เหมือนไขมุกได้จะดีมาก" หล่อนกล่าวเสริม และก้มลงเดินหาสมุนไพรต่อ

     "ข้าอิซึนะ เจ้าล่ะ ท่านหมอหญิง" ชายผู้นี้กล่าวถาม

     "ข้าน้อยฮิสึงิ เอ็นเอย์ ฮิสึงิ ท่านสามารถส่งคนมาถามข้าได้เรื่องโรคต่างๆ ข้าจะช่วยเต็มที่ ตอนนี้ข้าอาศัยอยู่ที่เรือนหลักของตระกูลเซ็นจู..เอ๊ะ?"

     พอหล่อนพูดคำว่าเซ็นจูเท่านั้น ท่าทางของชายท่านนี้ก็เปลี่ยนไปทันที...

     "เจ้าเป็นหมอจากของพวกเซ็นจูอย่างงั้นรึ?" เขาถามน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้น มันทำให้หล่อนประหลาดใจมาก 

     "ข้าติดหนี้บุญคุณตระกูลเซ็นจูนะเจ้าค่ะ แต่ข้าก็ไม่ได้คิดจะอาศัยอยู่นานนัก ปีใหม่นี้ข้าจะแยกตัวออกมา สร้างเรือนของตนแล้ว" หล่อนกล่าวอธิบาย "ข้าเป็นหมอทั่วๆไป หาใช่หมอประจำตระกูล ท่านอย่ากังวลเลย ข้าย่อมรักษาคนไข้อย่างเต็มที่กับทุกๆคน" 

     พอกล่าวออกไปเช่นนี้ ทำให้อิซึนะเหมือนจะใจเย็นลง หล่อนนะพอเดาออกว่า พวกเขานะคงเกรงใจตระกูลเซ็นจู แน่นอนว่าเพื่อความสบายใจหล่อนเลยต้องอธิบายเสียหน่อย

     "อ่า...ข้าขอโทษด้วยท่านหมอ" เขากล่าว

     หล่อนยิ้มรับ

     "เช่นนั้น ท่านช่วยทวนวิธีการรักษาที่ข้าให้ได้หรือไม่? ข้านะหาได้มีเวลาทั้งวันนะเจ้าค่ะ" หล่อนกล่าว และนั้นทำให้อิซึนะสะอึกไปยกใหญ่

     เฮ้อ...

     แล้วหล่อนก็ทวนวิธีการรักษาให้อีกรอบ จนกระทั่งมั่นใจว่าอิซึนะจะทำได้ จึงให้เขารีบกลับไปรักษาพี่ชายของเขาก่อน โดยหล่อนลืมไปเลยว่าหล่อนไม่ได้ถามไถ่ชื่อสกุลของคนไข้รายนี้เลย! เผื่อเป็นอะไรขึ้นมาหล่อนจะได้ไปมาหาถูก แย่จริงๆ! หล่อนคิดก่อนจะเร่งเดินหาสมุนไพรต่อ

     จนกระทั่งหล่อนได้สมุนไพรที่ต้องการมาแล้ว หล่อนจึงเดินรีบร้อนกลับไปยังเรือนตระกูลเซ็นจู หล่อนคิดกว่าจะถึงคงเย็นเลยกระมั้ง ดังนั้นหล่อนจึงเร่งฝึเท้าแล้วออกตัววิ่งด้วยความรวดเร็ว อากาศใกล้เย็นนั้นเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งลงมาจากเขาได้ ก็ถึงเขตบ้านเรือนของผู้คน 

     พระอาทิตย์เริ่มตกขอบฟ้าเสียแล้ว ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มดูงดงาม...

     พอมาถึงที่เรือนหลักตระกูลเซ็นจูแล้วหล่อนก็พบกับท่านชายใหญ่ฮาชิราะ และท่านชายรองโทบิรามะซึ่งนั่งรอที่ชานเรือนทางของห้อง พวกเขากำลังจิบน้ำชารอหล่อนกระมั้ง พอเห็นหล้อนวิ่งหลุนๆ มายังชานนั่งเล่นของห้องหล่อน ท่านชายฮาชิรามะก็เริ่มทักทายหล่อนเลย

     "ว่าไง ฮิสึงิ ได้อะไรกลับมาบ้างกัน" ท่านชายใหญ่ถามหล่อนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมืนปกติ

     "ได้มาแยะแยะเลยเจ้าค่ะ" หล่อนกล่าวและและวางตระกร้าลง รวมทั้งถอดรองเท้าบูทขนสัตว์ทรงสูงด้วย เหลือเพียงแต่ถุงเท้าสีขาวอย่างปกติ "จะว่าไปโรคระบาดยังไม่ซาเลยนะเจ้าคะ หลานหมู่บ้านยังคงเป็นกันอยู่เลย" หล่อนกล่าวก่อนจะนั่งลงที่เบาะนั่ง

     "อ่า ก็นะ โชคดีที่มีเจ้า ตระกูลของเราเลยปลอดภัย" ฮาชิรามะกล่าว  "จากโรคร้ายๆ กลายเป็นโรคธรรมดาๆไปเสีย" ฮาชิรามะกล่าวต่อ ส่วนหล่อนก็นั่งจิบน้ำชาที่เทรอเอาไว้ในส่วนของตน

     "แต่ก่อนเป็นโรคที่ร้ายแรงมากเลยนะเจ้าคะ...คนจะตายทั้งแคว้นด้วยโรคนี้" หล่อนกล่าวและหลับตาลงนึกถึงเรื่องของอิซึนะ ที่เล่าว่าพี่ชายของตนเป็น อันที่จริงหากหล่อนเปิดโรงหมอของตัวเองแทนที่จะอยู่บ้านหลักตระกูลเซ็นจู ไอโรคบ้าๆนี้คงหายไปแล้ว 

     "เจ้าคงอยู่มานานหลายสิบปีแล้วสินะ" โทบิรามะกล่าวถาม

     ใช่ล่ะมั้งนะ...

     "ตระกูลของข้าน้อยนับอายุไม่เหมือนคนทั่วไปเสียเท่าไหร่ เพราะเป็นตระกูลที่เต็มไปด้วยคนอายุสั้นๆ อายุขัยเพียงสามสิบกว่าปี หากนับตามตระกูลล่ะก็ ข้าน้อยก็คงอายุสี่สิบเจ็ดปีแล้วกระมั้ง" หลอ่นกล่าว "...หนึ่งปีของพวกท่านเท่ากับสามปีของข้าน้อยเชี่ยวนะ" หล่อนขำขันเบาๆ


     "อะไรนะ!" โทบิรามะอึ้ง "นั้นมันวิธีนับอายุประสาอะไรของเจ้ากัน?"

     "ท่านชายรอง ตระกูลของข้านะถือเคล็ด หากอายุถึงร้อยปีไวๆจะได้มีอายุยืนยาว ดังนั้นเราจึงนับอายุไวกว่าคนทั่วๆไป แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นข้าน้อยก็ยังนับวันปีเช่นคนอื่นๆ...ข้าน้อยอยู่บนโลกนี้ได้สิบหกปีแล้วกระมั้ง" หล่อนกล่าวเสริม ดังนั้นหล่อนจึงนับว่าอายุมากกว่าคนทั่วๆไปเสมอเพื่อดวงชะตาจะได้ยืนยาว 

     แต่ถึงจะนับ ชะตาของหล่อนก็ไม่มีอีกแล้ว อายุขัย และเวลา หล่อนนะ ไม่มีมันหรอก...เพราะความเป็นเทพที่ได้มาจากวิชาวิถีสวรรค์ของตระกูล แต่ก็มักคุ้นชินกับการนับเดือนปีของทางบ้านเสมอ

     "เพราะวิชาที่คนในตระกูลของเจ้าใช่สินะ" โทบิรามะกล่าว นั่นทำให้หล่อนหลับตาลงอีกครั้ง 

     "เจ้าค่ะ...เรามีวิชามากมายที่ช่วยผู้คน แต่ละวิชานั้นแลกด้วยจักระภายในจำนวนมาก การใช้วิชาคาถาแต่ละวิชาจึงเหมือนการลดอายุขัยของเราลงไปเรื่อยๆ" หล่อนกล่าวก่อนจะเริ่มจิบชาต่อ สายตามองไอร้อนกรุ่นๆที่ลอยขึ้นมาจากถ้วยชา

     "ฤดูหนาวแล้วสินะ หนาวจริงๆ" ฮาชิรามะกล่าว "จะปีใหม่แล้วสิ" เขาจิบชาเรื่อยๆ แล้วมองหญิงสาวที่ลุกขึ้น  "เจ้าน่ะ วางแผนจะทำอะไรอีกรึเปล่า" แน่นอนว่าหลังจากวันนั้นวันที่ท่านพ่อสั่งให้โทบิรามะหาทางแต่งหล่อน พวกเขาก็แวะเวียนมาหาหล่อนบ่อยขึ้น 

     ถึงจะคุยกันจนสนิทบ้าง แต่กลับไม่รู้สิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ กระทั่งเรื่องราวส่วนตัวของหล่อนเลย ยกเว้นจะหลอกถามแบบตรงๆ หล่อนก็ตอบด้วยความซื่อ เฮ้อ...ฮิสึงิ...ฮาชิรามะบ่นในใจ 

     "ข้าคิดว่าจะเปิดโรงหมอ...ที่นี่ข้าไม่อาจทำอะไรตามใจได้เท่าไหร่ ข้าน้อยไม่ใช่หมอประจำตระกูลท่าน อีกอย่างเดิมทีข้าเองก็มีความตั้งใจที่จะรักษาผู้คนอย่างเท่าเทียมกัน คิดว่าข้าจะหางานทำหน่อยนะเจ้าค่ะ" หล่อนวางถ้วยชาลงในถาด "อีกอย่างวันนี้ไปเจอชาวบ้านหลายคนที่ป่วยด้วยโรคระบาด พอข้าบอกว่าอยู่ที่นี่ พวกเขาก็อ้ำอึ่ง ดูกล้าๆกลัว ข้าก็เลยคิดอะไรแบบนี้ขึ้นมา..."

     อ่า...นั้นไง... 

     คนซื่อๆก็มักคิดเช่นนี้นั้นละ นึกถึงผลประโยชน์กับการเป็นแพทย์ประจำตระกูลใหญ่ๆ อย่างตระกูลเซ็นจูของเราไม่ออก และมองข้ามมันไปง่ายๆ ที่สำคัญคือไม่ใช้คนทำเพื่อเงินทองและชื่อเสียง แต่นึกถึงคนอื่นเสมอๆ 

     "เจอใคร? ช้าวบ้านที่ไหนจะขึ้นเขาช่วงนี้กัน เจ้าไปเจอพวกพรานป่ามารึ?" โทบิรามะกล่าวถามด้วยความสงสัย ใบหน้าจริงจังดูซีเรียสขึ้นมาทันทีจนหล่อนแอบผวาเบาๆ

     "ก็ชาวบ้านไงเจ้าค่ะ...ข้าไม่ได้ถามชื่อสกุลของเขามา...แต่ท่าทางนั้นเป็นคนที่ดีมาก เขาอยากให้ข้าไปรักษาพี่ชายของเขาที่ป่วยด้วยโรคระบาด แต่เสียที่ข้าติดธุระและดูเหมือนมันจะไกล ข้าก็เลยสอนวิธีรักษาให้เขาไปนะเจ้าค่ะ" หล่อนกล่าวออกมาหมดเปลือก 

     "เจ้านี่มัน...ให้ตายสิ ถ้านั้นเป็นพวกอุจิวะจะทำยังไง คราวหน้าเจ้าไม่ต้องขึ้นไปหาสมุนไพรแล้ว" โทบิรามะกล่าว น้ำเสียงนั้นกำลังกดดันเหมือนคำสั่งมาก เขามีท่าทีไม่พอใจหล่อนมากเลยทีเดียว

     "ข้าเชื่อว่าในจิตใจของคนเรานั้น ย่อมมีความดีและศีลธรรมอยู่ พวกเขาคงไม่ใจร้ายลงมือต่อข้าหรอก ท่านกังวลมากไปแล้วละ..." หล่อนกล่าวน้ำเสียงเรียบๆ "อีกอย่างสมุนไพรที่ข้าหามาก็เพื่อพวกท่านล้วนๆ เพื่อมอบยาที่ดีที่สุด สิ่งที่ดีมี่สุดในกับพวกท่าน ข้าไม่สนหรอกว่าจะโดนทำร้ายปางตายแค่ไหน..." 

     "เจ้าจะเห็นแก่ตัวบางก็ได้นะฮิสึงิ เจ้าไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณพวกเรามากมายอะไร" ฮาชิรามะกล่าว เขาเห็นด้วยที่หล่อนจะแยกตัวออกไปเปิดโรงแพทย์ แน่นอนว่าท่านพ่อจะได้เลิกแผนจับหล่อนแต่งงานกับคนในตระกูล หาไม่ก็เปลี่ยนมารับจ้างเป็นแพทย์ประจำตระกูลแทน  "ฝ่ายเราเสียอีกที่ถูกเจ้าช่วยเหลือมามาก"

     "...ข้าเป็นหมอ สิ่งที่ข้าปรารถนาที่สุดในชีวิตคือการเห็นผู้คนมีชีวิต มีอายุไขที่ยาวนาน ก็จริงที่หยูกยาบ้านท่านค่อนข้างดีมีราคา แต่สำหรับข้าน้อยแล้ว ยาเหล่านั้นไม่ใช่ของชั้นเลิศ อย่าบังคับข้าน้อยเลยเจ้าคะ! ข้าน้อยนะทำไม่ได้หรอกที่จะใช้ของเหล่านั้น" เหล่ากล่าวเริ่มโวยวาย นัยน์ตาคู่งามคลอไปด้วยหยาดน้ำตาใสแจ๋วประหนึ่งจะร้องไห้เหมือนเด้กน้อยขี้แง "ข้าไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้ เมื่อนึกถึงชีวิตผู้อื่น โปรดเข้าใจข้าน้อยด้วยเถอะเจ้าค่ะ!"

     "ขออภัยด้วย ขออภัยด้วย..." ฮาชิรามะกล่าว  "พวกเราไม่ควรเอาความรู้ไม่ดีต่ออีกฝ่ายมากดดันเจ้าเลย" ฮาชิรามะจิบชาอีกครั้ง และเริ่มเข้าใจถึงความปราถนาดีหลายๆอย่างของหล่อน 

     "ได้อย่างไรกันท่านพี่" โทบิรามะเอ่ยเสียงกระซิบ ฉวยโอกาสในขณะที่หญิงสาวลุกขึ้นไปหยิบของบางอย่างลงมาจากชั้นไม้

     "ก็หากให้คนของเราไปฮิสึงิคงไม่ยอม หล่อนนะห่วงคนอื่นจะตายไป!" ฮาชิรามะรีบกล่าวตอบ

     พอฮิสึงิวางกล่องไม้เล็กๆ ตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง 

     "นี่คือสูตรยาชั้นยอดของตระกูล ผ่านการปรุงโดยข้าน้อย มันน่ะ! คือสุดยอดของยาเลยเจ้าคะ อาจจะขมไปเสียหน่อย แต่เสริมกำลัง จักระได้มหาศาลเชียว ให้พวกท่านลองดู ว่าของดีนะเป็นเช่นไร" หล่อนกล่าวด้วยความมั่นใจ ใบหน้านั้นเปล่งประกายด้วยสดใสเมื่อพูดถึงไอยาภายในกล่องนี่ นี่นะคือสุดยอดของยาชั้นเลิศเชียว

     ดังนั้นหล่อนจึงตาเป็นประกายเมื่อมองปฎิกิริยาของท่านชายทั้งสองเมื่อได้กลืนเจ้ายาลูกกลอนเม็ดเล็กๆสีทองลงไป จนกระทั่งร่างกายท่านทั้งสองดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาราวกับคนสุขภาพดียิ่งกว่าดี!

     "คาถาไม้! / คาภาน้ำ!" ทั้งสองประสานอินอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มร่ายวิชาคาถาใหญ่ๆออกมา จนทำให้หล่อนตกใจ กรีดร้องโวยวายห้ามปรามทั้งสอง เหมือนจะไม่ได้ผล ดูเหมือนไอสูตรยาที่เธอปรับปรุงนั้นมันจะไปกระตุ้นอะไรบางอย่างเข้าละมั้ง เลยต้องปลดปล่อยพลังออกมากันขนาดนี่

     วะ...เหว่อ!

     อย่าใช่คาถาตรงนี้สิเจ้าคะ! 

     ตูม!

     "คาถาแพทย์ เขตแดนสวรรค์ทลายวิชา!" หล่อนประสานอินเพื่อคลายคาถาอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าคาทั้งหมดจะไม่ถูกหยุดลง เพียงแค่หยุดให้มันลดระดับวิชาลงอย่างน้อยเหลือต้นไม่ระดับเล็กๆก็พอ แต่ก็ยังไม่ทัน คอเสื้อของหล่อนถูกเกี่ยวโดยคาถาไม้ของท่านชายฮาชิรามะ ลอยสูงไปไกล ไหนจะคาถาน้ำที่พานให้หล่อนกระเด็ดออกจากบริเวณของวิชาเขตแดนสวรรค์อีก!

     "ขอโทษนะ ฮิสึงิ ยาของเจ้ามันทำให้พวกเรารู้สึกอยากจะปล่อยพลัง ก็เลย...ฮ่ะๆ" ฮาชิรามะขำลั่น เมื่อเห็นหล่อนลอยติดกับตัวต้นไม้ที่ลอยสูง พอหล่อนดิ้นจนตกก็ได้คาถาน้ำของท่านชายรองช่วยพยุงเอาไว้ ลงมาอย่างปลอดภัย

     "มันเป็นยาบ้าอะไรกัน? นี่สินะของดีที่เจ้าว่า" โทบิรามะกล่าวสีหน้าแช่มชื่นหน่อยๆ "จักระไหลเวียนไปทั่วร่าง ควบคุมได้ง่าย ทั้งยังทรงพลัง มันทำให้ข้ารู้สึกสดชื่นเหมือนไม่เคยเป็นมาก่อน"

     "บอกแล้วว่ายาของข้าน้อยนะของดี สมัยก่อนนะ ยาประจำตระกูลของข้าน้อยนะ ราคาหนึ่งเม็ดต่อทองสองหีบเชี่ยว" หล่อนเอ่ย "แล้วก็นะ ยังมียาแก้พิษทุกชนิด ยาฟื้นกำลัง ยาที่ใช้สำหรับฝึกวิชา...แน่นอนว่าที่ให้ลองไปนะ ข้าน้อยไม่คิดค่ายานะ" หล่อนขำเบาๆ ถ้าได้คิดขึ้นมาละก็ ซวยพวกเขาทั้งสองเลย! 

     "แพงขนาดนั้นเชี่ยว?" ฮาชิรามะอึ้ง 

     "ไว้หากข้าน้อยเปิดโรงหมอละก็ ข้าน้อยจะลดให้เป็นพิเศษเลย"

     อ่า..จะว่าไปสตรีผู้นี้ก็ฮาได้ซื่อเสียทีเดียว ดีที่ยังคิดอะไรเป็นบ้าง...คงวางใจได้หากไปทำมาค้าขาย หล่อนคงไม่โดนโกง เพราะหล่อนนี้ล่ะจะโก่งราคากำไรสุดๆ! ฮาชิรามะคิด เมื่อมองไปยังน้องชายของตนซึ่งดูไม่ฮาไปกับคำพูดของสตรีตรงหน้าแล้ว

     แปลก...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ทำให้เจ้าโทบิรามะกังวล และดูเหมือนสตรีตรงหน้านี้จะเป็นหนึ่งในเรื่องไม่กี่เรื่องนั้น 

     เจ้าคงไม่ได้คิดจะทำตามคำสั่งของท่านพ่อหรอกนะ?

     โทบิรามะ เอ๋ย!
 




จบตอน




1 คอมเม้นท์ = 100 กำลังใจ รักกันชอบกันช่วยให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

329 ความคิดเห็น

  1. #307 fatin-creammy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 22:16

    แน่ะ แอบมีใจแล้วสิท่า

    #307
    0
  2. #40 Nic_Saki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 19:59
    ซื่อกว่านี้มีอีกมั้ย 5555
    #40
    0
  3. #39 Kmpainting (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 19:15
    ราคายานางดูสูงมาก แต่ มาดาระไปทำไงถึงเป็นงัเนได้ล่ะเจ้าค่ะนั้น
    #39
    0
  4. #38 Gee - chan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 19:00
    ท่านโทบิรามะจับแต่งเลยเจ้าค่ะ! จับแต่งเลย!//ชูป้ายไฟ

    (ตอนต่อไปจงมา!//ปักธูป)
    #38
    0
  5. #37 SleptWalker (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 19:00
    โทบิรามะะ ใจเยงก่อนค่าาา คุณพี่!
    #37
    0
  6. #36 pangz' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 23:24
    อยากเป็นนายหญิงตระกูลเซ็นจู ชอบผู้ชายตลกโปกฮาแบบชายใหญ่
    #36
    0
  7. #35 ฮิเมะ กามิ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:57
    .....มาดาระแน่นอนเยยเก๊าว่านะต้องใช่ชัวร์ๆ.....ระหว่างเป็นนายหญิงตระกูลเซ็นจูกับเป็นนายหญิงตระกูลอุจิวะ...เลือกเอานะคะสาว(ไม่)น้อยยย
    #35
    0
  8. #34 Kmpainting (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:22
    ไม่ได้ตกใจเพราะเกรงใจ ตระกูลเซนจูหรอกนะเจ้าค่ะท่านหญิง ก็แค่เป็นคู่อริกันเท่านั้นเอง (อิสึนะ นะค่ะ ไม่ใช่ อิสุนะ)
    #34
    4
  9. #33 Isanami_Ni (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:20
    น่านนน อุจิวะนะท่านหญิง ระวังตัวด้วยเด้ออ
    #33
    0
  10. #32 JustAEcho (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 20:55
    เอาแล้วว ฮิสิงิ
    #32
    0