(จบแล้ว) [fic naruto] ❀ fulfill our heart... (Tobirama x OC)

ตอนที่ 4 : เติมเต็มหัวใจของเรา ❀ ตอนที่ ๔ ฝึกกับท่านชายรอง?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

     


     1 เดือนต่อมา

     ท้องฟ้าแจ่มใส เงาไม้ร่มรื่น ชานเรือนของบ้านหลักตระกูลเซ็นจู เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของของผู้คนมากมาย เวลาผันผ่านมาอย่างยาวนาน บัดนี้หล่อนกลายเป็นแพทย์ชั่วคราวของตระกูลเซ็นจูไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอาการป่วยไข้ได้เจ็บ กระทั่งแผลเล็กน้อยยันแผลร้ายแรงหล่อนก็ล้วนเป็นผู้รักษา

     "วิชาฝังเข็มจักระของเจ้า คือการวิชาว่าด้วยการผสานจักระเป็นหนึ่งกับจักระของคนไข้สินะ" ฮาชิรามะเอ่ยในขณะที่นั่งมองโทบิรามะผู้เป็นน้องซึ่งได้รับบาดเจ็บมาหลังจากฝึกวิชานินจาโดยไม่ตั้งใจของสมาชิกภายในตระกูลที่ยังเด็ก แขนของเขานั้นบาดลึกเป็นวงกว้าง

     แน่นอนสำหรับตระกูลเซ็นจูซึ่งมีสายเลือดพิเศษในการฟื้นฟูร่างกาย แต่ด้วยบาดแผลที่มาจากพิษในอาวุธ จึงกลายเป็นเรื่องยากเสียแล้วที่จะฟื้นฟูให้กลับมาโดยเร็ว

     "เจ้าค่ะ...หลักการง่ายๆ ของวิชานี้ก็คือการควบคุมจักระทุกๆ ส่วนในจุดที่ต้องการจะเข้าถึง เส้นประสาท เส้นเอ็น กระดูก จุดเชื่อมเส้นต่างๆ กระทั่งพื้นผิว ซึ่งรวมๆ แล้วทะลวงด้วยจักระของข้าน้อยผสานจักระในร่างเพื่อรักษา มันเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดมากกว่า การใช้จักระแบบชุ่ยๆ" หล่อนกล่าวในขณะที่เพ่งสมาธิไปที่เข็ม

     "ฮ่าๆ เจ้าหมายถึงจักระสายรักษาทั่วๆไปสินะ" ฮาชิรามะขำเบาๆ 

     เขาพอมองออกว่าวิธีการรักษาของฮิสึงินั้นเป็นเทคนิคขั้นสูง มันไม่ใช้เพียงแค่การรักษาแบบนินจาแพทย์ทั่วๆไปเพียงแค่ใช้จักระส่งพลังไปยังส่วนต่างๆเป็นวงกว้าง แต่วิธีของฮิสิงินั้น ควบคุมอวัยวะทุกๆ ส่วนในร่างกาย ทั้งส่วนที่เล็กๆอย่างผิวหนัง เนื้อ ในปริมาณที่ผ่านการคำนวนมาอย่างดี และถูกจุดที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับแพทย์ทั่วๆไปที่จะทำได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว ไม่เสียเวลาผสานจักระซึ่งเป็นทักษะที่ยาก แต่ฮิสึงิกลับทำมันได้ง่ายๆ เพียงแค่ฝังเข็ม

     "เจ้าพูดเหมือนกับว่ารักษาคนมาตั้งมากมาย เจ้าคงชำนาญมากสินะ" โทบิรามะเอ่ยด้วยความสงสัย

     "มากเลยทีเดียวเจ้าค่ะ" หล่อนกล่าว "ตระกูลของข้าน้อยนะ เป็นถึงจะเป็นตระกูลแพทย์เชี่ยวนะ...เพื่อจะรักษาผู้อื่น จำต้องเรียนวิชาแพทย์ชั้นสูง แล้วต้องบรรลุวิชาธาตุสวรรค์ จนสามารถใช้ธาตุทั้งหมดในร่างกายได้อย่างเชี่ยวชาญ และสามารถแปลงจักระธาตุหรือผสานมัน เพื่อนำมาใช้ในการรักษาให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด...อีกทั้งเพราะคาถาวิชาส่วนใหญ่ ผลาญจักระ และแรงกายปริมาณมาก หากไม่ฝึกไว้แค่วิชาระดับกลางๆก็อาจถึงตาย" 

     หล่อนอธิบายอย่างช้าๆ จนกระทั่งการรักษาเสร็จสิ้น หล่อนดึงเข็มออกมาจากแขนของท่านชายรองโทบิรามะอย่างช้าๆ แล้วจึงค่อยๆ ช่วยเขาสวมชุดท่อนบนเป็นอันเสร็จสิ้น

     "คนในตระกูลของเรามีไม่เยอะ ท่านพ่อกล่าวว่าเพราะความใจดีและซื่อเกินไป พวกเราจึงกลายเป็นหีบยาเคลื่อนที่ของคนอื่นๆ" หล่อนกล่าวโดยที่ไม่รู้ตัวว่าคำพูดนี้กำลังเข้าสู่ตัวเองอย่างชัดเจนๆ และมันทำให้ท่านชายทั้งสองถึงกับอึ้งและนึกในใจว่า 'เจ้าก็ช่างซื่อและใจดีไม่ผิดจากคำพูดของพ่อเจ้าเลย!'

     "เจ้านี่มัน..." โทบิรามพึมพำเบาๆ

     "อะไรหรือเจ้าค่ะ?" หญิงสาวเอียงหัว

     "แล้วคาถาน้ำแข็งเมื่อตอนนั้นละ นอกจากวิชาแพทย์แล้ว เจ้าก็เรียนวิชาคาถาต่อสู้ด้วยสินะ?" 

     "เจ้าค่ะ เราฝึกจนชำนาญในเรื่องธาตุจนแปรจักระเป็นธาตุต่างๆ หรือผสมธาตุในร่างกายเอา เพื่อไปสู่ระดับสูงกว่าธาตุพื้นฐาน เช่นธาตุไม้" หล่อนกล่าวแล้วประสานอินแสดงคาถาไม้เล็กๆ น้อยๆ มีก้านกิ่งไม้งอกออกมา เหมือนความสามารถของฮาชิรามะ 

     "สุดยอด!" ฮาชิรามะกล่าว สตรีคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ วิชาที่ฮิสึงิฝึกนั้นสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดสายเลือดไปได้

     "แต่ว่าจักระที่ใช้นั้นจะมากกว่าปกติ แค่เรียกออกมาได้กิ่งเล็กๆ ข้าน้อยก็เหนื่อยแล้ว" หล่อนกล่าวใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ "จุดประสงค์ที่ฝึกวิชาธาตุสวรรค์ก็เพื่อเอาไปต่อยอดวิชาแพทย์ระดับสูงเท่านั้น...เพื่อให้สำเร็จวิชาวิถีสวรรค์" หล่อนกล่าวและขำเบาๆ แล้วลองประสานอินเปลี่ยนเป็นธาตุน้ำแข็งและผสานธาตุลาวาอีกรอบ 

     "แปลว่าเจ้าไม่ได้เอาไว้ใช้ทำร้ายใครสินะ?" โทบิรามะกล่าวและจัดเสื้อกิมโมโนให้เรียบร้อย ส่วนฮาชิรามะนั้นนั่งจิบชาฟังด้วยความสงบ

     "...เคยเจ้าค่ะ แค่ไม่ถึงเอาชีวิตใคร" หล่อนยิ้มบางๆ "ก็วิชาป่วนๆทั่วไป นอกนั้นถ้าเจออะไรก็วิ่งลูกเดียว พี่ชายของข้าน้อยสอนว่า ถ้าถูกคนอื่นทำร้าย อย่าทำตอบ ต่อให้โดนแทงก็ต้องวิ่งลูกเดียว" 

     "ตรรกะอะไรของเจ้ากัน ถ้าตอนนั้นเจ้าไม่สลบ เจ้าก็จะวิ่งสินะ"โทบิรามะกล่าว

     "วิ่งสิเจ้าคะ เพราะก่อนหน้านั้นข้าน้อยถูกกับดักในป่า ก็เลยอ่อนแรง หากไม่ติดพิษ ข้าน้อยนะวิ่งหายไปลับตาท่านแล้ว" หล่อนเอ่ยออกมาตรงๆ อย่างไม่ปิดบัง นี้คงเป็นลักษณะของคนซื่อจริงๆ กระทั่งตอนแรกที่ปิดบังความจริงต่อท่านพี่ฮาชิรามะ กลับเปิดเผยออกมาง่ายๆ เหมือนคนซื่อตรง

     "อีกหน่อย เจ้าก็ฝึกเอาไว้ก็แล้วกัน...อย่างที่เจ้ารู้ พวกเราไม่ถูกกับตระกูลอูจิวะ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเจ้าก็จะได้ปกป้องตัวเจ้าเอง และคนในบ้านได้" โทบิรามะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง สงครามนี้ยังอีกยาวไกล ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงง่ายๆ ตราบใดที่ยังไม่มีฝ่ายใดพ่ายแพ้จนย่อยยับ

     "เจ้าค่ะ..." หล่อนกล่าวเสียงอ่อน พอเห็นใบหน้าเย็นชาตรึงเครียดตลอดเวลาของท่านชายรองแล้ว หล่อนก็เข้าใจแบบฝังหัวไปเลยจริงๆว่า มันอันตราย หล่อนควรฝึก

     "ถึงเราจะไม่คิดร้ายอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดแบบเรา...อยู่ที่นี่อันตราย ฝึกไว้ตามที่โทบิรามะบอกเจ้าเถอะ" ฮาชิรามะเสริม เขาวางถ้วยชาลงแล้วเผยรอยยิ้มบางๆซึ่งเต็มไปด้วความห่วงใย 

     "เห็นเจ้าจับดาบแล้วข้ารู้สึกหงุดหงิดใจ แค่หลบการโจมตีง่ายๆ กลับทำไม่ได้ หากเจ้าไม่ได้มีร่างกายที่...เจ้าคงตายไปเฝ้ายมโลกแล้ว" โทบิรามะกล่าว เขาจงใจเว้นคำว่าร่างกายที่'อมตะ' เพื่อไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกของสตรีตรงหน้า แน่นอนว่าเขาตามหล่อนมาติดๆ พอเห็นหล่อนจับดาบและคุไนด้วยท่าทางโง่งมแล้ว...ถึงจะพอมีฝีมือดีนิดหน่อย แต่...

     ให้ตายสิ...

     ถึงหล่อนจะปกป้องคนของเขาได้โดยแลกกับการถูกแทงก็เถอะ...

     "ก็...ก็! ข้าน้อยไม่เคยพบเห็นวิชาเนตรเช่นนี้นี่เจ้าค่ะ คาถาลวงตาของพวกเขาร้ายกาจมาก จะดีกว่าถ้าถูกกระตุ้นโดยการได้รับบาดแผลที่รุ่นแรง ข้าน้อยคิดว่ามันดีกว่าการเสียเวลาไปแก้คาถา อีกทั้งไม่หลงอยู่ในคาถาลวงตา" หล่อนกล่าวท่าทีเอาจริงเอาจัง ถึงหลักการมันจะถูกก็เถอะ...

     "จะดีที่สุดถ้าไม่ได้รับบาดแผล นี่เป็นกฎง่ายๆของนินจา แม้กระทั่งนักรบทั่วๆไป และการเอาชนะผู้ใช้เนตรคาถาลวงตาคือการโจมตีด้วยความรวดเร็วไม่เปิดช่องว่างให้อีกฝั่งใช่คาถา" โทบิรามะกล่าวสอนหล่อนด้วยน้ำเสียงที่เอาจริงเอาจังเช่นกัน  นั้นทำให้หล่อนมีสีหน้าเหมือนลูกแมวอดกินปลาย่าง(?)

     "เอาน่า...ฮิสึงิไม่เคยสู้ เจ้าก็อย่าไปต่อว่าอะไรนางเลย" ฮาชิรามะกล่าวเมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี 

     "ท่านพี่!" โทบิรามะขึ้นเสียงเล็กน้อย นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ใช้เรื่องเล็กๆน้อยเลย "ข้าจะสอนฮิสึงิเอง อย่างน้อยก็จนกว่าจะดับดาบ ปาคุไนได้คล่อง" โทบิรามะกล่าวต่อ 

     "สู้ๆนะฮิสึงิ ข้าจะแวะมาให้กำลังใจ" ฮาชิรามะหัวเราะกลบกลื่น

     "หมายความว่าท่านชายรองจะสอนวิชาดาบ ให้ข้านะรึเจ้าคะ" หญิงสาวเอียงหัวดวงตาคู่งามฉายแววประหลาดใจ "จะไม่เป็นการมิบังควรหรือเจ้าคะ?" ฮิสึงิเอ่ยสองมืออยู่ในท่าเตรียมคำนับค่อมตัวและถามด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ

     "หรือว่าเจ้าไม่อยากฝึกกับข้ากัน?" โทบิรามะกล่าวสวน เขามั่นใจได้ว่าสตรีฉลาดๆเช่นหล่อน คงสอนได้ไม่ยาก ขนาดวิชาคาถาต่างๆที่ว่ายากแล้ว หล่อนยังฝึกได้ เรื่องพื้นๆหล่อนคงทำได้

     "ข้าน้อย...กลัวว่าจะ...เอ่อ...ทำให้ท่านหนักใจนะ...เจ้าค่ะ" หล่อนเอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกัก 

     "คาถาวิชายากๆเจ้ายังสำเร็จมาแล้ว มันคงไม่ยากหรอกที่เจ้าจะใช้อาวุธพื้นๆ" เขากล่าวและมองร่างเล็กตรงหน้าที่ก้มหัวเอ่ย พอหล่อนเงยหน้าขึ้นมาก็กล่าว 

     "ข้าจะพยายามเต็มที่เจ้าค่ะ" หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มันใจ

     "คงไม่เกินความสามารถฮิสึงิหรอก พยายามเข้าก็แล้วกัน" ฮาชิรามะกล่าวให้กำลังใจหล่อน ในใจของหล่อนตอนนี้คิดด้วยความหวาดหวั่น ประสบการณ์ฝึกใช้อาวุธของหล่อนไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ นอกจากถูกคนอื่นแทง ก็มีแต่ตนเองนี่ละที่แทงร่างกายของตนเอง

     อ่า...คงต้องพยายามให้มากกว่านี้...

     อย่างน้อยก็ไม่ให้เสียหน้าท่านชายรอง!






จบตอน




1 คอมเม้นท์ = 100 กำลังใจ รักกันชอบกันช่วยให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

329 ความคิดเห็น

  1. #310 แอ๋วซ่าส์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 10:57

    นางเอกใสซื่อมาก5555

    #310
    0
  2. #303 05062533 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:41
    สู้สู้นะคะ..ถึงจะมาอ่านเรื่องที่จบแล้ว..แต่ก็ติดตามนะคะ
    #303
    0
  3. #22 Gee - chan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 19:51
    นางเอกสู้เขานะเราเชื่อว่าเธอไม่ตาย(?)แน่นอน//โบกผ้าเช็ดหน้า
    #22
    0
  4. #21 pangz' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 19:48
    ท่านชายรองสอนเราบ้าง--- แค่กๆ
    #21
    0
  5. #20 JustAEcho (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 16:28
    น่ารักก
    #20
    0
  6. #19 shirayuuki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 22:35
    ซื่อจริงๆฮิสึงิ
    #19
    0
  7. #16 Kmpainting (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 21:48
    ท่านชายรองเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะจัดคอร์สเรียนให้นางเอกผู้ใสซื่อของเราอยู่กับท่านแบบสองต่อสองเลยดีไหมเจ้าค่ะ
    #16
    0
  8. #15 yumi"chan" (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 21:41
    ฮั่นแน่!คิดอะไรอยู่ค่ะท่างชายรอง
    #15
    0
  9. #14 ฮิเมะ กามิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 20:25
    ท่านชายรอง~~~~~
    #14
    0