(จบแล้ว) [fic naruto] ❀ fulfill our heart... (Tobirama x OC)

ตอนที่ 28 : เติมเต็มหัวใจของเรา ❀ ตอนที่ ๒๕ ขอให้นึกถึงช่วงเวลาที่มีกันและกันเอาไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    15 มี.ค. 62


     หลังจากที่ท่านมาดาระเสียชีวิตลง ท่านฮาชิรามะ ไม่สิท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ก็ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับหมู่บ้าน โดยที่คอยมีท่านโทบิรามะเป็นผู้ช่วยซึ่งเปรียบเสมือนมือขวา ทำให้ชาวบ้านและเหล่าตระกูลนินจาต่างได้รับขวัญกำลังใจเพิ่มมากขึ้น

     วันเวลานั้นก็ผ่านมาได้เกือบจะปีกว่าๆแล้ว สำหรับช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจในวันที่ปีศาจเก้าหางถล่มหมู่บ้าน สำหรับการทำคลอดของท่านมิโตะนั้นผ่านไปด้วยได้ดี หล่อนเพียงใช้จักระสะกดเก้าหางให้อยู่นิ่ง และในที่สุดหมู่บ้านก็ถึงเวลาที่จะสงบไปอย่างยาวนาน

     โรงเรียนนินจาเริ่มเป็นระบบระเบียบมากขึ้น หมู่บ้านเป็นรูปเป็นร่างและเริ่มมีชาวบ้านมากหน้าหลายตาเข้ามาอาศัยทำมาหากิน เหล่านินจาที่เปลี่ยนจากรับภารกิจเป็นตระกูลๆ ถูกคัดเลือกโดยใช้ข้อกำหนดสำหรับนินจาที่มีความสามารถตามความเหมาะสมจากท่านโฮคาเงะไปทำหน้าที่

     ไม่มีเด็กๆที่ต้องออกไปสู้รบ...

     ที่นี่เต็มไปด้วยความสงบสุข เป็นสถานที่ๆหล่อนไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตเลย...

     ฮิสึงิคลี่ยิ้มบางๆ สายตาทอดมองไปยังวิวทิวทัศน์ข้างนอกหน้าต่างบานใหญ่ของโรงหมอแห่งนี้ ไม่นานมานี้สักครึ่งชั่วโมงได้ หล่อนได้ทำการรักษาชีวิตของทายาทคนสำคัญตระกูลฮิวงะ ในตอนที่บรรดาแพทย์หมอทำคลอดนั้น แทนที่เด็กชายตัวจิ๋วคนสำคัญนี้ จะหายใจสุขภาพดีดังเด็กทั่วไป เขากลับแน่นิ่งเหมือนเด็กที่ตายแล้วไม่ผิดเพี้ยน...

     จนหล่อนถูกตามตัวโดยแพทย์ในโรงหมอมาช่วยดูอาการของเด็กคนนี้ เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีหล่อนจึงลงมือใช้วิชาโคจรจักระค่อยๆรักษาและต่อเติมอวัยวะทุกๆอย่างให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเด็กทั่วๆไป และมันใช้เวลานานพอสมควร

     ตอนแรกหล่อนก็โดนคนตระกูลฮิวงะจ้องกันยกใหญ่ด้วยสายตาที่...จ้องจับผิด ยิ่งญาติๆตัวแสบบางคนถึงกับต่อว่าหล่อนขึ้นมาด้วยความโมโห และยกความตายของเด็กมาเป็นความผิดของหล่อนเสียงั้น ดีที่หล่อนเอ่ยไปสองสามประโยคพวกเขาก็เงียบสงบนิ่งไปด้วยความกลัว และไม่รบกวนการรักษาของหล่อนเลย

     'เจ้าคิดว่าชีวิตของคนเรามีค่ากี่เหรียญเรียวกัน...แล้วชีวิตที่ตายไปแล้วละ เจ้าคิดว่ามีค่ากี่เหรียญเรียว...แล้วเด็กคนนี้ล่ะ...' หล่อนถามใบหน้าสงบนิ่ง มือข้าหนึ่งสัมผัสที่จุดจักระของเด็กทารกตัวน้อย ที่ฝ่ามือนั้นเกิดแสงสีขาว มือข้างหนึ่งอยู่ในท่าตั้งคาถาเอาไว้ 'สำหรับข้านั้นจะกี่เหรียญเรียวก็ไม่สามารถนำมันกลับมาได้...มีเพียงสมาธิของข้าที่จะพาเขากลับมาได้...ดังนั้นเงียบซะเถอะ ระงับอารมณ์ที่ไม่พึงเกิดของพวกเจ้าเสีย'

     และพวกเขาเงียบลงไปในที่สุด...

     เด็กทารกที่แน่นิ่งไปแล้วกระเริ่มส่งเสียงร้องไห้โยเยในอ้อมอกของผู้เป็นมารดาซึ่งโอบอุ้มเอาไว้ ใบหน้าของคุณนายฮิวงะนั้นจากที่ซีดเซียวก็เริ่มเปล่งประกายด้วยรอยยิ้มของความสุข

     '...เอาละ...ในเมื่อเจ้ากล่าวหาลูกศิษย์ของข้าที่ทำคลอดให้ เป็นคนทำให้เขาตาย เช่นนั้นทุกๆห้าวันพาเขามาตรวจหัวใจกับข้าที่เรือนท่านชายรองตระกูลเซ็นจู ปกติแล้วข้าไม่รับคนไข้พิเศษหรอกนะ ครั้งนี้ข้ารับผิดชอบเอง'

     'นายหญิงรองฮิสึงิ...' ผุ้นำตระกูลฮิวงะเอ่ยเสียงอ่อนลง น้ำเสียงดูเหมือนประหลาดใจ แต่ไม่ทันไรเขาก็โค้งคำนับขอโทษขอโพยหล่อนเสียอย่างนั้น 'กระผมขออภัยแทนสมาชิกภายในตระกูลด้วยขอรับ!' เขากล่าวเสียงหนักแน่น พร้อมกับสมาชิกตระกูลฮิวงะที่โค้งคัมนับหล่อน

     '...' หล่อนไม่ได้ยิ้มมีเพียงใบหน้าที่เศร้าสร้อย 'น่าเสียดายถึงโรงหมอแห่งนี้จะดูประหลาดไปเสียหน่อย มิใคร่จะมีความน่าเชื่อถือ แต่จะดีหากครรภ์หน้า พวกเจ้าก็มาฝากครรภ์กับหมอที่นี่เถอะ องค์ความรู้ด้านการแพทย์ของข้าที่ถ่ายทอดลงในตำราต่างๆและหมอที่เป็นลูกศิษย์ของข้าจะได้ช่วยเด็กตัวน้อยๆ ได้มากขึ้น...' หล่อนกล่าวแล้วถอนหายใจ

     '...' พวกเขานิ่งเงียบ มองหล่อนที่ปลดผ้ากันเปื้อนแพทย์ออกจากตัวกิโมโนสีน้ำเงินเข้ม ผ้ากันเปื้อนที่หล่อนใช้สอนลูกศิษย์อีกสามคนผ่าตัดฝั่งเข็มแบบจักระรักษาอยู่ที่อีกเรียนนั้น

     'ให้ติดต่อหมอประจำตระกูลของพวกเจ้าที่เสียชีวิตกระทันหันในปรโลก ข้าคงทำไม่ได้...หากไม่ได้ฝากครรภ์ที่นี้ คราวหน้าพวกเจ้าก็ช่วยถือใบสั่งยา เอกสารทุกๆอย่างที่หมอประจำตระกูลของเจ้าเขียนมาด้วยนะ...' หล่อนกล่าวจบก็คลียิ้มบางๆ แล้วหันไปเขียนใบสั่งยาที่โต๊ะภายในห้องพักฟื้นแยกพิเศษแห่งนี้

     'ข้าฮิราชิเป็นหนี้ท่านแล้ว' ท่านผู้นำตระกูลฮิวงะเอ่ย เขามองหล่อนที่กำลังเดิน

     'หนี้อะไรกัน...อีกสามวันข้าจะเริ่มเปิดแผนกตรวจร่างกายและสุขภาพประจำปีแล้ว ถ้าไม่ว่าอะไรก็ลองมาใช้บริการโรงหมอแห่งนี้ดูนะ ท่านฮิราชิ' หล่อนกล่าวแล้วค่อมตัว ส่งใบสั่งยาให้กับฮิราชิที่ยืนงง 'ระบบอาจจะแปลกไปเสียหน่อย ท่านก็แค่นำใบสั่งยาของข้าไปหาหมอยาที่เชี่ยวชาญ ในแผนกสั่งยา' 

     'ขอรับ' ฮิราชิกล่าวรับ ภายใต้ใบหน้าที่ดูสวยสง่าและบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้นแล้ว มันเต็มไปด้วยความปรารถนาดีล้วนๆ ความปรารถนาที่ส่งมายังคนไข้และทุกๆคนในห้องนี้จนสามารถรับรู้เอาได้

     'ข้าขอตัวละ สามีของข้าคงรอนานแล้ว' ฮิสึงิเอ่ยและคลียิ้มไปยังประตูห้อง นอกห้องนั้นหล่อนเห็นโทบิรามะยืนมองอยู่เสียนานสองนานแล้ว บ่ายนี้หล่อนมีนัดถ่ายรูปอะไรสักอย่างกับช่างที่เมืองใหญ่ในแคว้น หล่อนคงต้องรีบไปเตรียมตัวเสียแล้วแล้ว

     และหล่อนก็สาวท้าวเดินออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ทันที่ใครจะได้พูด ทิ้งเจ้าลูกศิษย์เอาไว้ให้เผชิญกับเหล่าสมาชิกตระกูลฮิวงะที่เขร่งขรึมเข้มงวดนี้

     !!

     เสียงเรียกของโทบิรามะเอ่ยหล่อน ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ทว่าดูแฝงไปด้วยความโกรธเล็กน้อย

     "เหนื่อยเจ้าแย่ กับตระกูลแสนเย่อหยิ่งเช่นนั้น" โทบิรามะเอ่ยน้ำเสียงไม่ได้ดังมาก มันพอแค่เราสองคนที่ได้ยิน 

     "ก็น่ะเจ้าคะ...ข้าเพิ่งเริ่มต้นโรงหมอไม่ได้นาน ระบบระเบียบมันก็แปลกๆไปเสียหน่อย ผู้คนคงไม่คุ้นชิน เรื่องกฎระเบียบของที่นี่ก็เลยดูจะงุนงงไปบ้าง" หล่อนกล่าว อีกหน่อยระบบที่วางไว้ก็จะค่อยๆดีขึ้น เหมือนที่หล่อนวาดฝัน

     มันไม่แปลกหรอกที่ผู้คนยังคงไม่เข้าใจ พวกเขายังคงติดภาพของหมอประจำตระกูล กับโรงยา หรือร้านยาเหมือนสมัยก่อนๆ ไอโรงหมอที่จ่ายยาด้วยรักษาด้วยระบบแปลกๆ และขั้นตอนการเข้าที่ซับซ้อน มันก็เลยไม่มั่นคงเสียเท่าไหร่ในช่วงนี้ แต่ในอนาคตมันจะสิ่งที่ดีแน่นอน หล่อนมันใจเลย

     "ท่านพี่นะเห็นด้วยกับโรงหมอนี้มาก เขาสนับสนุนเจ้าเต็มที่ ขอแค่เจ้าเอ่ยปาก" ท่านโทบิรามะกล่าว 

     "เช่นนั้นข้าก็ต้องพึ่งท่านแล้ว" หล่อนหัวเราะเบาๆ ก็สามีของหล่อนเป็นมือขวาของท่านฮาชิรามะนี่ แถมยังเป็นพี่น้องกันอีกด้วย หล่อนนับว่ามีเส้นสายที่ไม่เบาเลย...ฮ่าๆ

     เราเดินอย่างไม่รีบไม่ร้อนไปยังทางเดินภายในโรงหมอแห่งนี้ ข้างกายของหล่อนมีเขาคอยจับมือถือแขนเอาไว้อย่างห่วงใย ภาพลักษณ์นี้ช่างไม่เข้ากับบุคลิกแสนจริงจังของเขาเอาเสียเลย บ่อยครั้งทำให้ผู้คนต่างพูดกันว่าท่านโทบิรามะนั้นรักภรรยาของตนเองมาก หึงหวงเมียของตนจนต้องคอยมารับมาส่งและเดินด้วยบ่อยๆ เป็นบุรุษที่รักครอบครัวควรเอาเป็นแบบอย่างยิ่ง

     ซึ่งนั้นก็ทำให้หล่อนอายเป็นอย่างมาก วางตัวไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่ เวลาที่เจอพรรคพวกของเขา กระทั้งเจ้าลูกศิษย์เด็กๆวัยหกเจ็ดขวบของเขากับท่านฮาชิรามะ โดยเฉพาะเจ้าคนที่ชื่อว่าฮิรุเซ็นจากตระกูลซารุโทบิ เจ้าเด็กคนนั้นมักจะเอ่ยแซวหล่อนเสียยกใหญ่...

     ก็พวกเขายังเด็กอยู่นี่นา...

     "ว่าแต่ลูกๆละเจ้าคะ ท่านไปตามพวกเขาแล้วหรือยัง" หล่อนเอ่ยถาม ปกติโรงเรียนนินจายังไม่น่าจะปล่อยในช่วงนี้เพราะยังไม่ถึงบ่ายสามบ่ายสี่โมงเลยด้วยซ้ำ

     "ข้าไปรับกลับมาแล้ว กำลังเล่นกับพวกซารุ" โทบิรามะกล่าวและมองมาที่หล่อน ซารุที่ว่าคงหมายถึงฮิรุเซ็นกระทั้ง ก็ซารุที่แปลว่าลิงก็คงไม่พ้นเจ้าฮิรุเซ็นที่ชอบเล่นวุ่นวายตามประสาเด็กๆ  

     "หวังว่าเขาคงไม่ทะเลาะกับดันโซอีก ไม่เช่นนั้นคงได้ตีกันวุ่นวายไปหมด ไหนจะฟุตะมารุอีก มีหวังได้เข้าไปร่วมวงด้วย" หล่อนเอ่ยไปและหัวเราะเล็กๆน้อยๆ ฟุตะมารุชอบการต่อยดีกว่าใครๆในพี่น้อง เวลาอยู่ที่โรงเรียนนินจาก็กลายเป็นคนร่วมวง ส่วนฮิโตะมารุก็เป็นหัวโจกตั้งก๊กแข่งสู้กันบ่อยๆ

     "เจ้าลูกสาวคนนี้เลือดร้อนง่าย ไม่รู้ว่าได้มาจากข้าหรือว่าเจ้ากันแน่ ทำเอาข้าปวดหัวไปหมด" โทบิรามะบ่น เขานั้นไม่ได้ขำเหมือนหล่อน ก็แน่สิ เวลามีเรื่องอะไร เขาต้องเป็นคนแบกหน้าไปคุยกับอาจารย์ในการปกครองที่ดูแลฟุตะมารุและฮิโตะมารุนี่นา ถ้าหล่อนไปนะหรือ ก็แค่ยิ้มๆ ไม่ได้พูดอะไร...

     "ข้าว่าน่าจะจากท่านล้วนๆนะเจ้าคะ" หล่อนกล่าว พอคุยเรื่องลูกๆทีไรก็ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย "ฟุตะมารุตอนเด็กๆ เวลาท่านไม่อยู่บ้านก็ขอให้ข้าเล่าเรื่องของท่านตลอด นางนะมีความฝันว่าอยากจะช่วยงานพ่อ อยากเป็นเหมือนท่าน..." หล่อนกล่าวไปตามความเป็นจริง

     "เฮ้อ..." โทบิรามะถอนหายใจ

     "ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากให้นางเป็นนินจา แต่ความสามารถของนางนั้นฉายชัดเสียขนาดนั้น เราก็ได้แต่ส่งเสริม นางออกจะเหมือนท่านที่สุดในบรรดาลูกๆ ไม่เหมือนฮิโตะมารุ เขานั้นเหมือนข้ามาก อยากที่จะเป็นหมอ เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกเพื่อช่วยเหลือผู้คนจากความทุกข์" หล่อนเอ่ย

     ช่วงสามปีที่ผ่านมา ท่านโทบิรามะไม่อยากจะสอนวิชานินจาให้ฟุตะมารุน้อยเลย เขาหวงลูกสาวไม่อยากให้เจออันตรายหรือออกไปสู้รบกับใคร กระทั่งไม่อยากให้ฮิโตะมารุฝึกวิชาฝั่งตระกูลของหล่อน แล้วเลยเถิดกลายเป็นมนุษย์ที่ไม่มีความตาย ที่สุดท้ายต้องมาจมทุกข์เหมือนหล่อน...ที่กว่าจะพบกับรักแท้จนมีความสุข

     "เจ้าอยากให้ข้าสนับสนุนลูกใช่หรือไม่" เขากล่าวถาม หากแต่ว่าหล่อนกลับตอบไม่คตรงปะเด็น

     "ข้าก็แค่...ผลักดันพวกเขาไปในทางที่พวกเขาต้องการ เราไม่สามารถอยู่ดูแลพวกเขาได้ตลอดไป...ข้าเอง หากเสียท่านไปแล้วก็คงไม่สามารถอยู่ได้" หล่อนจับมือของโทบิรามะแน่น "...ท่านก็รู้ว่าข้าพร้อมจะตายไปกับท่านเสมอ สักวันพวกเขาก็ต้องเติบโตโดยที่ไม่มีพวกเรา" หล่อนจ้องไปที่ใบหน้าของโทบิรามะ ใบหน้าที่มองตรงไปยังทางเดินเบื้องหน้า ท้องถนนที่เริ่มคึกคักกว่าเดิมในแต่ละปี...

     พอพูดเรื่องทำนองนี้ทีไร เขากลับไม่ชอบที่จะมองหล่อนเลย...

     ราวกับว่าไม่ต้องการให้หล่อนตายไปพร้อมกันกับเขาเสียอย่างนั้น...

     "คำตอบในใจข้าก็เหมือนกับเจ้า ข้าอยากสนับสนุนลูกของเราให้ถึงที่สุด...แต่สุดท้ายก็อดห่วงไม่ได้ พวกเขาเก่งกาจ ฉลาดเฉลียว เมื่อโตขึ้นพวกเขาจะกลายเป็นกำลังหลักของหมู่บ้าน เจ้าน่ะ บอกว่าฟุตะมารุอยากเป็นเหมือนข้าสินะ ปีหน้าข้าจะลองดึงฟุตะมารุมาช่วยงานดู ส่วนฮิโตะมารุ เจ้า...สอนได้เต็มที่เลย" เขากล่าวและลอบมองมาที่หล่อน ส่วนหล่อนนะรึ ทำเพียงยิ้มรับอย่างดีใจ มือที่บีบแน่นคลายลงกลายเป็นการจับมือที่สบายๆ

     ถ้าพวกเราสามารถวางใจในตัวของลูกๆที่เรารักได้ ทั้งหล่อนและเขาก็พร้อมจะจากไปอย่างหมดห่วง...ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เมื่อชีวิตของเราทั้งสองเดินทางมาถึงหุบเหวมืดลึกจนไร้ที่สิ้นสุดและจมสู่ความตายไปพร้อมกัน...

     สิ่งที่เขาพูดเหมือนอนุญาตในสิ่งที่หล่อนคิดมาเสมอๆ ถึงความความตายของตนเอง...

     "ท่าน...อณุญาตให้ข้าไปด้วยแล้วใช่ไหมเจ้าคะ" หล่อนเอ่ยถามเขาเบาๆ 

     "...ข้าไม่อยากให้เจ้าทำแบบนั้น" เขากล่าวสั้นๆและไม่เอ่ยอะไรต่อ หล่อนเองก็ไม่ได้มองใบหน้าของเขาเช่นกัน ในใจนั้นพลันขบคิดอะไรหลายๆเรื่อง

     งั้นจุดจบของหล่อนควรจะเป็นเช่นไรกัน...แก่ตายรึ? แบนนั้นหล่อนก็ไม่สามารถทำได้ จะให้ตายด้วยบาดแผลก็ทำไม่ได้อีก เช่นนั้นหล่อนควรจะทำอะไรกัน อยู่กำหนดวันตายนะรึ

     "ข้านะ อยากให้เจ้าใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ถนอมร่างกายที่ข้าอุตสาห์ปกป้องดูแลเอาไว้ให้สุขสบาย...ใช้ชีวิตในช่วงที่ข้าไม่สามารถอยู่ถึงได้ มองดูสิ่งต่างๆแทนข้า...หากข้าด่วนจากเจ้าไปก่อน ก็ไม่ต้องรีบตามกันมาเร็วนัก" เขากล่าวน้ำเสียงแปลกๆ คล้ายกับลางสังหรใจอะไรบางอย่างที่มัน ไม่ดีเลย...

     หล่อนได้แต่เงียบ ไม่ยอมหรอกที่จะตอบรับคำพูดของเขา

     หัวใจเริ่มจุกและรู้สึกเศร้า หากมันเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ...

     เราเดินมาถึงทางเข้าเรือนหลังใหญ่ของตระกูลเซ็นจู...หล่อนหยุดตัวลงไม่ยอมเดินเข้าไปตามร่างสูงตรงหน้าที่จับมือของหล่อนเอาไว้ โทบิรามะหยุดตัวลงเช่นกัน และมองมาที่หล่อนด้วยความตกใจ ใบหน้างามนั้นเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆ

     "ถ้ามันเป็นแบบที่ท่านว่าจริง...ท่านกำลังทรมานข้าทั้งเป็น" หล่อนกล่าว "ไม่มีท่านแล้วข้าจะใช้ชีวิตที่มีความสุขได้อย่างไร" หล่อนเอ่ยน้ำเสียงเริ่มสั่นอย่างไม่อาจหักห้ามได้เลย

     โลกที่ไม่มีเขา หล่อนจะอยู่ได้อย่างไรกัน?

     "..." โทบิรามะยืนนิ่งไม่ตอบอะไรหล่อน "เมียรักของข้าช่างดื้อรั้น...ข้าไม่ได้กล่าวว่าจะให้เจ้าจมทุกข์เสียหน่อย ข้าจะยังคงอยู่กับเจ้าไปจนแก่เฒ่า นานจนที่ว่าเจ้าเบื่อข้า" เขากล่าวสองมือนั้นโอบกอดหล่อนเอ่าไว้ น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลราวกับว่ากำลังปลอบใจของหล่อนที่เริ่มขวัญเสีย "เพียงแต่ว่าเจ้าไม่ใช้คนธรรมดาเหมือนข้า..." 

     ใช่...ท่านจะไม่ได้มองดูข้าตายจากไป

     แต่เป็นข้าที่มองท่านอยู่ที่ป้ายหลุมศพ

     "ข้ากลัว..." หล่อนกล่าวสิ่งที่อยู่ภายในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ท่านไม่ต้องซื่อสัตย์กับข้าก็ได้...หลอกลวงข้าสักนิดก็ยังดี" หล่อนกล่าวอย่างแง่งอน น้ำตายังคงไม่หยุดไหล

     ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ยังคงเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ...

     "แต่งให้ข้าแล้ว ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกลัว" เขากล่าวจบก็ค่อยปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าของหล่อน ตอนนี้มันคงดูไม่ได้เลยกระมั้ง เครื่องหน้าที่ทาชาดปัดแป้งเอาไว้คงจะละลายไปกับคราบน้ำตาหมดแล้ว "ดูสิ...แล้วแบบนี้เจ้าจะถ่ายรูปได้อย่างไร" เขากล่าวแล้วยิ้มให้กำลังใจหล่อน

     "ท่าน..." หล่อนเรียกเขาน้ำเสียงยังคงเศร้า

     ทำไมเขาจะต้องเปลี่ยนไปเรื่องอื่นด้วย...

     "ข้าโทบิรามะเป็นสามีที่ดี ข้าเป็นคนฉลาดและรักเมียของข้ามาก...ข้าไม่มีวันปล่อยให้เมียของข้าเป็นทุกข์และเศร้าใจไปทั้งชีวิตหรอกนะ" เขายังคงกล่าวต่อ สองมือนั้นประคองใบหน้าของหล่อนเอาไว้อย่างมั่นคง นัยน์ตาสีแดงนั้นยังคงหนักแน่นเหมือนเดิม จากความรู้สึกเมื่อได้มองแล้ว...

     ราวกับว่าเขานั้นได้เตรียมการหรือคิดบางสิ่งเอาไว้ในใจ ด้วยสายตาและคำพูดนี้ทำให้หล่อนรู้สึกดีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...

     "ข้าเชื่อท่าน...ท่านต้องไม่ผิดคำพูดนะ" หล่อนเอ่ยและยิ้มหลังจากที่หัวใจของตนนั้นกำลังคลายจากความรู้สึกแสนทรมาณ และความคิดฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้น

     "ข้าไม่เคยผิดคำพูดกับเจ้า" เขากล่าวแล้วลูบผิวแก้มของหล่อนอย่างเอ็นดู "ขอแค่...ให้นึกถึงช่วงเวลาที่มีกันและกันเอาไว้แล้วเจ้าจะมีความสุข..." เขากล่าวแล้วประสานมือของหล่อนเอาไว้แน่น และเราก็เดินเข้าไปภายในเรือนตระกูลเซ็นจูอีกครั้ง 

     ขอแค่นึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข...หล่อนก็จะไม่เศร้าอีกต่อไป...

     "ไปกันเถอะ" โทบิรามะกล่าวและยิ้มอีกครั้ง

     มื่อเข้าไปใกล้ๆก็เริ่มได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆที่คุยกันอย่างสนุกสนาน...หล่อนมองร่างของเด็กๆทั้งสามซึ่งเป็นลูกของตนด้วยรอยยิ้ม เช่นเดียวกันกับโทบิรามะ แปดปีแล้วที่ความรักของเราเติบโตขึ้นมาขนาดนี้ หล่อนนั้นยังคงจำคำพูดหนึ่งของโทบิรามะได้เสมอ


'ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวกับข้า...อย่าไปกังวลเลย ไม่สู้เรามามีความสุขให้มากกว่านี้ ไม่ดีรึ?'


     นั่นสินะ...คำพูดเมื่อเจ็ดปีก่อน...

     !

     "ท่านพ่อ! ท่านแม่! ฟุตะมารุทะเลาะกับฮิรุเซ็นกับดันโซอีกแล้ว!" เสียงฟ้องของเด็กสาวตัวน้อยดังชึ้น นิ้วน้อยชี้ไปยังพี่สาวตัวแสบของตนที่กำลังใช้ดาบไม้ไล่หวดกับดันโซ พร้อมกับต่อยฮิรุเซ็นกระเด็นไปตามแรงพื้น

     อ่า...ให้ตายสิ พวกเขาทะเลาะกันอีกแล้ว 

     "ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ! ท่านพ่อ ท่านแม่ เรากำลังฝึกฝนการต่อสู้กันอยู่นะเจ้าคะ ดูสิท่านลุงฮาชิก็อยู่ด้วย" ฟุตะมารุชี้ปลายดาบไปยังฮาชิรามะซึ่งกำลังนั่งหัวเราะอย่างชอบใจกับท่าทีนักเลงเมืองเถื่อนของหลานสาว ลูกของเจ้าน้องชายตัวดี โดยที่ข้างกายมีท่านหญิงมิโตะคอยนั่งดูอยู่ด้วยที่ชานทางเดินของตัวเรือนหลังใหญ่

     ฟุตะมารุวิ่งมาหาหล่อนผู้เป็นแม่พร้อมเกาะขามองตาโทบิรามะผู้เป็นพ่อด้วยสายตาที่ออดอ้อนสุดๆ แล้วก็หันไปจ้องตาขของเมชิมารุอย่างมีชัย

     "ฟุตะมารุ พ่อบอกแล้วไงว่าอย่างท้าดวลคนอื่นเขามั่วซั่ว" โทบิรามะกล่าวขยี้หัวลูกสาวด้วยความหมั่นไส้ ส่วนฮิโตะมารุนะหรือ เขากำลังนั่งสมาธิฝึกวิชาอยู่นะสิ

     "ท่านอาจารย์!" ฮิรุเซ็นและดันโซ ร่วมทั้งลูกศิษย์อีกสองคนเอ่ยเรียกโทบิรามะพร้อมกัน พวกเขาแพ้ไปด้วยกลอุบายล้วนๆเลย ไม่มีอะไรยุติธรรมสักนิด!

     "พวกเจ้ายังฝึกฝนไม่พอกระมั้ง ถึงหลงกลอุบายลูกสาวแสนแสบของข้าไม่ได้" โทบิรามะกล่าวกับลูกศิษย์ตัวเล็กทั้งสอง "ก็ถือว่าเก่งกาจแล้ว ที่ทำให้ฟุตะมารุใช้ดาบ" กล่าวเสร็จก็ลูบหัวของลูกศิษย์ทั้งสี่ด้วยความเอ็นดู และนั้นทำให้ลูกสาวของเขาอารมณ์ดีมาก เมื่อพ่อเอ่ยออกมาว่าตนชนะแล้วในวันนี้! 

     "โถ่ ท่านอาจารย์!" ทั้งสี่บ่นอย่างน้อยใจ นึกว่าเขาจะเข้าข้าพวกเราทั้งสี่คน ที่ไหนได้ยังไงอวยลูกสาวของตัวเองไม่มีผิดเลย แต่มันก็จริงนั้นละที่ฟุตะมารุจังนั่นเก่งสมกับเป็นลูกของท่านอาจารย์!

     "โทบิรามะ! ลูกสาวเจ้านี้เหมือนเจ้าในวัยเด็กจริงๆ ฮ่าๆ" ฮาชิรามะกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง เขายังคงหัวเราะชอบใจท่าทางของหลานสาวผู้ไม่ยอมคนอยู่

     "ลูกชายท่านพี่ก็เหมือนกัน" โทบิรามะส่วนกลับไป เขามองไปที่เด็กชายผมสีน้ำตาลที่ตอนนี้กำลังนอนหนุนตักของผู้เป็นพี่ชายอยู่ กล่าวเสร็จก็พาเด็กๆทั้งห้าคนกลับไปนั่งที่ชานเรือนทางเดินระเบียงไม้ของบ้าน โดยที่มือข้างหนึ่งนั้นยังคงจับมือเล็กๆของภรรยาสาวเอาไว้มั่น 

     "แต่ลูกสาวข้านะ สวยเหมือนเมียข้าไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย..." โทบิรามะกล่าวกระซิบข้างหูของภรรยาสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง

     ฮิสึงิที่ได้ฟังก็อมยิ้มบางๆ...ไม่บ่อยครั้งที่จะถูกชมตรงๆแบบนี้...

     "พูดอะไรของท่าน ไม่อายเด็กบ้างรึ" หล่อนกล่าวเบาๆโต้กลับไป ใบหน้าของหล่อนนี้ไร้เครื่องประทินโฉม แถมดูจะเปื้อนไปกับคราบน้ำตาจน...ดูไม่ได้แล้วกระมั้ง

     "ก็เรื่องจริง มีอะไรให้ที่ข้าอายกัน" เขากล่าวอย่างถือดี "เจ้าเถอะ ไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อยก็สวยกว่าเทพธิดาบนวิมารสวรรค์แล้ว" เขากล่าวยอหล่อน เหมือนกับว่าพยายามไม่ให้หล่อนเศร้าและไม่วกกลับเข้าไปนึกถึงเรื่องความเป็นความตายของตนเอง

     "เจ้าค่ะ" หล่อนรับคำอย่างยิ้มแย้มแล้วเดินลัดเลาะไปตามชานทางเดิน ทิ้งเด็กๆไว้ให้เขาดูแล้ว พอมองดูแล้วตอนนี้ช่างถ่ายรูปยังคงมาไม่ถึงนัดกระมั้ง แต่อย่างน้อยหล่อนก็ต้องรีบ นั้นเพราะคนอื่นๆเขาเตรียมตัวกันพร้อมแล้วนะสิ!

     "ท่านแม่รีบๆนะเจ้าคะ ท่านลุงช่างถ่ายภาพกำลังมา เขาแค่กลับไปเอากล่องเครื่องมือ" เมชิมารุตะโกนบอกไล่หลังหล่อน

     "จ้าๆ!" หล่อนเอ่ยรับแล้วรีบสาวเท้าวิ่งสั้นๆ เพื่อความรวดเร็ว ไม่รู้จะผลัดเปลี่ยนกิโมโนประจำตระกูลทันไหม ไหนจะต้องประทินโฉมเครื่องหน้าใหม่อีก อ่า! คงต้องรีบแล้ว...เพราะเดี๋ยวจะต้องมาจัดชุดของลูกสาวตัวแสบที่ยับยู่ยี่อีก

     ให้ตายสิ!

     นี้ช่างเป็นวันที่หล่อนมีอารมณ์หลากหลายจริงๆ...




จบตอน





คอมเม้นท์เพื่อความไว้อาลัยตอนสุดท้าย...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

329 ความคิดเห็น

  1. #273 akamecenturion87 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 20:34
    ไรท์เขียนชื่อหนูน้อยเมชิมารุผิดรึเปล่า สรุปแล้วหนูน้อยชื่ออะไรเหรอคะ เมชิรามะ เมชิรามุ หรือมีชื่อื่นไหนอีก แต่คอมเม้นต์ตรงเนื้อหาคือดีมากค่ะ ถึงจะมีคำผิดอยู่มากแต่ภาษาที่ใช้สวยมากค่ะ แต่งเยอะๆนะคะ เป็นกำลังใจให้

    #273
    2
  2. #272 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 19:02
    ไม่อยากให้จบเลย
    #272
    0
  3. #271 Lacus1247 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 17:55
    เวลาช่างเร็วเหลือแปปๆจะจบลงแล้วค่ะ
    #271
    0
  4. #270 ฮิเมะ กามิ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:39
    แงงง......ต่อๆๆๆ
    #270
    0
  5. #269 Nic_Saki (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:16
    จะจบแล้วหรอ.. เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆนะเจ้าคะ
    #269
    0
  6. #268 kpmsi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 22:27
    รอค่าาาา ใกล้จบแล้ว สะเทือนใจไม่มีไรอ่าน55555
    #268
    0
  7. #266 pangz' (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:51
    รอนะคะ รู้สึกโหวงๆ ใกล้จะไม่เห็นฟิคเรื่องนี้ขึ้นแจ้งเตือนอีกแล้ว;-;
    #266
    0
  8. #265 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:41
    รออีก90%นะเจ้าคะ
    #265
    0