(จบแล้ว) [fic naruto] ❀ fulfill our heart... (Tobirama x OC)

ตอนที่ 27 : เติมเต็มหัวใจของเรา ❀ ตอนที่ ๒๔ สถานการณ์ที่เริ่มบานปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    15 มี.ค. 62


     หลายปีต่อมา

     เด็กๆโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสี่ขวบกลายเป็นเจ็ดขวบ เวลาสามปีเปลี่ยนพวกเขาไปเยอะมาก...แต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรในตัวของหล่อนไปเลย ความเป็นแม่ยังคงเหมือนเดิม ความเป็นศรีภรรยาก็ยังคงเหมือนเดิม มันคงเป็นเพราะผลของวิชาวิถีสวรรค์ หรือของจิตใจที่มั่นคงละมั้ง...

     ฮิสึงิได้แต่ครุ่นคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมานั้น...และนึกถึงเจ้าสามแสบที่กำลังทานข้าวอยู่ที่โต๊ะด้านนอกครัว

     "ท่านพี่อย่าแย่งเนื้อปลาของข้าสิ" เสียงของเด็กสาวตัวเล็กสุดของบ้านเอ่ยน้ำเสียงหงุดหงิด เด็กสาวนั้นมีผมสีดำสนิท เส้นผมชี้ฟูเหมือนกิ่งไม้คล้ายผู้เป็นพ่อขอตน ทว่าเมื่อมัดรวบเอาไว้แล้วกลับดูคล้ายทรงผมของอิซึนะไม่มีผิดเพี้ยน

     ตอนนี้เมชิมารุอายุห้าขวบปีเห็นจะได้ เธอเป็นที่น่าเอ็นดูกับมาดาระมาก...

     "พี่ขอโทษด้วย แต่ว่าแลกกับกุ้งสองตัวของพี่เป็นไง" เด็กสาวอีกคนเอ่ย คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากฟุตะมารุ เด็กสาวที่มีนิสัยแสนซนและดื้อรั้นขึ้นกว่าเดิม

     "ไม่!" เมชิมารุปฎิเสธ เด็กสาวหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเตรียมจะร้องไห้โวยวาย "ท่านแม่ ท่านพี่หญิงแกล้งข้า!"

     "ไม่ร้องนะ พี่ยกเนื้อปลาของพี่ให้ก็ได้  ฟุตะมารุถ้าชอบปลาก็มาขอกับพี่ไม่ต้องไปแกล้งน้องเมชิมารุนะ" จนในที่สุดเสียงของพี่ชายผู้ทรงธรรมก็เอ่ยขึ้น เด็กชายผมขาวไว้เปียยาวเอ่ย ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนน้ำเสียงนุ่มนวลสมกับเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน

     "ทะเลาะอะไรกันน่ะลูก..." น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นจากห้องอีกฝั่ง ปรากฎร่างงามในชุดกิโมโนลายดอกไม้งดงามพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว ในมือของเจ้าของน้ำเสียงนั้นถือถาดกับข้าวอีกสองอย่าง "เสียงดังไปถึงในครัวเชียวนะ" หล่อนเอ่ยอีกครั้ง ก่อนจะวางถ้วยข้าวพร้อมด้วยกับข้าวอีกสองสามอย่างลงบนโต๊ะ

     หล่อนจำได้ว่าแบ่งเนื้อปลาไว้เท่าๆกันแล้วนี่นา...

     พอมองไปที่ลูกสาวคนโต ฟุตะมารุแล้วละก็...อ่า...ริมผีปากยังมีเศษเนื้อปลาอยู่เลย นี้คงไม่ได้ไปแกล้งน้องเล็ก ใช่ไหมคุณลูกสาว! 

     "ข้าขอโทษด้วยเจ้าค่ะท่านแม่ ข้ากะว่าพอท่านพ่อมา ข้าจะฉกของท่านพ่อไปให้น้อง แต่ท่านพ่อนะ ไม่มาสักที" เด็กสาวอธิบายกึ่งบ่น ใบหน้านั้นยังคงเต็มด้วยความซุกซน หล่อนได้แต่หัวเราะเบาๆ และหันไปยิ้มให้กับท่านโทบิรามะซึ่งอยู่ด้านหลัง ซึ่งบัดนี้มีสีหน้าที่ดูเหนื่อยใจกับเจ้าลูกสาวสุดๆ

     "ฮิโตะมารุ ฟุตะมารุ เมชิมารุ" เสียงทะมึนของของโทบิรามะกล่าว

     ก็รู้ว่าลูกสาวเป็นเสียแบบนี้ สอนเท่าไหร่ก็ยังดื้อเหมือนเดิม...

     "อรุณสวัสดิ์ท่านพ่อ!" เด็กทั้งสามคนเอ่ยพร้อมกันในขณะที่ผู้เป็นพ่ออย่างเขากำลังจะเอ่ยเทศนาสักสองสามประโยค แต่กลับถูกขัดอีกจนได้  เฮ้อ...เจ้าเด็กพวกนี้นี่ฉลาดจริงๆ เห็นเป็นแบบนี้ก็ทำเพียงได้แต่นั่งลงที่เก้าอี้และเริ่มทานข้าวเช้ากับคุณลูกทั้งสาม

     "วันนี้วันรับตำแหน่งของท่านลุง รีบๆทานข้าวกันหน่อยนะ" ฮิสึงิเอ่ย และเก็บถ้วยกับข้าวที่หมดแล้วขึ้นมาไว้ในถาด เธอน่ะเตรียมตัวตั้งแต่เช้ามืด ไหนจะไปช่วยท่านมิโตะอีก ปกติหล่อนจะทานข้าวพร้อมกับลูกๆก่อนจะไปสงที่โรงเรียนนินจา ส่วนโทบิรามะนั้นตื่นเช้าเป็นปกติ พระอาทิตย์ขึ้นเขาก็ไปทำงานช่วยท่านฮาชิรามะดูแลหมู่บ้านนี้ ช่วงเย็นและบ่ายถึงจะได้กลับมาทานด้วยกัน

     บางวันหล่อนก็วุ่นวายกับโรงหมอของหมู่บ้านที่ท่านโทบิรามะ ท่านฮาชิรามะและท่านมาดาระช่วยสร้างขึ้นมา ทีแรกหล่อนก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้รับหน้าที่ช่วยจัดการระเบียบ ดูแลโรงหมอแห่งแรกของหมู่บ้าน...

     มันทำให้หล่อนรู้สึกเหมือนเมื่อเจ็ดแปดปีก่อนเลย

     "ครับ/ค่ะ!" ทั้งสามเอ่ย

     "เจ้าทานอะไรรึยัง" โทบิรามะถามหล่อน

     "ท่านมาแล้วเจ้าค่ะ ข้าไปช่วยงานท่านมิโตะกับแม่บ้านคนอื่นๆมา" หล่อนยิ้มหวานและเดินกลับเข้าไปในครัว ไม่ว่าเมื่อไหร่ความห่วงใยของท่านโทบิรามะก็ทำให้หล่อนมีความสุขและอิ่มเอมใจเสมอ

     หลังเมื่อเช้าเสร็จสิ้นหล่อนก็หันมาช่วยคุณสามีแต่งชุดกิโมโนของตระกูลเซ็นจู สองมือค่อยๆสวมเสื้อคลุมสีนวลทับเสื้อกิโมโนสีเขียวใบไม้แห้งตัวใน และช่วยผูกกางเกงฮากามะด้วยความคล่องแคล้ว จะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ ส่วนหล่อนนะเตรียมตัวเสร็จตั้งนานแล้ว

     "ข้ารู้สึกกังวลใจชะมัด" โทบิรามะเอ่ย

     คงเป็นเรื่องเดิมๆ ท่านฮาชิรามะนะไม่อยากรับตำแหน่งนี้ ตำแหน่งโฮคาเงะ เขาอยากยกมันให้กับท่านมาดาระ แต่สุดท้ายในที่ประชุมก็เลือกท่านฮาชิรามะมากกว่าท่านมาดาระ

     "วันนี้วันดี ท่านวางใจเถอะ...เจ้าค่ะ" หล่อนยิ้มเบาๆ นัยน์ตาประสานเข้ากับสายตาที่ดูเป็นกังวลนั้นของท่านโทบิรามะ สองมือเกาะกุมมือใหญ่เอาไว้ "ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี เชื่อข้าสิ..."

     "นั่นสินะ แต่ว่าพักหลังๆ เจ้าให้เมชิมารุไปกับมาดาระบ่อยนะ" โทบิรามะกล่าวเขาอดไม่ได้ที่จะโยงเข้าเรื่องนี้

     "...เขาเป็นพ่อทูลหัวของเมชิมารุนี่นา  ท่านไม่ต้องกังวลหรอก ก็แค่เล่นช่วงเย็นที่บ้านตระกูลอุจิวะเองนะ" หล่อนอยากจะให้เด็กสาวคนนี้เข้าไปดามหัวใจที่เศร้าโศกของท่านมาดาระ

     "เป็นพ่อคนนี่มันยากจริงๆ" เขากล่าว กับเมชิมารุแล้วดูมาดาระสนิทยิ่งกว่าพ่อตัวเองเสียด้วยซ้ำ พอมองหน้าลูกสาวทีไรก็นึกถึงศัตรูคู่แค้นที่ตายจากไปนานหลายปีอย่างอิซึนะ...เหตุการณ์จะดีกว่านี้ หากว่าอิซึนะไม่ตายและเขาคงวางใจได้เกี่ยวกับมาดาระ...

     เขากลัวว่าลูกสาวจะไปสะกิตเจ้าสัตว์ร้ายบางอย่างในตัวของมาดาระ...

     "เป็นแม่ก็ยากเหมือนกัน ข้าเองก็เป็นห่วงลูกทุกๆคนไม่แพ้ท่านหรอก...ไปกันเถอะ" ฮิสึงิกล่าวในขณะที่หล่อนสวมเสื้อคลุมสีเขียวใบไม้แห่งที่ปักตราวัชระประจำตระกูลเซ็นจู "เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ไม่มีสงครามระหว่างตระกูลแล้ว สิ่งที่อิซึนะห่วงนะ ไม่มีอีกแล้ว..."

     ใช่...ฮิสึงิพูดถูก สิ่งที่เจ้านั้นห่วงก็คือการปกป้องตระกูล

     "งั้นก็ไปร่วมงานกันเถอะ" เขากล่าวและมองไปที่ภรรยาแสนรัก มองใบหน้าที่ยังคงงดงามเหมือนเดิม ไม่มีส่วนไหนเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย นัยน์ตาประกายเพชรยังคงสว่างไสว เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง และจิตใจที่บริสุทธิ์นั้นยังคงถูกเขาปกป้องเอาไว้ ไม่เสื่อมคลาย

     แปดปีได้ที่แต่งงานกันมาก็ได้หล่อนนี่ละเป็นคนค่อยห่วงใยและดูแลมาสม่ำเสมอ...

     หวังว่าเขาจะสามารถปกป้องมันเอาไว้ได้ตลอดไป

     "เราแต่งกันมาได้แปดปีแล้วนะเจ้าคะ...ลูกก็เริ่มโตแล้ว" หล่อนกล่าวเบาๆในขณะที่มือของตนนั้นถูกจูงเอาไว้โดยสามีของตนเองที่อยู่ด้านข้าง นึกถึงครั้งนั้นที่เขามอบดวงจันทร์ให้หล่อน นึกถึงวันวิวาห์ในวันขึ้นปีใหม่ "ท่านยังทำตามสัญญาเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ" หล่อนกล่าวและมองไปที่ประตูเลื่อนด้านหน้าของห้องนี้...

     'ข้าอาจจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด ไม่ใช่คนที่อ่อนโยนนัก แต่ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้า รักและดูแลเจ้าให้ดี ข้าจะคอยปกป้องเจ้าเป็นโล่กำบังให้เจ้า เป็นกำแพงและทุกๆสิ่งที่เจ้าต้องการ อยู่ข้างๆเจ้าในวันที่ยากลำบาก ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้าให้ต้องเดียวดายเหมือนที่เจ้าได้เผชิญมา...แต่งให้ข้าเจ้าไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกต่อไป...'


     ไม่ว่าจะกี่ปีเขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด...

     "พูดอะไรของเจ้ากัน พูดเหมือนว่าข้าจะผิดสัญญาเสียอย่างนั้น" โทบิรามะกล่าวน้ำเสียงประหลาดใจ

     "หรือว่าท่านแอบไปมีเมียเล็กเมียน้อยกันเจ้าคะ" หล่อนกล่าว บรรยากาศดีๆนั้นหายไปหมดเสีย

     "พูดอะไร ข้ามีเจ้าแค่คนเดียว หรือว่าเจ้าอยากจะมีพยานรักของเราอีกคนกัน" โทบิรามะคลียิ้มจากที่เป็นฝ่ายจูงมือนั้น กลับโอบหล่อนเข้ามาอยู่ภายในวงแขนแกร่งนั้น สายตาของเราประสานกันอีกครั้ง...

     ริมฝีปากแนบชิดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า...สัมผัสถึงความอ่อนโยนและความรักที่ท่านโทบิรามะมอบให้หล่อน ลึกซึ่งเกินคำบรรยายใดๆ 

     แผ่นหลังของหล่อนแนบชิดกับกำแพง...

     ซอกคอนั้นกำลังถูกจูบด้วยความแผ่วเบา ต้นขาอ่อนรู้สึกถึงสัมผัสของมือสากๆ ที่รุกล้ำเข้ามาภายใต้กิโมโนสามชั้น มือแกร่งนั้นลูบไล้ไปที่ทรวดทรงของหล่อนด้วยความโหยหา

     "พอเถอะเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะไปงานสายเอาได้" หล่อนเอ่ยเบาๆ ลูบแผ่นหลังของของสามีเป็นเชิงห้ามปราม

     "อีกหน่อยนะ" เขากล่าวแล้วกระทำสิ่งที่ปรารถนาต่อ

     เสื้อคลุมกิโมโนของหล่อนร่วงไปกองกับพื้น ตัวชุดกิโมโมโนเริ่มหลุดลุ่ยเผยผิวขาวเนียนให้ท่านโทบิรามะได้ขบเม้มหยอกเล่น ให้ตายสิ...หล่อนคงต้องเสียเวลาแต่งตัวใม่อีกแล้ว ไหนจะต้องจัดปิ่นประดับบนหัวอีก...แต่ช่างมันเถอะ เล็กๆน้อย อย่าได้ถือสาเลย

     พักหลังกิจกรรมของสามีภรรยาเราก็ไม่ค่อยได้มีเวลาทำกันเสียด้วย...

     "อีกนานไหมกว่างานจะเริ่ม?" ท่านโทบิรามะถามหล่อน เขาหยุดการกระทำลง...

     "ก็ราวๆสักเก้าโมงได้" หล่อนตอบและแหงนหน้ามองนาฬิกาลูกตุ้มบนฝาผนังบ้าน พักหลัง ๆ เริ่มมีข้าวของแปลกๆจากในเมืองใหญ่ของแคว้นเข้ามาที่นี่ ไอการนับเวลาแบบชั่วยามก็เริ่มหายไปเสียแล้ว...

     "อีกนาน ยังทัน" เขาเริ่มคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไว้ข้าจะช่วยเจ้าแต่งชุดเองก็แล้วกัน..."

     "เอ๊ะ!" หล่อนอุทานเบาๆ "ไม่ได้นะเจ้าค่ะ ข้าน้อยต้องไปช่วยท่านมิโตะดูแลงานอีก" หล่อนเอ่ยห้ามปราม งานนี้หล่อนรับปากแล้วว่าจะไปช่วยท่านมิโตะดูอีกสักหน่อยจนกว่าพิธีจะเริ่มขึ้น..

     "ฮิโตะมารุ! เจ้าพาน้องๆไปหาเจ้าป้าเถอะ บอกเจ้าป้าด้วยพ่อขอยืมตัวแม่เจ้าเสียหน่อย" เขาตะโกนและดูเหมือนฮิโตะมารุจะว่าง่าย ก็เลยมีเสียงตอบรับกลับมาว่า 'ครับ ผมจะพาน้องๆไปเอง' 

     "ท่าน!" ฮิสึงิเอ่ยเรียกสามีของตัวเอง

     "งั้นเรามาต่อกันเถอะ" เขากล่าวและลงมือต่อจากที่ทำค้างเอาไว้...

     แต่ถ้าเขาว่าอีกนาน และดูเหมือนจะทันก็...ช่างมันเถอะ นานทีๆคงไม่เป็นอะไร หล่อนคิดแล้วหลับตาลง ใบหน้าเริ่มเห่อแดงกับความรู้สึงเสียวซ่าน สัมผัสหนาๆของเนื้อผ้าที่ขวางกันค่อยๆหายไปทีละชั้น ความร้อนและเม็ดเหงื่อเข้ามาแทนที่อย่างช่วยไม่ได้

     ร่างกายของเราเปลือยเปล่า และแนบชิดใกล้กันเรื่อยๆ ใกล้กันอีกจนหลอมรวมเป็นหนึ่ง...ค่อยๆพากันไปถึงความสุขสมที่รออยู่ ณ ยอดเขาสูงชัน...

     ...

     จนกระทั่งพิธีใกล้จะเริ่มหล่อนก็ไปรับลูกๆจากท่านมิโตะที่เรือนใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากพร้อมกับท่านโทบิรามะ ถึงหล่อนจะโดนกินเสียจนปวดเมื่อยไปหมด แต่ดูแล้วคนกระทำยังคงเดินต่อได้สบายๆ นั่นสิ! ก็ท่านโทบิรามะกินซะอิ่มหนำสำราญเลยเชียว

     "ปิ่นเจ้า..." โทบิรามะกล่าวก่อนจะดันเจ้าปิ่นระยะให้เข้าที "ข้าก็บอกแล้วไม่ต้องรีบ ค่อยๆแต่งตัวก็ได้" เขากล่าวถึงหล่อนจะรีบแต่ก็ยังคงผูกโอบิเก็บรายละเอียดของชุดได้เป็นอย่างดี

     "ข้ากลัวไม่ทันนี่เจ้าคะ" หล่อยเอ่ยสองมือจูงเจ้าลูกแฝดคนละข้าง ส่วนเขานะเหรอ ก็อุ้มเมชิมารุ เจ้าลูกตัวน้อยที่ตอนนี้ง่วงผล่อยหลับไปอีกแล้ว

     "ท่านพ่อกับท่านแม่ ทำอะไรกันน่ะ นานจริงๆ พิธีใกล้จะเริ่มแล้วด้วย" ฟุตะมารุกล่าวและหันมามองผู้เป็นแม่ด้วยความใสซื่อ พวกเธอนะนั่งเล่นกันมาตั้งนาน จนท่านป้ามิโตะวิ่งวุ่นวายจนพิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จนลูกชายของท่านป้าเล่นกับพวกเราจนเหนื่อยแล้วนะสิ!

     "แม่..." หล่อนหน้าแดง ไม่รู้จะตอบลูกยังไงดี 

     "แม่เจ้านะ สะดุดโต๊ะจนล้มขาหัก พานมาทับพ่อก็เลยต้องเสียเวลารักษาขา กระทั่งจัดชุดกิโมโนกันใหม่" โทบิรามะกล่าวและทำสีหน้าให้ดูเนียนที่สุด ส่วนฮิสึงิเมียรักนะหรือ พอได้ฟังที่เขาพูดก็รีบก้มหน้าลงต่ำทันทีอย่างอายๆ

     "อย่างงี้นี่เอง" ฟุตะมารุกล่าวอย่างเข้าใจและไม่ซักถามอะไรอีกต่อไปแล้ว

     "นั้น ท่านลุงฮาชิรามะนี่ครับ" ฮิโตะมารุเอ่ย เขามองไปที่ดาดฟ้าของสำนักงงานโฮคาเงะ

     "ใช่แล้วจ๊ะ" ฮิสึงิเอ่ยตอบลูกชาย

     ตอนนี้ครอบครัวของเราอยู่ในรั่วเขตของสำนักงานแล้ว พอมองขึ้นไปที่ดาดฟ้าก็ได้เห็นท่านฮาชิรามะในชุดตัวยาวสีแดงพร้อมกับหมวกที่มีสัญญาลักษณ์คำว่าไฟ บนดาดฟ้านั้นมีผ้าสีขาวพริ้วไสวไปทั่ว วันนี้อากาศดีลมไม่แรงมาก เหมาะกับพิธีเลย

     "...ทำไมต้องเป็นคำว่าไฟด้วยละท่านแม่" ฟุตะมารุถาม

     "อืม...จะอธิบายอย่างไรดีนะ" ฮิสึงินิ่งและครุ่นคิด หล่อนเข้าใจถึงเจตจำนงแห่งไฟของท่านฮาชิรามะนะ แต่จะอธิบายอย่างไรให้เด็กๆเข้าใจง่ายดีละ...พอคิดได้แบบนี้ก็เลยกันไปพึ่งสามีแทน

     "...ความรักจะนำมาซึ่งความสงบสุขและสันติภาพ ไฟ (火) นั้นเปรียบเสมือนพวกเราในโคโนฮะ เมื่อรวมกันมันจะพลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อคอยปกป้องคนที่เรารัก เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่นี้ หรือโคโนฮะเอาไว้ ด้วยความรักที่พวกเรามีต่อหมู่บ้าน มันเป็นไฟที่จะไม่มีวันมอดดับ เพราะไฟนี้จะถูกส่งถ่ายทอดจากรุ่นไปสู่รุ่น เพื่อความสงบสุขที่พวกเราสร้างขึ้นมา..." โทบิรามะเอ่ย

     เขามองมาที่ลูกๆทั้งสามคน...ในอนาคตเจตจำนงแห่งไฟจะถูกพวกเขาสานต่อแน่นอน...

     ไฟดวงน้อยๆนี้จะค่อยๆลุกโชนกลายเป็นกองเพลิงที่รุนแรง และในที่สุดก็จะถูกส่งต่อไปกลายเป็นไฟกองใหม่ที่ไม่มีวันมอดดับ...


     ...

     งานเลี้ยงฉลองถูกจัดขึ้นในช่วงเย็น ฮิสึงิก็เริ่มวุ่นวายอีกครั้ง เสียงหัวเราะและงานรื่นแรงเกิดขึ้น ด้านหน้าของหล่อนคือฮิโตะมารุเล่นกับลูกชายของท่านมิโตะ ส่วนฟุตะมารุนั้นกำลังอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ กลิ่นสาเกแรงมากเสียหล่อนไม่อยากเข้าไปด้านในงานเลี้ยงของพวกผู้ใหญ่และบรรดาผู้นำตระกูลก่อตั้งหมู่บ้าน

     ส่วนเมชิมารุนะหรือ...

     แม่เด็กสาวตัวน้อยของหล่อนกำลังถูกอุ่มกล่อมโดยท่านมาดาระ เมชิมารุเป็นเด็กไม่แข็งแรงเท่าไหร่ เวลานี้เป็นเวลาที่ต้องเข้านอนแล้ว ดูเหมือนเธออยากจะเล่นต่อกับฮิโตะมารุ ร้องไห้งองแจนท่านมาดาระต้องอุ้มออกไปกล่อมให้นอน

     ปานนี้ไม่รู้จะเป็นเช่นไรบ้าง...หล่อนคิดและรับน้ำชาจากท่านโทบิรามะที่ปลีกตัวออกมาจากวงสาเกนั้น เขานั่งลงข้างๆหล่อน และถามถึงเมชิมารุ

     "เมชิมารุละ" โทบิรามะถาม

     "ท่านมาดาระพาไปเดินเล่นกล่อมด้านนอกนะเจ้าค่ะ"

     "'งั้นเหรอ..." โทบิรามะไม่กล่าวอะไรต่อเขาเพียงจิบชาและทำใจให้สงบ

     !

     จนกระทั่งประตูไม้บานเลื่อนถูกเปิดขึ้น...

     มาดาระอุ้มเมชิมารุเข้ามาภายในเรือนใหญ่แห่งนี้ ใบหน้าของลูกสาวของตนนั้นอมยิ้มและหลับเป็นที่เรียบร้อย หล่อนค่อมหัวขอบคุณท่านมาดาระ ไม่อยากกล่าวอะไรมากให้เจ้าลูกสาวตัวน้อยตื่น ใบหน้าของมาดาระนั้นปกติ ดูเรียบง่ายและยินดีกับท่านฮาชิรามะที่ได้รับเลือกเป็นโฮคาเงะ

     แปลกทว่าสายตาที่หล่อนและโทบิรามะเห็นนั้นมันแฝงไปด้วยความคิดบางอย่าง...หล่อนและเขาได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจ ไม่พูดคุยออกมาเหมือนรู้ดีว่ามันเป็นสายตาอะไร

     . . .
     . .
     .


     วันเวลาล่วงเลยหลายเดือน

     หล่อนและท่านโทบิรามะอยู่ในชุดเกราะสีน้ำเงินเข้ม ตัวหล่อนนั้นไม่เคยคิดฝันว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เหตุการที่ท่านมาดาระนั้นใช้ 9 หางบุกมาถล่มหมายจะทำลายหมู่บ้านให้ราบคาบ ไม่สิ...หล่อนไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ทำไม บางทีอาจจะมีเป้าหมายที่เหนือกว่านนั้น

     ตูม! ปัง! 

     เสียงของการปะทะกันระหว่างท่านฮาชิรามะและท่านมาดาระยังคงดังต่อเนื่อง นี้เป็นเวลาฉุกเฉินที่หล่อนจำเป็นต้องออกมาร่วมรวบปกป้องหมู่บ้านนี้ด้วย หล่อนมาทางหน้าผาหมู่บ้านพร้อมกับท่านโทบิรามะ เพื่อที่จะกางม่านพลังหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องหมู่บ้านเอาไว้

     เหมือนนินจาคนอื่นๆในตระกูล ส่วนเด็กๆของพวกเรา ตอนนี้ถูกอพยบมาหลบอยู่ในจุดหลบภัยที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว...ดังนั้นก็เหลือแต่การใช้วิชานินจาพร้อมๆกัน โดยหล่อน ท่านโทบิรามะ และนินจาอีกสองคนสร้างม่านพลังขึ้นมาเพื่อป้องกันหมู่บ้าน

     บรรยากาศนั้นตรึงเครียดยิ่งกว่าเดิม...ไม่มีการพูดคุยกันเลยแม้แต่น้อย

     จนกระทั่งรุ่งสาง การต่อสู้จบลง มาดาระเป็นฝ่ายแพ้ ศพของเขาถูกเก็บเอาไว้ในสุสานลับโดยท่านโทบิรามะ หมู่บ้านไม่ได้รับความเสียใจ แต่ทว่าขวัญและกำลังใจของผู้คนกลับต่ำลง โดยเฉพาะต่อตระกูลอุจิวะ ช่วงเวลาที่ฟ้าสว่างยังคงวุ่นวายไม่มั่นคง จนกระทั่งมืดค่ำแล้วจึงมีท่าทีที่สงบอย่างเห็นได้ชัด...

     "ท่านแม่...ท่านลุงมาดาระละ?" เมชิรามุเอ่ยถามหล่อนซึ่งกำลังจิบชาเพื่อทำความสงบในใจ "เขามาหาข้า เล่นกับข้าด้วยนะท่านแม่" เด็กสาวเอ่ย

     ฮิสึงิเงียบลง...

     เขาคงแอบมาหาลูกสาวของหล่อนสินะ...

     "ท่านลุงมาดาระไม่อยู่แล้วละ เขากลับไปท่องเที่ยวอีกแล้ว" หล่อนกล่าวตอบแล้วลูบหัวเมชิมารุด้วยความเอ็นดู 

     "แล้วจะกลับมาไหม? แล้วข้าจะได้ไปหาคากามิไหมท่านแม่" เด็กสาวถามถึงเด็กชายที่ชื่อคากามิ เด็กชายรุ่นเดียวกันที่เมชิมารุไปเล่นบ่อยๆที่บ้านตระกูลอุจิวะ "แล้ว...พี่เหมี๊ยวอาสึเมะล่ะ"

     "คงไม่กลับมาแล้ว คุณลุงนะจะไปท่องเที่ยวกับพี่เหมี๊ยวอาสึเมะที่สวรรค์...ส่วนคากามิ ไว้อยากเล่นแม่จะพาไปเอง" หล่อนกล่าวแล้วลูบหัวลูกสาวตัวน้อย

     ตอนนี้ฮิโตะมารุและฟุตะมารุกำลังตกใจช็อคอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนเห็นอะไรจากเหตุการณ์นี้ แต่หล่อนเชื่อว่าทั้งสองคนจะได้บทเรียนบางเรื่องแน่นอน...บทเรียนที่ว่า



 'ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน จิตใจของคนนั้นเปลี่ยนไปอย่างง่ายดาย...'


     "เจ้าไปนอนเถอะ" หล่อนกล่าวแล้วเดินไปส่งลูกสาวที่ห้องนอนของเด็กๆทั้งสาม

     หลังจากที่ดูแลอะไรเรียบร้อยแล้วหล่อนก็นั่งลงที่เก้าอี้ไม้ด้วยความเหนื่อนล้า จากคนที่คุ้นเคยกันดี บัดนี้กลับกลายเป็นศัตรูกันเสียไปได้ ไม่รู้ว่าทำไมท่านมาดาระถึงทำเช่นนั้น ทั้งๆที่ตอนนี้สงครามระหว่างตระกูลก็จบลง รวมทั้งสิ่งที่อิซึนะหวังก็เป็นจริงแล้ว 

     "ข้ากลับมาแล้ว" เสียงของโทบิรามะเอ่ยขึ้นที่หน้าเรือน ประตูด้านหน้าถูกเปิดออก

     "กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ" หล่อนกล่าวและเดินเข้าไปช่วยเขา พยุงเขานั่งลงที่เก้าอี้ให้เรียบร้อย ก่อนจะรินน้ำชาจากกาดินเผาให้เขาดื่มดับกระหาย

     ไร้เสียงพูดคุยจากเราทั้งสอง เรื่องในวันนี้ยังคงสะเทือนใจอยู่ไม่ใช่น้อย...

     "ไม่นึกว่าสายตาในตอนนั้นของมาดาระจะ..." หล่อนเอ่ยและเงียบลงในที่สุด

     "อย่าพูดถึงมันเลย" โทบิรามะกล่าว "คิดไว้แล้วเชียวว่าคงต้องลงเอยแบบนี้" เขากล่าวแล้วจิบชาพยายามทำใจให้สงบนิ่ง มือข้างหนึ่งจับแขนเล็กๆของเมียรักเอาไว้

     "เจ้าค่ะ...แล้วปีศาจเก้าหางล่ะ" หล่อนถามด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าพวกเขาจัดการอย่างไร หล่อนทำเพียงวิ่งวุ่นวายช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บจำนวนเล็กๆน้อยที่โรงหมอ แล้วก็...กลับมาดูแลลูกๆที่บ้านด้วยความเป็นห่วง ไปรับตัวพวกเขาจากจุดหลบภัย

     "ท่านมิโตะผนึกมันเอาไว้ในร่างกาย" โทบิรามะกล่าว

     "บ้าน่า! ทั้งๆที่ท่านมิโตะกำลังท้องอ่อนๆอยู่นี้นะ" หล่อนกล่าวด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งนาบกับอกด้วยความรู้สึกที่ไม่สู้ดี จริงอยู่ที่ผนึกตระกูลอุซึมากิน่ะแข็งแกร่ง แต่...หากเป็นตอนใกล้คลอดแล้วละก็ ผนึกจะอ่อนลง ถึงเวลานั้นหมู่บ้านได้วุ่นวายอีกแน่ 

     "...ไม่ต้องห่วง ท่านพี่คิดเตรียมการเอาไว้แล้ว ยังไงคาถาไม้ของท่านพี่ก็สะกดมันได้ ช่วงนี้เราคงต้องพึ่งพาคนจากตระกูลอุซึมากิเสียหน่อย ตอนทำคลอด...เจ้าต้องเข้าไปช่วยดูแลท่านหญิงนะ" โทบิรามะกล่าวสั้นๆ ที่คงเป็นแผนคร่าวๆ หล่อนเองมีวิชาผนึกขั้นสูง คงจะดีเผื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน

     เมื่อได้ยินเช่นนี้หล่อนก็วางใจลงได้ โล่งใจไปอีกเปราะหนึ่ง...

     "เจ้าค่ะ" หล่อนเอ่ยรับและนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวยาว

     ในใจของให้วันที่ครึ้มฟ้าครึ่มฝนที่ผ่านไปโดยเร็ว ไม่อยากจะต้องมาอึดอัดกับบรรยากาศที่เกิดขึ้นเลย ไม่รู้ว่าตระกูลอุจิวะจะเป็นเช่นไร เมื่อไม่มีมาดาระเป็นผู้นำตระกูล คงเกิดศึกแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลอีกเป็นแน่

     "เจ้านอนไม่หลับงั้นรึ...รู้ไหมว่านี้ดึกมากแล้ว" โทบิรามะถามหล่อน

     ใช่ นี่ดึกมากแล้ว และหล่อนก็นอนไม่หลับ

     "เจ้าค่ะ ข้านอนไม่หลับเลย มีเรื่องให้คิดมากตั้งหลายเรื่อง" หล่อนเอ่ยรับเบาๆ ไม่อยากโกหกหรือปฏิเสธอะไรสามีในตอนนี้ หล่อนนะรู้ดีว่าเขาคงจับได้

     "งั้นข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง จนกว่าเจ้าจะผ่านพ้นวันเวลาที่อึดอัดใจเช่นนี้" เขากล่าวและจับมือของหล่อนเอาไว้ มือข้างหนึ่งโน้มศีรษะของหล่อนให้พิงกับแผงอกของเขาเป็นการปลอบใจหล่อน 

     "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าค่ะ" หล่อนกล่าวเบาๆ และหลับตาลงพยายามให้ตนเองเข้าสู่นิทราให้ได้

     "ขอบคุณอะไรกัน...บอกแล้วว่าจะอยู่กับเจ้าทุกช่วงเวลา อยู่ในช่วงนี้ยากลำบาก จะพาเจ้าผ่านพ้นมันไปให้ได้...เรื่องที่เกิดขึ้นอย่าไปใส่ใจเลย ให้ท่านพี่จัดการ หากเขาทำไม่ได้เรื่องข้าจะด่าเขาเอง" โทบิรามะกล่างเบาๆ ฝ่ามือนั้นลูบผิวแก้มนุ่มนิ่มของภรรยาสาวเบาๆ

     เขารู้ดีว่าเขาจะแก่ขึ้นเรื่อยๆ...ในขณะที่หล่อนยังคงเป็นสาวเหมือนเดิม เป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อแปดปีก่อนเลย ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปีแล้วก็ตาม...

     ไม่อาจรู้ว่าจะอยู่ไปหล่อนได้ยาวนานหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะสั้นยาวก็ขอให้ได้ทำตามที่สัญญาเอาไว้ จะไม่คืนคำเด็ดขาด...เขาไม่อยากที่จะทำผิดสัญญา ไม่อยากที่จะเห็นหล่อนเสียใจร้องไห้ เพราะว่าสิ่งเดียวที่เขาคิดก็คือ...เขารักหล่อนมาก

     หากหล่อนเสียใจเพราะเขาแล้วละก็ เขาเองก็คงเจ็บปวดมากแน่!

     เขาหลับตาลงและโอบกอดฮิสึงิเอาไว้ในอ้อมแขนของตน ใช้ความสงบและความอ่อนโยนของตนกล่อมให้หล่อนหลับลงไปในที่สุด ให้หล่อนได้ผ่านพ้นวันเวลาที่น่าอึดอัดใจนี่ไปให้ได้...





จบตอน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

329 ความคิดเห็น

  1. #267 kpmsi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    โถ่มาดาระ...
    #267
    0
  2. #264 ธิดาเหมันต์ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 09:05
    สาเหตุการตายของโทบิรามะคือถูกพวกคุโมะฆ่าตายในสงครามครั้งที่1นะ
    #264
    0
  3. #263 Izumi_Kana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 20:29
    อยากเห็นลูกฮิสึงิทั้งสามคนมีคู่จังเลยค่ะ(ลูกรุ่น1ด้วย)แต่ก็แอบอยากเห็นไรต์แต่งให้รุ่น1มีคู่แบบเป็น oc มั่งอะ เพราะเป็นคนชอบแนวocมาก5555 จะคอยตามอ่านฟิคโตะทุกเรื่องเลยค่ะ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 ตุลาคม 2560 / 20:29
    #263
    0
  4. #262 ฮิเมะ กามิ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 19:27
    เราตะเจอนิยายโทบิรามะอีกไหมTT//เตรียมยาดมให้ทุกคน
    #262
    0
  5. #261 Akame (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 19:02
    ฮือ~~~~ ทำไมต้องเป็นงี้อ่ะ!!! แบบนี้เมชิมารุก็หมดคู่ครองกันพอดี!!! อดเลยคู่โลลิที่จิ้นไว้ งือ~~~ ไรท์ใจร้ายอ่า!
    #261
    0
  6. #260 Fotisss (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 18:08
    ในภาค2จะมีฮึสึงิกับโทบิรามะมั้ยคะ?
    #260
    1
    • 31 ตุลาคม 2560 / 18:10
      มีค่ะ เป็นย้อนอดีตเล่าเรื่องให้ลูกหลานฟัง แล้วก็จะได้เอจกัน ตอรที่โทบิรามะถูกโอโรจิมารุใช่คาถาสัมภเวสีคืนชีพ ทั้งตอนบุกหมู่บ้าน กับตอนที่สงครามโลกนินจาครั้งที่ 4
      #260-1
  7. #259 pangz' (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:55
    ช่วงชีวิตที่ไม่มีโทบิรามะ ฮือออ ไม่ไหวแล้ว ;-; รออ่านค่ะ
    #259
    0
  8. #258 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:52
    ติดตามจ้าาา ไม่อยากให้จบเลยอ่าาา
    #258
    0
  9. #257 JustAEcho (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:46
    แค่อ่านว่า ช่วงชีวิตที่ฮิสึงิไม่มีโทบิรามะอยู่ด้วย แล้วมันจี๊ดแปลกๆ เหมือนจะมาแนวดราม่าเลยค่ะ;-;
    #257
    0