(จบแล้ว) [fic naruto] ❀ fulfill our heart... (Tobirama x OC)

ตอนที่ 12 : เติมเต็มหัวใจของเรา ❀ ตอนที่ ๑๒ ถึงจะรู้สึกหนาวแต่หัวใจกลับอบอุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

     

     เดือนต่อมา

     วันเวลาผ่านไปอย่างยาวนาน อากาศเข้าสู่ช่วงหนาวเหน็บเย็นยะเยือก แม้จะผ่านพ้นช่วงพายุหิมะไปแล้วก็ตาม เหล่าผู้คนบ้านตระกูลเซ็นจูส่วนใหญ่ต่างพักผ่อน ไม่คิดที่จะรับภารกิจใดๆ แม้ว่าบ้านตระกูลอุจิวะในตอนนี้จะรับภารกิจจากแคว้นและเกิดการสู้รบกับบ้านตระกูลฟุคุ 

     สองพี่น้องแห่งเซ็นจูนั่งจิบชาข้างๆ เตาพิงไฟอิโรริ อาการหนาวเช่นนี้ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรอีกแล้ว จับคุไนมือก็เย็นเฉียบ ดาบรึ? มันหนาวเกินกว่าจะฟาดฟันใครได้ ส่วนแม่ตัวซื่อบื้อก็ดันนอนหลับพักผ่อนแถบจะทั้งวัน ไม่มีเวลาที่เขาจะไปยุ่งได้เลย

     มืดแล้วตอนนี้หล่อนคงนอนหลับปุ๋ยแล้วกระมั้ง...

     "ท่านพี่ ข้าจะทำอย่างไรดี?" โทบิรามะเอ่ยถามฮาชิรามะด้วยความร้อนรน 

     "เจ้าชอบฮิสึงิรึ?" ฮาชิรามะไม่ตอบแต่ถามกลับผู้เป็นน้องไปตรงๆ

     "จะว่าเช่นนั้นก็ได้...หล่อนไม่เหมือนใคร หล่อนมีบางสิ่งที่พิเศษต่อข้า" โทบิรามะกล่าวก่อนจะจิบชาร้อนๆแก้หนาว โดยปกติแล้ว หน้าหนาวเช่นนี้เห็นสมควรจะต้องร่ำสุราแทนน้ำชาร้อนๆ แต่ติดที่แม่คนหัวอ่อนนั้นไม่ชอบกลิ่นสุราถึงแม้ว่าเขาจะจิบแก้หนาวไปเล็กน้อยก็ตาม 

     "หรือ?" ฮาชิรามะยิ้มบางๆให้กับผู้เป็นน้อง "มันคงต้องใช้เวลา เจ้าก็ลองๆไปเลียบเคียงถามดู หล่อนชอบอะไรก็นำไปมอบให้สิ หล่อนนะเป็นสตรีที่ดีเชี่ยว หรือไม่เจ้าก็ลองดึงดวงดาว ส่อยดวงจันทร์มาให้หล่อนสิ บางทีหล่อนอาจจะยอมเป็นเมียเจ้าก็ได้" ฮาชิรามะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตลบขบขัน

     "คงไม่มีใครสามารถทำได้ขนาดนั้นหรอก ท่านพี่!" โทบิรามะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

     เขาไม่ได้มีวิชาคาถาที่เก่งกาจขนาดนั้น...แม้จะอยากอยู่กับหล่อนแต่คงไม่อาจถึงชั่วนิรันดร์ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ดีกว่าไม่ได้อยู่รวมกัน เขาอยากจะลองดูสักครั้ง ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยเช่นนี้

     เฮ้อ...เขาถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง

     "เจ้าชอบฮิสึงิตรงไหนกัน...เพราะความเข้มแข็งที่มี นิสัยอ่อนโยน หรือเพราะความซื่อที่ตรงไปตรงมากัน หรือเพราะว่าความสามารถกัน"

     "ข้าก็บอกไปแล้วว่าข้ารู้สึกพิเศษต่อหล่อน จะรูปร่างหน้าตาล้วนไม่เกี่ยวข้องสำหรับข้า" โทบิรามะกล่าวคำตอบออกมา สายตาของเขาทอดมองไปยังภาพวิวทิวทัศน์ภายนอกที่ดำมืด สักพักจึงถามผู้เป็นพี่กลับไป "ท่านละ ท่านชอบคุณหนูตระกูลอุซึมากิ ตรงไหนกัน" โทบิรามะกล่าวถาม

     นี่ทำให้ชายหนุ่มอย่างฮาชิรามะคิดหนัก...

     "ข้าไม่รู้ ได้คุยเพียงไม่กี่ประโยค ข้ากลับรู้สึกมีความสุข" ฮาชิรามะตอบและหลับตาลง เขานึกถึงแม่สาวผมแดงท่าทางสูงศักดิ์แต่ทว่าอ่อนโยน คุณหนูใหญ่มิโตะละมั้ง ที่เคยได้พบกันในคราวที่เขานั้น ได้รับภารกิจการว่าจ้างจากแคว้น 

     !

     เสียงฝีเท้าของคนวิ่งเข้ามาใกล้ๆห้องนี้ บานประตูถูกเลื่อนเปิดด้วยความรวดเร็ว พบกับสาวใช้สองสามคนที่มีท่าทีตื่นตระหนก ตกอกตกใจ ทั้งสองหันไปมองไม่ทันที่จะถาม เหล่าสาวใช้ก็เอ่ยปากทันที

     "ท่านฮิสึงิหายตัวไปเจ้าค่ะ!" 

     "แล้วพวกเจ้ามีธุระอันใดจึงไปหานางกัน?" โทบิรามะกล่าวถามด้วยความสงสัย เขากำชับไปแล้วว่าหากไม่มีธุระอันใดก็ห้ามไปยุ่งรบกวนแม่คนหัวอ่อนนั้นเด็ดขาด

     "ครรภ์ของท่านมิสึบะเจ็บหน่วงๆ พวกข้าน้อยเลยมาตามท่านฮิสึงิ ท่านหมอกล่าวว่าให้ตามนาง พวกข้าน้อยตามหานางทั่วแล้วก็ไม่พบ เลยมาแจ้งท่านชาย" สาวใช้ทั้งสองกล่าวไม่กล้าสบตาท่านชายโทิบรามะเลย 

     "พวกเจ้าตามหมอในตระกูลรึยัง" ฮาชิรามะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงปกติ ครรภ์ของท่านอาหญิงนั้นก็น่าเป็นห่วง ด้วยตั้งท้องลูกแฝด อาจจะคลอดก่อนกำหนดในหกหรือเจ็ดเดือนก็เป็นได้...

     "ตามแล้วเจ้าค่ะ!" ทั้งสองกล่าว 

     "พวกเจ้าดูแลท่านอาหญิงเถอะ เดี่ยวข้าไปหานางเอง" โทบิรามะกล่าวและลุกขึ้น


     มืดแล้วหล่อนหายไปไหนกัน เขาคิดอย่างเป็นห่วง ทั้งๆที่อาการของหล่อนก็ไม่สู้ดีเพราะต้องมารับเอาพิษของเขาไป ให้ตายสิ ไม่คิดเลยว่าสตรีตัวเล็กแสนบอบบางอย่างแม่คนหัวอ่อนนั้นจะกล้าออกไปทำอะไรคนเดียว แต่พอนึกถึงการที่หล่อนออกไปตามหาสมุนไพรแล้ว มันทำให้เขารู้สึกกังวลหนักกว่าเดิม

     หล่อนหายไปไหนกัน...

     โทบิรามะคิดก่อนจะรีบเดินลัดไปยังชานเรือนทางเดินตรงหน้าโดยไม่สนถึงอากาศที่หนาวเย็น เขาเดินมายังถึงห้องของฮิสึงิด้วยความเร็ว ดวงจันทร์สีทองสว่างช่วยส่องแสงนำทางเขาที่รีบร้อนจนลืมเทียนไขที่ตนเดินถือมายังห้องเตาผิงไฟ

     เขาเงยหน้ากวาดสายตาไปทั่วหวังว่าจะพบหล่อนสักทีแต่ก็หาพบไม่ จนกระทั้งสายตาของเขามองผ่านหลังคากระเบื้องของตัวบ้านขึ้นไป ก็พบกับร่างเล็กๆในชุดกิโมโนตัวหนาสีขาวที่ผูกโอบิอย่างชุ้ยๆ โดยที่ร่างเล็กนั้นมีกิโมโนตัวหนาคลุมเอาไว้

     "ฮิสึงิ!" เขาตะโกนเรียกร่างเล็ก ทว่าหล่อนดูเหมือนจะไม่ได้ยิน หล่อนนั้นนอนพิงกับตัวหลังคากระเบื้องซึ่งดูเหมือนหล่อนจะผล็อยตัวหลับไป มือข้างหนึ่งนั้นยังคงถือโคมไฟคาเอาไว้อยู่

     พรึบ!

     เขารีบกระโจนขึ้นไปบนหลังคาทันที สองมือช้อนร่างเล็กของหล่อนลงมา จากที่มองดูแล้วหล่อนคงหลับไปจริงๆนั้นละ ร่างกายนั้นเย็นเฉียบ แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องขึ้นไปทำบางสิ่งบนหลังคาบ้านด้วย แต่เขาคิดว่ามันคงต้องเกี่ยวข้องกับตอนที่หล่อนชอบไปทำสมาธิคนเดี่ยวที่แม่น้ำแน่ๆ

     ฮืม?

     โทบิรามะเบนสายตาลงมามือเล็กๆที่กุมชายเสื้อกิโมโนเอาไว้ หล่อนกำมันแน่นมากราวกับว่าไม่อยากปล่อยมันไป บางทีหล่อนคงจะฝันละเมอโดยไม่รู้ตัวละมั้ง โทบิรามะมองโดยที่ไม่คิดจะปัดมือเล็กๆนั้นทิ้งและรีบเดินพาหล่อนเข้ามายังห้องด้านในซึ่งอบอุ่นกว่าบรรยากาศด้านนอก

     "ท่านพ่อ...ท่านห้ามโยนข้าลงน้ำเด็ดขาด! ข้าว่ายน้ำไม่เป็นท่านก็รู้!" ร่างเล็กกำเสื้อของเขาแน่นกว่าเดิม สิ่งที่หล่อนพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวคงเป็นสิ่งที่หล่อนฝันกระมัง และมันทำให้เขาได้แต่โน้มตัวลงไปอยู่ใกล้ๆร่างเล็กที่นอนอยู่ ไม่อยากให้ชายเสื้อกิโมโนของหล่อนที่กำอยู่หลุดออกไป 

     แล้วก็ยังคงนั่งรอแม่คนหัวอ่อนที่ไม่ทราบว่าขึ้นไปทำอะไรบนหลังคานั้นบ่นพึมพำเบาๆ

      "...ข้าสิบเจ็ดแล้ว แม้จะว่ายน้ำไม่เป็น แต่...ข้าจะหาสามีที่ว่ายน้ำเก่งๆ ข้ากลัวพวกคนชั่วช้าจับข้าถ่วงน้ำ...จับข้าขังไว้ในที่แคบ ทำกับข้าเหมือนไม่ใช่คน..." หล่อนหยุดพึมพำมืออีกข้างกำแน่น "ข้าสิบเจ็ดแล้ว...ข้าสิบเจ็ดแล้ว...สิบเจ็ดแล้ว...ข้าจะหาสามีที่โง่กว่าข้า สุภาพ ไม่เรียกข้าว่า...โง่เง่า...ซื่อบื้อ...มันทำให้ข้า..รู้สึกเหมือนคนไร้ประโยชน์" หล่อนคลายมือลงแล้วเงียบไปนานสักพัก

     ส่วนเขานะหรือ...นิ่งค้างไปเสียนานเลยทีเดียวกับคำพูดแสนไร้เดียงสานั้นที่เหมือนจะต่อว่าเขาอ้อมๆ 'ข้าจะหาสามีที่โง่กว่าข้า สุภาพ ไม่เรียกข้าว่า...โง่เง่า...ซื่อบื้อ...มันทำให้ข้า..รู้สึกเหมือนคนไร้ประโยชน์...'

     หล่อนไม่ชอบมันสินะ...

     โทบิรามะคิดหนัก แต่ไหนแต่ไรเขาก็มักพูดจาปากหนักเช่นนี้ เห็นทีจะแก้ไขยากเสียแล้ว...เขาลุกขึ้นมานั่งให้เรียบร้อยและรักษาระยะห่างจากร่างเล็กๆ ที่เริ่มหลับลึกอีกครั้งบนฟูกนอนที่เขาห่มผ้าให้ เขาไม่อยากจะปลุกหล่อนเลย เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาควรจะปั้นสีหน้าอย่างไรดี

     "...แปลกที่ข้าชอบความตรงไปตรงมานั้น ชอบ...ชอบที่สุดเลย..." หล่อนพึมพำและยิ้ม "แปลก...แปลก...แปลก..." หล่อนพึมพำคำว่าแปลกซ้ำไปซ้ำมา

     แปลก...อะไรของหล่อนกัน เขาคิด...ชอบที่สุดอะไรกัน...

     จนกระทั่งเทียนไขดับลงไปสองเล่มหลายชั่วยาม หล่อนเริ่มขยับตัว คงเพราะเริ่มอิ่มตัวจากนอนหลับแทบจะทั้งวันแล้วกระมัง หล่อนขยับตัวขึ้น เปลือกตาเริ่มมีการเคลื่อนไหว ขนตางอนยาวนั้นกระพือ สองมือคว้านหาบางสิ่งในความมืด หล่อนเริ่มคลานออกจากฟูกนอนหนาๆ

     สายตายังคงมัวเลยไม่สามารถมองสิ่งใดได้ชัด...หล่อนหยุดคลานแล้วนิ่งสงบ พอสายตาเริ่มมองชัดก็มีท่าทีตกอกตกใจเป็นอย่างมาก

     "ท่านชาย..." หล่อนเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ "ท่าน...เข้ามาในห้องข้าทำไม เอ๊ะ ข้า..." หล่อนเอ่ยด้วยความรีบร้อนพูดจางุนๆงงๆ

     "สาวใช้บอกกับข้าว่าเจ้าหายตัวไป แต่ออกมาตามหา เลยพบเจ้าหลับอยู่บนหลังคาเรือน เจ้าขึ้นไปทำอะไรบนนั้นกัน?" เขาเอ่ยถามหล่อนซึ่งห้มหน้าลงอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร

     "ก็แค่ฝึกวิชา...แต่ฝึกไปฝึกมาข้ากลับหลับแทนที่จะทำสมาธิ" หล่อนกล่าวน้ำเสียงอายๆ "เป็นเพราะร่างกายอ่อนล้าก็เลย...ก็เลย...ง่วงตลอดแทบทั้งวัน" หล่อนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ

     รู้ตัวเองดีแต่กลับยังฝึกวิชา...

     เจ้านี่มัน...เฮ้อ...

     ในทีแรกเขากะจะดุหล่อนเสียหน่อย แต่พอนึกถึงสาเหตุแล้วก็ไม่สามารถดุได้ลง หล่อนกล่าวว่าหากฝึกวิชาสำเร็จ ก็คงหายในเร็ววันไม่ต้องลำบากใครให้มาคอยดูแลรวมถึงเขาด้วย

     "สาวใช้? พวกนางมาทำไมหรือเจ้าค่ะ?" หล่อนถามด้วยความสงสัย

     "ท่านอาหญิงเจ็บท้องคลอดกระมัง ก็เลยให้สาวใช้มาเรียกเจ้า..." เขาตอบและนั้นทำให้ฮิสึงิลุกขึ้นโดยบัดดล แต่สุดท้ายด้วยความรีบร้อนจึงสะดุดชายผ้าห่มผืนหนา

     ควับ!

     เขาคว้าร่างเล็กเอาด้วยความว่องไว

     "เจ้านี่ซุ่มซ้ามจริงๆ..." สุดท้ายก็ไม่อาจอดต่อว่าจนได้ "ให้เจ้าเดินคงไปไม่ถึงไหน ข้าจะอุ้มเจ้าไปหาท่านอาหญิงก็แล้วกัน" เขากล่าว ช่วงนี้หล่อนเดินแล้วชอบสติวูบดับบ่อยๆ ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงจากผลของพิษที่เหลืออยู่

     "!!" ฮิสึงิตกใจที่ตกใจที่จู่ๆ เขาก็อุ้มหล่อนขึ้นมาโดยไม่รีรอคำตอบใดๆ

     "ท่าน!" หล่อนเอ่ยเรียกแต่เมื่อเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจอะไร หล่อนก็เงียบไป แน่นอนหล่อนไม่กล้าเถียงเขาหรอก ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูจะจนปัญญาต่อกรกับเขาเสมอ จนกระทั่งมาถึงห้องของท่านอาหญิงที่มีสาวใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด เขาว่างฮิสึงิลง และรอที่ข้างนอกเช่นเดียวกับสามีของท่านอาหญิงและคนในตระกูลคนอื่นๆ

     เทียนไขมอดดับลงไปแล้วหลายเล่ม...

     เสียงร้องกรีดร้องของท่านอาหญิงดังไปทั่วเรือน แต่สุดท้ายก็หยุดลงในที่สุด...กลายเป็นเสียงของเด็กทารกที่ร้องไห้งอแง เสียงของเด็กที่มีชีวิตชีวา ไม่นานหลังจากจัดการทำความสะอาดข้างของภายในห้องจนเรียบร้อย ทุกๆคนภายในตระกูลก็ได้เห็นสมาชิกคนใหม่ทั้งสองเป็นทีเรียบร้อย


     ฮิสึงิออกมาด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้า แต่หล่อนกลับยิ้มด้วยความยินดี เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นเขาจึงละตัวออกมาจากท่านพ่อและท่านพี่ฮาชิรามะ เพื่อเข้ามาใกล้ๆกับหล่อน ด้วยกลัวว่าหล่อนจะล้มลงไปอีก

     พูดไม่ทันขาดคำหล่อนก็หน้ามืดอีกแล้ว!

     "ท่านหมอ!" สาวใช้ที่อยู่ๆข้างพยุงหล่อน ในขณะที่เข้าเดินเข้ามาช่วยพยุงต่อ

     "เจ้าไปดูแลท่านอาหญิงเถอะ ข้าจะอุ้มนางไปส่งที่ห้องเอง" เขากล่าวสาวใช้และอุ้มร่างเล็กๆขึ้นมาภายในอ้อมแขนแกร่งของตน โดยที่ไม่สนว่าใครต่อใครภายในตระกูลจะมองมาที่ตน เขาหาได้ใส่ใจไหม...

     ระหว่างทางที่เดินมานั้นหล่อนก็เริ่มได้สติ

     "ท่านชาย"หล่อนเรียกเขา

     "เจ้าน่ะ" เขากล่าว "ปฎิเสธข้าเพราะไม่ชอบที่ข้าต่อว่าเจ้าหรือ..." เขาถามและชายตามองร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน

     "!" หล่อนตกใจ "ข้าน้อย..."

     "ข้าขอโทษด้วย" เขากล่าวขอโทษหล่อน ถ้านั้นทำให้หล่อนรู้สึกว่าตนนั้นไร้ประโชยน์หรือโง่เง่า มักทำให้เขาต้องดุว่าบ่อยๆ ไม่ว่าจะเรื่องฝึกฝนการต่อสู้ เรื่องออกไปไหนมาไหนคนเดียว กระทั่งเรื่องเมื่อตอนนั้นอีก...

     "ท่านหวังดีต่อข้า ข้าไม่ถือสาหรอก...ไม่ต้องขอโทษข้าหรอก" หล่อนกล่าวด้วยเสียงเบาๆ "ข้าไม่ได้เกลียดท่านเพราะเรื่องนั้น อย่ากังวลเลย..." หล่อนหันหน้าไปอีกทางพยายามไม่สบสายตาเขามากไปกว่านี้

     "งั้นเจ้าชอบหรือไม่?" เขาถามและขยายความต่อ "ที่ข้าพูดตรงๆเช่นนั้น" เขากล่าวตอนนี้อยากฟังคำตอบจากร่างเล็กๆ  อยากฟังคำตอบที่ไม่ใช่การละเมอออกมา หรือว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันของตัวหล่อนกันเขาคิดเมื่อเห็นว่าหล่อนเงียบ

     "ข้าชอบ ข้าชอบความตรงไปตรงมาของท่าน ท่านอย่าทำสีหน้าเช่นนั้นเลย" หล่อนหันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงจริงๆจัง และมองหน้าเขาอีกครั้ง

     นั้นทำให้เขายิ้มออกมาชั่วขณะหนึ่ง

     "ท่านยิ้ม?" หล่อนถามและกระพริบตาถี่ๆราวกับสิ่งที่เห็นนั้นเป็นภาพหลอน คงเพราะตอนที่เขาเดินออกมาหาได้หยิบเทียนติดมือกลับมาด้วย อาศัยเพียงแสงจันทร์เท่านั้นที่ส่องนำทาง

     ขาไม่ตอบ...ปล่อยให้หล่อนคิดเอาเอง

     จนกระทั่งมาถึงห้องของหล่อนเขาจึงย่อตัวลง ค่อยๆ ให้หล่อนค่อยๆ ยืดตัวยืนขึ้นเอง โดยที่หล่อนนั้นจับบ่าทั้งสองของเขาเอาไว้ แม้จะผ่านมาเป็นเดือนแล้ว อาการแขนขาอ่อนแรงก็ยังคงไม่หายไปไหน...หล่อนกล่าวว่าคงใช้เวลาหลายปี หาไม่ก็คงเป็นไปตลอด เรื่องนี้หล่อนไม่อาจคาดเดาได้ มันทำให้เขาอยากจะดูแลหล่อนให้ดีกว่าเดิม ไม่ใช้เพียงแค่การดุ หรือกล่าวเตือน...

     ถ้าหล่อนแต่งเป็นเมียเขาคงจะดีกว่านี้...

     "เจ้านะ...รังเกียจข้ารึ จึงไม่อยากแต่งกับข้า" จู่ๆเขาก็หลุดปากถามออกมา

     "..." หล่อนเงียบแต่ทว่าพวงแก้มกลับเริ่มแดงจนตัดกับผิวขาวซีดได้ชัด "ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน เพียงแต่ว่า...ข้ากลับรู้สึกแปลกๆต่อท่าน ไม่อยากจะให้..." ไม่ทันที่หล่อนจะเอ่ยจบก็ถูก...!

     พรึบ!

     ร่างเล็กๆนั้นถูกกอดส่วมกอดด้วยความรวดเร็ว ริมฝีปากนั้นถูกครองครองโดยท่านชายรองตรงหน้า โลกทั้งใบราวกับสั้นสะเทือน ร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวราวกับว่าตกอยู่ในกองไฟที่แสนอบอุ่น โทบิรามะยังคงบรรจงริมฝีปากเข้าหาร่างเล็กด้วยความต้องการที่ก่อตัวขึ้น ร่างของหญิงสาวในอ้อมกอดนั้นอ่อนระทวยอย่างไม่อาจขัดขืนเขาได้

     ริมฝีปากของหล่อนนั้นช่างน่าพิษสมัย แปลกทว่ากลับดึงดูดให้เขาทำมากกว่านั้น เขายังคงเชยชมริมฝีปากด้วยความละเมียดละไม ดูดดื่มกับมันด้วยความเชื่องช้า วนเวียนอยู่เช่นนั้นราวกับคนไมรู้จักพอ แต่กระนั้น สุดท้ายก็จำใจต้องหักห้ามความปรารถนาเอาไว้ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปไกล...

     "ความรู้สึกนี้ใช่หรือไม่..." เขาถามหลังจากที่ผละริมฝีปากออกมา 

     ใช้ความรู้สึกที่โหยหาหรือไม่...ความปรารถนาที่จะไม่เดี่ยวดายตลอดไป...ความปรารถนาที่จะเติมเต็มบางสิ่งที่เราต่างก็ต้องการ เขาคิดและมองร่างเล็กตรงหน้าอีกครั้งและอีกครั้ง...

     ร่างเล็กตรงหน้ายังไม่ตอบ นิ้วมือเล็กนั้นแตะที่ริมฝีปากของตน ใบหน้าไม่ได้แสดงอาการอะไรมีเพียงพวงแก้มที่แดงยิ่งกว่าเดิม เขาเงียบลงเช่นกัน...รู้ดีว่าวันนี้ตนกระทำตัวไม่สมกับเป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย เผลอล่วงเกินสตรีตรงหน้าไปเสียแล้ว

     "ความรู้สึกนี้...แปลก...แปลกเหลือเกิน" หล่อนเอ่ยเหมือนกับสิ่งที่ได้เพ้อละเมอออกมา 

     โทบิรามะยิ้มกว้างไม่ได้กล่าวอะไร ตอนนี้มันคงไม่ยากที่จะทำให้สตรีผู้ไม่ประสีประสารู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแล้ว...เขาหวังว่าแม่คนหัวอ่อนนี้คงจะได้ข้าใจอะไรขึ้นมา ได้อะไรสักนิดก็ยังดี...




จบตอน






1 คอมเม้นท์ = 100 กำลังใจ รักกันชอบกันช่วยให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

329 ความคิดเห็น

  1. #314 แอ๋วซ่าส์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 14:48

    จิกหมอนอีกแล้ว เขินมากเลย

    #314
    0
  2. #308 fatin-creammy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 22:58

    โอ๊ยเขินhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-04.png

    #308
    0
  3. #228 小天 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 23:01
    ฟินนนนนน~~~~
    #228
    0
  4. #91 Akame (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 12:42
    ฟินนนนนนนนนน~~~~~ ขอตอนต่อไปด่วนค่าาาาาาา!!!!!
    #91
    0
  5. #90 Kmpainting (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 07:32
    ฟินมั๊กๆเลยเจ้าค่ะ โทบิรามะซามะเจ้าค่ะรีบๆจีบนะเจ้าค่ะ จะได้มี nc ให้อ่าน // โดนระเบิดน้ำมังกรวารีแล้วดับ
    #90
    1
  6. #89 Nic_Saki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:51
    อ้ากกกกก ฟินนนน
    ท่านชายยยย เดี๋ยวท่านจะได้แต่งเมียแล้วนะ ฮิ้ววว บันไซ!! บันไซ!!!!
    #89
    0
  7. #88 252555555 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:35
    ฟินนนนนนน
    #88
    0
  8. #87 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:35
    อ๊ายยยย เขินท่านชายรองของเรากำลังได้เมียแล้ว5555555
    #87
    0
  9. #86 ~เจ้าหญิงกุหลาบ~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:34
    กริ๊ดดดดดด โทบิรามะซามะร้าย
    #86
    0
  10. #85 pangz' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:22
    โว้ยยยยกรี๊ดดดด ฮือออ เขินเว้ย ท่านชายรองเอาแล้ว ไม่เบาเลยน่า ฉกจูบเอาดื้อๆ555555 แต่งเลย แต่งเลย!
    #85
    0
  11. #84 Gee - chan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:09
    วี๊ดดดดดด ในที่สุด!//กระโดดรอบห้อง
    #84
    0
  12. #83 Narisarafern (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:56
    รีบมาต่อน้าาาา
    #83
    0