*ดองชั่วคราว* ยอดดวงใจ ♥ ท่านเสนาบดี

ตอนที่ 7 : ยอดดวงใจ...ท่านเสนาบดี ♥ ตอนที่ ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    31 ม.ค. 61

     

     สายตาพวกนี้มัน...ทำให้นางเกร็งจริงๆ

     หรงเซียนจับมือของฮุ่ยเหยียนที่ประคองนางเอาไว้แนบแน่น ตอนนี้นางแต่งตัวงามกว่าปกติเป็นอย่างมาก ผมม้วนเกล้าสูงครึ่งศีรษะปล่อยปล่อยยาวเต็มแผ่นหลัง ปักด้วยปิ่นทองระยา แลเครื่องประดับบนเรือนร่างนั้นขับให้งดงามไม่แพ้เหล่าสนมนางในวัง และไม่ให้เสียเกียรติของสกุลต้านไถ กระทั่งความร่ำรวยของสกุลจาง
     
      ส่วนชุดก็ใช้สีขาวจากผ้าไหมเนื้อดีลงลายดอกไม้เล็กจากดิ้นเงินบางๆ ไปทั่วชุด ชายขอบชุดเป็นแทบผ้าสีเขียวปักลงลายกลมกลืนกันด้วยดิ้นทองล้ำค่า ผ้าผูกเอวก็เป็นสีเขียวแก่ผสมสีแดงเข้มลงลายคล้ายๆ ชายขอบของชุด ส่วนผ้าที่นำมาคล้องแขนก็เป็นผ้าสีแดงสดลงลวดลายปักจนทั่วพื้นผ้าด้วยดิ้นล่ำค่าเช่นเดียวกันเพื่อให้เข้าชุดกัน

     นางเดินอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน ฟังฮุ่ยเหยียนเล่าไปเรื่อยๆ ระหว่างทางว่าใบไม้บนต้นนี้ เป็นต้นอะไร ฤดูไหนจะสวย ฤดูไหนจะออกดอกงดงาม นี้เป็นช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิ ตอนนี้เจ้าต้นเฟิงชู(เมเปิ้ล)ในสวนข้างๆเรือนของนางกำลังออกดอกสีแดงส้มๆ หากเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงสวนข้างเรือนคงจะสวยน่าดู...

     "วันนี้เจ้าสวยมาก บางทีข้าไม่อยากให้ใครมองเจ้าเลย" ฮุ่ยเหยียนเอ่ย วันนี้เขาเองก็แต่งตัวหล่อเหล่าเช่นกัน ด้วยชุดขุนนางเต็มยศดูสง่างามมีราศี

     "ฮุ่ยเหยียน...ข้ากลัว" นางเอ่ยบอกเขาเบาๆ และเหม่อมองพื้นเบื้องล่าง

     "มองข้าสิ" เขากล่าวพลางกระชับตัวนางให้แนบชิดกับร่างสูงใหญ่ของเขา "ใครจะมองเจ้าอย่างไร คิดเสียว่าเขามองฮูหยินของเสนาบดีฮุ่ย"

     อ่า...

     นี่เขาจะบอกว่าผู้อื่นมองนางในฐานะภรรยาของเขาอย่างนั้นสินะ? ให้คิดเสียว่าพวกเขาไม่ได้มองนางจางหรงเซียน ดังนั่นนางต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ต้องทำตนให้เหมาะสมกับการเป็นภรรเอกของเขา ให้เขาภาคภูมิใจ..

     "อื้อ!" นางรับคำอย่างมาดมั่น เริ่มเชิดคอใบหน้าตั้งตรง มองไปยังด้านหน้า

     เพื่อหน้าตาและศักดิ์ศรีของเจ้าใบไม้สามสี นางต้องกล้าที่จะมอง! จะเป็นเมียที่มิทำให้เขาต้องอับอายอย่างเด็ดขาด หรงเซียนเริ่มมีความมั่นใจ ภาพที่นางก้าวเดินไปพร้อมกับฮุ่ยเหยียนตอนนี้นั้นราวกับคนสูงศักดิ์ ยามนางก้าวบันไดแต่ละขั้นไปยังตำหนักใหญ่ตรงหน้านั้น คล้ายเซียนกำลังร่ายรำบนท้องฟ้า ชายกระโปรงยาวสีขาวด้านในที่พริ้วไหวไปกับพื้นของตำหนักดุจเทพธิดาบนสรวงสวรรค์

     "บางทีข้าก็อยากให้เจ้าเป็นเหมือนเดิม
 

     ฮืม?

     ทำไมกันละ ตอนนี้นางกำลังสู้กับสายตามากมายที่มองนางกับเขาอยู่นะ ข้ากำลังทำเพื่อท่านอยู่นะ

     "เจ้างามเกินไป ข้าเกลียดสายตาของพวกขุนนางคนอื่นๆที่มองเจ้า"

     นางรู้สึกดีจังที่เขากล่าวเช่นนี้...

     "แต่ว่า..ใบหน้าของเจ้าดูซีดเซียวผิดปกตินะ" ฮุ่ยเหยียนกล่าว สายตาของเขามองมายังนางด้วยความรู้สึกที่แฝงไปด้วยเล่ห์กลแปลกๆ ตอนนี้นางไม่ได้เหนื่อยหรือรู้สึกล้าใดๆ ทั้งสิ้น ระยะทางการเดินถือว่าไม่ไกลมากนักเพราะรถมาได้เข้ามาส่งเกือบถึงตำหนักเลยทีเดียวตามกฎของวังแห่งนี้

     อ่ะ!

     จู่ๆ ฮุ่ยเหยียนก็รวบตัวของนางอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มางาน ฮุ่ยเหยียนหัวเราะๆเบา นี่เขาต้องการทำให้นางเขินอายอย่างนั้นหรือ?

     "แบบนี้ไอพวกขุนนางนั้นก็ไม่กล้ามองเจ้าแล้ว ฮ่าๆ" เขาหัวเราะอีก "รู้ไว้เลยว่าข้าฮุ่ยเหยียนรักเมียของข้ามาก" เขาเอ่ยเสียงดัง พอที่ให้เขาอื่นๆ ได้ยิน

     "ท่าน!....ข้ากำลังทำเพื่อท่านอยู่นะ..." นางเอ่ยเบาๆ ใบหน้าเขินอายเล็กน้อย "ข้าอยากเป็นภรรยาที่เหมาะสมกับท่านนะ..ไม่อยากทำให้ท่านเสียหน้า"

     "ข้าสนเพียงเจ้าเท่านั้น เรื่องอื่นข้าไม่ใส่ใจมันหรอก...เข้าไปกันเถอะ" เขาเอ่ยและอุ้มนางก้าวผ่านประตูธรณีของตำหนัก เดินตามนางกำนัลมายังที่ประจำยังโต๊ะตัวเตี้ยมีเบาะรองหรูหรา โดยที่โต๊ะนางนั้นอยู่ข้างๆ เขาไม่ห่างกันไปไหน ดูเหมือนว่าแม้จะเป็นเพียงเสนาบดีขั้นหนึ่ง แต่ฮ่องเต้ไว้พระทัยมากจึงได้นั่งอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่างไปใกล้เหมือนขุนนางท่านอื่นๆ

     บรรยากาศในตำหนักนั้นใหญ่โตโอฬารมาก ข้าวของภายในตำหนักนี้ก็หรูหราสมกับเป็นของราชวงศ์ พอผ่านไปสักพักหนึ่งจนแขกในงาน แลเหล่าสนมที่สามารถเข้าร่วมได้มากันครบ ก็มีเสียงของขันทีประกาศถึงการมาถึงขององค์จักรพรรดิในฉลองพระองค์สีทองงดงาม ทุกๆคนในที่นี้ต่างยืดตัวถวายคำนับกันเอ่ยสรรเสริญ จนกระทั่งองค์จักพรรดิกล่าว

     "นั่งลงได้" 

     ทุกๆ คนจึงนั่งประจำที่ นี้เป็นงานเลี้ยงตอบแทนเหล่าขุนนาง ในงานนี้อาจจะมีการเลื่อนยศประทานรางวัล หรือกระทั่งกำจัดขุนนาง เอาผิดแต่ละคน... ในงานนี้ก็จะมีครอบครัวขุนนาง แขกคนสำคัญ เหล่าสนมผู้ทรงโปรด มาร่วมงานทำให้ดูยิ่งใหญ่ อลังการณ์

     งานเลี้ยงเริ่มต้นด้วยการที่นางกำนัลรับใช้ในวังนำอาหารที่จัดเตรียมมาวางในแต่ละโต๊ะพร้อมๆกัน เมื่อองค์จักรพรรดิทรงเริ่มพูดจาตรัสกับขุนนาง บรรดาแขกในงานก็เริ่มพูดจาปราศรัยกันเอง

     "ฝ่าบาทเพค่ะ วันนี้เสนาบดีฮุ่ยพาฮูหยินมาร่วมงานด้วย วันนี้ช่างเป็นวันที่น่ายินดีจริงๆ" เสียงของฉีกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ย แม้จะเบาแต่ก็พอจะได้ยินอยู่บ้าง ดังนั่นองค์จักรรพดิจึงตรัสขึ้นอย่างขำขัน เพราะตอนนี้พระองค์กำลังมองมาที่ฮุ่ยเหยียนซึ่งกำลังคีบเนื้อเป็ดตุ๋นป้อนนางอยู่

     "วันนี้ข้าได้เห็นท่านเสนาบดีในอีกมุม นับว่าคุ้มค่าจริงๆ" ตรัสจบก็ทรงแย้มพระสลวย ส่วนฮุ่ยเหยียนนะหรือ เขาก็แย้มยิ้มพลางทูลต่อองค์จักพรรดิไปว่า

     "ยากยิ่งที่นางจะยอมมาร่วมงานกับกระหม่อม คร่านี่นางยอมออกมา กระหม่อมย่อมต้องดูแลอย่างเต็มที่ ไหนจะเจ้าเด็กตัวน้อยๆ ในครรภ์ของนางอีกนะพะยะค่ะ"

     "ดีๆ มีแต่เรื่องดีๆจริงๆ" องค์จักรพรรดิจิบสุราอีกหนึ่งจอกก่อนจะเอ่ย "ฮูหยินของแม่ทัพเว่ย แม่ทัพหลี่ก็ตั้งครรภ์ ฮูหยินของสหายรักของเราต่างมีทายาทเสียที จะได้มีเด็กๆ มาเล่นกับองค์ชาย องค์หญิงของข้าบ้าง" 

     นั่นสินะ...ถ้าเป็นบุตรๆของเพื่อนที่ไว้ใจ ก็ดีกว่าบรรดาบุตรสาวบุตรชายของขุนนางที่ส่งเข้ามาเพื่อหวังผลประโชยน์ 

     เดี่ยวนะ?

     ฮูหยินของแม่ทัพเว่ยตั้งครรภ์ 

     นางก็ว่าอยู่...ว่าทำไมรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของหมอสาวที่ว่า..'แล้วตัวข้าเองก็ไม่อยากตั้งท้องในช่วงเวลาเช่นนี้เลย'     หรงเซียนแอบมองไปที่ท่านแม่ทัพเว่ยที่ข้างกายคือฟางซิน แม้ท่าทีของฟางซินจะดูเฉยชาแต่ยามเห็นนางลูบที่หน้าท้องอย่างแผ่วเบ่าแล้วก็อดนึกถึงตัวนางในตอนนี้ไม่ได้ นางเองก็ตั้งครรภ์เช่นกัน...นางย่อมมีความสุขอยู่ในใจลึกๆ ที่ได้มีทายาทกับคนที่นางรัก

     "ฝ่าบาทข้าได้ยินว่าบุตรสาวของท่านเสนาบดีหวังนั้นร่ายรำงดงาม ไม่สู้ให้นางออกมาแสดงฝีมือสร้างความรื่นเริงให้กับงานเลี้ยง ดีหรือไม่เพค่ะ" คราวนี้เป็นคำพูดของเสียนเฟยที่เอ่ยขึ้น ในงาน..ใครๆก็รู้ดีว่าเต๋อเฟยนั้นดันลูกพี่ลูกน้องของตนเองให้แต่งกับขุนนางดีๆ สักคน หรือไม่ก็แม่ทัพเพื่ออำนาจ... และเสียนเฟยเองก็ไม่ชอบเต๋อเฟย คราวนี้คงกำลังทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเต๋อเฟยต้องอับอายเป็นการแกล้งของนางสนมในวัง

     แม้ว่านางจะไม่ชอบรับรู้เรื่องราวภายในวัง แต่ในเมื่อนางเป็นภรรยาของท่านเสนาบดี นางเองก็ต้องรับรู้เอาไว้ให้มาก เผื่อภายภาคหน้านางจะสามารถนำไปใช้แก้ไขอะไรได้บ้าง

     "ดี" องค์จักพรรดิเอ่ยสั้นๆ ดูเหมือนเขาคงจะอยากชมเหล่าสนมแสดงงิ้วใส่กันด้วยความรื่นเริง นางเองก็เช่นกันรื่นเริงไปกับการเอาอกเอาใจของฮุ่ยเหยียนอยางเพลิดเพลิน

     "เช่นนั้นก็ลองให้นางออกมาร่ายรำเพลงลำนำหงส์เหินดูสิเพค่ะ" คำเอ่ยนี้มาจากฮ่องเฮา พระนางเพียงเอ่ยขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมไฟ หรงเซียนก็ฟังอย่างตั้งใจ งานเลี้ยงนี้ก็ดีเหมือนกันนะ...มีคนมาคอยบริการ มีสาวงามค่อยร่ายรำสร้างความบันเทิงใจ

     "งานเลี้ยงก็เช่นนี้แล...มีงิ้ว มีอาหารรสเลิศ มีเสียงเพลงและนางรำจำเป็นให้เราบันเทิงใจเล่น" ฮุ่ยเหยียนเอ่ยกับนางเบาๆ ให้ได้ยินเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น

     บันเทิงใจเล่น?

     "อยู่กับข้า...ท่านไม่รู้สึกดี จึงต้องมางานเลี้ยงในวังบ่อยๆ หรือ..." นางเอ่ยเสียงอ่อน ตอนนี้ไม่ได้สนใจกับการร่ายรำ ของใคร หรือแม้แต่เสียงเพลงที่กำลังขับร้องเลยแม้แต่น้อย

     "มิใช่เช่นนั้น หากข้าไม่มาเอาใจสหายจอมดื้อรั้นบนบังลังค์มังกร ข้าคงไม่ได้แต่งกับเจ้า.." เขาเอ่ยพลางยกแขนเสื้อขึ้นแล้วจิบสุราอย่างช้าๆ วันนี้เขาไม่ได้ดื่มมากเพราะส่วนใหญ่แล้ว ต้องรับจอกดื่มแทนนางด้วยจากการอวยพรของแขกหลายๆคน เช่นเดียวกับแม่ทัพทั้งสอง "ข้านะอยากอยู่กับเจ้าทั้งคืนจะตายไป ฮูหยินที่รัก" ฮุ่ยเหยียนลูบท้องของนางเบาๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสุขที่อาจซ่อนเร้นได้เลย

     สองแก้มของนางแดงเล็กน้อย...

     งั้นก็ดีแล้วที่เขาไปงานเลี้ยง จะไม่ได้อยู่กับงานทั้งคืนทุกวัน...

     เราคุยกันจนผ่านมาสักพักจนกระทั่ง

     !?

     ทำไมบุตรสาวของเสนาบดีหวังต้องมาร่ายรำใกล้ๆ จุดที่นางนั่งด้วยละเนี่ย เพลงลำนำหงส์เหิน เป็นเพลงยาวที่จะเล่าถึงชีวิตของหงส์...และมัเป็นนตอนที่หงส์กำลังเลือกคู่ด้วย ไอการร่ายรำยั่วยวนแบบนี้คงหวังจะดึงฮุ่ยเหยียนออกมาเป็นฉากประกอบการรำสินะ หงส์ตัวเมียร่ายรำเกี้ยวหงส์ตัวผู้...

     นางควรทำอย่างไรดี...

     "ฮุ่ยเหยียน...ให้ข้าป้อนท่านบ้างนะ" นางเอ่ยพลางใช้ตะเกียบคีบอาหารในจาน ป้อนสามีทีนางรักห่วงแหนยิ่ง นางควรเอาอกเอาใจเขาสิ เขาจะได้สนใจแต่นางอย่างไรเล่า ไม่จำเป็นต้องไปร่ายรำต่อสู้เลย กับไอเจ้าท่อนหงส์แข่งอวดโฉมอะไรนั้น...นางขยับเบาะนั่งให้ติดกับเบาะของฮุ่ยเหยียน ใช้ศีรษะพิงหัวไหล่แกร่งของเขา แลหยิบพัดที่เหน็บไว้มาโบกไปมาเป็นลมเย็นๆ ส่วนฮุ่ยเหยียนเองก็ลูบมือน้อยๆ ของนางอย่างเป็นสุข สายตาของเขาจ้องมองเพียงนาง ไม่มีสายตาจะไปมองหงส์หาคู่ด้านหน้าเลย...

     มื่อหงส์ตัวผู้ไม่สนใจ หงส์ตัวเมียก็ไปอวดโฉม เกี้ยวหงส์ตัวอื่นต่อ...

     หรงเซียนแอบสังเกตบุตรสาวของเสนาบดีหวังเล็กน้อย นางหันไปร่ายรำในด้านฝั่งของท่านแม่ทัพทั้งสองต่อ ดูเหมือนเสียนเฟยจะยิ้มเหยาะเต๋อเฟยเบาๆ ที่ลูกพี่ลูกน้องของนางกินแห้ว มีเพียงขุนนางระดับใหญ่ๆ แม่ทัพไม่กี่คนที่สนใจนาง คนสนิทของฮ่องเต้นะ แทบจะไม่ปรายตามองเลย หากมองก็มองด้วยแววตาเฉยชา มีเพียงยิ้มเบาๆ แล้วหันไปสนใจอย่างอื่นต่อ...

     สักพักเพลงก็ค่อยๆ จบลงพร้อมกับการรำปิดท้ายที่งดงาม...ฮ่องเต้สั่งพระราชทานรางวัลให้กับบุตรสาวของเสนาบดีหวัง สนมแต่ละนางก็พระราชทานของให้กันใหญ่ เป็นการข่มขู่กันเรื่องความโปรดปรานเล็กๆน้อยกันอีกด้วย จนกระทั่งขันทีเริ่มประกาศพระราชทานรางวัลต่างๆ เลื่อนขั้นยศกันเรื่อยๆ

     แล้วก็ถึงคราของฮุ่ยเหยียนบ้าง


     "เสนาบดีฮุ่ย และฮูหยินน้อมรับราชโองการ..." นางและฮุ่ยเหยียนก้มคำนับเตรียมราชโองการ ที่ขันทีเริ่มอ่าน "เสนาบดีต้านไถฮุ่ยเหยียน...ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราเห็นว่าเจ้านั้น ทำงานหนักเพื่อความเป็นสุขของประชาชน ด้วยความรอบคอบ ความระมัดระวัง เป็นตัวแทนของเราในการช่วยดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำงานด้วยความสุจริต จริงใจ และซื่อสัตย์ ไม่คดโกงทำเพื่อผลประโชยน์ส่วนตน จึงขอเลื่อนให้เจ้าดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี"

     อัครมหาเสนาบดี?...นี่องค์จักรพรรดิจะให้ฮุ่ยเหยียนเลื่อนตำแหน่งไปควบคุมขุนนางชั้นเลว แล้วหรือนี่? นางลืมไปสนิทเลยว่าตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีนี่น่ะ เป็นตำแหน่งที่อัครมหาเสนาบดีคนก่อนโดนปลดไปนี่น่า เพียงสองเดือนก็แต่งตั้งฮุ่ยเหยียนขึ้นคุมเลยหรือ?

     "ฮูหยินจางเมื่อห้าปีก่อนได้ช่วยเหลือเราเอาไว้เรื่องหนึ่ง แลด้วยกิริยาท่าทางที่งดงาม มีความเมตากรุณา และคุณธรรมต่อผู้อื่น อีกทั้งยังคอยส่งเสริมสามี วันนี้เราจึงจะพระราชทานยศในนางเป็นฮูหยินขั้นหนึ่งพร้อมชุดประจำตำแหน่ง" พอขันทีเอ่ยจบนางและฮุ่ยเหยียนก็กล่าวรับราชโอการทันที

     ฮ่ะ? เมื่อห้าปีก่อนได้ช่วยเหลือเราเอาไว้ในเรื่องหนึ่ง

     ฮูหยินขั้นหนึ่ง? นี่นางนับว่าอยู่เหรือฮูหยินของขุนนางทั่วๆ ไปแล้วนะเนี่ย... 

    แต่ว่าองค์จักรพรรดิรู้ด้วยหรือนี่...มิใช้แผนคืนตราประทับนั้นออกจะแนบเนียนมิหรอกหรือ?

     "ฮุ่ยเหยียน...ข้า...จะเป็นลม" นางเรียกฮุ่ยเหยียนเบาๆ ตอนนี้นางเริ่มแสร้งแกล้งตกใจจนหน้ามืดทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อนางเริ่มลุกขึ้น ดังนั่นฮุ่ยเหยียนจึงเข้ามารับนางเอาไว้แลประคองอย่างนุ่มนวล

     "หรงเซียน!" ฮุ่ยเหยียนร้องในตอนที่นางแกล้งหมดสตินั้น เขาก็ทูลลาองค์จักรพรรดิเพื่อพานางกลับไปยังจวนสกุลต้านไถทันที ซึ่งองค์จักรพรรดิก็ทรงอนุญาต ไม่ได้ขัดขวางอะไร ก่อนจะให้ขันทีหันไปประกาศราชโองการกับสองแม่ทัพต่อ




...ติดตามตอนต่อไป...



     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

327 ความคิดเห็น

  1. #180 Whatever it is (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 21:44
    แกล้งเป็นลมเป็นด้วย 555
    #180
    0
  2. #153 แกงส้ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 20:36
    นางเริ่มแสดงเป็นและ
    #153
    0
  3. #106 จองกุกผัวรักกก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:14
    หรงเซียนน้อยยยยยยย น่าร้ากกก
    #106
    0
  4. #105 Fata Morgana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 22:43
    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #105
    0
  5. #103 080863xxxx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 21:52
    ดูท่าโรคประหลาดของนางเอกจะหายทันทีเมื่อสามีถูกหญิงอื่นยั่ว5555
    #103
    0
  6. #102 Clione (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 21:20
    นางเอกนิสัยเหมือนคนละคนในทุกๆตอน
    #102
    1
  7. #100 กูลืมตั้งชื่่อ อะนะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:31
    ชอบค่ะ ละมุ่นมากกกกกกก
    #100
    0
  8. #99 Freesia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 18:53
    ฮ่องเต้รู้ด้วย ...ขำหรงเซียนแกล้งเป็นลม ฮ่าๆๆ
    #99
    0