*ดองชั่วคราว* ยอดดวงใจ ♥ ท่านเสนาบดี

ตอนที่ 4 : ยอดดวงใจ...ท่านเสนาบดี ♥ ตอนที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    31 ม.ค. 61

    


    
     ใบไม้สามสี...

     ต้นเฟิงชู(เมเปิ้ล)ของจวนที่นี้มีอยู่สองต้นไม่ได้ใหญ่มาก ในช่วงใกล้ฤดูหนาวจะเริ่มเปลี่ยนสี ซึ่งนางชอบมาก นางเคยเข้ามาดูต้นเฟิงชูครั้งหนึ่งซึ่ง มันก็เป็นช่วงปีที่นางป่วยหนักเป็นวัณโรค อาการสาหัสมาก ในตอนนั้นฮุ่ยเหยียนมักจะเด็ดใบของต้นมาให้นางชมเสมอๆ เขารู้ว่านางชอบใบไม้มาก ดังนั้นทุกๆ เย็นเขาจะนำมาให้นางดูเล่นที่จวนสกุลจาง...นางรู้สึกดีมากเลยละ แต่ช่วงนั่นอาการของนางไม่สู้ดีเลย นับวันยิ่งแย่ลง จนกระทั่งฮุ่ยเหยียน ทูลขอองค์จักรพรรดิให้ส่งหมอหลวงมารักษานาง แม้ทีแรกจะเกือบไม่รอดแต่ด้วยฟ้าชะตาลิขิต อาการของนางจึงดีขึ้นเรื่อยๆ กินเวลาครึ่งปีจึงหายสนิท

     จริงๆแล้ว เป็นลูกสาวของหมอหลวงผู้นั้นที่เข้ามารักษานาง...ด้วยวิธีการรักษาที่แปลก สูตรสมุนไพรที่ปั้นเป็นเม็ดเล็กๆนั้นที่ทำให้นางทานประจำจึงกลับมาหายดี...แม้บางครั้งอาการจะกำเริบบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาสาหัสแต่อย่างใด นางได้ข่าวว่าลูกสาวของหมอหลวงผู้นั้นบัดนี้กลายเป็นฮูหยินจวนแม่ทัพแล้ว ช่างน่ายินดีจริงๆ เหมือนจะจำได้ว่าตนเคยไปร่วมพิธีงานทงคลด้วยเลย...

     นี้ก็เริ่มเย็นแล้ว...

     หรงเซียนลุกขึ้นยืนโดยมีสาวใช้ประคอง นางเดินออกจากศาลาพลางดันปิ่นประดับผมให้แน่น ด้วยเกรงว่าจะหล่นตกลงไปในสระได้ ในใจนึกคิดคืนนี้นางจะรอดไหมนะ? ฮุ่ยเหยียนยิ่งเปรยๆออกมาตอนเช้าว่าอยากมีเด็กตัวน้อยๆ มาวิ่งเล่นในบ้านหลายๆคน

     "..." 

     อ่า...เห็นทีนางต้องแกล้งหลับแต่หัวค่ำแล้ว

     "ฮูหยินเจ้าค่ะเป็นอะไรไปเจ้าค่ะ"

     "...ไม่มีอะไร" นางเอ่ยไปเบาๆ พลางสายหัวเล็กน้อย ตอนนี้นางลองเปิดใจให้สาวใช้ผู้นี้ดูสักเล็กน้อย นางอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ แต่นางก็ยังคงสีหน้าเหม่อลอยไว้อยู่เสมอ ในปกตินางไม่เอ่ยอันใดกับใครเลยนอกจากฮูหยินผู้เฒ่ากับฮุ่ยเหยียน

     "...เอ่อ...ฮูหยินเจ้าคะ เย็นนี้ท่านเสนาบดีบอกว่า ไม่ต้องตกใจไป วันนี้ท่านแม่ทัพเว่ย และท่านแม่ทัพหลี่มาสังสรรค์ที่จวน ท่านเสนาบดีบอกว่าให้ท่าน ทานมือเย็นแล้วรีบเข้านอนได้เลยไม่ต้องรอเจ้าค่ะ"

     "..." นางพยักหน้าเบาๆ

     แม่ทัพเว่ยกับแม่ทัพหลี่ ทั้งสองเป็นสหายสนิทของฮุ่ยเหยียน ปกติแต่ก่อนจะมาสังสรรค์กันที่โรงเตี๊ยมสกุลจาง พวกเขามาคุยกันนานๆครั้ง เพราะติดศึกสงครามไม่มีโอกาสได้มาเจอกัน ยามนี้ชายแดนสงบมาได้สักพักแล้ว องค์จักรพรรดิจึงทรงเรียกกลับ หากนับวันแล้วก็คงวันนี้เห็นจะได้...

     คืนนี้นางได้คงนอนหลับอย่างเต็มอิ่มโดยที่ไม่มีใครมารบกวนอีกแล้ว... หญิงสาวยิ้มน้อยๆ รีบเดินกลับไปยังเรือนของตนทันที

................................................................


     การสังสรรค์เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็น นางเห็นคนในจวนกำลังวุ่นวายอยู่ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะบ่าวรับใช้ในครัวที่กำลังจัดการเรื่องอาหารเลี้ยงแขกผู้มีเกียรติถึงสามท่านอย่างสุดฝีมือ สามท่าน? มิใช้สองท่านหรอกหรือแม่ทัพเว่ยและแม่ทัพหลี่... หญิงสาวกำลังย่อตัวอยู่ทางเข้าโถ่งหลักของเรือน ที่บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นจัดโต๊ะกลมๆ ตัวใหญ่แทนที่ บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศ และบุคคลที่ทำให้นางย่อกายลง!

     ตอนแรกนางตัดสินใจจะกลับเรือน แต่ด้วยความที่นางก็พอจะรู้ว่าท่านแม่ทัพเว่ยและแม่หลี่นะชอบทานอาหารอะไร เพราะในครั้งที่นางยังดูแลกิจการของสกุลจางทั้งสองถือเป็นลูกค้ากิตติมศักดิ์เลย นางก็เลยแวะมาดูซิว่า ที่ครัวทำไว้ด้วยรึเปล่า เพราะแขกคนสำคัญอย่างน้อยก็ต้องเตรียมสิ่งที่พิเศษๆเอาไว้ต้อนรับหน่อย พอนางดูบ่าวไพร่เสร็จแล้วนางก็เดินกลับมาผ่านโถ่งหลักพอดีเข้า และก็พบว่านอกจากท่านแม่ทัพเว่ยและท่านแม่ทัพหลี่ยังมี...

     องค์จักรพรรดิ!?


     ไฉนจักรพรรดิจึงเสด็จมาที่นี้ด้วยกันละ?

     ดังนั่นนางจึงรีบย่อตัวถวายพระพรทันที ทำไมนางถึงรู้ได้เลยนะหรือ? ก็แม้แต่ฮุ่ยเหยียน แม่ทัพทั้งสองยังคุกเข่าคำนับกันอยู่ข้างๆ โต๊ะใกล้ๆ นางเลยนะสิ

     "ลุกขึ้นได้  วันนี้เราแอบมาเงียบๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองกับเราหรอก" น้ำเสียงขององค์จักรพรรดิดูผ่อนคลาย สบายๆ ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความน่าเคารพเป็นอย่างสูง หลังจากที่พระองค์ตรัสจบทั่วทั้งห้องก็พากันยืนขึ้น

     "ฝ่าบาท ไหนคราวนั้นปฎิเสธพวกกระหม่อมกันละ" เสียงดุดันมีเอกลักษณ์ของแม่ทัพเว่ยเอ่ยขึ้น เขาอยู่ข้างๆซ้ายมือของฮุ่ยเหยียน รูปร่างสูงใหญ่กำยำเช่นเดี่ยวกันกับแม่ทัพหลี่ที่อยู่ข้างๆ ตัวของเขาทว่าต่างกันด้วยสีผมที่เป็นสีดำตาลอ่อนๆ กับผมสีดำเข้มของแม่ทัพหลี่

     "ครานั้นเราไม่ว่าง แต่คราวนี้เราว่าง" ฝ่าบาทตรัสโต้กลับไป "สหายที่รวมเป็นร่วมตายกับข้า มีรึ? ที่ข้าจะไม่มา แม้จะช้าไปเสียหน่อย หรือปฎิเสธไป อย่างไรก็ต้องมา" ตรัสจบก็แย้มสวรลเบาๆ อย่างอารมณ์ดี

     "ข้าว่าอย่ามัวเถียงกันอีกเลย มาๆ ทุกคนเชิญนั่งๆ" ฮุ่ยเหยียนเอ่ยตอนนี้นางจึงถือโอกาสย่อตัวถวายคำนับ ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปปล่อยให้พวกเขาพูดคุยสังสรรค์กัน แต่ไม่ทันจะได้ก้าวผ่านธรณีประตูนางก็ต้องหยุดตัวเอาไว้เสียก่อน

     "ฮุ่ยเหยียน พาฮูหยินของเจ้ามารวมวงสังสรรค์ด้วยสิ" องค์จักรพรรดิตรัสพลางมองมาทางนาง "ข้าได้ข่าวว่าฮูหยินของเจ้าน่าจะเป็นโรคคล้ายเจ้าสาม  เรื่องนี้ข้าไม่ถือสาหรอกนะ" ถึงแม้องค์จักรพรรดิจะพูดเช่นนั้น แต่นางก็ยังทำนิ่งเงียบเช่นเดิม 

     แต่แปลกสาวใช้เข้ามาประคองนางหลายคนทำไมกัน? พอฮุ่ยเหยียนปรายสายตามองนางเท่านั้นละ...

     "เกรงว่าจะไม่ได้นะพะยะค่ะ ฝ่าบาทตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ ช่วงเย็นนางจะง่วงนอนมาก หม่อมฉันเป็นห่วงนางเลยไม่ได้พามาร่วมวงด้วย" ฮุ่ยเหยียนเอ่ย สีหน้าของคนดูเต็มไปด้วยความดีใจ สุขใจ ประกายตาประนึงคนจะได้เป็นพ่อ

     นางยังไม่ได้ตั้งครรภ์ และถึงอาจจะตั้งครรภ์แล้วหมอก็ยังไม่ได้มีหมอคนใดมาตรวจเลย สามีของนางผู้นี้เอ่ยเช่นนั้นไปทำไม แปลก...แปลกจริงๆ ในใจของเขาคิดจะทำอะไรกัน?

     "เช่นนั้นก็ดี  ฮุ่ยเหยียนเห็นทีเราคงได้เด็กตัวน้อยๆ มาเล่นด้วยกันแล้ว" ฝ่าบาทยิ้มเริงร่า สีหน้าดูเข้าอกเข้าใจกันดี "พวกเจ้าก็พาฮูหยินไปพักผ่อนได้แล้ว" ฝ่าบาทเอ่ยไปทางบ่าวข้างๆนาง  ดังนั้นนางจึงย่อคำนับอีกครั้งและค่อยๆ หมุนตัวเดินจากไป

     ระหว่างทางนั้นเอง นางก็เอาแต่ขบคิด...

     นางตั้งครรภ์จริงๆหรือ...เมื่อเช้านางจำได้ว่าฮุ่ยเหยียนคล้ายกำลังคุยกับบ่าวรับใช้ของนางพักหนึ่ง อาจจะสอบถามเรื่องระดูของนาง แต่มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ระดูของนางเดือนที่แล้วก็มานี่นา แต่เดือนนี้...!?

     ยังไม่มา! ถ้าระดูเคลื่อนก็ไม่น่าจะช้าขนาดนี้เพราะว่านี้กำลังใกล้ขึ้นเดือนใหม่แล้ว

     "...ข้ากำลังมีครรภ์อย่างนั้นหรือ?" นางเอ่ยเบาๆ พลางลูบท้องน้อยๆ อย่างสงสัย ได้แต่เก็บความไม่แน่ชัดนี้เอาไว้ในใจ จนกว่าท่านหมอคนไหนสักคนจะมาตรวจ

     "บ่าวเองก็ไม่แน่ใจ แต่บ่าวเห็นตอนเช้าๆ นายท่านแอบจับชีพจรฮูหยิน บ่าวคิดว่าฮูหยินอาจจะมีครรภ์แล้วจริงๆก็ได้" สาวใช้ข้างๆเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆ

     ฮุ่ยเหยียนจับชีพจรคนเป็น นางจำได้ว่าสมัยก่อนสกุลต้านไถเป็นสกุลหมอ แต่ด้วยช่วงหลังๆ มาก็สอบเข้ารับราชการ บางทีสามีของนางผู้นี้อาจจะจับชีพจรเป็นจริงๆ ก็ได้ ตอนที่ลูกค้าในโรงเตี๊ยมผู้หนึ่งหมดสติเขาเองก็เคยจับชีพจรดูอยู่เหมือนกัน

     อ่า...สวรรค์  

     ข้ายังไม่พร้อมจะเป็นแม่คนเลยจริงๆ...


................................................................


     หลังจากงานเลี้ยงเสร็จสิ้นไปได้สักพักหนึ่งแล้ว...ตั้งแต่ตอนนั้นจิตใจของนางไม่สงบสุขอีกเลย นางเอาแต่พะวงเรื่องครรภ์ที่นางยังไม่พร้อม นางจำได้ดีตอนที่นางได้ยินเสียงบ่าวไพร่คลอดบุตร มันช่างน่ากลัวเอามากๆ ไหนจะตอนที่ท่านแม่ของนางเคยบอกว่าการคลอดบุตรนั้น แสนทรมาณและเจ็บปวดร้อยเท่าพันเท่าอีก...นางในตอนนี้จะข่มใจอย่างไรก็นอนไม่หลับ ไม่ง่วงเสียที จนป่านนี้นางก็ยังไม่ดับเทียนนอน เอาแต่นั้งชมดาวทางหน้าต่างของจวนเพื่อระบายความวิตกกังวลนี้

     ครืด...

     เสียงประตูเรือนของนางเปิดขึ้น นางหันไปตามเสียงก็พบกับร่างของฮุ่ยเหยียนในชุดนอนสีขาว เขาเข้ามามานั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะตัวเล็กของนาง ห้องนอนด้านในเรือนมืดมาก ณ ตอนนี้บริเวณที่สว่างมีเพียงเทียนไม่กี่เล่มที่ยังจุดเอาไว้อยู่ และอีกสักพักหนึ่งมันจึงจะดับไปเองเวลานั้นนางคงต้องพยายามข่มตาให้หลับอีกรอบแล้ว...

     "นอนไม่หลับหรือ"

     "อืม..." นางตอบกลับไป "ข้าตั้งครรภ์จริงหรือ?" นางถาม

     "ข้าค่อนข้างมั่นใจ  คงต้องรอหมอมาตรวจอีกที...แต่ถึงไม่มีอย่างไร ข้าก็จะทำให้มี" เขาเอ่ยอย่างชัดเจนดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง 

     "แต่ข้ากลัวเจ็บ..."

     "เขาว่ามันเจ็บก็คือเรื่องจริง แต่ก็แค่ชั่วอึดใจ เจ้าคงมีความสุขมากกว่า ที่มีเด็กตัวเล็กๆ เรียกเจ้าว่าท่านแม่ เรียกข้าว่าท่านพ่อ...มีลูกเจ้าจะได้ไม่เหงา มีคนค่อยพูดคุยตลอด" เขาเงียบไปสักครู่หนึ่งเมื่อไม่เห็นว่านางเอ่ยอันใด "หรือว่าเจ้าอยากให้ข้ารับอนุเข้ามาอย่างนั้นหรือ"

     "ท่านจะผิดสัญญาหรือ..." นางเงียบลง สีหน้าหม่นลงเล็กน้อย

     "เจ้าก็รู้ว่าข้ารับราชการ เป็นที่ไว้วางใจกับองค์จักรพรรดิ มีชื่อเสียงเงินทอง วันดีคืนดีหากมีขุนนางสักคน ขอพระราชทางรางวัลเป็นงานสมรส ให้บุตรสาวของพวกเขาแต่งกับข้า หากข้าไม่มีทายาทหรือบุตรสักคนก็คงปฎิเสธได้ยาก ถึงเวลานั้น เจ้าก็ไม่ได้เป็นเจ้าของใบไม้สามสีคนเดียวอีกแล้ว เพราะมีคนอื่นเข้ามาแย่งไป"

     "ท่านไม่รักข้าหรือ...ถึงอยากมีลูกเพื่อเป็นข้ออ้างไม่รับอนุเพิ่ม...ข้าอยากให้ลูกเกิดจากความรักของเรานะ" นางเอ่ยตัดพ้อน้อยๆ นางไม่เข้าใจ หากนางไม่มีลูกเขาจะหาข้ออ้างปฎิเสธที่จะรับอนุมาไม่ได้เชียวหรือ...เขากำลังขู่นาง หากนางไม่ได้เป็นเจ้าของต้นเมเปิ้ลแล้วละก็ นางขอหย่ากลับสกุลจางเสียดีกว่า หรงเซียนยืนขึ้น สีหน้าดูเศร้าๆ 

     ฮุ่ยเหยียนยืนขึ้นตามนางพลางขยับตัวเข้ามากุมมือของนางเอาไว้ สีหน้าจริงจังยิ่ง

     "ฟังนะ แม่ภรรยาตัวน้อยของข้า..." เขาเว้นพยายามทำให้นางตั้งใจฟังอย่างยิ่ง "ข้ารักเจ้า จึงอยากมีลูกกับเจ้า และเพราะข้ารักเจ้ามาก มากจนไม่มีที่ให้รับอนุคนไหนเข้ามา ไม่ว่าจะจะเป็นใครก็ตาม แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช้เพราะมีลูกไว้เป็นข้ออ้างกันการแต่งงาน แต่เพราะข้ารักเจ้าต่างหากข้าจึงอยากมีลูกกับเจ้า ไม่ใช่กับสตรีอื่น" ฮุ่ยเหยียนกอดนางเบาๆ หลวมๆ 

     "ข้าเชื่อท่าน...ข้าเชื่อท่าน" นางเอ่ยเบาๆ ยินยอมรับอ้อนกอดแสนอบอุ่นนี้

     "เช่นนั้นก็หายกังวลได้แล้ว เข้านอนแล้วพักผ่อนให้มากๆ" เขาเอ่ยพร้อมกับจุมพิตที่หน้าผากของนางด้วยความอ่อนโยน ตอนนี้เขาช้อนตัวนางอุ้มขึ้นพลางเดินอย่างช้าๆด้วยความระมัดระวัง ถึงแม้จะเขาเอาแต่จูบนางเขาก็ยังเดินได้ถูกต้องไม่ชนสิ่งใด เมื่อเดินไปถึงห้องนอนด้านในแล้วเขาก็ว่างนางลงอย่างนุ่มนวลก่อนจะล้มตัวนอนลงข้างๆ เข้าสู้นิทราไปพร้อมๆกันเหมือนอย่างเช่นเคย



...ติดตามตอนต่อไป...


















 

     






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

327 ความคิดเห็น

  1. #325 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 16:51
    สามีที่ดจีย์!
    #325
    0
  2. #267 bunyarat462 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:42
    แบบนี้หาได้ที่ไหนหรือ -///-
    #267
    0
  3. #218 pimsinee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 12:58
    สามีที่ดี!!!
    #218
    0
  4. #207 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:31
    น่ารักมากกก ดาเมจรุนแรงงงง
    #207
    0
  5. #150 แกงส้ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 20:20
    รอให้นางหายเร็วๆนะ
    #150
    0
  6. #89 080863xxxx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 16:39
    เป็นเรื่องที่น่ารักมากก
    #89
    0
  7. #63 Sarun Yok (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 18:33
    หวาน ละมุน น่าร้ากกกกก
    #63
    0
  8. #61 bennybebenni (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 16:11
    ละมุนได้อีกกก น่ารักขั้นสุด
    #61
    0
  9. #60 KuroNeko-Sama (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 11:27
    ท่านเสนากลายเป็นต้นเมเปิ้ลไปแล้ว...
    #60
    0
  10. #58 Lady Lilac (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 00:04
    เจ้าของต้นเมเปิ้ล....
    #58
    0
  11. #57 Clione (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 21:56
    นางเอกตลก
    เรื่องนี้ละมุนมากกก
    #57
    0
  12. #56 zhingzhang_98 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:58
    ต้นเมเปิลโดนโค่นไม่ขอหย่าเลยเหรอออ55555
    #56
    0
  13. #55 Freesia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:44
    นางเอกรักพระเอกไหมนิ???
    #55
    0
  14. #54 pranee425445 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:16
    ชอบบบ มาอัพอีกนะไรต์ รอออค่า
    #54
    0
  15. #53 yuechan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:16
    แหม อยากได้แต่ต้นไม้นะ
    #53
    0
  16. #52 risuki666 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 19:54
    เอ๊ะ สรุปแต่งเพราะต้นเมเปิ้ล 555
    #52
    0
  17. #51 ตุ๊กตาล้มลุกสีแดง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 19:04
    ท่านเสนาบดีเอาต้นเมเปิ้ลมาล่อหลอกให้นางเอกแต่งงานด้วยนี่เองงง
    #51
    0
  18. #50 Ong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 10:24
    หมอที่รักษานางเอก(แต่งเข้าจวนแม่ทัพ)สุดยอดๆๆๆๆจะได้เป็นสหายรักกันนนนน

    ท่านหมออย่าทิ้งคนใข้นะๆมาดูมาแลเป็นเพื่อนนางๆๆๆๆ(รีบๆมีลูกๆชะทั้ง2คนๆๆๆๆ)

    คนอ่านคิดเองเออเองงง555555

    ขอบคุณค่ะไรท์

    #50
    0
  19. #48 Clione (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:06
    ชอบเรื่องนี้มาก ละมุน
    ขอไม่มาม่านะคะ
    #48
    0
  20. #47 reilovekill (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 14:14
    เพิ่งลองอ่านเขียนได้ดีเลยค่ะ
    แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร
    ชอบค่ะจะติดตามนะคะ
    #47
    0
  21. #46 yuechan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 19:27
    น่าสงสารท่านเสนา เมียรักต้นไม้มากกว่า
    #46
    0
  22. #45 yuechan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 19:27
    น่าสงสารท่านเสนา เมียรักต้นไม้มากกว่า
    #45
    0
  23. #44 Nitcha Pattaracharoen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 18:56
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #44
    0