*ดองชั่วคราว* ยอดดวงใจ ♥ ท่านเสนาบดี

ตอนที่ 3 : ยอดดวงใจ...ท่านเสนาบดี ♥ ตอนที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    31 ม.ค. 61

     

     

     ทิวาลาลับราตรีมาเยือน มืดแล้วทั่วเรือนของนางจุดเทียนหลายเล่มให้ความสว่างไปทั่วห้อง เมื่อบรรยากาศเย็นลง สายลมเริ่มเกรี้ยวกราดคล้ายกับพายุกำลังตั้งเค้า อย่างที่นางคิด ไม่นานสายฝนก็โปรดปรายลงมากระทบหลังคาจวนสีแดงเสียงดังซู่ซ่า บรรยากาศเริ่มเย็น เห็นทีคืนนี้นางคงไม่สามารถหลับได้จนเต็มอิ่ม แลหากจะนั่งนับหยดน้ำฝนแล้วเกรงว่าคงไม่อาจนับได้ ท่ามกลางความมืดนอกจวนที่มองไม่เห็นสิ่งใดได้อย่างชัดเจน

     หรงเซียนลืมตาขึ้น นางชันตัวขึ้นกระชับเสื้อนอนสีขาว...พลางมองฮุ่ยเหยียน ที่รู้สึกถึงการขยับตัวของนาง ไม่นานเขาก็ชันตัวขึ้นมาตามนางมองนางอย่างอ่อนโยน...หลังจากที่คุยกันในวันนั้นแล้วนางได้เปิดใจให้กับฮุ่ยเหยียนเล็กน้อย แม้ไม่รู้ว่าเขารักนางมากแค่ไหน...ถึงได้ขอสมรมพระราชทานมาแต่งกับนาง...มันยังคงเป็นความไม่มั่นใจ

     "นอนไม่หลับหรือ" เขาเอ่ยถาม ในยามปกตินางจะไม่ตอบเขาเลยเพียงเหม่อลอยมองอย่างอื่นแทน แต่เวลานี้กลับต่างออกไป นางแค่เลือกเพียงตอบสั้นๆ ก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนแค่นางตอบสามีผู้นี้ก็ดีอกดีใจมากเลยทีเดียว...

     "อืม" นางตอบสั้นๆ ใบหน้างามก้มลงเล็กน้อย...ท่านเสนาบดีแต่ก่อนไม่ใช่คนพูดมาก ไฉนพอแต่งงานกันแล้วจึงพูดมากกัน แต่ก่อนเวลาเจอกันทีไร ก็เพียงมองนิ่งๆ ถึงแม้ส่วนใหญ่จะมีสีหน้าเรียบเฉยแฝงไปด้วยความสุขุม ทว่ากลับชอบมองดูนางบ่อยๆ แววตาดูหวานหยาดเยิ้ม...

     "เล่นหมากล้อมกับข้าสักตาได้หรือไม่"

     "...เอาสิ" นางรับคำก่อนจะก้มหน้าลงนึกคิดไปถึงเรื่องหลายปีก่อน 

     นางไม่ได้เล่นหมากล้อมกับท่านเสนาบดีผู้นี้มานานหลายเดือน ก่อนที่จะแต่งเข้าจวนแล้ว ยามปกติเวลาที่นางอยู่โรงเตี๊ยมของตระกูล มีอยู่วันหนึ่งที่นางเดินหมากด้วยตัวเองและกำลังเก็บล้างกระด้านหมากอยู่นั้น จู่ๆเขาก็เข้ามา และดูจะสนใจมาก เลยลองเล่นกับนางดู นางเหม่อลอยไม่ได้สนใจอะไร แค่นางเริ่มวางจะหมากเล่นกับตัวเองอีกครั้ง เขาก็วางหมากต่อจากนาง...จากนั้นก็กลายเป็นว่าเล่นกับเขาไปหลายกระดานเชียว

     สาวใช้นำกระดานหมากมาวาง รวมถึงผ้ามาคลุมตัวให้นางเพิ่ม...สาวใช้คนสนิทของนางไม่ได้ติดตามมาที่จวนนี้ด้วย นางฝากให้สาวใช้ผู้นั้นดูแลน้องชายที่ยังอายุเพียงสิบห้าสิบหกหนาวในปีนี้ ส่วนกิจการหลายๆ อย่างในตระกูลนางได้สั่งสอนไปหมดแล้ว จนไว้วางใจได้ แต่เนื่องด้วยสุขภาพที่ไม่สู้ดีนางเลยให้สาวใช้คนสนิทไปดูแลน้องชาย ด้วยนิสัยที่เป็นคนรอบคอบ กระทั่งใส่ใจรายละเอียดรอบข้างได้ดี...นี้ถือว่าเยี่ยมแล้วในการดูแลห่างๆ

     หมากแต่ละตัววางลงบนกระดานอย่างไม่รีบไม่ร้อน...ทั้งสองต่างสงบมิเอื้อนเอ่ยอันใดจนกระทั่งฮุ่ยเหยียนเปิดการสนทนาก่อน

     "วันนั้นข้าจำได้ว่าข้าชนะเจ้าไปแค่สามกระดานเอง เจ้าเล่นเก่งมาก ฝีมือน่าจะพอสูสีกับองค์จักรพรรดิได้"

     ใช่...องค์จักรพรรดิเก่งกาจด้านการเดินหมากมาก หมากของเขาคิดได้ไกลถึงร้อยกว่าขั้น แต่ถ้าจะนับแล้วจริงๆคนที่เล่นเก่งที่สุดแล้วคงเป็นอ๋องสี่ ว่ากันว่าเขาคิดกลการเดินตัวหมากได้ร้อยยี่สิบขั้นในเวลาชั่วขณะเดียว แต่บุคคลเหล่านี้นางไม่เคยร่วมเดินมากด้วย ไม่รู้ว่าเก่งกาจสมที่ร่ำรือกันไหม?

     "ไม่หรอก" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงถ้อมตัว พวกเชื้อพระวงศ์นางไม่ชอบเอาตัวไปเทียบเคียงเท่าไหร่...

     "ข้าเดินหมากกับพระองค์บ่อยๆ ยามสนทนาข้อราชการ" เขาเอ่ยบอก

     "อืม..."

     กระดานหมากถูกล้างมาหลายครั้งหลายตา จนกระทั่งเสียงซู่ซ่าของหยาดฝนหยุดลง กลายเป็นเสียงเปาะแป๊ะแทนก่อนจะค่อยๆ เงียบสงบลงจนกลายเป็นค่ำคืนที่เริ่มเย็นฉ่ำ ชุ้มไปด้วยน้ำฝน ในตอนนี้ร่างงามกำลังจะเก็บตัวหมากให้เรียบร้อยนั้น ทว่าเปลือกตากลับปิดลงอย่างช้าๆ ด้วยความอ่อนเพลีย จนกระทั่งท่านเสนาบดีหนุ่มต้องปราดเข้ามาประคองนางไม่ให้เอนหลังล้มลงไปกองกับพื้นไม้เสียก่อน

     "เฮ้อ..ข้าว่าจะทำลูกกับเจ้าเสียหน่อย แต่เห็นทีคงไม่ไหว" ท่านเสนาบดียิ้มที่มุมปากเบาๆ ใบหน้าดูปลงไปเล็กน้อย เมื่อตัดสินใจได้แล้วจึงช้อนตัวนางขึ้นมา พากลับมานอนบนเตียงนุ่ม พร้อมทั้งดับเทียนให้เรียบร้อย พลางโบกมือไล่คนรับใช้ทั้งหลายออกไป 

     เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน

     ท่านเสนาบดีล้มตัวลงนอนข้างๆ ภรรยาสาวก่อนจะตามเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด...


     วันต่อมา

     นี้ก็เป็นอีกวันที่นางชอบมานั่งเล่น แลจ้องมองปลาคาร์ฟในสระบัวหลวงของจวนต้านไถ ปลาคาร์ฟตัวใหญ่หลากสีว่ายวนไปวนมารอบสระ ในขณะเดียวกันนางก็จ้องมองมันอย่างไม่ละสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที เพียงไม่กี่วันปลาพวกนี้ก็วางไข่ออกลูกออหลานมาหลายตัวเชียวละ วันนี้เลยมีลูกปลาตัวๆ เล็กวิ่งตามปลาคาร์ฟตัวแม่เป็นฝูงเล็กๆ ดูหย่อมๆ ช่างน่ารักเสียจริง

      หลังจากที่เมืองคืนฝนตกบรรยากาศตอนเช้าก็เย็นร่มรื่น ปกติศาลากลางสระบัวนี้มักจะเย็นสบาย ทว่าตอนนี้มันกลับเย็นตัวขึ้นอีกจนนางรู้สึกหนาวเล็กน้อย...บรรยากาศที่หนาวเย็นทำนางนึกถึงฮุ่ยเหยียนในตอนแรกที่ได้พบกัน เขาเป็นชายที่สุขุม ดูเยือกเย็นจนบางทีก็น่ากลัว ทั้งองอาจ ทั้งสง่า จนไม่รู้ว่านางควรจะทำอย่างไรดี...

     หญิงสาวหลับตาลงหยุดจ้องมองฝูงปลาคาร์ฟ นางค่อยๆรำลึกความทรงจำเก่าๆ อย่างช้าๆ...


     2 ปีก่อน
     กลางยานที่มีตรอกเล็กๆ แคบๆ ที่แออัดไปด้วยผู้คนจำนวนมาก นี้เป็นย่านที่ผู้คนส่วนใหญ่เรียกว่ามันว่าสลัม แต่สำหรับคนจนแล้ว ล้วนเรียกมันว่าบ้าน ในปีนี้เกิดโรคระบาดไปทั่วเมืองหลวงแต่กระนั้นก็ได้มีคำสั่งทางราชการต่างปิดประตูเมืองป้องกันโรค และได้จัดส่งหมอจากสภาแพทย์โอสถเพื่อเร่งทำการรักษาโรคดังกล่าวนี้ ผู้คนต่างหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ มิมีใครกล้ายื่นมือช่วยเหลือชาวบ้านยากจนที่เดือดร้อน แม้แต่ทางราชการเองก็ตาม พวกเขาต่างเมินเฉยต่อชาวบ้านในสลัมที่ต้องการความช่วยเหลือเพราะความรังเกียจ...

     ทว่ากลับมีคุณหนูตระกูลจางผู้มีเมตตายืนมือเข้ามาช่วย แม้ว่าใครๆก็ต่างเมินเฉยต่อเรื่องนี้ คุณหนู'หรงเซียน'ผู้นี้ได้เข้ามายืนมือให้ความช่วยเหลือชาวบ้านด้วยตัวเอง แม้ว่าวิธีของนางจะแปลกไปหน่อย แต่ใครๆในสลัมก็ล้วนทำตามด้วยความหวัง 

     "ลั่วลั่ว เจ้านำเงินจำนวนนี้ให้อาหยินไปซื้อข้าวสารเพิ่มสักสี่สิบกระสอบ ฟืนสิบกระสอบใหญ่ แล้วให้คนในจวนไปแจกจ่ายแต่ละบ้านที" เสียงของหญิงสาวดังขึ้น บัดนี้นางยืนหยุดอยู่ที่ตรอกย่านสลัมแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

     "คุณหนูท่านทำไปทำไมเจ้าค่ะ? ปล่อยให้เป็นน่าที่ของทางการเถอะ"

     "ข้าไม่เห็นเจ้าหน้าที่ หรือหมอสักคน?...ในใจของพวกเขาคิดจะปิดตายย่านแห่งนี้หรือ...แม้ผู้คนที่นี้จะยากจน แต่ก็คือคน...ในเมื่อความช่วยเหลือมาไม่ถึง ข้าก็จะช่วยเหลือจนกว่าจะไปไม่ไหว สองปีนี้กำไรในจวนก็มากกว่าเดิมหลายสิบเท่า แลกิจการก็ไปได้ดี จะเป็นอะไรไปหากข้าจะใช้เงินจำนวนไม่ถึงสองส่วนในการช่วยพวกเขา" นางเอ่ยอย่างชัดเจนด้วยสายตาเหม่อลอย

     "แต่ประเดี๋ยวคุณหนูจะติดโรคนี้ไปด้วย" สาวใช้ยังคงกังวลอยู่ในใจ ใบหน้าดูไม่สู้ดีเท่าไหร่

     "โรคนี้ไม่ใช้โรคร้ายแรงเท่าไหร่..."

     "คุณหนู..."

     "ก็แค่โรคท้องร่วง เราแค่ซื้อยาเป็นชุดๆ ให้พวกเขา ให้น้ำให้อาหารดีๆ ตัดเสื้อผ้าให้ใหม่ เปลี่ยนถ้วยชามเครื่องครัวดีๆสักชุดก็พอ...เจ้าไปเอามาสามพันตำลึง ซื้อสิ่งเหล้านี้ให้พวกเขา ถือว่าข้าบริจาคในนามของเราตระกูลจางและพวกเจ้าด้วย"

     "แต่ว่าสามพันตำลึงมัน..."

     "เรามีตั้งหลายแสนตำลึง...เงินแค่นั้นก็เพียงเล็กน้อย...ไปทำตามที่ข้าสั่งเถอะ" นางเอ่ยเบาๆ กางพัดในมือปิดบังใบหน้างามเอาไว้พร้อมกับผูกผ้าปิดจมูกเอาไว้ เมื่อสาวใช้เห็นท่าทีหนักแน่นของนางก็รีบขี่ม้าตัวงามกลับไป เหลือเพียงหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ รถม้าประจำตระกูลกับสาวใช้คนอีกคน

     นางเดินไปตามแต่ละบ้านเรื่อยๆ สำรวจอาการของแต่ละคน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ...สิ่งที่นางมีนางก็อยากหยิบให้ผู้อื่นบ้าง ได้เห็นความยากลำบากของผู้คนเหล่านี้นางรู้สึกสงสารจับใจ พวกเขาเป็นคนดีไม่คิดร้ายต่อใคร แววตาที่ซื่อสัตวย์ ทั้งยังจิตใจที่บริสุทธิ์ขนาดนั้น ทำไมใครๆ จึงต่างพากันรังเกียจกัน...


     นางจำได้ว่าจากนั้นสามวันฮุ่ยเหยียนก็ปรากฎตัวขึ้น ตอนนั้นเขาเป็นขุนนางใหม่ที่เก่งกาจ รักความยุติธรรม ไม่ทอดทิ้งประชาชน ไม่แยกชนชั้นไม่แบ่งฐานะ เขาเข้ามาพร้อมกับแพทย์หลวงหลายคน แม้จะช้าไปสักหน่อยแต่นางก็รู้ว่า คงเพราะต้องเอาผิดขุนนางที่ยักยอกเอาเงินช่วยเหลือชาวบ้านพวกนี้ไป ดังนั้นในวันต่อมาจึงมีการประหารขุนนางชั่วร้าย...

     อืม...ตอนนั้นนางคุยอะไรกับเขากัน?

     ...
     ..
     .

     "เป็นเพราะแม่นาง อาการของชาวบ้านจึงดีขึ้น ทำให้หมอหลวงรักษาได้ง่ายขึ้น ต้องขอขอบคุณมากๆ" น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นตรงหน้านาง 

    "..." นางไม่ตอบอันใด  นางไม่ได้สนใจนัก นางเพียงเหม่อลอยมองอย่างอื่นต่อไป นางชอบใบไม้ที่ย่านนี้มาก ใบของมันเล็กดี...แต่ตอนนี้ลั่วลั่วไม่อยู่ นางไม่รู้จักขุนนางชายผู้นี้ แต่นางคิดว่าหากเป็นเรื่องชาวบ้านเขาคงทำตาม ดังนั้นนางจึงเอ่ยไปสองสามประโยคจงใจให้ได้ยิน ถึงจะรู้สึกกลัวก็เถอะ...

     "ถ้วยชามล้วนเป็นไม้ทำความสะอาดยากยิ่งนัก...หากเป็นกระเบื้องหรือดินเผาเคลืบก็ดีสิ เช่นนี้หรือเปล่านะที่ทำให้เป็นโรคง่ายเพราะถ้วยชามไม่สะอาด...น่าคิดๆ"

     ของสกปรกโรคมาง่าย ของสะอาดโรคภัยมายาก...ดังนั้นของดีๆ จึงทำให้ชีวิตดีขึ้น นางจำมาจากตำราของหมอเทวดาผู้หนึ่งที่มีอยุ่ในจวน...

     อืม...ดีๆ ขุนนางชายผู้นั่นมีแววตาที่ครุ่นคิดแล้ว...แน่นอนว่าไอที่นางพูดไปนะ

     "...ถ้าใช่...ชาวบ้านก็ควรเปลี่ยนจากไม้เป็นกระเบื้อง...ลั่วลั่ว นำเงินร้อยตำลึงไปซื้อถ้วยชามจานกระเบื้อง" นางหันหลังกลับอย่างรวดเร็วไปหาลั่วลั่ว ที่กำลังแจกข้าวต้มหมูให้กับชาวบ้านในช่วงเช้า ดูเหมือนลั่วลั่วจะได้ยิน นางจึงบ่นเข้า

     "แต่คุณหนูเราทำมามากกว่าทางการแล้วนะเจ้าค่ะ" ลั่วลั่วให้สาวใช้คนอื่นทำหน้าที่ต่อแล้ววิ่งมาหานางอย่างรวดเร็ว พร้อมเอ่ยอย่างกังวลใจ

     "...เราเสียภาษีไปตั้งมาก ใยสิ่งที่เราเสียไปเพื่อส่วนรวมกลับมาไม่ถึงประชาชน แต่เงินทองเหล่านั้นก็ต่างกองอยู่ในบ้านขุนนางมากมาย ข้าเสียก็ไปแล้วเสียดายยิ่งนัก...แต่คราวนี้ข้าไม่เสียดายเมื่อมันเกิดประโยชน์จริงๆ" ลัวลั่ว พยักหน้า "ท่านขุนนางที่อยู่ใกล้ๆ ข้า เจ้าลองคุยกับเขาก่อนเผื่อทางการจะช่วยเหลือ" นางเอ่ยแล้วก็เดินอย่างเหม่อลอยไปที่ใต้ต้นไม้ที่มีใบเล็กๆ ทิ้งลั่วลั่วไว้ตามลำพังกับขุนนางหนุ่มผู้นั้น


     และนางก็นึกไม่ถึงว่าขุนนางหนุ่มผู้นั้นจะเป็นท่านเสนาบดีฮุ้ยหยียน...อ่า...แล้วเขาก็ตกปากรับคำกับลั่วลั่ว อย่างง่ายดาย ซ้ำยังฝากมาบอกถึงนางด้วยว่า 'ทางการขอจัดการต่อเอง ให้เก็บเงินของนางไว้' ใบหน้าของเขาตามที่ลั่วลั่วบอก ดูเหมือนเขาจะชื่นชมนางมาก... มากจนกระทั่งมาพบนางทุกคืนวัน...มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นางจำได้ดีไม่มีวันลืม...


     อย่างที่ใครๆ ก็ทราบดีสกุลจางที่บัดนี้คุณหนุหรงเซียนดูแลอยู่นั้นร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของอาณาจักรนี้ ด้วยเหตุฉะนี้จึงเป็นที่หมายปองแก่คุณชายทั่วแคว้นที่หวังร่ำรวยจากสกุลจาง...แต่เมื่อรู้ว่าคุณหนูหรงเซียนเป็นโรคประหลาดก็ต่างลาถอยออกไป ยกเว้นท่านเสนาบดีต้านไถฮุ้ยเหยียนที่มักแวะมาเยี่ยมเวียนนางบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่นางจ้องมองใบไม้เล่นในโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นกิจการหลักของจวน...

     ตอนนี้นางรู้ดีกว่าเขาอยู่ใกล้ๆ จนกระทั่งนางเห็นใบไม้ใบหนึ่งค่อยๆเลือนลอยขึ้นไปเรื่อยๆ นางเห็นว่ามันแปลกจึงยื่นมือไปหมายจะหยิบมันกลับมาดู ทว่านางกลับตกใจยิ่งเพราะตอนนี้นางเห็นร่างสูงสมชายชาตรีของท่านเสนาบดีให้แล้ว...

     "ที่จวนของข้ามีใบไม้สามสีที่งดงามมาก หากเจ้าอยากเห็น ที่จวนข้ายินดีตอนรับ"

     "...สามสี?" นางพึมพำเบาๆ มันน่าสนใจมากจริงๆ นางก้มหน้าเล็กน้อย พยายามซ่อนสีหน้าที่ดูสนอกสนใจของตน แต่ท่านเสนาบดีกลับย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อมาเข้ามาจ้องมองนางโดยเฉพาะ!

     "ใบของมันมีหลายๆ แฉก ช่วงฤดูนี้มีสามสี ส้ม แดงและม่วง...พอตอนร่วงจากต้นก้านจะเริ่มเหลือง บางครั้งก็เป็นสีบานเย็น" เขาเอ่ยพลางใช้เจ้าใบไม้นั้นประกอบให้นางเข้าใจ อาจจะเป็นต้นเฟิงชู(เมเปิ้ล)ก็ได้ นางยังไม่เคยเห็นเลย ในใจอยากไปแต่ทว่ากลับกลัว...ไม่ไปดีกว่า นางคิดอย่างรอบคอบ...และเหม่อเล็กน้อยโดยไม่รู้ว่าใบหน้าที่เข้ามาใกล้ๆนั้น กำลังจะทำอะไรต่อไป

     !?

     ริมฝีปากของนางรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีบางสิ่งกดทับ...!

     หัวใจของนางเต้นรัว! ดวงตาของนางเห็นใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ รุกริมฝีปากของนางหนักเรื่อยๆ ด้วยความอ่อนโยนจนกระทั่งท่านเสนาบดีถอนริมฝีปากออกมา นางจึงรู้สึกโล่งไปทั่วทั้งร่างกาย หลังจากที่รู้สึกอึดอัดกับความรู้สึกแปลกๆ

     "เขาว่ามีจุมพิตเหมือนหยุดโลก คงจริง...ตอนนี้ข้าทำเจ้าแปดเปื้อนแล้ว แต่งกับข้าเถอะ" ไอท่าทีพอใจของท่านเสนาบดีมันคืออะไรกัน? นี้ดีที่ด้านบนโรงเตี๊ยมยังไม่มีใครเห็นฉากเมื่อครู่เข้า มิเช่นนั่นนางคงอับอายเป็นแน่แท้...

     แต่งกับข้าเถอะ...?

     "...ไม่" นางเอ่ยเบาๆ "ข้าจะแต่งกับใบไม้สามสี"

     สีหน้าของชายตรงหน้านิ่งและค้างอยู่นานทีเดียว..




...ติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

327 ความคิดเห็น

  1. #324 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 16:46
    ขำ55555555555555
    #324
    0
  2. #322 jugkajy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 22:50
    555 ใบไม้สามสี
    #322
    0
  3. #304 kanpicha wongratwanich (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 21:18
    5555 หมดกัน
    #304
    0
  4. #275 AMazicapin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 17:52
    เอาที่นางสบายใจ
    #275
    0
  5. #266 bunyarat462 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:38
    ห๊ะ 5555
    #266
    0
  6. #261 หิวทุเรียน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 10:48
    โอ้ยยยย ขำ555555
    #261
    0
  7. #255 jinJKT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 07:36

    คะแนนรวมทั้งตอน 80
    คะแนนท่อนฮุค "ข้าจะแต่งกับใบไม้สามสี" เอาไป 120
    เฉลี่ยคะแนน 100
    โ ห ว ต

    #255
    0
  8. #253 Serenezz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 23:46
    ลูกปลาน่าจะ 'ว่าย' มากกว่า 'วิ่ง' นะ อิอิ
    #253
    0
  9. #221 mobile20032 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 18:31
    ลั่น555
    #221
    0
  10. #206 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:21
    งื้ออออ รุกแรงมากค่ะะะ
    #206
    0
  11. วันที่ 21 เมษายน 2560 / 22:50
    ท่านเสนาบดีสู้ๆนะคะ 555555
    #198
    0
  12. #196 JAMS_37 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 22:00
    ไม่ ข้าจะแต่งกับใบไม้สามสี ฮาาาาา ท่านเสนายังสู้ใบไม้ไม่ได้
    #196
    0
  13. #179 Whatever it is (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 21:25
    ฮาาาาาา
    #179
    0
  14. #164 LightForTheFallenDream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 12:55
    ทำไมฮา555
    #164
    0
  15. #149 แกงส้ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 20:15
    จะแต่งกับใบไม้ซะงั้น อิอิ
    #149
    0
  16. #138 Nine-Za (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 14:32
    555555 แต่งกับใบไม้
    #138
    0
  17. #137 Nine-Za (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 13:28
    555555 แต่งกับใบไม้
    #137
    0
  18. #136 mookba030 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 09:51
    นี่ถ้าไม่ได้ขอสมรสพระราชทาน ท่านเสนาจะได้แต่งป่าววะเนี่ยยยย
    #136
    0
  19. #101 รีวัต์ดี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:39
    สงสารท่านเสนา555555
    #101
    0
  20. #87 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 21:44
    ท่านเสนาแพ้กระทั่งใบไม้555
    #87
    0
  21. #77 Corona_Borealis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 15:35
    น่ารัก5555555
    #77
    0
  22. #59 KuroNeko-Sama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 11:20
    แต่งกับใบไม้สามสี ท่านเสนาพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์555555555
    #59
    0
  23. #49 Ong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 10:17
    สนุกขำๆกุ๊กกิ๊กนางเอก(ทำอย่างไรนางจะกลับมามีชีวิตชีวากับเค้าได้น๊า????)

    พระเอกท่านสามีก็น่ารักๆๆๆๆ(หวังว่าสักวันหนึ่งในไม่ช้าท่านจะได้ในสิ่งที่ท่านฝันหา)

    นางเอกจะค่อยๆแข็งแรงขึ้น (มันคงต้องใช้ความรัก ความอดทน และเวลา)แต่คุ้มค่ามากๆๆๆ

    (ข้าน้อยหวังเยี่ยงนั้นนนนนน)ขอบคุณไรท์มากๆๆๆๆ Love you。
    #49
    0
  24. #43 เรนนี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 18:55
    เอิ่ม พระเอกของเราพ่ายแพ้ให้แก่ใบไม้สามสีหรือนี่ ฮ่าๆ

    เนื้อเรื่องดูละมุนดีค่ะ น่าอ่านมาก
    #43
    0
  25. #40 shadow_devil (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 01:12
    อุ๊บส์!!55555
    #40
    0