*ดองชั่วคราว* ชาติที่สิบสอง...ข้าและท่านจะได้ครองรักกัน

ตอนที่ 4 : ❀ ชาติที่สิบสอง ❀ ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    20 ม.ค. 61

  

   หลังจากที่พลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูงดงามมากขึ้น เด็กสาวตัวน้อยอยู่ในชุดผ้าสีขาว  มองดูสบายตา ส่วนตัวกระโปรงเป็นสีน้ำเงิน เนื้อผ้านั้นถูกปักด้วยดิ้นหลากสีสันเป็นรูปร่างดอกไม้น่ารักๆสมวัย ผมก็ถูกม้วยขึ้นเป็นทรงเรียบง่ายดูดี ประดับด้วยปิ่นหยก สุดท้ายก็ห้อยป้ายหยกประจำตัวที่แกะเป็นรูปดอกบัว ข้างหลังเขียนคำว่า 'ฉี' ข้างหน้าเขียนคำว่า 'เม่ยเหลียน'

     เด็กสาวเดินออกมาโดยมีสาวใช้อยู่ข้างๆ นางตรงมายังพี่ใหญ่ที่นั่งรออย่างไม่รีบร้อน เมื่อพี่ใหญ่เห็นนาง เขาก็ยิ้มออกมา แล้วจูงมือนางให้เดินไปพร้อมๆกัน ส่วนสาวใช้ของนางมิจำเป็นต้องติดตามไปด้วย

     "พี่จะไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิก่อน..." พี่ใหญ่ย่อตัวลงมากระซิบที่หูของนาง น้ำเสียงของเขาเบามาก นางสัมผัสได้ถึงลมปราณที่แผ่ออกมารอบๆ "ไม่ใช้ที่วัง"

     แน่ละสิ...องค์จักรรพดิผู้นี้ชอบทำอะไรตื่นเต้น เขาชอบปลอมตนเป็นสามัญชน ทำตัวดังคุณชายเจ้าสำราญ นางจำได้ว่าเขามีสนมจำนวนมาก แต่พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิที่ดีเลยทีเดียว เก่งกาจทั้งด้านบุ๋นบู๊ หน้าตาหลอเหลา

     เด็กสาวพยักหน้าเบาๆ

     นางรู้ดีว่าพี่ใหญ่คงไม่อยากให้ใครมาได้ยินถึงขั้นต้องใช้วรยุทธเลย

     "เดี่ยวพี่จะพาเจ้าไปเที่ยวหลังจากนั้น ไม่นานนัก ระหว่างนั้นพี่จะฝากเจ้าไปรอที่ค้ายของกองทัพหลวง" พี่ใหญ่เอ่ยเบาๆ ก็ดี นางอยากไปเจอทหารที่ค่ายหลวงบ้างแล้ว นางชอบไปหัดกระบี่ที่นั้นบ่อยๆ เมื่อครั้งติดตามท่านพ่อไปด้วย แต่บัดนี้ท่านพ่อไม่อยู่แล้วไปประจำชายแดน นางเลยไม่มีเหตุใดให้อ้างไปหาได้เลย... ส่วนบรรดาพี่ชายก็ต่างมีหน้าที่หายตัวไปกันหมด

     "เจ้าค่ะ..."  นางรับคำเบาๆพลาง พยักหน้าอย่างเข้าใจ ดังนั่นพี่ใหญ่จึงรับม้ามาจากข้ารับใช้ เขาส่งนางขึ้นก่อนจะตามมานั่งด้านหลังของนาง ด้วยท่วงท่าสง่างาม สมมาดคนเป็นรองแม่ทัพ ม้าของพี่ใหญ่เป็นสีหมอกตัวใหญ่มากพละกำลัง วิ่งได้หลายร้อยลี้พันลี้ ในสงครามนางไม่อยากจะคิดภาพพี่ใหญ่ไล่ล่าสศัตรูเลย

     ม้าเริ่มออกวิ่งเร็วไปยังจุดหมาย ค้ายทัพหลวงอยู่ไม่ไกลมานัก มันอยู่ติดกับพระราชวังอยู่ในส่วนซ้าย ส่วนขวาเป็นกองทัพรักษาการณ์แผ่นดิน ทั้งสองขึ้นตรงกับองค์จักรพรรดิ ส่วนกองทัพที่เหลือแบ่งออกเป็นสี่ทิศพี่ใหญ่เป็นแม่ทัพบูรพา ส่วนบิดาของนางเป็นแม่ทัพใหญ่ควบคุมทั้งสี่เหล่าทัพนี้ ส่วนพี่รองของนางเป็นกุ๋นซืออยู่ชายแดนทิศใต้คอยดูแลบ้านเมืองทางใต้กับแม่ทัพ กันพวกอสูร ปีศาจ ส่วนพี่สามพี่สี่พวกเขาสองคนเป็นหน่วยข่าวฝีมือดีขององค์ จักรพรรดินานๆครั้งกลับจวน

     ในโลกนี้อาณาจักรแห่งนี้ชื่อว่าจินหย๋วน แผ่นดินใหญ่ มีความหลากหลายทางด้านภูมิศาสตร์ แบ่งออกเป็นเขตสิบเมืองใหญ่ไม่นับเมืองหลวง รวมไปด้วย ทางทิศตะวันออกเป็นทะเลติดกับเกาะแผ่นดินใหญ่หรืออาณาจักรหลี่ ทางทิศใต้เป็นภูเขา หลังภูเขาลงไปเป็นแดนปีศาจ อสูรที่ขาดการติดต่อกันมานาน ทว่าที่นั้นมักจะมีปีศาจปรากฎตัวออกมาบ่อยๆ จึงต้องมีทหารคอยคุ้มกัน ทางเหนือเป็นแดนทะเลทรายของอาณาจักรชาโม่ว ดังนั้นจึงมีกำแพงเมืองยาวเอาไว้ป้องกันข้าศึกจากอีกฝั่ง  ส่วนทางทิศตะวันตกเป็นแดนหิมะหนาวเหน็บสำหรับเซียนที่อยากฝ่าด่านจากเซียนชั้นมนุษย์มักจะไปที่นั้น...แต่เท่าที่นางรู้นั้นไม่มีใครกลับมาเลย

     นางเองถึงยังเด็กแต่หลังจากที่เล่าเรียน นั่งสมาธิเข้าญาณก็พอจะรับรู้ได้ว่าตนเป็นเซียนชั้นมนุษย์...มีดวงตาที่เห็นรูปลักษณ์อันแท้จริง มองเห็นร่างปีศาจภายใน วิญญาณที่ยังติดค้างบนโลก สามารถอ่านดวงชะตาได้เล็กน้อย มีวรยุทธลมปราณที่สูงกว่าคนทั่วไป...สำหรับนางเองนี้นับเป็นเรื่องดีและเรื่องร้าย การมองเห็นหน้ากากใบที่สองของคนเราทำให้นางหมดศรัทธากับคำว่ามนุษย์ ดังนั้นนางจึงไม่ค่อยมีมิตรสหายเท่าไหร่ วันๆ เอาแต่ท่องตำราเต๋า อ่านพระไตรปิฎกหนีความวุ่นวาย

     "ท่านแม่บอกกับพี่ว่าเจ้าชอบอ่านหลักเต๋า พระไตรปิฏกและนั่งสมาธิ"

     "เจ้าค่ะ น้องชอบอ่านไม่เว้นตำราต่างๆ แต่น้องก็เรียนพิณ ร่ายรำ โคลงกลอนได้เชี่ยวชาญนะ น้องน่ะ อะไรก็ล้วนเก่งกาจ" เม่ยเหลียนหันไปมองพี่ใหญ่ นางสังเกตสีหน้าของเขาที่กำลังสงสัย ครุ่นคิด พี่ใหญ่ก็เช่นกัน ตอนนี้เขากำลังมองนางเพื่อสังเกตบางอย่าง

     "เจ้ามีเพื่อนไหม?"

     "น้องไม่ชอบพวกคุณหนูตระกูลใหญ่...พวกนางล้วนไร้สาระ" วันๆ เอาแต่นั่งสบายๆ คอยแต่งตัวอวดโฉม และจิกกัดกันไปมา ไม้เว้นแต่พี่น้องบ้านเดียวกัน มีคุณหนุตระกูลใหญ่หลายคนพยายามผูกมิตรกับนาง ทว่าในใจกลับคิดแต่เรื่องอกุศล บางครั้งก็เพื่อประโยชน์ หากนางตัดเรื่องพวกนี้จวนแม่ทัพก็จะได้ไร้เรื่องวุ่นวายไปอีกเยอะ

     "บุตรสาวจวนแม่ทัพบางทีก็ไม่จำเป็นต้องเคร่งไป เจ้าก็คบหาสักสองสามคนเถอะ...ในวัยเด็กพวกพี่ล้วนพบเจอกับความเคร่งครัด กฎระเบียบมามากพอแล้ว กับเจ้าควรผ่อนปรณบ้าง"

     "บุตรสาวจวนแม่ทัพควรจะเก่งกาจล้วนถูกต้องแล้ว...น้องชอบทำอะไรคนเดียว มากคนก็มากความ" ดูเหมือนพี่ใหญ่ของนางจะตกใจไม่น้อย จากกันสามปีได้...นางดูเปลี่ยนไปมาก

     "เหลียนเอ๋อร์...เจ้ายังเด็ก พี่อยากใหเจ้าสนุกสนานสมวัย เด็กอย่างเจ้าจะขอความช่วยเหลือก็ไม่เสียหน้าหรอก แต่ก่อนเจ้าออกจะซุกซน เจ้าเปลี่ยนไปมากทีเดียว หรือมีอะไรเปลี่ยนเจ้ากัน"

     "พี่ใหญ่น้องนะ...น้อง..ตอนเด็กๆ คิดมาว่าครอบครัวของเรานั้นอบอุ่นมากๆ พอโตขึ้นพวกพี่ๆ ก็ต่างหายไปจากจวนตามภาระหน้าที่ ตอนนั้นน้องยังเด็กนัก น้องเองจำได้ว่ามีคำถามในใจ น้องอยากรู้ว่าทำไมราชสีห์ถึงไม่อาจเทียบมังกรได้ น้องเดินหาพี่ๆทั้งจวน หาท่านพ่อ...ไร้คนตอบคำถาม ดังนั้นน้องจึงคิด ค่อยๆ คิด หาตำราอ่าน น้องจึงได้รู้ว่าราชสีห์ก็แค่แมวป่าตัวนึง จะไปเทียบอะไรกับพญามังกรได้ น้องจึงได้รู้ว่าการทำอะไรด้วยตัวคนเดียว ย่อมดีกว่าการรอคอยผู้อื่น..."

     ดังนั่นนางล้วนชอบทำอะไรด้วยตัวเอง...

     พี่ใหญ่ของนางมีใบหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะเริ่มตกใจ

     "จากนั้นน้องจึงชอบอ่านตำรา เพราะน้องจะได้รู้เยอะๆ คิดอะไรได้รวดเร็ว..ไม่ต้องรวบกวนท่านแม่ที่สุขภาพอ่อนแอ พี่ใหญ่...หากตอนนั้นมีพวกท่าน น้องคงได้ฟังนิทานเรื่องพญามังกรกับราชสีห์" นางเอ่ยอย่างเศร้าๆ วัยเด็กของนางต้องเผชิญกับภาระในจวนมากมายแทนท่านแม่ที่ล้มป่วย นางไม่ชอบสาวใช้ แลพ่อบ้านที่อาศัยเวลาท่านพ่อไม่อยู่หลายปีโกงกินเงินในจวน

     "ความคิดของเจ้าเกินวัยไปมาก...เพราะเจ้าขาดครอบครัวคอยชี้นำ" พี่ใหญ่เอ่ยขึ้น


     มันก็จริง...นางไม่ปฎิเสธเลย

     แต่ก่อนมีพี่ๆค่อยเล่นด้วย ความสนุกสนานในตอนนั้นนางยังจำได้ดี แต่คนในจวนที่คุ้นเคยเริ่มหายไป นางก็เริ่มเศร้า เหงา...เมื่อเห็นหน้ากากของแต่ละคนแล้ว นางก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างกู้ไม่กลับ คนใช้ที่มักเข้ามาประจบประแจง คุณหนูตระกูลต่างๆที่เริ่มเข้ามาเพราะผลประโยชน์ 

     หากไม่มีพลังของเซียนก็น่าจะดี...อย่างน้อยนางก็น่าจะมีมิตรสหายบ้าง


     "พี่เข้าใจสถานการณ์ของเจ้ามากเลยทีเดียว...ครอบครัวที่อยู่ไกลกัน ไหนจะเรื่องที่เจ้าเป็นบุตรสาวของจวนแม่ทัพ พี่เชื่อว่าคงมีหลายสิ่งที่ทำให้เจ้าเปลี่ยนแปลง..แต่ไม่ต้องห่วง พี่จะหาทางให้ครอบครัวของเขากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง"

     ครอบครัวของเขากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง...

     "น้องดีใจมากเจ้าค่ะ" นางยิ้มแย้มอีกครั้ง ถึงนางจะโตเกินวัยอย่างไร นางก็ยังคิดถึงครอบครัว มันเป็นสิ่งที่ตัดได้ขาดยากที่สุดแล้วในบรรดาความรู้สึกทั้งหมดและความทรงจำที่นางมี

     !

     แผ่นดินสั้นไหวอย่างรุ่นแรง เสียงของพลังมหาศาลปะทะกันดังกึ๊กก้องไปทั่ว อาชาสีหมอกของพี่ใหญ่หยุดชะงักทันที นางตกใจเล็กน้อย เท่าที่นางรู้นี้มันเป็นพลังที่ทำให้ควาสมดุลรอบๆพังทลายลง เกิดความเสียหายกระจายไปทั่ว บนท้องฟ้า นางมองเห็นคนเล็กๆ สองคนพุ่งเข้ากำลังปะทะกัน

     "พี่ใหญ่เกิดอะไรขึ้น"

     "จอมยุทธสู้กัน...เรารีบไปกันเถอะ" พี่ใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีใบหน้าดำมืดลง ระหว่างที่ที่พี่ใหญ่กระตุกบังเหียนม้าเร่งความเร็ว นางเห็นประกายแสงสีเงินเล็บๆ พุ่งมาที่นาง แต่ด้วยวรยุทธของพี่ใหญ่เขาทำให้มันกระเด็นออกไป ลูกธนูปริศนานั้นร่วงเข้ามาที่มือของนาง เด็กสาวเพ่งมองด้วย...

     หัวใจที่เต้นรุ่นแรง...

     นี่มันลูกศรของอาณาจักรหลี่! ทั้งหากปลายลูกศร หัวลูกศรล้วนเป็นแบบของอาณาจักรหลี่...ดีที่มันไม่อาบยาพิษ แต่รูปทรงเช่นนี้เอาไว้สังหารคน มันมีวิถีศรที่แม่นยำที่สุดในบรรดาลูกธรของดินแดนนี้

     เกิดอะไรขึ้นที่ชายแดนกัน? 

     นางมองไปยังพี่ใหญ่เขากระชับกระบี่ขึ้นมาถือเอาไว้ พร้อมมองชายชุดดำจำนวนหลายคนตรงหน้า พวกมันส่วมชุดสีดำปกปิดใบหน้า รูปร่างสูงใหญ่ดุจทหารในจวนเลย ในมือของพวกมันสามคนถือกระบี่ หนึ่งคนถือคันธนู

     "เหลียนเอ๋อร์...พี่ขอโทษที่พาเจ้ามาตกอยู่ในอันตราย" พี่ใหญ่บังคับม้าถอยออกมาอย่างช้าๆ เขาเอ่ยกับนางเบาๆ มือข้างหนึ่งจับปิ่นหยกบนศีรษะของนางผนึกลมปราณเข้าไป หยกนั้นกลายรูปเป็นปิ่นหยกผีเสื้อ หากนางจำไม่ผิด มันเอาไว้ตามติดตามหาตัวคน โดยจะรับรู้ถึงสายลมปราณของพี่ใหญ่ที่ติดกายนาง... "เจ้ารีบหนีไป ซ้อนตัวซ้อนตัวอยู่ที่ไหนสักพัก จนกว่าพี่จะมาตามก็พอ"

     "น้องจะไปที่ลับของเรา...พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง"

     "ดี วรยุทธที่เจ้าเรียนมาเป็นประโยชน์เสียที" พี่ใหญ่เอ่ยจบ เขาก็กระโดดพุ่งตัวออกไปจากม้า ส่วนนางเองก็กุมบังเหียนแทน ระหว่างที่ม้าพลิกตัว นางใช้พลังยิงลมปราณไปยังพื้นดิน ทำให้เกิดฝุ่นควันพลางตาพวกนักฆ่าหรือคนของอาณาจักรหลี่ เสร็จก็ควบม้าหนีไปอย่างรวดเร็ว!



...ติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

849 ความคิดเห็น

  1. #786 DISKNARA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 14:08
    ใช่* ใหญ่* แน่น* ยุ่ง*
    รีไรท์ใหม่ก็ยังคงความน่าหมั่นไส้ในความถือดีความสามารถนางเอกอยู่ดี เทพทรูเกินไป
    #786
    0
  2. #753 amporn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:50
    ขอบคุณค่ะ
    #753
    0
  3. #752 naran1977 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:47
    ขอบคุณค่ะ
    #752
    0
  4. #751 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:17
    ชอบความละมุนของพี่ใหญ่กับเหม่ยเหลียน^^
    #751
    0
  5. #750 Mint (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:11
    จะรออ่านนะคะ
    #750
    0
  6. #749 raindemon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:10
    น้ำตาจะไหล อยู่ไกลกันนี่เข้าใจเลย เหงามาก
    #749
    0
  7. #748 Novellover (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:06
    ดีจังพี่ชายใหญ่เข้าใจมองออกและแก้ไขทันท่วงที
    #748
    0
  8. #36 xigun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 06:07
    แหมท่านประมุขลูกล่อลูกชนน่าดูชมเชียวนะ 5555
    #36
    0
  9. #35 ghost-1111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 23:26
    จะกินเด็กเหรอประมุขพรรคมาร มันไม่ดีนะ! ต้องรอให้เซียนน้อยโตก่อนสิ!! 555+
    #35
    0
  10. #33 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:36
    ท่านจอมมารจองไว้แต่เล็กเลยนะ 555
    #33
    0
  11. #32 0864084037 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:32
    ชอบม๊ากกกกกกเลยค่ะ รอๆๆๆๆๆๆต่อไป
    #32
    0
  12. #30 ผ่านมา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:11
    อ้าวนึกว่าพาไปเลย จากไปซะล่ะ
    #30
    0
  13. #29 non_wufan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:02
    เนื้อคู่กันแล้ว ไม่แคล้วกันหร๊อก!!/คำพูดแก่จัง555
    #29
    0
  14. #28 ติ่งนิยาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 21:54
    เนื้อคู่รึเปล่า อยากรู้ๆ
    #28
    0