*ดองชั่วคราว* ชาติที่สิบสอง...ข้าและท่านจะได้ครองรักกัน

ตอนที่ 3 : ❀ ชาติที่สิบสอง ❀ ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    20 ม.ค. 61


     จวนแม่ทัพตระกูลฉี 

     เสียงวุ่นวายดังไปทั่วจวนท่านแม่ทัพตระกูลฉี น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปราบปลื้มและยืนดี บ่าวไพร่รวมถึงพลทหารต่างพากันกระจายข่าวไปทั่วจวนและนอกจวนเป็นที่เรียบร้อย บัดนนี้จวนแม่ทัพตระกูลฉีซึ่งไม่เคยมีบุตรสาวเลยมาตั้งแต่สมัยต้นตระกูลกลับได้รับโชคอันมงคลเข้าเสียแล้ว ตระกูลฉีจะว่าทำบุญกับประเทศชาติมามาก ทำบาปฆ่าคนในสนามรบมาก็มากเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่เคยมีบุตรสาวในตระกูลเกิดมาเลย

     "อาโหย่ว!...บุตรรีของท่านคนนี้วาสนาสูงส่งยิ่งนัก" น้ำเสียงประหลาดใจของชินแซที่ดังขึ้นเรียกความสนใจจากทุกๆคนในจวน ท่านประมุข และฮูหยินที่นอนพักอยู่ข้างๆก็เช่นกัน พวกเขาต่างมองไปยังบุตรสาวของตนทันที

     "อย่างไรรึท่านกวง" ประมุขตระกูลฉีเอ่ย ฉีชินเซียงเอ่ยถามอย่างสงสัย

     "ท่านดูปานสีแดงระหว่างหน้าผากของนางสิ มันมิใช่ความบังเอิญ ทว่าหากท่านพิจารณาดูดีๆนะ ท่านก็จะสักเกตเห็นว่า คล้ายรอยพู่กันแต้มเบาๆ สัญญาลักษณ์นี้ยังแทนท่านเทพแห่งกาลกำเนิด นางมีโชคที่ดีวาสนาและกุศลของนางนั้นมากล้นนัก ดวงชะตาของนางก็สว่างไสว ชีวิตนี้ของนางจะสมปองปรารถนา...นับเป็นดวงจิตของผู้ที่จะเป็นเซียน เป็นโชคของท่านแม่ทัพแล้ว" ชินแซกวงเอ่ยใครจะรู้ว่าร่างในชินแซเทวดาผู้นี้คือเทพแห่งกาลกำเนิดกัน

     ตอนนี้ในใจของท่านแม่ทัพรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง...เขาและบรรพบุรุษในตระกูลหลายปีมานี้เฝ้าอธิฐานต่อองค์เทพเพื่อประทานบุตรสาว ทว่ายากเย็นยิ่งนักตอนนี้เขามีลูกชายถึงสี่คนทว่าเขากลับได้บุตรสาว...เป็นครั้งแรกในตระกูล เห็นทีคำอธิฐานคงเป็นจริงเสียแล้ว

     "เอ๋...แต่ดวงชะตาของนางย่อมมีอุปสรรค ทว่านางจะต้องสามารถผ่านมันไปได้ ท่านต้องสนับสนุนนางด้วยละ...ดวงคู่ชะตาของนางเป็นบุรุษที่ไม่เลวเลย..อาจต้องแต่งตั้งแต่ยังเล็กๆ เป็นคู่วาสนาที่จะได้สมหมายหลังจากที่ไร้วาสนาต่อกันมานาน" 

     อ่า...นี่เขากล่าวเกินจริงหรือไม่กัน ไม่ได้ๆ เห็นทีจะต้องพอแล้ว ชางซือคิดในใจก่อนจะหาวิธีตัดบท

     "พอมีแนวทางชี้นำหรือไม่ท่านกวง" ท่านแม่ทัพเอ่ยถาม

     "ถึงเวลานั้นท่านต้องงัดเล่ห์เหลี่ยม ฝีปากฝีมือช่วยบุตรสาวของท่าน คู่ชะตาตามหานางมาเนิ่นนาง หากพบเข้าแล้วก็หมายจะพากลับไปทันที...ท่านนะทำอะไรมากไม่ได้ ทว่าใช่จะไม่มีวิธี เแต่สวรรค์ไม่อาจเปิดเผยให้ได้มากกว่านี้หากเมื่อถึงเวลานั่น ท่านจะหาทางได้เอง" เขาเอ่ยพลางแกล้งแสร้งทำเป็นปาดเหงื่อ นวดกระหม่อมไปพลางๆ

     "ท่านกวงคงเหนื่อยแล้ว รบกวนท่านมากแล้ว ข้าจะได้เด็กๆไปส่งท่านก็แล้วกัน" ท่านประมุข ฉีชินเซียงเอ่ยเขาเสียงข้ารับใช้สั่งและกำกับดูแลอย่างดี

     "ไม่ต้องๆ ข้ามีธุระต้องไปจัดการ ส่งข้าที่ประตูเมืองก็พอ" เขาเอ่ยบอก เมื่อฉีชินเซียงเห็นดังนั้นจึงเข้าใจทันทีว่าท่านชินแสกวงมีภาระอันยิ่งใหญ่ที่ต้องไปจัดการต่อ จึงไม่คะยั้นคะยอเขาให้รำคาญ เพียงให้เด็กๆคนรับใช้ในจวนไปส่งเท่านั้น


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

    10 ปีต่อมา  ณ จวนแม่ทัพตระกูลฉี

     ดรุณีน้อยวัยใสกำลัง ดวงตาคู่โตงามจ้องมองน้ำชาที่อยุ่ในถ้วยชาเคลือบใบงาม สองมือจับถ้วยเอาไว้มั่น นางไม่รู้ว่าใครเป็นคนกำหนดรสชาติของชาออกมากัน ว่าอย่างไรถึงจะอร่อย...ช่างมันเถอะ ความสงสัยของนาง เด็กสาววางถ้วยชาบนโต๊ะไม้สักตัวหรู นางยืนขึ้นและก้าวเดินไปที่ๆตรงประสงค์อย่างรวดเร็ว ด้วยวิชาตัวเบาที่เป็นเลิศของนางเพียงครู่เดียวก็มาถึงศาลาหินอ่อนหกเหลี่ยมจากเรือนของนาง

     ที่จวนแม่ทัพนั้นมีอะไรมากมายให้ทำ ฝึกยุทธ อ่านตำราการรบ แม้แต่ดีดพิณสิบสามสาย ยี่สิบสองสาย หรือกระทั้งเที่ยวเล่นกับนายทหารหน้าใหม่...ทว่านางกลับรู้สึกเบื่อแลเหงาหงอย นางบุตรสาวเพียงคนเดียวของจวนแม่ทัพฉี ผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจนาม 'ฉีเม่ยเหลียน' ผู้ที่ทั้งเก่งกาจเลื่องลือไปทั่วแดนไกล กลับต้องมาถูกขังอยู่ภายในจวน

     นางไม่เข้าใจเหตุผลของท่านพ่อนัก...คู่วาสนาอะไรกัน เพียงคำหมอดูมิใช่รึ ด้วยเหตุฉะนี้วันๆ ของนาง หากไม่นั่งสมาธิผ่านๆ ไปแล้วละก็ คงไม่เกิดอะไรดีๆให้แก้เบื่อเลย เด็กสาวนั่งขัดสมาธิบนเบาะตัวงาม...สาวใช้นางก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก เสียงเล็กแหลมนั้นรบกวนนางเป็นอย่างยิ่ง...ดังนั้นการปลีกตัวมาศาลาหลังจวนเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะไกลแลไม่มีใครต้องการมาทำธุระอีกด้วย

     นางรู้สึกเพลินไปกับการทำสมาธิฟังเสียงของธรรมชาติรอบๆตัวนางเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย...จนกระทั้งผ่านไปประมาณหนึ่งยามได้ นางจึงค่อยๆได้ยินเสียงทุ้มต่ำของพี่ใหญ่ ดังนั่นนางจึงลืมตาขึ้น มองเห็นพี่ใหญ่ในชุดเกราะทหารสีแดงถือกระบี่เล่มหนึ่งเดินเข้ามาหานางใกล้ๆ

     "เหลียนเอ๋อร์...พี่ใหญ่กลับมาแล้วนะ" เสียงอันอ่อนโยนฉบับคุณชายใหญ่ทำให้นางรู้สึกดีจนต้องออดอ้อนเขาประจำ

     "น้องเล็กคำนับท่านพี่ใหญ่" นางคำนับพี่ใหญ่ฉีจินเฉวี่ยน เขาเป็นแม่ทัพเก่งที่กาจเช่นท่านพ่อ ต้องไปประจำชายแดนนไกลๆ นานๆครั้งจึงกลับจวน ปกตินางมักจะอยู่กับเขา เพราะว่าพี่ใหญ่มักจะพานางเที่ยวไปทั่วเมืองหลวง ขี่ม้าตะบึงไปไกลทั่วหล้า มันสนุกสนานมากสำหรับนาง หากเป็นพี่รองคงพาเดินเที่ยวรอบจวน ไกลสุดคือประตูหน้าจวน แต่ถ้าเป็นพี่สามพี่สี่แล้วก็หอนางโลม โรงเตี๊ยมของเมืองหลวงล้วนไปมาหมดแล้วทั้งสิ้น

     "ท่านแม่นะบอกว่าเจ้าชอบนั่งสมาธิมาก แต่ก็ยังเรียนพิณได้เก่งกาจ แถมยังบอกอีกว่าเจ้านะแอบฝึกยุทธ เจ้าตัวน้อยของพี่ จะฝึกไปใยพี่ใหญ่ของเจ้าอยู่ที่นี้ทั้งที เราไปเที่ยวเล่นกันเสียหน่อย"

     เที่ยวเล่นรึ ! นางไปอย่างแน่นอน!

     "น้องแค่อยากเก่งกับเขาบ้าง..." นางเอ่ยเสียงอ่อน พี่ใหญ่นะชอบหญิงสาวที่เป็นกุลสตรี อย่างไรเขานะชอบบอกนางอ้อมๆ ว่าเขานะไม่ชอบสาวๆ ฝึกยุทธ มันไม่น่าถนอมอะไรทำนองนี้...

     แต่ถ้านางไม่ฝึก นางจะหนีเที่ยวได้รึ

     "พี่ใหญ่ก็รู้..ข้านะ อะไรๆก็ล้วนเก่งกาจไปหมดทั้งสิ้น สิ่งที่ข้าเหลือก็คือฝึกยุทธ เก่งทั้งหมดจะได้เป็นยอดสตรีไงละพี่ใหญ่" นางยกเหตุผลชักแม่น้ำทั้งแปด แลใส่ลูกอ้อนแบบเด็กน้อยเข้าไปแล้ว ตอนนี้เพียงรอดูท่าทีของพี่ใหญ่ก่อน 

     "พี่รอง พี่สามพี่สี่ของเจ้าว่าอย่างไรบ้างละ"

     "พี่รองเพียงพยักหน้าเท่านั้น ส่วนพี่สามพี่สี่ไม่ไดว่าอันใด ท่านพ่อเองก็ไม่ได้ว่าข้า ส่วนท่านแม่ก็อนุญาต" ทุกคนอนุญาตเพราะคิดว่าฝึกไปสักพักเด็กอย่างนางคงทนไม่ไหว ใครจะนึกเราวิชาตัวเบานางเป็นเลิศยิ่ง! และวิชากระบี่ก็ล้วนเชี่ยวชาญเลยทีเดียว

     "พี่ใหญ่รู้ดีว่าเจ้าฝึกไปเพื่ออะไร เช่นนั้นพี่ใหญ่พาเจ้าเที่ยวเล่น เจ้าจะได้ไม่ต้องฝึกในช่วงนี้"

     "พี่ใหญ่!" เม่ยเหลียนถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าเดินกลับไปยังโถ่งด้านในของจวน ด้วยความเร็วของพี่ใหญ่แล้วใช้เพียงเวลาสั้นๆ ริมฝีปากของพี่ใหญ่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขารู้ทันนางอีกแล้ว! ไอหย่า!

     "ลู่ลู่ พาคุณหนูของเจ้าไปแต่งตัวข้าจะพานางออกไปนอกจวน" 

    พลันลู่ลู่สาวใช้ประจำตัวนางก็วิ่งมาอย่างรวดเร็ว เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อคล้ายกับว่ากำลังวิ่งหานางทั่วจวน ให้หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอหรอก จวนแม่ทัพใหญ่ปานนี้ ให้เดินหาไปที่ประจำของนางแต่ละจุดๆ ใช้เวลานานเลยทีเดียว

     "เจ้าค่ะ" ลู่ลู่คำนับพี่ใหญ่ก่อนจะรีบพานางกลับไปยังเรือน

     พี่ใหญ่ของนาง...นางขอแช่งให้เขาได้แต่งกับโจรหญิงหรือสตรีแกร่งเป็นยุทธ แล้ววันนั้นนางจะยี่ยวนกวนประสาทวันวิวาห์ ของพี่ใหญ่เลย



...ติดตามตอนต่อไป...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

849 ความคิดเห็น

  1. #746 foreverone (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:47
    รอค่าา
    #746
    0
  2. #745 janjirasuso (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:26
    ขอบคุณเน้อ
    #745
    0
  3. #744 amporn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:07
    ขอบคุณค่ะ
    #744
    0
  4. #742 Qzaxgun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:11
    ไอ่หย่าาาา เกิดละนะจ้าาาา
    #742
    0
  5. #740 Areeya Saisingthong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:18
    รอค่าาาาา
    #740
    0
  6. #739 jokerlovery (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:14
    รอออคร้า
    #739
    0
  7. #21 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:54
    แค่นี้ก็สนุกแล้วค่ะ แต่ใช้คำบางทีคนอ่านก็งงค่ะ

    ไม่แน่ใจว่าไรท์จะสื่ออะไร อาจพิมพ์ตกหล่น หรือพิมพ์พลาดก็ได้ค่ะ

    ลองไปเช็คดูทั้งนี้แบะตอนที่แล้ว รวมถึงตอนแรกด้วยค่ะ สู้ๆค่ะ
    #21
    1
  8. #18 sujitrapiapon37 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:37
    รออ่านน่ะค่ะ
    #18
    0
  9. #17 yukai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 23:10
    รอ ติดตามค่ะ
    #17
    0
  10. #14 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:42
    คำผิดเยอะจัง
    #14
    0
  11. #13 zεпsε (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:37
    เกือบลืม 'ซน' เขียนงี้เด้อ อันนั้นมันสน แบบต้นสนอ่ะ
    #13
    0
  12. #12 zεпsε (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:35
    ใช้พี่ใหญ่ไปให้หมดทุกอันดีกว่านะ พี่หนึ่งมันอ่านขัดมากๆเลยอ่ะ -.-
    #12
    0