*ดองชั่วคราว* ชาติที่สิบสอง...ข้าและท่านจะได้ครองรักกัน

ตอนที่ 2 : ❀ ชาติที่สิบสอง ❀ ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    20 ม.ค. 61

    

      ที่นี้ที่ไหนกัน...

     หญิงสาวคิด นางค่อยๆกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างช้าๆ เพื่อสำรวจแลเก็บรายละเอียดทุกสิ่ง มันเป็นเหมือนตำหนักจีนโบราณที่ค่อนข้างใหญ่โตและงดงาม ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่เมฆมากมาย ลมก็ค่อนข้างเย็นสบาย...ที่นี้คงเป็นสวรรค์ละมั่ง

     คนตายไม่ได้ไปนรกก็สวรรค์....อย่างนั่นสินะ

     ะว่าไปคนอย่างนางก็ไม่น่ามีบาปมาก ชีวิตชาติที่แล้วก็เอาแต่ทำบุญกุสล มุ่งมั่นในพระธรรม หมั่นฝึกสมาธิเสมอแม้ร่างกายไม่เอื้ออำนวยมากก็ตาม บาปของนางเท่าที่นางนึกได้ อ่า...คงจะเป็นการทำให้ผู้อื่นทุกข์ใจ อย่างการที่นางตายไปโดยที่ทิ้งสาวใช้ให้เครียดเพียงลำพัง 

     หญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ ข้างในตำหนักสีขาวที่ใหญ่โตนั้น นางพบกับชายผู้หนึ่งที่ดูสูงส่ง...สง่างาม และแข็งแกร่ง เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาอบอุ่น ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อต้องแสงอาทิตย์มันก็เป็นประกายสีทองดุจทองคำ ทว่านางไม่อาจบรรยายอะไรได้มากนักเกรงจะเสียมารยาทเข้า 

     แต่จู่ๆ ชายตรงหน้ากลับขยับเข้ามากอดนางเสียงงั้น...

     "จินเหลียน..." คล้ายกับว่าน้ำเสียงอันสุขุมนั้นกำลังเรียกนาง นางเพียงค่อยๆสบตาชายตรงหน้า "สามร้อยปีที่ผ่านมาเจ้าลงไปกำเนิดแดนมนุษย์ ผ่านมาหลายภพหลายชาติแล้ว...แม้เจ้าจะไม่สามารถลืมเลือนความรู้สึกเหล่านั้นไปได้...แต่อย่าได้ทำร้ายตนเองอีกเลย" เขาเอ่ยก่อนจะใช้ฝ่ามือลูบที่หน้าผากเพียงเท่านั้นทำให้นางรู้สึกอะไรบางอย่างที่เจ็บปวด...นางทำเพียงหลับตาเอาไว้

     ความทรงจำต่างๆค่อยๆ ไหลเข้าสู่กายของนางอีกครั้ง...รวมถึงความทรงจำที่แสนทรมาน...นางจำได้แล้วว่าตนเองเคยเป็นใคร นางเป็นเซียนเทพ บุตรสาวของท่านเทพพระอาทิตย์นามจินหยาง นางเป็นเทพชั้นสูงผู้หนึ่งมากอายุ ครานั้นได้ไปหลงรักเทพมารร้ายตนหนึ่งในสวนไผ่หิมะของสวรรค์อย่างบังเอิญ แม้ความสัมพันธ์จะไปได้ดีทว่าเมื่อนางเอ่ยบอกรักไปนั้น เขาผู้นั้นกลับทำเพียงเดินปลีกกายหนีจากไป...ไม่ได้ตอบอันใด...จากนั้นก็เริ่มหลบหน้านางทุกครั้งที่มีโอกาสได้เจอกัน ทำตัวเย็นชาขึ้น...

     เพราะความรักข้างเดี่ยวที่ไม่สมหวัง...นางจึงปรารถนาจะหลีกหนีลงจากสวรรค์เพื่อลืมเลือนมันและเป็นการลงไปเสริมบารมีทำความดี...ดังนั้นในทุกๆชาติ นางจึงมิได้มีคู่ครอง เอาดีด้านธรรมคุณ พุทธคุณ ไม่บวชก็มุ่งศัทราในพุทธ โดยกำหนดไว้ว่าจะลงไปเกิดให้ครบสิบสองชาติ ครั้งที่แล้วเป็นชาติที่สิบเอ็ด...

     "แต่พระบิดา ข้าไม่สามารถผิดคำสัตย์สาบานต่อพุทธองค์ได้ ชาตินี้นั้นคงเป็นชาติสุดท้ายแล้วที่ข้าได้ลั่นวาจาไว้ แม้ไม่สามารถลืมเลือนไปได้ แต่การทำความดีนั้นก็เป็นความตั้งใจของข้าได้โปรดอนุญาตเถอะเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความตั้งใจ

     "...ในเมื่อเจ้าตั้งใจจะลงไปทำความดี ข้าก็ไม่มีอะไรจะขัดไปเถอะ ด้วยบุญกุศลที่เจ้าทำมาจากหลายชาตินั้น ข้าคงไม่มีอะไรจะต้องขวาง...บิดาจะรอคอยเจ้าอีกครั้ง" เขาเอ่ยอย่างก่อนจะมีลูบหัวของบุตรสาวอย่างอ่อนโยนแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูในใจของเขาคิด

     'ความไม่สมหวังนี้ของเจ้าเป็นบททดสอบสวรรค์...เมื่อเจ้าผ่านไปได้เจ้าก็จะเป็นมหาเทพอย่างแท้จริง เพราะบิดาของเจ้าก็ผ่านมันมาแล้ว...มารดาของเจ้าก็เช่นกัน'

     "บิดาอย่างได้ห่วงลูกไปเลย อายุขัยมนุษย์นั้นสั้น เพียงท่านกระพริบตาข้าก็กลับมาหาท่านแล้ว" นางเอ่ยตอบไปแล้วมองบิดาของนางด้วยสายตาขี้อ้อน

     "เช่นนั้นก็ไปเถอะ เทพแห่งกาลกำเนิดรอเจ้าแล้ว" เขาโบกมือเป็นเชิงอนุญาตให้บุตรสาวไปได้แล้วไม่ต้องห่วง นอกจากนั้นเขาแอบยังมอบดวงตาเซียนให้นางไปแล้วจึงยังพอหายกังวลใจได้ไปอีกข้อหนึ่ง นอกนั้นนางล้วนต้องเผชิญหน้าเองทั้งสิ้น

     "ลูกทูลลาพระบิดาเพคะ" นางเอ่ยก่อนจะพริ้วกายหายไป นั่นทำให้มหาเทพแห่งอาทิตย์อย่างจินหยางอดยิ้มไม่ได้ นางช่างละม้ายคล้ายมารดาของนางจริงๆ...


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 


     ข้าปรากฎตัวหน้าตำหนักกาลนิรันดร์ ข้าจำได้ว่าเคยมาที่นี้ร่วมหลายครั้งแล้ว...ข้ากำเนิดจากครรภ์เทพชั้นสูง มิใช่มนุษย์ที่บำเพ็ญเพียรจนสามารถขึ้นมาได้ ข้าไม่จำเป็นต้องไปเกิดยังโลกมนุษย์ ทว่าข้าสามารถลงไปกำเนิดเป็นมนุษย์ได้ตามที่ต้องการ เป็นเทพเซียนจากครรภ์ของเซียนทำให้ข้ามีความรู้สึกคล้ายดังมนุษย์เป็นโดยไม่ต้องบำเพ็ญเพียร ต่างจากเซียนที่เป็นมนุษย์มาก่อนซึ่งสวรรค์มีกฎให้ตัดอารมณ์กิเลสทั้งสิบอารมณ์ต่างๆ แต่ในเรื่องกิเลส โดยกำเนิดข้าก็สามารถตัดได้และคงความสุขุมของเทพชั้นสูงเอาไว้เสมอ

     ข้าใช้มือจับราวบันไดทางเดินไปยังตำหนักกลางแม่น้ำลืมเลือน ตำหนักนั้นเป็นสร้างจากหินอ่อนของหินในสมุทรแดนใต้ของสวรรค์ ตัวของตำหนักเปลี่ยนสีตามแสงอาทิตย์มันช่างงมงามมาก...แม่น้ำก็ใสแจ๋วมองเห็นมองเห็นความงดงามของพืชพรรณหลากสีข้างใต้พื้นน้ำได้...ท่านเทพแห่งกาลกำเนิดสร้างสิ่งเหล่านี้ไว้ให้มนุษย์คลายทุกข์จากความรู้สึกต่างๆ...

     เมื่อข้าค่อยๆเดินผ่านทางเดินความทรงจำต่างๆของข้าก็ค่อยๆจางหายไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ...ข้าเริ่มไม่สามารถจำได้เวลาข้าเป็นใครแล้ว ไม่แน่ใจนัก...ว่าตอนนี้เสียใจหรือไม่ที่อยากลืมเลือนความทรงจำดีๆต่างๆ...อย่างที่พุทธองค์กล่าวหลักธรรมเอาไว้ว่า อนิจจัง...ทุกสิ่งไม่เที่ยงแท้ ชีวิตเป็นเทพล้วนยืนยาวนิรันด์ มีสุขต้องจดจำ มีทุกข์ค่อยๆปล่อยให้ลืมเลือนไป

     ข้าเดินมาถึงตัวตำหนักด้านใน...มองเห็นชายหนุ่มท่าทางนิ่งสงบ เขาเอนตัวพิงพนักเบาะตัวนุ่มสีแดง ความทรงจำที่เลือนลางบอกกับข้าว่าเทพองค์ชั้นสูงองค์นี้เป็นสหายของข้าจำได้ว่าน่าจะชื่อชางซือ

     "ดูจากทะเบียนความดีจากเทพดวงชะตาแล้ว เจ้านับว่าทำคุณงามความดีไว้มาก ไร้คู่เวรคู่กรรม ชาติหนึ่งเป็นชายเคยบวชในพุทธศาสนา บวชชีสองครั้ง นอกนั้นล้วนทำบุญกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ ทั้งยังอยู่ในศีลธรรมอันดี..." เขาสะบัดเมื่อครั้งหนึ่ง พลั้นไม่นานความทรงจำก็กลับมาอีกครั้ง

     "ครั้งสุดท้ายแล้วสินะ...พวกเราทำเพียงจดจำเรื่องดีๆ ก็เพียงพอ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องพยายามลืมเลือนให้เจ็บใจ ครั้งนี้เจ้าอยากจะทำอะไรกัน"

     เขาเกริ่นออกมามากมาย มันเป็นแบบนี้ทุกครั้ง...แต่ว่าข้าก็ไม่ได้เก็บมันเอามาใส่ใจนัก

     "ชาติที่แล้วไร้อิสระโผ่บิน...ชาตินี้ข้าอยากท่องเที่ยวไปทั่วหล้า เป็นอิสระ ได้ยลทุกสรรพสิ่งบนโลกที่หวัง"

     "ก็ใกล้เคียงดี" เทพแห่งกาลกำเนิดเอ่ยขึ้น เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆ นางหารู้ไม่ว่าการกำเนิดครั้งนี้ของนางจะนำเอาผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาเป็นเส้นแห่งโชตชะตาและวาสนา โดยเฉพาะเทพมารตนนั้นที่เพิ่งจุติลงไปตามหาตัวนางเองก็มีส่วนด้วย....หรือแม้แต่สิ่งของในอดีตของท่านมหาเทพแห่งดวงอาทิตย์ หรือมารดาของนางมหาเทพแห่งโชคชะตา 

     ทว่าสิ่งที่เขาเอ่ยพึมพำไปเบาๆมันกลับทำให้สหายตรงหน้าเกิดความงุนงงจนต้องครุ่นคิดไปสักครู่

     ใกล้เคียงหรือ? ที่ชางซือเอ่ยหมายถึงสิ่งใดกัน ข้าไม่เข้าใจมากนักวิชาทำนายของข้าไม่ได้แม่นยำหรือชัดเจนเท่าเขา และข้าก็ไม่ได้ใคร่ชอบศาสตร์ด้านนี้เท่าไหร่นัก ไม่ใคร่ชอบทำนายดวงชะตาเอาเสียด้วย อ่า...ข้าไม่อยากรีบนักหรอกแต่ข้าเองก็ไม่อยากจะอยู่สวรรค์ ดินแดนที่มีแต่ผู้เป็นนิดนิรันดร์อาศัย ที่ที่มีคนผู้นั้น...

     "เจ้ามีผลบุญบารณมีสูงมาก กำเนิดไปคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา คงจะเป็นเซียนชั้นมนุษย์เลย ดังนั่นอันตรายยิ่ง ในเมื่อเจ้าทำดีสวรรค์ย่อมเมตตา อย่างไรไม่ก็ถึงกับชะตาร้ายนัก"

     "จะร้ายจะดี ข้าไม่ได้สนใจอยู่แล้ว...หวังเพียงบางสิ่งในใจข้าได้คลายลง ปล่อยวางได้..."

     "ขอให้สมปรารถนาท่านเทพแห่งการเยี่ยวยาสรรพสิ่ง..."

     เยี่ยวยาสรรพสิ่งรึ...เยี่ยวยาร่างกาย จิตใจ รักษารวมถึงโชคชะตาให้ผู้อื่นได้ แต่ทว่าข้ายังไม่สามารถเยี่ยวยาตนเองได้เลย...

     ฉายานี้ทำให้หลายปีที่ผ่านมาของข้าช่างน่าขันนัก...แต่เอาเถอะ ฉายาก็คือฉายา เวลานี้ข้าอยากลงไปกำเนิดสักที เพื่อจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง ตอนนี้ข้าเริ่มเบนสายตาไปยังน้ำวนที่ทำให้ลืมเลือนทุกอย่าง ทว่าเป็นการลืมเลือนชั่วสั้นๆอยู่ดี เมื่อข้ากลับมาย่อยมจำได้...เทพเซียนชั้นสูงเช่นข้าสามารถระลึกได้เสมอ...

     "เป็นเกียรติของข้ายิ่งที่จะส่งสหายรักจุติไปยังโลกมนุษย์...แต่ก่อนอื่นข้าควรมอบสิ่งนี้ให้เจ้า" ชางซือเอ่ยก่อนจะมองมองที่นาง เขาเพียงเอ่ยคำว่า'พู่กัน'เบาๆ พู่กันเล่มเล็กก็ปรากฎขึ้น ร่างสูงของเขาค่อยๆ วาดแต้มสีแดงบนหน้าผากของข้าเป็นรอยปราณขีดเล็กๆระหว่างหน้าผากเอาไว้ผนึกพลังของเทพ

     "ขอบคุณมาก..." ข้าเอ่ยก่อนจะเดินตามเขาไปยังท้ายตำหนักกาลนิรันดร์ ผ่านทางเดินต่างๆมากมายจดมาหยุดที่ปลายทางเดินซึ่งตรงหน้ามีบ่อน้ำวนแห่งการลืมเลือน ข้าหลับตาลงก่อนจะก้าวไปข้างหน้า ร่างกายของข้าปะทะกับสายน้ำที่เย็นเฉียบ...จ่มดิ่งลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความทรงจำต่างๆทีมีอยู่จะกี่ครั้งข้าก็ยังรู้ใจของตนเองเสมอว่า..ข้า...

     ข้ายังรักท่านเสมอ...เสวี่ยต๋าเฟย

     เสวี่ยต๋าเฟย...ชื่อนี้คุ้นเคยยิ่งนัก....

     ใครกันนะที่ข้าลืมเลือนไปแล้ว...








...ติดตามตอนต่อไป...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

849 ความคิดเห็น

  1. #844 wilaiwan111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:17
    ชอบอันเก่ามากกว่าค่ะอยากให้ต่อจากอันเก่ารวบรัดดี
    #844
    0
  2. #830 Singtao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 21:27
    คล้ายเรื่องสามชาติสามภพเพียงแต่คนละบทบาดการบันยาย
    #830
    1
  3. #798 meemeecakecake (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 12:54
    ภาษาสวยมากค่ะ ชอบบ
    #798
    0
  4. #743 kimchi9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:49
    สนุกดีค่ะ
    #743
    0
  5. #741 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:05
    ชอบอันที่รีไรท์มากกกค่ะ ^^
    เรื่องของนางเอกกับเสวี่ยมีที่มาที่ไป และก็สมเหตุสมผล

    #741
    0
  6. #738 amporn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:55
    ขอบคุณค่ะ รออ่านตอนต่อไป
    #738
    0
  7. #737 gzb1-realster (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:07
    ชอบจัง อยากอ่านต่อแล้วT_T
    #737
    0
  8. #736 gzb1-realster (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:06
    เป็นภาษาที่สวยงามมากค่ะ ปลื้มมากเลย
    #736
    0
  9. #57 sasirina (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 11:20
    กระ ฝ้า ไฝ เขียนแบบนี้นะคะ
    #57
    1
    • #57-1 kantidajung(จากตอนที่ 2)
      19 มิถุนายน 2559 / 09:27
      ขอบคุณค่ะ
      #57-1
  10. #50 พัชรียา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:50
    ย่างเก้าสิบเอ็ดปี555อ่านไปรีดก็อมยิ้มไป
    #50
    0
  11. #48 rika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 21:37
    ไม่มีบทสนทนาเลย เหมือนเป็นการเล่าพัฒนาการ น่าจะมีบทแสดงวีรกรรมแสบๆ
    #48
    0
  12. #38 Shiji_ginrarara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 11:07
    น่าติดตามมากเลยค่ะ
    #38
    0
  13. #20 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:48
    เรื่องแปลกดีค่ะ และไม่อืด แต่ระวังการพิมพ์พลาด พิมพ์ตกหล่นนะคะ

    #20
    0
  14. #16 yukai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 23:04
    กระชับดีค่ะ


    มีคำผิดนิดหน่อย
    #16
    0
  15. #9 catty_call (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:34
    #9
    0
  16. #8 NoteFreedom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:02
    น่าสนใจครับ รอตอนต่อไปอยู่
    #8
    0