ASTORIA.

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 : ภารกิจลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 681 ครั้ง
    4 เม.ย. 62

 

 

 

 

ถึงแอสโทเรีย

จงตามหาคิรินแห่งแอสโทเรีย แสดงตัวตนของเจ้า และมอบพัดอันนี้ให้แก่นาง นางจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป

ปล. เรื่องนี้คือความลับระหว่างเรา หามแพร่งพรายโดยเด็ดขาด

ลงนาม จ้าวสวรรค์

 

ภารกิจของจ้าวสวรรค์ คือการตามหาคิรินแห่งแอสโทเรีย

เมื่อซีอาน่าจำข้อความในสารนั้นได้แล้ว เธอก็เขียนสัญลักษณ์เพื่อทำลายมันทิ้งทันที สารสีทองนั้นกลายเป็นฝุ่นละอองปลิวหายไปกับอากาศ เด็กหญิงขมวดคิ้วแน่น มองพัดที่เขียนว่า ตราบสิ้นชีวิตจะหาไม่ ในมือของตน เธอทบทวนความทรงจำตอนที่ท่านพ่อสอนพวกเธอเกี่ยวกับคิริน

คิรินเป็นผู้พิทักษ์ พลังของคิรินคือการปกป้อง อาจจะเกิดมาเพื่อรับใช้และปกป้องใครสักคนเหมือนดินแดนอูเทเรีย หรือมีพลังในการปกป้องความรู้สึกของผู้คน อย่างคิรินแห่งนรก และอย่างคิรินนกยูงแห่งสวรรค์ เมื่อกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ ดวงตานับพันบนลายหางของเขาจะเปล่งแสงสีทองสว่าง พ่อจะมองเห็นได้ และหาทางยับยั้งมันทัน...

คิรินทุกตนคงอยู่ในรูปสัตว์ แต่ถ้าใช้เวทมนตร์อย่างถูกวิธี พวกเขาก็สามารถมีร่างมนุษย์ได้ คิรินทุกตนที่มีพลังแข็งแกร่ง สามารถสื่อสารภาษามนุษย์ได้ จำเอาไว้ว่าถ้าพวกเจ้าเจอพวกเขา จะต้องให้ความเคารพให้มาก เพราะสำหรับพ่อ พวกเขาเทียบได้กับเทพพิทักษ์องค์หนึ่งเลย

ในหมู่คิรินทั้งสิบสอง มีคิรินตนหนึ่งที่มีพลังมากที่สุด พลังนั้นไม่ผูกมัดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คิรินตนนั้นเป็นสตรี มีพลังแก่กล้ายิ่งกว่ามังกรบรรพกาลเสียอีก และสามารถให้กำเนิดทายาทของตนเองได้

ในตอนนั้น แอนตาเนียที่ช่างสงสัยมากที่สุดยกมือถามว่า คิรินสามารถมีทายาทได้ด้วยหรือเจ้าคะ

ปกติไม่ได้หรอก จ้าวสวรรค์บอก คิรินจะเกิดด้วยเงื่อนไขของแผ่นดิน อย่างเช่นที่อูเทเรีย ถ้านายของเขาเกิด เขาก็จะเกิดพร้อมกัน ที่แอนตาเนียของเจ้า ถ้าหากว่าแผ่นดินกำลังจะเกิดวิกฤต เขาก็เกิดมาเพื่อสั่งสมพลัง และเตรียมพิทักษ์แผ่นดิน...

แล้วทำไมคิรินที่ท่านพ่อเล่าจึงพิเศษกว่าตนอื่นล่ะเจ้าคะอมีเซียถามอย่างสงสัย

เพราะว่าแต่เดิมนั้น คิรินเกิดจากเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งจ้าวสวรรค์มีสีหน้าเศร้าสร้อย เด็กคนหนึ่ง แยกออกเป็นสิบสองร่างคิริน และคิรินที่ใกล้เคียงความเป็นเด็กคนนั้นมากที่สุด ก็คือคิรินที่ทรงอำนาจมากที่สุดในหมู่คิรินทั้งสิบสอง ตัวตนของนางจึงแกร่งกล้ากว่าคิรินตนอื่น สามารถให้กำเนิดทายาทได้ แถมนางยัง...

พอคิดทบทวนเรื่องราวถึงตรงนี้ แอสโทเรียก็ลืมเลือนไปเสียดื้อๆ ว่าจ้าวสวรรค์กล่าวว่าอะไรต่อ แต่ทว่ากลับจำได้ว่าหลังจากนั้นเทพทุกองค์ก็ฮือฮา แอสโทเรียคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก จำได้จุดสำคัญเพียงอย่างเดียว

‘...นางอยู่ในรูปลักษณ์ของงูขาว อาศัยอยู่ในทวีปแอสโทเรีย

ซีอาน่าถอนใจยาว มองพัดในมืออย่างเหม่อลอย คิรินที่อยู่มานาน และหลบซ่อนตัวตนเอาไว้หลายพันปีเช่นนี้ คงจะไม่มีทางหาเจอได้โดยง่ายอย่างแน่นอน และในทวีปแอสโทเรียแห่งนี้ มีมังกรวาโยเป็นใหญ่สูงสุด อย่างคิรินตนนั้น ท่าทางมีพลังแก่กล้า คงไม่ต้องการอยู่ใต้อำนาจของมังกร

คิรินตนนั้นจะอาศัยอยู่ ณ.แห่งหนใดในดินแดนแห่งนี้กัน

 

**

 

จ้าวสวรรค์กำลังโดนเหล่าลูกสาวรังแก

“ท่านพ่อเจ้าคะ งานที่ว่าจะให้เด็กคนนี้ไปเกิดในท้องของสตรีคนนี้ ก่อนที่ท่านจะใช้ให้ข้าทำ ท่านจะต้องเขียนในใบบันทึกโชคชะตาก่อนสิเจ้าคะ ว่าจะให้เขาไปเกิดตอนไหน” อโฟเทียบอก

“มะ...ไม่ใช่ว่าพ่อแม่แต่งงานกันแล้ว เด็กไปเกิดได้เลยหรือ” จ้าวสวรรค์ถามกลับ

 “ได้อย่างไรกันเล่าเจ้าคะ แต่งงานแล้วก็ต้องรั้งรอเวลาหน่อยสิ! หรือท่านพ่อแต่งงานกับท่านแม่และก็มีท่านพี่เอเลนเทียร์เลย ไม่ใช้เวลาสามีภรรยากับท่านแม่ก่อนหรือเจ้าคะ!?” อโฟเทียเท้าเอวถาม ทำปากยื่นเล็กน้อย “ท่านพ่อนี่ไม่อ่อนหวานเอาซะเลย มิน่า ท่านแม่ถึงได้ไม่อยู่กับพวกเรา”

จ้าวสวรรค์อ้าปากค้าง ได้สติก็ร้องถาม “พ่อและแม่ของพวกเจ้ามีปัญหาอะไร เจ้ารู้ด้วยเหรอ”

“ก็คงจะใช้งานท่านแม่อย่างหนักจนท่านแม่หนีไปล่ะสิเจ้าคะ” อเทวาเซียเอ่ยเสียงเรียบๆ

“ไม่ใช่สักหน่อย!” จ้าวสวรรค์ตวาด อเทวาเซียเลยหันมาโบกพัดให้เขาพร้อมบอก

“ล้อเล่นหรอกเจ้าค่ะ ล้อเล่น ท่านพ่อใจเย็นๆ ทำงานแทนท่านพี่แอสโทเรียไปนะเจ้าคะ”

“ท่านพ่อเจ้าคะ! เคราะห์กรรมต้องเจ็บปวดเพราะความรัก ทำไมท่านพ่อไม่เขียนลงไปล่ะเจ้าคะ!? ข้าบอกแล้วไงว่าให้ใส่เคราะห์นี้ลงในชีวิตของเขาด้วย! นี่เขาแต่งงานจนจะแก่ชราแล้วนะเจ้าคะ คราวเคราะห์ยังไม่มาถึงอีกเหรอ!?” เอเลนเทียร์ร้องเสียงหลง ชี้ไปที่ใบบันทึกแห่งโชคชะตาที่จ้าวสวรรค์ยังเขียนค้างไว้อยู่

“ละ...แล้วเจอตอนแก่ไม่ได้เหรอ” จ้าวสวรรค์ถาม

“ชีวิตของเขากำลังจะหมดลงแล้วนะเจ้าคะ เจอเคราะห์เสร็จก็คงตายพอดี แต่เคราะห์นี้มันต้องอยู่กับเขานานๆ และเขาจะได้สมหวังในบั้นปลาย! นี่ท่านพ่ออ่านเคราะห์ที่ลูกเขียนไม่ละเอียดอีกแล้วใช่ไหมเจ้าคะ!?” เอเลยเทียร์ว่าเสียงสั่น ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ “ท่านพ่อจะทำงานของลูกพัง”

“จะ...ใจเย็นลูกรัก ไหนอาเทลโรเรีย และอควาเทเรีย เอาสายสัมพันธ์ของพวกเขามาให้พ่อดูสิ” จ้าวสวรรค์เร่งปลอบลูกคนโต

“ท่านพี่ทั้งสองไปช่วยมนุษย์ที่โลกมนุษย์เมื่อครู่นี้เองเจ้าค่ะ” เอดารินเป็นฝ่ายตอบ ยื่นกระดาษปึกใหญ่มากให้จ้าวสวรรค์ “ท่านพ่อหาดูเองนะเจ้าคะ น่าจะอยู่ช่วงกลางๆ...”

จ้าวสวรรค์มองตั้งกระดาษมหึมาแล้วหันมามองลูกสาวแต่ละคนที่หลบสายตาเขา ก้มหน้าก้มตาทำงานขะมักเขม้น เขาบอก

“ไปตามแอนตาเนียมาช่วยดีกว่ากระมัง”

“แอนนี่ไม่ยอมออกจากห้องตั้งแต่ตอนที่แอสซี่ไปเกิดแล้วเจ้าค่ะ” อมีเซียตอบเสียงนุ่ม มองนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล “ข้าเองก็ต้องไปประทานความสมบูรณ์ให้ชาวแอนตาเนียแล้ว เดือดร้อนมามาก ต้องฟื้นฟูแผ่นดินให้พวกเขาเสียหน่อย ไปนะเจ้าคะ”

“เอ่อ...” จ้าวสวรรค์มองซ้ายขวา

“ทำงานเจ้าค่ะท่านพ่อ” เอดารินดันปึกกระดาษให้จ้าวสวรรค์ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานของตนต่อไป

“ข้าก็ต้องลงไปแผลงศรรักที่ทวีปแอสโทเรียอีกแล้ว...” อโฟเทียว่า เหลือบมองจ้าวสวรรค์ “ท่านพ่อไม่ยอมให้ข้าทำตามคำขอของท่านพี่แอสโทเรียใช่ไหมเจ้าคะ หนำซ้ำยังไม่ยอมให้พวกเราดูใบบันทึกชะตาของท่านพี่แอสโทเรียด้วย”

จ้าวสวรรค์สังเกตเห็นว่าเทพธิดาองค์อื่นชะงักงานของตน เกิดประกายตาบางอย่างวูบวาบในดวงตาคู่งามของแต่ละคน อเทวาเซียหันมาหาเขาเป็นคนแรก

“ท่านพ่อเจ้าคะ เราต้องเตรียมงานต้อนรับจ้าวแห่งการแลกเปลี่ยนใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าเตรียมแผนการสามพันเจ็ดร้อยห้าสิบหกแบบให้ท่านพ่อเลือกแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อคิดว่าเขาจะชอบแบบไหนเจ้าคะ กรุณาดู และเลือกเดี๋ยวนี้เลย ข้าจะได้เตรียมการทันเจ้าค่ะ”

“ท่านพ่อเจ้าคะ ลายมือของท่านพ่ออ่านไม่รู้เรื่องเลย ข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อต้องการข้อมูลสำคัญอะไร โชคชะตาชีวิตคนจะทำเล่นเป็นไม่ได้ ท่านพ่อกรุณาเขียนทั้งหมดนี่ใหม่ให้ข้าเข้าใจโดยง่ายด้วยเจ้าค่ะ!” เอดารินว่า

“ท่านพ่อเจ้าคะ” เอเลนเทียร์หยัดกายลุกขึ้นยืน “ข้าต้องมีเวลาเตรียมตัวต้อนรับคู่หมั้นของตนเอง ดังนั้นท่านพ่อช่วยทำงานของแอสซี่ให้เร็วขึ้นด้วยเจ้าค่ะ เดี๋ยวลูกทำสวยไม่ทัน ไม่ได้ถอดหน้ากากมานาน ไม่รู้ว่าผิวหน้าจะเป็นเช่นไรบ้าง”

“พอกันที!!” จ้าวสวรรค์ตวาดออกมาเสียงดังก้อง สะเทือนไปทั้งสวรรค์ ทำให้ท้องฟ้าร้องลั่นคล้ายฝนจะตก เขาสูดลมหายใจลึกหลายต่อหลายครั้งก่อนบอก “ข้าตามใจพวกเจ้า อยากจะช่วยเหลือแอสโทเรียมากเท่าไรก็ตามสบาย อยากจะลงไปหานางก็เชิญเลย!! แต่บันทึกชะตาของแอสโทเรีย ให้ตายอย่างไร ข้าก็ไม่ให้พวกเจ้าดูเด็ดขาด!!

ครั้นสบตาลูกสาวแต่ละคน เขาก็โบกมือ “ข้าให้ได้มากสุดเท่านี้แหละ ดังนั้นอยากเอาของวิเศษ หรือให้พรอะไรก็รีบๆ ไปให้ จะไปหานางเมื่อไรก็ไปได้ ข้าไม่ห้าม แต่ห้ามดูบันทึกชะตาของนาง ตกลงหรือไม่”

ลูกสาวแต่ละคนของเขาตาลุกวาว ขานรับเสียงดังลั่น

“เจ้าค่ะ!

อมีเซียสั่งการอย่างรวดเร็ว “รีบไปบอกแอนตาเนีย อาเทลโรเรีย และอควาเทเรียกันเถอะว่าท่านพ่อยอมแล้ว!

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ” เอดารินวิ่งไปแล้ววกกลับมาหอมแก้มจ้าวสวรรค์ ก่อนจะรีบวิ่งไปอีก

เหล่าเทพธิดาทั้งหลายหายไปอย่างรวดเร็ว หลงเหลือเพียงจ้าวสวรรค์ เอเลนเทียร์ และอโฟเทีย จ้าวสวรรค์ถาม

“แล้วพวกเจ้าไม่ไปหรือ”

“พวกลูกไปเจอแอสโทเรียมาแล้วเจ้าค่ะ สวรรค์เหลือแต่ท่านพ่อที่ต้องทำงานคนเดียว ไม่ไหวหรอก” เอเลนเทียร์บอก ก่อนจะหยิบตั้งงานของผู้เป็นพ่อไปดู “มานี่เจ้าค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ ลูกแก้ให้ท่านพ่อเองนะ”

“ข้าก็จะช่วยหาสายสัมพันธ์ของมนุษย์ให้นะเจ้าคะ” อโฟเทียเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน

จ้าวสวรรค์มองลูกสาวทั้งสองคน ก่อนจะเบือนหน้าหนี “เชอะ!

 

**

 

“จริงหรือ!? ท่านพ่อยอมให้พวกท่านช่วยข้ามากเท่าไรก็ได้! กรี๊ดดดด!!” ซีอาน่าลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นบนเตียง แล้วกระโดดกอดแอนตาเนียที่อ้าแขนรับ จูบแก้มน้องสาวแล้วหันไปบอกคนอื่นๆ “ขอบคุณ! ขอบคุณทุกคนมากนะ! ฝากขอบคุณท่านพ่อด้วย!

“ไม่เป็นไรแอสซี่” อมีเซียบอก “ข้าคิดว่าที่เจ้าต้องมาเกิดแทนเมรินเน่นี่ไม่ยุติธรรมเลย”

“นั่นสิ แถมไม่ให้พพวกเราดดูบันทึกชะตาของท่านพี่อีก” เอดารินว่าตาม

ซีอาน่าได้แต่ยิ้ม พวกพี่น้องคนอื่นๆ คงไม่รู้ว่าจ้าวสวรรค์วางแผนให้เธอมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่ออะไร แต่ภารกิจนี้คงสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้เทพธิดาทั้งหมดช่วยงานเธอได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ยอมให้พี่น้องได้เห็นใบบันทึกชะตาของเธอ

“พวกข้าคิดเอาไว้แล้ว พวกเราทำงานบนสวรรค์จะต้องยุ่งอยู่ตลอดเวลา แถมไม่ได้ดูบันทึกชะตาอีก คงไม่มีใครรู้ว่าพี่สาวจะเดือดร้อนตอนไหน” แอนตาเนียกล่าว อุ้มร่างเล็กของซีอาน่าให้มานั่งบนตัก เห็นพี่สาวฝาแฝดต้องมีสภาพเช่นนี้ แอนตาเนียรู้สึกปวดใจยิ่ง คงอีกสักพักกว่าที่แอสโทเรียจะกลับคืนสู่สวรรค์

“พวกข้าเลยคิดว่าจะมอบของวิเศษให้พี่” อาเทลโรเรียกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “พี่สามเก่งการจัดการ และวางแผน พี่น่าจะใช้มันได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด”

แอนตาเนียหยิบเอาสร้อยคอมาสวมให้ซีอาน่า เพราะซีอาน่ายังเด็ก ลำคอยังเล็ก แอนตาเนียเลยเอาสร้อยคอมาพันรอบข้อมือของซีอาน่า กลายเป็นกำไลข้อมือแทน เธอบอกซีอาน่าอย่างอ่อนโยน

“ข้าทำโดยเลียนแบบมาจากมากาซินของชาวแอนตาเนีย ท่านพี่สามารถเก็บของวิเศษได้มากตามต้องการ และของที่พวกเราจะมอบให้ต่อจากนี้ด้วย” แอนตาเนียหยิบเอาสมุดปกแข็งเล่มหนึ่งออกมาจากสร้อยเส้นนั้น “แค่คิดภาพว่าต้องการอะไร แตะที่อัญมณีที่ตัวสร้อย ของสิ่งนั้นจะออกมา และหากพี่อยากเก็บ พี่ก็แค่กำของสิ่งนั้นเอาไว้ และพูดว่า เก็บ” แอนตาเนียเปิดสมุดเล่มนั้น กระดาษด้านในว่างเปล่า “สมุดเล่มนี้รวมวิทยาการทั้งหลายที่มีอยู่บนโลกใบนี้ ถ้าพี่อยากรู้ความรู้เชิงวิชาการสักอย่าง พี่ก็แค่นึกถึงมัน และจับสมุดเล่มนี้”

ซีอาน่าพยักหน้ารับ ก่อนจะลองจับสมุด สิ่งที่ขึ้นคือแผนที่ของแอสโทเรีย เธอเบิกตากว้าง มองน้องสาวที่หน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แล้วกอดอีกฝ่ายอีกครั้ง “ขอบคุณนะแอนนี่”

“อันนี้ของพวกข้า” อาเทลโรเรียเอ่ย คล้องแขนกับอควาเทเรีย พวกเธอยื่นเสื้อตัวหนึ่งให้ซีอาน่า “ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ทนทานอาวุธทุกชนิด”

“และที่สำคัญคือมันจะโตตามตัวท่านพี่สามด้วย สามารถสวมได้ตลอดเวลา พรางตาจากผู้คนทั้งหมด ยกเว้นท่านพี่ต้องการจะถอดมันออก” อควาเทเรียเสริม

“ไม่จำเป็นต้องซักน้ำ ตากแดดให้เสียเวลาด้วย เพราะมันจะทำความสะอาดตัวของมันเองตลอดเวลา” อาเทลโรเรียเสริมเพิ่มเติม

ซีอาน่าเดินมากอดทั้งสองคนอย่างตื้นตัน “ขอบคุณพวกเจ้ามาก!

“ยังมีของข้าอีกนะ” เอดารินร้อง หยิบเอาแหวนเงินออกมา “หากท่านพี่อยากปลอมกายเป็นใคร เพียงแค่คิด และสวมมันเอาไว้ ทุกคนจะเห็นว่าท่านพี่เป็นคนนั้น”

“และนี่คือพัดสำรองของข้า...” อเทวาเซียมอบพัดกลมที่ทำจากไม้หอมให้ซีอาน่า “...เอาไว้สำหรับพัดให้คนใจเย็น มีเมตตา เกิดความสุข คล้อยตาม และการเจรจาสันติจะสำเร็จไปได้ด้วยดี!

“ขอบคุณมาก!” ซีอาน่าวิ่งไปรับของทั้งหมดมากอดเอาไว้ ก่อนจะยืนตาแป๋ว มองอมีเซียที่ขยับยิ้มเอ็นดู อมีเซียถอดกำไลที่ทำจากหินของเธอให้ซีอาน่า

“กำไลสมปรารถนา ขอเพียงแค่เจ้าใช้มือที่สวมกำไลหินอันนี้วางลงบนผืนดิน ผืนดินแห่งนั้นก็จะอุดมสมบูรณ์ และหากอยากได้ของสิ่งใดจากธรรมชาติ ขอแค่ลูบกำไลหินอันนี้ แล้วตั้งจิตอธิษฐาน ไม่ว่าเจ้าจะเดินทางไปยังทิศใด ย่อมสามารถพบเจอของวิเศษนั้นได้โดยง่าย”

ซีอาน่าอ้าแขนกอดอมีเซีย พร้อมร้องบอก “ข้ารักพวกเจ้าทุกคนเลย!

“พวกข้าก็รักเจ้า!!

ทุกคนร้องบอก ก่อนจะโผกอดซีอาน่า เล่นเอาเด็กหญิงถึงกับจุก พี่น้องบนสวรรค์ของเธอร้องห่มร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน เอ่ยปากหลายต่อหลายครั้งว่าให้เธอรักษาตัวให้ดี ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือว่าเทพก็ต้องคงความผุดผ่อง ยิ่งใหญ่ คงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของลูกสาวจ้าวสวรรค์

“ข้าจะรอพี่กลับไปสวรรค์...” แอนตาเนียร้องไห้มากที่สุด กอดจูบแก้มซีอาน่าหลายรอบ “รักษาตัว”

อมีเซียปาดน้ำตาเงียบๆ อาเทลโรเรียบอกเสียงสั่นเครือ

“กลับไปทำงานด้วยกันที่สวรรค์นะ”

“อย่าให้ใครรังแกท่านได้เชียว” อควาเทเรียว่า

“พวกข้าจะคอยดูท่านอยู่เสมอ”อเทวาเซียว่าพร้อมเอามือป้ายน้ำตาออกจากแก้ม แต่มันก็ไหลออกมา “ถ้าใครรังแกท่าน ข้าจะจัดการมัน”

“ท่านเป็นเทพแห่งความสงบนะ ท่านพี่อเทวาเซีย” เอดารินหัวเราะ

“พวกเราต้องไปแล้วล่ะ” อมีเซียกวักมือเรียกน้องๆ ให้ผละจากซีอาน่ามาหาเธอ “ช้ากว่านี้ ท่านพ่ออาจจะโกรธได้”

“ที่จริงข้าอยากให้เขาทำงานหนักนานกว่านี้...” อาเทลโรเรียเอ่ย ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดเมื่ออมีเซียหรี่ตา “ได้ๆ ข้าจะไปแล้ว”

“แอนนี่...” อมีเซียเรียกแอนตาเนีย

แอนตาเนียยังกอดซีอาน่าแน่น หอมแก้มซีอาน่าอีกรอบ ผละจากอย่างอ้อยอิ่ง และกล่าวว่า “รักษาตัวนะ”

“มาเถอะแอนนี่ พวกเราต้องไปเตรียมต้อนรับจ้าวแห่งการแลกเปลี่ยน” อมีเซียกล่าว เอื้อมมือมากุมมือแอนตาเนีย ก่อนที่เทพทั้งหมดจะหายไป

ซีอาน่ามองตามจนร่างงดงามทั้งหมดนั้นลับสายตา เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ กวาดตามองของวิเศษทั้งหมด ก่อนจะกำหมัดแน่นอย่างขึงขัง

“เอาล่ะ ข้าติดอาวุธครบมือ พร้อมรบแล้ว ต่อไปปัญหาใดจะดาหน้าเข้ามาก็เชิญเลย!

 

**

 

วันนี้ซีอาน่ากำลังจะเข้าเรียนที่โรงเรียนเป็นวันแรก

ซาโลยาคัดค้าน เพราะอยากให้ลูกสาวของตนเองได้รับการศึกษาอยู่ที่บ้านมากกว่าไปห่างจากสายตาของเธอ แต่ซีอาน่ายืนกรานจะไปโรงเรียน เพราะเธอจำได้ดีว่าในบันทึกชะตาของซีอาน่า ซีอาน่าได้รับการศึกษาให้อยู่แต่ในบ้าน วันๆ เอาแต่เกียจคร้าน ไม่หมั่นเล่าเรียน จึงนอกจากจะเรียนไม่เก่งแล้วยังเข้าสังคมไม่ได้อีกต่างหาก ส่วนเฮเลนน่านั้นขยันหมั่นเพียร ไปเรียนที่โรงเรียนทำให้เจอกับเพื่อนฝูงมากมาย หลายคนในนั้นเป็นเหล่าเด็กที่สามารถทำให้มังกรยอมรับ และก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลใหญ่รุ่นใหม่ในทวีปแอสโทเรีย ซึ่งพวกเขาจะเป็นกำลังให้กับจอร์แดนในอนาคต

แต่ตอนนี้ซีอาน่าเลือกที่จะเรียนในโรงเรียน ก้าวนำเฮเลนน่าไปถึงหนึ่งปีเต็ม ถ้าทำตัวให้ดีแล้ว ซีอาน่าไม่มีทางมีชะตาอาภัพเหมือนที่ใบบันทึกโชคชะตาเขียนแน่นอน!

“คุณหนูซีอาน่าคงไม่ลืมอะไรนะเจ้าคะ ตำราเรียน ปากกา ขวดน้ำหมึก และอุปกรณ์เย็บผ้า...” มาร์ธาเอ่ยอย่างเป็นกังวล รื้ออุปกรณ์การเรียนของซีอาน่ามาตรวจนับแล้วนับอีก สีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด “...ข้าจะไปด้วยนะเจ้าคะ ถ้าหากว่ามีใครรังแกท่าน ข้าจะจัดการมันให้เอง”

“พอแล้วน่ามาร์ธา...” ซีอาน่ายกมือห้ามสาวใช้ “มีใครเอาสาวใช้ตัวเองไปปรนนิบัติที่โรงเรียนบ้าง ถ้าพวกอาจารย์เห็นเจ้าเข้า ข้าได้โดนดุเอาน่ะสิ”

“แต่ข้าห่วงนี่เจ้าค่ะ!” มาร์ธาร้อง หยิบกล่องข้าวให้ซีอาน่า “นี่อาหารกลางวันเจ้าค่ะ!

“เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะซีอาน่า” ซาโลยาร้อง “เรียนอยู่ที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ ลูกอยากหยุดตอนไหนก็ได้หยุด อยู่ไกลหูไกลตาแม่แบบนี้ หากอาจารย์ไม่ดูตาม้าตาเรือคนไหนตีเจ้าขึ้นมา...” พอคิดเรื่องน่ากลัว ซาโลยาก็ทำหน้าเครียด “ไม่ได้การละ! แม่ตามไปส่งเจ้าถึงโรงเรียนดีกว่า!

“ท่านแม่เจ้าคะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกเจ้าค่ะ! โรงเรียนมีแต่เด็กจากตระกูลใหญ่และตระกูลรองเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าเรียนได้! เด็กพวกนั้นย่อมรู้จักนามสกุลของข้าทุกคน!” ซีอาน่าเอ่ย ทวีปแอสโทเรียมีกฎที่เข้มงวดมาก หากไม่ได้มีครอบครัวเป็นตระกูลใหญ่ และตระกูลรอง เด็กคนนั้นไม่มีสิทธิ์เข้าเรียนเด็ดขาด

ซีอาน่าเก็บของเสร็จ ก็เดินขึ้นรถม้าไป ซาโลยาและมาร์ธาวิ่งกึ่งเดินตามมาส่ง ซาโลยาถลึงตามองคนขับรถม้า “ดูแลคุณหนูให้ดีนะ! ถ้าลูกสาวข้าเป็นอะไร ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!

“คุณหนูรักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ” มาร์ธาลูบแก้มซีอาน่า เด็กหญิงพยักหน้ารับ ซีอาน่าบอก

“ไม่ต้องห่วง!

ซีอาน่าเข้าไปอยู่ในรถม้าแล้ว เธอแอบเลิกม่านเห็นเฮเลนน่าแอบมองอยู่มุมตึก น้องสาวต่างบิดาเองก็คงจะหวังให้ตนได้เรียนหนังสือ และไปโรงเรียนอย่างโอ่อ่าด้วยรถม้าประจำตระกูล น่าเสียดายที่เฮเลนน่าเป็นแค่ลูกของภรรยารอง ไม่อาจขึ้นรถม้าประจำตระกูลได้

โรงเรียนกันนาร์เบส เป็นโรงเรียนที่อยู่ใต้การคุ้มครองของมังกรวาโย ขึ้นตรงต่อมังกร ไม่ขึ้นกับตระกูลใหญ่ไหนทั้งสิ้น เช่นเดียวกับศาลยุติธรรมในทวีปแอสโทเรีย เด็กทุกคนที่มาเรียนที่นี่ได้ ล้วนเป็นทายาทของตระกูลใหญ่ และตระกูลรองที่มีอิทธิพลต่อทวีปแอสโทเรียแห่งนี้

ซีอาน่ามองเห็นหลังคาโรงเรียนก็ตื่นตัวทันที หน้าโรงเรียนมีโต๊ะยาวมาตั้ง ให้เด็กแต่ละคนมาบอกชื่อ และนามสกุลของตน ก่อนจะถูกคัดเลือกเข้าเรียนในแต่ละห้อง หลายคนมีผู้ปกครองจูงมารายงานตัวด้วยตัวเอง ซีอาน่าเห็นเด็กบางคนแหกปากร้องไห้ ดิ้นปัดๆ ไม่ยอมมาเรียน อยากจะเล่นอยู่บ้านก็มี

พอรถม้าของซีอาน่าจอดลง ทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเงียบกริบในพริบตา ซีอาน่างุนงงเล็กน้อย แต่เธอก็เดินตรงเข้าไปที่จุดลงทะเบียน บอกคนลงทะเบียนว่า

“ซีอาน่า มอนโตเซรา ตระกูลใหญ่อันดับเจ็ดเจ้าค่ะ”

“ตระกูลมอนโตเซราจริงๆ ด้วย...” เสียงซุบซิบดังขึ้นจากด้านหลัง ซีอาน่าขมวดคิ้วอย่างสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใส่ใจ อาจจะเป็นความงามของเธอหน้าตื่นตาตื่นใจสำหรับคนมองก็ได้ เด็กหญิงอดลูบแก้มตัวเองไม่ได้ เป็นคนงามก็กดดันเหมือนกันนะเนี่ย

“เจ้าจะเลือกเรียนแบบไหน กับตระกูลใหญ่ หรือตระกูลรอง” คนลงทะเบียนถาม นี่คือสิทธิ์ที่เด็กที่มาจากตระกูลใหญ่เท่านั้นที่จะได้ใช้

“ตระกูลใหญ่เจ้าค่ะ” ซีอาน่าตอบ นี่คือความประสงค์ของซาโลยา หากเผลอไปเรียนกับเด็กชนชั้นอื่น มารดาของเธอได้กรี๊ดลั่นคฤหาสน์แน่

คนลงทะเบียนเขียนชื่อเธอลงไป และยื่นแผ่นไม้ให้ประทับฝ่ามือ ซีอาน่าวางมือลงไป แท่นไม้นั้นเรืองแสงขึ้น นี่คือการทดสอบว่าเธอคือสายเลือดของตระกูลใหญ่จริงหรือไม่ คนลงทะเบียนพยักหน้ารับ หยิบเข็มกลัดรูปมังกรหวงไข่ให้ซีอาน่า

“ห้องเพียร์รัส”

การศึกษาของชาวแอสโทเรียนั้นแบ่งแยกชายหญิง และชนชั้นอย่างชัดเจน ฝ่ายชายจะได้เรียนการปกครอง ภูมิศาสตร์ การต่อสู้ทุกแขนง การวาดภาพ และกลยุทธ์ต่างๆ ขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นจะได้เรียนเรื่องมารยาท การเย็บปักถักร้อย การเขียนพู่กัน และการทำอาหาร ห้องเพียร์รัสคือห้องที่สอนเฉพาะเด็กหญิงที่มาจากตระกูลใหญ่ ซีอาน่ากล่าวขอบคุณ และรับเข็มกลัดมาติดที่หน้าอก เดินเข้าไปในโรงเรียน หาป้ายที่เขียนว่า เพียร์รัส

“นั่นไง นาง...”

“หน้าตาอ่อนหวาน ไม่อยากจะเชื่อเลยเนอะว่าจะ...”

เสียงซุบซิบดังขึ้นตลอดทางที่เธอเดินผ่าน ซีอาน่าได้ยินคำพูดบางส่วนก็ฉุกใจคิด เธอหรี่ตาลงอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ว่าอะไร พอเจอห้องก็เดินไป เห็นว่าตรารูปมังกรหวงไข่บนโต๊ะตัวหนึ่งนั้นส่องแสง ตอบรับกับเข็มกลัดที่ติดหน้าอกของเธอ ซีอาน่าจึงรู้ว่านั่นคือโต๊ะของเธอ เด็กหญิงนั่งลง และจัดวางอุปกรณ์การเรียนอย่างเงียบๆ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงหันมองไปรอบห้อง ไม่นานก็มีโต๊ะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว ดูท่าเด็กหญิงเพื่อนร่วมชั้นจะมีอีกหนึ่งคน

นั่งรอสักพักก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินเหงื่อท่วมตัวก้าวเข้ามาในห้อง ซีอาน่ามองเด็กหญิงคนนั้น หน้าของเด็กหญิงน่ารักน่าเอ็นดูราวกับดอกไม้ที่ยังไม่แย้มบานเต็มที่ พอเด็กคนนั้นเห็นเธอก็ผงะไปเล็กน้อย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจมองกลับมา ซีอาน่าจึงยิ้มให้เด็กคนนั้น เด็กหญิงผู้มาใหม่ยิ้มตอบเธอ และเดินมานั่งที่โต๊ะของตน อุปกรณ์การเรียนของเด็กที่มาใหม่ไม่ใช่ของดีอะไร ทำให้ซีอาน่าพอเดาออกว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นลูกของภรรยารองตระกูลใหญ่สักตระกูล

“สวัสดี” ซีอาน่าทนความเงียบไม่ไหวจึงเอ่ยทักไปก่อน

“สะ...สวัสดีเจ้าค่ะ” เด็กหญิงอีกคนตอบ ท่าทางประหม่า มือขาวผ่องน้อยๆ กำชายแขนเสื้อของตนเอาไว้แน่น

“ข้าชื่อซีอาน่า มอนโตเซรา แล้วเจ้าล่ะ” ซีอาน่าทำเสียงอ่อนโยน สื่อว่าเธอเป็นมิตร

“ซะ...ซีอาน่า เอ๋ย ท่านซีอาน่าเหรอ!” เด็กหญิงคนนั้นตกใจจนตาโตขึ้น ท่าทางผิดปกติจนรอยยิ้มของซีอาน่าแข็งค้าง

พอรออยู่นาน เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ เอาแต่ทำท่าทางประหลาด ซีอาน่าจึงเอ่ยถาม “เจ้าชื่ออะไร”

“ขะ...ข้าไม่ได้เกิดจากภรรยาเอก เอ่อ...ไม่กล้าตีเสมอท่านหรอก” เด็กหญิงคนนั้นก้มหน้า ขณะที่ซีอาน่าอ้าปากค้างกับท่าทางลนลานหวาดกลัวของอีกฝ่าย เธอน่ากลัวขนาดนั้นเชียวเหรอ?

วันแรกของการเข้าเรียนนั้นไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อาจารย์มาแนะนำตัว และแนะนำว่าแต่ละวิชานั้นร่ำเรียนอย่างไร ระบบของโรงเรียนนั้นเป็นแบบไหน และเพราะโรงเรียนนี้มีแต่ลูกผู้รากมากดี ขนาดของโรงเรียนจึงกว้างขวาง แต่จำนวนนักเรียนน้อยมาก

เด็กหญิงที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของซีอาน่าชื่อว่า คริสติน คัลลาแฮน ลูกสาวของหัวหน้าตระกูลใหญ่อันดับสาม ถึงบิดาของคริสตินจะสูงศักดิ์กว่าออเดร มอนโตเซรา บิดาของซีอาน่าที่เป็นหัวหน้าตระกูลใหญ่อันดับเจ็ด และคริสตินก็อายุมากกว่าซีอาน่าหนึ่งปี แต่คริสตินเกิดจากผู้หญิงที่ไม่ภรรยาของท่านฮอเนอร์ คัลลาแฮน ที่ถูกนำมาให้คอลิน คัลลาแฮน ภรรยาของท่านฮอเนอร์เลี้ยงดู

เพราะกำเนิดจากผู้หญิงต่ำต้อย ศักดิ์และฐานะของคริสตินจึงไม่อาจสู้ซีอาน่าได้ ไม่แปลกที่คริสตินจะทำท่าหวาดกลัวซีอาน่า ขนาดที่ว่าแค่ซีอาน่าหันมอง เจ้าตัวก็ลนลาน ตอบคำถามอาจารย์ผิดๆ ถูกๆ

ตอนพักทานอาหารกลางวัน ซีอาน่าตั้งใจจะสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมห้องเพียงคนเดียว แต่ทว่าเด็กชายสองคนมารับคริสตินถึงหน้าห้อง ดวงหน้าที่ละม้ายคล้ายกันของพวกเขา ทำให้ซีอาน่ามองออกว่าทั้งสามคนมีสายสัมพันธ์ทางสายเลือด คริสตินเรียกสองคนนั้นว่าพี่ชาย

“นางทำอะไรเจ้าหรือไม่” เด็กคนหนึ่งกระซิบถามคริสติน แต่เสียงมันกลับดังกระแทกหูซีอาน่าในขณะที่ทั้งห้องเงียบงัน ทำเอาเด็กชายที่โตที่สุดรีบจูงน้องชาย และน้องสาวออกไป ซีอาน่าเงี่ยหูฟัง

“อย่าประมาทนะ ข้าได้ยินว่านางชอบ...”

เฮ้ย... ซีอาน่าอุทานในใจ ขมวดคิ้วแน่น นึกใคร่ครวญกับตัวเอง ถึงสายตามากมายที่มองมายังตน ตอนที่มายังโรงเรียนแห่งนี้ นี่พวกเขาไม่ได้มองข้า เพราะว่าข้าสวยหรอกหรือ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 681 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,811 ความคิดเห็น

  1. #6390 554910140 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 11:36
    ใครมันปล่อยข่าวลือกันนะ
    #6,390
    0
  2. #2445 SKYNIGHT DARKNESS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:59
    อ้าวมีข่าวลืออะไรไม่ดีกับแอสซี่เนี้ย
    #2,445
    0
  3. #2405 optimusSSS72 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 18:11
    มนุษย์พลังเทพ?
    #2,405
    0
  4. #1418 malefactor (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 19:55
    เทพ(ทรู)ของแม้จร้า
    #1,418
    0
  5. #344 Mune (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 04:52
    ยิ่งกว่าเติมทรูอีก 555
    #344
    0
  6. #333 วายุจัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:00
    เติมทรูแบบจัดเต็ม แล้วซื้อทีเดียวทั้งแพ็กเกดเลย... อ่านไปอ่านมา เอ... นี่เราอ่านแนวเวทมนต์แฟนตาซี หรืออ่านแนว อดีตปัจจุบันอนาคตอยู่เนี่ย... เห่ย... เริ่มสับสนในตัวเอง และถ้าคนแอนตาเนียมาเห็นเนี่ย คงบอกว่า เต่าพันล้านปีชัดๆ... ย้อนยุคมาเลยเชียว ขอบคุณไรท์มาก ชอบๆ ไรท์อ่านแนวนี้อยู่อะดิอุอิ... อิอิอิ
    #333
    0
  7. #94 ~NaRue~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:15
    แอสซี่เติมทรูเรียบร้อยแล้วววว
    #94
    0
  8. #67 Tinkerbelly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    มันจะมีเรื่องพีคๆเกิดขึ้นมั้ยนาาา
    #67
    0
  9. #18 thehuskyshiba (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 16:09

    ชอบอะไร....(ลุ้นมาเป็นเดือนตั้งแต่ลงในเพจ อยากรู้มากค่ะ)

    #18
    0
  10. #17 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:11
    เทพธิดาบอยคอตพ่อตัวเองซะงั้น......

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:12
    #17
    1
  11. #16 I_am_Por (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:11
    ตอนหน้า ใหม่แล้วสินะคะ
    #16
    0