ASTORIA.

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 : เกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 809 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

 

 

เจ้า...ลงไปเกิดบนโลกมนุษย์แทนเมรินเน่

เชี่ย!!!!

เกิดความเงียบระหว่างสองพ่อลูกชั่วอึดใจ จ้าวสวรรค์ได้สติก็ถามลูกสาวที่เพิ่งแผดเสียงดังลั่นไม่สมเป็นกุลสตรีเมื่อครู่ว่า

“คำว่า เชี่ย นี่แปลว่าอะไร”

“ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะ” แอสโทเรียบอก “แต่แอนตาเนียบอกว่ามันเป็นคำพูดที่มนุษย์สมัยนี้เปล่งออกมาเมื่อรู้สึกว่าซวย และไม่ถูกใจเอามากๆ”

“ถ้ารู้สึกแย่กับการที่ต้องไปเกิดด้วยโชคชะตาแบบนี้ เจ้าก็ไม่ควรเขียนเช่นนี้แต่แรกแล้ว!” จ้าวสวรรค์ถลึงตาใส่ลูกบุญธรรม

“ข้าไม่ได้เขียนเจ้าค่ะ เครื่องมันทำงานออกมาเอง” แอสโทเรียคราง ผวากอดเอวอีกฝ่าย “ท่านพ่อเจ้าคะ อย่าให้ข้าไปเกิดด้วยโชคชะตาแบบนั้นเลยนะเจ้าคะ ต่อไปข้าจะไม่ใช่เครื่องทุ่นแรงอีกแล้ว! ต่อไปจะตั้งใจเขียนโชคชะตาให้ดีเจ้าคะ! นะเจ้าคะ! ขอร้องล่ะเจ้าค่ะท่านพ่อ!

“แอสโทเรีย...” จ้าวสวรรค์ถอนใจเฮือกใหญ่ “เจ้าเป็นลูกข้า ข้าย่อมไม่ต้องการให้เจ้าเผชิญชะตากรรมเช่นนี้เหมือนกัน...” เขามองแผ่นกระดาษโชคชะตาในมือแล้วทำหน้าจริงจัง “แต่เจ้าเป็นเทพองค์สำคัญ หากพ่อไม่ให้บทเรียนเจ้าเลย มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เรื่องเมื่อคราวก่อน ที่เจ้าหนีไปกินจุบจิบกับแอนตาเนีย ทำให้เมรินเน่มีโอกาสเขียนชะตากรรมของท่านมิเชลเสียเลอะเทอะ พ่อยังไม่ได้เอาความนะ”

แอสโทเรียตัวแข็งทื่อ ช้อนตามองบิดา น้ำตาจวนเจียนไหลอาบแก้มอยู่แล้ว “เช่นนั้นให้ข้าได้แก้โชคชะตานั้นก่อนเถอะเจ้าค่ะ”

“ถ้าเจ้าแก้ แล้วมันจะเป็นการลงโทษหรือไม่เล่า” จ้าวสวรรค์ปรายตามอง

แอสโทเรียแทบลงไปนอนทุบพื้นด้วยความขัดใจ กรีดร้องเสียงดังลั่น

“ท่านพ่อเจ้าคะ!!

ปัง!

เสียงประตูเปิดออก พร้อมด้วยเทพทุกองค์ที่กรูกันเข้ามา แอนตาเนียคุกเข่าเป็นคนแรก

“ท่านพ่อเจ้าคะ! ข้าเป็นคนสร้างเครื่องนั้นขึ้นมา! ท่านพ่อลงโทษข้าแทนเถอะเจ้าค่ะ! พี่สามคงไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ถ้าไม่ใช่เพราะข้าสนับสนุน!

“ขะ...ข้าเป็นคนยุยงให้เขียนชะตากรรมเมรินเน่ให้บัดซบ! ท่านพ่อลงโทษข้าด้วยเจ้าค่ะ! อย่าส่งพี่สามไปโลกมนุษย์เลยนะ!” อาเทลโรเรียคุกเข่าลง

“ท่านพ่อ! พวกข้าเป็นคนเขียนกรรมของเมรินเน่! พี่สามไม่ได้แตะต้องเลยนะ! ลงโทษพวกเราเถอะ!” อควาเทเรียคุกเข่าลง

“ท่านพ่อเจ้าคะ! เป็นลูกเอง! ลูกไม่ได้ดูสารให้ดีและส่งสารผิด! เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะลูกเองเจ้าค่ะ!” เอดารินร้องทั้งน้ำตา คุกเข่าลง

“ท่านพ่อ ถ้าจะผิดก็ผิดที่พวกเราทั้งหมด! พวกเราไม่ชอบเมรินเน่ ยุยงให้พี่สามรังแกนาง! อย่าให้พี่สามรับโทษคนเดียวเลยนะเจ้าคะ!” อโฟเทียร้อง

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! ทั้งหมดต้องโทษพวกเรา! ท่านพ่ออย่าส่งพี่สามไปเผชิญชะตากรรมแบบนั้น...ไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ!!” อาเทวาเซียแทบกรีดร้องออกมา

“ท่านพ่อเจ้าคะ!” เอเลนเทียร์ผวามาเกาะแขนเสื้อบิดา พร้อมคุกเข่าลง “ข้าเป็นพี่ใหญ่ ข้าไม่ห้ามปรามน้องๆ อย่างจริงจัง หากใครจะต้องรับผิดชอบมากที่สุดก็ต้องเป็นข้า! ส่งข้าไปแทนเถอะเจ้าค่ะ! ข้ายินดีเผชิญกับชะตากรรมนั้นเอง อย่าลงโทษพวกนางเลยนะ!!

จ้าวสวรรค์คิ้วกระตุกอย่างแรง และแทบอ้าปากค้างเมื่อเอมีเซียคุกเข่าลง พร้อมเอ่ยอย่างจริงจัง และเยือกเย็นยิ่ง

“หากว่าท่านพ่อยืนกรานจะลงโทษแอสโทเรียเช่นนั้นจริงๆ พวกข้าทุกคนจะหยุดงานประท้วงเจ้าค่ะ!

ลูกสาวทุกคนหันไปมองพี่รองเป็นตาเดียว ก่อนที่ดวงตาจะสว่างวาบราวกับเห็นหนทางที่ดีกว่าการอ้อนวอน เด็กสาวทุกคนหันขวับมามองท่านพ่อของพวกเธอ

“ใช่! ข้าจะหยุดงาน!

“ข้าด้วย!

“ข้าไม่เอาวิญญาณเด็กไปใส่ท้องใครอีกแล้ว หยุดงานมันเลย!

“ข้าขอหยุดงานประท้วงด้วยคน!!

จ้าวสวรรค์เผลอก้าวถอยหลังไปจนเกือบชนลูกโลก ลูกสาวทุกคนมองเขา ดวงตาแวววาวราวกับสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำเหยื่อ พาลให้ผู้เป็นใหญ่สุดบนสวรรค์รู้สึกเหมือนร่างกายเล็กจ้อยลง หดเหลือเท่าหัวแม่มือ

ข้าจะหยุดงาน!!’

เทพทุกองค์หยุดงาน แล้วโลกมนุษย์จะเป็นอย่างไรเล่า?

จ้าวสวรรค์พลันตาลาย รู้สึกว่าตนเองเป็นพ่อไก่ ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงลูกเจี๊ยบแข่งกันร้องว่า หยุดงาน! หยุดงาน! หยุดงาน!’

“พอ...พอกันที! พวกเจ้าฟังพ่อก่อน!!

เสียงของคนเป็นพ่อแผดลั่น ทำเอาสาวงามทั้งหลายชะงัก แอสโทเรียร้องออกมาอย่างยินดี

“ท่านพ่อตัดสินใจไม่ส่งข้าไปโลกมนุษย์แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”

จ้าวสวรรค์ยกมือขึ้นลูบดวงหน้าไปจนถึงเส้นผมสีเงินสว่างของตนเอง เขาถลึงตาใส่แอสโทเรียอีกครั้ง ก่อนจะว่า

“ส่ง! อย่างไรเจ้าก็ต้องโดนลงโทษ!

แอสโทเรียเบะปาก ทำท่าจะร้องไห้งอแงใส่บิดาของตนเอง พี่น้องอ้าปากจะประท้วงอีกรอบ จ้าวสวรรค์ว่า

“แต่ข้าให้สิทธิพิเศษกับเจ้า...เจ้าจะไปเกิดโดยที่ยังมีความทรงจำยามอยู่บนสวรรค์เต็มเปี่ยม และมีพี่น้องคอยช่วยเหลือ สามารถแก้ไขชะตากรรมของตนเองได้ในขณะที่มีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์ ข้าให้ได้เท่านี้แหละ”

“ท่านพ่อ...” แอสโทเรียส่ายหน้าโดยแรง สุดท้ายก็ต้องไปมีชีวิตบัดซบหรือนี่

“ถ้าหากพวกเจ้าคิดประท้วง ข้าจะส่งลงไปทำงานในนรกแทนให้หมด!” จ้าวสวรรค์ถลึงตาใส่ลูกสาวทุกคน ทำเอากลุ่มหญิงสาวแตกกระเจิง แอสโทเรียมองกระดาษบันทึกโชคชะตาในมือของพ่อ จ้าวสวรรค์ว่า “ชะตากรรมนี้ พ่อจะเก็บไว้เอง คอยสอดส่องดูแลตอนที่เจ้าอยู่ในโลกมนุษย์...” แล้วคนเป็นพ่อก็แบมือ “...ขอพู่กันเขียนชะตาของเจ้าด้วย”

แอสโทเรียสะอึก มองมือที่กระดิกรอสิ่งของ เธอเรียกพู่กันประจำตัวออกมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ก่อนจะยื่นให้จ้าวสวรรค์นำไปเก็บไว้ จ้าวสวรรค์บอก “จากนี้ไป พ่อจะทำงานแทนเจ้าสักพัก ไปเตรียมตัวลงนรกเพื่อเกิดบนโลกมนุษย์เถอะแอสโทเรีย”

“ท่านพ่อจะไม่เปลี่ยนใจหน่อยหรือเจ้าคะ” แอสโทเรียมองบิดดาบุญธรรมตาละห้อย

จ้าวสวรรค์ถอนใจเฮือกใหญ่ คว้าร่างของแอสโทเรียไปกอดแน่นๆ นานกว่าจะเอ่ย “พ่อฝากความหวังที่เจ้านะแอสโทเรีย”

แอสโทเรียขมวดคิ้วอย่างสงสัย ผละมามองจ้าวสวรรค์ที่ลูบหัวของเธอและกล่าวว่า

“เจ้าวางใจเถอะ ถ้าเจ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมา พ่อจะช่วยเจ้าอย่างแน่นอน...”

แอสโทเรียใจชื้นขึ้น ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายกล่าวจนจบ

“...แต่เวลาที่สวรรค์นั้นต่างจากโลกมนุษย์ แถมพ่อและพี่น้องของเจ้าต้องทำงานหนักตลอดเวลา ดังนั้นจำไว้ ถึงเวลาคับขัน...ช่วยตัวเองไปก่อนนะลูก”

“...เชี่ย”

 

**

 

หลังจากเปลืองน้ำลายอ้อนวอนอยู่นาน สุดท้ายแอสโทเรียก็ได้แค่อ่านโชคชะตาที่ต้องเกิดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นจ้าวสวรรค์ก็ปลดความเป็นเทพของเธอ ท่ามกลางสายตาของเหล่าพี่น้องที่พากันร้องไห้ น้ำตาแทบไหลเป็นสายเลือด ซ้ำยิ่งเปล่งเสียงร้องไห้กดดันคนเป็นพ่อจนจ้าวสวรรค์ต้องทำหน้าปุเลี่ยนๆ

“ไม่น่าเลยแอสโทเรีย...”

“...ข้า...ฮึก ไม่นึกว่าเราต้องจากกันเร็วถึงเพียงนี้...”

“...ข้าจะคิดถึงพี่สามแน่นอน...”

“เพิ่งเห็นกันอยู่หลัดๆ แท้ๆ...”

“ข้ายังไม่ตาย...” แอสโทเรียเอ่ยเสียงเครียด แค่ลงไปเกิดเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง เหตุใดพี่น้องเธอจึงร้องห่มร้องไห้เหมือนจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกต่อไปก็ไม่รู้

แอนตาเนียผวามากอดแอสโทเรียที่ปลดอาภรณ์สวรรค์ หันมาใส่ชุดขาว พร้อมร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“พี่ไปแล้ว ข้าจะอยู่อย่างไร!?” แอนตาเนียร้องไห้หนักที่สุด เธอและแอสโทเรียคือพี่น้องแท้ๆ เป็นฝาแฝด และเป็นครึ่งหนึ่งของกันและกันเสมอมา บางอย่างแอนตาเนียไม่สามารถพูดคุยกับพี่น้องคนอื่นได้ แต่แอนตาเนียก็สามารถระบายกับแอสโทเรียได้ ตอนนี้แอสโทเรียจะไม่อยู่บนสวรรค์สักพัก แอนตาเนียรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก

“อยู่ได้สิ นอกจากข้า พี่น้องคนอื่นก็รักเจ้านะ” แอสโทเรียพาลจะร้องไห้ตามน้องสาว กอดแอนตาเนีย มองไปยังเอเลยเทียร์ “รบกวนพี่ใหญ่ดูแลนางด้วยนะ”

เอเลนเทียร์พยักหน้าโดยแรง น้ำตาไหลรินล้นออกจากหน้ากากไม่ขาดสาย แอนตาเนียยกนิ้วขึ้นนับ

“ท่านพ่อสามารถกำหนดเวลาบนสวรรค์ได้ คงอีกไม่นานหรอก กว่าที่พวกเจ้าจะได้เจอข้า...” แอสโทเรียบอกพี่น้องทุกคน “แต่ข้าเนี่ยสิ...จะได้เจอพวกเจ้าอีกครั้ง คงต้องรอให้ครบหนึ่งร้อยปีบนโลกมนุษย์”

“เจ้าต้องรักษาตัวจะแอสซี่” เอเลนเทียร์เอ่ย ดึงแอนตาเนียมากอด แล้วพากันร้องไห้เสียงดัง

แอสโทเรียพยักหน้ารับ พี่น้องทุกคนล้วนร้องไห้ที่ต้องจากลากัน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยิ้มร่า นั่นคือเมรินเน่

“รักษาตัวนะเจ้าคะท่านพี่แอสโทเรีย” เมรินเน่เอ่ยพร้อมยิ้มหวานให้แอสโทเรีย

แอสโทเรียยิ้มรับ ก่อนที่ใครจะรู้ตัว แอสโทเรียก็ยกขายันร่างของอีกฝ่าย จนเมรินเน่ล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง พร้อมเอ่ยเสียงดังลั่น

“ก่อนจะลงนรก ข้าขอทีหนึ่งเถิด!

เมรินเน่โดนถีบโดยไม่ทันได้ตั้งรับ พอรู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นมา แอสโทเรียก็เดินตามเอดารินไปลงนรกเสียแล้ว

เอดารินเป็นเทพแห่งการสื่อสาร พาแอสโทเรียมาส่งที่ประตูนรกก็ร้องไห้อีกรอบ กอดแอสโทเรียเอาไว้ และบอกเสียงสั่นเครือ

“ท่านพี่ ขอโทษนะเจ้าคะ ทั้งหมดเป็นเพราะข้าไปส่งสาร แต่ไม่ดูให้ดีเอง”

“ข้าไม่โทษเจ้าหรอกนะเอดาริน” แอสโทเรียกอดน้องสาวคนเล็กไว้ เธอถอนใจเฮือกใหญ่ มองประตูนรกสีดำขลับอันแสนน่ากลัวตรงหน้า “เจ้ากลับไปเถอะ จากตรงนี้ไป ข้าไปเองได้”

เอดารินเม้มปากแน่น ยืนสูดน้ำมูกหลายต่อหลายครั้ง จนแอสโทเรียเดินไปยืนตรงปากประตูนรก เอดารินจึงหยิบสารของจ้าวสวรรค์ โบกใส่ร่างพี่สาว ปรากฏเป็นฟองอากาศสีทองเข้ม ห่อร่างของแอสโทเรียเอาไว้ และลอยเข้าสู่ประตูนรก แอสโทเรียนั่งอย่างสงบอยู่ในฟองอากาศที่ทอง มันพาร่างของเธอลอยอยู่เหนือเหล่าวิญญาณ และผ่านแม่น้ำไปยังนรกที่ร้อนระอุ แอสโทเรียพยายามไม่มองเหล่าชาวนรกหน้าตาอัปลักษณ์ที่เงยหน้ามองเธออย่างสงสัย และเหล่าวิญญาณบาปที่กำลังรับกรรมซึ่งมีรูปร่างน่าสมเพชแตกต่างกันไป ฟองอากาสนั้นพาเธอมาหยุดที่ลานพิพากษา และแตกดังเปาะ เกิดเป็นอักษรสีทองที่ปรากฏขึ้น ต่อหน้าราชานรก

“บุตรสาวจ้าวสวรรค์หรือ...” ราชานรกคนล่าสุด หรืออัมจาฮิม รา อินเฟียโน่ มองแอสโทเรียที่ทำหน้าซังกะตาย ก่อนจะอดถามไม่ได้ “ท่านไปทำอะไรมา ถึงต้องโทษถูกส่งไปเกิดบนโลกมนุษย์เช่นนี้”

ปกติ ยามเป็นเทพนั้น แอสโทเรียและพี่น้องทุกคนจะไม่สามารถเห็นดวงหน้าของคนอื่น นอกจากชาวสวรรค์ด้วยกันได้ จ้าวสวรรค์ได้วางกลไกนี้ขึ้นมา เพื่อที่ว่าบุตรสาวจะได้ไม่เผลอไปตกหลุมรักใคร พาลให้เสียงานเสียการ ซึ่งแอสโทเรียและพี่น้องก็อยากจะสวนกลับไปว่า งานการมีมากมายก่ายกองขนาดนี้ จะมีเวลาให้ความรักได้อย่างไรกันเล่าเจ้าคะ!?’ และเพราะที่สวรรค์มีเพียงจ้าวสวรรค์เพียงคนเดียวที่เป็นบุรุษ นอกนั้นก็คือพี่น้องเพศหญิงที่คงรูปเด็กสาวกันตลอดมา

ดังนั้นต่อให้เทพธิดาทุกองค์เห็นในบันทึกโชคชะตาของแอสโทเรียว่า มาริคิอัส มิเชลรี บานาทาเบรียล รูปงามจนน้ำลายหก แต่พวกเธอก็ไม่มีโอกาสได้เห็นกันเลยสักครา ทั้งที่เทพบางองค์สามารถไปมาระหว่างโลกและสวรรค์ได้อย่างอิสรเสรี

เห็นแต่หน้าเปล่าขาวๆ ชวนสยองมากกว่า ไม่รู้หรอกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร อโฟเทียและอาเทวาเซียพูดเป็นเสียงเดียว หลังจากที่เธอคะยั้นคะยอถามว่ามนุษย์ และมังกรเพศชาย รูปงามหรือไม่

นั่นคือเหตุผลหลักที่ถึงแม้พวกแอสโทเรียจะอยู่มานาน และโฉมสะคราญกันทุกคน แต่ก็ยังขึ้นคานอยู่จนถึงทุกวันนี้ พวกเธอไม่นิยมชมชอบผีไร้หน้า

เนื่องจากสวรรค์ขาดแคลนผู้ชายมาก และแอสโทเรียก็หมดสิ้นความเป็นเทพมาหมาดๆ จึงมองราชานรกที่เป็นเพศชายอย่างสนใจ ตัวดำถึกหนา คิ้วเข้มหนวดเฟิ้ม ร่างใหญ่ราวกับพญาหมี แถมแก่อีกต่างหาก แอสโทเรียเห็นแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ นี่เหรอเพศชาย

ราตีความเสียงถอนใจของเด็กสาวตรงหน้าเป็นอย่างอื่น เขาเอ่ยปลอบ “ไม่เป็นไรๆ ข้าว่าพ่อของท่านคงไม่ได้โกรธอะไรมากมายหรอก ดูสิ เขียนกำชับมาด้วยว่า ห้ามให้ใครเอาแม่น้ำหลงลืมให้ท่านดื่ม คิดเสียว่าไปพักผ่อนที่โลกมนุษย์สักพัก แล้วกลับไปทำงานต่อเถอะนะ”

“อะไรๆ!” เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น แอสโทเรียหันมองต้นเสียงก็ที่จะตาลุกวาวในทันที “ข้าได้ข่าวว่ามีเทพตกสวรรค์เหรอท่านพ่อ!

เด็กหนุ่มคนนั้นรูปงามยิ่ง เส้นผมสีดำขลับ และดวงตาสีดำขลับ ผิวขาวกระจ่าง เทียบกับเหล่าชาวนรกตัวดำปี๋คนอื่นๆ เขาราวกับแสงสว่างในนรกเลยทีเดียว

“พี่เรย์ อย่าเสียมารยาทสิเจ้าคะ” เด็กสาวงามพริ้งคนหนึ่งเอ่ย เธอมากับเด็กหนุ่มอีกคนที่หน้าตาคมเข้มจนแอสโทเรียแทบกรีดร้อง

ผู้ชาย! ผู้ชาย! ผู้ชาย! ในที่สุดข้าก็ได้เห็นคนหล่อนอกจากท่านพ่อแล้ว!’ แอสโทเรียกรีดร้องในใจ นึกถึงสวรรค์ที่มีแต่ท่านพ่อรูปงามซึ่งเป็นบุรุษเพียงผู้เดียว ซึ่งถึงจะหล่อเจริญหูเจริญตาแค่ไหน แต่ทว่าเอ่ยปากออกมาทีก็มีแต่งานๆ พาให้พวกเธอระอา พาลไม่อยากเห็นหน้าหนุ่มหล่อเพียงคนเดียวในแดนสวรรค์

คือความรู้สึกนี้มันก็คลับคล้ายกับการเลี้ยงหมาเอาไว้ที่บ้าน (จ้าวสวรรค์ : ข้าเป็นหมาเหรอ) เห็นว่าหมาของตัวเองน่ารักน่าเอ็นดู แต่ไม่เคยเห็นหมาตัวอื่น พอได้ออกจากบ้านมาเจอ ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

เด็กหนุ่มสาวทั้งสามมองเธออย่างสนใจ ราชานรกบอก

“โอ้ นี่คือลูกชายและลูกสาวของข้าเองขอรับ...อัลวิลาดาร์ เร็น อินเฟียโน่...” ราชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่หน้าคมเข้มที่สุด และเด็กหนุ่มอีกคน “อิธาเมี่ยน เรย์ อินเฟียโน่ และอินทราฮาร์ แอล อินเฟียโน่ พวกเขาคือทายาทจ้าวแห่งวิญญาณ” ครั้นแนะนำทายาทของตนเสร็จ ก็หันมาเอ่ยกับลูกๆ อย่างเข้มงวด “พวกเจ้าทักทายท่านเขาเสียสิ เห็นแบบนี้ ท่านเขาก็เป็นเทพองค์หนึ่งที่สำคัญบนสวรรค์นะ จะเสียมารยาทด้วยไม่ได้เป็นอันขาด”

ชาวสวรรค์ และชาวนรกนั้นแตกต่างกันที่ต้นกำเนิด ชาวนรกคือเหล่ามังกรดำกลับใจ ยอมชดใช้ความผิดโดยการทำหน้าที่ในนรก แต่ชาวสวรรค์คือเหล่ามังกรที่ละทิ้งร่างมังกร ยอมรับความอมตะ และเต็มใจทำเพื่อประโยชน์ของโลกใบนี้ ดังนั้นแล้วเหล่ามังกรจึงให้ความเคารพต่อชาวสวรรค์ และถือความคิดเห็นของจ้าวสวรรค์เป็นหลักในทุกเรื่อง ผิดกับชาวนรกที่โดนตำหนิเสียชุดใหญ่ หลังเกิดเหตุที่ดินแดนแอนตาเนีย โทษฐานที่ทำให้ทราวิสหลุดออกไปได้

“ท่านจ้าวสวรรค์กำชับมาว่าท่านเขาไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำจากแม่น้ำหลงลืม ดังนั้นพวกเจ้าพาเขาไปเกิดได้เลย” ราชานรกบอกแก่บรรดาลูกๆ ในใจคิดว่าหายากที่ชาวสวรรค์ และชาวนรกจะได้มาพบกัน ดังนั้นควรสานสัมพันธ์เอาไว้ แต่ใครจะรู้ว่าระหว่างพาเดินทางพาไปยังแม่น้ำหลงลืม มันจะเกิดเรื่องขึ้น

“ชาวสวรรค์นี่หน้าตางดงามจริงๆ นะ ไม่เหมือนชาวนรกอย่างพวกเราที่ต้องทนแบกรับความแค้น ความโกรธ ความเจ็บปวดจากพวกมนุษย์ จนหน้าตาดูไม่ได้กันไปหมด...” อิธาเมี่ยน เรย์ อินเฟียโน่เอ่ย พร้อมเหลือบตามองแอสโทเรียที่แทบสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินวิญญาณบาปร้องโหยหวน “...ก็อย่างว่าแหละ นรกเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ส่วนที่สวรรค์ก็เต็มไปด้วยความดีงาม”

“ไม่เอาน่าเรย์” อัลวิลาดาร์ เร็น อินเฟียโน่เอ็ดน้องชาย เอ่ยปากขอโทษแอสโทเรียว่า “ขอโทษแทนน้องชายข้าด้วยนะ ชาวนรกโดนสภามังกรตำหนิ เรื่องที่ทำให้นักโทษและข้าวของในนรกหลุดออกไป เขาเลยอารมณ์ไม่ดี”

“ที่อารมณ์ไม่ดีน่ะไม่ได้มีแค่นั้นหรอก!” เรย์หยุดเดิน และหันมามองแอสโทเรียอย่างไม่พอใจจนเด็กสาวผงะ “ทราวิสเอ่ยว่าจ้าวสวรรค์ส่งคิรินไปอยู่ข้างกายเรเชล ราดิคิอัสตั้งแต่ต้น แปลว่าเขาต้องมองออกสิว่าทราวิสกำลังจะสร้างเรื่องให้แอนตาเนีย แล้วทำไมเขาถึงไม่ลงมาช่วย ส่งเทพสักองค์ลงมาช่วยก็ได้ หากพวกเจ้าออกหน้าช่วยเหลือสักหน่อย ชาวแอนตาเนียคงไม่ต้องตายมากถึงขนาดนั้นหรอก!

แอสโทเรียอ้าปากค้าง เมื่อคนหล่อตรงหน้าเอ่ยปากต่อว่าเต็มที่ เธอนึกขึ้นได้จึงถาม “พวกเจ้าคือชาวนรกที่ขึ้นไปบนโลก และเกิดเหตุกับดินแดนแอนตาเนียเหรอ”

“ถ้าไม่ใช่พวกข้าแล้วจะเป็นใครเล่า” เรย์เท้าเอว “เจ้าตอบมาซิว่าจ้าวสวรรค์รู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าทราวิสหลุดออกไป แล้วทำไมเขาไม่ลงมาช่วยเหลือกัน!?

“นั่นสิ” อินทราฮาร์ แอล อินเฟียโน่คล้อยตามพี่ชาย “ทราวิสไม่ใช่ปัญหาของชาวนรกแต่เพียงเผ่าพันธุ์เดียวหรอกนะ หากพวกท่านช่วยได้ ก็น่าจะช่วยเหลือ”

แอสโทเรียคิ้วกระตุกกึก เอ่ยอย่างใจเย็นว่า “พ่อของข้าไม่สามารถลงจากสวรรค์ได้...”

“ที่จริงพวกข้าก็ไม่ควรขึ้นจากนรกเหมือนกันแหละ!” เรย์ระเบิดอารมณ์ “เพราะทราวิส ชาวนรก และมนุษย์ต้องตายไปเท่าไร สวรรค์เคยทำอะไรบ้างหรือไม่”

“พวกข้าก็ไม่มีเวลาไปนั่งจับทราวงทราวิสอะไรนั่นเหมือนกันแหละโว้ย!!” แอสโทเรียระเบิดอารมณ์ ตวาดพร้อมกระชากคอเรย์ จับเขย่าโดยแรง “เจ้าคิดว่าเป็นชาวสวรรค์แล้วมันจะสะดวกสบายนักหรือไง!? วันๆ ชีวิตของพวกเราไม่ต่างกับแรงงานทาส! ไม่สิ! แรงงานทาสยังจะดีเสียกว่า! เจ้าเคยเห็นพวกข้าทำงานหรือไม่ กว่าที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งจะเกิดขึ้นมาได้ข้าต้องหาข้อมูล กรรมเก่า โชคชะตา ผูกโยงสายสัมพันธ์ นั่นนี่นี่นั่น กว่าจะเขียนชีวิตของมันออกมาได้ต้องยากแค่ไหน! ทำให้ซวยมากไปก็ไม่ดี! ไม่ใส่เรื่องดีเข้าไปในชีวิตเลยก็ไม่ได้! โชคชะตาซ้ำกันก็ไม่ได้! แล้วเจ้าคิดว่ามนุษย์บนโลกมันมีกี่คนกัน วันๆ หนึ่งข้าต้องเขียนชะตาชีวิตคนให้ได้หลายร้อยคน! แล้วในหลายร้อยนั่นต้องไม่ซ้ำกันด้วยนะโว้ย!!!

แอสโทเรียผลักเรย์จนอีกฝ่ายล้มก้นกระแทก องค์ชายรองของนรกยังคงอ้าปากค้างเมื่อแอสโทเรียว่า

“พวกเจ้าคิดว่าหนึ่งวินาทีของพวกข้าใช้ไปกับอะไรเล่า! แอนตาเนียเกิดเรื่องเช่นนั้น อีกหลายดินแดนก็เกิดเรื่องขึ้นพร้อมๆ แล้วมันมีกี่ดินแดนกันเล่า สิบแดนใช่หรือไม่ แล้วแดนหนึ่งมันมีกี่อาณาจักร กี่ชีวิต ถ้าเจ้าคำนวณไม่ถูก ข้าจะบอกให้ว่าวันหนึ่งวันมันมีหลากหลายร้อยล้านเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกัน! เด็กเกิดอย่างนี้ สงครามเกิดอย่างนั้น ผัวเมียตีกัน ผืนดินแห้งแล้ง เอะอะอะไรมนุษย์ก็ร้อง โอ้ ได้โปรดเถิดทวยเทพ!’ นิดหน่อยก็ร้อง ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะพระเจ้า แต่ชาวสวรรค์ที่ทำงานพวกนี้ ไม่รวมจ้าวสวรรค์ก็มีแค่เก้าคน!! เก้าคนเองโว้ยยย! ชาวสวรรค์ไม่ได้มีถึงเก้าล้านคนนะ! จะได้ช่วยกันส่องได้ว่าแต่ละแดนมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาบ้าง!! แล้วงานแต่ละอย่างมันสามารถใช้เครื่องทุ่นแรงแบบพวกเจ้าได้หรือไม่!? ไม่! ไอ้ที่ข้าต้องโทษไปเกิดบนโลกมนุษย์ก็เพราะดันไปใช้เครื่องทุ่นแรงเขียนชะตาชีวิตคนนั่นแหละวะ! และถ้าเจ้าเห็นว่าเป็นชาวนรกมันลำบากนักก็ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์เลยไป! น้องสาวข้า ขนาดม้าน้ำถึงฤดูผสมพันธุ์ นางยังต้องหอบเอาวิญญาณดำน้ำไปใส่ท้องให้พวกมันคลอดลูกออกมา! และแม้แต่ชะตาชีวิตมดสักตัว พวกข้าก็ยังต้องมานั่งเขียน หาข้อมูลนั่นนี่ นี่นั่นเต็มไปหมด! เจ้ามาทำกันเองดูไหมเล่า!? ข้าจะลากเจ้าขึ้นสวรรค์ไปทำงานบัดเดี๋ยวนี้เลย!!

“ขะ...ข้าขอโทษ...” เรย์เอ่ยเสียงสั่น แต่แอสโทเรียกลับกระชากคอเขา เขย่าโดยแรง

“ขอโทษเรอะ! แปลว่าเจ้าคิดว่าพวกข้าสบายมาโดยตลอดเลยใช่หรือไม่!? เช่นนั้นก็รู้ไว้ซะว่าเพราะพวกเจ้า! เจ้า! เจ้า! เรเชล ราดิคิอัส และทราวิสอะไรนั่น! ขึ้นไปตีกันบนแอนตาเนีย! ข้าและพี่น้องของข้าต้องนั่งแก้ชะตาชีวิตผู้คนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน! เพราะเรื่องมันกลายเป็นว่าคนที่ควรตายดันไม่ตายเพราะพวกเจ้าไปช่วยเขา! คนที่ควรอยู่ก็ดันตายห่าไปก่อนเวลาอันควร! เจ้าคิดว่าใครต้องมานั่งแก้ชะตาชีวิต ลิขิตชีวิตใหม่ให้พวกเขา ถ้าไม่ใช่ข้า! ข้า! ข้านี่แหละ!

“...ขอโทษ! ขออภัยจริงๆ ขอรับ!!” เรย์ถูกเขย่าจนตาลาย พี่ชายหรือน้องสาวยังไม่กล้าเข้ามาช่วยเลย

“...จะทำงานช้าลงก็ไม่ได้ เพราะงานที่ต้องแก้มันคือโชคชะตาของคนทั้งแผ่นดิน! แล้วแอนตาเนียมันมีกี่ชีวิต ตายไปกี่ชีวิต ที่ยังอยู่กี่ชีวิต! คิดว่าข้าได้พักตอนไหนกันไม่ทราบ! สวรรค์สวยงามกว่านรกเหรอ!? ข้าจะบอกอะไรให้นะว่ามันมีแต่เมฆ! เมฆ! และก็เมฆ! ข้าเบื่อเมฆจนจะอ้วกออกมาเป็นก้อนเมฆอยู่แล้ว! และเจ้าอายุเท่าไร...อายุเท่าไร!? เพิ่งจะสิบแปดปีของนรกในปีนี้ใช่ไหม!? แต่รู้ไว้ซะว่าพวกข้าอายุสิบแปดมาหลายทศวรรษแล้ว! แต่ก็ยังต้องนั่งเขียนโชคชะตาให้พวกมนุษย์ที่นับวันมีแต่จะเพิ่มประชากรมากขึ้นเรื่อยๆ! แล้วพวกข้าก็ไม่ได้เขียนชะตาให้แต่มนุษย์นะโว้ย ข้าเขียนให้ทั้งมด หนู แมลงสาป ทุกเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนโลก ฟังถึงตรงนี้เจ้าบอกข้ามาสิว่างานยุ่งขนาดนี้ แล้วพวกข้าจะมีเวลาไปมองเห็นเสี้ยววิญญาณของทราวิสที่แอนตาเนียตอนไหน ห๊ะ!? แค่พักหายใจยังแทบไม่มีเวลา! แล้วข้าจะไปเห็นเขาตอนไหน!?

“ขะ...ข้าปากเสียเอง ปล่อยข้าไปเถอะ!” เรย์ร้อง

“ฮึก...ข้าทำงานจนหัวฟู ป่านนี้ยังไม่เคยมีคนรักเลย...พวกเจ้าจะเอาอะไรกับเราอีก! เอาอะไรอีก!!” แอสโทเรียร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำมูกน้ำตาไหลพราก เขย่าร่างขององค์ชายรองนรกอย่างแรง

“ข้าขอโทษ!! รีบๆ ไปเกิดเถอะ!!” เรย์ร้องโหยหวน

“สิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนแอนตาเนียไม่ได้มีแต่พวกเจ้าที่รู้สึกแย่! แม้แต่ข้าเองก็รู้สึกเชี่ย! เชี่ย! เชี่ย! โคตรเชี่ย!

แอสโทเรียกระแทกอารมณ์สุดท้ายใส่หน้าองค์ชายรองนรกเสร็จ ก็ปล่อยร่างปวกเปียกของอิธาเมี่ยน เรย์ อินเฟียโน่ เธอปาดน้ำตา จัดเส้นผมของตนเองอย่างชดช้อย ท่ามกลางสายตาของชาวนรกทั้งสิบ แล้วหันไปพยักหน้ากับองค์ชายใหญ่นรกที่ยืนอ้าปากค้างมองเธออยู่

“สถานที่เกิดใหม่อยู่ตรงไหนล่ะ” แอสโทเรียถาม

องค์ชายใหญ่นรกชี้ไปทางทิศตะวันตก แต่พอตั้งสติเขาก็ชี้ไปทางทิศเหนือแทน เขาบอกเธออย่างสุภาพ

“เดี๋ยวข้าจะรีบนำทางให้ท่านเองขอรับ”

องค์หญิงนรกพยุงพี่ชายคนรองของเธอขึ้นมา ขณะที่แอสโทเรียเดินเชิดหน้า ตามอัลวิลาดาร์ เร็น อินเฟียโน่ไป

มีสะพานอยู่ตรงแม่น้ำหลงลืม โดยปกติแล้ว จะมีแต่คนที่ดื่มน้ำจากแม่น้ำหลงลืมครบหนึ่งกระบวยจึงจะเห็นมันได้ แต่เพราะแอสโทเรียได้สิทธิพิเศษ เธอจึงสามารถมองเห็นสะพานขนาดใหญ่ได้ แต่อย่างไรเธอก็ต้องอาบน้ำจากแม่น้ำหลงลืมเพื่อให้หมดสิ้นความเป็นชาวสวรรค์อย่างแท้จริง แอสโทเรียทิ้งตัวลงแช่ตัวอยู่ในแม่น้ำทั้งชุดสักพัก รู้สึกว่าพลังหลายอย่างไหลออกจากร่างจนหมด น้ำจากแม่น้ำหลงลืมแห่งนี้ หากดื่มเข้าไป เธอต้องลืมชาติภพก่อนอย่างแน่นอน พอแอสโทเรียลุกขึ้นมา ก็เห็นว่าตนเองมีสภาพเป็นเพียงวิญญาณโปร่งใสที่ถอดออกจากร่าง ส่วนร่างชาวสวรรค์ของเธอนั้นจมลงไปในแม่น้ำหลงลืม มีแสงสว่างสว่างวาบข้างใต้แม่น้ำนั้น ร่างของเธอในแม่น้ำหายไป เหมือนถูกส่งกลับไปยังแดนสวรรค์

ตอนนี้แอสโทเรียเป็นเพียงร่างวิญญาณโปร่งใส เดินขึ้นบนสะพานโดยที่ร่างยังเปียกปอน พอหันมาองค์ชายรองนรกก็ยื่นคบเพลิงให้ด้วยตัวเอง ช่วยประทับตราที่ข้อมือของเธอ เขียนว่า หนึ่งชาติภพ พร้อมเสหลบสายตาเธอ

แอสโทเรียถอนใจเฮือกใหญ่ คว้าคบเพลิงมา แยกเขี้ยวใส่พวกชาวนรกทีหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในหมอกที่ปกคลุมสะพานนั้น สักพักหนึ่ง เธอจึงเห็นอโฟเทียยืนรออยู่ก่อน แอสโทเรียยิ้มให้น้องสาว อโฟเทียทำท่าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ข่มเอาไว้ เทพแห่งความรัก และการกำเนิด จะพาวิญญาณของเธอไปส่งโลกมนุษย์

 


อัพเมื่อโลกต้องการ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 809 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,810 ความคิดเห็น

  1. #6750 222 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:21

    ยังไงก็รู้สึกจ้าวสวรรค์ลำเอียง คนที่สร้างเรื่องเปลี่ยนชะตาคนอื่นเล่น และเปลี่ยนสารเป็นคู่หมั้นแทนพี่สาว (นิสัยเลวมาก) ดันไม่โดน คนโดนลงโทษดันเป็นคนที่แอบหนีไปกินจุบจิบ โทษหนัก-เบา ต่างกันลิบลับ นี่ให้เเอสโทเรียไปเกิดชดใชความผิดแทนยัยเมรินเน่ แล้วยัยนั่นโดนลงโทษและชดใช้กรรมแบบไหนล่ะท่านจ้าวสวรรค์ ไม่ใช่ลอยนวลเหมือนเดิมคนที่รับกรรมแทนเป็นคนอื่นตลอด (ไม่ยุติธรรมเลย) สรุปสวรรค์วุ่นวายเพราะคนๆเดียวจ้าวสวรรค์ควรพิจารณาเมรินเน่ได้แล้ว ส่งไปที่อื่นแบบไปแล้วไปลับ

    #6,750
    0
  2. #6662 SONAKY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 08:27
    5555555555 ฉากที่นางเอกพูดระบายตลกมากอะ 5555555
    #6,662
    0
  3. #6651 วิหคทมิฬ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 08:40
    ยิ่งสายตาของเมรินเน่ตอนนั้น แล้วก้อาการตอนพูดถึงสภามังกรของเมรินเน่แล้ว มันต้องมีลับลมคมในแน่ๆ
    #6,651
    3
  4. #6650 วิหคทมิฬ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 08:37
    กลับมาอ่านใหม่นี้ รุ้สึกว่าเมรินเน่น่าจะมีเบื้องหลังสักอย่างอ่ะ ไม่งั้นพ่อคงไม่เอาขึ้นสวรรค์ แต่คิดไม่แน้วอ่า
    #6,650
    0
  5. #6612 elpanpon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:53
    คือบับ พูดไม่ออกเลย ลำเอียงมาก แบบโกรธมากเลยเจองี้ แล้วมันไม่ใช่ว่าสมควรแล้วหรอที่ต้องโดนแบบนั้นอะ
    #6,612
    4
    • #6612-2 elpanpon(จากตอนที่ 2)
      16 เมษายน 2563 / 23:56
      ไม่ไหวแล้วโว้ย แต่พอจะดูออกอยู่ว่าพ่อเหมือนจะมีเหตุผล ดูจากตอนหันไปมองลูกโลกแล้วบอกให้นางไปเกิด ตอนที่พูดแปลกๆทำนองนางเอกคือความหวังอีก แต่ก็รับไม่ได้เพราะไม่ทำโทษอิเด็กเปรตอยู่ดี
      #6612-2
    • #6612-4 วิหคทมิฬ(จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2563 / 08:34
      ถึงมันมีลับลมคมใน แต่มันก้น่าโมโหอ่ะ อีนั้นมันก้ร้าย น่าตบมาก อิพ่อตอนแรกก้โมโหได้น่าหงุดหงิดมาก
      #6612-4
  6. #6548 bai_tong034 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 00:09
    งง ทำไมลำเอียงอิหลานจังอ่ะ
    #6,548
    0
  7. #6429 arriya01 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:26
    ไม่เข้าคนที่ไม่ผิดแต่โดน แต่เด็กเปรตไม่โดน???
    #6,429
    0
  8. #6286 saden001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 17:49

    มิเรเน่(จำผิดต้องขออภัย) เมื่อไรกรรมจะตามสนองหนอ

    #6,286
    0
  9. #6282 Soojin. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 19:29
    หลานไม่โดนอะไรเลยหรอคะ ได้ไง
    #6,282
    0
  10. #6157 cc_kun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 19:12
    แล้วอีกคนนึงไม่โดนอะไรเลยหรอ สงสัยเจ้าสวรรค์โดนยาป้ายละ
    #6,157
    0
  11. #6075 loveglee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 05:58
    เนื้อกาน่าสนใจมาก ขอบคุณที่เเต่งให้อ่านนะไรท์
    #6,075
    0
  12. #6016 KK'Ro (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    แล้วทำไมไม่ลงโทษอีนหลานตอแหลอ่ะ มาลงที่นางทำไมฟะ!!
    #6,016
    0
  13. #5919 meduzabencz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 00:30
    อะไรวะ แล้วคนที่ทำผิดจริงๆทำไมไม่ถูกลงโทษ น่าน้อยใจแทนเป็นบ้าเลย แล้วอินังหลานนั้นดูตอแหลยังไงไม่รู้
    #5,919
    0
  14. #5869 evesjj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 10:32
    เดี๋ยว แล้วไม่ลงโทษเมริเน่เลยหรอ
    #5,869
    0
  15. #5831 เดล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:26

    พ่อลำเลียงรักแต่เมรินเน่รึเปล่าเนี่ยให้ท้ายตลอด​ ไม่ใช่ว่ามันมีซำติงอะไรใช่มั้ย

    #5,831
    0
  16. #5714 ploywendy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 15:24
    เมรินเน่ไม่โดนอะไรบ้างอ่อ โมโหอ่ะ
    #5,714
    0
  17. #5696 Noong7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 17:18
    55555555555555 เหมือนความอัดอั้นตันใจทั้งหมดมาระบายในตอนนี้55555 ยาวมากกก
    #5,696
    0
  18. #5627 Sakura P.wari Fox (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 18:53
    สงสารเรย์ โดนแอสซี่ระบายอารมณ์ใส่ 5555

    โถ่เรย์...ไม่น่าไปพูดแบบนั้นกีบแอสซี่เลย
    #5,627
    0
  19. #5115 MisterLike (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 11:29
    น่าเบื่อคนทำผิดไม่ได้รับโทษ น่าเบื่อ
    #5,115
    0
  20. #5097 warat_sariyawut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 15:08
    ชอบความเกรี้ยวกราดของนาง อยากให้นางเหวี่ยงบ่อยๆ 555555+
    #5,097
    0
  21. #4505 bensansonninja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 18:08
    เมรินเน่คือต้นเหตุของทุกอย่างนะ ควรได้รับอะไรบ้างสิ
    #4,505
    0
  22. #4401 I_was_as_I (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 08:33
    แล้วเมรินเน่ะล่ะ? นางได้รับโทษเซี่ยไรบ้าง!
    #4,401
    0
  23. #4399 rainny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 07:36
    เมรินเน่ก็ถูกโอ๋เกินไป สงสารแอสโทเรีย พ่อก็เห็นๆอยู่ว่ามันสมเหตุสมผลที่จะโดนแล้วอ่ะ
    #4,399
    0
  24. #4183 PlairTipchada (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 16:47
    สงสารแอสซี่มาก แต่ก็ขำหนักมากเช่นกัน
    #4,183
    0
  25. #2491 Away2016 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 20:37

    มาเป็นแฟนกันก่อนไปเกิดดีปะ

    #2,491
    0