ASTORIA.

ตอนที่ 1 : บทนำ : สวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 698 ครั้ง
    26 มี.ค. 62

 

แอสโทเรียเป็นคู่แฝดของแอนตาเนีย

แต่ก็โคตรของโคตร โคตรของโคตร และโคตรของอภิมหาโคตร แตกต่างจากแอนตาเนียอย่างมหาศาล

กล่าวว่าแอนตาเนียยึดถือความสามารถเป็นหลัก ขอเพียงเก่งกาจรอบรู้ก็สามารถเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ทว่าพระราชา แอสโทเรียก็ยึดหลักสายเลือดมาก่อนทุกสิ่ง ให้เก่งกาจมากแค่ไหน แต่หากว่าเจ้าเกิดแต่ตมก็อย่าหวังว่าจะได้ผุดจากตมเหมือนดอกบัวเลย นอกจากกำแพงสายเลือดแล้ว ยังเป็นดินแดนปิด แม้ยิ่งใหญ่แค่ไหนแต่มนุษย์ที่อาศัยในที่แห่งนี้กลับมีไม่มากนัก หากเทียบกับแอนตาเนีย เป็นจำนวนแค่หนึ่งในสิบของชาวแอนตาเนีย

พอได้อ่านภาพรวมของดินแดนแห่งนี้ เด็กสาวก็ยกมือขึ้นลูบหน้า ด้วยความรู้สึกบัดซบไม่น้อย เอ่ยปากถามเด็กสาวอีกคนที่มีรูปลักษณ์เหมือนเธอไม่ผิดเพี้ยนว่า

"เจ้าว่าข้าควรแสวงหาความเจริญให้กับดินแดนที่มีชื่อเหมือนข้านี้หรือไม่"

แอนตาเนียเคี้ยวขนมกรุบๆ มองดูพี่สาวฝาแฝดแล้วว่า

"ท่านพ่อของเราเริ่มไปแล้วมิใช่หรือ พวกมังกรวาโยก็เริ่มรามือจากอำนาจแล้ว ท่านก็เขียนให้มนุษย์สักคนอยากผงาดขึ้นมาสักหน่อยสิ ท่านเป็นเทพแห่งโชคชะตานะ ท่านพี่แอสโทเรีย...จะปล่อยให้ดินแดนของท่านเป็นป่าหลังเขาอยู่แบบนี้ก็กระไร"

แอสโทเรียเท้าคางมองบันทึกแห่งโชคชะตาของชาวแอสโทเรียที่มากมายกองก่าย รอเธอเขียนให้เสร็จ และโยนเข้าหอสมุดแห่งโชคชะตา ทำงานเป็นชาวสวรรค์นี่ไม่ง่ายเลย เธอเพิ่งปิดเล่มดินแดนแอนตาเนียของน้องสาวไปนะ เขียนให้ทุกชีวิตดิ้นรนท่ามกลางวิกฤต ระหว่างที่พวกเชื้อสายมังกรปะทะกันเอง ง่ายดายที่ไหนเล่า เป็นเทพผู้ลิขิตโชคชะตานี่บัดซบจริงๆ

"แอสซี่..." เสียงพี่สาวคนโตดังขึ้น ขณะที่แอสโทเรียกำลังจ้องมองกองกระดาษเขียนโชคชะตา หวังให้มันหายไปสักสอง หรือสามร้อยแผ่น "...ท่านพ่อเรียกน่ะ"

แอสโทเรียพลันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ดวงตาคู่งามฉายแววหวาดหวั่น พี่น้องได้แต่เห็นใจ

'ท่านจ้าวสวรรค์ ไม่สิ...ท่านพ่อ ท่านจะหางานอะไรให้ข้าอีกเล่า'

 

**

 

เรามาทำความรู้จัก 'สวรรค์' กัน

ท่านคงคิดว่าสวรรค์นั้นคือสถานที่ที่มีแต่ความสุข ผู้ที่ได้อยู่สถานที่แห่งนี้ วันๆ ไม่ต้องทำอะไร อยากเล่นดนตรีก็เล่นดนตรี อยากเล่นสกาก็เล่นสกา อยากร่ายรำก็ไม่มีใครหาว่าบ้า แก้ผ้าเดินโทงเทงไปมา มีอิสระเสรีได้ดีดั่งใจ

อันนั้นมันคือสวรรค์ของพวกมนุษย์

'สวรรค์' ที่ข้าหมายถึงนี้ คือสวรรค์ที่เหล่ามังกรสร้างขึ้น เพื่อพวกที่เป็น 'อมตะ' อยู่กัน ความเป็นอมตะนั้นก็เกิดจากพ่อของข้า จ้าวสวรรค์ ผู้เป็นอดีตจักรพรรดิมังกรผู้เกรียงไกร ผู้รวบรวมเหล่าเชื้อสายมังกรสู่สงครามศักดิ์สิทธิ์ของเหล่ามังกร หนึ่งในนักรบเดนตาย...เอ๋ย ทรงเกียรติที่เหลือรอดจากมหาสงครามครั้งนั้น ฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เหล่ามังกรมีชัยเหนือสงครามกับเผ่ามังกรดำ ผู้ทรงคุณธรรม เก่งกล้า และบลาๆ เอาเป็นว่าข้าไม่สามารถสาธยายคุณงามความดีของพ่อข้าหมดได้ภายในวันเดียว (แต่เป็นพวกให้พร และสั่งงานไม่ดูตาม้าตาเรือด้วย)

เออ พ่อของข้ายิ่งใหญ่มาก

และข้าคือหนึ่งในลูกสาวทั้งเก้าของเขา

แอสโทเรียคือนามของข้า เทพแห่งโชคชะตา ผู้ครอบครองปากกาที่สามารถขีดเขียนเส้นทางชีวิตของทุกเผ่าพันธุ์ได้ ม้วนบันทึกชีวิตทุกม้วนที่อยู่ในห้องสมุดแห่งโชคชะตาส่วนมากถึง 99% เป็นผลงานของข้าเอง (อีก 1% คือพวกเชื้อสายมังกรขีดเส้นชะตาชีวิตตัวเอง ซึ่งนอกเหนืออำนาจปากกาข้า)

เมื่อครู่พวกท่านบอกข้าว่า ขึ้นชื่อว่าเป็นอมตะ ได้อยู่บนสวรรค์ คือชีวิตอันประเสริฐ น่าจะสะดวกสบายทุกอย่างใช่หรือไม่

ท่านคิดผิดแล้วล่ะ เพราะหากว่าไม่มีใครบอกว่าบ้านของพวกข้าคือสวรรค์ พวกข้าก็คงจะคิดว่ามันคือโรงงานนรกดีๆ นี่เอง

"ท่านพี่แอสโทเรีย ผลพวงจากความรัก ที่จะเกิดในไม่ช้านี้เจ้าค่ะ"

อโฟเทีย น้องสาวลำดับห้าวางตั้งกระดาษ ที่เขียนที่มุมบนขวาว่าเป็นชีวิตของใครบ้าง วางไว้ที่มุมโต๊ะทำงานของแอสโทเรีย เพื่อที่พี่สาวคนงามจะได้ใช้ปากกาตัวเองเสกสรรค์ เขียนเรื่องราวชีวิตของพวกเขา

"เจ้าขยันไปหรือไม่อโฟเทีย" แอสโทเรียส่งเสียงต่ำๆ ใส่น้องสาว ผู้ที่ได้ชื่อว่าเทพแห่งความรัก ผู้สร้างคู่รัก และบันดาลการเกิดของทารกทั่วโลก

"ท่านคิดว่าข้าอยากขยันหรือ" อโฟเทียชี้ดวงตาที่ผ่านการอดนอนมานาน "อีกสามนาที ก็เป็นฤดูผสมพันธ์ของม้าน้ำบนโลกมนุษย์แล้ว ข้าต้องลงน้ำไปบันดาลการเกิดให้พวกมันอีก จากนั้นก็รีบไปรับวิญญาณจากนรกไปใส่ท้องพวกผู้หญิง บลาๆ ท่านพี่สาม ไหนท่านพี่บอกว่าท่านพี่สี่ให้กำเนิด 'ยาคุม' กับ 'ถุงยาง' ออกมาแล้วไง ทำไมข้ายังต้องวิ่งจนหัวปั่น มอบการเกิดให้มนุษย์เช่นนี้อยู่อีก"

พูดถึงแอนตาเนีย ฝาแฝดของแอสโทเรียหรือเทพแห่งการคิดค้น มีหน้าที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ให้กับเหล่ามนุษย์

แอสโทเรียเห็นน้องห้ากำลังจะระเบิดอารมณ์ เลยหยิบตั้งงานที่ตนทำเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว วางแลกกับตั้งกระดาษเปล่า พร้อมว่า "ข้าเขียนชะตาของพวกเกิดใหม่ที่ดินแดนของเจ้าเสร็จแล้ว เอาไปสิ"

อโฟเทียได้ตั้งงานมากก็ทำตาเหลือกหนึ่งที เธอหอบงานทั้งหมดกลับไป ไม่วายกระซิบบอก "รู้เช่นนี้ ข้าขอตำแหน่งเทพแห่งการเฉลิมฉลองเหมือนน้องหกดีกว่า"

"ข้าว่างานของนางก็ไม่ง่ายนักหรอก" แอสโทเรียตอบ "ล่าสุด เหมือนจะถูกท่านพ่อเรียกไปดุ เพราะเผลอหลับในหน้าที่ ทำเอางานเลี้ยงเชื่อมสัมพันธ์ล่ม พวกมนุษย์ร่ำๆ จะประกาศสงครามกันอยู่"

อเทวาเซีย หรือเทพแห่งการเฉลิมฉลอง มีหน้าที่เชื่อมสัมพันธ์ให้ทุกชีวิก ให้พวกเขาได้อยู่กลมเกลียว เกื้อกูล เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน เทพองค์เดียว แต่ก็วิ่งกันหัวปั่นไปทั่วโลก บางครั้งแอสโทเรียเห็นน้องสาวลำดับหก แอบขว้างพัดประจำตัวทิ้ง พร้อมตวาดอย่างกราดเกรี้ยวว่า 'พวกมนุษย์เข้าใจกันยากนัก ตายๆ ไปให้หมดเลยไป ข้าจะได้งานน้อยลง'

“เอดาริน เขียนคำขอจากข้าให้ท่านพ่อหน่อยสิ ว่าข้าขอปรับเวลาให้หนึ่งวันบนสวรรค์เป็นห้านาทีบนโลกมนุษย์ ไม่เช่นนั้นข้าทำงานนี้ไม่ทันแน่”

แอสโทเรียบอกแก่เอดาริน น้องเล็กผู้เป็นเทพแห่งการสื่อสาร มีหน้าที่วิ่งงานจากเทพองค์หนึ่งไปสู่องค์หนึ่ง ไม่นานนักคำขอของเธอก็ได้รับการตอบรับ หน้าปัดนาฬิกาที่แสดงเวลาของสวรรค์ และโลกมนุษย์เริ่มมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้เหล่าเทพทำงานกันให้ทันท่วงที สามารถดูแลทุกข์สุขของเหล่ามนุษย์ทุกคนบนโลก

ก็บอกแล้วว่าที่นี่มันไม่ใช่สวรรค์ ที่นี่คือโรงงานนรก

มองไปทางใดก็เห็นแต่เทพที่ทำงานกันจนหัวฟู

ทั้งแอสโทเรียและอโฟเทียแอบหลั่งน้ำตาในใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หรือพวกเธอควรจะประท้วงหยุดงาน และโก่งค่าจ้างกันดี

ย้ำอีกที...ที่นี่คือโรงงานนรก

แอสโทเรีย และอโฟเทียนั้น ต้องทำงานประสานกันอยู่เสมอ ไม่สิ กล่าวคือ...พวกเธอเก้าพี่น้องทำงานประสานกันอยู่ตลอดเวลา โดยหลักการทำงานก็คือ เมื่อวิญญาณดวงหนึ่งหลุดพ้นจากนรก และกำลังจะได้ไปเกิด สามน้องเล็กสุดท้อง อันได้แก่ อาเทลโรเรีย จะเริ่มต้นหาว่าวิญญาณตนนั้นมีความผูกพันกับวิญญาณดวงอื่น คือดวงใดบาง และวิญญาณผูกพันพวกนั้นอยู่ที่ไหน ระบุวิญญาณพวกนั้นเสร็จ จะส่งต่อให้อควาเทเรียรับมา ตรวจดูความสัมพันธ์ของวิญญาณทุกดวง และกำหนดว่าเขาจะได้ไปเกิดที่ไหน บุญและบาปส่งผลให้เขามีสัมพันธ์รูปแบบไหนกับใครบ้าง จากนั้นจึงส่งข้อมูลให้เอดาริน หรือน้องเล็กคนสุดท้อง หาข้อมูลสภาพแวดล้อมทั้งหมด รวมทั้งเศษบาปเศษกรรมที่ยังไม่อาจชะล้างออกได้หมดด้วยไฟนรก จากนั้นโยนกลับไปให้พี่ใหญ่สุดคือเอเลนเทีย เขียนกำกับเพิ่มเติมว่าเขาผู้นั้นต้องโดนกรรมใดเล่นงานเมื่อยามมีชีวิตอยู่ อีกทั้งยังเขียนกำหนดอายุขัยของเขาคนนั้นด้วย แล้วส่งต่อให้แอสโทเรีย ไปเสกสรรปั้นแต่งชะตากรรมของเขาคนนั้นให้ลงตัว จากข้อมูลครบถ้วนที่เหล่าพี่น้องส่งให้ แล้วแอสโทเรียก็จะโยนงานให้กับอโฟเทีย ให้พาวิญญาณของเขาคนนั้นไปกำเนิด

ดูเอาเถิด แค่หาที่เกิดให้มนุษย์คนหนึ่งยังต้องใช้เทพถึงห้าองค์ แล้วบนโลกใบนี้ มีมนุษย์เกิดวันละกี่คนกันเล่า นี่ยังไม่รวมสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยนะ

แอสโทเรียมองอโฟเทีย ปลุกปลอบใจตัวเองว่าเธอยังดีกว่าน้องสาว ไม่ได้รับผิดชอบการเกิดทั้งมวลบนโลก อโฟเทียนั้นรับผิดชอบตั้งแต่มดไปจนถึงมังกร จึงวิ่งหัวปั่นไปทั่วโลกภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงของโลกมนุษย์ เหน็ดเหนื่อยกับงานยังไม่พอ ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางอีก

ตู้มมม!!

ขณะที่แอสโทเรียกำลังพักสายตา เดินไปตามทางเดินที่มีแต่ปุยเมฆปูเป็นพรม เสียงระเบิดดังขึ้นจากห้องของเทพองค์หนึ่ง แอสโทเรียสะดุ้งเฮือก เร่งวิ่งไปเปิดประตูที่มีต้นตอเสียงทำงานอยู่ ร้องถาม

“แอนนี่! เจ้าเป็นอะไรไหม!?

แอนตาเนีย หรือน้องสาวฝาแฝดของเธอกำลังกลิ้งอยู่ใต้สิ่งประดิษฐ์ใหม่ของตน สภาพดูไม่จืด ต้นเหตุคงมาจากหม้อยาที่ตำเป็นตอตะโก แอนตาเนียนอนนิ่งได้สักพัก ก็คลานออกมาหาพี่สาวฝาแฝด พร้อมบอกว่า

“มันเข้มข้นมาก...”

แอสโทเรียกลอกตารอบหนึ่ง ทรุดตัวลงพยุงร่างของแอนตาเนียขึ้น พร้อมปัดฝุ่นให้น้องสาวตัวเอง

“เจ้ากำลังคิดค้นอะไร” แอสโทเรียถาม

“การรักษาแบบใหม่...” แอนตาเนียตอบ “ตอนนี้ในแผ่นดินของข้าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น่าดู พี่สาว...ข้าว่าข้าใกล้จะได้ วิธีการผ่าตัดที่สมบูรณ์แบบ แล้วล่ะ จากชะตากรรมของวาเนสซ่า วิลลาโน่ วิธีนี้น่าจะเสร็จสมบูรณ์ หลังจากที่นางคลอดลูก”

“ผ่าตัดอะไรของเจ้า มีระเบิดด้วย” แอสโทเรียถาม

“เพราะยามันทำปฏิกิริยา” แอนตาเนียยังไม่หายมึน ถอดแว่นยางที่ใส่ติดตัวตลอด และเอาแขนเสื้อเช็ดหน้า “ข้าต้องเร่งมือก่อนที่เรเชล ราดิคิอัสจะคิดค้นมันได้ พี่สาว ข้าไม่อยากเป็นผู้ตาม”

แอนตาเนียคือเทพแห่งปัญญา เป็นอัจฉริยะของทุกศาสตร์ ดังนั้นการที่เชื้อสายมังกรคนหนึ่งจะมีความเก่งกาจก้าวล้ำ คิดค้นเก่งกว่าสิ่งที่เธอคิดค้น ไม่ว่าแขนงใดก็ตาม สำหรับแอนตาเนีย มันทำให้เธอเสียหน้า ต้องเป็นเธอที่คิดค้นมันได้สิ แล้วโยนลงไปใส่หัวของเขา ให้เขาสามารถสร้างมันออกมา

ถูกแล้ว...ถ้าทุกชีวิตดำเนินไปตามปลายปากกาของแอสโทเรีย สิ่งของทุกชิ้น วิชาแทบทุกวิชา ก็ล้วนเกิดจากแอนตาเนีย พวกเธอทุกคนคือเทพที่สำคัญบนแดนสวรรค์แห่งนี้

“งานของเจ้าก็ยุ่งวุ่นวายอยู่แล้ว ยังคิดจะไปแข่งกับพวกพิเศษอีก” แอสโทเรียบ่น “เรเชล ราดิคิอัสคนนั้นเป็นพวกพิเศษ เชื้อสายมังกรที่กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ เจ้าไม่ต้องไปยุ่งกับเขาให้มากนักหรอก”

“ข้าแข่งขันตามความถนัดของข้าท่านพี่...” แอนตานีบอก “...ท่านก็เห็นว่าข้าไม่เคยคิดแข่งกับมาริคิอัสในการสร้างเวทแขนงใหม่ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าถนัด และพวกมนุษย์ก็ทำร้ายกันมากพอแล้ว ไม่ต้องสรรหาอาวุธให้พวกเขาทำลายกันอีก”

แอสโทเรียก็ไม่ค่อยชอบ พวกพิเศษ แบบนี้ เพราะมันทำให้ชะตากรรมที่เธอเขียนเอาไว้แปรปรวนไปจนหมด พวกเชื้อสายมังกรที่มีพลังพิเศษ สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ไม่พอ ยังเปลี่ยนโชคชะตาของผู้อื่นได้อีกต่างหาก ตอนที่ดินแดนแอนตาเนียเกือบล่มจม เธอถึงกับนั่งร้องไห้ ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรกับการเสียสละของชาวแอนตาเนียหรอก แต่คนที่ไม่ควรตายก็ดันมาตายก่อนวัยอันควร สิ่งที่ไม่ควรเกิดก็ดันมาเกิดขึ้น ชะตาชีวิตของผู้คนในแอนตาเนียก็ไม่ได้เดินไปอย่างที่เธอเขียนเพราะการปะทะกับของเรเชล และทราวิส ไหนจะมีชาวนรกอีกสามคนอีก ผลพวงของการปะทะกันระหว่างเชื้อสายมังกร ทำให้แอสโทเรียต้องนั่งแก้โชคชะตาใหม่หลายต่อหลายรอบ พี่น้องทุกคนเสร็จงานประจำวันแล้ว เธอกับพี่ใหญ่ยังนั่งกอดม้วนบันทึก สัปหงกทั้งที่มือยังถือปากกาอยู่เลย ไหนจะชะตากรรมของพวกไม่ยอมตายในอูเทเรียอีกเล่า คิดว่าใครที่ต้องเป็นคนนั่งแก้ นั่งเขียนกัน!?

โชคยังดีที่เวลาบนสวรรค์สามารถกำหนดได้ตามใจพวกเธอนะ แต่ก็นั่นแหละ ต้องทำงานหนัก และแทบไม่ได้นอนอยู่ดี

พอจบเรื่องนั้น เรเชลเดินทางออกจากแอนตาเนียไปศึกษาต่อทวีปอื่น ชาวนรกคุมตัวทราวิสกลับนรก เธอถึงกับถอนใจ เธอก็สามารถถีบบันทึกโชคชะตาของผู้คนในดินแดนแอนตาเนียส่งเข้าไปในหอสมุดแห่งโชคชะตาได้เสียที และแอสโทเรียหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเชื้อสายมังกรพิเศษที่เดินทางตลอดเวลาอย่างเรเชล จะไม่ไปป่วนโชคชะตาให้คนอื่น ทำให้เธอต้องมานั่งแก้ จนหลังขดหลังแข็งอีก

คิดถึงกองงานที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว แอสโทเรียก็อยากจะอาเจียนออกมาเป็นตัวอักษร ดีนะที่พวกพิเศษพวกนี้มีแค่ไม่กี่คน ไม่เช่นนั้นเธอคงกระโดดลงจากสวรรค์ ขอไปทำงานในนรกแทน

“พี่...” เห็นสีหน้าพี่สาวฝาแฝดทำหน้าไม่สู้ดี แอนตาเนียเลยหาเรื่องมาปลอบประโลม “เครื่องมือช่วยในการเขียนโชคชะตา ข้าทำให้แล้วนะ”

แอสโทเรียหันขวับในทันที แอนตาเนียเดินผ่านกองสิ่งประดิษฐ์ของเธอ รื้อค้นเล็กน้อย ก่อนจะยกของบางอย่างมาวางต่อหน้าแอสโทเรีย ซึ่งก็คล้ายๆ กับกล่องเหล็กขนาดย่อม

“นี่คือเครื่องมือในการเขียนโชคชะตาที่ข้าภาคภูมิใจนำเสนอ” แอนตาเนียตบมันเบาๆ “แค่พี่ใส่รายละเอียดข้อมูลตรงนี้...” เธอเปิดส่วนหน้าที่เหมือนเป็นลิ้นชักออกมา มันมีช่องสำหรับใส่รายละเอียดข้อมูล “...และวางกระดาษบันทึกโชคชะตาบนนี้...” แอนตาเนียชี้ไปที่แท่นวางกระดาษที่เป็นวัตถุชิ้นบางใส ที่อยู่บนสุดของเครื่องมือ “...มันก็คำนวณ และเขียนโชคชะตาของคนๆ นั้นมาให้พี่เอง”

แอสโทเรียตาวาว พยักหน้ารับหลายครั้ง แอนตาเนียแกะยางมัดผม ปล่อยเส้นผมยาวสยายของตนเองให้ทิ้งตัวเต็มแผ่นหลัง ขณะที่เอ่ยต่อว่า “อย่างไรก็ดี เครื่องนี้ข้ายังไม่ได้ทดสอบอย่างจริงจัง ถ้าหากว่าพี่...”

“ข้าเอาไปเลยนะ!” แอสโทเรียคว้าเครื่องนั้น ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของแอนตาเนียอย่างรวดเร็ว “ขอบใจมากแอนนี่!

“เดี๋ยวพี่! ข้ายังไม่ได้ทดสอบดูการทำงานของมันเลย! ไม่รู้ว่า...!!” แอนตาเนียวิ่งตามพี่สาว

สองพี่น้องวิ่งตามกัน พอออกจากห้องทำงานของแอนตาเนีย มายังห้องทำงานรวมของเทพทั้งหลาย พวกเธอก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าพี่น้องทุกคนต่างรุมล้อม พี่รอง และพี่ใหญ่

“ยินดีด้วยเจ้าค่ะท่านพี่” เอมีเซียเอ่ยพร้อมยอบตัวลงอย่างสุภาพ พี่รองคนนี้เป็นผู้หญิงที่ใกล้ชิดกับจ้าวสวรรค์ หรือบิดาของพวกเธอมากที่สุด ส่วนมากมักอยู่ข้างกายบิดา มาวันนี้กลับยืนท่ามกลางพี่น้อง บอกแก่พี่ใหญ่ของพวกเธอว่า “ข้าล่ะอิจฉาท่านพี่จริงๆ”

พี่ใหญ่ของพวกเธอ...เอเลนเทียร์ ก้มหน้านิ่ง ดวงหน้าภายใต้หน้ากากสีเงินที่ใส่ประจำนั้นเป็นเช่นไรไม่ทราบ แต่ว่าสองมือที่ผสานกันกำลังบิดไปมาอย่างประหม่า ขณะที่พี่น้องคนอื่นหัวเราะคิกคัก

“เกิดอะไรขึ้นเหรอเจ้าคะ” แอสโทเรียเอ่ยถาม เดินไปหาทุกคน

“ท่านพี่สาม และท่านพี่สี่มาพอดี พี่ใหญ่ของพวกเรากำลังมีข่าวดีแหละ ท่านพ่อเพิ่งเรียกข้าไปบอกข่าว และให้นำมาบอกทุกคนเมื่อครู่นี้นี่เอง พวกท่านทายดูสิว่าคือข่าวอะไร” เอดาริน หรือน้องเล็กพูดจบก็หัวเราะคิกคัก แอสโทเรียกับแอนตาเนียมองไปยังพี่ใหญ่ของพวกเธอ ถึงจะมองไม่เห็นดวงหน้าใต้หน้ากาก แต่ก็เห็นว่าใบหูกำลังแดงจัด

“ท่านพ่อจะให้พี่ใหญ่ออกเรือนแล้ว” เอมีเซียเป็นผู้ตอบ เมื่อทุกคนเอาแต่หัวเราะคิกคัก คำตอบของเธอทำเอาแอสโทเรีย และแอนตาเนียถึงกับอ้าปากค้าง

ในหมู่ลูกสาวทั้งหมดของจ้าวสวรรค์ พวกเธอรู้ดีว่ามีเพียงพี่ใหญ่เท่านั้น ที่เป็นลูกสาวแท้ๆ ของท่านจ้าวสวรรค์ นอกนั้นคือเด็กที่ต้องกำพร้าเพราะสงครามระหว่างมังกร แต่ถึงกระนั้น เพราะเติบโตและทำงานด้วยกันบนสวรรค์แห่งนี้มานาน จึงไม่มีใครอิจฉาพี่ใหญ่เลยสักคน จะเป็นลูกแท้หรือลูกเทียม ท่านพ่อของพวกเธอก็รักเท่ากัน และใช้แรงงานเท่ากันอยู่ดี

“มะ...ไม่ได้ออกเรือน” พี่ใหญ่ที่ใส่หน้ากากมาตั้งแต่เด็ก จนโตก็ไม่ยอมถอดเอ่ยเสียงเบาหวิว “แต่จะให้ข้าไปทำความรู้จักคู่หมั้น”

“พอรู้จักก็แต่งงานกัน คือถึงเวลาที่ท่านจะออกเรือนอยู่ดี” อควาเทเรียเอ่ย ก่อนหันไปปิดปากหัวเราะคิกคักกับอาเทลโรเรีย ล้อเลียนให้พี่ใหญ่หูแดงยิ่งขึ้น ก่อนวงของพวกเธอจะแตกเมื่อเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น

“ท่านพี่พูดอะไรกันอยู่เหรอเจ้าคะ”

ผู้มาใหม่คือเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าพวกเธอมาก เด็กสาวหน้าตางดงาม น่ารักสดใส แต่นำพาความทะมึนให้กับทุกคนที่ยินคุยกันอยู่ตรงนั้น เธอเดินเข้ามาหากลุ่มลูกสาวจ้าวสวรรค์ โดยไม่สนใจสีหน้า และแววตาไม่ใคร่พอใจนักของทุกคนเลยด้วยซ้ำ แอนตาเนียถึงกับขยับตัวหลบหลังแอสโทเรีย พึมพำว่า

“ตัวปัญหา”

แอสโทเรียพยักหน้ารับ รอยยิ้มเมื่อครู่หายไปเสียสนิท จ้องมองคนมาใหม่ที่เดินมาหาพี่ใหญ่พร้อมถามย้ำ

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ ให้น้องสาวรู้บ้างสิ”

ผู้มาใหม่คือเมรินเน่ เป็นเด็กที่จ้าวสวรรค์ให้การอุปการะคนสุดท้ายในฐานะหลานสาว จ้าวสวรรค์คงมุ่งหวังให้เด็กสาวมาแบ่งเบาภาระของพวกลูกสาว แต่แทนที่จะได้แบ่งเบาภาระ เมรินเน่กลับสร้างภาระให้กับพวกเธอยิ่งกว่าเก่า บางอย่างเป็นปัญหา ที่หาทางแก้ไม่ได้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มายังสวรรค์

“เจ้ามาทำไม” อาเทลโรเรียนับว่าใจร้อนที่สุดในหมู่บรรดาพี่น้อง เอ่ยปากถามขึ้นมา

เมรินเน่ยังคงยิ้มกว้าง ไม่สะทกสะท้านกับดวงตาทิ่มแทง เธอว่า “ท่านพี่โรเรียลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้เป็นวันที่ข้าหลุดจากการจองจำ และต้องมารายงานตัวกับท่านลุง” เมรินเน่แลบลิ้นอย่างซุกซน “คราวที่แล้วข้าทำพลาดไปหน่อย ครานี้จะขอแก้ตัว แล้วข้าพอจะช่วยงานใครได้บ้างเจ้าคะ” พอเห็นแต่ละคนหลบสายตา ก็หันไปหาคนที่ตนเคยฝึกงานด้วย “ท่านพี่แอสโทเรีย”

แอสโทเรียส่ายหน้าอย่างรุนแรง ให้ตายอย่างไรก็ไม่ขอรับตัวหายนะนี่มาฝึกงานกับเธออีก ในตอนที่เมรินเน่ยังเป็นเด็กน้อยน่ารักนั้น เพียงลองปล่อยให้เมรินเน่เขียนโชคชะตาของคนสักคน เด็กสาวกลับละเลงเสียชีวิตของเธอคนนั้นบัดซบยิ่งกว่าผลกรรมที่เธอควรจะได้รับเพราะความสนุกสนาน จ้าวสวรรค์พิโรธจัด ลงโทษเมรินเน่อย่างหนักเป็นเวลานาน แอสโทเรียเองก็เกือบจะโดนหางเลขไปด้วย ข้อหาไม่ดูแลน้องให้ดี

จะไม่ให้พ่อของเธอพิโรธได้อย่างไร...ในเมื่อโชคชะตาที่เมรินเน่ละเลงซะเละ เป็นโชคชะตาของมิเชล บานาทาเบรียล

เชื่อเถอะว่าถ้าจักรพรรดิมารแห่งอูเทเรียรู้หลักการทำงานของพวกเธอเข้า เขาจะต้องหาทางขึ้นสวรรค์มากระทืบเมรินเน่จนเละ ข้อหาทำให้ชีวิตแม่ของเขาถูกทำลายถึงเพียงนั้น

ยังไม่พอ ภายหลังเมื่อเมรินเน่พ้นโทษ เธอยังไปทำลายงานของเทพองค์อื่นอีก จนได้ฉายาตัวปัญหาแห่งสวรรค์ ไม่เข้ากับหน้าตาแสนสวยนั่นเลยสักนิดเดียว

“ข้าว่าท่านพ่อไม่ยอมหรอก...” แอสโทเรียบอก “จนตอนนี้ยังหาคำอธิบายดีๆ ไปให้ท่านมาริคิอัสไม่ได้เลย”

เมรินเน่แลบลิ้นอีกรอบ ท่าทางน่ารักนักหนา แต่กลับขัดหูขัดตาเหล่าคนมองยิ่งนัก งานบนสวรรค์เกี่ยวพันถึงชีวิต จะล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาด จะบอกว่าเมรินเน่ยังเด็กก็ดูจะไม่ใช่ พอนางทำผิด จ้าวสวรรค์จะไม่โทษบรรดาพี่สาวด้วยก็ไม่ได้ เพราะพวกเธอทุกคนไม่ใช่เด็กแล้ว มีอายุมาหลายแสนปีบนสวรรค์ด้วยซ้ำ เพียงแค่ได้รับพรหยุดเวลาจากท่านไดนาเรน ให้คงรูปเหมือนเด็กสาวอายุสิบแปดปี เพื่ออยู่ทำงานให้กับโลกใบนี้ได้ตลอดไป จ้าวสวรรค์จึงมองว่า ในเมื่อบรรดาลูกสาวของเขามีอายุมากขนาดนี้ แต่แค่น้องสาวคนเดียวยังควบคุมดูแลไม่ได้ ก็ต้องโดนลงโทษตามระเบียบ

“ว่าแต่เมื่อครู่คุยอะไรกันอยู่หรือเจ้าคะ” เมรินเน่ถามต่อ คล้องแขนเอเลนเทียร์อย่างสนิทสนม “บอกข้าหน่อยสิ นะนะ”

“เมรินเน่รู้จักจ้าวแห่งการแลกเปลี่ยนหรือไม่” เพื่อไม่ให้พี่ๆ ของตนเสียกิริยามากกว่านี้ เอดารินจึงตอบให้ “...ทายาทของเขา เติบโตถึงวัยที่เหมาะสม ท่านพ่อของพวกเราเลยคิดจะยกท่านพี่ใหญ่ให้ ตามสัญญาที่เคยว่าไว้ว่าจะให้เขาเป็นลูกเขยของจ้าวสวรรค์”

“จ้าวแห่งการแลกเปลี่ยน” เมรินเน่อุทานออกมาเบาๆ หนึ่งในนักรบที่ผ่านมหาสงครามมาได้ อยู่ในห้วงมิติหนึ่ง ที่เวลาเดินช้ากว่ามิติอื่น และตอนนี้ เขากำลังจะออกจากที่ขุมขังเพื่อพบกับคู่หมั้นของตนเอง เธอมองไปที่พี่ใหญ่ “เขาเป็นนักโทษมิใช่หรือเจ้าคะ”

“บังอาจ...” เอมีเซียเอ่ยเสียงกดต่ำ “หากไม่ใช่เพราะพวกจอมราชัน โลกหรือจะสงบสุขถึงทุกวันนี้...” พวกจอมราชันช่วยเหลือเหล่ามังกร สุดท้ายถูกตัดสินให้โดนจองจำในแบบต่างๆ เพราะว่าเหล่าสภามังกรหวาดกลัวพลังของพวกเขา แต่สำหรับชาวสวรรค์ คนพวกนั้นไม่น่ากลัวเลย ออกจะน่านับถือด้วยซ้ำ ที่กล้าก้าวออกมาเผชิญหน้าอันตราย “...เมื่อก่อนสภามังกรทำร้ายพวกเขาไว้ก็จริง แต่ตอนนี้ ท่านพ่อของพวกเราจะชดเชยให้พวกเขา เรื่องนี้ ท่านพ่อได้ติดต่อจักรพรรดิมังกรคนปัจจุบันด้วยตัวเอง มันหมดยุคแล้วที่เหล่ามังกรจะเหยียดหยามสายเลือดอื่น เจ้าเคยเป็นมังกรแท้ ได้รับการอบรมมาเช่นไรก็ช่างเถิด แต่ตอนนี้เจ้าคือชาวสวรรค์ และสำหรับชาวสวรรค์ พวกจอมราชันคือผู้มีพระคุณ ระวังปากของเจ้าไว้ซะ”

พี่น้องคนอื่นเห็นเมรินเน่หน้าซีด ปากสั่น ก็ลอบปรบมือให้พี่รองของพวกตนอย่างพอใจ แอสโทเรียเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ว่า “จักรพรรดิมังกรคนปัจจุบัน เป็นหลานแท้ๆ ของท่านมิเชล บานาทาเบรียลด้วยนะ”

เมรินเน่ยิ่งไม่กล้าพูดเหยียดหยามเรื่องสายเลือดอีก เธอหลุบตาลงต่ำ เอเลนเทียร์ผู้แสนใจดีเห็นแบบนั้นก็นึกเห็นใจ เลยบอก

“เอาล่ะๆ เขาจะพอใจข้าหรือไม่ ข้ายังไม่รู้เลย อีกทั้งยังไม่เคยเห็นหน้ากัน จะพูดเรื่องแต่งงานก็ดูจะไกลตัวไป” เอเลนเทียร์ถอนใจเฮือกใหญ่ “จ้าวแห่งการแลกเปลี่ยนคนปัจจุบัน หน้าตาจะเป็นยังไงนะ เขาว่ากันว่าเชื้อสายมังกรก็มีนิสัยคล้ายมังกร ถ้าพวกเราเห็นกันแล้วไม่ตกหลุมรักกัน จะทำเช่นไร”

“นั่นสินะ” อเทวาเซียพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “แต่เขาว่าพวกจอมราชันรูปงามกันทั้งนั้น พี่ใหญ่เอง ถึงจะไม่เคยถอดหน้ากาก แต่อุปนิสัยก็น่ารักน่าเอ็นดู เขาคงจะพอใจท่าน ท่านไม่ต้องกังวลหรอก”

“เจ้าต้องรีบไปรายงานตัวกับท่านพ่อมิใช่หรือ” อาเทลโรเรียเหลือบมองเมรินเน่อย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง “รีบไปเสียสิ ไปช้า เดี๋ยวท่านพ่อก็โมโหอีกหรอก พวกข้าก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานแล้ว”

เวลาพักมีน้อย และใกล้จะหมดแล้ว พวกเธอไม่อยากเห็นเมรินเน่ให้เสียอารมณ์ตลอดการพักผ่อนที่น้อยนิด อาเทลโรเรียเลยเอ่ยปากไล่กลายๆ เมรินเน่ทำท่านึกขึ้นได้ รีบวิ่งไปยังห้องของจ้าวสวรรค์ ทุกคนมองตามแล้วส่ายหน้า แอนตาเนียว่า

“อยากรู้จริงๆ ว่าคราวนี้ดวงซวยจะไปตกที่ใคร”

เมรินเน่อยู่กับใคร คนนั้นซวยแน่นอน

 

**

 

คนที่ซวยคือแอนตาเนีย

คงเพราะว่ามีแต่งานของแอนตาเนียเท่านั้น ที่ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาด แต่สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เป็นเหตุให้น้องสาวฝาแฝดของแอสโทเรียแทบหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด

“นางพังงานข้า” แอนตาเนียเอ่ยพร้อมกัดขนมปังในมือตนอย่างกราดเกรี้ยว ดวงตาคู่งามหลังกรอบแว่นแดงก่ำ ด้วยความโกรธ และความเครียด

“นางอยู่กับใคร ก็พังงานคนนั้นนั่นแหละ” แอสโทเรียกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ให้กับน้องสาวฝาแฝด

“นางเป็นตัวเกะกะของแท้ ข้าชักจะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อก่อน เพียงไม่กี่ชั่วโมง ข้าก็สามารถคิดค้นอะไรใหม่ๆ ได้ แต่ตอนนี้ ข้าไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้เลย แม้เวลาจะผ่านไปถึงหนึ่งวัน!” แอนตาเนียหอบหายใจ “นางเอาสิ่งประดิษฐ์ข้าไปด้วย ไม่รู้ว่าเอาไปทำไม แอสซี่ ข้า...ข้า...”

“สูดลมหายใจลึกๆ แอนนี่...” แอสโทเรียเร่งนวดบ่าให้น้องสาว เธอว่า “เจ้าคือผู้เสียสละในหมู่เรา”

แอนตาเนียมองพี่สาวตาเขียว แอสโทเรียยิ้มแห้งๆ ให้ ใครที่รับตัวเมรินเน่ไปฝึกงานด้วย ย่อมเป็นผู้เสียสละทั้งนั้น ดังนั้นหน้าที่ของแอสโทเรียคือการทำให้แอนตาเนียอดทนกับเมรินเน่ให้ได้มากที่สุด ไม่เช่นนั้น ถ้าแอนตาเนียตบะแตก วิ่งไปอาละวาดกับท่านพ่อ ไม่รู้ว่าคราวนี้ตัวซวยที่ชื่อเมรินเน่จะไปตกเป็นภาระของใคร

แอนตาเนีย และแอสโทเรีย มาหาพ่อที่ห้องเดี๋ยวนี้

เสียงสั่งการลงมาทำเอาทั้งแอนตาเนีย และแอสโทเรียสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน จากเสียงนั้นของจ้าวสวรรค์ พวกเธอสามารถจับความรู้สึกกราดเกรี้ยวที่พยายามข่มเอาไว้ได้ แอสโทเรีย และแอนตาเนียลอบสบสายตากัน ก่อนจะเร่งเดินไปยังห้องของบิดา

ในห้องของจ้าวสวรรค์นั้น มีสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นยิ่งคือลูกวงกลมขนาดใหญ่ ที่เหมือนลูกโลกจำลองซึ่งเคลื่อนตัวตลอดเวลา มีแผนที่ของดินแดนแต่ละดินแดนประทับอยู่ เพื่อให้จ้าวสวรรค์ได้มองความเป็นไปของโลกได้ตลอดเวลา ที่ผนังห้องนั้นมีรูปของเหล่าเชื้อสายมังกรมากมายหลายคน ซึ่งล้วนเป็นคนสำคัญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในสงครามมังกรศักดิ์สิทธิ์

และยังมีคิรินแห่งสวรรค์ ซึ่งอยู่ในรูปของนกยูงสีทองกำลังเดินเฉิดฉายไปมาอีกด้วย คิรินส่งเสียงบอกสองสาว “ขอเตือนให้พวกเจ้าทำใจไว้ระดับหนึ่งนะ”

แอสโทเรีย และแอนตาเนียเสียวสันหลังวาบ

พวกเธอเห็น เอดาริน และเมรินเน่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นตรงหน้าจ้าวสวรรค์ที่มีรูปลักษณ์เป็นชายหนุ่มรูปงาม มีเส้นผมสีเงิน และดวงตาสีแดงเข้มอย่างชาวมังกรแห่งแสง แอสโทเรียและแอนตาเนียพากันใจหายวาบ การได้เห็นเมรินเน่ร้องไห้นั้นไม่น่าตกใจเท่าไร แต่การที่เอดาริน เทพแห่งการสื่อสารกำลังร่ำไห้ด้วย ทำเอาหัวใจของแอสโทเรีย และแอนตาเนียสะท้านเฮือก

ไม่ต้องให้จ้าวสวรรค์เอ่ยอันใด แอสโทเรีย และแอนตาเนียคุกเข่ากับพื้นดังตุ๊บ!

“ท่านพ่อ! ลูกผิดไปแล้ว! ต่อไปลูกจะไม่แอบหลับในเวลางานอีกแล้ว!” แอสโทเรียร้อง

“ท่านพ่อ! ลูกผิดไปแล้ว! ต่อไปลูกจะไม่กินจุบจิบในเวลางานอีกแล้ว!” แอนตาเนียร้อง

ครั้นเห็นดวงตาสีแดงฉานของจ้าวสวรรค์มองมาอย่างสนเท่ห์ สองคู่แฝดก็มองหน้ากัน...ไม่ใช่เรื่องนี้เหรอ

จ้าวสวรรค์ผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์เห็นลูกสาวทั้งสองทำหน้าเหรอหรา ก็ถอนใจออกมาแผ่วเบา ชี้ไปยังเมรินเน่ ดวงตาจับจ้องที่แอนตาเนียอย่างคาดโทษ

“แอนตาเนีย เจ้าดูแลน้องอย่างไร จึงปล่อยให้เมรินเน่สร้างเรื่องวุ่นวายขึ้นมาได้”

แอนตาเนียสะท้านเฮือก ตวัดตามองเมรินเน่ที่ก้มหน้างุด แอนตาเนียหันกลับมามองจ้าวสวรรค์อย่างเป็นคำถามว่าเมรินเน่ก่อปัญหาอะไร

“นางแปลงสารที่ข้านำไปส่งให้จ้าวแห่งการแลกเปลี่ยน...” เอดารินโกรธจัดจนน้ำตาไหลเป็นสาย ตอบคำถามแทนผู้เป็นบิดา “...นางเปลี่ยนชื่อของพี่ใหญ่เป็นชื่อของนางเอง!

แอสโทเรีย และแอนตาเนียอุทานออกมาเสียงดัง เปลี่ยนแปลงคำสั่งจ้าวสวรรค์ มีโทษหนักมหาศาล เมรินเน่จะซุกซนเกินไปแล้วกระมัง

“เจ้าเองก็ไม่ดูให้ดี” จ้าวสวรรค์ตวัดตามองลูกสาวคนเล็กที่ร้องไห้อย่างหนัก “จ้าวแห่งการแลกเปลี่ยนได้รับสารไปอย่างผิดๆ เข้าใจอย่างผิดๆ พวกเขาจะคิดว่าข้าไม่จริงจังกับการรักษาสัญญา เอดาริน...เจ้าเอาสารฉบับใหม่ของพ่อไปส่งให้เขา พาอเทวาเซียไปด้วย นางเก่งเรื่องการเจรจา พวกเราคงยังสามารถรักษามิตรภาพต่อกันได้”

เอดารินรับสารมากอดแน่น ราวกับคราวนี้ให้ตายอย่างไรก็จะไม่ยอมให้สารห่างมือ จ้าวสวรรค์มองเมรินเน่ แล้วมองไปยังแอนตาเนีย

“ดูท่างานเลี้ยงเด็กจะไม่ถูกกับเจ้านะแอนตาเนีย”

“ลูกขอรับผิดเจ้าค่ะ” แอนตาเนียก้มหัวลงต่ำ แอสโทเรียแอบเห็นว่าน้องสาวฝาแฝดกำลังก่นด่าเมรินเน่ปากขมุบขมิบ แอสโทเรียช่วยพูดแทนน้องว่า

“ท่านพ่อน่าจะทราบนะเจ้าคะ เมรินเน่อยู่กับเทพองค์ใดก็มักก่อปัญหาอยู่เรื่อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอก” แอสโทเรียว่า “ท่านพ่อน่าจะเลิกให้พวกเราดูแลนาง และจัดการกับนางอย่างจริงจังสักที”

เมรินเน่ได้ยินก็หันมามองแอสโทเรียตาขุ่น จ้าวสวรรค์นึกทบทวนเรื่องที่ผ่านมาแล้วถอนใจ พยักหน้ารับ

“เช่นนั้น ข้าจะส่งตัวเมรินเน่ไปยังสภามังกร” จ้าวสวรรค์เอ่ย ทำเอาเมรินเน่หน้าขาวซีด “เขียนสารสักฉบับ บอกพวกเขาว่านางเป็นเชื้อสายมังกรพิเศษที่เคยร่วมรบกับข้า พวกเขาคงต้อนรับนางอย่าง...”

“ไม่เอาเจ้าค่ะ!” เมรินเน่ร้องออกมาเสียงดัง “ท่านลุงจะให้ข้าทำอะไรก็ได้ แต่ขออย่าให้ข้ากลับสภามังกรเลยนะเจ้าคะ! ท่านลุง! ท่านก็รู้ว่าสภามังกรไม่ได้ใจดีกับเชื้อสายมังกรแบบข้า...”

นางเป็นเชื้อสายมังกรหรือ!?’ แอสโทเรียกับแอนตาเนียมองเมรินเน่อย่างอดไม่อยู่ พวกเธอทุกตนล้วนเป็นลูกมังกรกำพร้า ที่ทิ้งร่างมังกรไปเพื่อขึ้นสู่สวรรค์ และท่าทางของเมรินเน่ไม่ได้ทำให้พวกเธอคิดว่าเด็กสาวเป็นเชื้อสายมังกรเลยสักนิด อยู่ด้วยกันมาหลายปี จวบจนวันนี้ ทุกคนยังคิดว่าเมรินเน่เคยเป็นมังกรมาก่อน

“ตอนนี้สภามังกรเปลี่ยนไปแล้ว จักรพรรดิมังกรของพวกเขาเป็นเชื้อสายมังกร พวกเขาย่อมต้อนรับเชื้อสายมังกรอย่างเจ้า” จ้าวสวรรค์มองเด็กสาวด้วยประกายตาเย็นเยียบ

“ทะ...ท่านลุงเจ้าคะ...” เมรินเน่พยายามคิดหาทางให้ตนเอง “...ในสารนั้นเป็นชื่อของข้า ข้ายินดีรับผิดชอบ ให้ข้าแต่งงานกับทายาทจ้าวแห่งการแลกเปลี่ยนเถอะเจ้าค่ะ ท่านจะได้ไม่ผิดคำพูด...”

“คำพูดของข้าคือยกลูกสาว แท้ๆ ให้กับทายาทของเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า” จ้าวสวรรค์เอ่ยเสียงดังขึ้น ครั้นเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเมรินเน่ ก็พลันใจอ่อนขึ้นมา “เอาเถอะ ข้าจะให้โอกาสเจ้าก็ได้ เมื่อเจ้าอยากจะชดใช้ความผิดนี้ ข้าก็จะช่วยให้เจ้าได้ชดใช้ แอสโทเรีย...”

“จะ...เจ้าคะ!” แอสโทเรียสะดุ้งเฮือก

“ส่งนางไปเกิดเป็นมนุษย์...” จ้าวสวรรค์ชี้เมรินเน่ที่ทำหน้าประหลาด “...ส่งลงนรก ดื่มน้ำจากแม่น้ำหลงลืม และเจ้าก็เขียนชะตาชีวิตให้นาง แบบนี้คงชดเชยได้กระมัง”

“ให้ข้าเขียนชะตาให้นาง...” แอสโทเรียชี้หน้าตัวเอง มองเมรินเน่ที่ร้องเสียงดังว่า

“ไม่เอา! เป็นมนุษย์ลำบากจะตาย!

“หุบปาก! เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก!” จ้าวสวรรค์ตวัดดวงตาคมกริบใส่หลานสาวบุญธรรม “หรือจะให้ข้าส่งเจ้าไปสภามังกรแทน”

เมรินเน่หุบปากฉับ น้ำตาไหลเป็นสาย ได้แต่มองจ้าวสวรรค์อย่างตัดพ้อ

 “เอาตามนี้แหละ” จ้าวสวรรค์พยักหน้าให้แอสโทเรีย “การได้ไปเกิดเป็นมนุษย์เสียหนึ่งชาติ คงจะทำให้นางเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาได้บ้าง”

“เจ้าค่ะ” แอสโทเรียรับคำ เหลือบมองไปยังเมรินเน่ ในตอนนั้นจึงเห็นสายตาแข็งกร้าวจนน่าตกใจของตัวปัญหาแห่งแดนสวรรค์ พริบตาเดียวกลับเป็นเจ็บปวดชอกช้ำ แอสโทเรียนิ่งไปนิด ก่อนจะคิดว่าตนเองตาฝาดไป เมรินเน่เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยง คงจะไม่กล้าคิดทำเรื่องร้ายแรงใดบนสวรรค์หรอก

 

**

 

“นางโดนลงโทษ แล้วทำไมข้าต้องมานั่งสร้างเครื่องติดตามให้นางด้วยเล่า” แอนตาเนียบ่นเสียงดัง ผสมผงนั่นนี่มือระวิง

“นางโดนลงโทษ แล้วทำไมต้องข้าต้องมานั่งเขียนชะตาชีวิตให้นางด้วยเล่า” แอสโทเรียบ่น พร้อมนั่งแยกแผ่นบันทึกว่าดวงวิญญาณใด จะไปเกิดในทวีปใดบ้าง สองสาวฝาแฝดแผดเสียงพร้อมกันอย่างคับแค้นใจ

“ไม่ยุติธรรม!!

ท่าทางที่เห็นนั้น ทำเอาเอเลนเทียร์ อาเทลโรเรีย และอควาเทเรีย ก็หัวเราะคิกคัก อาเทลโรเรียว่า

“สมเป็นฝาแฝดเลยนะเจ้าคะ”

“เมรินเน่ก็ช่างกล้า เปลี่ยนสารของท่านพ่อ หวังว่าทางจ้าวแห่งการเปลี่ยนแปลง จะไม่ถือโทษโกรธเคืองฝ่ายเรานะ” อควาเทเรียเอ่ย

“นั่นสิ ท่านพี่เกือบจะโดนนางแย่งคู่หมั้นไปแล้วนะเจ้าคะ” อาเทลโรเรียมองไปยังเอเลนเทียร์

“ข้าไม่โกรธนางหรอก อย่างไร ข้ากับฝ่ายชายก็ยังไม่ได้รู้จักกันดีพอ จนถึงกับต้องโมโห” เอเลนเทียร์เอ่ยอย่างใจกว้าง หันไปถามแอนตาเนียว่า “แล้วเมรินเน่อยู่ที่ไหนล่ะ”

“ขังไว้ด้วยอุปกรณ์ในห้องทำงานของข้า” แอนตาเนียตอบ “ข้าเลยมาทำงานที่ห้องนี้ไง มีนางจ้องมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ต่อให้อยากสร้างอะไรก็คิดไม่ออกหรอก ท่านพ่อก็เหมือนกัน ทำไมต้องให้ข้าสร้างเครื่องติดตามติดตัวนาง และปกปิดเป็นความลับกับนางด้วยนะ คนแบบนางควรมองให้เสียสายตาหรือ”

“อย่างน้อย จากนี้ไป นางก็ไม่เป็นภาระของเจ้าแล้ว แต่เป็นภาระของข้าแทน” แอสโทเรียเอ่ย พร้อมทำปากยื่นอย่างไม่ชอบใจ “นางไม่เคยเกิด แล้วข้าจะจรรโลงชีวิตบนโลกมนุษย์ของนางอย่างไรดีเล่า จะให้นางไปอยู่แผ่นดินใดดี”

แอนตาเนียฟังคำพูดนั้น ก็หันมาถามพี่สาวว่า “ท่านพี่มิได้...ตั้งใจจะพัฒนาดินแดนแอสโทเรียหรอกหรือ”

แอสโทเรียหันมาสบสายตาแอนตาเนีย ราวกับผู้ที่มองตาและรู้ใจ พวกเธอเกิดความคิดไปในทิศทางเดียวกันทันที ทั้งสองจะหัวเราะชั่วออกมาเบาๆ แอสโทเรียหยิบเอาเครื่องเขียนชะตาชีวิตที่แอนตาเนียมาวางบนโต๊ะทำงานของเธอ แล้วหยิบเอาบันทึกชะตาชีวิตของผู้คนในทวีปแอสโทเรียมาเปิดดู

“นั่นอะไรน่ะ” อาเทลโรเรียร้อง เทพองค์อื่นๆ เห็นดังนั้น จึงเร่งเข้ามาดูใกล้ๆ และกลายเป็นจุดสนใจของเทพทุกองค์

“เครื่องเขียนโชคชะตา รุ่นทดลอง” แอนตาเนียถูมือ มองแอสโทเรียอย่างเท่าทัน “พี่สามคงคิดจะทดลองใช้มันแล้วกระมัง”

“จะดีไหมหนอ” แอสโทเรียทำท่าลังเลอย่างไม่จริงจัง “ไม่รู้ว่ามันจะเขียนชะตาแบบไหนให้เราน่ะสิ”

“พวกท่านจะทำหน้าตาแบบนั้นเพื่ออะไร ตั้งใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” อาเทลโรเรียถามอย่างรู้ทัน ก่อนจะเปิดบันทึกชะตาผ่านๆ แล้วหยิบบันทึกของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา “ชะตาของนางถือว่าไร้บุตร เอาคนนี้เป็นแม่ละกัน”

อโฟเทียอ่านชะตาชีวิตของผู้หญิงที่อาเทลโรเรียยกมา ก่อนจะจุ๊ปาก “ชะตาชีวิตของนางนับว่าอาภัพเรื่องความรักมากนัก จะดีหรือ”

“เพราะอาภัพเรื่องความรักน่ะสิ เราจึงควรส่งลูกสาวแสนดีไปให้นาง” อควาเทเรียบอก พร้อมยิ้มเย็น หันมองเอเลนเทียร์แล้วว่า “เมรินเน่มีบาปกรรมใดติดตัวบ้างหรือเจ้าคะ”

เอเลนเทียร์ผู้กำหนดเคราะห์กรรมของมนุษย์ทำหน้าหนักใจ เอ่ยเสียงเบา “นางไม่เคยเกิด ถ้าจะมีบาปใดติดตัวก็ควรจะเป็นบาปที่กระทำบนสวรรค์ แต่มันจะหนักหนาเกินไปไหม”

“ไม่หรอกๆ!” อาเทลโรเรียรีบว่า “เราทำตามหน้าที่”

“ใช่ คิดถึงที่นางทำกับท่านแม่ของจักรพรรดิมารสิ” อควาเทเรียกล่าว “แล้วไหนจะเรื่องล่าสุดอีกเล่า”

“ควรปรึกษาเอมีเซียก่อนไหม” เอเลนเทียร์ยังไม่มั่นใจ ถามถึงน้องรองที่ตอนนี้อยู่ข้างกายบิดา ผู้มีความสุขุมรอบคอบมากที่สุด

แอนตาเนียเห็นพี่ใหญ่ลังเล เลยเกิดความคิด เร่งเปลี่ยนแปลงระบบเครื่องเขียนโชคชะตาของตนเองอย่างรวดเร็ว เพิ่มอุปกรณ์นั่นนี่เสริมเข้าไป ทำให้แอสโทเรียถาม

“เจ้าทำอะไรน่ะ”

“ข้าเพิ่มเติมอะไรนิดหน่อย...” แอนตาเนียกดปุ่ม ทำให้กลไกหนึ่งทำงาน ยื่นถาดรองออกมาจากใต้เครื่อง แอนตาเนียชี้แล้วว่า “นี่คือช่องสำหรับใส่ข้อมูล ชาติเก่า ของเป้าหมาย มันจะคำนวณออกมาเองว่าชาติต่อไป เป้าหมายควรจะต้องพบเจอเรื่องร้ายอะไรบ้าง”

“แปลว่าต่อให้เครื่องนี่ออกโชคชะตาเลวร้ายแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับเรา” แอสโทเรียตาโต แอนตาเนียพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่เกี่ยว”

“เป็นเพราะเครื่อง” แอสโทเรียทำหน้าแช่มชื่น

“จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อมันอยู่ในรุ่นทดลอง” แอนตาเนียทำหน้าเศร้า

และทั้งคู่ก็หัวเราะชั่วออกมาพร้อมกัน ขณะที่เอเลนเทียร์เป็นเทพองค์เดียวที่เอ่ยอย่างเป็นกังวลว่า

“จะไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอ”

 

**

 

อเทวาเซีย และเอดารินกลับมายังสวรรค์ พร้อมด้วยข่าวดี คือฝ่ายจ้าวแห่งการแลกเปลี่ยนไม่ถือโทษโกรธเคือง พร้อมกันนั้นยังมีความคิด จะส่งทายาทของตนเดินทางมายังแดนสวรรค์ เพื่อทำความรู้จักคู่หมั้น และครอบครัวของฝ่ายหญิง อย่างไรก็ตาม แม้ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี แต่จ้าวสวรรค์ก็ต้องเสียหน้า และเสียของล้ำค่าให้ฝ่ายนั้นไม่น้อย เรื่องจึงจะยุติ เรื่องนี้สร้างความแค้นเคืองให้กับลูกสาวจ้าวสวรรค์ทุกคนไม่น้อย และเมื่อมีหนทางลงโทษเจ้าตัวแสบ อเทวาเซีย และเอดารินจึงร่วมลงมืออย่างรวดเร็ว

“นางทำลายการงานของคนอื่น!” แอนตาเนียเขียนความผิดของเมรินเน่ลงไป

“นางทำให้ผู้หญิงแม่ลูกอ่อนดีๆ คนหนึ่งต้องถูกข่มเหงรังแก!” อาเทลโรเรียเขียนความผิดของเมรินเน่ลงไป

“นางพยายามแย่งคู่หมั้นของพี่สาวตัวเอง!” อโฟเทียเขียนความผิดของเมรินเน่ลงไป

“นางเป็นพวกอิจฉาริษยาฆ่าไม่ตาย!” อควาเทเรียเขียนความผิดของเมรินเน่ลงไป

“นางเกือบทำให้ความสัมพันธ์อันดีร้าวฉานของสองผู้ยิ่งใหญ่ และก่อเกิดความพินาศ!” อเทวาเซียเขียนความผิดของเมรินเน่ลงไป

“นางบอกว่าตนเองงดงามที่สุดในแดนสวรรค์ เรียกคนอื่นว่าป้า ทั้งที่มันไม่จริง!” เอดารินว่า

ทุกคนมองหน้ากันทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเอดาริน ก่อนจะสาวๆ จะแย่งกันเขียนความผิดของเมรินเน่อย่างเจ็บแค้น เรื่องอื่นล้วนอภัยให้ได้เพราะเมรินเน่ได้ชื่อว่าเด็กที่สุด แต่เรื่องที่มาเรียกพวกเธอว่าป้า และหาว่าไม่สวยนี่ ไม่มีทางยอมเด็ดขาด!

“พวกเจ้าแย่งกันเขียนจนหมดแล้ว ข้าจะมีอะไรให้เขียนอีกเล่า!?” แอสโทเรียร้อง แต่ดูเหมือนน้องๆ ทั้งหลายจะไม่สนใจ เขียนความผิด ผสมคำก่นด่าเมรินเน่เสียจนหน้ากระดาษไม่มีที่เว้นว่าง เอเลนเทียร์ที่ได้แต่ดูห่างๆ ถอนใจ ยกมือห้ามเหล่าบรรดาน้องสาว และว่า

“พอเถอะ พอแค่นี้ พวกเจ้าอยากให้นางใช้ชีวิตที่โลกมนุษย์เพียงแค่วันเดียว ก็โดนผลกรรมสังหารจนต้องกลับขึ้นมาบนสวรรค์กระมัง”

ทุกคนจึงหยุดชะงัก มองสิ่งที่ตนเองเขียน ก็จริงอย่างที่เอเลนเทียร์กล่าว หากว่าเขียนมากกว่านี้ เมรินเน่คงโดนกรรมเก่าจนงาน ตายคาอกแม่ทันทีที่ได้ลืมตาดูโลก และพวกเธอก็จะได้เจอกับตัวปัญหาคนนั้นในเร็ววัน

“เอาล่ะ...” เอเลนเทียร์หันมาหาแอสโทเรีย “เริ่มเขียนโชคชะตาแผ่นดินเถอะ แอสโทเรีย”

แอสโทเรียพยักหน้ารับ เธอหยิบพู่กันของตนขึ้นมา พร้อมสะบัดม้วนบันทึกโชคชะตาแผ่นดิน ม้วนกระดาษนั้นยาวไม่มีสิ้นสุด ไหลวนรอบตัวเธอราวกับงูเลื้อยวนรอบตัวเหยื่อ พร้อมกันนั้นก็บังเกิดอักษรรายละเอียดต่างๆ ขึ้นกลางอากาศ ดวงตาของแอสโทเรียกวาดตามองตัวอักษรที่ไหลผ่านหน้า ข้อมูลพวกนั้นบอกว่าปัจจุบันดินแดนที่ชื่อว่าแอสโทเรียกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เหตุเพราะมังกรวาโยที่ตั้งตนเป็นราชาแห่งดินแดนนี้มานาน กำลังจะส่งผ่านอำนาจให้เหล่ามนุษย์ที่ได้ดื่มเลือดมังกร ดังนั้นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้...

“แอสโทเรียมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นก็ควรจะพัฒนาระบบกระมัง...” แอสโทเรียจรดปลายพู่กัน น้ำหมึกหยดลงบนกระดาษแห่งโชคชะตาพาให้เกิดระลอกคลื่นพลังเป็นวงกว้าง แอสโทเรียส่งผ่านความคิดของตน ให้แปรเปลี่ยนเป็นพลัง พู่กันนั้นทำงานด้วยตัวของมันเอง ตวัดเขียนไม่สิ้นสุดโดยที่เจ้าของไม่จำเป็นต้องเปลืองแรง “...เริ่มจากควรจะมีคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาพิสูจน์ตนเอง มังกรจึงล้มล้างระบบสืบทอดอำนาจตามสายเลือด และให้คนรุ่นใหม่ใช้ความสามารถของตนสร้างอำนาจ นี่คือการเปลี่ยนแปลงของแอสโทเรีย พวกเขากำลังจะมีราชาเป็นมนุษย์ปกครองทั้งดินแดน ใช้เวลาแค่สองชั่วชีวิตมนุษย์ก็พอ”

พลังนั้นดูดเอาม้วนกระดาษชะตาชีวิตของผู้คนในแอสโทเรียเข้าไปหลายม้วน เกิดการเปลี่ยนแปลงบนหน้ากระดาษมากมายไม่มีสิ้นสุด เพียงความปรารถนาเดียวของเทพแห่งโชคชะตา ทำให้ทุกชีวิตในดินแดนแอสโทเรียเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย

แอสโทเรียหยุดเขียน ม้วนกระดาษขนาดยาวเหมือนไร้สิ้นสุดที่ห่อหุ้มตัวเธอคล้ายถูกสะบั้น จนเกิดเป็นกระดาษบันทึกโชคชะตาหลายแผ่น เคลื่อนตัวเรียงแถว แอสโทเรียใช้พลังคว้าจับกระดาษปึกหนึ่งขึ้นมา สองในนั้นมีคนที่ถูกกำหนดแล้วว่าจะเป็นพ่อและแม่ของเมรินเน่ เหมือนหลานสาวจ้าวสวรรค์ถูกส่งลงไปเกิดในโลกมนุษย์ และกระดาษแผ่นอื่นๆ ก็คือเหล่าผู้คนที่มีชะตาชีวิตเกี่ยวข้องกัน แอสโทเรียฉีกปลายกระดาษบันทึกโชคชะตาของคนเป็นพ่อแม่ และนำมาซ้อนกัน ใส่พลังลงไป มันจึงกลายเป็นกระดาษบันทึกโชคชะตาแผ่นใหม่ เธอแยกมันมาถือด้วยมือซ้าย

“นี่คือกระดาษบันทึกโชคชะตาของเมรินเน่” แอสโทเรียบอกพี่น้องที่มองการทำงานของเธออย่างตื่นตาตื่นใจ เธอเขย่าปึกกระดาษที่เหลือในมือขวา และว่า “พวกนี้คือคนที่จะเกี่ยวข้องกับเมรินเน่...พลังของข้าคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแล้ว” แอสโทเรียยื่นมันให้แอนตาเนีย “นิสัยของมนุษย์ล้วนเกิดจากการอบรมสั่งสอน และสภาวะแวดล้อม เมื่อข้ากำหนดแล้วว่าเมรินเน่จะกำเนิดกับใคร กระดาษโชคชะตาของนางก็จะปรากฏอักษร บอกเล่าถึงนิสัยของนาง จากนั้นพวกเราก็เอาคนที่ควรจะเกี่ยวข้องกับเมรินเน่ อย่างเด็กพวกนี้ ลงเข้าเครื่อง และก็ให้เครื่องมือของแอนตาเนียทำงาน”

แอนตาเนียรับกระดาษโชคชะตาของพี่สาวมา วางใส่ในเครื่อง และจากนั้นเครื่องมือของเธอก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ทุกคนมองมันด้วยใจระทึก เผลอละทิ้งหน้าที่ของตนเองไปทันที

กระดาษบันทึกโชคชะตาของใครต่อใครเริ่มถูกพ่นออกมาจากตัวเครื่อง แอสโทเรียรับมาทีละแผ่นๆ จนถึงแผ่นสุดท้ายที่เป็นชะตาชีวิตของน้องสาวที่จะลงไปเกิดในโลกมนุษย์ เทพทุกองค์ขยับตัวเข้ามาอ่านมันอย่างสนใจ แต่เมื่อยิ่งอ่าน พวกเธอก็ยิ่งหน้าเปลี่ยนสี

“แอนนี่...” แอสโทเรียเอ่ยเสียงสั่น “...เจ้าตั้งกลไกให้เจ้าเครื่องนี้เขียนแต่ชะตาชีวิตบัดซบหรือเปล่า”

แอนตาเนียส่ายหน้า เอเลนเทียร์อ่านข้อความบนกระดาษในมือของแอสโทเรียแล้วเบือนหน้าหนี

“นี่มัน...ช่าง...”

ไม่ทันที่เอเลนเทียร์จะสรรหาคำใดมาบรรยาย เสียงคำรามของจ้าวสวรรค์ผู้ทราบทุกอย่างบนสวรรค์ก็ดังก้องกัมปนาท ทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือกในทันที โดยเฉพาะ...

แอสโทเรียยยยยย!!!’

 

**

 

แอสโทเรียนั่งพับเพียบ พร้อมก้มหน้านิ่งต่อหน้าจ้าวสวรรค์ที่กำลังอ่านบันทึกโชคชะตาของเมรินเน่ทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ ดวงตาสีแดงเพลิงของผู้เป็นพ่อหรี่ลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงเครียดออกมาเบาๆ

“ไม่เป็นที่รักใคร่ของบิดา...มีแต่คนไม่อยากคบหา...ถูกน้องสาวต่างมารดาแย่งคู่หมั้นไป...อันนี้น่าสนใจ ถูกบุรุษที่ไม่ใช่สามีข่มเหงรังแก...” ดวงตาคมกริบของจ้าวสวรรค์ จ้องมองลูกสาวของตนเสียจนแอสโทเรียแทบหมอบกราบเสียตรงนั้น จ้าวสวรรค์ถาม “เจ้ามีคำอธิบายไหม”

“คือ...” แอสโทเรียกลืนก้อนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ “...แอนตาเนียประดิษฐ์เครื่องมือเขียนชะตาชีวิตให้กับข้าเจ้าค่ะ ข้าเลยทดลอง...”

“ชะตาชีวิตของผู้คนสามารถทำส่งๆ ได้กระนั้นหรือ!?...” จ้าวสวรรค์ตวาดลูกสาวทีเดียว ทำเอาสวรรค์ทั้งแดนถึงกับสั่นสะเทือน “ข้ากลับไม่ยักรู้ว่าเมรินเน่ก่อกรรมถึงเพียงนี้! เพียงชาติเดียวของนาง...ต้องเผชิญเคราะห์กรรมหนักขนาดนี้! เจ้าคิดอะไรอยู่แอสโทเรีย!?

“คือเคราะห์กรรมมันเกิดจากนิสัยยามมีชีวิตของนางด้วยนะเจ้าคะ ตอนเมรินเน่เกิดเป็นมนุษย์ นางจะนิสัยไม่ค่อย...” แอสโทเรียสบดวงตาผู้เป็นบิดา แล้วต้องหลับตาปี๋ “...ถ้าท่านพ่ออ่านดีๆ ส่วนมากนางทำตัวของนางนะเจ้าคะ!

จ้าวสวรรค์ชะงักกึก หลุบตามองแผ่นโชคชะตาชีวิตในมือ ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ พยายามสงบอารมณ์ของตนเอง ชะตาชีวิตคน สวรรค์ลิขิตเพียงสามส่วน อีกเจ็ดส่วนคือพวกมนุษย์ล้วนทำตัวเอง จะว่าไปที่เมรินเน่ต้องเป็นเช่นนี้ เพราะว่านางต้องไปเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้อบอุ่น เลยกลายเป็นมนุษย์ที่ไม่ใคร่จะสมบูรณ์ดีนัก แถม...ดูจากความผิดที่เมรินเน่เคยทำ จ้าวสวรรค์ไม่อยากจะบอกว่ามันก็สมควร

“แต่อย่างไรนางก็เป็นหลานสาวบุญธรรมของพ่อ เจอเคราะห์หนักเช่นนี้มัน...” จ้าวสวรรค์ไม่พอใจ บันทึกโชคชะตานี้แก้ไขได้ยากยิ่ง เขามองไปที่ลูกสาวลำดับที่สาม

“ลูกจะแก้ไขให้เดี๋ยวนี้แหละเจ้าค่ะ!” แอสโทเรียหมอบกราบลงไป

จ้าวสวรรค์ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไป เขากลับคิดถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ เผลอมองไปที่แอสโทเรียอย่างครุ่นคิด

สายตาพิจารณาของผู้เป็นพ่อ ทำให้แอสโทเรียรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ไม่น้อย พักนี้จ้าวสวรรค์มีเรื่องเคร่งเครียด ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องของคนที่ถูกจองจำในนรก เรื่องเล็กน้อยอย่างการเขียนชะตาชีวิตผิดพลาดเช่นนี้ ก็ทำให้เขาโกรธจัดขึ้นมาได้

แล้วมองเธอด้วยสายตาแบบนี้...คงไม่คิดสั่งงานอะไรแปลกๆ หรอกกระมัง

“ไม่ต้องแก้...” ผู้เป็นพ่อบอก ทำเอาแอสโทเรียอ้าปากค้างด้วยความงุนงง “...เจ้ากำหนดว่าจะให้นางไปเกิดที่ดินแดนแอสโทเรียใช่หรือไม่”

“จะ...เจ้าค่ะ” แอสโทเรียพยักหน้ารับ “ดินแดนนี้ล้าหลังมานาน ควรมีการพัฒนา เอ่อ...ท่านพ่อ...”

“แอสโทเรีย...” จ้าวสวรรค์หยัดกายลุกจากบัลลังก์ วาดมือใส่ลูกโลก ให้มันหมุนไปยังตำแหน่งของดินแดนแอสโทเรีย ดวงตาสีเพลิงของเขาจุดวาบ เหมือนคิดได้บางอย่าง “ใช่...ที่นั่น ที่นั่นจริงๆ ด้วย”

แอสโทเรียทำหน้างุนงง พร้อมกับสะดุ้งเฮือกเมื่อผู้เป็นพ่อหันมอง จ้าวสวรรค์ขยับยิ้ม

“เจ้าลงไปเกิดแทนนาง”

“เจ้าคะ!?” แอสโทเรียขานรับเสียงสูง

ผู้เป็นทั้งจ้าวสวรรค์ และพ่อเดินมาประคองเธอ ด้วยท่าทางโอบอ้อมอารีย์ยิ่ง พร้อมว่า

“เจ้า...ลงไปเกิดบนโลกมนุษย์แทนเมรินเน่”

“เชี่ย!!!!

 

**


อัพแม้โลกไม่ต้องการ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 698 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,809 ความคิดเห็น

  1. #6749 555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:00

    จ้าวสวรรค์ สมควรปลดเมรินเน่ออกจากชาวสวรรค์ไปใช้แรงงานที่โลกมนุษย์ เพราะนางทำให้คนอื่นเสีย ระบบรวนไปหมก นางไม่สมควรเป็นลูกบุญธรรมจ้าวสวรรค์เพราะไปอยู่กับใครก็พังงานเค้าไปหมดสมควรพิจารณาโดยด่วน ไม่งั้นจ้าวสวรรค์ควรรับผิดชอบนางที่ก่อเรื่องไม่ต้องโป้ยให้บรรดาลูกสาวคนอื่นเพราะเค้าเอือมนางหมดแล้ว ในเมื่อชอบสร้างปัญหาให้คนอื่นส่งนางกลับเข้าสภามังกรก็สมควน่ะก่อนเข้าสภามังกรควรลงโทษให้ไปเกิดเป็นมนุษย์ผจญความลำบากซะบ้าง หุหุ สุดท้ายจ้าวสวรรค์โคตรลำเอียงให้ลูกสาวอีกคนลงไปเกิดอทน (บัดซบจริงๆ)

    #6,749
    0
  2. #6661 SONAKY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 08:13
    โลกต้องการอย่างแรงคะไรต์
    #6,661
    0
  3. #6660 SONAKY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 08:03
    หมั่นไส้อิเมริเน่
    #6,660
    0
  4. #6659 SONAKY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 07:45
    เนื้อเรื่องน่าสนใจ
    #6,659
    0
  5. #6653 norramon15469 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 20:35
    เมรินเน่เป็นเชื้อสายมังกร"พิเศษ"ที่ร่วมรบกับเจ้าสวรรค์มา น่าจะหมายถึงสงครามระหว่างมังกรกับมังกรดำปะ ถ้าเป็นตอนนั้นเชื้อสายมังกรพิเศษก็อาจจะหมายถึงจอมราชันทั้ง7 แสดงว่าเมรินเน่อาจจะเป็นเชื้อสายของจอมราชันรึเปล่า? แต่ก็ไม่น่าจะเรียกเหล่าจอมราชันว่านักโทษนะ ปล.ถ้าจะนิสัยเสียเเบบนี้ เป็นนักโทษน่าจะดีแล้ว อย่าออกมาเลย ลำบากคนอื่นเขา😒
    #6,653
    0
  6. #6611 elpanpon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:13
    เทพ6องค์รึเปล่าค่ะที่เกี่ยวกับการไปเกิด ลูกคน1 3 5 7 8 9
    #6,611
    0
  7. #6547 bai_tong034 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 23:59
    อิเด็กเปรตตตต
    #6,547
    0
  8. #6428 arriya01 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:17
    เด็กซนไม่ใช่เด็กเก่ง เด็กซนเป็นเด็กเปรต!!!
    #6,428
    0
  9. #6388 554910140 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 16:59
    บอกได้คำเดียว อิเด็กเปรตตตต !!!
    แล้วคือคนเขียนโชคชะตาต้องลงไปเกิดเอง เชี้ยยยยยย!!!!!
    #6,388
    0
  10. #6099 LV.19 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 03:19
    อ่านแล้วงง ชื่อคล้ายๆกันไปหมดเลยค่ะ
    #6,099
    2
  11. #6052 Bfi$hFuuBlue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 00:52
    กลับมาอ่านอีกรอบ...เมรินเน่นังต้องไม่ใช่แค่ตัวป่วนแน่ นังต้องร้ายมากแน่ๆ
    #6,052
    0
  12. #6003 WannapaSangsuwan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 10:16
    บัดซบจริงๆ
    #6,003
    0
  13. #5972 BabyTear (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 17:42
    หึหึ รู้แล้วว่าใครเป็นเหตุทำให้แม่สามีหนูโรต้องมีชีวิตบัดซบถึงเพียงนี้...//เกิบผู้ใดลอยมา......
    #5,972
    0
  14. #5820 Minaon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 19:20
    เชี่ยด้วย ! เผลออุทานตาม

    คุงพ่อเล่นแรง

    โอยสงสารนาง
    #5,820
    0
  15. #5695 Noong7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 17:08
    เดี๋ยว!?! อิหยังวะอิพ่อ. WTF!!
    #5,695
    0
  16. #5689 _jh408 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:55
    อ้าวอิพ่อ!!!!
    #5,689
    0
  17. #5626 Roresta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 15:58
    แล้วรูเซธ??
    #5,626
    0
  18. #5624 Maya1412 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:08

    รอพ่องูแป๊ป

    #5,624
    0
  19. #5616 นักเดินทางข้ามเวลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 16:07
    เหล่าดวงดาวต้องการให้เปิดตอนก่อนรีใหม่ยังติดตากับภาพของสองแม่งูน้อยและไฟเผางานอยู่เลยโลกเอ่ยตอนนี้เหล่าดวงดาราต้องการเจ้า
    #5,616
    0
  20. #5613 norramon15469 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 14:36
    ก็ว่าทำไมคาเรย์หายไป ที่แท้มาซุ่มรีแอสซี่อยู่นี่เอง
    #5,613
    0
  21. #5612 TTawo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:33
    เย้ๆๆ ไรท์มาแล้ว
    #5,612
    0
  22. #5610 แมวจรจัดเตร็ดเตร่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:22
    แอสโทเรียรีแล้วสินะ คอมเม้นตะกี้ขึ้นไหมหว่า
    #5,610
    0
  23. #5609 แมวจรจัดเตร็ดเตร่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:21
    แอสซี่เริ่มรีแล้วววววววยาฮู้~
    #5,609
    0
  24. #5526 annepw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 14:54
    โอ้ยยยรอดไปได้ไงนังเด็กเป็ดนี่ นังทัวดีย์ทำไมไม่โดนลงโทษ นี่ง้างความสะใจไว้รอแล้วนะ ทำไมเป็นงี้55555 แอสซี่เราจะภาวนาให้เธอผ่านไปด้วยดี55555555
    #5,526
    0
  25. #5394 chocolate (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:07
    มาย้อนอ่านดู รู้สึกว่าไรท์อับแอสโทรเลียเร็วเหมือนกันนะคะเนี่ย เป็นกำลังใจฝห้อยู่ค่ะ
    #5,394
    0