ฆาตกรหมายเลข 10 (END)

ตอนที่ 3 : - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มี.ค. 56

2

 

ใช้เวลาไม่มาก ขาซิ่งอย่างแมคเลอเรนก็ขี่ฮาร์เลย์เดวิดสันมาถึงโรงพยาบาลที่ใหญ่โตมโหฬารจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีในเมืองเล็กๆแห่งนี้ เจ้าหน้าที่สาวเดินเข้าโรงพยาบาลตรงหน้า ก่อนจะเดินไปติดต่อที่เคาท์เตอร์หลัก ไม่นานนักพนักงานสาวก็พาเดินเข้าชั้นพิเศษ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรักษาคนไข้ที่มีอาการขั้นสูงจริงๆเท่านั้น และน่ายินดีเมื่อในชั้นนี้มีเพียงคนไข้เพียงคนเดียว ไม่อย่างนั้นเมืองทั้งเมืองคงได้วุ่นวายกันหนักกว่าเดิม

“สวัสดีครับคุณแมคเลอเรน”แพทย์หนุ่มกล่าวก่อนจะยื่นมือไปเชคแฮนด์กับแมคเลอเรนตามธรรมเนียม ซึ่งเธอก็ตอบรับอย่างดี

“เจ้าหน้าที่ได้มาสอบสวนบ้างแล้วใช่มั้ย?”

“ครับ ผมกับลูกน้องถูกสอบปากคำไปเรียบร้อย เหลือก็แต่คนไข้ที่รายนั้นยังไม่มีใครมาสนใจตั้งแต่เช้ามืด”แพทย์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำตาลกล่าวตามจริง ก่อนจะพาเดินไปทางกระจกวันเวย์ ซึ่งมองเห็นเพียงด้านเดียว ซึ่งก็คือด้านที่แมคเลอเรนยืนอยู่ ส่วนอีกด้านหรือด้านในห้องนั้นจะเห็นเป็นเพียงกระจกสะท้อนธรรมดาเท่านั้น

“งั้นฉันขอเวลาสักพัก ฝากคุณเฝ้าทางด้านหน้าให้ดี และที่สำคัญ...คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี จำไว้อย่างนึงเลย... คุณและลูกน้อง..ห้ามตายเป็นอันขาด”สิ้นเสียง เจ้าหน้าที่สาวก็เดินเข้าห้องไปอย่างไม่เกรงกลัว

ห้องกว้างขาวสะอาดถูกบุด้วยหนังแทบทั้งห้อง ฆาตกรหมายเลข 10 ในอดีตตัวจริงเสียงจริงนั่งอยู่กลางห้อง

แมคเลอเรนเดินเข้าไปใกล้อลาเวลัสก่อนจะนั่งลงในท่าทางที่สบายๆ ตามความจริงแล้วถ้าอลาเวลัสไม่ได้เป็นฆาตกร และไม่ได้เคยฆ่าคนมาก่อนถึง 100 ศพ เขากับเธอคงเป็นเพื่อนกันได้สบายๆ ถึงแม้ฝ่ายชายจะเป็นคนไร้ประวัติก็ตามแต่

ใช่... ทอม อลาเวลัส เป็นชายไร้ประวัติ หรือจะเรียกว่าบุคคลสูญหายก็ว่าได้ เพราะประวัติของเขาไม่มี เขาอาจเป็นบุคคลสูญหายเมื่อหลายปีก่อน จนเวลาผ่านมานาน ประวัติเหล่านั้นก็ถูกลบทิ้งไปจนได้ ส่วนชื่อที่เธอและทางกรมใช้เรียกอยู่นั้น เป็นเพียงสิ่งที่ถูกตั้งขึ้นให้ทีหลัง ยังดีที่เจ้าตัวยังรู้ว่าตนนั้นเกิดมาอยู่บนโลกได้กี่ปีแล้ว มิเช่นนั้นคงต้องนั่งเดาอายุกันเอานาน

“สวัสดีคุณตำรวจ”เสียงแหบพร่าของอลาเวลัสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบในห้องขาว

“ไง ไม่ได้เจอนาน”

“ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องอะไร บอกไว้ก่อนว่าผมไม่เกี่ยวและที่สำคัญ..ผมมีพยานบุคคลนะคุณตำรวจ”

“ใช่ อันนั้นฉันรู้ดี แต่ฉันแค่อยากมาถามว่า ในตอนที่คุณยังเป็นฆาตกรหมายเลข 10 อยู่นั้น คุณมีผู้คลั่งไคล้คุณบ้างหรือเปล่า?”

“แน่นอน ผมมีแน่นอน แต่พวกเขาน่ะใจเสาะ ไม่กล้าทำอะไรที่ผมทำหรอก”

“มั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนกัน คุณจะบอกว่าสาวกของคุณจะไม่ฆ่าคนแน่นอนงั้นเหรอ?”แมคเลอเรนเริ่มขมวดคิ้วยุ่ง ยิ่งฟังมาก เธอจะยิ่งสับสน เพราะเหตุผลที่ฆาตกรฆ่าเหยื่อ เหตุผลที่กรีดเลข 10 ที่ข้อมือ ถ้าไม่ใช่สาวกของอลาเวลัส จะไม่มีเหตุผลที่ฆาตกรทำเช่นนั้น และการจับตัวคนร้ายจะยากขึ้นเป็นสิบๆเท่า เพราะมันกว้างเกินไปสำหรับตำรวจอย่างเธอ

“ไม่เชื่อหรือไงกัน”

“แล้วจะให้ฉันเชื่อคนที่ฆ่าคนมาถึง 100 ศพ ซึ่งเป็นคนไข้โรคจิตร้ายแรงอย่างคุณหรือไง”

“น่าเศร้าที่ผมไม่มีมีด ผมอยากจะกรีดปากและเลาะฟันของคุณออกมาร้อยเป็นสร้อยข้อมือจริงๆ”

“ไม่น่าเป็นไปได้ที่หมอพูดว่าคุณอาการเริ่มดีขึ้นแล้ว”แมคเลอเรนไม่ยี่หระต่อคำพูดของอลาเวลัสตรงหน้าเท่าไหร่ แม้คำพูดและประโยคของเขาจะฟังดูน่ากลัวไม่ใช่น้อย แต่คนไข้แบบเขาเอาเข้าจริงก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นัก

“ผมน่ะเหรออาการดี บอกอะไรให้นะ พวกเขาน่ะก็แค่มาปิกนิกโดยมีผมเป็นสัตว์ในกรงให้ดูเล่นเท่านั้นล่ะ”อลาเวลัสพูดพลางหันไปมองทางกระจกวันเวย์ ซึ่งแมคเลอเรนคาดว่าป่านนี้ทางด้านนอกคงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟพอๆกับตอนที่อลาเวลัสกรีดข้อมือเหยื่อ

“กลับเข้าเรื่องทีเถอะ ทำไมคุณถึงคิดว่าสาวกของคุณไม่ฆ่าคนแน่นอน?”

“พวกนั้นใจเสาะ ที่ชอบผมก็เพราะเกรงกลัวต่อผม ที่สรรเสริญผมเพราะพวกเขาคิดว่ามันเท่ และที่พวกเขาคลั่งไคล้ผมเพียงเพราะการกระทำของผมมันทำให้โด่งดังชั่วข้ามคืน”

“ทำอย่างกับเคยคุยกับพวกเขามาแล้ว”

“แน่นอนว่าเคย”อลาเวลัสตอบหน้าตายพลางคิดไปถึงเหตุการณ์ที่มีคนมาคอยตามติดตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะโดนเอามีดกรีดคอ โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่ชอบคนพวกนั้นสักเท่าไหร่ คนพวกนั้นพยายามจะเลียนแบบเขา พยายามจะทำเป็นหลงใหลเขา ทั้งที่จริงๆแล้วพวกนั้นก็เกรงกลัวและรังเกียจเขาพอๆกับทุกคนนั่นแหละ

“งั้นเหรอ พวกเขาเป็นใครบ้าง พอจะจำรูปพรรณสัณฐานได้บ้างหรือเปล่า?”

“เรื่องมันก็นานมามากแล้วนะคุณตำรวจ ผมเองยังจำหน้าเหยื่อที่ทำให้ผมเสพสุขไม่ได้เลย กับพวกคนที่น่ารำคาญเหล่านั้น ผมไม่ใส่ใจนักหรอก”

“งั้น...คำถามต่อไป จริงๆหรือที่คุณฆ่าเหยื่อทั้ง 100 ศพเพียงคนเดียว จะเป็นไปได้ยังไง อาจจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มคนโรคจิตที่ชื่อว่ากลุ่ม 10 ก็ได้นี่?”

“ผมไม่ยอมโดนจับอยู่คนเดียวหรอกนะ ก็รู้นี่ว่าผมไม่ใช่คนชอบทำเพื่อคนอื่น ถ้าผมโดนจับ คนที่จะโดนตามมาก็ข้ามใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่พวกของผม...ถ้ามีน่ะนะ”

“นั่นก็จริง แต่จะให้ฉันเชื่อคุณน่ะเหรอ?”

“แหม คุณน่ะมันน่าจับตัดลิ้นจริงๆสิน่า หึ หึ”อลาเวลัสร่างผอมแห้งกล่าวอย่างโรคจิต ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างไม่น่าไว้ใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่สาวเก่งอย่างเธอเกรงกลัวอยู่ดี

“งั้นวันนี้ฉันก็หมดเรื่องคุยแล้วล่ะ ไว้ฉันจะมาหาใหม่พรุ่งนี้”ว่าจบ เจ้าของเสียงใสก็เดินออกไปทันที

“จะไปแล้วเหรอครับคุณแมคเลอเรน?”เมื่อแมคเลอเรนเดินออกมาจากห้องสีขาวสะอาดก็เจอเข้ากับแพทย์หนุ่มคนเดิมทันที ซึ่งตอนนี้ได้มีบุรุษพยาบาลอยู่ข้างกายด้วย

“คุณหมอ ฉันอยากให้คุณดูอาการเขาให้ดีๆอีกทีนะ”เธอไม่ตอบคำถามอะไรของนายแพทย์ เพียงแต่สั่งสิ่งที่ควรกระทำ

จะให้เธอเชื่อนายแพทย์คนนี้ ยอมเชื่ออลาเวลัสเสียดีกว่า!

 

ไม่นานนักแมคเลอเรนก็กลับมาถึงที่ทำงานของตน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ และที่แรกที่เธอจะไป แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ห้องทำงานของตน หากเป็นห้องทำงานของมิตเคนหรือผู้เป็นบอสใหญ่ ซึ่งเธอมักจะมาปรึกษาในเรื่องต่างๆเสมอราวกับว่ามิตเคนเป็นพี่ชายแท้ๆของเธอ

“ฉันคิดว่ามันเป็นการฆาตกรรมเลียนแบบ”

“อ้าว แมคเลอเรน เสร็จจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ?”ผู้เป็นบอสหันมายกยิ้มให้ต้นเสียง ก่อนจะเอ่ยอย่างสงสัย

“ใช่ แต่บอสใหญ่...คุณช่วยแสดงความเห็นเรื่องคดีสักนิดสิ”

“นั่นคดีของคุณ ผมตัดสินแทนไม่ได้หรอก”

“ฉันแค่อยากให้คุณช่วยแสดงความเห็นเพื่อตัดสินใจ ฉันกำลังสับสนอยู่นะ ในฐานะที่คุณเก่งกว่า และมีหัวคิดทางด้านนี้มากกว่า...คุณจำเป็นต้องยื่นมือเข้ามาช่วยไม่มากก็น้อย คุณเป็นบอสใหญ่ และนี่ไม่ใช่คดีเล็กๆ”

“น่าดีใจจริงๆที่คุณข่มขู่หัวหน้าของคุณได้อีกครั้ง โอเค...งั้นมาเริ่มกันเลย ทำไมคุณถึงคิดว่ามันคือการฆาตกรรมเลียนแบบล่ะ?”มิตเคนนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานสีน้ำตาลเข้มก่อนจะหันหน้ามาจ้องแมคเลอเรนบนโซฟาเดี่ยวแบบเดียวกันที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ

“ก็ฆาตกรรมเลียนแบบหมายถึงการได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ฆาตกรคนก่อนหน้าฆ่าใครคนหนึ่ง เลยอยากเลียนแบบไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่เสมอไปหรอกนะ คุณต้องอย่าคิดความหมายตายตัว จริงอยู่ทุกอย่างมีความหมายที่ตรงตัวของมัน แต่มันไม่ตายตัวหรอกนะ คำว่าฆาตกรรมเลียนแบบน่ะ มีได้หลายแบบ อาจเป็นการฆ่าอำพรางเพื่อผลประโยชน์ก็ได้นี่นา คุณตรวจสอบผู้ที่ขัดแย้งกับเหยื่อแล้วหรือยังล่ะ? อาจฆ่าอำพรางคดีว่าเป็นฆาตกรหมายเลข 10 คนที่สอง แต่ความจริงอาจเป็นคนใกล้ตัวของเหยื่อ ที่ทำเพื่ออำพรางคดี อาจเป็นไปได้นะ”

“จริงสิ ไม่ได้คิดถึงเลย”

“แล้วคุณได้ไปคุยกับทางอลาเวลัสแล้ว...ได้อะไรมาบ้าง”

“ทางนั้นบอกว่าไม่มีทางเป็นพวกคลั่งเขาแน่นอน”

“บิงโก นั่นแน่นอนใหญ่เลยว่าจะไม่ใช่การฆาตกรรมเลียนแบบ ของแบบนั้นก็ต้องมีจิตใจที่หลงรักในตัวฆาตกรอยู่ครึ่งหนึ่งไม่ใช่เหรอ?”

“ก็จริง...”

“หรือไม่.. มันอาจจะเป็นจริงก็ได้นะ ผมไม่อยากให้คุณคิดมาก คดีนี้ปิดไม่ง่ายแน่ ไปตรวจสถานที่อีกครั้ง..โดยละเอียด ที่สำคัญ คุณอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปว่าไม่มีทางเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าตั้งข้อสงสัย.. ก็อย่าเชื่อสนิทใจ การไขคดีน่ะ..มักจะมีเซอร์ไพรส์เสมอ”มิตเคนกล่าวให้ท้าย ก่อนจะเดินไปที่ประตูสีไม้สีน้ำตาลบานใหญ่แล้วเปิด ก่อนจะเอ่ย

“ทีนี้คุณก็ออกไปได้แล้วล่ะ มีอีกหลายเรื่องที่คุณต้องทำ และอีกหลายเรื่องที่ผมควรทำ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น