DEAL. ♡ เดิมพันร้าย ทลายกำแพงรัก [Ending w/Special 3]

ตอนที่ 26 : s p e c i a l › ๐๒ : สัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ก.พ. 59



The countless starlight in the sky
ดวงดาวนับพันบนท้องฟ้า

It’s a start line that marks the start of you and me
เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเธอและฉัน

I wanna stay, stay with you
ฉันอยากจะอยู่ อยากจะอยู่กับเธอ









 

“เอาบิกินี่ไปยัง?”

เฮ้อ...

“มีที่ไหนเล่าไอ้บ้า!” ฉันหันหลังไปฟาดไซเรนทีนึงที่พูดซ้ำวนไปมาลามปามกันไม่หยุดในขณะที่มืออีกข้างก็จัดของเช็คของไปด้วย

วันนี้และนับจากนี้ไปอีกสองเดือนคือการฮันนีมูนของเรา ฉันตกลงกับไซเรนเอาไว้ว่าเดือนแรกจะเป็นแพลนของฉัน ส่วนเดือนที่สองจะเป็นแพลนของเขา รู้สึกหมอนั่นจะแอบวางแผนพาไปต่างประเทศด้วยล่ะ

เทียบกันแล้วแพลนฉันดูบ้านนอกไปเลย -__-;;

แผนที่ฉันวางไว้นิยามได้ด้วยคำง่ายๆ ประโยคเดียว นั่นคือ ท่องเที่ยวทั่วไทย ซึ่งคอนเซ็ปต์หลักของการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เที่ยวแบบหรูไฮโซหรือชีวิตดี๊ดีแน่นอน เราจะกลับไปติดดินเหมือนครั้งแรกที่ฉันเจอกับเขา ระลึกถึงวันที่ลำบากที่สุดในชีวิตเพื่อให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น...พาหนะที่เราจะใช้ในการเดินทางคือรถไฟ

แต่มันเป็นไปไม่ได้เมื่อฉันเอาเรื่องนี้มาปรึกษาไซเรน เขาคัดค้านการนั่งรถไฟของฉันด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าขับรถไปจะไปไหนมาไหนง่ายกว่า เราจะแวะตรงไหนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่จำเป็นต้องทำตามตาราง ตามใจเราอย่างเดียว ฉันเลยหมดข้อโต้แย้งแบบเถียงไม่ออกและต้องทำตามคำแนะนำ (?) ของเขาไปโดยปริยาย

แต่ว่านะ...แผนที่ฉันวางเอาไว้มันไม่ได้มีทะเลอยู่ในนั้นด้วยซ้ำ ทำไมไอ้บ้านี่ถึงได้พูดถึงบิกินี่ล่ะ -__-^

“ไปกันรึยังจ๊ะสุดที่รัก” ไซเรนโผล่หน้าหล่อๆ เข้ามาในห้องนอนเรียกฉัน

“เลิกเรียกแบบนั้นเลยนะ ได้ยินแล้วจะอ้วก” ฉันเบะปากแล้วเดินออกจากห้องพลางยื่นมือไปดันหน้าไซเรนที่ทำท่าจะโฉบลงมาใกล้หน้าฉัน แต่ถึงจะหนีหน้าเขาพ้นแล้ว ฉันก็ไม่อาจหลบมือจอมซนของเขาได้อยู่ดีเพราะเขาเล่นโอบฉันเข้าไปใกล้ตัวแทบจะอุ้มเลยด้วยซ้ำ

บางทีฉันก็น้อยใจในส่วนสูงของตัวเองหน่อยๆ นะ L

“นายขับก่อน พอเมื่อยแล้วค่อยสลับมือกัน โอเค๊?” ฉันถามไซเรนเมื่อเราล็อคบ้านและขึ้นมานั่งบนรถเตรียมออกตัวเรียบร้อยแล้ว

“แล้วแต่” เขาสตาร์ทรถและตบเกียร์ออกตัวหลังจากพูดจบ

อา..ไหนดูซิ จังหวัดแรกที่เราจะผ่านก็คือสระบุรี

“มาทางนี้ผ่านวัดเธอด้วยนะ” ไซเรนทักขึ้นระหว่างรถติดไฟแดงใกล้ๆ ชานเมือง และประโยคนั้นเรียกความสนใจฉันได้มากพอตัวเลยต้องเงยหน้าขึ้นไปคุยกับเขา

“งั้นแวะหน่อยได้มั๊ย?” ฉันตาวาวพลางรบเร้า “ล่าสุดที่ไปก็สองสามเดือนที่แล้ว ยุ่งๆ ตลอดเลย”

หลังๆ มาฉันไม่ค่อยได้กลับถิ่นเหมือนตอนเรียนแล้ว ด้วยหลายๆ อย่าง ทั้งงานทั้งเรียน ยุ่งมากจนไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมหลวงตา สุดท้ายเลยได้ไปแค่ปีละครั้งหรือสองครั้ง ไม่ใช่ทุกเดือนอย่างที่คาดหวัง

แต่ก็น่ายินดีนะ เพราะอย่างน้อยๆ ในครั้งหรือสองครั้งต่อปีนั้นก็มีไซเรนไปด้วยบ่อยๆ บางครั้งลุงวิทย์ก็ไปด้วยเหมือนกัน ถึงจะเป็นแค่ครั้งสองครั้งต่อปี แต่มันกลับสนุกกว่าเดือนละครั้งที่ไปคนเดียวอีกนะ

เสียดายก็แต่ไอ้พี่นัท น่าจะอยู่ด้วยกัน

“จอดดีๆ สิ” ฉันหันไปค้อนไซเรนหนึ่งทีโทษฐานที่เขาจอดขวางทางชาวบ้านเขาอย่างเห็นแก่ตัวสุดๆ

“ขี้เกียจ”

ดูเหตุผลสิ -__-^

“ไม่ต้องเลย นี่มันในวัดนะจอดให้มันดีๆ หน่อย!” ฉันต้องตีแขนเขาเป็นการกระตุ้นแทนที่จะพูดเฉยๆ เขาถึงยอมทำตามขยับรถไปจอดใต้ต้นไทร ส่วนตัวฉันก็ต้องหาเสื้อคลุมอีกสักตัวเพราะใส่เสื้อกล้ามสีขาวออกมา

โชคดีเท่าไหร่แล้วที่ฉันไม่ใส่ขาสั้นมาด้วยน่ะ อากาศร้อนตับจะแตก!

หลังจากจอดรถแล้วเราสองคนก็เดินขึ้นกุฏิไปหาหลวงตาตามที่พี่ผินเด็กวัดบอก และด้วยวันนี้เป็นวันธรรมดา คนเลยไม่ได้เยอะมากมายอะไร หรือดีไม่ดีต่อให้เป็นเสาร์อาทิตย์ก็คงไม่มีคนเหมือนกันเพราะวัดนี้เป็นวัดชุมชน ไม่ใช่วัดชื่อดังเหมือนหลายๆ วัดที่มักจะมีคนไปกราบไหว้บูชาหรือถวายข้าวของกันให้วุ่น

วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ สงบสุขมากพอๆ กับวัดไกลๆ บางแห่งที่ต่างจังหวัด ฉันเลยหลงรักที่นี่มากเลยล่ะ ยิ่งถ้านับตอนเด็กๆ ด้วยที่นี่คือบ้านเลยด้วยซ้ำไป

            “อ้าว โยมลินท์” ฉันยกมือไหว้หลวงตาพร้อมกับไซเรน หลวงตาก็ส่งรอยยิ้มใจดีมาให้ตามแบบฉบับ

ความจริงแล้วตอนเด็กๆ หลวงตาไม่ได้เรียกฉันว่าโยมลินท์หรอก แต่เรียกว่า ไอ้ลินท์ มากกว่า พอโตขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตอนนี้ทำงานเรียนจบมีครอบครัวแล้ว หลวงตาเลยเรียกฉันว่า โยมลินท์ โดยปริยาย

“หลวงตาสบายดีมั๊ยครับ” แต่ก่อนฉันจะได้ทักทายหลวงตากลับ ไซเรนก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

อย่าให้ฉันต้องเผานะ เขาน่ะขี้ประจบยิ่งกว่าอะไร ฉันพามาหาหลวงตาครั้งแรกเผลอไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว กลับมาถึงทั้งหลวงตาทั้งไซเรนคุยกันสนิทสนมเฉยเลย น่าหมั่นไส้สุดๆ!

“เอ้อ สบายดี เอ็งล่ะ”

ดูสิ! กับไซเรนเรียกเอ็งสนิทสนม ทีกับฉันมาเรียกโยม หลวงตาโดนเสน่ห์ไอ้บ้านี่แล้วอ่ะ!

“สบายดีครับ วันนี้จะไปฮันนีมูนกันเลยแวะมา”

ได้ข่าวว่าฉันบอกให้เขาแวะไม่ใช่เหรอ -__-

“หลวงตาคะ ลินท์บอกให้แวะเองค่ะ ไม่งั้นเขาคงไม่มาหาหลวงตาวันนี้หรอก” ฉันพนมมือขึ้นตอนคุยกับหลวงตา ไซเรนที่นั่งอยู่ข้างๆ พอได้ยินประโยคของฉันเลยค้อนขวับมาให้ แถมยังนิสัยไม่ดียื่นมือมาผลักหัวกันอีก

“เด็กแถวนี้ขี้อิจฉานะครับหลวงตา”

“เอ๊ะ!

“เอ้าๆ เพิ่งแต่งงานกันไปทะเลาะกันซะแล้ว” หลวงตาหัวเราะอารมณ์ดี

แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะขบขันตรงไหนเลย L

“เป็นสีสันน่ะครับ จริงๆ เรารักกันจะตาย” ไซเรนยิ้มแฉ่งให้หลวงตา แต่ฉันไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขาสักนิด

...เอ่อ แต่ก็..เห็นด้วยนิดนึง..ก็ได้ -__-///

เรานั่งคุยกับหลวงตาอีกพักนึง พอพี่ผินมาเรียกหลวงตาไปฉันเพลเลยขอตัวกลับเลยกลัวถ้าออกกรุงเทพฯ ช้ากว่านี้จะรถติด ขับรถไกลยังไม่น่ากลัวเท่ารถติดเลยนะ รถติดนี่ฝันร้ายของคนขับชัดๆ เลยล่ะ L

“ดูสิ ถ้าฉันไม่บอกให้นายจอดรถดีๆ ป่านนี้รถไหม้ไปแล้วมั้ง” ฉันสะกิดบอกไซเรนเมื่อเดินมาถึงรถแล้วเห็นต้นไทรที่แผ่เงาบังแดดให้รถ

ถ้าจอดแบบที่ไซเรนจะจอดตอนแรกรับรองได้ว่าตูดไหม้กันไปข้างแน่ๆ!

“หึ”

“ขำอะไร?”

“เปล๊า” ไซเรนตอบเสียงสูงพลางสตาร์ทรถออกตัว ถอยท้ายรถออกห่างจากต้นไทรเรื่อยๆ พลาง

พูดถึงต้นไทรแล้วก็นึกถึงตอนนั้นเลยแฮะ...

ไทร..ต้นไทรน่ะครับ

หึ..ต้นไทร? ไซเรน? นึกยังไงถึงได้เล่นแบบนั้นก็ไม่รู้นะ หลังจากเราเป็นแฟนกันตอนนั้น ไซเรนในคราบ ต้นไทร ก็ไม่โทรมาอีกเลย ฉันเองที่รู้ว่าเขาเป็นต้นไทรแล้วด้วยเลยไม่ทักท้วงอะไร ประกอบกับโทรศัพท์ที่ต้นไทรนั่นโทรเข้ามาดันไม่โชว์เบอร์และโทรออกไม่ได้ เลยกลายเป็นว่าต้นไทรหายไปจากโลกนี้ไปเลย

“นี่” ฉันเรียกไซเรน “นายจำต้นไทรได้มั๊ย?”

“ต้นไทร?” ไซเรนเลิกคิ้วถาม พักหนึ่งก็ขมวดคิ้ว

หรือเขาจะไม่คิดว่าฉันจะรู้?

“อื้ม ต้นไทรน่ะต้นไทร” ฉันย้ำเข้าไปอีก แต่เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเหมือนลืมไปแล้วว่าเคยเป็นต้นไทร

“ต้นไทรทำไม?”

“ก็ต้นไทรไงเล่า!” ฉันเริ่มหงุดหงิด แต่เขาก็ยังนึกไม่ออก สุดท้ายเลยต้องยอมเฉลยออกไป “ต้นไทรที่นายโทรมาแกล้งฉัน โทรหาแคลร์อะไรนั่นน่ะ!

“...” ไซเรนไม่ตอบอะไรแต่ทำตาโต

“เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ หรือนายไม่ได้แกล้งวะ! แล้วแคลร์นี่ใคร!” ฉันเริ่มคาดคั้นเขาตรงๆ เมื่อไซเรนดูเหมือนจะตกใจมากกว่าแปลกใจ

แล้วแคลร์นี่คือใคร เมียเก่าเขาเหรอ?!

“เฮ้ยไม่ใช่! ใจเย็นอย่าเพิ่งหึงนะเมียจ๋า” ไซเรนหักรถเข้าริมถนนในจังหวะที่ไม่มีรถ ก่อนจะหันมาตอบคำถามฉัน

“แล้วใคร?” ฉันถามอีก “นายแกล้งฉันหรือไม่ได้แกล้งกันแน่?”

..หรือไม่ใช่ไซเรน?

“อ่ะๆ! ฉันโทรเองแหละ ฉันนี่แหละต้นไทร” ไซเรนยกสองมือขึ้นเหมือนยอมแพ้แล้วพลางตอบ “แคลร์อะไรนั่นไม่มีตัวตนหรอก ฉันหลอกเธอไปงั้นแหละ”

“แล้วครั้งแรกนี่ร้องไห้จะเป็นจะตาย ได้ยินทีก็นึกว่ากำลังจะฆ่าตัวตาย เล่นได้สมจริงไปมั๊ยไอ้บ้า!

“เป็นห่วงก็บอก หึงก็บอก” ไซเรนยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางยักคิ้วมาให้

โอ๊ย! มีไม้มั๊ย ฉันอยากเอามาตีเขามากเลยให้ตายสิ L

“เออหึง!” ฉันถลึงตาใส่เขา “พอใจยัง?”

“ไม่” ไซเรนลากเสียงยาวยียวนพลางออกรถอีกครั้ง “แล้วอยู่ๆ ทำไมพูดถึงต้นไทร จะนอกใจฉันเหรอ?”

“แหวะ! นอกใจนายไปหานายตัวปลอมเนี่ยนะ” ฉันเบะปากใส่เขา “นอกใจทั้งทีขอหล่อๆ ดีๆ เท่ๆ กว่านายสักสิบเท่าไม่ดีกว่าเหรอ”

“คิดขนาดนี้แสดงว่าวางแผนมาแล้ว คืนนี้เจอบทลงโทษหนักอย่าหาว่าไม่เตือนนะ”

อะ..อะไรวะ!

“บ้าเหรอ! อย่าเยอะได้มั๊ย พูดตอนไหนจะนอกใจ?” ฉันทำตาโตใส่ไซเรนพลางย่นจมูก

ไอ้ลามกนี่! ลากเข้าเรื่องนี้ตลอดให้ตายสิ L

“เมื่อกี้ไง บอกจะนอกใจ แถมยังขอหล่อๆ เท่ๆ ดีๆ กว่าฉันตั้งสิบเท่า” ไซเรนทำเป็นน้อยใจ “ถามจริง หล่อเท่ดีกว่าฉันแต่ถ้าแซ่บไม่ได้ครึ่งนึงของฉันเธอจะติดมันมั๊ย?”

“แซ่บอะไร!

“บนโลกนี้ใครลีลาดีกว่าฉันไม่มีแล้ว”

โอยตาย! หูจะขึ้นรา!

“เราเพิ่งออกมาจากวัดนะไอ้บ้า พูดจาให้มันสำรวมหน่อยได้มั๊ย”

“ออกมาแล้วไงถึงได้พูด” ไซเรนไม่พูดเปล่า ยื่นมือมาผลักหัวฉันติดกระจกด้วย

ฉันไม่เคยเข้าใจสักครั้ง เป็นแฟนก็แล้วแต่งงานก็แล้วแต่ไอ้บ้านี่ไม่เคยปฏิบัติตัวเป็นสามีที่ดีให้ฉันได้สักครั้ง มีแต่ทำร้ายร่างกายกันตลอด ผลักหัวบ้างล่ะ กอดรัดบ้างล่ะ ฉันเกือบเข้าใจว่าตัวเองเป็นตุ๊กตาแล้วนะ!

“สาปแช่งสามีตัวเองระวังเข้าตัวนะเมียจ๋า”

“สาปแช่งนายจะเข้าฉันได้ไง” ฉันตีหน้าซื่อ

“ก็พอฉันโดนของที่เธอสาปแล้ว ฉันก็จัดการกับเธอต่อไง” ไซเรนหันมาหาฉันแวบนึงด้วยสายตาสุดเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อพร้อมพูด “จัดการจนเธอลุกจากเตียงไม่ไหวเลยล่ะ”

หยุดเลย พอ!

“เลิกวกเข้าเรื่องนี้สักทีได้มั๊ย” ฉันพิงหัวไปกับเบาะอย่างหมดอาลัยได้อยาก

ถ้าจะขอให้เขาเลิกหื่นมันคงมากเกินไปสินะ...

“เธอนี่ก็ร้อนแรงใช้ได้นะ จะจัดตรงนี้เลย?”

“จัดอะไร?” ฉันที่โยนเสื้อนอกไปไว้เบาะหลังหันไปถามเขา

“ก็เห็นเธอถอด พร้อมแล้วว่างั้น?”

เฮ้อ..

“ขับรถไป! 

 

 

เราขับรถกันมาสักพักก็เข้าสระบุรี ไอ้คนขับควบหน้าที่สามีกวนประสาทฉันตลอดเส้นทางจนลมแทบจับ แถมยังใช้ให้ฉันป้อนขนมอีกต่างหาก

เอ้า!”

เพิ่งรู้ว่ามีเมียนี่มันดีอย่างนี้นี่เองไซเรนเคี้ยวหงุบหงับไปพูดไป บอกให้ทำอะไรก็ทำ เชื๊องเชื่อง

ปากเสียฉันบ่นเขาอุบอิบ

แล้วชอบมั๊ยล่ะ?”

อะไร?”

ปากฉันน่ะ

อี๋! กินเข้าไปเลยฉันยัดขนมกรุบกรอบในมือตัวเองเข้าปากไซเรนจนเขาแทบสำลัก แต่ยิ่งเห็นท่าทางแปลกๆ ของเขาฉันยิ่งขำ

นานๆ ได้แกล้งก็ขอทีเถอะ!

จะฆ่าฉันรึไง!” หลังจากดื่มน้ำที่ฉันส่งให้แล้ว ไซเรนก็หันมาแขวะฉันด้วยสีหน้าโมโห

ก่อนหน้านี้แกล้งฉันก่อนทำไมล่ะ L

คงงั้นมั้งฉันพยักเพยิดหน้าทำเป็นเออออ ก่อนจะหยิบขนมในมือขึ้นมากินบ้าง

ใจร้าย!”

สะดีดสะดิ้งไปอีก -__-

ขับรถดีๆ เดี๋ยวก็ชนหรอกฉันทิ้งถุงขนมที่ถังขยะขนาดจิ๋วแถวหลังก่อนจะหยิบแผนที่บนตักขึ้นมาดูต่อ

ความจริงเราไม่ได้ตั้งใจจะไปที่ไหนเป็นพิเศษหรือจอดแวะพักผ่อนที่ไหนหรอก เราตั้งใจให้มันเป็น Road Trip มากกว่า อธิบายง่ายๆ ก็คือขับรถไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ถ้าดึกหรือเหนื่อย อยากพักอยากจอดที่ไหนก็จอดพักเลยไม่ต้องฟิกมากว่าต้องไปถึงที่หมายเวลาเท่านี้ๆ ต้องไปพักที่นี่เท่านั้น (เลยเป็นเหตุผลให้ฉันยอมเอารถส่วนตัวมาน่ะนะ)

รถติดว่ะไซเรนบ่นขึ้นมาหลังจากหาวหนึ่งรอบ

สลับกันมั๊ยล่ะ?” ฉันถามด้วยความหวังดี แต่ไซเรนส่ายหน้ากลับมาให้

นั่งเฉยๆ ไปเหอะ ถ้าฉันรู้ว่ามันเมื่อยฉันจะให้เธอขับทำไม

ไม่ต้องมาทำเท่เลย เก็บแรงไว้ก่อนไม่ดีหรือไงฉันบ่นกลับ

หึ..” ไซเรนหัวเราะเจ้าเล่ห์ ที่แท้ก็อยากให้เก็บแรงไว้นี่เอง

ก็เออสิ เกิดนายขับๆ อยู่แล้วเหนื่อยเกินลิมิตสลบคาพวงมาลัยขึ้นมาฉันก็ตายสิ

ไม่ใช่กลัวฉันหมดแรงแล้วปั๊มลูกกับเธอไม่ได้?”

เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ

เชื่อเขาเลย!

ใช้เวลาสักพักกว่าขบวนรถที่ติดกันยาวไปถึงเขาอีกสองลูกจะขยับตัว แต่ไซเรนก็ไม่ได้บ่นอะไรอีกนอกจากนั้น เขาเอาแต่นั่งนิ่งๆ เหมือนเบื่อๆ ในขณะที่ฉันดูแผนที่วนไปวนมาซ้ำๆ เป็นสิบรอบแก่เบื่อ

เปิดเพลงนะฉันบอกเขาแค่ให้รับรู้ ก่อนจะกดเปิดเพลงไม่รอคำตอบ

เสียงดนตรีเพลงสากลคลอขึ้นมาเบาๆ ทำให้ฉันยิ้มออกเพราะเป็นเพลงที่ชอบ เหมือนกันกับไซเรนที่ถึงจะไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางว่าถูกใจ แต่เขาก็เคาะจังหวะตามไปด้วย

นึกถึงตอนนั้นเลยเนอะฉันเอ่ยขึ้นมา

ตอนนั้น?”

ก็ตอนที่นายแกล้งร้องเพลงดังน่ารำคาญจนฉันต้องเปลี่ยนคลื่นเป็นเพลงเพื่อชีวิตอ่ะฉันรื้อฟื้นความทรงจำเขา

แม้จะผ่านมานานมากๆ แล้ว แต่เรื่องพวกนี้ยังอยู่ในหัวฉันทุกการกระทำทั้งๆ ที่ฉันจะไม่ได้ตั้งใจที่จะจำเลยก็ตาม

เออ เธอชอบเพลงเพื่อชีวิตเหรอวะ นี่ถามจริงๆ

ทำไม ฉันชอบไม่ได้เหรอ?” ฉันถามกลับ

ความจริงฉันไม่ได้ชอบเป็นพิเศษหรอก เพียงแต่แปลกใจเท่านั้นล่ะ ถ้าฉันชอบหรือไม่ชอบมันจะทำไม

เปล๊า..” ไซเรนเสียงสูงจนมีพิรุธ ก็แค่จะบอกว่าเหมาะกับหน้าดี

จะด่าก็ด่ามาตรงๆ เลยฉันค้อน

ไม่เอา เดี๋ยวเธอก็บอกว่า อย่าไปดูถูกรสนิยมของคนอื่นเขาอีกไซเรนแกล้งดัดเสียงเลียนแบบฉันจนน่าดูหมั่นไส้สุดๆ

ก็มันจริงมั๊ยเล่า! เพลงเพื่อชีวิตก็น่ารักจะตายไปฉันทำปากยื่นหันมองหน้าต่างแทน

หลายครั้งเขามักจะแกล้งฉันด้วยการด่าว่าบ้านนอกบ้าง รสนิยมไม่ดีบ้าง ฉันก็ไม่ได้โมโหอะไรหรอกนะแต่หลังๆ มานี่ชักหนัก สุดท้ายเลยต้องสั่งสอนเขาไปนิดหน่อยว่าการดูถูกรสนิยมคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ และแทนที่เขาจะฟังแล้วนำไปใช้กลับพยักหน้าส่งๆ แล้วเมินกันเฉย

เหมือนฉันเป็นแม่แล้วเลี้ยงเด็กดื้ออยู่เลย L

เอ้อ ว่าจะถามอยู่ ทำไมตอนนั้นนายถึงโทรมาหาฉันในคราบต้นไทร?” ฉันถามเมื่อนึกขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะถามแล้วก็เลยวกเข้าเรื่อง แต่ไอ้บ้าสามีดันพาออกทะเลป่าละเมาะอยู่นั่น สุดท้ายเลยไม่ได้ถามอีก

หมอนี่น่ะชอบพูดเรื่องไร้สาระสุดๆ เลย!

ตอนนั้นเหรอ..” ไซเรนทำท่าคิด ตอนนั้นเธอไม่อยากจะสนทนากับฉันเองนี่ สุดท้ายฉันเลยต้องปลอมตัวเป็นต้นไทร แต่หลังๆ มานี่ดีนะ ได้หลอกถามอะไรเธอเยอะแยะ

หลอก..ถาม..เหรอ -__-^ (คิ้วกระตุก)

เฮ้ย! เธอรู้ได้ไงวะว่าเป็นฉันไซเรนเพิ่งนึกขึ้นได้ถาม เออแล้วทำไมกูเพิ่งคิดได้วะ

กากฉันด่าเบาๆ แล้วกระหยิ่มยิ้มย่องในใจที่ได้หลอกด่าเขาหนึ่งทีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้

กากก็ทำเธอครางได้มั๊ยล่ะ

ขอถอนคำพูด ตอบได้แรงขนาดนี้แสดงว่าได้ยินเต็มสองรูหู -__-^

หุบปากไปเลยฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วพูดปัดออกนอกเรื่อง

อยากให้เธอมาหุบด้วยกันจัง

ไม่จบ!

อยากหุบปากใกล้ๆ หมัดฉันมั๊ยล่ะฉันหันไปค้อนเขา

กลัวแล้วจ้ะเมียจ๋า โหดจริงๆไซเรนยิ้มกวนๆ แต่ดูมีความสุขอยู่ในที

ก็ปฏิเสธไม่ได้น่ะนะ ว่านี่คือสีสันของคำว่าเรา..

ความจริงฉันก็แค่อยากลองแกล้งเธอเท่านั้นแหละ รู้ว่าความขี้สงสารคือจุดอ่อนของเธอ เลยแกล้งเป็นต้นไทรขึ้นมา อยากดูปฏิกิริยาของเธอไซเรนเอ่ยขึ้นนิ่งๆ

แต่นายหลุดบ่อยมาก ควรจะไปฝึกทักษะการแสดงมาใหม่นะฉันแกล้งตำหนิ แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงเลิกล่ะ ถ้าฉันไม่รู้อยู่แล้วว่าเป็นนาย คิดว่าฉันจะงงมั๊ยที่อยู่ๆ ก็โทรมาอยู่ๆ ก็หายไป

ก็อยากมีตัวตนในความจริงของเธอ ไม่อยากเป็นแค่ตัวปลอม เกิดฉันแกล้งเธอมากๆ แล้วเธอหลงรักต้นไทร เชี่ยไซคนนี้ก็ซวยสิครับไซเรนพูดติดตลก

แต่ประโยคของเขานี่ทำฉันใจสั่นได้เหมือนกันนะ..

ถ้าฉันจะรักต้นไทรขึ้นมาก็ไม่แปลกฉันจ้องหน้าเขา เพราะสิ่งที่ฉันฝันถึงคือนายตอนสุภาพบุรุษ

ถึงขั้นเอาไปฝันถึงเลย?” ไซเรนทำหน้าไม่เชื่อสุดๆ

ก็เพราะไม่มีทางเป็นไปได้เลยต้องฝันถึงไง ถ้าต้นไทรมีตัวตนจริงๆ เชื่อมั๊ยล่ะว่าฉันหลงรักเขาแน่ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์

พูดอย่างนี้อยากโดนจัดหนักทั้งคืน?” ไซเรนเริ่มหน้าเครียด

คิก..” ฉันกลั้นขำไม่ไหว แต่ตามความจริง ต้นไทรจะมีหรือไม่มีตัวตนแต่ฉันก็หลงรักไปแล้วน่ะนะ

บอกตรงๆ เลยนะ ฉันไม่เก็ทที่เธอพูดว่ะไซเรนตอบมาด้วยสีหน้าซื่อๆ เล่นเอาฉันจิ๊ปากในลำคออย่างขัดใจ

คนอุตส่าห์พูดอะไรแหววๆ กับเขาบ้างก็ทำมาขัด ปวดหัวจริงๆ!

ฉันหลงรักต้นไทรมั๊ยก็ลองดูแหวนที่นิ้วของนายแล้วกันฉันสะบัดหน้าหนีไปมองหน้าต่างแทน

คนบ้าอะไรขัดจังหวะได้ไม่ดูเวล่ำเวลา!

หมับ

แต่แล้วฉันก็ต้องหันไปมองหน้าเขาอีกเมื่อได้รับไออุ่นที่ส่งผ่านมาทางฝ่ามือ มือใหญ่ๆ ของเขาที่ทาบทับอยู่ด้านบนทำให้ฉันอดยิ้มออกมาไม่ได้

คิดว่าฉันโง่ขนาดไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพยายามพูดวกวนหรือไงไซเรนพูดยิ้มๆ แต่ฉันแค่หลอกให้เธอพูดออกมาตรงๆ ต่างหาก

เจ้าเล่ห์เพทุบาย

ขอด่าทีเถอะ!

รีบด่าก่อนจะไม่มีแรงด่าไซเรนพูดขึ้นมาลอยๆ  แต่ประโยคนั้นทำเอาฉันหันไปมองหน้าเขาเอาเรื่อง

ผู้ชายเป็นอย่างนี้ทุกคนรึเปล่านะ L

ขับรถมาเรื่อยๆ ก็เริ่มมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองลพบุรี เป็นจังหวัดที่เห็นลิงตลอดข้างทางจนเด็กจนๆ ที่ไม่เคยได้ออกจากตัวเมืองกรุงเทพแบบจริงจังสักครั้งอย่างฉันตื่นตาตื่นใจจนไซเรนแซะเล่นว่าเด็กน้อยหลายรอบ แต่ฉันหาได้สนใจไม่ สุดท้ายคนที่เอาแต่แซะเอาแต่แซวเมียตัวเองอย่างเขาก็ต้องทำตามคำสั่งของภรรยาสุดน่ารักจนได้

มันจะมืดแล้วนะยัยเด็กประถมไซเรนล็อครถแล้วทำหน้ามุ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นท้องฟ้าที่เริ่มอึ่มครึม

ตรงนี้ไม่ใช่จุดชมลิงเพราะฉันเลือกจะให้เขาที่จุดชมวิวของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มากกว่า แถบๆ นี้เลยไม่มีคนให้เห็นมากเท่าไหร่นัก

อ่าอากาศแบบนี้สิที่เรียกบริสุทธิ์จริง ไม่มีมลพิษเข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

ขอพักอยู่ตรงนี้แป๊บนึงน่าฉันหันไปบอกเขาส่งๆ ในขณะที่สายตาก็สอดส่องไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าที่ปรากฎเป็นท้องฟ้ายามเย็นสีเหลืองทอง

แค่นี้ความเหนื่อยที่สั่งสมมาตลอดก็ค่อยๆ เลือนหายแล้วล่ะ :)

ถ้าชอบ มาอีกบ่อยๆ ดีมั๊ย?” ไซเรนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เรียกให้ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยสายตาแปลกใจ

ดูตารางเวลาตัวเองก่อนดีมั๊ยนายน่ะ ว่างมั๊ยก็ไม่ เดี๋ยวๆ ก็มีลูกน้องโทรมาตามตลอดฉันแกล้งแซะเขาไป

ความจริงคือ ถ้าวันนี้เขาไม่ปิดโทรศัพท์ตลอดการเดินทางคงได้มีสายเข้ามาไม่เว้นแม้แต่นาทีเดียวแน่ๆ  ก็เขามันงานรัดตัวสุดๆ เลยนี่นา

งั้นก็หาแบบใกล้ๆ ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง หรือถ้าไม่มีก็สร้างเองเลยเป็นไง

ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็ดีสิฉันเปรยขึ้นเบาๆ ครั้งหนึ่งฉันเคยไปต่างจังหวัดกับหลวงตา น่าจะเป็นงานบุญหรืออะไรสักอย่าง ฉันจำอะไรมากไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ตราตรึงอยู่ในหัวตลอดคือภาพของดวงดาวเต็มท้องฟ้าที่คนกรุงเทพไม่มีวันได้เห็นฉันยิ้มไปมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ ไป

ในประเทศไทยมีอะไรแบบนั้นด้วย?”

ฉันจิ๊ปากขัดใจพลางหันไปมองหน้าเขาที่ขัดจังหวะเหมือนไม่ได้ฟังประโยคที่เพิ่งพูดไป ก็มีน่ะสิ การที่นายไม่เคยเห็นไม่ได้แปลว่ามันไม่มีจริงสักหน่อย

เหมือนความรักของเรารึเปล่า?”

อ้วก!” ฉันหันไปแหวะใส่เขาเต็มที่ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

นานน๊าน นานๆ ทีจะได้ยินประโยคชวนแหวะจากปากของผู้ชายชื่อไซเรนนะ อันที่จริงปฏิกิริยาของฉันควรจะตะลึงตึงตึงแล้วล้มตึงแอ้งแม้งที่พื้นที่เลยมากกว่า

แต่ไม่ล่ะ ไม่ใช่วิถีไอ้ลินท์สักนิด :(

ไปเหอะ อยู่ตรงนี้นานๆ ได้ยุงหามกันพอดีไซเรนเดินเข้ามาลากคอฉันขึ้นรถ แต่เพราะความดื้อด้านส่วนบุคคล ฉันเลือกที่จะขืนตัวเอาไว้แล้วพยายามเดินไปอีกทางมากกว่า

ขออยู่ตรงนี้อีกแป๊บนึงน่าฉันย่นจมูกใส่เขา

ไม่ต้องงอแงได้มั๊ยครับเด็กหญิงมินตราไซเรนยอมเดินตามทางที่ฉันลากเขาไปพลางเอามือมายีหัวเล่นสนุก

งอแงอะไรเล่า! ก็..ก็แค่อยากอยู่ตรงนี้อีกสักพักเฉยๆฉันบ่นอุบ

ไม่งั้นก็เอายากันยุงมาทาก่อน เดี๋ยวเป็นไข้เลือดออกพอดี ตัวยิ่งหอมๆ อยู่ไซเรนออกคำสั่งไม่ให้ฉันเดินไปไหนพลางเดินกลับไปเอายากันยุงที่รถ

บางครั้ง..เขาที่อายุมากกว่าก็ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ที่น่าเกรงขาม เป็นมุมที่หาดูได้ยากมากจากตรงนี้ แต่บางทีก็กลายเป็นฉันซะเองที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขา ไม่ติดเล่นติดสนุก น่าแปลกที่พอฝ่ายใดฝ่ายนึงเลือกที่จะงอแงทำตัวเป็นเด็ก อีกคนจะพร้อมทำตัวเป็นที่พึ่งเสมอ

นี่ล่ะมั้ง...ที่ทำให้ฉันหลงรักทุกช่วงเวลาที่อยู่กับเขา

เอ้า! ทาซะขวดยากันยุงสีชมพูโผล่ขึ้นมาตรงหน้าแทบจะแทงตาฉันอยู่รอมร่อ แต่ฉันก็รับมันมาทาที่แขนตัวเองอย่างว่าง่าย

นายก็ทาซะด้วยสิฉันยื่นกลับให้ไซเรนเมื่อทาเสร็จ

ทาให้เค้าหน่อยจิไซเรนทำปากยื่นน่ารักมุ้งมิ้ง แต่มันดูตลกเพราะเขาตัวใหญ่เกินไปที่จะทำตัวน่ารัก ทำให้ฉันหลุดขำออกมา

และมันไม่ใช่ครั้งแรก คิก..

ขำอะไรของเธอไซเรนเอ็ดเสียงแข็งทำตาขวางเป็นสาวน้อยขี้งอน ในขณะที่ฉันขำจนตัวงอแทบจะล้มลงไปกลิ้งอยู่ที่พื้น

ฮ่าๆๆ!” ฉันหยุดขำไม่ได้ อุ๊บ..คิกๆ! สภาพนายแบบ...ฮ่าๆ อุ..บาทว์ ฮ่าๆยิ่งพยายามพูด คำทุกคำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ยิ่งทำให้ฉันขำตัวเองเข้าไปใหญ่

ขำมากใช่มั๊ยยัยช็อคโกแลตไซเรนหรี่ตาลงมองฉันด้วยท่าทางเหมือนกำลังเคืองๆ อยู่ข้างในพร้อมกับสองมือที่ตั้งท่าเหมือนกำลังจะเข้ามาหาเรื่องอะไรฉันสักอย่าง แต่เพราะฉันกำลังมุ่งมั่น (?) กับการหัวเราะอย่างจริงจังอยู่เลยไม่ได้สนใจ

จนกระทั่ง

เฮ้ย!”

..ไอ้บ้าไซเรนพุ่งตัวเข้ามายกฉันขึ้นบ่าแล้วตีก้นเหมือนทำโทษเด็กประถมแบบไม่ทันให้ตั้งตัว!

ปล่อยนะเว้ย!” ฉันแหกปากไม่เกรงใจใครแม้จะมีคนหรือไม่มีคนก็ตาม ปล่อยฉันนะไอ้บ้า!”

หึ..นี่แค่ทำโทษขั้นต้นนะเด็กน้อย คืนนี้เธอเจอบทลงโทษแสนเร่าร้อนหนักกว่านี้แน่!” ไซเรนยอมวางฉันลงที่พื้นแต่ก็มิวายชี้หน้าคาดโทษ

ทำโทษไปแล้วก็คือทำโทษไปแล้วดิ อย่ามั่ว!” ฉันแกล้งตีหน้าซื่อตาใสทำเป็นไม่รู้เรื่อง พลางสับเท้าวิ่งหนีไซเรนไปที่รถอย่างรวดเร็ว

ไม่เกี่ยวเลยยัยตัวแสบ!” ไซเรนเล่นกับฉันด้วยด้วยการวิ่งไล่จับ แถมยังปลดล็อครถให้กันอีกต่างหาก

กึก! ปัง!

ฉันรีบขึ้นรถแล้วล็อคประตูไม่ให้ไซเรนขึ้นรถทันทีเมื่อมีช่องว่าง ไซเรนที่ด่าฉันปาวๆ แต่ฉันไม่ได้ยินอยู่ที่นอกรถทำหน้าโมโห (แบบปลอมๆ) ใส่ใหญ่ และเพราะเขาทำหน้าโมโหใส่นี่แหละที่ทำให้ฉันรู้สึกสนุกขึ้นกว่าเดิมเลยตบท้ายด้วยการแลบลิ้นใส่เขาไปหนึ่งที

อันที่จริงที่เล่นกันอยู่นี่ไม่ใช่ว่าจริงจังอะไรหรอกนะ เห็นๆ กันอยู่ว่าตั้งใจให้ฉันวิ่งขึ้นรถเพราะรู้ว่าฉันจะแกล้งเขายังไงต่อ ในขณะที่ตัวเขาเองก็มีกุญแจอยู่ที่ตัว ทำไมจะปลดล็อครถเองไม่ได้ ที่ไม่ทำนี่กำลังเล่นตามบทให้มันสนุกๆ ขำๆ ต่างหากล่ะ

เด็กแค่ไหนก็คิดดู นึกว่าพอเราคบกันไปนานๆ แล้วมันจะน่าเบื่อซะอีก หึ..

กึก!

หมดเวลาเล่นแล้วยัยเบ๊อะ ลงมาเลย จะขับหรือไง?” ไซเรนกลับเข้าสู่โหมดคนปกติ (?) แล้วพยายามไล่ฉันลงจากฝั่งคนขับ แต่ฉันไม่ได้สนใจคำไล่ของเขาสักนิด

นายนั่นแหละ ไปนั่งฝั่งนู้นเลยฉันบุ้ยปากให้เขาไปนั่งฝั่งข้างคนขับแทน

รถฉันก็ต้องฉันเป็นคนขับสิไซเรนผลักหัวฉันเหมือนที่ชอบทำ

เอ๊ะ!” ฉันขมวดคิ้วแสดงความหงุดหงิดใส่เขา แต่แทนที่เขาจะโมโหกลับหรือทำท่าหาเรื่อง ไซเรนกลับหลุดยิ้มเอ็นดูกลับมาซะงั้น เลยส่งผลให้ฉันได้แต่มองเขาตาปริบๆ แทน

ลงเลยยัยเตี้ยไซเรนลากข้อมือฉันพยายามให้ลงจากรถซะให้ได้ แต่เรื่องอะไรจะยอมกันล่ะ!

ไม่เอา! จะขับอ่ะได้ยินมั๊ย นี่อุตส่าห์หวังดีเป็นห่วงเลยนะฉันยกนั่นนี่มาอ้างใส่จนไซเรนเหนื่อยจะเถียง สุดท้ายเขาเลยถอนหายใจใส่หน้าฉันพร้อมถอยทัพยอมทำตามที่ฉันขอ

เอาล่ะ! ได้เวลาซิ่งแล้ว หึๆ!

 

 

นี่เราอยู่บนเขามา 3 ชั่วโมงแล้วนะยัยเอ๋อไซเรนบ่นขึ้นมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ด้วยรูปประโยคเดิมเปลี่ยนแปลงแค่ตัวเลขระบุจำนวนเวลา

โอเค..มันเป็นความผิดฉันเอง -__-;

ก็นี่ไง ต้องหลงต้องวนบ้างไรบ้างถึงจะเรียกว่าโร้ดทริปของจริงฉันเอ่ยแถพลางหันไปมองเขาที่ทำหน้าเหนื่อยหน่ายกับคำแถจนสีข้างถลอกปอกเปิกของฉัน อยากลงจากเขาก็เปิดแมปสิ

เครื่องฉันใช้งานหนักจนดับไปแล้ว ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่ามันจะตื่น ส่วนเครื่องเธอ...เฮ้อไซเรนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพลางปรายสายตาไปมองโทรศัพท์ที่แสนน่ารักของฉัน

มันจะน่ารักขึ้นเป็นสิบๆ เท่าเลยถ้าฉันเอาเครื่องที่ใช้ปัจจุบันมาน่ะนะ แต่เพราะคิดว่าฮันนีมูนทั้งที มาพักผ่อนแถมยังเป็นไกลเมืองแสนไกลก็อยากจะได้ความส่วนตัวบ้างอะไรบ้างเลยเลือกที่จะหยิบเจ้าหนูที่ใช้สมัยม.หกมาใช้ สุดท้ายกลายเป็นว่ากรรมดันมาตกที่ฉัน โทรศัพท์แทนที่จะได้ใช้งานกลับกลายเป็นต้องเอามาปาหัวหมาเล่น (?) เพราะทำบ้าอะไรนอกจากรับสายไม่ได้อีกแล้ว

จะว่าไปก็ต้องชื่นชมนะที่มันไม่ตรอมใจตายไปซะก่อนทั้งๆ ที่อยู่กับฉันมาก็ร่วม 6 ปีแล้วแท้ๆ

“งั้นไม่เป็นไร ขับไปเรื่อยๆ รับรองว่าต้องเจอทางออก!” ฉันพูดพร้อมท่าทางที่ดูมั่นใจอยู่ในที

...หมายถึงแค่ท่าทางนะน่ะ =__=;

“เธอพูดแบบนี้เป็นรอบที่สี่แล้วมั้ง ยัยเอ๋อ” ไซเรนทำหน้าเหนื่อยหน่ายแต่ก็ไม่วายนั่งนิ่งๆ ทำเหมือนไม่เดือดร้อนอะไรต่อไป

แม้ปากจะว่าฉันแบบนั้นแต่ความจริงแล้วเขาก็เห็นด้วย เชื่อสิ

“โว้ว!

เอี๊ยด!

ฉันเหยียบเบรกกะทันหันจนคนนั่งข้างๆ หัวแทบทิ่มคอนโซลรถหรือไม่ก็พุ่งออกกระจกหน้า ความจริงมันค่อนข้างอันตรายมากๆ ที่ฉันขับรถแบบนี้ แต่เพราะความมั่นใจร้อนเปอร์เซ็นต์ที่ว่าไม่มีรถตามและรถสวน นั่นเลยทำให้ฉันตัดสินใจเบรกแรงอย่างที่ตัวเองก็ไม่เคยคิดจะทำเพียงเพราะเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำฉันอุทานออกมาเสียงดังก่อนเบรกรถ

“เชี่ย! ใครสั่งใครสอนให้เธอเบรกรถแบบนี้ เดี๋ยวก็ตกเขาตายกันพอดีหรอก!” ไซเรนทำสีหน้าเหมือนรถโดนชนพร้อมหันมาด่าฉันเสียงดังลั่น

“ดูนั่นสิ..” ฉันเอ่ยเสียงเลื่อนลอยพลางเลื่อนนิ้วชี้ของตัวเองชี้ไปที่สิ่งที่เห็น

ดวงดาวมากมายบนท้องฟ้า ส่องสว่างลงมาจนเห็นหุบเขาเบื้องหน้าชัดเจน ดึงเอาความตื้นตันที่รู้สึกเหมือนคำว่า สำเร็จแล้ว ในใจฉันออกมากองตรงหน้าได้ดี เหมือนกับว่าทริปนี้มันบรรลุเป้าหมายทั้งๆ ที่ไม่ได้มีดาวบนท้องฟ้าเป็นจุดสำคัญในทริปของเราเลยด้วยซ้ำ

ฉันเปิดประตูรถออกไปยืนมองดวงดาวมากมายด้วยความรู้สึกสุขใจคับอก ทางด้านหน้าเราเป็นทางโค้ง มีที่กั้นป้องกันไม่ให้รถตกลงไปที่ผาด้านล่าง มันเป็นหุบเขาที่เกิดจากเขาหลายๆ ลูกเรียงต่อกันเกิดเป็นวิวทัศน์สวยงาม เมื่อประกอบกับดวงดาวที่ส่องแสงมากมายอยู่บนท้องฟ้าแล้วทำให้มันเหมือนภาพในฝันมากกว่าจะเป็นความจริง

ให้ตายเถอะ..ฉันไม่เคยคิดเคยฝันว่าบนโลกนี้จะมีดาวแบบนี้อยู่จริงๆ ด้วยซ้ำไป

“ตื้นตันเลยสิ” ไซเรนเอ่ยขึ้นพลางเอาแขนมาโอบรอบคอฉันเหมือนที่ชอบทำ

“แหงสิ” ฉันตอบกลับเงียบๆ แต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างหุบไม่ได้ “มันเป็นอะไรที่วิเศษมากเลยล่ะ”

“ฉันก็เพิ่งเคยเห็นแบบนี้ครั้งแรกเหมือนกัน” ไซเรนหันมามองหน้าฉัน “และถือว่าฉันโชคดีมากที่คนที่ยืนข้างๆ ฉันตอนนี้คือเธอ”

“ยี้! เลี่ยนชะมัด แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนมิทราบ” ฉันยิ้มมุมปากพลางหันไปมองเขาหาคำตอบ

นานๆ ทีตาบ้านี่จะพูดจาหวานเลี่ยนเป็นเจ้าหญิง ไม่แปลกใจก็ให้มันรู้กันไปสิ!

“เกี่ยวดิ ได้เห็นอะไรสวยๆ แบบนี้ครั้งแรกกับเมียในคืนฮันนีมูน ชีวิตโคตรซัคเซสเลยว่ะ” ไซเรนพูดไปยิ้มถูกใจเหมือนกำลังเล่นสนุกอะไรสักอย่างอยู่ในขณะที่ฉันทำได้แค่เบะปากหมั่นไส้อยู่ข้างๆ เขาเท่านั้น

เราเงียบกันไปสักพัก ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่ในหัวของฉันมันมีเรื่องราวของเราที่ผ่านมาด้วยกันมากมายแล่นไปมาเหมือนหนังที่ฉายแล้วฉายอีก มันทั้งเศร้า ทั้งสนุก ทั้งน่าขัน รวมไปถึงมีความสุข มันทำให้ฉันยิ้มออกมาแล้วเอ่ยอะไรบางอย่างจากที่นิ่งอยู่นาน

“ถ้างั้นก็อยู่ดูอะไรแบบนี้ด้วยกันนานๆ ดิ” ฉันพูดขึ้นลอยๆ พลางอมยิ้ม “ถ้ามันดีจริงจนทำให้ชีวิตเหมือนซัคเซสไปแล้วครึ่งนึงได้ ก็มาด้วยกันทุกปี ปีละครั้งก็ได้ ยืนมองมันแบบนี้ที่นี่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงยืน”

“หึ..” ไซเรนหันมาสบตาฉันที่หันไปหาเขาพอดี ก่อนจะพูดออกมา “จนกว่าตาจะมองไม่เห็นเลยยังได้”

“สัญญา?” ฉันเลิกคิ้วขึ้นพร้อมยิ้มที่มุมปากเลื่อนมือชูนิ้วก้อยไปตรงหน้าเขา

“แน่นอน” ไซเรนเกี่ยวก้อยพร้อมจ้องเข้ามาที่นัยน์ตาฉันอย่างแน่วแน่ ในนั้นมีแววความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม

เพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้ฉันเลือกที่จะเชื่อเขา ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันจนตอนนี้ ต้องขอบคุณมันล่ะนะ...ที่ทำให้ฉันได้มีความสุขอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 Talk w/ddm. 

ฮู้ย! กว่าดดม.จะมาอัพได้เนาะ! (นั่นคือสิ่งที่รีดเดอร์คิดมาตลอด..)
ก่อนอื่นต้องขอโทษและขอบคุณมากๆ เลยค่ะผู้อ่านที่น่ารักทั้งหลายที่อ่านมาถึงตรงนี้ ฮรึก!
เพราะนั่นหมายความว่าคุณต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากมายกว่าจะรออิไรท์มาอัพได้..
แต่ตอนนี้กลับมาแล้วล่ะค่ะ เนื่องจากวันนี้เกรดออกตัวแรกด้วย ลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียว แฮร่
ยังไงก็เมอร์รี่คริสต์มาสแอนด์แฮปปี้นิวเยียร์นะคะทุกคน! (มันเลยมาจะอาทิตย์แล้วจ้ะหล่อน!)
ขอให้ปี 2016 นี่เป็นปีแห่งความสุขของทุกๆ คนนะคะ แล้วก็ต้องเป็นปีแห่งความสุขของพี่วูล์ฟด้วย!
นั่นเพราะดดม.จะรีบปิดดีลแล้วเปิดนรมต.แล้วค่ะทุกคน! (หลังจากที่ดองเค็มมานาน)
เพราะความทนไม่ไหวนั่นเองค่ะ เข้าหน้าเว็บที่ไรใจสั่นทู้กที! อยากจะเปิดอยากจะลงแต่ทำไม่ได้เพราะดีลค้ำคอ
มีไซเรนกับมิลินท์ยืนคาดโทษอยู่ไกลๆ แฮร่.. ยังไงก็เจอกันที่่ตอนพิเศษตอนสุดท้ายของเด็กๆ ที่น่ารักของดีลนะคะ
แล้วมาเจอดดม.ได้ในนรมต.ค่ะ (มิวายโปรโมตอีก ฮ่าา)

สวัสดีค่ะ!




[WolfxSilvia]
"บางที...สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันในตอนนี้อาจเป็นบทลงโทษสำหรับคนบาปอย่างฉันก็ได้" - Silvia





 
(c)  Porcelain theme

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

463 ความคิดเห็น

  1. #452 _KYARAMERIC_ (@wanarin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 16:42
    เค้ายังรออยู่เน่อ
    #452
    0
  2. #451 Leehwasoon (@leehwasoon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 02:54
    ไรท์หายนานจุงง
    #451
    0
  3. #450 Ning-sasipa (@Ning-sasipa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 17:08
    เค้า รอยู่น้าาาาา
    #450
    0
  4. #449 washio (@27102544) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 08:59
    ต่อเร้วนะค้ารอ.... ^^
    #449
    0
  5. #448 Ning-sasipa (@Ning-sasipa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 18:24
    น่าร้ากกกกกกก
    #448
    0
  6. #443 dreamerpia (@rapeepun-pia21) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 22:03
    หื่นได้ทุกที่5555
    #443
    0
  7. วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 16:36
    อยากฟิน รีบมาต่ออ
    #442
    0
  8. #441 i-hara (@orisas90) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 00:45
    ไซเรนยิ่งแต่ง ยิ่งหื่น
    #441
    0
  9. วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 17:48
    55555น่ารัหดี
    #440
    0
  10. วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 17:39
    ร้องไห้แปป จะจบแล้วว. รอเรื่องใหม่นะคะไรท์
    #439
    0
  11. #438 Saowanee O (@saowanee42493) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 17:09
    น่ารักอ่าาาา><อ่านเเล้วเขินนน
    #438
    0
  12. #437 kung0824845335 (@kung0824845335) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 16:41
    น่าร้ากกกกโอ้ยย ขอไซเรนสักคืน 555
    #437
    0
  13. #436 iamjanee (@myjanenee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 15:52
    ไซเรนนี้หื่นไปอีกกก
    #436
    0
  14. #435 iamjanee (@myjanenee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 15:52
    ต่อด่วนนๆๆๆๆๆๆๆ
    #435
    0
  15. #434 iamjanee (@myjanenee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 15:52
    มาด่วนนนนนๆๆๆๆ
    #434
    0
  16. #433 SiriyakornMuangchan (@siriyakorneye) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 15:01
    น่ารักกกก
    #433
    0