[SEVENTEEN] Lolliblossom

ตอนที่ 2 : (OS)ท้องฟ้าในยามกลางวัน | wonhui

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

ท้องฟ้าในยามกลางวัน

 

 

 





 

ได้คุกกี้นี่อีกแล้วหรอวะ     ชายเจ้าของผิวเข้มเดินมาทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามคนที่พึ่งเอ่ยถามออกไป ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือมาหยิบถุงคุกกี้ออกมาแกะหน้าตาเฉย

กูว่านะมึงไปตามหาตัวคนให้คุกกี้นี่แล้วคบกันเหอะว่ะ เคี้ยวจนแก้มตุ่ยมองหน้าเจ้าของคุกกี้ช็อกโกแลตที่หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง หน้าตานิ่งเฉยดูไร้อารมณ์ภายใต้กรอบแว่นหนาไม่ได้ทำให้เจ้าตัวดูหล่อน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

กูคงไม่เหมาะกับใครหรอก               

            เขาพูดขณะที่ยังไม่ละสายตาจากวิวทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่าง หากแต่ในความเป็นจริงถ้าลองมองลงมาจากทางหน้าต่างบานนี้จะเห็นกลุ่มนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นบาสเกตบอลอยู่ที่สนามกลางแจ้ง โดยมีเหล่านักเรียนหญิงมากมายคอยส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างสนาม

            ชายหนุ่มที่สูงที่สุดในกลุ่มยิ้มบางเมื่อมีเด็กนักเรียนหญิงผมสีน้ำตาลไหม้เดินถือขวดน้ำเย็นมาให้ เธอดูเคอะเขินไม่น้อยแต่ก็ทำใจกล้ายื่นมันไปให้อีกคน

รอยยิ้มดั่งท้องฟ้าในยามกลางวัน

สดใส

และสวยงาม

             เขาแค่นยิ้มออกมาให้กับภาพตรงหน้าก่อนเบือนสายตากลับมามองเพื่อนสนิทที่นั่งกินคุกกี้ของเขาจนหมดในชั่วพริบตา เขาอึ้งไปเล็กน้อยที่เห็นอีกคนกินคุกกี้ถุงใหญ่คนเดียวจนหมดในเวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีนี้

ช่างตะกละเสียจริง

              เออมึง จะใกล้งานปัจฉิมแล้วแล้วไม่คิดจะบอกเค้าหน่อยหรอวะ  อีกคนส่ายหน้า

              นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายเลยนะ  คนโดนถามนิ่งเงียบดันแว่นขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบออกไป

              อยู่ตรงนี้ก็สบายดี

        พ่อพระเสียจริง  ชายผิวเข้มยิ้มขันต่อให้บังคบให้ตายยังไง หากเจ้าตัวไม่ต้องการที่จะทำก็คงไปฝืนใจอะไรไม่ได้

 



เขาไม่คิดว่าวันนี้ตัวเองจะตื่นสายและดันเกิดเหตุบนท้องถนนส่งผลให้รถติดนานนับชั่วโมง จากที่เคยถึงโรงเรียนเป็นคนแรกๆตอนนี้เค้ากลับกลายเป็นคนสุดท้ายก่อนที่ประตูจะปิด

เจ้าของขายาวเร่งฝีเท้าให้ทันประตูเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลจากไรผมด้านหน้าลงตามกรอบใบหน้าหล่อ เจ้าตัวเพียงปัดมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะวิ่งต่อไป

เขาล่ะเกลียดเหงื่อเหนียวๆพวกนี้ที่สุด

แม้ว่าอากาศในวันนี้จะไม่ร้อนมากนักแต่จากการวิ่งด้วยระยะทางที่มากพอจะทำให้เหงื่อไหลก็ทำให้หงุดหงิดได้ไม่น้อย เขากัดปากตัวเองขณะวิ่งเลี้ยวโค้งจนไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้ชายอีกคนวิ่งตรงมาทางนี้เช่นเดียวกัน

เพราะต่างคนต่างรีบแม้ว่าประตูจะอยู่ไม่ไกลเลยทำให้ทั้งสองชนกัน เหมือนโลกจะหมุนเล็กน้อยแต่เจ้าของขายาวภายใต้กางเกงนักเรียนขาสั้นสีเข้มก็สามารถทรงตัวไม่ให้ล้มได้ ผิดกับอีกคนที่ล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างจังจนหน้าสั่น นึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่ทันได้ระวังก่อนมือใหญ่ตรงหน้าจะยื่นมาหมายจะช่วย

ขอโทษครับ/ขอโทษครับ   ทั้งสองมองหน้ากันก่อนคนที่โดนฉุดให้ลุกขึ้นจะหลบสายตามองไปยังท้องถนนที่มีรถแล่นผ่าน

วะวอนอู

จุน

คือเราขอโทษนะที่ชนนาย เป็นอะไรมากหรือเปล่า  จุนสบสายตากับอีกฝ่ายเพื่อเช็คสภาพร่างกายว่ามีส่วนไหนที่บาดเจ็บบ้าง

เราไม่เป็นอะไร จุนล่ะ

เอ่อ มะไม่เป็นอะไรแค่เจ็บก้นนิดหน่อยแต่เดี๋ยวก็หาย  จุนทำหน้าแหยเล็กน้อยปัดฝุ่นตามเสื้อและกางเกงตัวเองไปมา

งั้นรีบเข้าโรงเรียนเถอะ

วอนอูมองจุนด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วเดินนำอีกคนเข้าโรงเรียนไปไม่คิดที่จะหันมาคุยกันอีก จุนมองแผ่นหลังกว้างนั้นพลางถอนหายใจให้กับตัวเอง หางตาตกเหมือนลูกแมวตัวน้อยโดนเอามาทิ้งไม่มีผิดอีกทั้งดวงตาสีใสยังแสดงความเสียใจและน้อยใจออกมาอย่างไม่คิดที่จะปิดบัง

 

 

 

อีกสองวันก็จะถึงวันปัจฉิมหรือวันจบการศึกษาของเด็กนักเรียนชั้นม.6 ทุกคนต่างดูคึกคักกับการเตรียมงานในครั้งนี้ จะมีก็แต่วอนอูที่ไม่ได้รู้สึกดีกับงานในครั้งนี้เลยแม่แต่น้อย

นั่งเป็นหมาหงอยอีกแล้ว   เพื่อนตัวดีในวันนี้ก็ยังคงก่อกวนเขาไม่เลิกวอนอูได้แต่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่อีกฝ่ายแล้วหันหน้านี้

วันนี้มีคุกกี้มั้ย    วอนอูพยักหน้าบุ้ยปากไปยังคุกกี้ช็อกโกแลตที่เก้าอี้ข้างๆ เพื่อนผิวเข้มไม่รอช้าหยิบมันขึ้นมาแกะและโยนใส่ปากทันที

ไม่คิดจะลองกินสักหน่อยหรอวะ      เขาส่ายหน้าเป็นคำตอบเพราะด้วยเป็นคนที่ไม่ชอบของหวานอยู่แล้วแถมยังเป็นขนมที่ไม่รู้แหล่งที่มาอีกเขายิ่งไม่ชอบกิน

เดี๋ยวมึงจะไม่ได้กินอีกแล้วนะเว้ย    เหมือนพูดกับกำแพงวอนอูไม่แม้แต่จะตอบสักนิด สายตายังคงจดจ้องไปที่นอกหน้าต่าง

กลุ่มนักเรียนชายเล่นบาสเกตบอลกับนักเรียนหญิงยืนเชียร์อยู่ข้างสนามเหมือนภาพฉายซ้ำในทุกๆวัน เขายังคงเห็นภาพนั้นอยู่เสมอหากแต่วันนี้กลับไม่เหมือนเดิม

ชายหนุ่มร่างสูงล้มลงไปกองกับพื้นโก่งคอไออย่างรุนแรงจนนักเรียนแถวนั้นต่างพากันตื่นตกใจก่อนที่เพื่อนในกลุ่มจะช่วยกันพยุงและพาไปห้องพยาบาล วอนอูผุดลุกอย่างลืมตัวจนเพื่อนผิวเข้มเอ่ยถามอย่างสงสัย

มีอะไรวะ   เขาชะเง้อมองลงไป

นั่นมันจุนนี่หว่า จะเป็นอะไรรึเปล่าวะ   บ่นงึมงำออกมาแล้วก็ต้องตกใจที่เห็นวอนอูจู่ๆก็พรวดพราดออกจากห้องเรียนไปทันที ไม่รู้ทำไมแต่วอนอูรู้แค่เพียงว่าเขาต้องไปหาจุนตอนนี้

เหมือนมีลางสังหรณ์

ว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก




ตอนนี้ถึงเวลาเรียนแล้วบริเวณห้องพยาบาลจึงเงียบสงัดไม่มีคนพลุ่กพล่านเหมือนเมื่อตอนกลางวัน วอนอูผลักบานประตูเข้าไปเบาๆสอดส่องมองหาคนที่ทำให้เขาต้องรีบวิ่งมาที่นี่

เพราะผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทวอนอูจึงเห็นจุนนอนอยู่บนเตียงตัวสุดท้ายติดกับผนังห้อง เขาเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายช้าๆและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเกรงว่าจะรบกวนนักเรียนคนอื่นที่อยู่ในนี้

วอนอูหยุดยืนอยู่ข้างเตียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงถูกส่งออกมาให้คนที่กำลังหลับใหล เขาไล้มือไปมาตามโครงหน้าสวยของอีกคนอย่างทะนุถนอม ใบหน้าที่เขาชอบมองตอนอีกคนกำลังยิ้มมันทำให้เขามีความสุขและทุกๆอย่างของคนๆนี้ก็ทำให้เขาตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วอนอูก้มหน้าลงไปช้าๆกดจูบลงบนเส้นผมสีน้ำตาลคาราเมลนุ่มแผ่วเบาไล้ลงมาที่หน้าผากเนียน หัวคิ้วทั้งสองข้าง ปลายจมูกโด่งกลมมน และริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่เขาชอบคิดในใจว่ามันสวยงามทุกครั้งที่อยู่กับคนๆนี้ก่อนจะหยุดที่ปลายคางเรียว

ผละออกมาอย่างน่าเสียดายที่เวลาของเขากับคนตรงหน้านี้จะต้องหมดลงราวกับว่าไม่มีทางได้มาบรรจบกันได้อีก หยาดน้ำตาใสร่วงหล่นจากดวงตาคมแล้วหายไปเมื่อเจ้าตัวปัดมันออก

ฉันจะจดจำนายไว้เสมอนะมุนจุนฮวี

 

 

 

 

ในที่สุดวันปัจฉิมก็มาถึงนักเรียนทั้งชายหญิงต่างพากันหอบหิ้วดอกไม้ช่อโตกับกล่องของขวัญต่างๆมากมายทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ดูพะรุงพะรังเพื่อจะนำมามอบให้กับพี่ม.6ในวันนี้ แต่คงไม่นับวอนอูที่ไม่มีของพวกนี้เลยแม่แต่ชิ้นเดียว

                มึงไม่คิดจะเอาอะไรมาเลยหรอวะวอนอู          เพื่อนผิวเข้มบ่นออกมาอย่างเนืองๆ

                กูไม่มีอะไรจะให้ใคร           เจ้าตัวยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจะเอาอะไรกับคนที่ดูไร้ตัวตนในโรงเรียนนี้ หากไม่มีเพื่อนผิวเข้มที่ยังพอคบเป็นเพื่อนได้เขาก็ไม่มีใครอีกแล้วนอกจาก

                คนที่เป็นเสมือนท้องฟ้าในยามกลางวัน

                ผ่านมาครึ่งวันแล้วท้องฟ้าในยามกลาวันก็ไม่แม้แต่จะออกมาให้เห็นจนทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด อย่างน้อยวันนี้ก็อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้มีความสุข

                แต่คงเป็นความสุขที่มีแต่ความเจ็บปวด             

วันนี้จุนไม่มาหรอวะ เห็นสาวๆบ่นถึงกันใหญ่ เหมือนพูดกับกำแพงอย่างเช่นเคย

วันนี้ยังมีคุกกี้มั้ยวะ   และคำถามเดิมๆของอีกฝ่ายก็ทำให้วอนอูหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม

อยู่ตรงนั้น

.นึกว่าวันนี้จะไม่มีสะอีก แต่วันนี้กูอิ่มพอดีเอาเป็นว่ากูไม่กินละกันนะ

ตกเย็นท้องฟ้ากลางวันที่วอนอูเฝ้ามองหาก็ไม่ปรากฏให้เห็น เขาเลยจะเตรียมตัวกลับบ้านแต่จู่ๆก็มีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรุ่นน้องเดินมาดักหน้าไว้

มีอะไรหรือเปล่าครับ          เขาถามออกไปเพราะจำได้ว่าเธอเป็นคนเดียวกับที่เอาน้ำดื่มไปให้จุนเมื่อหลายวันก่อน

คือพี่จุนเค้าฝากมาให้พี่อ่ะค่ะ           ว่าแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็หันไปหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้

อย่างจุนเนี่ยนะจะเอามาให้เขา

ขอตัวก่อนนะคะ เธอยิ้มบางแล้วเดินออกจากห้องไป วอนอูเก็บซองจดหมายลงกระเป๋าก่อนจะเหลือบไปเห็นถุงคุกกี้ช็อกโกแลตที่ยังไม่ถูกแตะวางอยู่บนโต๊ะ ถ้าจะให้ทิ้งก็คงเสียดายเอาไปฝากน้องสาวน่าจะดีกว่า มือใหญ่เอื้อมมาหยิบมันเข้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป

 

 

 

เมื่อถึงบ้านชายหนุ่มก็รีบสาวเท้าขึ้นห้องไปไม่ลืมที่จะหยิบเอาคุกกี้ช็อกโกแลตให้น้องสาวแสนน่ารัก วอนอูนั่งลงบนเตียงนุ่มทิ้งของทุกอย่างแล้วหยิบเอาซองจดหมายสีขาวขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด ลายมือคู่สวยที่จรดปากกาลงบนกระดาษแผ่นนี้ทำให้เขาคิดถึงมากเลยเกิน

วอนอูจับกระดาษแผ่นนั้นแผ่วเบาเกรงว่าจะเผลอทำยับดวงตาคมไล่อ่านลายมือสวยอย่างช้าๆและเนิ่นนานโดยไม่ทันได้ตั้งตัว หยาดน้ำตาใสก็ได้ไหลลงมาไม่หยุดเขาไม่คิดจะปัดมันออกยังคงสะอื้นออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่ออ่านมันจนจบ

เจ้าตัวปล่อยให้แผ่นกระดาษนั้นร่วงหล่นลงที่พื้นรีบวิ่งลงไปชั้นล่างหยิบเอาถาดคุกกี้ที่แม่ของเขาเทออกมาไว้ให้น้องสาวกินจนเหลือเพียงแค่ชิ้นเดียวที่แตกหักกับเศษที่ยังคงหลงเหลืออยู่

วอนอูเอามันขึ้นมาแนบอกแล้ววิ่งขึ้นห้องของตัวเองไปในขณะที่น้ำตายังคงไหลอยู่ เขาหยิบทุกชิ้นที่เหลืออยู่เอาเข้าปากตนเองจนสำลักแต่คงไม่เท่ากับใจเขาที่กำลังปวดหนึบ

 

วอนอู เราจุนนะนายรู้มั้ยว่ากระดาษแผ่นนี้กว่าเราจะเขียนมันออกมาได้เราต้องทำใจนานมากเลยนะ แต่เราก็หยิบมันขึ้นมาเขียนจนได้เมื่อเรานึกถึงวอนอู จำได้มั้ยว่าเมื่อก่อนเราเคยเป็นเพื่อนสนิทกันแต่เราจำได้แม่นเลยนะ

วอนอูเป็นเพื่อนคนแรกของเราในโรงเรียนนี้ เรามีความสุขมากตลอดระยะเวลาที่ได้เป็นเพื่อนกับวอนอู อ่าเรามีความจริงที่ยังไม่ได้บอกด้วยแหละ คือเราน่ะแอบชอบวอนอูมาตั้งแต่วันแรกเลยรู้ตัวมั้ย วันแรกที่เรารู้จักกันนายกล้าหาญมากเลยนะ แล้วก็นิสัยดีมากๆด้วย ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือเราเสมอนะ

เราเสียใจมากๆเลยตอนที่จู่ๆวอนอูก็เปลี่ยนไป ทำไมนายถึงไม่เล่นกับเราแล้วก็ไม่คุยกับเราล่ะมันเศร้านะ เรารู้ว่าวอนอูคงมีเหตุผลแต่อย่าโกรธหรือเกลียดเราเลยนะ ถ้าเราทำอะไรให้วอนอูโกรธหรือเสียใจเราต้องขอโทษจริงๆนะ 

ตอนแรกเราคิดว่าเราทำใจได้แล้วนะแต่พอได้เห็นหน้านวอนอูทีไรก็รู้ตัวแหละว่าคงทำไมได้ ตลกใช่มั้ยละ เรายังอยากกลับไปคุยกับวอนอูเหมือนเดิมนะคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ แล้วก็เราป่วยนะป่วยมานานแล้วแต่คิดว่าวอนอูคงไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่เราเลยไม่ได้บอก

หมอบอกว่าโรคที่เราเป็นหายากมากและน้อยคนที่จะเป็นไม่รู้ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ แต่เราก็อยากรักษาให้หายแล้วไปเจอกับวอนอูทุกวัน เหมือนคนบ้าเลยเนอะที่คิดแบบนี้ เราเหนื่อยนะแต่ว่าต่อไปนี้ก็จะไม่เหนื่อยอีกแล้ว ถึงแม่ว่าวอนอูจะไม่ได้รู้สึกเหมือนกันกับเราแต่เรารักและคิดถึงวอนอูเสมอนะ

ถ้าได้อ่านจดหมายแผ่นนี้แล้วเราก็คงไม่อยู่แล้วนะ ว่าจะไปเที่ยวเล่นบนท้องฟ้าสักหน่อยน่าจะสนุกดี หมอบอกว่าเราอดทนมากเลยที่อยู่ได้จนถึงตอนนี้แต่หากได้อยู่กับวอนอูตลอดไปคงจะดีกว่านี้แน่ๆ

แล้วก็คุ้กกี้ที่เราทำไปให้อร่อยมั้ยเราตั้งใจทำมากๆเลยนะลองตั้งหลายรอบกว่าจะโอเค ถึงจะรู้ว่าวอนอูไม่ชอบของหวานแต่ก็อยากให้ลองเปิดใจแล้วชิมมันดูสักนิด อย่างน้อยมันอาจจะทำให้วอนอูนึกถึงเราได้บ้าง ต่อไปนี้ยังไงก็ดูและตัวเองดีๆนะเจอแต่คนดีๆถ้าทุกข์ใจอะไรมองไปหาเราบนฟ้าได้นะเผื่อจะสบายใจขึ้นบ้าง เราจะต้องคิดถึงวอนอูมากแน่ๆเลย

 

 

รักและคิดถึงเสมอ

เพื่อนคนแรกและคนรักคนแรก

มุนจุนฮวี

 

 

 

 

 

 

-END-







TALK

อยู่ๆก็อยากเขียนคู่นี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 shernshu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 20:00
    เศร้าจัง
    #5
    0
  2. #4 SindyP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 17:06
    ฮื่อออ พิจุนนน ทำไมต้องจากไปแบบนี้ แงง้
    #4
    0