[SEVENTEEN] Lolliblossom

ตอนที่ 1 : (OS) My I | gyuboo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

MY I




18.00 p.m.


     “ย่าห์! มินกยูฮยอง ตั้งใจซ้อมให้มันดีกว่านี้ได้มั้ย” 

     เจ้าของใบหน้ากลมแสนน่ารักหันไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ที่พื้นพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ดวงตาสีดำใสกรอกไปมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งนิ่งๆไม่สนใจเสียงตนเลยสักนิด

     “เร็วๆ ผมจะไปหาอะไรกินแล้ว”

     “ซึงกวานอา พรุ่งนี้ค่อยซ้อมต่อไม่ได้หรอ”

     “ไม่ได้ ลุกมาซ้อมเดี๋ยวนี้เลยนะ”

     “แต่วันนี้ฮยองเหนื่อยมากเลยนะ” 

     หน้าตาหงอๆของอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะทำให้ซึงกวานใจอ่อน อีกทั้งรูปร่างสูงใหญ่อยู่แล้วยิ่งทำให้อีกคนดูน่าหมั่นไส้มากกว่าน่าสงสาร

     “ผมก็เหนื่อยเหมือนกันนั่นแหละไอฮยองโตแต่ตัว ลุก!”  

     ซึงกวานเดินเข้าไปฉุดแขนมินกยูให้ลุกขึ้นก่อนจะดึงให้ขยับเข้ามาอยู่หน้ากระจกตรงกลางห้อง เขาเดินไปหยิบเชือกผ้าสีขาวยื่นให้อีกฝ่ายพร้อมกับเปิดเพลง


안개 속 흐릿하지만 그 속에 누군가 있어
날 느끼듯 익숙하지만 달라 달라 달라
오란 건지 가란 건지 흔드는 손은
무슨 뜻일까 tell me about it
ท่ามกลางเมฆหมอกที่มืดมัว มีบางคนอยู่ในนั้น
กับความรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ผมคุ้นเคย แต่ก็รู้สึกว่างยังแตกต่าง
นานแล้วหรือยัง ว่ายังไงล่ะ มือที่กำลังสั่นสะท้าน
มันหมายความว่ายังไง บอกผมมาเถอะ


     เชือกผ้าสีขาวที่ทั้งสองคนนำมาใช้ประกอบการเต้นสะบัดไปมาตามท่วงท่า สายตาจริงจังของมินกยูถูกส่งมาให้ซึงกวานทำให้คนน้องสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยังเต้นต่อไป การหมุนตัวพร้อมกับใช้เชือกผ้ายิ่งทำให้การเต้นของทั้งสองดูน่ามอง ร่างสูงใหญ่ของมินกยูขยับไปมาอย่างคล่องแคล่วแลดูแข็งแกร่งอยู่ในทีนั้นกลับยิ่งส่งเสริมให้เขาดูเซ็กซี่มากกว่าเดิม 

     เจ้าตัวสะบัดผ้าไปมาพร้อมกับเต้นไปด้วยท่าทางที่มากไปด้วยเสน่ห์ ฝ่ายคนน้องที่เห็นคนเป็นพี่อยู่ๆก็ตั้งใจซ้อมจากที่เมื่อกี้ยังนั่งหน้าหงอขอให้เลิกซ้อมก็เต้นให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น สายตาเชือดเฉือนของทั้งสองที่ต้องการเอาชนะส่งผลให้เพลงเพลงนี้ดูร้อนแรงมากขึ้นเป็นเท่าตัว


시간 지나서 너를 만나면
I'll know uh  (넌 나의 미래였다)  I'll know uh  (난 너의 어제였다)
시간 지나서 너를 만나면
I'll know uh  (네가 날 지켜줬다)  I'll know uh  (난 너를 갈망했다)
My I

ถ้าเราได้เจอกันอีกครั้ง
ผมว่าผมรู้นะ(ว่าคุณคืออนาคตของผม) ผมรู้(ว่าผมคืออดีตของคุณ)
ถ้าเราได้เจอกันอีกครั้งหนึ่ง
ผมรู้นะ(ว่าคุณปกป้องผมอยู่) ผมรู้(ว่าผมต้องการคุณ)
ตัวผมเอง

     
     “จะเอาแบบนี้ใช่มั้ยฮยอง” 

     “…”   มินกยูไม่ตอบแต่ยิ้มกว้างออกมา

     แม้เหงื่อเม็ดใหญ่จะไหลลงมาตามใบหน้าก็หาใช่อุปสรรคไม่ พวกเขายังคงไม่หยุดเต้นจนกว่าจะจบเพลงสองสายตาประสานกัน แรงอารมณ์ที่ต้องการเอาชนะและไม่ยอมกันกำลังทำให้พวกเขาขาดสติ


눈을 감아볼 때 숨을 쉬어 볼 때
내가 나를 속이지 않으면
방황하거나 슬퍼하지 않아
เมื่อผมหลับตาลง เมื่อคุณกระซิบเข้ามา
ถ้าผมไม่ได้หลอกตัวเองอยู่
ว่าผมไม่ได้เสียใจหรือเคว้งคว้างอยู่


     ท่านี้ควรจะเป็นท่าที่ซึงกวานต้องก้มตัวลงเหยียบเชือกแล้วดึงให้อีกฝ่ายหันหน้ามาแต่เขากลับไม่ได้ทำแบบนั้น ซึงกวานทิ้งตัวลงไปนั่งที่พื้นพร้อมกับกระชากเชือกผ้าที่ผูกติดกับข้อมือคนเป็นพี่เข้าหาตัวอย่างแรง จนอีกฝ่ายที่ไม่ทันได้ตั้งตัวล้มลงมาคร่อมซึงกวานไว้

“คิดว่าจบเพลงนี้ใครจะชนะ”

“แน่นอนว่าต้องเป็นฉัน บูซึงกวาน”

     เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูของซึงกวาน มินกยูไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันทีแต่กลับโน้มตัวลงเข้าไปหาให้ใบหน้าใกล้กับคนเป็นน้องมากขึ้นลมหายอุ่นร้อนเป่ารดกันไปมาชวนให้รู้สึกขนลุกทั้งๆที่ไม่ได้หนาว มินกยูทิ้งจังหวะไว้ชั่วครู่ก่อนจะก้มลงไปกระซิบชิดติดใบหูแล้วงับมันเบาๆเป็นการหยอกล้อ

     ซึงกวานเอียงใบหน้าหนีอย่างหัวเสียผลักอกคนเป็นพี่ออกไปเต็มแรงส่งผลให้ร่างสูงเซเล็กน้อยแต่ก็ยังสามารถพยุงตัวได้ ซึงกวานเกือบจะหลุดคำด่าให้อีกฝ่ายถ้าไม่ติดที่ว่าเห็นมินกยูเอาแต่ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์มองตรงมาที่เขา กระดุมสองเม็ดบนถูกปลดออกไปตอนไหนไม่รู้  

     ซึงกวานคิดผิดที่ดันใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางมาซ้อมในวันนี้เขาทำท่าจะติดมันกลับไปแต่อีกคนคงไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น มินกยูกระตุกเชือกที่ข้อมืออย่างแรงด้วยความตั้งใจจากแรงกระชากจึงทำให้ซึงกวานที่ไม่ทันได้ยั้งตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาพอดี

     “ครั้งนี้ฉันชนะ”

     “มั่นใจหรอฮยอง”

     “แน่นอนว่ามั่นใจ”
     
     มินกยูกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้งกระชับกอดซึงกวานแน่นจนคนเป็นน้องต้องดิ้นไปมาทั้งๆที่รู้ว่ายังไงก็ไม่สามารถหลุดออกไปได้ตราบใดที่อีกคนยังรัดตัวเขาไว้แน่นขนาดนี้ หน้าอกแน่นหนัดภายใต้เสื้อกล้ามสีขาวเปียกซกจากเหงื่อไคลตรงหน้าดึงดูดให้ซึงกวานต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างสูง

     “อย่ามั่นใจนักเลย”

     “…”

     “ถ้าผิดหวังขึ้นมามันจะเจ็บเอานะ”

     ซึงกวานกดยิ้มที่มุมปากปัดมือใหญ่ออกจากเอวก่อนใช้นิ้วมือของตนไล้ตามตัวของอีกฝ่ายตั้งแต่โคนขาขึ้นมาเรื่อยๆอย่างช้าๆโดยที่สายตายังจับจ้องดวงตาสีน้ำตาลเข้มไม่ห่าง เขายิ้มเมื่อเห็นมินกยูกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เมื่อไล้มือมาจนถึงปลายคางมนซึงกวานก็จับให้อีกฝ่ายหันหน้าไปมาเบาๆแล้วล็อคไว้แน่
     
     “ผมปลอบคนไม่เป็นด้วยนี่สิ”       เขามองคนเป็นพี่ตาเชื่อมแตะนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากหนาพลางดันขึ้นเล็กน้อยให้เผยอออกก่อนจะเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าเข้าไปใกล้

     มินกยูรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่พาดผ่านปลายคางและปลายจมูกของคนตัวเล็กกว่าก็พานให้ใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ตาเบิกกว้างเมื่อซึงกวานก้มหน้าลงมาใกล้ยิ่งกว่าเดิมแต่ก็ยังพอเหลือช่องว่างให้เขาได้หายใจหายคอ

     “หนึ่งศูนย์ผมชนะ” 

     พูดจบซึงกวานก็ก้มลงแตะริมฝีปากเข้ากับนิ้วชี้ของตนเองแล้วยิ้มกว้างออกมาก่อนจะเดินหนีออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงคนพี่ที่ได้แต่ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูกพร้อมๆกับดนตรีนั้นจบลงพอดี



คงจะจริงอย่างที่ซึงกวานพูด



1-0



เขาแพ้จริงๆ








-END-







TALK

เนื่องจากงานกะรัตแลนด์เลยทำให้เราอยากลองเขียนคู่นี้ อาจจะเขียนแปลกๆไปบ้างก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #3 SindyP (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 17:01
    ร้ายมากซึงกว๊านนนนน
    #3
    0
  2. #2 wingkirino (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 07:15

    เเกล้งพี่เค้าเก่ง ระตัวไว้นะบูซึงกวาน555

    #2
    0
  3. #1 oloz0096 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:20

    ไอคนน้องร้ายมาก แงงงงง ถ้าเป็นมินกยูอยากจะจับมาตี

    #1
    0