c o m p e n s a t e

ตอนที่ 61 : c h a n o n #22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 716 ครั้ง
    28 ก.พ. 63



              ก็แค่คนยืนกอดกัน

              อากัปกิริยาที่รวบคนคนหนึ่งไว้ในอกด้วยสองแขนนั้นเรียกเป็นอย่างอื่นได้อีกไหม ชานนท์มองภาพตรงหน้าเหมือนคนบื้อใบ้ ยิ่งตอนที่นายภาคินกดปลายคางลงเหนือศีรษะคนตัวเล็กกว่าย้ำ ๆ สมองเขาก็ยิ่งอืดเอื่อยเชื่องช้า แค่ให้ละสายตาจากจุดนั้นก็ยังทำได้อย่างยากเย็น

มือที่ทิ้งลงข้างตัวสั่นเล็กน้อย

              ในช่องท้องปั่นป่วน

              ในอกก็มีไอเย็นสายหนึ่งปะทุขึ้นลงจนต้องอ้าปากเพื่อให้ความรุนแรงมันคลายออกมากับลมหายใจ เขากลับหลังหัน ก้าวยาว ๆ พาตัวเองออกมาจากตรงนั้น ทิ้งเสียงจอแจและความวุ่นวายทั้งหมดไว้ด้านหลัง เมื่อเปิดประตูขึ้นมานั่งในห้องโดยสารอันอบอ้าวอารมณ์เขาก็ยิ่งดิ่งลงเหว

 

เอี๊ยด!!!

 

แสงไฟจากรถคันหนึ่งสาดปะทะใบหน้า

ชานนท์สะดุ้งเฮือก

มองไปรอบตัวแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าเขายังอยู่ในลานจอดรถอันอบอ้าว

ขวัญอ่อน

ขลาดกลัวอย่างไร้สติ

เขาแม่งโคตรเกลียดตัวเองตอนนี้

ไม่นานจากนั้นโกมินทร์ก็โทรมาบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงภาคินจะไปช่วยเพื่อนเขาทำงานที่ร้านตามข้ออ้างที่ชานนท์คิดให้ ลูกจ้างสองคนป่วยกะทันหัน วันหยุดลูกค้าแน่นร้าน เขาหาคนไม่ได้แล้วจึงต้องไหว้วานคนใกล้ตัว ภาคินลังเลในตอนแรกแต่เมื่อโกมินทร์ลงทุนขอร้องแถมโน้มน้าวว่าจะพาไปเปิดหูเปิดตาที่ผับคนรู้จักหลังพ้นช่วงงานยุ่ง หลานรหัสที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ตอบรับทันที แน่นอนว่าข้อแลกเปลี่ยนนั้นชานนท์เตรียมไว้ให้ตั้งแต่แรกแล้ว กระทั่งกำหนดเวลาโทรไปขอความช่วยเหลือให้ดูฉุกละหุกที่สุดก็เป็นเขาคนนี้

เอามันไป

ทั้งวันนี้และพรุ่งนี้

 

“น้องบี ไปซื้อของจากไหนมาคะเนี่ย หิ้วพะรุงพะรังมาเลย”

“ของกินทั้งนั้นเลยครับพี่อ้อ ซื้อมาตุน”

“แล้วน้องคินล่ะคะ เมื่อตอนเย็นพี่เห็นแต่งตัวหล่อออกไปก็นึกว่าจะไปหาน้องบีเหมือนทุกที ไม่ได้นัดกันไว้หรอกเหรอคะ”

“คินต้องไปทำธุระอีกทีน่ะครับ”

“ดูสิ ก็เลยต้องแบกของกลับคนเดียวเลย”

“ใช่ครับ ลืมเอาช็อปปิ้งแบ็คไปให้อีกต่างหาก โดนตีไปแล้ว” ผู้หญิงที่ชื่อพี่อ้อหัวเราะร่วน ดูจากการแต่งตัวและทิศทางที่เพิ่งเดินจากมาแล้วเธอน่าจะเป็นพนักงานนิติของคอนโดแห่งนี้ สองฝ่ายคุยกันไม่นานหนึ่งในนั้นก็เดินเข้าลิฟต์โดยสารก่อนฝ่ายที่เหลือจะเดินมายังทิศที่เขานั่งอยู่แล้วผ่านประตูเล็กด้านข้างตึกออกไป เขารอจนตัวเลขสีแดงบนกรอบประตูหยุดนิ่งแล้วจึงกดปุ่ม แทบทันทีทันใดประตูลิฟต์อีกตัวก็เปิดต้อนรับเขา

ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการนี้ไม่นับว่าเข้มงวดแต่ก็ไม่ถึงกับหละหลวม มีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ตรงเค้าเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ประตูเข้าตึกเป็นบานเลื่อนแบบคู่เปิดปิดแบบอัตโนมัติแต่ประตูที่เชื่อมเข้ามาในโซนลิฟต์โดยสารนั้นต้องใช้รหัสผ่านสี่ตัวซึ่งจะเปลี่ยนทุกหนึ่งเดือน ลิฟต์กดได้โดยไม่ต้องใช่รหัสหรือคีย์การ์ด พอถึงชั้นที่เป็นจุดหมายก็เหลือเพียงแค่กดรหัสผ่านเข้าห้อง การหารหัสผ่านเข้าตึกไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาแม้แต่รหัสผ่านประตูบานตรงหน้านี้ถ้าจะเอาทำไมเขาจะหาได้ เขาก็แค่อยากให้เจ้าของห้องเป็นคนเปิดรับเขาเข้าไปเอง

สำหรับครั้งแรก

“ครับ?”

ทั้งเสียง ทั้งแววตาคู่นั้น ยังมีผลกับเขาที่ยืนตรงนี้

ปวดปลาบ หวามไหว ไม่มั่นคง

กี่ครั้งก็ไม่ชินเสียที

“เอาของมาให้”

“ให้ผมหรือครับ?” เขาเพียงแค่พยักหน้า

“ขอเข้าไปก่อนได้ไหม ของในกล่องค่อนข้างหนัก”

“งั้นส่งมาให้ผมเลยก็ได้ครับ”

“มันหนัก” เขาว่าเสียงเข้มขึ้นหลังจากเบี่ยงตัวหลบ อาการวิงเวียนศีรษะจู่โจมอีกระลอกเพราะเคลื่อนไหวเร็วเกินไป เผลอขมวดแน่นยามส่งสายตากำกับให้เจ้าของห้องรีบทำตามคำบอก ท้ายที่สุดจึงได้เดินตามคนตัวเล็กกว่าผ่านชั้นไม้เนื้อแข็งสีเข้มเข้ามายืนอยู่กลางห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง

ความคิดแรกคือห้องนี้โล่งมาก

ด้านซ้ายเป็นประตูสองบาน ด้านขวามีประตูหนึ่งบาน มองตรงไปคือกระจกใสบานใหญ่มีผ้าม่านบดบังฝั่งซ้ายขวาไว้ นอกจากทีวีแบบแขวนผนังหนึ่งเครื่อง โต๊ะกระจกแบบเตี้ยหนึ่งตัว พรมหนึ่งผืนกับหมอนเล็กสองใบ ห้องทั้งห้องก็แทบไม่มีอะไรอีกเลย

ความคิดที่สองคือกลิ่น

กลิ่นหอม

สดชื่นแต่ก็อุ่นอวล

นี่คือห้องที่บริภัทรอาศัยอยู่อย่างนั้นหรือ

“ห้องโปร่งดีนะ”

“ขอโทษนะครับ ผมไม่ค่อยชอบห้องที่มีของเยอะ อีกอย่างห้องนี้ก็ไม่ได้กว้างมากผมเลยใช้เฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น” เขาเลิกคิ้ว สงสัยว่าอีกฝ่ายจะขอโทษทำไมนี่ไม่ใช่เรื่องผิดแต่เมื่อปากเล็ก ๆ นั่นสาธยายต่อเขาถึงเข้าใจว่าเจ้าของห้องคงกังวลเรื่องจัดหาที่ทางต้อนรับแขก เขาเองก็ไม่เคยไปห้องไหนที่ไม่มีเก้าอี้หรือโซฟาให้นั่งเหมือนกัน

“ในห้องนอนก็เป็นฟูกปูพื้นเลยหรือเปล่า?”

“ครับ” นอนโดยไม่มีเตียงอย่างนั้นหรือ เขาทวนย้ำคำตอบสั้นแสนสั้นที่ก่อให้เกิดภาพจินตนาการมากมายในหัว ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย เขาเม้มปากเข้าหากันอย่างเชื่องช้า กลืนอากาศผ่านลำคอลงไปก่อนเปรยถามคล้ายไม่ตั้งใจ

“นี่คงไม่ได้นอนพังพาบเขียนหนังสือด้วยหรอกนะ”

“ไม่ครับ ในห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือ คือ ถ้าคุณไม่รังเกียจ จะนั่งตรงนี้ก่อนก็ได้นะครับ หรือถ้าไม่ถนัดนั่งพื้นเดี๋ยวผมไปเอาเก้าอี้ในครัวมาให้” มือเล็ก บาง ผายไปทางพรมผืนเดียวในห้องที่ปูขนานกับทีวีจอใหญ่ เขาก้าวไปตรงนั้นลดตัวนั่ง

“สงเคราะห์น้ำเย็น ๆ ฉันสักแก้วได้ไหม” เขาได้ยินเสียงอุทาน มองไปเห็นปากอิ่มแดงอ้าค้างและสีหน้าลำบากใจของอีกคน อาการปวดตุบ ๆ ตรงขมับก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าโมโห เจ้าของห้องบอกให้เขารอ จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูบางทางขวา

เป็นห้องครัวจริง ๆ

มีโต๊ะกินข้าวอยู่ในห้องนั้นด้วย

“น้ำครับ” น้ำเปล่าแบบเย็นหนึ่งขวดกับแก้วน้ำหนึ่งใบถูกวางลงบนโต๊ะเล็ก เขาคว้าขวดมาเปิดฝา ยกขึ้นดื่มโดยมีสายตาเจ้าของห้องจับจ้องตลอดเวลา เด็กแปลก เวลาไม่มองก็กวาดสายตาผ่าน ไม่แม้จะหยุดสนใจสักเสี้ยววินาที เวลาจะมองก็จ้องเอาตรง ๆ ไม่ชำเลืองไม่เหลือบแลเพื่อรักษาจริตมารยาทแม้แต่น้อย

แล้วม่านตาที่กำลังสั่นระริกนั่น

“ขำอะไรอีกแล้วล่ะ”

“เปล่านะ!

“เสียงสูงนะน้องบี” อย่ามองว่าเขาหลงตัวเองเลย แต่มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่กล้าต่อตาพร้อมต่อคำกับเขาโดยไม่ยอมหลบเลี่ยงหรือเปลี่ยนเรื่องไปเสียก่อน ยิ่งคนที่ไม่คุ้นเคยกันด้วยแล้วยิ่งหาได้ยาก และบริภัทรนั้น นอกจากจะไม่หวั่นไหวกับน้ำเสียงอ่อนเอาใจจากเขาแล้วดวงตายังลุกวาวเหมือนไม่พอใจอีกต่างหาก

“โกรธซะแล้ว”

“เปล่าครับ” เหมือนจะพูดง่ายแต่เอาเข้าจริงกลับไม่ใช่หรือเป็นเพราะเขาใช้ชีวิตแบบมีตัวเองเป็นศูนย์กลางมานานเกินไป พอจะใส่ใจใครสักคนมันเลยยากไปหมด เหมือนนับหนึ่งใหม่ก็ไม่ผิด

ยุ่งยากฉิบหาย

น่าหงุดหงิด

น่ารำคาญ

แต่ก็หนีไปไม่ได้

ใช่

ถ้าละทิ้งทุกอย่างไปเพราะอยากหยุดความรู้สึกรุนแรงที่เกิดขึ้น นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการตัดเพื่อหนีปัญหา นั่นเท่ากับเขายอมรับว่าตัวเองกลัว กลัวความรู้สึกสับสน ไม่มั่นคง กลัวปฏิกิริยาแปลกประหลาดมากมายพวกนั้น

จะยอมได้ยังไง

“เปิดดูสิ” ดวงตาเรียวรีมองไปตามทิศทางที่ชี้นำ

“ชอบไม่ชอบก็บอกมา จะได้รู้ว่าถูกใจไหม แต่คงชอบแหละมั้ง” ที่อยู่บนพื้นนั้นของสิ่งเดิมยังวางอยู่ในที่ของมัน กล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีน้ำตาลเข้มเดินขอบเส้นสีทองสวยงามหรูหรา ข้างในคือผลงานล่าสุดของนักเขียนประเทศหลังม่านไม้ไผ่ งานวรรณกรรมที่ไม่มีตีพิมพ์เป็นภาษาไทย อยากอ่านก็ต้องสั่งซื้อฉบับภาษาอังกฤษจากประเทศเจ้าของภาษา ในระยะเวลาสั้น ๆ เขาเร่งค้นหาในฐานข้อมูลของสำนักพิมพ์ อ่านบทวิจารณ์จากในเว็บไซต์ กระทั่งติดต่อไปหาคนที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยเพื่อไหว้วานให้หอบหิ้ว Limited edition มาจากต่างประเทศ ทั้งหมดนั่นก็เพราะข้อมูลส่วนเล็ก ๆ ที่ระบุในรายงานของนักสืบเอกชนว่านักเขียนนามปากกานี้คือคนที่บริภัทรชื่นชอบ

“เรื่องนี้ถูกห้ามตีพิมพ์เป็นภาษาไทย อ่านภาษาอังกฤษแทนละกัน”

“คุณ คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบนักเขียนคนนี้”

 

              เขาลงแรงกระทำเรื่องที่ไม่เคยทำให้ใคร

 

“คุณซื้อมาให้ผมทำไม?”

 

              ไม่ใช่ไม่หวังผลตอบแทน

ตรงกันข้าม

 

“เพื่ออะไร?”

 

              เขาคาดหวังอย่างยิ่งยวด

หวังอย่างไม่อาย

ไม่เกรงกลัวแม้แต่คำว่าไม่บริสุทธิ์ใจ

 

“เอากลับไปเถอะครับ ผมรับไว้ไม่ได้หรอก”

“ทำไม?”

 

บริภัทรจะตื่นเต้น ดีใจ

จะยิ้มให้เขาอย่างเปิดเผยจริงใจ

บริภัทรจะรู้ว่า

คนอย่างเขาชดใช้ให้มากกว่าคำพูดหลายเท่า

 

“มัน แพงเกินไปครับ”

“ไม่แพง ชุดนี้ไม่ถึงสองพัน ไม่เสียค่าชิปเม้นท์ด้วย”

“ถึงอย่างนั้นผมก็รับไว้ไม่ได้ มันไม่มีเหตุผลเหมาะสมข้อไหนที่ ที่จะบอกได้ว่าผมควรรับของจากคุณ เอากลับไปเถอะครับ ผมไม่อยากได้”

“นายอยากได้บริภัทร แล้วฉันให้ก็เพราะอยากให้ เซย่าบอกว่านายชอบนักเขียนคนนี้มาก ฉันเองก็อ่านงานเขาถึงรู้ว่าเล่มนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้พิมพ์ในบ้านเรา รับไปซะ ฉันไม่อยากหอบไปมา น้ำหนักมันไม่ใช่น้อย” ทว่า ทุกความคาดหวังเพิ่งถูกทุบทำลายลง

“คุณอย่าเอาเรื่องรอง ๆ พวกนั้นมาอ้างเลยครับ”


              หัวเราะสดใสอยู่ในการกอดรัดของนายภาคินคนนั้น

 

“ก็รู้กันอยู่ว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

“ทำไมคุณชอบเฉไฉนัก”

 

เทียบกับท่าทีห่างเหินที่มีต่อเขามาตั้งแต่ต้น

เทียบกับถ้อยคำที่ตอบโต้เขาเมื่อวันวาน

เทียบกับบริภัทรที่เอาแต่พร่ำย้ำว่าไม่ต้องการเขา

 

“บอกแล้วไงครับว่าผมไม่ต้องการการชดใช้!

“ไม่ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้นน่ะ!

“แล้วทำไมถึงเอาแต่พูดว่าไม่ต้องการ! ไม่ต้องการวะ!

“..........”

“ฉันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือบริภัทร ไอ้เหี้ยคนนี้มันเลว! ทราม! ต่ำช้า! ทำร้ายนาย! ขืนใจนาย!

 

เทียบกันแล้ว

สำหรับบริภัทร

เขาไม่นับเป็นอะไรได้เลย

 

“สำหรับนายแล้ว ฉันมันเลวจนเกินจะอภัยอย่างนั้นใช่ไหม เลว ขนาดที่ว่า แม้อยากจะแก้ตัวก็ยังไม่มีสิทธิ์ได้โอกาสนั้น!

“คุณไม่ได้เลว!

“..........”

“ผมรู้ว่าเรื่องคืนนั้นมันเป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อเราไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด ผมไม่ได้ตั้งใจพลาด คุณไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร เราก็ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองหรือคนอื่น ถ้าคุณยืนกรานจะหาคนผิดให้ได้ คนคนนั้นมันก็คือผมนี่แหละ ผมผิดเองที่คิดน้อย ผมไม่ฟังคำเตือนของคุณ ผมเองที่พาสารร่างนี้เข้าไปหาคุณในสภาพนั้น คนที่ทำร้ายตัวเองน่ะคือผมเอง บริภัทรคนนี้คุณชานนท์ ไม่ใช่คุณ!

“..........”

“หรือถ้าคุณคิดว่าตัวเองสมควรรับผิดชอบอะไรบ้าง...”

“ผมก็ไม่ขออะไรมาก”

“แค่คำขอโทษ”

“คำเดียว”

“แค่นั้นก็พอแล้วคุณชานนท์”

 

เพราะไม่เคยพบเจอจึงไม่รู้จัก

เพราะไม่รู้จึงเกิดเป็นความกลัว

              นับตั้งแต่ได้พบคนคนนี้เขาต้องผ่านพบความรู้สึกขลาดเขลา หวั่นเกรง กระทั่งหวาดกลัวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทั้งหมดนั้นก็ล้วนถูกความเย่อหยิ่งถือดีและความมั่นใจในตัวเองกดข่มลงไปได้เสมอ สิ่งที่เหลือจึงมักเป็นเพียงแค่ความขุ่นเคือง ไม่พอใจ เพราะไม่ได้ดั่งใจ

                แต่ก่อนที่ถ้อยคำยืดยาวเมื่อครู่จะเงียบไป ต่อหน้าต่อตาเขา เสียงนั้นไหวสั่น ริมฝีปากแดงถูกเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นขาว ก่อนน้ำตาหยดแรกที่กลิ้งผ่านขอบตาแดงเรื่อใบหน้าที่เล็กกว่าฝ่ามือของเขาก็ก้มต่ำ ปอยผมสีเข้มทิ้งตัวลงบดบังกางกั้นแพขนตาชุ่มน้ำจากสายตา

              เขาเหมือนหาลมหายใจตัวเองไม่เจอ

              ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขยับเข้าไปได้อย่างไร

โอบเอาร่างนั้นมาไว้ในอกด้วยกำลังหนักเบาแค่ไหน

              ตอนที่เนื้อผ้าซับหยดน้ำจนเปียกชื้น

              จุดที่ควรจะเย็นฉ่ำกลับปวดแสบเหมือนถูกไฟร้อนลวก

              ชานนท์มือไม้สั่น

 

              เขากลัว

          

        กลัวตัวเองที่กำลังทุรนทุรายแค่เพียงเพราะเห็นน้องร้องไห้

             

 





         

#บริภัทร
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 716 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4444 areenachesani (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:53
    ฮืออออ
    #4,444
    0
  2. #4245 pim pimmi (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:36
    ฮืออออออออ
    #4,245
    0
  3. #4189 kumacotton (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 21:18
    น้ำตาน้องลูกผึ้ง โถ่วววววลูกน้อย อิคนพี่ก็นะคิดน้อยไปหน่อย
    #4,189
    0
  4. #4159 ZSG008 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:17
    ตาชานนท์ น้องบีชั้นร้องไห้ชั้นโกด แง้
    #4,159
    0
  5. #4152 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 02:01
    ซีนนี้เลยในพาร์ทบริภัทร ทุกคนแบบเห้ยทำไมต้องเอาแต่หาของมาชดใช้(อาจจะคิดไปคนเดียว555555) แต่มุมนี้คือชัดมากแล้วว่าเขาทั้งอยากได้ทั้งรู้สึกผิด แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะหวังไว้มาก
    #4,152
    0
  6. #4131 Mayy-lali (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 20:36
    น้องต้องการแค่คำขอโทษค่ะพ่อ
    #4,131
    0
  7. #4077 BH's Recipe (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:23
    พี่ชานนท์เค้ารู้สึกรุนแรงตลอดเลย
    #4,077
    0
  8. #4061 KoYzzZ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 23:40
    ฮือออ รอรวมเล่มอยู่ทุกวันคืนนน
    #4,061
    0
  9. #4057 areenachesani (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 21:21
    อุแง้งงง น้องลุกผึ้งของแม่~ เพราะน้องบีคิดว่าพี่ชานนทำเพราะชดใช้ น้องเลยไม่อยากรบกวน แต่ลูกผึ้งลูกกก พี่เค้าแทบจะบ้าเพราะหนูนะลูกก สงสารน้อง สงสารพี่ แต่วงวารภาคินที่สุดด5555
    #4,057
    0
  10. #4056 patchanyeol (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 23:22
    น้องร้อง T-T
    #4,056
    0
  11. #4054 plaitong (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 19:47
    อ้ยยยยย พี่ชานนท์​
    #4,054
    0
  12. #4053 Konrafah (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 16:53
    น้องไม่เข้าใจ คิดว่าพี่เขาหาเพราะรู้สึกผิดไง
    #4,053
    0
  13. #4052 s_pcy11 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 00:15
    เนี่ยๆ พี่ชานน เทอเจ่บนมเพราะน้งร้องไห้ เทอร้ากกเขา สงสารน้อนบีค้าบบ
    #4,052
    0
  14. #4051 NewIsneww (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 22:21
    รักน้องก็บอกน้องตรงๆเลยพี่ชานนท์ น้องจะได้เลิกคิดสักทีว่าพี่เขาหาเพราะอยากรับผิดชอบ
    #4,051
    0
  15. #4049 janyjan (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 18:51

    พ่อคุณ อยากอยู่ใกล้เขา พอโดนผลักไสก็เจ็บ น้องร้องไห้ตัวเองก็แทบทนไม่ได้ อ่านจบแล้วได้แต่คิดว่า ใครไหนเล่าจะรักน้องได้เท่าพี่ชานนท์
    #4,049
    0
  16. #4048 P_JCK (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 10:01
    หลงน้องไม่ไหวแร้ววววว พี่ชานนน
    #4,048
    0
  17. #4047 cbdh61 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 08:29
    น้องก็คงรู้สึกอึดอัด อยาาร้องน้าาาาาน้องบี
    #4,047
    0
  18. #4046 PCB614 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 22:09
    พี่ชานนท์น้องร้องไห้แล้วนั่น เมื่อไหร่จะบอกเค้าคะ
    #4,046
    0
  19. #4045 gift_tyr (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 17:53
    โอ้ยยยน้อ น้องอย่าร้อง อย่าร้องลูกกก
    #4,045
    0
  20. #4044 Pupuuu_pt (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 16:35
    ยอมรับตัวเองเถอะพิ​ หลงน้องหนักแล้ววว
    #4,044
    0
  21. #4043 somruethai1307 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 15:32
    จะหลงน้องเกินไปแล้วนะพี่ชานนท์
    #4,043
    0
  22. #4042 Gusper (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 12:39
    น้อยใจเก่งจังพ่อ พอขึ้นเสียงใส่เขาแล้วเขาร้องไห้ก็มานั่งเสียใจเอง เฮ้ออพ่อนะพ่อ
    #4,042
    0
  23. #4041 BB BOY (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 11:44
    รักน้องมากเลยนะนั่น
    #4,041
    0
  24. #4040 GTKCB (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 10:41
    พ่อหัวใจเจ่บแล้วนั่นนนนน
    #4,040
    0
  25. #4039 CHAbejz* (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 01:05
    แหม พี่ชานนท์ จะไปเทียบกับคินอ่ะ ตัวเองเป็นอะไรในชีวิตน้องก่อน
    มีน้อยใจว่ะๆ 5555555
    บอกไปเล้ยยยย เฉไฉอยู่นั่นแหละ เหตุผลร้อยแปดพันเก้าอย่างอะไรจะสู้รักน้องไปแล้ว โธ่ๆๆๆๆ
    #4,039
    0