c o m p e n s a t e

ตอนที่ 6 : c o m p e n s a t e #06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,410 ครั้ง
    9 ต.ค. 61






 

 

            พี่ชายของคุณเซย่ายังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

          จนเมื่อนาทีที่แล้ว

            “อร่อยไหม?” บริภัทรเม้มปากบดข้าวที่ฝืดอยู่ในโพลงปาก

“ครับ” ผงกหัวหนึ่งทีแบบไม่คิดแล้วว่าจะเสียมารยาทหรือไม่ ดวงตากระจ่างใสชำเลืองมองคนที่นั่งประกบไหล่ซ้อนไหล่แล้วกินข้าวด้วยมือข้างเดียวประหนึ่งว่านั่นคือท่วงท่าที่คนทั้งโลกปฏิบัติเป็นสากลกริยา มองคางได้รูป มองริมฝีปากอิ่มเต็มสีระเรื่อ เพราะไม่กล้ามองตาตรง ๆ

          “งั้นสั่งเพิ่มนะ”

          “ไม่เป็นไรครับ ผมจะอิ่มแล้ว”

          “เพิ่งกินไปนิดเดียวเอง” เจ้าของเสียงทุ้มติง ไม่เห็นความลำบากใจของบริภัทรเลยสักนิด

          “งั้น กินอย่างอื่นด้วยก็ได้ครับ แต่ถ้าคุณชานนท์กับเพื่อนจะสั่งเพิ่มเพราะอยากกินอีกก็สั่งเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผม” คราวนี้คุณเขาทำเสียงเหมือนหัวเราะอยู่ในลำคอ แค่เหมือนนะ

            “ไม่ห่วงได้หรือ?”

          “........”

          “ปล่อยให้หิวกลับบ้านไปเดี๋ยวเซย่าก็มาโวยอีกว่าฉันดูแลนายไม่ดี”

          “พี่ชานนท์จะเล่นบทนี้อีกนานไหมครับ” เสียงที่แทรกขึ้นนั้น ดังมาจากหนึ่งชีวิตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพียงลำพัง เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวน้ำผึ้งสวยและดวงตาเรียวยาว ยามที่อีกฝ่ายรองใบหน้าด้วยฝ่ามือข้างหนึ่งแล้วทอดสายตาจับจ้องใบหน้าคนตัวสูงนั้นเปิดเผยเสน่ห์หยาดเยิ้มอย่างเจตนา แต่ชานนท์ก็ยังสนใจเพียงอาหารบนโต๊ะประหนึ่งไม่ได้ยินเสียงใดแทรกมา “ทำไมคนเก่ง ๆ อย่างพี่ชานนท์ถึงคิดไม่ทันว่ามุกนี้มันเชย มันเกร่อ แล้วมันก็ใช้ไม่ได้กับคนที่รู้จักพี่ดีอย่างโอ้”

          “.......”

          “เลิกเล่นละครเถอะครับ พี่หลอกโอ้ไม่ได้หรอก เนี่ย คราวหน้าคราวหลังจะหาใครมาประชดโอ้ ใช้เด็กเอกการแสดงจากนิเทศดีกว่านะ บางทีโอ้อาจจะแกล้งเชื่อ ยอมร้องไห้ให้พี่พอใจสักครั้ง”

“ถ้าคุณจะมานั่งเพื่อจับผิดพวกเราก็กรุณาอยู่อย่างเงียบ ๆ อย่าส่งเสียง ผมฝืดคอ”

“โธ่เอ๊ยพี่ชานนท์ พี่หลอกใครก็ได้ หลอกน้องคนนี้ หลอกตัวพี่ หลอกเพื่อนพี่ แต่พี่หลอกโอ้ไม่ได้หรอก โอ้คบกับพี่มานานที่สุด รู้ใจพี่ที่สุด โอ้รู้ว่าพี่ไม่มีทางตัดขาดโอ้เพราะเรื่องเล็ก ๆ เรื่องเดียวแน่ ถ้าพี่จะโกรธโอ้ก็เข้าใจ โอ้จะตั้งใจง้อจนกว่าพี่จะกลับมาใจดีกับโอ้เหมือนเดิม แบบนี้ดีไหมครับ?”

“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะโอ้” คนหล่อเศรษฐศาสตร์ไม่นำพาน้ำคำอ่อนเอาใจ “ความคิดของคุณไม่มีผลกับผมอีกต่อไปแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะมี ตอนนี้ก็ยิ่งไม่มี”

“พี่ชานนท์!

          “ไม่กินแล้วหรือ?” บริภัทรพยายามเหลือเกินที่จะไม่เบะสีหน้าร้องไห้ตอบไป อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนกลางระหว่างคู่รักที่กำลังเข้าใจผิดกัน ใครมันจะมีใจกินได้อีก

“ถ้าอิ่มข้าวแล้วฉันจะเรียกเมนูของหวานนะ นายชอบเค้กผลไม้นี่ ของที่นี่เป็นเครปเค้ก ครีมไม่หวานจัดด้วย ลองสักชิ้นนะ” ประโยคหลังชานนท์ตัดสินเองเสร็จสรรพ ชายหนุ่มพยักหน้าส่งสัญญาณเรียกบริกร ก่อนมือหนาจะวางช้อนตัวเองเอื้อมไปหยิบกระดาษเยื่อมาซับรอยเปื้อนตรงปลายนิ้วเล็ก บอกตรง ๆ ว่าที่ยอมให้พี่ชายคุณเซย่าเช็ดมือเช็ดไม้ให้ก็เพราะตอนนี้บริภัทรได้สละจิตวิญญาณมนุษย์กลายร่างเป็นหุ่นไม้ไปเรียบร้อยแล้ว

          “ดูหน้าน้องเค้าหน่อยไหมครับ อึดอัดแทบแย่แล้วนั่น ใช่อาการคนรักกันที่ไหน”

          “ก็ไม่เห็นแปลก กับคุณหรือกับใครผมก็ไม่ได้รัก ไม่เคยรัก”

“พี่ชานนท์!

“พอเถอะโอ้ ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะนั่งตรงนี้ ยิ่งพูดยิ่งทำเรื่องโง่เง่าผมก็ยิ่งรำคาญ ถ้าไม่เห็นว่าบริภัทรชอบรสชาติอาหารร้านนี้ ผมเอาเรื่องคุณตั้งแต่วิสาสะเข้ามารบกวนพวกเราแล้ว จะให้พูดตรง ๆ ไหมว่าตัวคุณความคิดคุณตอนนี้มันน่าขยะแขยงแค่ไหน”

“พี่ชานนท์! เขาทำได้ยังไงกันนะ เยือกเย็น เฉยชา ไม่สะทกสะท้านกับอารมณ์รุนแรงที่คนชื่อโอ้คนนั้นสาดใส่แม้แต่น้อย

“ไปซะ แล้วก็อย่ามาข้องเกี่ยวกันอีก ผมไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”

“นี่พี่ยังไม่เลิกคิดว่าโอ้โง่อีกหรือพี่ชานนท์ เด็กคนนี้น่ะ...”

“คุณไม่โง่หรอกโอ้ และคนฉลาด ก็ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรเลิกหลอกตัวเองอย่างจริงจัง ถูกไหม?”

 

 

ไปแล้ว

รุ่นพี่หน้าสวยที่บริภัทรไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลยลุกไปจากโต๊ะด้วยอาการเดียวกับคืนนั้นไม่ผิดเพี้ยน โกรธจัดแต่ก็กดกลั้นไว้จนตัวสั่น ดีที่วันนี้ไม่ประกาศประโยคคลาสสิคแถมให้ด้วย ช่วงเย็นคนเต็มร้านอาหาร กล้องมือถือกี่เครื่องต่อกี่เครื่อง ใครไม่อายบริภัทรอาย

ลองคิดดูว่าถ้าเกิดคุณโอ้คนนั้นทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์แบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้วโวยวายต่อว่าแฟนตัวเองโดยพ่วงเอาชื่อบริภัทรเข้าไปเอี่ยวด้วย บริภัทรจะกลายเป็นจำเลยของสังคมทันทีในฐานะมือที่สาม จริงหรือไม่จริงคนจำพวกหนึ่งจะกระเหี้ยนกระหือรือตัดสินโทษบริภัทรโดยอ้างเครื่องมือที่เรียกว่าศีลธรรมจรรยา แม้สุดท้ายผลจะออกมาว่าไม่จริง พวกที่ผสมโรงด่าว่าก็จะทำตัวหายเข้ากลีบเมฆโดยไร้ซึ่งศีลธรรมจรรยาด้วยเช่นกัน บริภัทรไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายแต่เรื่องทำนองนี้มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในสังคมที่โซเชียลมีเดียเป็นใหญ่อย่างประเทศเรา

“กินต่อสิ มัวแต่เขี่ยนี่อะไร เกิดปีไก่หรือไงเรา”

“คุณ...ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือครับ” สลดโศกเศร้าหรือเสียอารมณ์สักเล็กน้อยก็ยังดีนะ ไม่ใช่จับช้อนกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนี้

“ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึก จบก็คือจบ”

“ง่ายจัง”

“ก็ไม่ได้ยากตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เปลือกตาเนื้ออ่อนเปิดค้าง ม่านตาวาวน้ำมองคนที่พิงหลังกับเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายอย่างที่สุด ก่อนประโยคหนึ่งจะผุดขึ้นมาพร้อมสีหน้าว่างเปล่าของคนพูด

 

กับคุณหรือกับใครผมก็ไม่ได้รัก ไม่เคยรัก

 

บริภัทรกักลมหายใจไว้ในอก สะกดให้ตัวเองนิ่งงัน ห้วงอารมณ์สีหม่นขยายตัวเต็มช่องอกที่กลวงโหวง หดหู่ หม่นหมอง เรียวคิ้วเล็กกดเข้าหากันในจังหวะหนึ่ง เขาไม่ชอบตัวเองในอารมณ์นี้ ไม่ชอบเลยจริง ๆ

 

 

 

วันเสาร์บริภัทรทำงานพิเศษเหมือนวันศุกร์

ที่ไม่เหมือนก็คงเป็นคุณชายคนกลางของบ้านปริญศิริที่มาจอดรถรออยู่หน้าคอนโดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ บริภัทรเหยียบเท้าข้ามกรอบประตูกระจกออกไปได้ก็แทบผงะ ใจนั้นวิ่งหน้าเริดกลับเข้าลิฟต์ไปเรียบร้อยก็เหลือแต่กายหยาบที่ขาแข้งถูกตรึงอยู่ตำแหน่งเดิมกระทั่งคนในรถหันมาเจอ จะออกตัววิ่งตอนนั้นก็ไม่ทันแล้ว พอสบตาจะไม่ทักก็กระไรอยู่ บริภัทรจึงเดินลากเท้าเข้าไปหากระจกติดฟิล์มที่เลื่อนลงด้วยระบบไฟฟ้าอย่างจำใจ

บริภัทรยกมือไหว้ฝ่ายนั้นก็รับไหว้ตามปกติ ยังไม่ทันจะทักถามคำใดเจ้าของรถก็บอกด้วยหน้าเฉย ๆ นั่นแหละว่า ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวไปทำงานสาย’ บริภัทรจำได้ว่าตัวเองขมวดคิ้ว ทั้งไม่เข้าใจและไม่พอใจกับประโยคคำสั่งนั่นนิด ๆ แต่ไปคุยกันยังไงไม่รู้สุดท้ายก็ได้นั่งเมอเซเดสคันเดิมมาลงตรงจุดที่ขึ้นรถหลังเลิกงานเมื่อวาน แถมตอนที่คุณชานนท์ถามว่าเลิกงานแล้วมีนัดต้องไปไหนหรือเปล่าบริภัทรก็ยังตอบไปว่ามีนัดกับภาคิน อีกฝ่ายเงียบไปก่อนจะส่งสัญญาณให้บริภัทรลงจากรถ นึกว่าจะจบเรื่องกันแล้ว พอใกล้ถึงเวลาพักกลับมีกล่องข้าวจากร้านเดิมแต่เมนูใหม่มาฝากให้ เจ้าตัวไม่ได้มาเองแต่เป็นพนักงานร้านดังที่เอามาส่งทว่าแค่นั้นก็ทำเอาบริภัทรโดนพี่ซอลค่อนตลอดทั้งช่วงพักแล้ว

พฤติกรรมแปลกประหลาดของชานนท์ทำให้บริภัทรว้าวุ่นจนนอนดึกเมื่อคืนแล้วยังทำให้บริภัทรเสียสมาธิระหว่างการทำงานอีกทั้งวัน บริภัทรไม่ได้เอ่ยปากถามใครเพราะไม่มีใครให้ถาม จะให้พูดกับภาคิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคงหันมาสอบซักถึงต้นสายปลายเหตุให้กระจ่างก่อนจะให้คำตอบ ถึงเวลานั้นบริภัทรก็ไม่แน่ใจว่าจะเก็บงำเรื่องร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ถ้าภาคินรู้ เพื่อนบริภัทรจะต้องเอาเรื่องคุณชานนท์หรือแม้กระทั่งคุณเซย่าแน่ เจ้านั่นน่ะลูกหลาน(เจ้าพ่อ)ไร่ชาตัวจริง ไม่ใช่เด็กบ้านป่าบ้านดอยธรรมดา ๆ อย่างที่ใครหลายคนคิด

เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ไม่อยากให้มีใครเดือดร้อน บริภัทรจึงต้องใคร่ครวญหาคำตอบเพียงลำพัง แต่ไม่ว่าจะคิดกี่ตลบ มันก็ได้ข้อสรุปที่ว่าทุกอย่างที่ชานนท์ทำ ตั้งแต่การไปรอรับรอส่ง ซื้อข้าวให้กิน พาไปกินข้าว เดินเล่นในห้าง กระทั่งถามไถ่เรื่องเรียนเรื่องงาน พี่ชายของคุณเซย่าแค่กำลังชดใช้ให้บริภัทร เท่านั้นเอง

“แค่นี้จะพอเหรอ?”

“พอสิ นี่ก็เยอะแล้ว”

“เอาไปเยอะ ๆ เถอะ กินไม่หมดก็เก็บใส่ตู้เย็นไว้ โทษจริง ๆ ว่ะ ไม่คิดว่าพี่หมินแกจะเรียกด่วน อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะกินข้าวแล้วดูหนังกันต่อเลยกลายเป็นต้องซื้อกลับไปกินที่ห้องแทน”

“ไม่เป็นไรน่า พี่หมินแกก็ปู่รหัสคิน ลองว่าเรียกไปช่วยงานวันหยุดอย่างนี้แสดงว่าคงเกินกำลังจริง ๆ แล้ว คินรีบไปเถอะ เดี๋ยวเรากลับคอนโดเอง”

“ไหวเหรอวะ ของพะรุงพะรัง เดี๋ยวก็ไปล้มคว่ำใส่คนอื่น”

“ก็ให้เครดิตเพื่อนนิดหนึ่งเถอะ โตแล้วไหม ของแค่นี้ไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราหรอก ไปได้แล้วไป รำคาญ” ภาคินเงื้อง่า อยากจะตีหัวทุย ๆ ให้หนำใจแต่เวลาก็กระชั้นเข้ามาทุกที ชายหนุ่มตื้อเดินไปกับบริภัทรถึงสถานีรถไฟฟ้าก่อนจะแยกไปขึ้นอีกฝั่งเพราะบ้านของปู่รหัสนั้นไปคนละทาง อันที่จริงถ้าเลือกเดินทางด้วยรถแท็กซี่ก็จะดีตรงไม่ต้องเปลืองแรงหิ้วของแถมรถรับจ้างยังจอดเทียบถึงประตูตึก แต่เห็นสภาพท้องถนนช่วงหนึ่งทุ่มของวันเสาร์แล้วบริภัทรยอมออกแรงเดินจากทางเข้าด้านหน้าดีกว่าเปลืองเวลาอยู่ท่ามกลางความแออัดยัดเยียดด้านล่างนั่น

ร่างเล็กหิ้วถุงพลาสติกบรรจุของสดของแห้งลงสถานีใกล้คอนโด เดินอีกนิดหน่อยก็ถึงที่หมาย เพิ่งจะวางสารพัดถุงไว้บนโต๊ะในครัวขนาดเล็กยังไม่ทันขยับไปซ้ายหรือขวาก็มีคนมากดออดหน้าห้อง ดวงตาเรียวรีวาดมองนาฬิกาบนผนังก็เห็นว่าเพิ่งจะทุ่มครึ่ง ภาคินไม่น่าจะเสร็จธุระเร็วขนาดนั้น

“ครับ?...” เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่เพื่อนสนิท ตอนก่อนจะเปิดประตูก็แอบคิดว่าอาจเป็นรุ่นพี่ตัวสูงที่บุกรุกพื้นที่ความคิดบริภัทรมาหลายวัน แต่พอเปิดประตูไปเจอตัวจริงยืนอุ้มกล่องกระดาษอยู่จริง ๆ บริภัทรก็ยังอึ้งจนพูดไม่ออกอยู่ดี

“เอาของมาให้”

“ให้ผมหรือครับ?” อีกฝ่ายพยักหน้า

“ขอเข้าไปก่อนได้ไหม ของในกล่องค่อนข้างหนัก”

“เอ่อ ส่งมาให้ผมเลยก็ได้ครับ”

“มันหนัก” เขาว่าเสียงเข้มขึ้นหลังจากเบี่ยงตัวหลบ หัวคิ้วรูปปีกกาขมวดแน่นยามส่งสายตากำกับให้เจ้าของห้องรีบทำตามคำบอก “เร็วสิ แขนล้าไปหมดแล้วนะ” บริภัทรขยับปากเชิญโดยไม่มีเสียง มองร่างสูงวางกล่องสีน้ำตาลไว้ตรงหน้าทีวีแล้วก็เริ่มรู้สึกถึงความลำบากกับสถานการณ์ตรงหน้า ห้องพักอันแสนเรียบง่ายของนักศึกษาจากต่างจังหวัดนั้น มีห้องนอนห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนแต่ห้องกลางที่ควรมีชุดรับแขกหรือโซฟายาว ๆ สักตัวกลับว่างเปล่า นอกจากเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ที่ติดตั้งไว้กับผนังด้านหนึ่งแล้วก็มีเพียงโต๊ะกระจกโล้น ๆ กับเชลฟ์เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนที่แบ่งโซนหน้าประตูห้องออกจากพื้นที่ด้านในเท่านั้น

บริภัทรจะบอกให้เขาทำตัวตามสบายโดยการนอนกลิ้งเกลือกหน้าทีวีเหมือนที่บอกภาคินได้ยังไง

“ห้องโปร่งดีนะ” เรียกว่าโล่งเลยจะเหมาะกว่า

“ขอโทษนะครับ ผมไม่ค่อยชอบห้องที่มีของเยอะ อีกอย่างห้องนี้ก็ไม่ได้กว้างมากผมเลยใช้เฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น”

“ในห้องนอนก็เป็นฟูกปูพื้นเลยหรือเปล่า?”

“...ครับ” ชานนท์ละสายตาจากหมอนสองใบ(ของฝากจากห้องภาคิน)กลับมามองเจ้าของห้องในทันที โอเคว่าเมื่อกี้คุณชานนท์พูดเล่น บริภัทรเข้าใจ แต่จะให้ตอบยังไงได้ล่ะ ก็บริภัทรนอนโดยไม่ใช้เตียงจริง ๆ

“นี่คงไม่ได้นอนพังพาบเขียนหนังสือด้วยหรอกนะ”

“ไม่ครับ ในห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือ คือ ถ้าคุณไม่รังเกียจ จะนั่งตรงนี้ก่อนก็ได้นะครับ หรือถ้าไม่ถนัดนั่งพื้นเดี๋ยวผมไปเอาเก้าอี้ในครัวมาให้” ผายมือไปทางพรมผืนเดียวในห้องที่ปูขนานกับทีวีจอใหญ่ แขกพิเศษไม่ว่าอะไร ก้าวไปลดตัวนั่ง ทอดขายาวออกไปก่อนจะถอนหายใจยาว

“สงเคราะห์น้ำเย็น ๆ ฉันสักแก้วได้ไหม”

“อ๊ะ รอแป๊บนะครับ” ลืมมารยาทอันดีของเจ้าบ้านไปเลยได้แต่เร่งกลับเข้าครัวไปหยิบน้ำให้แขก ขวดน้ำเปล่าขนาดเล็ก ยังไม่ได้แกะซีลคงดีกว่ารินน้ำใส่แก้ว บริภัทรเคยได้ยินมาว่าบางคนจะระมัดระวังเรื่องการดื่มกินนอกบ้านมากเป็นพิเศษ ไม่รู้คุณชายบ้านปริญศิริจะเป็นอย่างนั้นด้วยไหม

“น้ำครับ”

“ขอบใจ” อุตส่าห์เอาแก้วมาเผื่อด้วย คุณชานนท์เขากลับเปิดขวดกรอกน้ำใส่ปาก ไม่มีมาดคุณชายตระกูลใหญ่สักนิด เห็นแล้วก็คิดถึงตอนที่คุณพี่ชายของเซย่าไปเล่นบาสกับพวกพี่ปีสี่ที่คณะวันนั้น เหนื่อยเหงื่อซกแต่ก็ยังดูดี แหงนหน้ากินน้ำเลอะเทอะเปรอะคางก็ยังมีแต่เสียงหนุ่ม ๆ สาว ๆ กรี๊ด ถ้าคนเราเกิดมามีหน้าตาเป็นทรัพย์คุณพี่ชายของเซย่าคนนี้คงมีทรัพย์ติดตัวมาระดับมหาเศรษฐี

“ขำอะไรอีกแล้วล่ะ”

“เปล่านะ!

“เสียงสูงนะน้องบี” น้องบีเทตัวลงจากท่านั่งทับเข่า เป๋ขนาดเบิกตาค้างมองเจ้าของเสียงทุ้ม ขอบคุณสติอันน้อยนิดที่ไม่ปล่อยให้บริภัทรอ้าปากเหวอหรือวิ่งหนีไปจากตรงนี้เหมือนหนูจี๊ดเจอแมวยักษ์ คนเค้าหวาดระแวงอยู่ข้างในเป็นทุนทำไมต้องหลอกให้สะดุ้งโดยไม่ทันตั้งตัวอยู่เรื่อยเลยก็ไม่รู้


แล้วมนุษย์โลกไหนเรียกคนอื่นเสียงอ่อนเสียงหวานทั้งหน้าเรียบ ๆ อย่างพี่เขา 

เออ ไม่เอาละ 

ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์แล้ว


“โกรธซะแล้ว”

“เปล่าครับ”

“เปิดดูสิ ชอบไม่ชอบก็บอกมา จะได้รู้ว่าถูกใจไหม แต่คงชอบแหละมั้ง” ใบหน้าหล่อเหลาพยักเพยิดไปทางของที่ว่า กล่องกระดาษสีน้ำตาลแบบหนาแถมมีฝาปิดอย่างดี พอเปิดออกก็เจอหนังสือปกแข็งสามเล่มวางซ้อนบนเศษกระดาษที่ถูกย่อยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อรองกันการกระแทก บริภัทรหยิบขึ้นมาพร้อมกัน ใจเต้นเร็วขึ้นมาอีกระดับเมื่อเห็นว่ามันคือนวนิยายเรื่องล่าสุดของนักเขียนชาวจีนที่ตนชื่นชอบ

“เรื่องนี้ถูกห้ามตีพิมพ์เป็นภาษาไทย อ่านภาษาอังกฤษแทนละกัน”

“คุณ คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบนักเขียนคนนี้ ไม่ ๆ ๆ คุณซื้อมาให้ผมทำไม? เพื่ออะไร?” หรือนี่คือหนึ่งในการชดใช้ของเขา เร็วเท่าความคิดในสมอง มือบางวางหนังสือคืนที่เก่า ปิดฝากล่องแล้วดันออกจากตัวโดยไม่อาลัย “คุณเอากลับไปเถอะครับ ผมรับไว้ไม่ได้หรอก มันแพงเกินไป”

“ไม่แพง ชุดนี้ไม่ถึงสองพัน ไม่เสียค่าชิปเม้นท์ด้วย”

“ถึงอย่างนั้นผมก็รับไว้ไม่ได้ มันไม่มีเหตุผลเหมาะสมข้อไหนที่...ที่จะบอกได้ว่าผมควรรับของจากคุณ เอากลับไปเถอะครับ ผมไม่อยากได้” ดันกล่องออกไปอีกครั้ง ย้ำเจตนาตน

“นายอยากได้บริภัทร แล้วฉันให้ก็เพราะอยากให้ เซย่าบอกว่านายชอบนักเขียนคนนี้มาก ฉันเองก็อ่านงานเขาถึงรู้ว่าเล่มนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้พิมพ์ในบ้านเรา รับไปซะ ฉันไม่อยากหอบไปมา น้ำหนักมันไม่ใช่น้อย”

“คุณอย่าเอาเรื่องรอง ๆ พวกนั้นมาอ้างเลยครับ ก็รู้กันอยู่ว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ทำไมคุณชอบเฉไฉนัก” บริภัทรพ้อ “บอกแล้วไงครับว่าผมไม่ต้องการการชดใช้ ไม่ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้นน่ะ”

“แล้วทำไมถึงเอาแต่พูดว่าไม่ต้องการไม่ต้องการวะ!

“.......”

“ฉันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือบริภัทร ไอ้เหี้ยคนนี้มันเลว ทราม ต่ำช้า ทำร้ายนาย ขืนใจนาย” ไม่รู้ทำไม ทุกคำที่เขาหยาบหยามตัวเองบริภัทรก็รู้สึกปวดปร่าตามไปด้วย ยามเขาเอ่ยวาจาจริงจัง ความมั่นคงในอารมณ์ของบริภัทรถดถอยตาม

“ฉันทำให้นายฝันร้ายด้วยใช่ไหม สำหรับนายแล้ว ฉันมันเลวจนเกินจะอภัยอย่างนั้นใช่ไหม เลว ขนาดที่ว่า แม้อยากจะแก้ตัวก็ยังไม่มีสิทธิ์ได้โอกาสนั้น”

“คุณไม่ได้เลว!” ร่างเล็กโต้เต็มเสียง

“ผมรู้ว่าเรื่องคืนนั้นมันเป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อเราไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด ผมไม่ได้ตั้งใจพลาด คุณไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร เราก็ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองหรือคนอื่น ถ้าคุณยืนกรานจะหาคนผิดให้ได้ คนคนนั้นมันก็คือผมนี่แหละ ผมผิดเองที่คิดน้อย ผมไม่ฟังคำเตือนของคุณ ผมเองที่พาสารร่างนี้เข้าไปหาคุณในสภาพนั้น คนที่ทำร้ายตัวเองน่ะคือผมเอง บริภัทรคนนี้คุณชานนท์ ไม่ใช่คุณ!


“......”


“หรือถ้าคุณคิดว่าตัวเองสมควรรับผิดชอบอะไรบ้าง ผมก็ไม่ขออะไรมาก แค่คำขอโทษ คำเดียว แค่นั้นก็พอแล้วคุณชานนท์” ไม่ใช่เพราะตั้งใจทำร้ายหรือทำลาย บริภัทรรู้ว่าเขาไม่มีเจตนา แต่เพราะสภาพจิตใจที่มันบอบช้ำเสียหายไปเพราะความไม่ตั้งใจครั้งนั้น


อยากหยุดร้องได้ดังสั่งแต่บริภัทรก็ไม่เก่งถึงขั้นนั้น

น้ำตาอยากจะไหลเลยต้องปล่อยให้มันไหลเท่าที่ต้องการ

ใบหน้าเรียวเล็กก้มต่ำ

ทั้งยังนั่งพับกับพื้น หน้าผากกลับรับความอุ่นอวลจากเนื้อหนังที่ครั้งหนึ่งเคยแนบใกล้ บริภัทรกดดวงตากับเนื้อผ้าสีดำ ฟังเสียงต่ำพร่าติว่าคำแล้วคำเล่า เขาสอดมือคลึงท้ายทอยบริภัทรด้วยมือขวา เท้ามือซ้ายไปข้างหลังเพื่อรับน้ำหนักเราทั้งคู่


ฝากล่องกระดาษแง้มอยู่น้อย ๆ

เห็นลายเส้นสีทองสะท้อนแสงแวววาว งดงาม

 







#บริภัทร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.41K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4598 Vivachoco (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 04:29
    ไอหนูววว
    #4,598
    0
  2. #4366 amafueng (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 16:28
    น้องงงงงงง
    #4,366
    0
  3. #3933 pbcy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:02
    ชอบการบรรยายของคุณไรท์มากๆเลยอ่ะ มันแปลกใหม่สำหรับเรา เหมือนต้องอ่านแล้วตีความไปด้วยอีกที
    #3,933
    0
  4. #3670 notisez (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 22:34
    ตอนแรกมันเปนไงนะ ลืมแล้วอะ โอย อ่านไม่จบสักที วนอ่านแต่อันนี้แหละเพราะลืม555555 ดิชั้นคืองงมากอยากอินแต่ลืมว่าเค้าทำไรกันมา แงง
    #3,670
    0
  5. #3624 Gawinnie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:10
    ห้องนอนเด็กต่างจังหวัดที่รวยเลยนะเนี่ย ราคาค่าเช่าห้องน่าจะหมื่นกว่า. แต่น้องทำงานพิเศษ อาทิตย์ละไม่กี่วัน. งงงงงงเด้อ. จนหรือรวย
    #3,624
    0
  6. #3409 Audaidaj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 02:56
    เรื่องมันอีรุงตุงนังดีแท้
    #3,409
    0
  7. #2431 Xingmiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:24
    หน่วงจังน้อง สงสารน้องก็สงสาร ตาพี่ก็เห็นใจ
    #2,431
    0
  8. #2294 meanniezjina88 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 20:30
    จะคุยกันรู้เรื่องมั้ยยยยย อีกคนหนีอีกคนตาม แต่แปลกที่จู่ๆพี่ชานนจะมาอยากรับผิดชอบอะไรตอนนี้อะ นี่คือพี่ไม่ได้มีแผนหรือมีคนสั่งให้ทำนะ ใช่มั้ย?... สงสารน้องบี น้องก็หนี อิพี่ก็ทั้งตามทั้งยัดเยียดเอฟวรี่ติง เเต่ตลกคือน้องทำตามอิพี่55555 แล้วก็มานั่งหัวเสียเอง จีบกันให้มันจบๆไปค่า
    #2,294
    0
  9. #1580 pcy921 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:08
    แงงงงน้องงง
    #1,580
    0
  10. #1444 weiliin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:24
    บีบใจจัง เห็นใจทั้งคู่เลย
    #1,444
    0
  11. #461 imavikur (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:56
    โอ้ยยยย ละมุนแบบชะมุนอะ
    #461
    0
  12. #403 nannapas331 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 22:20
    มีคนแนะนำให้อ่าน...อ่านแล้ววางไม่ลงเลยคะชอบมาก...
    #403
    0
  13. #375 Lazygirlll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 00:14
    เส้นสีทองคืออีหยัง มีซัมติงใช่หรือไม่
    #375
    0
  14. #267 orart2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:10
    เธออออฉันน้ำตาไหลล
    #267
    0
  15. #243 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 10:04
    แงงงน้อม;-;
    #243
    0
  16. #179 Geebam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 23:39
    อื้ออออออ
    #179
    0
  17. #167 PARKSELOR (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 19:38
    เริ่มไม่สวยมันก็เลยยากอะเนอะ เฮ้อออ
    #167
    0
  18. #137 mothergod (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 16:30

    งื้อ น้อง ;-;
    #137
    0
  19. #133 ลายหมึก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:21
    ไม่รักแล้วจะไปต่อยังไง เข้าใจน้องนะ
    #133
    0
  20. #120 K E E N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 18:54
    ขอบคุณค่าาาาา
    #120
    0
  21. #59 PINKLAND (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 17:42
    คุณชานนท์ยังไม่ขอโทษน้องเลยจริงๆ
    #59
    0