c o m p e n s a t e

ตอนที่ 36 : บ ริ ภั ท ร #ตอนพิเศษ ๑/๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 768 ครั้ง
    16 ต.ค. 61





 

“น้อง ตื่นได้แล้ว”

“......”

“น้องผึ้ง” แว่วเสียงอือลากยาวอยู่ใต้ผ้านวม เจ้าของห้องผ่อนลมหายใจออก ยิ้มน้อย ๆ ตอนที่นั่งลงที่ขอบเตียง

“แหมน้อยนึ่ง(อีกนิดนึง)”

“บ่ได้ จะดูตะวันขึ้นบ่ก๊ะ(จะดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ใช่หรือ) จ้าเดียวจะบ่ตันเน่อ(ช้าเดี๋ยวจะไม่ทันนะ) ลุกครับ” คนออกคำสั่งดึงร่างเล็กกว่าขึ้นจากเตียง เจ้าตัวขี้เกียจหลับตาทำคอพับคออ่อนจนถูกตีเบา ๆ ตรงสะโพกกลมดิ๊กนั่น “ช้าพี่ไม่รอแล้วนะ”

“ลุกแล้วครับบบบลุกแล้ว” โดนน้ำเย็นเข้าไปไม่กี่ทีก็ตาสว่าง เจ้าลูกผึ้งเดินเร็ว ๆ ออกมาจากห้องน้ำ พุ่งเข้าหาเครื่องทำความร้อนแบบตั้งพื้นแบบไม่รีรอ หนาวแต๊ ๆ หนาวแต๊ ๆ’ เจ้าตัวเล็กเอาแต่โอดคำเดิมซ้ำ ๆ เดือดร้อนให้เจ้าของห้องต้องหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดหน้าให้ อากาศหนาวจัดอย่างนี้ไม่ค่อยมีใครอาบน้ำตอนเช้ามืดกันหรอก ถ้าจะอาบก็อาบตอนสาย ๆ หรือตอนก่อนออกจากบ้านเลย แต่บริภัทรนั้นไม่ได้ หนาวแค่ไหนตื่นแล้วก็ต้องอาบ เจ้าตัวบอกว่ามันช่วยกระตุ้นเลือดลมทำให้ตื่นเต็มตาหลังจากโดนน้ำแล้ว

“แห้งแล้ว” เสียงทุ้มว่า ดึงใบหน้าออกห่างเพื่อมองให้ชัดก่อนเหน็บยิ้มมุมปาก

“ไปเอาเสื้ออุ่นมาใส่อีกตัวไป” บริภัทรเชื่อฟังอย่างยิ่ง เปิดตู้เอาเสื้อของผู้เป็นพี่มาสวมทับเสื้อแขนยาวของตนเองจากนั้นก็เดินกอดแขนคนตัวโตกว่าลงจากเรือน ช่วงเวลาตีห้านั้นไม่ถือว่าเช้าเกินไปสำหรับคนละแวกนี้ ปกติป้าจั๋นตากับลูกมือทั้งสองจะตื่นมาเตรียมอาหารประมาณเวลานี้ แต่เพราะเมื่อคืนมีงานเลี้ยงใหญ่คนทั้งไร่ทั้งดื่มทั้งกินแถมยังเต้นรำกันถึงเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับมานอนก็ล่วงเข้าวันใหม่มาเกือบชั่วโมง พ่อเลี้ยงท่านเลยอนุโลมให้ไม่ต้องตื่นเช้า พวกคนงานในไร่ก็ได้หยุดงานจนถึงวันที่สองเลยเช่นกัน

บนเรือนไม้หลังใหญ่ยังเงียบสงบแต่บนเนินข้างเรือนนั้นกลับมีกองไฟลุกโชติช่วง บริภัทรผละจากพี่ชายคนโตพุ่งเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างกองไฟ อังมือกับไอร้อนก่อนจะได้กลิ่นหอมสะอาดพร้อมการปรากฏตัวของพี่ชายคนรองอย่างณภัทร

“เจ้าสามล่ะพี่หนึ่ง?”

“เดี๋ยวคงตามมา” ปีภัทรตามมาพร้อมถ้วยกาแฟในมือ ชายหนุ่มไม่เปิดปากทักทายใครทำเพียงลูบหัวน้องคนเล็กทีหนึ่งแล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้รากไม้ตัวใหญ่ ดึงขาขึ้นมาขัดสมาธิแล้วเอียงใบหน้าเข้าหากองไฟ เช้าตรู่นอกชายคาบ้านและน้ำค้างยังลอยเอื่อยในชั้นบรรยากาศ บริภัทรถูมือเข้าหากันก่อนจะลุกไปตามเสียงเรียกของพี่ชายคนรอง ณภัทรเปิดผ้าห่มออกรอให้น้องชายซุกเข้ามาตรงกลางช่วงขาแล้วจึงตวัดผ้าห่มทับ ไออุ่นสองร่างกลืนเข้าหากัน ทั้งพี่ทั้งน้องส่งเสียงครางอย่างพอใจ

ท้องฟ้าเหนือยอดเขาเริ่มเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีเทาหม่น จากนั้นไม่นานรัศมีของแสงส้มเหลือบแดงก็โผล่มาให้เห็น บริภัทรพรูลมหายใจออกเป็นควันขาว พระอาทิตย์สุดท้ายของปีโผล่ขึ้นมาแล้ว

“ทำไมถึงเป็นคนนี้?” พี่ใหญ่ในที่นั้นเอ่ยถามโดยไม่มีอารัมภบท บริภัทรกอดตัวเองอยู่ใต้อ้อมกอดของพี่ชายคนรอง ผินใบหน้าไปหาคนที่นั่งข้าง ๆ พี่หนึ่งยังมองไปที่ขอบฟ้า รูปหน้าด้านข้างถูกแสงแรกของวันอาบไล้จางความเคร่งขรึมลงไปหลายส่วน

“เพราะน้องรู้สึกกับเขา แบบที่ ไม่เคยรู้สึกกับคนอื่น”

“เพราะน้องยังเด็ก”

“ครับ น้องก็ว่าน้องยังเด็ก อายุยังเป็นเลขหนึ่งนำหน้าอยู่เลย” บริภัทรยิ้มในหน้า ท่าทีผ่อนคลายไร้กังวล “แต่น้องก็เจอแล้วนี่ครับ คนที่ทำให้น้องรู้สึกอุ่นใจเหมือนเวลาอยู่กับพี่ ๆ”

“ขนาดนั้นเลยเรอะ!” โดยพี่ชายคนรองพ่นเสียงใส่กระหม่อม บริภัทรจึงพยักหน้าช้า ๆ “ครับ ทั้งอุ่นใจ วางใจและปลอดภัย คุณชานนท์ทำให้น้องรู้สึกมั่นใจได้ขนาดนั้น แม้แต่ตอนที่เราต้องแยกกัน” เพราะบริภัทรไม่ให้เขามาเจอ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ทิ้งค้างไว้แต่เขาเติมต่อ พบหน้าไม่ได้ก็ยังห่วงใย แม้จะทำได้ไม่เต็มที่ก็ยังใส่ใจดูแล เป็นความห่วงหาอาทรของเขาที่กระทบใจบริภัทรได้ดีกว่าสิ่งใด

“จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับหน้าหล่อ ๆ นั่นเลยหรือ?” พี่ชายคนที่สามหยอดถาม รอยยิ้มและน้ำเสียงหยอกเย้ายังคงเป็นพี่สามที่ใจดีที่สุดคนเดิม

“มันก็เกี่ยววววว” คนน้องว่าผ่านเสียงหัวเราะ “คนเราก็ต้องเห็นหน้าค่าตากันก่อนอย่างอื่นอยู่แล้วนี่ครับ ก่อนนิสัยใจคอ ก่อนข้อดีข้อเสีย คุณชานนท์น่ะรูปร่างหน้าตาดีแถมยังดังในสังคมที่น้องอยู่ตอนนี้มาก ฐานะทางบ้านเขาก็ดีเข้าขั้นเศรษฐี แต่พวกพี่ก็น่าจะรู้ว่าคุณชานนท์ไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาดีและมีฐานะคนแรกที่เข้าหาน้อง”

“ก็คือจะบอกว่าคลิ้ก”

“น้องชอบเขาก่อน” บริภัทรสารภาพ “ชอบสายตาเวลาเขามอง ชอบเสียงเวลาเขาพูดกับน้องสาว ชอบอินเนอร์ที่ไม่ให้ความสำคัญกับอะไรสักอย่างนอกจากคนสำคัญของตัวเอง ตอนรู้จักกันใหม่ ๆ มันมีเรื่องนิดหน่อย หลังจากนั้นเขาเข้าหาแต่น้องถอย จริง ๆ ก็ถอยได้ไม่เยอะหรอกครับ ใจหนึ่งกลัวอีกใจมันดับบอกให้ลองสู้ดูสักตั้ง”

“น้องกลัวหรือ? กลัวไอ้ชานนท์คนนั้นน่ะนะ”

“พี่สองอย่าเรียกพี่เขาว่าไอ้ ฟังแล้วบ่ม่วนเลย” ณภัทรกระแทกลมหายใจออก รู้นะว่ามันไม่ธรรมดา คนที่โดนเขาขมขู่ทั้งทางตรงทางอ้อมมาทั้งวันแต่ยังวางหน้าเฉยได้นั้นย่อมไม่ใช่พวกกระดูกอ่อน แต่ไม่คิดว่ามันจะทำให้น้องชายเขาเอ่ยคำว่ากลัวออกมาได้ น้องเขาเนี่ยนะกลัวมัน น้องผึ้งของพี่สองเนี่ยนะ ณภัทรหมดคำจะพูด

“น้องพาเขามาบ่กลัวพวกพี่จะทำอะไรเขาหรือ?” น้องเล็กส่ายหน้า

“พี่หนึ่ง พี่สองและพี่สามเชื่อในตัวน้อง น้องก็เชื่อในตัวพี่ ๆ”

“คิดดีแล้วใช่ไหม?” ปีภัทรย้ำถาม บริภัทรไม่มีอะไรจะตอบไปมากกว่ารอยยิ้ม

“คิดอีกรอบเถอะ”

“โธ่ พี่สอง...”

“เชื่อพี่ ไอ้คุณชานนท์อะไรนี่ไว้ใจบ่ได้ พี่มองตามันแวบเดียวก็รู้แล้ว ลูกตาวาว ๆ แบบนั้น เสือร้ายห่มหนังหมาป่าชัด ๆ” บริภัทรหัวเราะร่วน พี่สองท่าจะอ่านนิยายกำลังภายในเยอะเกินไปแล้ว

“น้องผึ้ง”

“ครับ” ครับพี่หนึ่ง

“พาเขามาถึงเฮือนเฮาแสดงว่ามั่นใจแล้วใช่ไหม?” บริภัทรนิ่งไป เขาเข้าใจความห่วงใยของพี่ชายทั้งสามและเข้าใจว่าทำไมพี่หนึ่งถึงได้จริงจังเรื่องคุณชานนท์มากกว่าพี่ชายอีกสองคน มากกว่าพ่อ มากกว่าแม่นาย มากกว่าใครที่ผ่านมาในชีวิตเรา

เด็กชายยื่นมือออกไปจับมือใหญ่ มือพี่หนึ่งทั้งหยาบทั้งกร้าน ฝ่ามือมีรอยด้านจากการทำงานหนักมาตลอดหลายปี ทว่ากลับเป็นมือที่จับจูงบริภัทรอย่างทะนุถนอมแลมั่นคงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเขาตอนเข้าเรียนชั้นเด็กเล็กวันแรกหรือตัวเขาที่กำลังจะอายุยี่สิบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“ครับ ลูกมั่นใจแล้ว”

 


เสียงไก่ขัน

กลิ่นไหม้ลอยเจือจางในอากาศ พื้นไม้เย็นเยียบขนาดถุงเท้าหนายังแทบเอาไม่อยู่ ช่วงขายาวที่ก้าวผ่านประตูห้องน้ำออกมาก้าวเร็ว ตรงไปยังตู้เสื้อผ้าริมผนัง เสื้อฮู้ดของแดสสีเทาได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ก็เช้าวันนี้ ชานนท์พรูลมหายใจออกเป็นควันขาว เชียงรายหนาวจัดแต่ก็เพียงระยะสั้น ๆ ไม่หนาวโหดร้ายและยาวนานเหมือนเกาหลีหรือบางประเทศ ที่นี่จึงไม่มีใครติดเครื่องทำความร้อนที่พื้น จะมีก็แต่ฮีทเตอร์ตั้งพื้นตัวเล็กซึ่งตอนนี้ก็หันไปทางเตียงไม้สักหลังใหญ่ อีกหนึ่งชีวิตนอนซุกในผ้านวมหนา ยังไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นมารับความสดชื่นยามเจ็ดโมงเช้าแต่อย่างใด

ร่างสูงสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงนั่งลงริมเตียง ดึงขอบผ้านวมลงจนเห็นเรือนผมฟูฟ่อง ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีเงินพลิกหนีการรบกวน ชานนท์กระตุกยิ้ม ตบลงไปบนหน้าผากนั่นแรง ๆ

“โอยยย แม่จะไปฟั่งจ่มเตื่อ(แม่อย่าเพิ่งบ่น) เจ๊บหัวอยู่(ปวดหัวอยู่)” แม่มากมั้ง 

“แย่งผ้าห่มกูทั้งคืนนะไอ้น้องเหี้ย” เขาปล่อยให้ภาคินนอนต่อส่วนตัวเองออกจากห้องพักเดินออกไปถึงชานกว้างด้านหน้า ไอหมอกลอยละล่องรอบกาย พรางเรือนหลังใหญ่ไว้ภายใต้ปราการธรรมชาติ ชานนท์ย่างเท้าไปบนไม้แผ่นหนา ตั่งใหญ่ที่เขานั่งคุยกับน้องเมื่อคืนมีร่มสีขาวคันใหญ่กางกันน้ำค้าง โต๊ะเล็กมีกระเป๋าเอกสารกับโทรศัพท์มือถือวางไว้ ชานนท์กำลังสงสัยว่าเป็นของใครปีภัทรก็เดินยิ้มชื่นมาตบไหล่เขาเบา ๆ

“เป็นไง คืนแรกในเจียงฮาย หลับสบายไหม?”

“สบายครับ พี่สามกำลังจะไปไหนหรือครับ?” อีกฝ่ายแต่งตัวเหมือนพร้อมออกไปข้างนอก เสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนและเสื้อนอกตัวหนาสีเทา

“ไปโรงแรมนั่นแหละ น้องผึ้งบอกไหมว่าฉันดูแลส่วนของโรงแรมที่ลงทุนร่วมกับบ้านของเจ้าภาคิน” ชายหนุ่มคิดไม่นานก็ตอบตามตรง “ไม่ได้บอกครับ” ปีภัทรหัวเราะ

“ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก วันสิ้นปีคนอื่นเขาได้หยุดงานแต่คนทำงานโรงแรมถือว่าเป็นช่วงพีค ขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย กาแฟร้อน ๆ สักแก้วดีไหม”

“ดีครับ ขอบคุณ”

“ปี้สีนวล กำเดียวเอากาแฟไปหื้อผมตี่แปลงผักเลยเน้อ ของคุณชานนท์โตย” (พี่สีนวลเดี๋ยวเอากาแฟไปให้ผมที่แปลงผักเลยนะ ของคุณชานนท์ด้วย)

“เจ้าคุณสาม”

“ไปกัน” เขาตามพี่ชายคนรักลงเรือน เดินไปทิศตรงข้ามกับทางไปห้องครัวและท่าน้ำ ลงบันไดแล้วอ้อมไปทางเนินดินที่ลงพืชผลจำพวกกะหล่ำปลี ผักกาดหัว ผักกาดหอม เรียงเป็นแถวเท่ากันตลอดทั้งเนินนั้น ที่หมายของพวกเขาอยู่ที่จุดสูงสุดของเนินดิน ตรงนั้นมีเก้าอี้ที่ทำมาจากรากของไม้ใหญ่ตั้งล้อมรอบกองไฟ แต่ละตัวนั้นล้วนถูกขัดถูจนขึ้นเงา เช้า ๆ อย่างนี้ก็มีคนมานั่งผิงไฟถึงสองคน หนึ่งในนั้นกำลังเติมฟืนใส่กองไฟ ไหล่กว้างมีผ้าห่มผืนบางห่มทับ พอได้ยินเสียงฝีเท้าเขาก็เงยหน้ามองมา ชานนท์กลืนน้ำลายทั้งลำคอแห้งผาก ดวงตาเรียวคมราวกับมีพลานุภาพเพิ่มขึ้นในระยะเพียงข้ามคืน

“จะออกไปโรงแรมแล้วหรือ?”

“ครับ แต่ยังพอมีเวลากินมันเผาสักหัว” ภูภัทรไม่ว่าอะไรเขามองชานนท์แล้วก็ถามด้วยน้ำเสียงระดับเดิม

“เอาด้วยไหม?”

“ขอบคุณครับ” แต่ทั้งชานนท์และปีภัทรไม่ได้เป็นคนแรกที่ได้กินมันหวานเผา ภูภัทรเขี่ยหัวมันที่ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ออกจากกองไฟ รอให้หายร้อนนิดหน่อยก็แกะห่อแล้วบิปลายทิ้ง มือใหญ่ยื่นไปให้ณภัทร ฝ่ายนั้นยืดแขนมารับเพราะแขนอีกข้างต้องประคองก้อนผ้านวมไว้

“น้อง มันสุกแล้ว กินก่อนจะเย็นเร็ว” ก้อนผ้านวมขยับเคลื่อนไหวก่อนเรือนผมสีเงินยวงจะโผล่ออกมา ชานนท์เกือบสำลักอากาศ มองใบหน้างัวเงียที่เงยจากอกณภัทรจนลืมความหนาวไปชั่วคราว  

“ลำก่อ?(อร่อยไหม?)” หัวเล็กผงกขึ้นลง ปากอิ่มแดงเล็มเนื้อมันสลับเป่าให้คลายร้อน มีพี่ชายคนที่สองคอยดึงเปลือกออกให้ ณภัทรผูกขาดหน้าที่การดูแลน้องเล็กแบบที่อีกสองชีวิตได้แต่มองอย่างเหนื่อยหน่าย ประคบประหงมเหมือนตอนเจ้าลูกผึ้งยังเป็นแค่นักเรียนชั้นประถมต้นไม่ผิดเพี้ยน

“อย่าให้ถึงขั้นต้องป้อนนะพี่สอง”

“ยุ่งว่ะสาม” ก็ยอมรับว่าเวอร์อะ แต่ทำไงได้ล่ะ มันก็ฟิลเตอร์นี้มาตั้งแต่แรกคลอดแล้วไง เขาเลี้ยงน้องมา เจ้าสามจะยิ้มเรื่อย ๆ แบบของมันหรือพี่หนึ่งจะสุขุมเคร่งขรึมก็แล้วแต่สิ ผู้ชายที่เต็มไปด้วยอารมณ์อย่างณภัทรถนัดแสดงออกแบบไม่กั๊กแบบนี้แหละ น้องจากบ้านไปเรียนต่อที่กรุงเทพตั้งครึ่งปี ล่าสุดเพราะแม่นายเลยทำให้ขาดการติดต่อกันไปอีกเป็นเดือน คนมันคิดถึงมากก็เห่อมากอย่างนี้แหละ คนหวงน้องแอบชำเลืองมองชานนท์ที่ยังถือถ้วยกาแฟไว้ในมือ ริมฝีปากค่อนข้างกว้างนั้นเหน็บยิ้มเป็นต่อ กระชับแขนกอดน้องชายคนเล็กแถมยังเบี่ยงตัวออกไปทางแปลงผักหันหลังให้คนอื่นอย่างโจ่งแจ้ง อาการสะลึมสะลือหายไปหลังจากได้ของกิน บริภัทรยืดตัวนั่งหลังตรง กลืนเนื้อมันหวาน ๆ ลงคออย่างเชื่องช้า

“เอาน้ำก่อ?” ผงกหัวช้า ๆ อีกเช่นกัน ณภัทรเอี้ยวตัวกลับมา แค่อ้าปากจะขอน้ำก็มีแก้วชาร้อนส่งให้ถึงมือ พี่ชายคนรองพึมพำขอบใจอย่างไว้ท่า

“หลับสบายดีไหมเมื่อคืน?”

“เกือบดีครับถ้าตอนใกล้สว่างไม่โดนคนเมาแย่งผ้าห่ม” บริภัทรหันไปเห็นคนรักนั่งอยู่ข้างพี่ชายคนโตก็ยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ ร่างเล็กถดตัวลงจากเก้าอี้ตัวใหญ่ย้ายมานั่งข้างชานนท์พร้อมแก้วชาร้อนที่ชายหนุ่มเพิ่งส่งให้ณภัทรไป

“หนาวไหมครับ?”

“ไม่ค่อย ฮีทเตอร์ช่วยได้เยอะเลย ตื่นนานแล้วหรือ?” คนน้องพยักหน้า

“ตื่นพร้อมพี่หนึ่งตั้งแต่ตีห้าแล้วครับ”

“อ้อ เมื่อคืนน้องนอนห้องพี่หนึ่งหรือ?”

“ไม่ใช่แค่เมื่อคืน คืนนี้น้องก็ต้องนอนห้องพี่หนึ่งด้วย”

“อย่างนั้นหรือครับ” ชานนท์ไม่เก็บเสียงห้วนห้าวของพี่คนรองมาเป็นอารมณ์ จะนอนกับพี่หนึ่งอีกคืนหรือสองคืนเขาก็ไม่ว่า เพราะอย่างไรเสีย กลับกรุงเทพไปก็เป็นคืนของเขาทุกคืนอยู่แล้ว

“ทำไมตื่นเช้าเมื่อคืนกว่าจะนอนก็ดึก”

“นอนเต็มอิ่มมั้งครับ”

“ไม่ใช่เพราะโดนพี่หนึ่งลากลงจากเตียงหรอกเหรอเรา” ปีภัทรขัดยิ้ม ๆ เขาปัดมือเอาเศษมันเผาออกแล้วดื่มกาแฟต่อ ชายหนุ่มมีเวลาให้เอ้อระเหยกับพี่ ๆ น้อง ๆ ไม่นานเพราะงานสำคัญที่รออยู่ เขาจับหัวกลมโยกไปมา ออกปากชวนน้องเล็กไปเที่ยวโรงแรมด้วยกันแต่บริภัทรบอกว่าวันนี้ต้องเข้าไร่กับพี่หนึ่ง

“แล้วชานนท์ล่ะ? น้องจะปล่อยแขกคนสำคัญไว้กับป้าจั๋นตาอีกเหรอ?”

“ก็พาคุณชานนท์ไปด้วยสิครับ”

“ได้หรือพี่หนึ่ง?” เป็นที่รู้กันว่าพื้นที่ปางไม้นั้นเป็นเขตหวงห้าม คนที่จะเข้าออกได้ก็มีเพียงคนของปางวนาเทพ ไม่อนุญาตให้คนนอกผ่านเข้าไปในเขตการทำป่าไม้ หากญาติพี่น้องของคนงานต้องการมาพบสามารถเข้ามาได้ถึงแค่เขตบ้านพัก กระทั่งหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาที่ติดต่อขอเข้าชมยังได้ชมเพียงแค่พื้นที่บางส่วน วันนี้น้องเล็กจะพาเพื่อนรุ่นพี่ตามพี่หนึ่งไปตรวจงานก็นับว่าเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง ถึงจะรักและเอ็นดูน้องแค่ไหนแต่ความลับทางธุรกิจก็เป็นเรื่องสำคัญไม่สามารถตามใจกันได้ง่าย ๆ

ทว่าพี่ชายคนโตกลับพยักหน้ารับซะอย่างนั้น

ปีภัทรทั้งขำทั้งอ่อนใจ  

“งั้นพี่ไปทำงานก่อนละ เจอกันตอนค่ำ ๆ เลยนะ”

“แล้วคืนนี้พี่สามจะไปวัดด้วยกันไหมครับ?” ปีภัทรหัวเราะแต่ไม่ตอบว่าไปหรือไม่ บริภัทรเห็นแล้วก็รู้คำตอบทันที พี่สามน่ะอะไรก็ได้แหละแต่ไม่ถูกกับวัดวาอารามเอาเสียเลย พอกันกับพี่สอง วันพระเมื่อไหร่หลบได้เป็นหลบ หนีได้เป็นหนี ไม่มีใครไปเป็นเพื่อนแม่นายฟังเทศน์เลยนอกจากป้าจั๋นตากับสาว ๆ ในครัวแล้วก็คนอายุน้อยสุดในบ้านอย่างบริภัทรนี่ไง

สองพี่น้องพาแขกจากเมืองกรุงทัวร์ปางวนาเทพเกือบทั้งวัน รถกระบะสี่ประตูสีดำแบบยกเครื่องสูงทะยานไปทั่วทุกพื้นที่ นอกจากปางไม้สักที่กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งแล้วแล้วยังมีพื้นที่สำหรับบ้านพักของคนงาน โรงอาหาร ร้านขายของ เรือนเพาะชำ พื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ กระทั่งน้ำตกเล็ก ๆ ยังมีอยู่ในอาณาเขตของวนาเทพสกุล ชานนท์สนใจเป็นความรู้แต่เขาไม่ซอกแซกจนเกินควร ภูภัทรเองก็ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีถึงใบหน้าจะยังปราศจากรอยยิ้มแต่เขาก็ไม่ได้แสดงทีท่ารังเกียจให้แขกอึดอัดใจแต่อย่างใด


ตะวันคล้อยต่ำ

รถคันใหญ่มุ่งหน้ากลับเรือนกาแลหลังงาม บริภัทรร้อง Lemon tree ของ Fool’s Garden อยู่ข้างคนขับ เจ้าลูกผึ้งชำเลืองมองกระจกอันเล็กก่อนจะค่อยหันไปยิ้มกับแนวต้นส้มด้านนอก

เขา’ วางสายตารอบริภัทรเหมือนดังคาด







#บริภัทร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 768 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4628 Vivachoco (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 00:09
    ภาคิณนี่น่ารักแท้
    #4,628
    0
  2. #4294 ii.toey (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 13:55
    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ
    #4,294
    0
  3. #4070 areenachesani (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 20:48
    แง่งง 'เขา' ไม่เคยละสายตาจากน้องเลยย
    #4,070
    0
  4. #3954 pbcy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:12
    นุงงไปหมด พี่หนึ่งเป็นพ่อเจ้าลูกผึ้งหรอ แล้วเขาที่ว่าคือใครอ่า
    #3,954
    0
  5. #3157 nysehun (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 01:23
    เรียกพี่ว่าพ่อเยอะๆเน้ออ
    #3,157
    0
  6. #2989 ppLindeep (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 08:41
    ชอบที่น้องเรียกพี่หนึ่งว่าพ่อจัง รู้สึกถึงความรักลูกของพี่หนึ่งได้เลย อยากเห็นโม้เม้นต์พ่อลูกกับลูกเขย
    #2,989
    0
  7. #2471 mees$ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:38
    ท้องในวัยเรียนรึเปล่าพี่หนึ่งน่ะ แบบพลาดกะแม่น้องบี ทางนั้นยอมรับไม่ได้ ทางนี้เลยรับเองอย่างนี้ปะ
    #2,471
    0
  8. #2151 weiliin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 16:19
    แม่น้องคือใคร
    #2,151
    0
  9. #1985 Au8540 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:31
    อยากรู้ว่าแม่น้องคือใครค่ะทำไมถึงไม่ได้อยู่กับน้อง
    #1,985
    0
  10. #1728 theLazypaNg (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:36
    อ่านไปละนึกถึงฟิลเตอร์ของน้องวันใหม่และครอบครัวบอยปกรณ์
    #1,728
    0
  11. #1680 pcy921 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:44
    เดี๋ยวหนูเรียนจบแล้วมาเลี้ยงลูกของเราด้วยกันนะคะพี่หนึ่ง
    #1,680
    0
  12. #1306 suprem-leader (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:59
    เป็นพ่อจริงๆดิ
    #1,306
    0
  13. #215 Geebam (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 15:38
    ทำไมเรียกพ่อว่าพี่อะ
    #215
    0
  14. #134 Yujin:-D (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:29
    น้องเป็นลูกพี่หนึ่งจริงแหะ แต่เราอยากให้น้องเรียกพี่หนึ่งว่าพ่อจังเลย
    #134
    0
  15. #130 PINKLAND (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 10:49
    น้องเป็นลูกพี่หนึ่งจริงๆด้วย
    #130
    0