c o m p e n s a t e

ตอนที่ 34 : บ ริ ภั ท ร #ตอนพิเศษ ๑/๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 816 ครั้ง
    14 ต.ค. 61




 


               สาวจั๋นตาหรือชื่อจริงว่านางสาวจันทรานั้นเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของอำเภอแม่จัน เจ้าของตำแหน่งธิดาถิ่นไทยงามเมื่อประมาณสามสิบกว่าปีที่แล้ว ชานนท์ได้พบคนงามแม่จันตอนที่ป้าจั๋นตาเดินนำขบวนสำรับขึ้นมาตั้ง ร่างเจ้าเนื้อแต่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วเพิ่งออกมาจากห้องครัวด้านล่าง ไม่ทันเห็นรถของไร่ชาจึงไม่รู้ว่าบนเรือนนั้นมีคุณคนเล็กรออยู่ พอเห็นก็เป็นน้ำหูน้ำตา ทั้งกอดทั้งหอมจนโดนคุณสองว่าเหน็บให้อย่างตามประสาคู่กัด สาวจั๋นตานอกจากจะไม่สลดแล้วยังเหน็บคืนด้วยปลายนิ้วจนพี่สองร้องโอยลั่นชานบ้าน ชานนท์ประทับใจสาวงามอันดับหนึ่งแห่งแม่จันในคราวนั้นเอง

               “คุณลูกผึ้งเปิ้นเป๋นคนน่อยเจ้า ต๋อนน่อย ๆ เปิ้นตัวน้อยเดียว อ้ายเปิ้นกะตึงขวางตึงขาง ฮู้ข่าวไผคีน้องเปิ้นน้อยบ่ได้ ปู้นเนาะ ร่นไปตีเปิ้น คนเดียวตี้เปิ้นยอมหื้อใกล้กะคุณภาคินลูกบ่าวหล้าไฮ่ชาแนมเฮานี่ อันนั้นป้อเปิ้นเป๋นหมู่เดียวกับป้อเลี้ยง ตางแม่เปิ้นกะเฮียนหนังสือมากับแม่นายวาด แหมคนกะคุณจอม ลูกสาวเก๊าท่านวิริยะ แต่รายนั้นบะเดี่ยวนี่เปิ้นไปเฮียนต่อประเทศนอก บ่อั้นก็ร่นมาหากั๋นตึงตะวันเกิ่งหัวนั่นแล้วเจ้า” (คุณลูกผึ้งเธอเป็นลูกคนเล็กเจ้า ตอนเด็ก ๆ เธอตัวนิดเดียว พี่ชายเลยหวงมาก รู้ข่าวใครแกล้งน้องหน่อยไม่ได้ นู่นแน่ะ วิ่งไปต่อยตีเค้า คนเดียวที่เธอยอมให้เข้าใกล้น้องก็คุณภาคิน ลูกชายคนเล็กของไร่ชาข้าง ๆ เรานี่แหละเจ้า คนนั้นคุณพ่อเธอเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพ่อเลี้ยง ทางคุณแม่ก็เรียนหนังสือมากับแม่นายวาด อีกคนก็คุณจอม ลูกสาวคนโตของท่านวิริยะ แต่รายนั้นตอนนี้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงรีบฝ่าแดดมาหากันแล้วล่ะเจ้า)

               เด็กสาวที่เป็นลูกมือป้าจั๋นตาคงรู้ว่าสกิลภาษาถิ่นเหนือของเขานั้นอ่อนด้อยนักจึงแปลเป็นภาษากลางให้ฟังอีกหน ป้าจั๋นตาหัวเราะคิกคัก บอกว่าป้าใช้ภาษาถิ่นทุกวันจนเป็นความเคยชิน บ่อยครั้งที่คุณ ๆ พูดภาษากลางแล้วป้าจั๋นตาก็พูดภาษาถิ่น ตอบกันไปมาอย่างนี้จนเป็นเรื่องปกติ ลืมไปว่าคุณชานนท์เป็นคนกรุงเทพ ไม่เข้าใจภาษาถิ่น ต่อจากนี้จะพยายามอู้ไทยกับคุณชานนท์

               “อู้ไทยหรือครับ?”

               “ดู๊วววว ว่าบ่ทันพ้นปาก อู้ไทยแปลว่าพูดภาษากลางเจ้า” ภาษากลางของป้าจั๋นตาถึงจะติดสำเนียงเหนือมาเต็มที่แต่ก็รื่นไหลคล่องแคล่ว ชานนท์ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาสวมกางเกงผ้าม่อฮ่อมกับเสื้อยืดแขนยาวนั่งขัดสมาธิบนพื้น เอนหลังพิงเสาต้นใหญ่มองป้าจั๋นตากับลูกมืออีกสองคนใช้ผ้าขาวเช็ดใบตองกองใหญ่ ไม่รู้ว่าบริภัทรกลัวเขาเหงาระหว่างที่น้องต้องไปคุยกับพ่อเลี้ยงหรืออย่างไรถึงพาเขามาฝากไว้กับสาวจั๋นตา ชานนท์ไม่ได้รังเกียจคนแก่ เขาอยู่ไหนก็ได้และการนั่งมองป้าจั๋นตาทำงานก็เพลิดเพลินจริงอย่างที่บริภัทรรับรองไว้ นอกจากจะเป็นคนดูแลงานบ้านงานเรือนแล้วป้าจั๋นตายังเป็นพี่เลี้ยงของพี่ชายทั้งสามและคุณลูกผึ้งอีกด้วย ชานนท์เลยได้ข้อมูลเรื่องน้องเพิ่มมาอีกเยอะ

               “คุณอย่าคิดมากนะเจ้า สามเลขนั่นเปิ้นก็โอเวอร์ไปอย่างนั้น” ป้าจั๋นตาเล่นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษให้ชานนท์ยิ้มออกมาน้อย ๆ “เล่นใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร แต้ ๆ ก็บ่มีอะไรหรอกเจ้า คุณสองนั่นอารมณ์ร้อน ปากร้ายแต่เนื้อแท้แล้วเป็นคนขี้ใจอ่อน โอ๋น้องมากที่สุดในบรรดาอ้ายปี้ทุกคน คุณสามนั้นใจดีแล้วก็ใจเย็น พูดง่ายสุดในสามเลข”

               “แล้วพี่หนึ่งล่ะครับ?” ป้าจั๋นตาหยุดงานในมือ สีหน้าบอกชัดว่าหนักใจ

               “คุณหนึ่งเปิ้นเป็นพี่ใหญ่ พูดน้อย เคร่งขรึม บ่ค่อยออกอาการเหมือนคุณสองแต่ที่จริงแล้วคนนี้คือหวงคุณลูกผึ้งที่สุด” สรุปด่านหินสุดคือพี่ชายคนโต ชานนท์บันทึกข้อมูลไว้ในใจ

               “น้องอายุห่างจากพี่ ๆ เยอะเลยนะครับ”

               “...เจ้า คุณลูกผึ้งเกิดตอนคุณหนึ่งเรียนจบมอหกพอดิบพอดี ตอนเกิดเปิ้นตัวน้อย บ่ได้กินนมแม่เหมือนละอ่อนเขา ก็นั่นเนาะเจ้า เปิ้นอายุห่างจากพี่ ๆ หลายปี เป็นเด็กน้อยคนเดียวในบ้านเลยมีแต่คนแย่งกันเลี้ยงแย่งกันอุ้ม คุณหนึ่งนั่นน่าสงสาร อยู่กับน้องได้แค่บ่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อ บ่กี่ปีต่อมาคุณสองคุณสามก็ไปบ้าง คุณหนึ่งกลับมาคุณลูกผึ้งก็เข้าชั้นเด็กเล็กแล้ว น้องไปเรียนหนังสือในเมืองเปิ้นก็ขับรถไปรับไปส่งทุกวัน ผูกขาดคุณลูกผึ้งเป็นของตัวจนคุณสองกลับมา”

               “ไปเรียนต่างประเทศทั้งสามคนเลยหรือครับ?”

               “เจ้า”  

               “แล้วทำไมน้องถึงไม่ไปเรียนเมืองนอกเหมือนพี่ ๆ ล่ะครับป้า”

               “นอกจากแม่นายแล้วก็บ่มีใครยอมให้ไปเลยเจ้า คุณลูกผึ้งเปิ้นก็ยอมให้แต่ขอลงไปเรียนกรุงเทพ ดีที่คุณภาคินก็สอบติดที่เดียวกัน บ่อย่างนั้นก็ลางว่าจะเป็นเรื่องยากอีก ใจอ้ายปี้ทั้งสามเปิ้นคงจะอยากให้น้องเรียนที่แม่ฟ้าหลวงนี้แหละเจ้า เอาใกล้บ้านเข้าว่า”


               “โวอะหยังบ่าใจ๋ครับคุณนายจั๋นตา” (โม้อะไรเยอะแยะครับคุณนายจันทรา) เจ้าของเสียงเดินลงเรือนมาพร้อมรอยยิ้ม หลังจากคุยกับบิดาแล้วบริภัทรก็เลยไปอาบน้ำที่ห้องส่วนตัว ร่างเล็กสวมกางเกงม่อฮ่อมทรงสะดอแบบเดียวกับชานนท์ส่วนเสื้อเป็นเสื้อยืดคาวีสีขาวแบบธรรมดาแต่สะอาดสะอ้านไปทั้งตัว เจ้าของกลิ่นหอมสดชื่นลดตัวลงนั่งพับเพียบเหยียดปลายเท้าไปทางหนึ่ง

               “จะยะข้าวนมก๊าครับ?” (จะทำขนมหรือครับ?)

               “ตึงข้าวนมตึงของขบของกิ๋นเจ้า แม่นายเปิ้นหื้อเกียมไว้นัก ๆ วันพูกก้อยยะ จะได้พอดีเอาไปวัดเจ้าวันปากปี๋เจ้า” (ทั้งขนมทั้งกับข้าวเจ้า แม่นายท่านให้เตรียมไว้เยอะ ๆ วันพรุ่งนี้ค่อยทำ จะได้พอดีเอาไปวัดเช้าวันที่หนึ่งเจ้า)

               “แล้วกิ๋นข้าวตอนกั๋นละยัง?” (แล้วกินข้าวกลางวันกันหรือยัง?)

               “ยังเจ้า ว่าจะรอหื้อแล้วหม่องนี้ก่อนแล้วก้อยไปกิ๋น ยังแหมบ่นักแล้ว” (ยังเจ้า ว่าจะรอให้เสร็จตรงนี้ก่อนแล้วค่อยไปกิน เหลืออีกไม่เยอะแล้ว)

               “ไปกิ๋นข้าวก่อนเต๊อะครับ อันตี้บ่แล้วกะละไว้นี่ก่อน ถึงเวลากิ๋นแล้วบ่กิ๋นกำเดียวจะเจ๊บต๊อง ปี้ทับทิม ปี้สีนวล ยั้งก๋านก่อน ไปกิ๋นข้าว” (ไปกินข้าวก่อนเถอะครับ อันนี้ที่ไม่เสร็จก็ทิ้งไว้ตรงนี้ก่อน ถึงเวลากินแล้วไม่กินเดี๋ยวจะปวดท้อง พี่ทับทิม พี่สีนวล หยุดงานก่อน ไปกินข้าว) สองสาวขานรับเสียงหวาน เก็บกรรไกรที่ใช้ตัดแต่งใบตองใส่ตะกร้าสาน บริภัทรปล่อยลูกมือป้าจั๋นตาโกยเศษใบตองใส่เข่งใบใหญ่ ตัวเองช่วยชานนท์ประคองป้าลุกขึ้นยืน

“น้องบอกแล้วว่าบ่ดีนั่งปื๊นเมิน แข้งขามันจะโดนเหน็บกิ๋น กำเดียวหื้อละอ่อนย้ายคัวไปยะบนแหย่งปู้นหนาครับ ก่ายนั่งกะเหยียดก่ายเหยียดกะห้อยขาหั้น” (น้องบอกแล้วว่าไม่ควรนั่งพื้นนาน แข้งขามันจะเป็นเหน็บ เดี๋ยวให้เด็กย้ายของไปทำบนตั่งนู่นนะครับ เบื่อนั่งก็เหยียด เบื่อเหยียดก็ห้อยขาไป) ป้าจันทราหัวเราะ ไม่ต่อความคุณคนเล็กของบ้านแต่ปลดมือเด็กทั้งสองออกพลางว่าอย่างอารมณ์ดี

               “บ่ต้องเป๋นห่วงป้าหรอกเจ้า คุณลูกผึ้งปาอ้ายชานนท์เปิ้นไปนั่งตี้ต่าน้ำเน้อ กำเดียวป้าจะหื้อละอ่อนเอาของกิ๋นเล่นไปหื้อ” (ไม่ต้องเป็นห่วงป้าหรอกเจ้า คุณลูกผึ้งพาพี่ชานนท์ไปนั่งที่ท่าน้ำนะ เดี๋ยวป้าจะให้เด็กเอาของว่างไปให้) คุณลูกผึ้งส่ายหน้าอ่อนใจก่อนจะหันมายิ้มให้คนที่กำลังพยายามเรียนรู้ภาษาเหนืออย่างตั้งใจ

               “อยากไปก่อครับอ้าย?”

               “ไปไหน?” จริง ๆ อยากถามว่าไปก่ออะไร

               “หลังเรือนไปหน่อยมีแม่น้ำผ่านครับ ตรงนั้นต้นกาสะลองขึ้นเยอะเลย ไปไหมครับ วิวสวยนะ” อยากอวดจนตาวิบวับไปหมดอย่างนี้แล้ว ถ้าบอกว่าไม่อยากไปชานนท์ก็คงเป็นคนใจร้ายเต็มที ชายหนุ่มตามเจ้าถิ่นไปถึงลานต้นปีบที่ว่า ซึ่งที่จริงแล้วนั้นมันคือท่าน้ำขนาดย่อม เลยไปไม่ไกลเป็นโรงเก็บเรือที่มีเรือเร็วจอดอยู่ลำหนึ่ง นอกจากต้นกาสะลองสูงใหญ่ที่ให้ร่มเงาตรงจุดจอดเรือแล้วชานนท์ก็เห็นต้นไม้อีกชนิดขึ้นเรียงเป็นแถวตามแนวตลิ่ง ความสูงมันเลยศีรษะเขาไปนิดหน่อย ใบเป็นพุ่มดกหนาและส่งกลิ่นหอมอย่างประหลาด

               “ต้นเมี่ยงครับ”

               “เมี่ยงคำแบบนั้นหรือ?” บริภัทรส่ายหน้า เด็ดใบลำดับรอง ๆ ออกมาสองใบส่งให้เขา ส่วนตัวเองเด็ดยอดอ่อนกัดกินเหมือนขนม

               “รสชาติแปลก เปรี้ยวนิด ๆ แต่ก็ฝาดด้วย เหมือนใบชา” น้องยิ้มกริ่ม

               “ก็ใบชานี่ครับ”

               “ไหนบอกต้นเมี่ยง พี่ไม่รู้จัก เมี่ยงที่พอคุ้นก็เมี่ยงคำกับเมี่ยงปลาทู” คราวนี้บริภัทรหัวเราะอย่างสุดจะกลั้น “เมี่ยงคำเค้ากินกับใบชะพลูครับส่วนเมี่ยงปลาทูนั่นกินกับผักหลายชนิดแต่ไม่มีใบเมี่ยงสักหน่อย นี่คือต้นชาอัสสัม รากมันช่วยอุ้มน้ำ ยึดหน้าดิน ยอดอ่อนใช้ชงเป็นชาดื่มหรือเอาไปทำอาหารก็ได้ แต่หลัก ๆ แล้วเราจะเก็บใบมันไปหมัก ใบชาที่หมักแล้วเรียกว่าใบเมี่ยงครับ”

               “แล้วเราจะเอาใบชาที่หมักแล้วไปทำอะไร? ชงเป็นชาอีกแบบหนึ่งหรือ?”

               “เปล่าครับ เราเอาไว้กินเล่น เรียกว่าอาหารว่างน่าจะได้อยู่นะ รอเดี๋ยวนะครับ” หนึ่งในลูกมือป้าจันทรายกของว่างมาวางไว้ที่ตั่งนั่งบนท่าน้ำ บริภัทรเข้าไปสั่งความอะไรชานนท์ฟังไม่ถนัดแต่ไม่นานจากนั้นพี่สาวคนเดิมก็กลับมาพร้อมตะกร้าหวายทรงกลมที่มีฝาปิดมิดชิด บริภัทรตบที่นั่งตรงหน้าเป็นสัญญาณให้อีกคนนั่งลงตรงนั้น ชานนท์มองตามการเคลื่อนไหวของมือขาวสลับกับใบหน้าอ่อนเยาว์ น้องหยิบอะไรบางอย่างที่เหมือนผักดองขึ้นมาจากถ้วยกระเบื้อง เรียงซ้อนกันแล้วก็หยิบเกลือเม็ดกับอะไรอีกอย่างวางตรงกลาง ดวงตาเรียวช้อนมองเขาแวบหนึ่งคล้ายครุ่นคิดแล้วน้องก็ส่ายหน้าม้วนเจ้าใบไม้สีน้ำตาลเละ ๆ นั่นจนเป็นก้อนกลมอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นของมันผ่านเข้าจมูกเขาตอนมือขาวยื่นมาใกล้ ชานนท์สั่นศีรษะ เบนหน้าหนีเพื่อยืนยันการปฏิเสธ

               “อย่าเพิ่งปฏิเสธสิครับ ลองชิมดูก่อน จะได้รู้ว่าเมี่ยงมันเป็นยังไง”

               “ไม่ต้องรู้ก็ได้ พี่ไม่ได้อยากศึกษา”

               “คำนึ้ง”

               “........”

               “นะครับ พอให้รู้รส นี่ห่อให้แบบออริจินัลเลยนะ หากินที่อื่นไม่ได้อีกแล้วด้วย” ณ จุดนี้ อยากหรือไม่อยากแต่มีดวงตาคุณลูกผึ้งมองรออย่างคาดหวังชานนท์จะฝืนใจยังไงสุดท้ายก็ต้องอ้าปากรับ พอเขากลั้นใจอมมันไว้เฉย ๆ น้องก็ทำท่าเคี้ยวให้เขาทำตาม บอกเลยว่ารสชาติคำแรกนั้นคือที่สุดจริง ๆ

               “มันคือใบไม้เน่า” กับเกลือแล้วก็ขิงสด!

               “อย่าเพิ่งตัดสินสิครับ แรก ๆ ก็จะแปลกอย่างนี้แหละ เคี้ยวไปเดี๋ยวก็เพลิน เจ้าสิ่งนี้คือคาเฟอีนชั้นเยี่ยมของคนเหนือเลยนะครับ ประโยชน์ของเมี่ยงมีเยอะมาก นอกจากกระตุ้นอารมณ์ให้สดชื่นแล้วยังมีทีเอนีนที่ช่วยคลายเครียด บำรุงเซลประสาท เพิ่มความจำ ลดการเสื่อมของสมองแล้วก็ช่วยให้นอนหลับสบายด้วย”

“กอดน้องพี่ก็หลับสบาย” ถูกโต้คืนทีเดียวต้องกะพริบตาไปหลายทีกว่าจะตั้งหลักได้

“นี่ข้อมูลวิชาการของจริงนะครับ”

“ความไม่อร่อยก็ของจริงเหมือนกัน”

“เจอขิงหรือยัง?”

“เจอตั้งแต่คำแรกแล้ว”

               “น้อง” คราวนี้ไม่ใช่เสียงชานนท์แต่เป็นท่านเจ้าบ้านฝ่ายหญิง แม่นายจันทร์วาดปรากฏตัวพร้อมลูกชายสองคน ท่านเลือกนั่งที่เก้าอี้เดี่ยว มองตะกร้าหวายที่ยังเปิดฝาค้างไว้อย่างแปลกใจ

“ใครกินเมี่ยงคะ?”

               “น้อง” เจ้าคนเล็กยกมือ ยิ้มแกมเสียงหัวเราะรื่น “ทำให้พี่ชานนท์กินครับ”

               “อะไร๊! ชานนท์กินเมี่ยงเป็นด้วยหรือ?”

               “เพิ่งเคยลองครั้งแรกเมื่อกี้นี้เองครับ”

               “พุทโธ ธัมโม บ่ไหวก็คายทิ้งได้นะลูก บ่ต้องฝืนเคี้ยวจนจืด ลูกผึ้งนี่ก็ยังไง ทำไมอยู่ ๆ ถึงชวนกันกินของแรง แกล้งอ้ายเปิ้นหรือว่าจะได” (แกล้งพี่เค้าหรือว่ายังไง) ตัวน้องไม่ทันได้ตอบเพราะกำลังง่วนกับการห่อเมี่ยงอีกคำ ตัวพี่ที่จ้องชานนท์ตาขวางรีบกางปีกปกป้องน้องรักแบบไม่ให้เสียยี่ห้อคุณสอง ณ ปางวนาเทพ

               “น้องบ่ได้แกล้งหรอกครับแม่นาย แค่กินเมี่ยง เรื่องปกติธรรมดา กินบ่ได้ก็บ่ต้องไปคิดอ่านเรื่องอื่นแล้ว”

               “กำเดียวก่อนเน้อพี่สอง”

               “ไหวไหมชานนท์?” ก่อนที่แม่นายและลูกชายทั้งสองจะเข้ามาชานนท์ก็มองหาที่จะคายทิ้งแล้วแต่เพราะทั้งสามมาแทรกเสียก่อน เขานั่งมองน้องจัดเมี่ยงคำใหม่ให้แม่นายจนลืมความตั้งใจเดิมไปชั่วขณะ พอพี่สามถามเขาถึงได้รู้ตัวว่าเจ้าใบไม้เน่าในปากมันเริ่มจืดแล้ว

               “รสชาติแปลกดีครับ”

               “วัฒนธรรมการกินเมี่ยงมีมาเป็นร้อยปีแล้วล่ะพ่อ เมื่อก่อนคนในอาณาจักรล้านนากินเมี่ยงกันทุกบ้านทุกเรือน ตอนนี้เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่พวกเด็กสมัยใหม่ไม่ค่อยกินกันแล้ว บ่นว่าเหม็นบ้าง ฟันเหลืองเล็บเหลืองบ้าง ยุคสมัยเปลี่ยนค่านิยมก็เปลี่ยนตาม” ตัวแม่นายเองก็สองสามวันกินที ไม่กินก็ไม่ขวนขวายหาอย่างสาวจั๋นตาหรือคนอื่น ๆ ในครัว

               “น่าจะเป็นเพราะหายากด้วยหรือเปล่าครับ หายาก ทำยาก”

               “ตอนนี้เลยมีพวกพ่อค้าแม่ค้าหัวใสทำเป็นคำ ๆ ขายยังไงล่ะ”

               “แต่ก็ต้องเสี่ยงเรื่องความสะอาดหน่อย ว่าแต่คนห่อเมี่ยงคนนี้ล้างมือหรือยังครับ?” ปีภัทรกระเซ้าถามคนที่ยังตั้งใจห่อเมี่ยงไม่พูดไม่คุยกับใคร บริภัทรส่ายหน้า ศีรษะที่ก้มลงเล็กน้อยปกคลุมด้วยเส้นผมสีสว่าง ชายหนุ่มวางมือลงลูบไล้อย่างรักใคร่ เห็นพี่สามได้ลูบหัวน้องพี่สองก็เปลี่ยนจากยืนจังก้าเป็นคลานขึ้นไปนั่งบนตั่ง

               “น้อง” จับต้นแขนขาวบีบเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ใจจริงอยากย้ำฟันกัด ๆ ๆ แต่ไม่อยากทำให้ไอ้หนุ่มลูกครึ่งเห็น เดี๋ยวมันจะอยากกัดด้วย “ไปดูคนงานเตรียมเวทีกับพี่ปะ” น้องส่ายหัว หยิบถั่วลิสงคั่ววางบนใบเมี่ยงต่อด้วยน้ำตาลทรายแดง

               “เวทีรำวงนะ คืนนี้จะมีดนตรีไง บ่ไปเหรอ?”

               “บ่ไป”

               “เป็นหยังบ่ไปละ?”

               “บ่อยากไปกับคนอู้บ่ม่วน”

               “ทำไมพูดแบบนั้น พี่พูดไม่ดีตอนไหน...” เหมือนพูดเอง งงเอง นึกขึ้นได้เอง ดวงตากลมหางตวัดจึงย้ายไปจ้องชานนท์ น้องส่งคำเมี่ยงผ่านหน้าเขาไปให้ปีภัทร ไอ้สามมันอ้าปากรับแล้วยังมีหน้ามายักคิ้วหยามเขาอย่างไม่กลัวตาย “ไปเต๊อะ พารุ่นพี่น้องไปด้วยกันก็ได้”

               “บ่”

               “โอะ แล้วพี่จะไปกับไผเล่า”

               “กะไปคนเดียว”

               “น้องงงงง”

               “พอแล้วพี่สอง น้องบ่อยากไปก็บ่ต้องเอาน้องไป ซอแยะซอแย(เซ้าซี้)อยู่ได้ น่ารำคาญ”

               “เออ หน้าที่ตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไปตรงนั้นดีไหมล่ะพี่สอง เดี๋ยวพี่หนึ่งกลับมาไม่เห็นพี่ที่ลานหมื่นลี้ระวังจะโดน” ณภัทรผู้หัวเดียวกระเทียมลีบกระแทกลมหายใจอย่างให้รู้ว่าจงใจทำ ร่างสูงใหญ่ที่สุดในบรรดาพี่น้องลงจากตั่งไม้สัก มองมารดามองน้องน้อยมอง(เอาเรื่อง)ชานนท์ก่อนจะก้าวพรวด ๆ ลงจากท่าน้ำไป

               “ไม่มีแฟนสักทีเพราะแบบนี้ไง”

               “ต้องบอกว่าไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนต่างหากครับแม่นาย พี่สองร้ายจะตาย เปลี่ยนสาวทุกวันศีลเล็กศีลใหญ่”

               “พี่สองร้ายก็รู้ว่าร้าย” คนที่เพิ่งเมินพี่สองออกปากปกป้อง “แต่พี่สามร้ายเงียบ ร้ายหน้านิ่ง ร้ายเหมือนใครสักคนที่น้องรู้จัก” ใครสักคนรินชาร้อนใส่ถ้วยใบเล็กยกขึ้นจิบพอให้อาการระคายคอที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนทุเลาลง

               “เขาเรียกเสือซ่อนลาย ถ้าเป็นมังกรก็มังกรซ่อนเล็บ จริงไหมชานนท์”

               “ครับ”

               “เสือซ่อนลายหรือแมวนอนหวดกำเดียวก็รู้” แม่นายยิ้มว่า หัวเราะน้อย ๆ ตอนเห็นลูกเล็กลุกไปเก็บดอกปีบที่ตกเกลื่อนลานหญ้าแล้วมีสายตาเจ้าหนุ่มเมืองกรุงมองตามไปทุกอิริยาบถ “ชานนท์หิวหรือยัง?”

               “ยังครับแม่นาย”

               “ปกติเรากินข้าวงาย...ข้าวเช้าตอนเจ็ดโมงยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ ใครอยากกินก็กิน ใครอยากนอนต่อก็นอน พอดีวันนี้มีงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ่อเลี้ยงกับพวกพี่ ๆ เลยต้องออกไปคุมงานตั้งแต่เช้า ถ้าไม่ถือว่าเป็นงานเลี้ยงแบบชาวบ้านก็ลองไปดูนะ คนงานที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ อยู่ด้วยกันมานาน ไว้ใจได้”

               “อยากเห็นเหมือนกันครับ”

“ไปดูคุณนายจั๋นตาเปิดวงด้วยเชียงรายรำลึก”

“แม่ว่างานนี้น่าจะเป็นรักข้ามขอบฟ้า แม่ได้ยินซ้อมลูกคอมาหลายวันแล้ว”

“บ๊ะ เพลงโปรดคุณลูกผึ้งของจั๋นตาเปิ้นนี่นา” ปีภัทรเสริม ร่องรอยความสนุกวิบวาวในดวงตา ชานนท์เดาว่าพี่สามน่าจะพูดถึงบทเพลงที่เขาไม่รู้จัก มามั่นใจก็ตอนได้ยินเสียงเพลงจากลอยมาจากคนที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมดอกปีบเต็มสองมือ

 

ขอบฟ้าเหนืออาณาใดกั้น ใช่รักจะดั้นยากกว่านกโบยบิน รักข้ามแผ่นน้ำ รักข้ามแผ่นดิน เมื่อความรักดิ้น ฟ้ายังสิ้นความกว้างไกล ขอบฟ้าทิ้งโค้งมาคลุมครอบ อ้าแขนรายรอบโอบโลกไว้ภายใน เหมือนอ้อมกอดรักแม้ได้โอบใคร ชาติภาษาไม่สำคัญเท่าใจตรงกัน

 

แม่นายจันทร์วาดยกชายผ้าคลุมป้องปาก ทำทีเหมือนยามคายซากเมี่ยงใส่ใบตองแผ่นน้อย เช่นเดียวกับปีภัทร ชายหนุ่มแตะรอยยิ้มกับขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบ น้องผึ้งครวญเพลงไปเรียงดอกไม้ใส่ตะกร้าไป หยิบจับทุกอย่างเนิบนาบ แช่มช้า กระทั่งเสียงขับขานยังแว่วหวานรื่นหู ปีภัทรเห็นใบหน้าคมคายซับสีเรื่อก็นึกขำแกมเห็นใจน้องบ่าวเมืองกรุงนัก เจ้าลูกผึ้งของแม่นายปักเหล็กในใส่คนอื่นโดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว

 

ขอบฟ้าแม้จะคนละฟาก 

ห่างไกลกันมากแต่ก็ฟ้าเดียวกัน 

รักข้ามขอบฟ้าข้ามมาผูกพัน 

ผูกใจรักมั่นสองดวงให้เป็นดวงเดียว






#บริภัทร


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 816 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,868 ความคิดเห็น

  1. #4626 Vivachoco (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 23:40
    บีอยู่กับคคแล้วเป็นน้องน้อย
    #4,626
    0
  2. #4068 areenachesani (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 19:59
    อบอุ่นแต้ๆเลยย
    #4,068
    0
  3. #2490 Ni\'cha Korn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 23:13
    น่ารักมากเลยค่ะ
    #2,490
    0
  4. #2469 mees$ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:41
    ไม่มีใครเป็นไหม เราเป็นคนอีสาน พอเจอภาษาเหนือเข้าไป เราอ่าเป็นภาษาอีสาน5555 ยิ่งกลางผสมเหนือยิ่งอ่านเป็นอีสานง่าย บทบรรยายก็อ่านเป็นอีสาน5555555
    #2,469
    1
    • #2469-1 ่่aanawk(จากตอนที่ 34)
      22 พฤษภาคม 2563 / 08:48
      เราเป็นค่ะ 55555 นึกสำเนียงเหนือไม่ออกเลย
      #2469-1
  5. #2446 ing-aoey2127 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:26
    ขอบคุณซับไทยนะคะแงงไม่มีนี่น่าจะงงเลย
    #2,446
    0
  6. #2149 weiliin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 15:29
    ถ้าไม่มีซับไทยนี่ไม่รู้เรื่องแน่ๆ แงงงง
    #2,149
    0
  7. #1808 Yumyui Pimvipa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 17:12
    อ่านแล้วคิดถึงเมี่ยงที่ชอบไปขโมยของยายมากินเลย ฮืออออ
    #1,808
    0
  8. #1804 thedreamer (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:34
    อ่านตอนนี้แล้วคิดถึงบ้านยายจังเลย เมี่ยงนี่ในตำนาน เราไม่ชอบแต่พี่คือชอบกินแล้วมาใกล้ๆ 55555555555
    #1,804
    0
  9. #1719 theLazypaNg (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:05
    พูดตรงๆ แปลไม่ออกสักกกกคำ ถ้าไม่ได้วุ้นแปลภาษาจากไรท์นี่คงต้องเรียนภาษาเหนือ กราบบบ~~~~
    #1,719
    0
  10. #1666 pcy921 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:39
    ขำตอนแม่นายว่าพี่สองวอแวน้อง555555555
    #1,666
    0
  11. #1315 ก๊อตจิลั่ม (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:15
    งงภาษาถิ่นมากแม่แงงง
    #1,315
    0
  12. #888 ___PIMXOX__ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 20:48
    น้องผึ้้งงงง ต๊ะตอนยอนมากเจ้า55555 เอ็นดูววว
    #888
    0
  13. #877 Konrafah (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 01:14
    พี่สองมาโอ๋ๆนะ
    #877
    0
  14. #505 laadrxxm (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:08

    ชอบตอนน้องลูกผึ้งคุณกับพี่ๆ น่ารักมากๆ 56555
    #505
    0
  15. #466 เมนคริส ฟินชานแบค (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:58
    แงงงง น้องลูกผึ้งตะเร้กตะน้อยยย บ้านเค้าน่ารักทุกคนเลยเนอะ อีพวกปากผีขี้เม้าท์คือไม่รู้อะไรเลย นี่ชอบพี่สามมาก จะตายแ้สสส
    #466
    0
  16. #442 mingdaya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 11:56
    ชอบพี่ 2 วงวารรรรรรรรรร5555555
    #442
    0
  17. #400 MeowKL (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 17:39
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกได้ถึงความรัก มันช้าๆเนิบๆอล้วก็รู้สึกน่ารักมากๆๆๆๆเลยค่ะ
    #400
    0
  18. #237 PARKSELOR (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 01:07

    อบอุ่นหัวใจจจจ
    #237
    0
  19. #128 PINKLAND (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 09:33

    ชอบจังงงง
    #128
    0